พรางรักพรางพิศวาส

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: ตอนที่2

พรางรักพรางพิศวาส
ตอนที่2
พนักงานสาวกระพริบตาปริบๆอย่างงงๆ แล้วชะเง้อไปมองหญิงสาวร่างบางที่ยืนหันหลังเหม่อมองไปด้านนอกร้านให้ไกลๆ ก่อนจะหันมาสบมองหน้าคนที่อยู่ข้างหน้าแล้วทำสีหน้าเจื่อนลงนิดนึง

“ ขอโทษจริงๆนะคะ ผู้หญิงที่คุณขอเป็นคนต้องห้ามของทางร้าน ไม่มีหน้าที่รับเป็นขนมหวานของใครค่ะ ”

ตาคมหรี่มองร่างอรชรสมส่วนในชุดเกาะอกกำมะหยี่สีน้ำเงินสั้นเหนือเข่าแนบเนื้อขับผิวที่ยืนหันหลังให้ไกลๆ แม้แค่เพียงจะมองเห็นเธอร้องเพลงด้านในร้านและคอยมองดูอยู่ตลอดค่ำคืนอย่างไม่ถนัดตานักจนเธอมายืนอยู่ตรงนั้นได้สักพัก เพียงแค่นั้นมันก็ทำให้เขารู้ได้ว่าเธอผู้นั้นงามถูกใจเพียงใดจนขอเอ่ยปากว่าอยากได้มาแนบชิดแม้เธอจะเป็นหญิงในเล้าก็ตาม แค่คิดริมฝีปากก็หยันขึ้น

“ แล้วถ้าฉันมีไอนี่ล่ะ จะขัดอีกหรือเปล่า ”

พนักงานสาวอึ้งตาโตกลืนน้ำลายลงคอเมื่อมองเห็นปึกกระดาษสีเทามากมายในกระเป๋าดำใบใหญ่ของลูกค้าหนุ่มที่ถูกเปิดออกมาต่อหน้า นานชั่วครู่ก่อนจะสะบัดศีรษะให้หลุดจากภวังค์แล้วจะตอบออกไป แต่มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นซะก่อน

“ ไม่ได้ค่ะ ”

ชายหนุ่มหันไปมองต้นเสียง หญิงวัยกลางคนที่เดินออกมาตอบเขา แม้จะดูมีอายุแล้วแต่ก็ยังคงดูสวย สง่าและดูมีอำนาจ นางหันไปพยักหน้าให้กับพนักงานสาวของร้านให้ออกไป แล้วก้าวมาเผชิญหน้ากับหนุ่มหน้าคมเข้มตรงหน้าก้มมองปึกกระดาษสีเทามากมายที่อยู่ในกระเป๋า ก่อนจะเงยหน้ามามองคนตรงหน้าอีกครั้ง
ชายหนุ่มรูปร่างสูง คิ้วเข้มตาคมนิ่งรับกับสันจมูกโด่ง ริมฝีปากที่เข้ารูป โดยเฉพาะหนวดจางๆบนฝีปาก ทำให้นึกถึงภาพของใครคนหนึ่งในอดีตที่ผุดขึ้นมาจากความทรงจำ แต่ช่างปะไรคงไม่มีวันเป็นไปได้

“ สวัสดีค่ะ ดิฉันลินดาเป็นเจ้าของที่นี่ คงต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะที่ทำให้ต้องขัดใจ แต่.. แต่ถ้าหากคุณจะลิ้มรสของหวาน เชิญด้านในดีกว่านะคะที่นี่มีให้เลือกมากมาย ดิฉันรับรองว่าคุณต้องถูกใจแน่นอน ไม่ว่าน้องเปิ้ลที่เพิ่งจะมาใหม่หรือน้อง…. ”

ชายหนุ่มฟังคำพรรณนาถึงขนมหวานซ่านโลกีย์หลากหลายชนิดของทางร้านที่มีให้เขาเลือกสรรมากมายจากคนที่บอกเขาว่าเป็นเจ้าของร้านที่นี่อย่างไม่สนใจจะฟัง ร่างสูงยังคงมองผ่านไปยังร่างบาง ปิดกระเป๋าสีดำลง หิ้วเดินผ่านร่างสาวใหญ่ลงบันไดไม้ไปยังด้านล่างลานดิน ปล่อยให้คนที่พูดอยู่ได้แต่มองอ้าปากค้างตามไป ก่อนจะมีสติเรียกให้ชายหนุ่มกลับมา แต่ไม่เป็นผลเมื่อร่างสูงเดินไปอย่างไม่เหลียวหลังกลับมามองอีก จึงไม่ได้เห็นสายตาของลินดาที่เปลี่ยนมาแข็งกร้าวอย่างคาดโทษต่อคนงามของเขาแล้วทำหน้างุนงงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงจำนวนเงินที่เห็นเมื่อครู่ ว่าเขาเป็นใครและเพื่ออะไรกันถึงได้พกเงินสดมามากมายขนาดนี้ และมันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน

