หลงบ่วงวิวาห์(จบจ้า)
วิวาห์พาหัวใจทั้งสองดวง
ให้หลงบ่วงสู่ห้วงแห่งรัก
ก่อเกิดเป็นวิมานร่วมทอถัก
สายใยรักปักลงกลางทรวง

Tags: รักโรแมนติก

ตอน: ตอนที่ 2 สิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน

กราบแทบอกค่ะคุณผู้อ่าน
กระต่ายรู้สึกปลื้มใจมากมายกับการต้อนรับที่ัยังอบอุ่นเสมอมาค่ะ
แบบนี้กำลังใจนี่พุ่งปรี๊ดดดดดด เลยนะคะ ฮ่าๆ

...............................

“ไปเที่ยวกับพี่เขาเป็นอย่างไรบ้างหนูจ๋า เห็นเจ้าลูกหยีมันเล่าว่ากลับมาแต่หัววันเชียว”

เสียงทักจากมารดาทำให้ร่างบางที่นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผนังห้องต้องพลิกกายกลับมามองก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วส่งยิ้มให้ท่านอ่อนๆ

“ก็ไปเที่ยวกับพี่ภูมันไม่สุขใจเหมือนไปเที่ยววัดกับแม่นี่คะ หนูจ๋าถึงจะได้อยากอยู่ทำบุญนานๆ จนมืดค่ำ”

“ลูกคนนี้นี่ ฟังพูดเข้าสิ” คุณรวงแก้วเดินเข้ามาลงมะเหงกที่กลางหน้าผากมนของลูกสาวเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้กับคำพูดคำจาที่ช่างประชดประชัน

“แหม...ก็มันจริงนี่คะแม่ นี่ไปวันนี้ก็ไปเจอเมียเขามาด้วย แล้วอย่างนี้จะให้หนูจ๋ามีความสุขอย่างไรไหวล่ะคะ” หญิงสาวตอบมารดาพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองป้อย

“ตายจริง! แล้วอย่างนี้ไม่ทะเลาะกันแย่เหรอ หนูจ๋าไปตบตีกับเขามาหรือเปล่านี่” คุณรวงแก้วได้ฟังแล้วก็ยกมือขึ้นทาบอก ก่อนจะหันมาสำรวจใบหน้าของบุตรสาวว่ามีร่องรอยขีดข่วนหรือไม่ พอเห็นว่ายังผ่องใสเหมือนเดิมก็ถอนหายใจโล่งอก

“โธ่...แม่ขา หนูจ๋าไม่บ้าขนาดจะไปตบตีแย่งผู้ชายกันกลางห้างสรรพสินค้าหรอกนะคะ” หญิงสาวอุบอิบบอกมารดาเสียงอ่อย เพราะใช่ภูธนิกคนเดียวเสียเมื่อไหร่ล่ะที่หน้าไม่หนา เธอเองก็หน้าไม่ด้านพอจะไปตบตีกันเพื่อแย่งผู้ชายเหมือนกัน

“แต่ก็มีปากเสียงกับเขามาแน่ๆ ใช่ไหมล่ะ ไม่อย่างนั้นคงไม่กลับบ้านมาเร็วกว่าทุกทีหรอก”

คุณรวงแก้วพอจะรู้จักนิสัยของลูกสาวดีว่าเป็นเช่นไร แม้มองผิวเผินจะดูราวกับคนนุ่มนิ่มเหมือนผ้าพับไว้ แต่จริงๆ แล้วจิรัชยาไม่ใช่คนที่จะยอมลงให้ใครง่ายๆ เรียกได้ว่าถ้าใครร้ายมาก็จะร้ายกลับไม่แพ้กัน

“ก็นิดหน่อยค่ะ เมียพี่ภูเองก็ปากไม่ค่อยดี ช่างกระแนะกระแหน ได้ยินแล้วหนูจ๋าเลยอดไม่ได้ ก็เลย...”

“ก็เลยต้องไปต่อปากต่อคำกับเขางั้นสิ” คุณรวงแก้วต่อให้อย่างรู้ทัน

“โธ่...นิดเดียวจริงๆ ค่ะ” หญิงสาวยิ้มแหยส่งให้มารดาพร้อมกับทำไม้ทำมือเพื่อบอกว่ามันนิดเดียวจริงๆ

“นี่หนูจ๋า แม่จะบอกอะไรให้นะลูก บางครั้งอารมณ์มันก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเสมอไปหรอกนะ หนูจ๋าเข้าวัดกับแม่ก็ออกจะบ่อย ถ้าเขาชวนทะเลาะก็ตั้งสติสิ แล้วก็ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว แล้วอีกอย่างนะเวลาแต่งงานกับพี่เขาไปแล้ว ถ้าหนูจ๋ายังเป็นแบบนี้อยู่ละก็ รับรองว่าเอาพี่เขาไม่อยู่แน่ๆ”

