หลงบ่วงวิวาห์(จบจ้า)
วิวาห์พาหัวใจทั้งสองดวง
ให้หลงบ่วงสู่ห้วงแห่งรัก
ก่อเกิดเป็นวิมานร่วมทอถัก
สายใยรักปักลงกลางทรวง

Tags: รักโรแมนติก

ตอน: ตอนที่ 4 วันวิวาห์

หลังจากทะเลาะกันในวันนั้นจิรัชยาก็ไม่ได้เห็นหน้าภูธนิกอีกเลยจนถึงวันวิวาห์ หญิงสาวดูไม่ยินดียินร้ายสักเท่าไรนักกับข่าวคราวที่เงียบหายของเจ้าบ่าวหรือแม้กระทั่งตอนนี้ที่ทราบว่ายังตามตัวเขาไม่พบเมื่อใกล้เวลาเริ่มพิธีเข้ามาทุกทีเธอก็ยังทำเฉย

คุณลัลดามารดาของเขาเดินไปเดินมาอยู่ในห้องแต่งตัวซึ่งอยู่ภายในบ้านของท่านเองที่ใช้เป็นสถานที่จัดพิธีในยามเช้า ส่วนงานเลี้ยงในตอนเย็นนั้นจัดที่โรงเรียนหรูซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าเจ้าบ่าวนั้นเป็นถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่

“ดา หยุดเดินสักทีเถอะฉันเวียนหัวจะแย่แล้ว” คุณรวงแก้วต้องเอ่ยปรามเพื่อนสนิทที่ดูมีท่าทีพลุ่งพล่านเมื่อยังตามตัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่พบทั้งที่พิธีแต่งงานจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

“ก็จะให้ฉันนั่งเฉยๆ ได้อย่างไรล่ะ แขกเรื่อก็เริ่มทยอยกันมาแล้วแต่เจ้าบ่าวยังไม่โผล่หัวมาเลย”

“ถ้าพี่ภูยังไม่มาก็ไม่ต้องทำพิธีได้หรือเปล่าคะคุณป้า เราแค่จดทะเบียนกันเฉยๆ ได้หรือเปล่าคะ”

“โธ่...หนูจ๋าของป้า เรื่องได้น่ะมันได้นะลูก แต่ป้าจะทำแบบนั้นได้อย่างไร ป้าสงสารหนูจ๋า จะแต่งงานกับเขาทั้งทีพิธีก็ไม่ได้จัด”

คุณลัลดาเดินเข้ามาสวมกอดว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสงสาร หันไปสบตากับเพื่อนสนิทแวบหนึ่งด้วยความหวาดหวั่นราวกับไม่มั่นใจเสียแล้วว่าสิ่งที่พวกเธอกำลังทำอยู่กับลูกๆ เวลานี้มันถูกหรือไม่

“หนูจ๋าไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณป้า ก็เจ้าบ่าวไม่มาเข้าพิธีนี่คะ จะให้ทำอย่างไรได้”

ตัวจิรัชยาเองนั้นทำใจได้ตั้งแต่วันที่เขาประกาศโต่งๆ แล้วว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงการแต่งงานเล่นๆ เท่านั้น ก็ในเมื่อมันเป็นแบบนั้นแล้วก็ไม่เห็นว่าจะจำเป็นต้องทำอะไรให้มันสวยหรู

“มาแล้วค่ะมาแล้ว คุณภูกลับมาแล้วค่ะ”

เสียงร้องโวยวายของเด็กรับใช้ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพลอยทำให้คนในห้องต้องตกอกตกใจไปด้วย โดยเฉพาะคุณลัลดาที่แทบจะถลาออกไปทันที

“หนูจ๋า ไม่ลงไปรับพี่เขาหรือลูก” คุณรวงแก้วหันมาถามลูกสาวเล็กน้อยเมื่อเห็นยังนั่งอยู่หน้าโต๊ะกระจกเครื่องแป้งไม่ขยับ

“ไม่ล่ะคะคุณแม่ หนูจ๋ารอลงไปทีเดียวตอนเข้าพิธีเลยดีกว่า”

“ถ้าอย่างนั้นก็รออยู่ในนี้นะ ถ้าถึงเวลาแล้วแม่จะให้เด็กมาเรียก”

เมื่อมารดาเดินออกจากห้องไปแล้วจิรัชยาก็อดไม่ได้ที่จะเดินออกไปเมียงมองที่ระเบียงห้องซึ่งยื่นออกไปทางหน้าบ้านพอดี แล้วหญิงสาวก็ต้องบิดริมฝีปากเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างสูงของว่าที่เจ้าบ่าวก้าวลงจากรถโดยมีแม่ยอดชู้ของเขาคอยประคับประคองกันลงมาอย่างไม่นึกอายว่านี่มันเป็นงานแต่งของใคร