ดวงดาวยังคงมีให้เห็นบนฟากฟ้าดำยามดึก สายลมเย็นระริ่วพัดเส้นผมดำเงาสยายรุ่ยร่ายปะใบหน้ารูปไข่แต้มเครื่องอำอางละเมียดละไม จนเจ้าของร่างต้องยกขึ้นไปทัดที่ใบหูขวา แล้วยกมือกอดอกห่อหุ้มตัวเองจากความหนาวเหน็บทางกายที่เผชิญอยู่ ดวงตาโตหวานปนเศร้ายังคงจับจ้องไปที่หมู่ดาว และแล้วดวงดาราหนึ่งก็ตกจากฟากฟ้า แววตานิ่งจึงไหววูบไปนิดแล้วหลับตาลงสงบนิ่ง

มุมระเบียงไม้ปีกซ้ายด้านนอกร้านที่ประดับด้วยต้นม่านบาหลี ดูจะลับสายตาจากผู้คนมากที่สุดในยามดึก อีกทั้งที่ตรงนี้ก็เปิดให้เฉพาะต้อนรับแขกสำคัญๆของทางร้านเท่านั้น ซึ่งวันนี้ก็ไม่มีใคร อลินจึงเลือกที่จะมายืนรับสายลมอ่อนเย็นและพักใจไปกับธรรมชาติที่นี่หลังจากที่มอบบทเพลงซึ้งตรึงอารมณ์ให้กับมวลภมรราตรีทั้งหลายจบไปหลายเพลง ท่ามกลางสายตาที่แสดงความต้องการอย่างหยาบโลนจากผู้ชายแปลกหน้าหลากหลาย แม้บางคนจะมีขนมหวานให้ชิมไว้แนบอกแนบกายแล้วก็ตาม แต่ภาพเหล่านี้มันก็ชินสำหรับชีวิตกลางคืนตั้งแต่จำความได้ของเธอแล้ว และเธอเองก็มั่นใจว่าจะไม่มีใครทำอะไรเธอได้ตราบใดที่ยังมีสิ่งหนึ่งอยู่
หญิงสาวลืมตาขึ้นช้าๆ สองมือที่กอดอกอยู่เมื่อครู่คลายออก นิ้วเรียวจับไปที่ติ่งหูด้านซ้ายแล้วสลับมาจับด้านขวา ก่อนที่ดวงตาสุกใสจะได้ตกใจสุดชีวิต เมื่อติ่งหูขวามีเพียงความว่างเปล่า และก่อนจะได้ตกใจไปกว่านั้นเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นมาไกลๆด้านหลัง เธอจึงปลดต่างหูอีกข้างหนึ่งมากำไว้ในมือ หันมาทางต้นเสียงแล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

“ ไงย๊ะ นี่งานเสร็จแล้วรึไงถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ได้ ”

“ ค่ะ ”

“ ค่ะ ” นางเลียนเสียงหวาน “ แล้วไงนึกว่าใครทำอะไรไม่ได้ เลยมายืนล่ออยู่ตรงนี้ นี่ฉันจะบอกอะไรให้ เมื่อกี๊มีคนมาขอตัวแกไปเริงร่าเหินสวรรค์ ถ้าฉันมาห้ามไม่ทัน แกคงเสร็จมันไปแล้ว เพราะเงินมันล่อตาล่อใจ ”

“เงิน….” หญิงสาวทำหน้าแปลกใจ

“ใช่ แล้วต่อไปนี้งานเสร็จก็ไสหัวเข้าไปรอฉันในห้อง อย่าสะเออะมาให้ใครเค้าเห็นอีก ฉันไม่อยากเสียลูกค้า อย่าลืมว่าหน้าที่ของเธอไม่ใช่แค่แหกปากกล่อมพวกผู้ชายหน้ากาม แต่มันยังรวมถึงการเก็บพรหมจรรย์เอาไว้เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของทุกคน จำใส่กะโหลกเอาไว้ซะ ”