คุณรวงแก้วสั่งสอนด้วยความอาทร เธอเลี้ยงลูกมาเพียงลำพังเพราะสามีเสียไปตั้งแต่จิรัชยายังเด็ก และเสียไปพร้อมกับสามีของคุณลัลดาเพื่อนสนิทด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เธอกับคุณลัลดาจึงเข้าอกเข้าใจกันดีและเลี้ยงลูกมาด้วยความเอาใจใส่ อาจจะผิดกันแค่ตรงที่เธอมีลูกสาวและฐานะด้อยกว่าจึงเลี้ยงลูกแบบให้คลุกคลีอยู่แต่ในสวนเสียส่วนใหญ่ แต่คุณลัลดามีลูกชายและฐานะดีกว่าจึงเลี้ยงดูอย่างหรูหราและให้อิสรเสรีมากกว่าจนเกิดปัญหาที่สุดท้ายก็ตามมาด้วยงานวิวาห์แบบจำยอมที่พวกเธอเป็นคนกำหนดมันขึ้นพร้อมกับสัญญาหนึ่งฉบับเพื่อมัดให้ลูกๆ ของพวกเธออยู่เคียงคู่กันดังที่ตั้งใจเอาไว้ในอดีต

“หนูจ๋าก็ไม่คิดจะให้พี่ภูอยู่กับหนูจ๋าไปนานๆ หรอกค่ะ แค่อยู่ตามสัญญาหนึ่งปีก็พอแล้ว ขอแค่เขาไม่มายึดสวนเราคืนหนูจ๋าก็พอใจแล้วล่ะค่ะ”

“นี่แม่กำลังบังคับจิตใจหนูจ๋าอยู่หรือเปล่าลูก”

คุณรวงแก้วเข้าไปรั้งร่างบุตรสาวขึ้นเผชิญหน้า ก่อนจะมองสบตากลมโตที่มีพิมพ์เดียวกับเธออย่างพินิจ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า และนี่คือความเป็นตัวตนของจิรัชยาอีกหนึ่งชนิดที่มักจะเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้มิดชิดจากสายตาของคนภายนอกแม้แต่เธอเองที่เป็นมารดาก็จะไม่มีวันรับรู้หากว่าจิรัชยาจะไม่เผยมันออกมาเอง

“ไม่เลยค่ะแม่ ถึงอย่างไรสวนของเราก็ต้องสำคัญที่สุด แม่รักที่นี่มาก หนูจ๋าก็รักมากเหมือนกัน เพราะฉะนั้นหนูจ๋าคงยอมไม่ได้ถ้าหากว่ามันจะถูกขายทอดตลอดเมื่อเราไม่มีเงินมาใช้หนี้เขา”

“เฮ้อ...เงินมันก็ตั้งมากนะ ถ้าจะให้ไปหาที่อื่นแม่ก็มองไม่เห็นทางแล้ว แต่แม่ก็ยังรู้สึกเสียใจที่ต้องให้หนูจ๋ามาลำบากร่วมใช้หนี้ไปกับแม่ด้วย ทั้งที่หนี้มันเกิดขึ้นก่อนที่หนูจ๋าจะเกิดเสียอีก”

“แม่อย่าพูดอย่างนี้สิคะ ยิ่งแม่พูดแบบนี้หนูจ๋าก็ยิ่งไม่สบายใจนะคะ หนูจ๋าไม่อยากให้แม่รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรอกนะคะ หนูจ๋าอยากให้แม่ภูมิใจกับการตัดสินใจของหนูจ๋าในครั้งนี้มากกว่า หนูจ๋ากำลังทำเพื่อแม่ เพื่อสวนของพ่อ หนูจ๋าคงทนไม่ได้ถ้าต้องเห็นแม่ต้องมาทุกข์ใจเพราะการกระทำของหนูจ๋า”

จิรัชยาไม่รู้ว่ามารดามีหนี้สิ้นอะไรมากมายนัก แต่แค่รู้ว่ามันมากขนาดที่สวนอันเป็นที่รักจะต้องถูกยึดและขายทอดตลาดไปในที่สุด เพียงเท่านี้มันก็มากพอแล้วที่เธอจะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อยื้อมันเอาไว้ และเมื่อคุณลัลดายื่นมือเข้ามาช่วยด้วยข้อเสนอให้แต่งงานกับลูกชายของท่านเพื่อกันมุจลินทร์ให้ออกห่างจากภูธนิกเป็นข้อแลกเปลี่ยน จิรัชยาจึงตัดสินใจรับข้อเสนอนั้นโดยที่มารดาไม่จำเป็นต้องเกลี่ยกล่อมเลยสักนิด

“แต่แม่ก็ไม่อยากฝืนใจหนูจ๋านะลูก แม่เป็นห่วงหนูนะ”

“หนูจ๋าไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูจ๋ารู้ตัวเองดี รู้ดีกว่าใครว่าหนูจ๋าไม่ได้เป็นอะไรเลย”

ทำไมจิรัชยาจะไม่รู้เล่าว่าการแต่งงานครั้งนี้มันไม่ได้เป็นการฝืนใจเธอเลยสักนิด เมื่อลึกๆ แล้วสิ่งที่เธอแอบฝันมาเนิ่นนานตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยสาวมันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้สวยงามอย่างนึกฝันแต่ขอแค่มันได้เป็นจริงเพียงเสี้ยวหนึ่งเธอก็ดีใจแล้ว



“ผมว่าช่วงนี้คุณอยู่เงียบๆ หน่อยก็ดีนะ”

เสียงเปรยของชายหนุ่มที่ดังขึ้นหลังผ่านสมรภูมิรักกันมาอย่างดุเดือนด้วยสภาพเตียงที่ยับเยินทำให้มุจลินทร์ต้องแหงนหน้าขึ้นจากอกกว้างเพื่อมองหน้าเขาให้ถนัดราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด

“ผมไม่อยากให้คุณไปวุ่นวายกับจิรัชยามากนัก”

“ทำไมคะ?” มุจลินทร์ถึงกับหมดอารมณ์จะเคล้าเคลียผุดลุกขึ้นนั่งก่อนจะตัดพ้ออย่างมีจริต

“หรือคุณหลงเจ้าสาวของคุณทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน แล้วก็ลืมมุจเสียแล้ว”

“โธ่...ผมจะลืมคุณได้อย่างไร ก็ในเมื่อคุณยังอยู่ในอ้อมแขนของผมอย่างนี้”

ภูธนิกลุกขึ้นสวมกอดอย่างง้องอน ออกจะสงสารที่เขาต้องทิ้งเธอไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่นทั้งที่เขาคิดว่าเธอคือผู้หญิงที่เข้ากับเขาได้ดีที่สุดโดยเฉพาะเรื่องบนเตียง สำหรับผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์และมากล้นไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศอย่างภูธนิกแล้วเขาคิดว่าการอยู่ร่วมกันกับใครสักคนเรื่องเซ็กส์อย่างไรก็ต้องนำเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเรื่องอื่นก็ค่อยว่ากันทีหลัง นี่อาจจะเป็นเพียงความคิดไม่เข้าท่าของผู้ชายที่คบผู้หญิงมากหน้าหลายตาอย่างเขา แต่มีหรือที่คนอย่างนายภูธนิกจะใส่ใจหรือจะต้องแคร์กับอะไรหากว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

“ถ้าคุณไม่ลืมมุจ ไม่หลงแม่จิรัชยาอะไรนั่น ทำไมคุณถึงต้องให้มุจอยู่ห่างๆ แม่นั่นด้วยละคะ มุจแค่อยากไปแสดงตัวบ้างเท่านั้นเอง แม่นั่นจะได้รู้ไงคะว่าคุณยังมีมุจอยู่ทั้งคน”

“มุจ อย่าจิกเรียกคนอื่นว่าแม่นั่นแม่นี่นะ” ภูธนิกอดคิดเปรียบเทียบกับจิรัชยาไม่ได้ว่าแม้จะเอ่ยพาดพิงถึงมุจลินทร์แต่เธอกลับไม่เคยพูดถึงด้วยวาจาหยาบคายเลย

“เอ่อ...มุจขอโทษค่ะ มุจก็แค่รักคุณ หวงคุณมากเท่านั้นเอง”

มุจลินทร์รีบออดอ้อนเมื่อเห็นว่าเขาเริ่มไม่พอใจ เธอกับภูธนิกเพิ่งคบหากันได้ไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ แต่เพราะเธอทำให้เขาหลงเธอได้เขาถึงคบหากับเธอได้นานกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมา และเพราะเป็นอย่างนี้มารดาของเขาถึงไม่ชอบใจเพราะกลัวว่าภูธนิกจะมาจริงจังกับเธอซึ่งเป็นผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าถึงต้องไปหาผู้หญิงมาแต่งงานกับภูธนิกทั้งที่เขามีเธออยู่แล้วทั้งคน

“ถ้ามุจรักผมจริง มุจก็ต้องเชื่อผม อยู่ห่างๆ จิรัชยาไว้”

“ทำไมละคะ มุจจะอยู่ใกล้เธอบ้างไม่ได้เลยหรือคะ หรือคุณกลัวว่าเชื้อไพร่ของมุจอย่างที่แม่คุณชอบว่ามันจะกระเด็นไปติดเธอค่ะ”

“มันไม่ใช่อย่างนั้น ผมแค่ไม่อยากมีปัญหา เพราะถ้าคุณแม่รู้เข้าว่าคุณไปยุ่งวุ่นวายกับจิรัชยา ท่านจะตัดห่างปล่อยวัดผมน่ะสิ ทีนี้ล่ะเราจะลำบากกันทั้งคู่”

แท้จริงแล้วที่เรื่องต้องลงรอยตามคำบัญชาของมารดานั้นก็เพราะว่าภูธนิกยังไม่กล้าพอจะทิ้งความสุขสบายเพื่อผู้หญิงสักคน แม้ว่ามุจลินทร์จะเป็นผู้หญิงที่เขาพอใจมากกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ แต่เขาก็ยังไม่พร้อมจะสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเธอได้มากมายขนาดนั้น ตัวเขาเองไม่แน่ใจนักเรื่องความรักเพราะมันไม่เคยเกิดกับตัวเองเลยสักครั้ง ที่ผ่านมาก็เอาแค่ความพึงพอใจเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจสำหรับทุกเรื่องเท่านั้นเอง แม้แต่เรื่องมุจลินทร์ก็ไม่เป็นข้อยกเว้น

“ทำไมแม่คุณท่านถึงได้จงเกลียดจงชังมุจนัก แค่กีดกันเรายังไม่พอ ยังจะหาผู้หญิงมาแต่งงานกับคุณให้มุจต้องช้ำใจอีก แต่ก็ดีแล้วล่ะค่ะเพราะมุจเองก็ไม่อยากดึงคุณลงมาตกต่ำกับมุจหรอก การที่คุณทำตามคำสั่งของแม่คุณมันก็ดีแล้วล่ะค่ะ แล้วมุจก็จะไม่ขัดขวางหรือว่าร้องเรียกอะไรทั้งนั้น”

มุจลินทร์ฉลาดพอที่จะงัดมารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนที่มีออกมาใช้เพื่อเรียกร้องความสงสารจากภูธนิก และเมื่อสองแขนแข็งแรงที่แน่นตึงไปด้วยมัดกล้ามวาดขึ้นโอบประคองก่อนที่ฝ่ามือหนาจะเริ่มลูบไล้ไปทั่วทั้งร่าง หญิงสาวก็แอบซ่อนยิ้มในหน้าเมื่อคิดว่าแผนการของคุณลัลดานั้นไม่มีทางตัดสัมผัสของเธอกับภูธนิกได้ขาดหรอกก็ในเมื่อเขาหลงเธอเสียขนาดนี้



สายลมเย็นผัดผ่านม่านหน้าต่างปลิวไสวเข้ามาปะทะผิวกายเพียงแผ่วๆ ในยามค่ำคืนพอจะสร้างบรรยากาศผ่อนคลายจนน่าจะหลับลงได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับจิรัชยาแล้วไม่ว่าบรรยากาศในค่ำคืนนี้จะแสนสุขแค่ไหนแต่ภายในใจเธอที่กำลังหนักอึ้งไปด้วยเรื่องราวต่างๆ มากมายนั้นก็ไม่อาจจะทำให้ข่มตาหลับลงได้เลย

“แต่งงาน...คนเราแต่งงานกันเพราะเหตุผลอื่นนอกจากความรัก จะอยู่กันได้นานสักแค่ไหนนะ...”

จิรัชยาต้องหนักใจกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยที่เธอจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับเขาอย่างไรถึงจะได้นานเป็นปี ตามสัญญาที่คุณลัลดากับมารดาของเธอได้ตกลงกันเอาไว้ ว่าถ้าหากเธอขอหย่าก่อนจะครบกำหนดสวนที่รักก็จะถูกยึดคืน หรือในทางกลับกันถ้าหากภูธนิกขอเธอหย่าก่อนกำหนด ทรัพย์สมบัติทุกบาททุกสตางค์ของคุณลัลดาก็จะตกเป็นของการกุศลโดยที่เขาจะไม่ได้แม้แต่สตางค์แดงเดียว

“ฮึ! แต่งกันไปแล้วรับรองว่าพี่ภูคงไม่อยู่ติดบ้าน ต้องร่อนไปหาเมียเขาทุกคืนแน่ แล้วอย่างนี้เราจะทนได้อย่างไรเป็นปี”

นี่คือปัญหาของเธอ...จิรัชยาบอกกับตัวเองอย่างนั้น เธอยินดีแต่งงานกับเขาแน่นอนเธอมั่นใจ แต่เรื่องที่จะทำอย่างไรให้เวลาในหนึ่งปีนั้นเธอจะมีเขาอยู่เคียงข้างในทุกค่ำคืน จิรัชยายังไม่แน่ใจว่าเธอจะทำได้หรือเปล่า เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าเธอไม่เคยเป็นที่ต้องการของเขามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ฝ่ามือเรียวยกขึ้นลูบไล้ที่อกด้านซ้ายรับรู้ถึงหัวใจของตัวเองที่เต้นเป็นจังหวะปกติหากมันจะเปลี่ยนเป็นเร็วแรงขึ้นทุกครั้งยามเมื่อได้ใกล้ชิดกับเขา แต่เขาคงจะไม่ได้ปรารถนาหัวใจดวงเล็กๆ ดวงนี้ของเธอนัก

“พี่ภูไม่ได้นึกรักหนูจ๋าบ้างเลยหรือ...” หญิงสาวรำพันออกมาแผ่วเบาราวกับกลัวว่าใครจะได้ยินถึงสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายในซอกลึกของหัวใจมานานปี

ร่างบางทรงกายลุกขึ้นนั่งในที่สุดเมื่อรู้ว่าถึงอย่างไรคืนนี้ก็นอนไม่หลับ ก่อนที่จิรัชยาจะก้าวลงจากเตียงแล้วเดินตรงไปเปิดลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือที่ไม่ได้เปิดมันมานานแล้ว แต่วันนี้เธอกำลังจะเปิดมันออกมาอีกครั้งเมื่ออย่างไรก็ยังตัดใจไม่ขาด

กล่องไม้รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าถูกนำออกมาเปิดดูถึงอดีตที่ถูกเก็บซ่อนไว้ข้างใน ภาพถ่ายใบเก่าที่มีเด็กหญิงผมเปียตัวผอมเก้งก้างอายุ 13 ขวบ กับเด็กหนุ่มวัยรุ่นยืนเคียงกัน และแหวนของเล่นหนึ่งวงที่เขายื่นให้แบบส่งๆ ในคืนวันนั้นเธอยังจำมันได้ดี

‘มันก็แค่ของเล่น จะอยากได้ไปทำไมนักหนา’