“ ค่ะ ลินจะจำทุกคำที่แม่พูด ” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นกลั้นความเศร้าที่อยู่ในใจครั้งแล้วครั้งเล่า

“ จำแล้วทำด้วยนะย๊ะ ไม่ใช่สักแต่จะรับปากอย่างเดียว ” นางลินดาพูดไปสายตาก็เหลือบไปเห็นติ่งหูที่ว่างเปล่า ตารีเบิกกว้างหันมามองหน้าหญิงสาว แล้วตรงเข้าไปบีบแขนเล็กกลม แล้วตะคอกเสียงถาม

“ ต่างหูไปไหนนังลิน ”

“ แม่คะ ลินเจ็บ ” ดวงหน้างามเหยไปด้วยความปวด แต่แรงบีบก็เพิ่มขึ้นอีกอย่างไม่ฟังคำอุทธรณ์

“ ก็บอกมาซิ ฉันถาม ”

“ คือ คือ ลินเอาไปเก็บไว้ในห้องแล้วค่ะ ลินกลัวหาย ”
“ แน่ใจนะ ” นางลินดามองอย่างจับผิด อลินจึงกลั้นใจเชิดหน้าสบตาตอบ

“ ค่ะ ลินเอาไปเก็บที่ไว้ที่ห้องแล้วจริงๆ ” คำตอบนี้ก็ทำให้แขนเธอเป็นอิสระจากความเจ็บ แต่หากในใจยังถูกพันธนาการไปด้วยคำถามมากมาย ว่าต่างหูชิ้นสำคัญหายไปได้ยังไง ตอนไหน ที่ไหนและยังไง

“ ก็ดี เพราะถ้าเกิดหายไปล่ะก็ แกตายแน่ และพรหมจรรย์ที่มีมันคงไม่มีความหมายอีกต่อไป ”

อลินกัดริมฝีปากจนเจ็บ อาการปวดริ้วๆมาที่ศีรษะเพราะไม่สบายก่อนหน้านี้ และบางอย่างที่ต้องค้นหา ทำให้เธอต้องข่มตาลงแล้วลืมตาขึ้นเอ่ยบางอย่าง

“ ลินขออนุญาตแม่กลับบ้านก่อนได้มั๊ยคะ รู้สึกไม่ค่อยสบาย ”

“ จะไปไหนก็ไป อย่ามาเสนอหน้าแถวนี้ก็พอ แล้วหายากินซะ อย่าให้การไม่สบายของแกมันกระทบกับงานของฉันก็แล้วกัน ”

นางลินดาพูดจบก็สะบัดหน้าเดินกรีดกรายไปทางลูกค้าชายโต๊ะหนึ่ง พูดจาสำเนียงหวานใส่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเอาใจ ตรงกันข้ามกับกิริยาที่ทำเมื่อสักครู่กับเธอ ร่างบางเดินไปห้องพักด้านในร้าน วางของสำคัญที่เหลือเพียงชิ้นเดียวไว้บนโต๊ะ แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เธอไม่ชอบแต่เลี่ยงไม่ได้ออก เป็นกางเกงยีนต์สีซีดกับเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวถึงศอก ตรวจความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกบานใหญ่ ก็ต้องสะดุดกับความว่างเปล่าของติ่งหู มือบางยกขึ้นจับแล้วหรุบตามองต่างหูพลอยประกายจันทร์บนโต๊ะที่เหลือเพียงข้างเดียว ถอนใจออกมาเบาๆอย่างหนักใจ

‘ ขอให้คำอธิษฐานจากดวงดาวของลูกจงเป็นจริง ’ หญิงสาวก่นว่าในใจแล้วเงยหน้าพูดออกมากับตัวเองในกระจกเบาๆ

“ พ่อคะ ช่วยลินด้วยนะคะ ” ว่าแล้วร่างบางหยิบต่างหูข้างซ้ายมาใส่กล่องแล้วหย่อนลงในกระเป๋าสะพาย ยกขึ้นสะพายบ่าแล้วเดินออกจากร้านไปหาของสำคัญอีกข้างนึงให้เจอก่อนที่จะถึงค่ำคืนของวันพรุ่งนี้และหวังลึกๆในใจว่าอย่าให้มีคนมาเจอไปก่อนหน้าที่เธอจะเจอเลย

*****

“ เรื่องที่สั่ง เรียบร้อยรึเปล่า ” เสียงทุ้มเย็นดังออกมาริมฝีปากใต้เคราสีดอกเลาอ่อนๆ