คำพูดที่เขาบอกยามยื่นมันให้หลังจากหยอดเหรียญลงไปแล้วไข่พลาสติกใบเล็กก็ตกลงมาตามช่องในคืนวันเที่ยวงานวัดที่เด็กหนุ่มอย่างเขามองว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่ต้องพาเธอไปเดินเที่ยวทั้งที่เขาควรจะได้อยู่กับเพื่อนๆ ที่กรุงเทพฯ ในตอนปิดเทอมหน้าร้อนแบบนั้น แต่เขาไม่รู้หรอกว่าไอ้เจ้าของเล่นที่เขาว่านั้นเธอจะเก็บมันเอาไว้มาจนถึงทุกวันนี้

แน่นอนว่าในตอนนั้นจิรัชยาลุ้นแทบแย่เมื่อนำมันกลับมาเปิดที่บ้านหลังจากเขากลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว เธอจำได้ว่าในวินาทีที่เปิดไข่พลาสติกออกแล้วเห็นแหวนอยู่ข้างใน เธอร้องลั่นด้วยความดีใจราวกับว่าถูกขอแต่งงานกระนั้น จิรัชยายอมรับว่าแอบรักเขา เธอรักผู้ชายที่ชื่อภูธนิกลูกชายเพื่อนสนิทมารดาคนนี้มาตั้งแต่ตอนนั้น มันอาจจะเป็นเพียงความเพ้อฝันของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็จริงในตอนนั้น แต่สำหรับตอนนี้จิรัชยารู้ดีว่ามันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว เมื่อภาพใบหน้าของเขายังคอยตามหลอกหลอนเธอทั้งยามหลับและยามตื่น

“น่าอาย...แอบรักเขาได้อย่างไรตั้งหลายปี”

หญิงสาวก่นด่าตัวเองก่อนจะรีบเก็บทุกสิ่งลงในที่ของมันตามเดิมแล้วแอบซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิดดังที่เคยทำมา เธอพยายามตัดใจตั้งแต่ที่รู้ข่าวว่าเขามีผู้หญิงเข้ามาพัวพันไม่ซ้ำหน้า เมื่อพบกันถึงได้ชวนทะเลาะเพื่อหาเกราะกำบังสร้างกำแพงให้กับตัวเอง แต่สุดท้ายก็รู้ว่ามันไม่ได้ผลเพราะในใจของเธอก็ยังไม่เคยลืมเขาได้สักที



“เมื่อวาน แกปล่อยหนูจ๋ากลับบ้านคนเดียวหรือตาภู”

เสียงของมารดาร้องทักตั้งแต่เขายังไม่ทันจะก้าวพ้นประตูบ้านเสียด้วยซ้ำ ภูธนิกไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้านกับใบหน้าบึ้งตึงของมารดาเลยแม้แต่น้อย กลับย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่ออกจะเยาะหยัน

“บ้านโน้นเขาโทรมาฟ้องละสิครับ”

“ใครจะฟ้องก็ไม่สำคัญหรอกนะ แต่มันสำคัญตรงที่ว่าแกทิ้งหนูจ๋าให้กลับบ้านคนเดียวแล้วก็หายตัวไปกับแม่มุจลินทร์อะไรนั่น นี่คงจะไปกกกันมาทั้งคืนละสิท่าถึงได้กลับมาเอาป่านนี้ ดูสิสภาพแกดูไม่ได้เลย”

คุณลัลดาบ่นพึมอย่างหัวเสียพร้อมกับเดินวนรอบตัวลูกชายแล้วทำจมูกฟุดฟิดราวกับได้กลิ่นไม่พึงประสงค์

“โธ่...คุณแม่ครับ ขนาดคนจะมาเป็นเมียผมอย่างยัยหนูจ๋าของคุณแม่เนี่ย เขายังไม่เห็นจะว่าอะไรผมสักคำเลยนะครับ แล้วคุณมาจะมาเดือดร้อนอะไรแทนเขาเนี่ย”

“หนูจ๋าน่ะเขาเป็นคนดีย่ะ เขายังอ่อนต่อโลก คงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมไอ้คนเจ้าชู้อย่างแกหรอก”

“เฮอะ! อ่อนต่อโลก” ภูธนิกอยากจะเถียงมารดานักว่าไอ้ที่ว่าอ่อนต่อโลกนั้นมันจริงแท้แน่หรือ ขนาดยืนด่าเขาป่าวๆ กลางร้านอาหารเจ้าหล่อนยังไม่นึกอายเลย

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงวันนี้แกก็ต้องไปขอโทษหนูจ๋าเขาที่บ้าน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าแม่ไม่เตือนเชียวนะ”

“โอย...แบบนี้งานการก็ไม่ต้องทำกันพอดีสิครับคุณแม่ ก็คุณแม่อะไรๆ ก็ไล่ให้ผมไปหาหนูจ๋าเรื่อยเลย”

“วันนี้มันวันหยุดย่ะ ไม่ต้องทำมาเป็นขยันนักหรอก ไอ้ทีวันทำงานแกยังแอบไปกกกับแม่มุจลินทร์นั่นได้เลย”

“ก็มันคนละคนกันนี่ครับคุณแม่” ภูธนิกบอกหน้าตาเฉย เล่นเอาคุณลัลดาถึงกับต้องยกมือขึ้นทาบอก

“ตายแล้วตาภู นี่อย่าไปพูดอย่างนี้ให้หนูจ๋าได้ยินเชียวนะ น้องได้น้อยใจตาย”

“อย่างยัยหนูจ๋าคนดีของคุณแม่น่ะ ไม่มีเรื่องอะไรไปทำให้เขาสะเทือนอกสะเทือนใจได้หรอกครับ ขนาดต้องแต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รักตัวองเลยแม้แต่นิดเดียว ยัยหนูจ๋าของคุณแม่ยังไม่เห็นสะทกสะท้านอะไรเลย”

“ตาภู!”