“ เป็นไปตามแผนครับ ” ชายชุดดำตอบ

ตาใต้กรอบแว่นสีชาหยันขึ้นเล็กน้อย “ ฮึ!! จมูกมันไวกว่าที่คิด ”

“ แล้วท่านจะเอาไงต่อครับ ”

“ อยู่เฉยๆ ”

พูดจบร่างชายวัยใหญ่ก็ก้มหน้าดูแฟ้มเอกสารสีดำที่ข้ารองพระบาทเอามาให้ อ่านมันอย่างคร่าวๆแล้วปิดลงวางไว้บนโต๊ะ ชายชุดดำเห็นว่าหมดหน้าที่ของตนแล้วจึงเดินปิดประตูออกไป

ห้องทำงานที่ดูโอ่อ่าบนชั้นสองของบ้านไม้สักทองทรงไทยหลังงาม เครื่องอำนวยความสะดวกครบครันทันสมัย มีชั้นวางเอกสารมากมายทั้งที่มีกุญแจคล้องหรือไม่มี แต่กลับทึบเพราะได้รับลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศจึงไม่มีหน้าต่าง และห้องนี้ก็เข้าได้เฉพาะเจ้าของบ้านและคนที่ถูกเชิญเท่านั้น นอกจากนั้นจะเป็นใครก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาเหยียบ

ชายวัยครึ่งค่อนคนเจ้าของห้องเคาะปากกาบนโต๊ะไปมาอย่างใช้ความคิด แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเงินมากมายมหาศาลที่จะหลั่งมาเข้ากระเป๋าอย่างชนิดที่ไม่ต้องลงมือทำอะไร จนเครื่องมือสื่อสารบนโต๊ะสั่นขึ้นเบาๆจากรอยยิ้มจึงกลายเป็นหยัน ก่อนจะกดรับแล้วฟังได้ซักพัก และกรอกเสียงกลับไปสั้นๆว่า

“ ได้ซิ ”

มือใหญ่กดปุ่มปิดสาย หันไปมองกรอบรูปเล็กที่อยู่บนโต๊ะ รูปเก่าเหลืองที่มีชายหนุ่มสองคนกำลังกอดคอกัน แล้วคว่ำมันลง เงยหน้ามองไปที่กรอบรูปไม้สีทองใหญ่ที่มีรูปของตนเพียงคนเดียวที่ติดอยู่ที่ผนัง แล้วยิ้มออกมาทางแววตา

“ เสือสองตัวมันอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้หรอก ไอ้โชติ ”

*****

กรอบรูปใหญ่ติดฝาผนังของห้องทำงาน มีรูปชายหนุ่มสองคนยืนกอดคอกัน สร้างรอยยิ้มให้กับเจ้าของบ้านเมื่อนึกถึงวันวานที่ตนและศักดิ์ดาเพื่อนสนิทที่ร่วมย่องเบาเคล้าหญิงด้วยกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ จนตนเองเลิกอาชีพนี้อย่างเด็ดขาดเพื่อลูกเมีย แต่ความสนิทก็ไม่ได้จางหายตามไปด้วย

โชติหรือชื่อใหม่ว่าชาตรีวางเครื่องมือสื่อสารลงบนโต๊ะ แล้วหยิบซองขาวปริศนาขึ้นมาเปิดดู ข้างในเป็นเช็คเงินสดจำนวนหลักสิบล้านที่เขาเคยให้บุตรชายเพียงคนเดียวไป เพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการไถ่พลอยประกายจันทร์ หลังจากที่คืนหนึ่งชัชโทรมาบอกว่าเจอเบาะแสคนที่ครอบครอง แต่นี่อะไรกัน ทำไมลูกถึงเอามาคืนเขา หรือเขาจะล้มเลิกความตั้งใจจนท้อถอย แต่นั่นก็ไม่ใช่วิสัยของสายเลือดที่มีเขาอยู่ครึ่งหนึ่ง

โชติจำได้ว่าตั้งแต่ชัชอายุ 10 ขวบ เด็กชายก็มาถามถึงพลอยประกายจันทร์ที่แสงแขแม่ของเขาฝากฝังไว้ให้ก่อนจากไป เพราะพลอยประกายจันทร์เป็นของดีที่หากหญิงพรหมจรรย์มีไว้ครอบครองจะทำให้การงานหรือกิจการที่ทำรุ่งเรือง และเมื่อใดที่หญิงคนนั้นแต่งงานหรือออกเรือนไป ก็จะต้องยกให้สายเลือดที่ถือกำเนิดเท่านั้น หากได้บุตรชายก็ต้องยกให้แก่สามีแต่หากได้บุตรสาวก็ต้องให้บุตรสาวตั้งแต่กำเนิดคลอด ไม่งั้นพลอยประกายจันทร์ก็จะกลายไปเป็นเพียงแค่ก้อนกรวดไร้ค่าธรรมดาๆ ซึ่งตอนนี้เป็นที่ต้องการของนักล่าอัญมณียิ่งนัก

ในตอนนั้นโชติได้บอกชัชไปว่าพลอยประกายจันทร์หายไปแล้ว เด็กชายน้ำตาซึมเพราะคิดว่านี่คือตัวแทนของแม่ แต่พ่อกลับทำหายไป เด็กชายประกาศกร้าวว่าจะตามกลับคืนมา แต่นั่นมันก็เป็นเพียงความคิดของเด็กโดยที่โชติไม่นึกเลยว่าทุกวันนี้เด็กชายคนนั้นก็ยังคงไม่ลืมสิ่งที่ตนเองลั่นวาจาออกไป และดูท่าเขาใกล้จะทำสำเร็จเต็มที

และการนึกถึงเรื่องราวในอดีตก็ไม่ได้ทำให้ข้อสงสัยคลี่คลายลง จนหนุ่มใหญ่ต้องกดโทรหาคนที่จะให้คำตอบเขาได้ ไม่นานก็มีเสียงกรอกกลับออกมาจากเครื่องมือสื่อสาร

“ ชัช ทำไมถึงไม่รับเงินของพ่อ ”

“ ผมไม่ต้องการ ”
โชติรีบพูดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฉุนตอบกลับมา เพราะกลัวสายจะตัดไป

“ ไม่เป็นไร แต่เมื่อตอนเย็น ทำไมไม่รอพ่อ จะได้ทานข้าวกันก่อน ”

“ ผมไม่ว่าง ”

“ ชัช เมื่อไหร่จะเลิกโกรธพ่อเสียที ”

“ ตั้งแต่จำความได้ ผมไม่เคยพูดว่าผมโกรธ ”

โชติถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนกับคำตอบของลูกชายเพียงคนเดียว

“ ชัช… ถ้าคิดจะทำอะไรอยู่ก็ระวังตัวด้วย เพราะผีนรกมันผุดมาเกิดจนล้นโลก ”

“ ไม่ต้องห่วงเพราะผมจะเป็นยมบาล ”

หนุ่มใหญ่ไม่ได้เบาใจกับคำตอบ แต่กลับหนักใจเพิ่มขึ้น จากประสบการณ์มันทำให้เขาเรียนรู้หลายสิ่งจากด้านมืดของสังคม

“ แล้วนี่คิดจะทำอะไรอยู่ บอกพ่อได้มั๊ย ”

“ แค่นี้ก่อนนะครับผีเสื้อราตรีกำลังบินเข้ากองไฟ ”

โชติวางเครื่องมือสื่อสารลงบนโต๊ะแล้วมานั่งที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ นึกถึงคำตอบของบุตรชายแม้จะเป็นคำตอบที่ไม่ชัดเจนแต่คำว่าผีเสื้อราตรีก็ทำให้โชติรู้ว่าชัชกำลังต่อกรอยู่กับผู้หญิง แต่ที่โชติและชัชไม่รู้คือกองไฟที่ผีเสื้อราตรีบินเข้าหามันจะลามเลียใจคนทั้งสองต่อแต่นี้เป็นต้นไป

แสงไฟจากไฟฉายกระบอกเล็กส่องแสงไปยังใต้ถุนร้านบริเวณมุมระเบียงไม้ม่านบาหลี ร่างบางของอลินก้มๆเงยๆหาสิ่งสำคัญที่เป็นตัวแทนของความสาว ต่างหูพลอยประกายจันทร์ข้างขวาที่หลุดหายไป เธอนึกได้จากการที่เธอเอาผมไปทัดไว้ที่หูจนไม่แน่ใจว่าอาจจะหลุดมาอยู่ที่ใต้ถุนร้านก็ได้ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ

วงหน้ารูปไข่ที่แต้มด้วยเครื่องสำอางเริ่มซีด หน้าผากกลมมนชื้นไปด้วยเหงื่อ อาการปวดศีรษะยังคงมีอยู่ อากาศเริ่มหนาวเหน็บจนตัวเธอคิดว่ามันหนาวไปถึงใจ และได้หนาวไปยิ่งกว่าเมื่อมีแสงไฟเล็กอีกดวงส่องเข้ามา