คุณลัลดาขึ้นเสียงใส่ลูกชายเหมือนจะบอกว่าคราวนี้เธอโกรธจริงๆ ทำให้ภูธนิกต้องถอนหายใจพรืดก่อนจะพยักหน้าอย่างยอมจำนนในที่สุด แต่ก็ยังไม่วายมีข้อต่อรอง

“ก็ได้ครับก็ได้ ผมไปหาหนูจ๋าที่บ้านสวนก็ได้ แต่ขอเป็นตอนบ่ายๆ ได้ไหมครับ ตอนนี้ผมง่วงมาก เมื่อคืนไม่ได้นอนทั้งคืนเลย”

“น่าเกลียดจริงๆ พูดออกมาได้ไม่อายปาก ไม่ต้องนงต้องนอนมันหรอก ไปมันทั้งอย่างนี้แหละ สภาพทุเรศๆ อย่างนี้เผื่อหนูจ๋าเขาจะได้เวทนานึกเอ็นดูแกขึ้นมาบ้าง”

“ผิดถนัดเลยครับคุณแม่ อย่างยัยหนูจ๋าน่ะ นอกจากจะไม่เอ็นดูผมแล้วยังจะแสดงท่าทีรังเกียจผมอีกด้วย”

“ไม่จริงหรอกย่ะ หนูจ๋าเขาออกจะเป็นเด็กน่ารัก ไม่ได้มีกิริยามารยาทด่างพร้อยอย่างที่แกว่าเลยสักนิด” คุณลัลดาทำเสียงขึ้นจมูกใส่ลูกชายเมื่อบังอาจมาใส่ร้ายคนโปรดของเธอ

“หลงกันจริ๊ง...นี่ผมลูกชายคุณแม่นะครับ ส่วนยัยหนูจ๋าน่ะแค่ลูกสะใภ้”

“เอ้า! ก็เพราะว่าแกเป็นลูกชายฉันน่ะสิ ฉันถึงต้องเหนื่อยหาลูกสะใภ้ดีๆ อย่างหนูจ๋ามาให้แกน่ะ นี่ถ้าเกิดว่าแกเป็นลูกเก็บมาเลี้ยงละก็นะ อย่าว่าแต่ขาอ่อนหนูจ๋าเล้ย แค่หน้าเขาฉันก็จะไม่ให้แกมอง”

“โอเคครับ ผมทราบแล้วว่าถึงอย่างไรสำหรับคุณแม่หนูจ๋าก็ดีกว่าผมอยู่วันยังค่ำ”

ภูธนิกขี้เกียจจะเถียงกับบุพการีให้มันเป็นบาปจึงรีบยกมือขึ้นเป็นการตัดบท ก่อนจะเดินย้อนกลับไปขึ้นรถแล้วบึ่งตรงไปยังบ้านสวนทั้งสภาพเดิมที่ยังไม่ได้อาบน้ำและก็ยังไม่ได้นอนให้เต็มอิ่ม พอไปถึงเพื่อนสนิทของมารดาที่ออกมาต้อนรับถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจกับสภาพของเขาเลยทีเดียว

“ตายจริง! นี่ไปทำอะไรมาละพ่อคุณ อย่างกับคนไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งคืนอย่างนั้นแหละ”

“ยังไม่ได้อาบน้ำมาด้วยกระมังคะแม่ กลิ่นถึงได้โชยขึ้นไปถึงข้างบน”

ภูธนิกหันไปมองคนพูดค่อนขอดเขาที่กำลังเดินลงบันไดมาด้วยแววตาขุ่น ก็ไม่ใช่เพราะเจ้าหล่อนหรอกหรือเขาถึงต้องบึ่งรถมาถึงนี่ด้วยสภาพทุเรศๆ อย่างนี้ทั้งที่นี่เป็นวันหยุดซึ่งเขาควรจะได้พักผ่อนให้เต็มอิ่มหลังจากไปเริงร่าท่องราตรีจนไม่ได้นอนมาทั้งคืน

“หนูจ๋าก็พูดเกินไป นี่ลูกหยีไปเอาน้ำเอาท่ามารับแขกหน่อยเร็ว”

คุณรวงแก้วเอ็ดลูกสาวเบาๆ ก่อนจะหันไปร้องสั่งเด็กลูกหยีที่เธอรับเลี้ยงเอาไว้ให้ช่วยงานบ้าน แต่จิรัชยากลับร้องห้ามไม่ให้ลูกหยีเอาน้ำมาเสิร์ฟให้แขก

“ไม่ต้องลูกหยี แขกคงไม่อยากกินน้ำหรอก คงจะอยากอาบน้ำเสียมากกว่า”

“อ้าว...อะไรอีกล่ะหนูจ๋า”

“ก็หนูจ๋าจะพาเขาไปอาบน้ำสิคะแม่ สภาพอย่างนี้ยังกล้าออกนอกบ้านอีก ทุเรศจริงๆ”