อลินเงยหน้าขึ้นมองเหมือนเวลาผ่านไปชั่วกัปชั่วกัลป์ เพราะไม่กล้าสู้ความจริงที่ต้องเปิดเผยแก่นางลินดาแม่ของตนว่าสิ่งสำคัญหายไป ก่อนจะเป่าปากออกมาเมื่อเห็นสาวร่างท้วมที่คุ้นเคย

“ ป้าจันทร์ ”

“ อ้าว หนูลินนี่เอง ”

หญิงสาวเก็บกระบอกไฟฉายลงในกระเป๋า แล้วปัดมือที่เปื้อนฝุ่นดินที่แหวกหาของก่อนหน้านี้ออกเล็กน้อย ก่อนพุ่มมือไหว้คนตรงหน้า

“ สวัสดีค่ะ ”

“ หวัดดีจ๊ะ หนูมาทำอะไรตรงนี้ ป้าเห็นหนูก้มๆเงยๆก็นึกว่าใครเลยเข้ามาดู ”

นางจันทรเป็นแม่ครัวเก่าแก่ของห้องอาหารลินดา นางเห็นอลินตั้งแต่เล็กแต่น้อย จึงเอ็นดูเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง เพราะแม้จะเป็นลูกของเจ้านายแต่หญิงสาวก็ไม่เคยถือเนื้อถือตัว และชอบเข้ามาช่วยทำครัวตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิง

“ อ๋อ ลินทำของหล่นน่ะค่ะ แต่หาเจอแล้ว ” เธอตอบรับยิ้มเต็มไปหน้าและจำเป็นต้องพูดปดกลับไป

“ งั้นก็ดีแล้ว แต่หน้าหนูซี๊ดซีดนะ ไม่สบายรึเปล่า ”

“ นิดหน่อยค่ะ ลินกำลังจะกลับบ้านไปพัก ”

“ จ๊า งั้นป้าไม่กวนแล้ว ขับรถกลับดีๆนะคะ ป้าขอตัวไปทำงานต่อ ”

หญิงสาวพยักหน้าตอบรับ แล้วมองร่างท้วมที่เดินขึ้นไปจนลับตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง หยิบกระบอกไฟฉายขึ้นมาส่อง แล้วหมุนตัวกลับมาทางเดิม แต่ก็ต้องเบิกตากว้างสุดขีด เมื่อเจอกับใครเข้าอีกคนที่เอาผ้าปริศนาขึ้นมาปะจมูกของเธอ จนต้องดิ้นรนสุดชีวิตแล้วตาหวานก็ผล็อยสลบไปเพราะฤทธิ์ยา


ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ค่ะ

จุฑารา



จุฑาราา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 23 เม.ย. 2555, 21:13:29 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 23 เม.ย. 2555, 23:04:39 น.

จำนวนการเข้าชม : 1707





<< ตอนที่1   ตอนที่ 3 >>
จุฑาราา 24 เม.ย. 2555, 07:40:30 น.
ตอบคอมเม้นต์
คุณเทียนจันทร์ : ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่บอกข้อบกพร่องให้ ขอบคุณจริงๆค่ะ

คุณมะลิ คุณธนพร คุณม่านฝัน : คอมเม้นต์ของพวกคุณสร้างกำลังใจมากมายให้

คนเพิ่งเริ่มเตาะแตะชิมงานเขียนมากๆ อ่านแล้วประทับใจมากค่ะ


มะลิ 24 เม.ย. 2555, 08:03:11 น.
จับตัวลูกสาวเขาไปเพราะฤทธิ์ยาหรือฤทธิ์ใจกันแน่ พ่อพระเอก


Pat 24 เม.ย. 2555, 09:22:41 น.
น่าติดตามตอนต่อๆไป


ธนพร 24 เม.ย. 2555, 10:25:21 น.
โอ้ววว มิเป็นไรค่ะ เพราะดิฉันสนับสนุนงานเขียนอยู่แล้ว
มาตอนต่อไปไวๆนะคะ


ตุ๊กตาสีนำ้เงิน 24 เม.ย. 2555, 21:19:32 น.
น่าสนใจที่สุดเลยคะ


จันทร์นภา 25 เม.ย. 2555, 23:01:19 น.
ภาษาอ่านแล้วสละสลวยมากจ้ะ เพลินเลย ^^


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account