ภูธนิกถึงกับหน้าร้อนที่โดนด่าซึ่งๆ หน้า ที่เขาคิดไว้มันผิดที่ไหน คนอย่างจิรัชยาน่ะหรือจะมาสงสารเอ็นดูเขา มีแต่มารดาเขานั่นแหละที่ไม่รู้อะไรก็ยกยอกันเข้าไปเถอะ

“พูดไม่เพราะเลยหนูจ๋า ไปว่าพี่เขาอย่างนั้นได้อย่างไร ขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้เลย”

“แม่ขา หนูจ๋าพูดเรื่องจริงค่ะ ก็สภาพอย่างนี้จะให้ชมว่าดูดีได้อย่างไรล่ะคะ จริงหรือเปล่าลูกหยี” นอกจากจะไม่ทำตามที่มารดาบอกแล้วจิรัชยายังร้องหาพวกอีกด้วย

ลูกหยีส่งยิ้มแหยให้ทุกคนก่อนจะรีบผลุบหายเข้าไปในครัว แล้วไม่ออกมาอีกเลย คุณรวงแก้วเองก็คร้านจะต่อว่าเพราะรู้ว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์จึงได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนจะเดินหายขึ้นชั้นบนไปอีกคนปล่อยให้สองหนุ่มสาวจัดการกันเอาเอง



.........................................
ทักทายจากตอนที่แล้วค่ะ

คุณเทียมทรายขา ยินดีกับคนแรกด้วยค่า ฮี่ๆ

คุณชนาพัทธ์ขา เดี่ยวให้หนูจ๋าจัดการค่ะ อิอิ

คุณNNKขา ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มค่า

คุณinvisibleขา ขอบคุณมากมายค่า

คุณMYsisterขา โดนใจใช่ป่าวคะ อิอิ

คุณlunamoonขา รับทราบค่าว่าอยู่ข้างหนูจ๋า

คุณSetiaขา คาดว่าพออยู่กันไปก็จะฉะกับพี่ภูแล้วละค่ะ หุหุ

คุณincantoขา หนูจ๋ารับใจไว้เรียบร้อยแ้ล้วค่า

คุณเด็กหญิงม่อนขา ฮ่าๆ อันนี้ก็ไม่ทราบค่ะต้องถามพี่ภูน้า

คุณก้อนอิฐขา ต้องรอดูค่ะ อิอิ

คุณida-า ฮ่าๆ กระต่ายก็คิดว่างั้นค่ะ ถ้าถอดรูปละก็อย่ามาง้อ

คุณribbinขา ดีใจเช่นกันที่รู้ว่าเข้ามาค่ะ^^

คุณเคสิยาห์ขา ขอบคุณที่ชอบค่า

คุณหมูอ้วนขา หนูจ๋าคงไม่น่ายอมนะคะ อิอิ

คุณannขา ฮ่าๆ เห็นด้วยค่า

คุณnutchaขา ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

คุณpickyขา ขอบคุณที่ชมค่า(ขอบคุณแทนหนูจ๋า อิอิ)

คุณน้ำค้างขา เดี๋ยวหนูจ๋าเคลียร์เองค่า หึหึ

คุณทองหลางขา ขอบพระคุณมากค่า แก้แล้วเด้อ เอิ๊กๆๆ

คุณniteขา ต้องติดตามด้วยนะคะ (อ้อนๆ)

คุณรอรักขา ขอบคุณที่แซบค่ะ อิอิ

คุณนมเย็นน้ำเขียวขา ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มอบให้หนูจ๋าค่า

คุณSaiParnขา ขอบคุณที่รอค่ะ

พี่ตองขา ดีใจเหมือนกันที่แวะมาค่ะ

คุณAsianขา อิอิ กระต่ายชอบค่ะน่ารักดี

คุณan00ขา ก็คงพอๆ กับพระเอกค่ะ อิอิ

หนอนฮับจ๋า ขอบใจมากจ่าที่แวะเข้ามาน้า

คุณปูสีน้ำเงินขา ขอบคุณสำหรับแรงเชียร์ที่มอบให้หนูจ๋าค่า

คุณsaiขา ถูกต้องค่ะ พี่ภูควรฟังไว้นะเนี่ย อิอิ

คุณboonjaขา ขอบคุณที่ชอบหนูจ๋าค่ะ

คุณcheiiขา ขอบคุณที่ชอบค่ะ

คุณเจ้าชายน้อยขา ฮ่าๆ กระต่ายอยากจะเข้าไปตบแทนหนูจ๋าแ่ต่ว่าทำไม่ได้ ก๊ากก

ปอรินทร์จ๋า สู้อยู่แล้วจ้า


สำหรับคืนนี้ฝันหวานนะคะทุกคน ราตรีสวัสดิ์ค่ะ



ญาณนันต์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 24 เม.ย. 2554, 22:58:13 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 เม.ย. 2554, 23:40:08 น.

จำนวนการเข้าชม : 6485





<< ตอนที่ 1ก่อนเริ่มวิวาห์   ตอนที่ 3 ความบาดหมางใจ >>
มะดัน 24 เม.ย. 2554, 23:13:39 น.
งงเล็กน้อย แต่หนุกดีค่ะ


ก้อนอิฐ 24 เม.ย. 2554, 23:22:59 น.
แอบดีใจว่าลงมาเยอะ...ชิส์



ชนาพัทธ์ 24 เม.ย. 2554, 23:29:42 น.
แอบนึกว่ามายาวๆ เหมือนกันค่ะ ที่ไหนได้ ลงซ้ำนี่นา ฮาาาา

พี่ภูนี่ไม่ไหวเล้ยย บ้ากามมากกกก แอร๊กกก >__<


sai 24 เม.ย. 2554, 23:31:38 น.
พี่ภูทำตัวได้น่าตบมากมายอ่ะ ชิชิ


ญาณนันต์ 24 เม.ย. 2554, 23:42:12 น.
ฮ่าๆ ขอโทษค่ะ (อายจังเบ๊อะอีกเรี้ยวง่าาา)
แก้ให้แล้วนะคะคราวนี้ไม่ซ้ำแล้วววว อิอิ


ribbin 24 เม.ย. 2554, 23:51:37 น.
ว่าแล้วเชียว อ่านแล้วก็ยังสงสัย ว่าทำไมโพสต์หลายรอบจัง อิ..อิ..
เล่นงานให้หนัก ๆ เลย หนูจ๋า!!
ผู้หญิงที่คบเพื่อเงิน พอเงินหมดก็หายจ้อยเอง อิ..อิ..


boonja 25 เม.ย. 2554, 00:26:58 น.
มาให้กำลังใจหนูจ๋า............และคนเขียนด้วยยยยย ^_o


ของขวัญ 25 เม.ย. 2554, 00:28:13 น.
หนูจ๋า ได้ใจจริงๆ


เด็กหญิงม่อน 25 เม.ย. 2554, 01:54:35 น.
หนูจ๋าสู้ๆ ต้องเอาพี่ภูให้อยู่หมัดนะคะ ^^


lunamoon 25 เม.ย. 2554, 03:08:02 น.
ลุ้นๆๆๆๆ พาไปอาบน้ำ เอ๋ เอ๊ะ.......


cheii 25 เม.ย. 2554, 08:24:58 น.
โหหห พี่ภูนี่หื่นเข้าขั้นจริงๆ


hippopo 25 เม.ย. 2554, 09:39:16 น.
ยิ่งอ่านยิ่งชอบนู๋จ๋า น่ารักดี


สายลมแห่งรัก 25 เม.ย. 2554, 10:38:26 น.
พี่ภูหาความน่ารักไม่เจอเลยอะ แต่ชอบหนูจ๋านะ หนูจ๋ายังแรงได้อีกนะจะได้บี้พี่ภูให้แบนเลย


NNK 25 เม.ย. 2554, 11:12:06 น.
:)


หมูอ้วน 25 เม.ย. 2554, 11:44:24 น.
ไม่ชอบพี่ภูเลยค่ะ กลัวโดนตัดหางปล่อยวัด กลัวลำบาก
ไม่แมนเลยอ่ะค่ะ


XaWarZd 25 เม.ย. 2554, 12:01:49 น.
หาหนุ่มๆ ให้นู่จ๋าเยอะ ๆเลยนะ คนบางคนจะได้รู้สึกซะบ้าง


nite 25 เม.ย. 2554, 12:42:39 น.
เรื่อง หื่นนี่มาจากส่วยลึกคนเขียนแน่เลยๆๆ 555++


MYsister 25 เม.ย. 2554, 15:36:01 น.
ผู้ชายแบบอีตาภูเนี่ยจัดหนักแบบกระอักเลือดเลยนะค่ะคุณญาณนันต์


anOO 25 เม.ย. 2554, 17:24:18 น.
ทำไมพี่ภู ถึงได้ทำตัวแย่ๆ คิดอะไรแย่ๆ แบบนี้นะ


nutcha 25 เม.ย. 2554, 18:58:54 น.
ชอบหนูจ๋าจังอย่างนี้สิถึงจะสู้ยัยมุจได้


nutcha 25 เม.ย. 2554, 18:58:59 น.
ชอบหนูจ๋าจังอย่างนี้สิถึงจะสู้ยัยมุจได้


nutcha 25 เม.ย. 2554, 18:59:11 น.
ชอบหนูจ๋าจังอย่างนี้สิถึงจะสู้ยัยมุจได้


nutcha 25 เม.ย. 2554, 18:59:25 น.
ชอบหนูจ๋าจังอย่างนี้สิถึงจะสู้ยัยมุจได้


SaiParn 25 เม.ย. 2554, 20:16:29 น.
ตะเองจ๋า ขายทอดตลาด ไม่ใช่ขายทอดตลอดน๊า ลองหาดูจ้า

ภ..ภูเนี่ยใช่เล่นนะคะ ^^ แบบนี้ต้องเจอเอาคืน


Setia 25 เม.ย. 2554, 20:35:19 น.
ปากร้ายที่สุด อยากรู้นักถ้าเกิดคุณลัลดาแกล้งวางแผนตัดหางปล่อยวัดภูธนิก
ไม่ให้ตานี่ใช้เงินได้เหมือนเดิม ผู้หญิงคนนั้นยังจะมาตามเกาะอยู่อีกมั้ย


น้ำค้าง 25 เม.ย. 2554, 21:48:38 น.
คู่นี้แต่งกันไปกัดกันมันน่าดู มวยคู่เอก


Asian 26 เม.ย. 2554, 12:57:02 น.
เค้าบอกได้คำเดียวว่า ชอบ


เกสรชมพู่ 19 พ.ค. 2554, 16:09:03 น.
หนูจ๋าน่ารัก ><


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account