“ฮึ! คงจะไปต่อกันมาทั้งคืนละสิท่า ถึงได้กลับมาในสภาพอย่างนี้”

จิรัชยาบ่นพึมเมื่อเดินกลับมานั่งที่เก่า คำพูดที่เขาสบประมาทเธอเมื่อวันนั้นยังคอยวนเวียนตามหลอกหลอน ทำให้ต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องทำอย่างไรหนอ ถึงจะทำให้คนอย่างภูธนิกยอมมาสยบแทบเท้าเธอได้



“คุณแม่ครับ เลิกบ่นได้แล้ว แขกมากันเต็มบ้านแล้วครับ”

ภูธนิกต้องหันไปปรามมารดาเมื่อโดนบ่นตั้งแต่ตอนที่เขาลงจากรถจนขึ้นไปแต่งตัวแล้วลงมายืนรอรับเจ้าสาวอยู่ตรงจุดที่ใกล้กับบันไดทางขึ้นชั้นบน ซึ่งเวลานี้ทุกคนต่างมารวมตัวกันอยู่ที่นี่เพื่อยลโฉมเจ้าสาว แต่ภูธนิกกลับยังโดนมารดาบ่นอยู่ข้างๆ หูตลอดเวลา

“ก็จะไม่ให้แม่บ่นได้อย่างไร วันนี้แกเกือบทำเสียเรื่องแล้วเชียวนะ แล้วเมื่อเช้าดีว่าแขกยังมากันไม่เยอะไม่อย่างนั้นฉันคงได้อับอายที่ลูกชายจะแต่งงานอยู่วันนี้แล้วยังจะมีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่เจ้าสาวโอบประคองพากันมาส่งถึงหัวบันไดบ้าน”

“แน่ะๆ บ่นอีกแล้วครับคุณแม่ ดูสิน้ำหมากเยิ้มเชียว” ภูธนิกอยากให้มารดาเลิกบ่นเขาสักทีก็เลยแกล้งหยอกไปจึงโดนค้อนกลับ

“ไม่ต้องมาทำเป็นเล่นเลยนะ ฉันไม่มีอารมณ์จะเล่นไปกับแกหรอก คนอะไรทำผู้ใหญ่หัวใจเกือบวาย”

“โธ่...ถึงอย่างไรผมก็มาทันล่ะ ไม่ปล่อยให้ยัยหนูจ๋าคนดีของคุณแม่ต้องอับอายขายขี้หน้าเป็นหม้ายขันหมากหรอกครับ”

“เงียบ! ไว้พูดกันหลังเสร็จพิธี...หนูจ๋าเดินลงมาโน่นแล้ว” คุณลัลดากระซิบบอกพร้อมกับตีแขนเจ้าบ่าวเบาๆ เป็นเชิงให้หันไปสนใจเจ้าสาวของตัวเอง

ภูธนิกถอนหายใจเล็กน้อยราวกับว่ากำลังหนักอกหนักใจกับอะไรสักอย่าง ใบหน้าคมนั้นดูไม่ยินดียินร้ายเลยสักนิดเมื่อหันไปมองทางเจ้าสาวของเขา แต่แล้วเมื่อดวงตาคมกริบพบกับภาพของหญิงสาวร่างระหงที่เดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ ด้วยชุดไทยจักรีสีชมพูอ่อนเขาก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปด้วยความตกตะลึง

ใบหน้าสวยงามหมดจดที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตนั้นยิ่งส่งให้จิรัชยาดูราวกับเทพธิดาองค์ใดองค์หนึ่งก็ไม่ปาน ภูธนิกไม่ได้ยินเสียงฮือฮาของคนรอบข้างหรือแม้กระทั่งเสียงเรียกของมารดาที่บอกให้เขาเข้าไปรับเจ้าสาว เขามารู้สึกตัวอีกทีก็เมือมีมืออบอุ่นนุ่มนิ่มมาแตะเบาๆ ที่ต้นแขน

“ตั้งสติหน่อยสิคะพี่ภู ใจลอยไปถึงไหนแล้ว”

เสียงหวานใสที่กระซิบคล้ายตำหนิกลายๆ นั่นแหละที่ทำให้ภูธนิกต้องกระพริบตาถี่ๆ เพื่อมองหน้าคนพูดให้เต็มตา แล้วเมื่อเห็นว่าหญิงสาวมายืนอยู่แนบข้างเขาก็ต้องตาเบิกกว้างเพราะรู้แน่แล้วว่าแม่เทพธิดาเมื่อครู่ที่เห็นนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆ เขาไม่ได้ตาฝาด

จิรัชยาอยากจะชักสีหน้าใส่เขาแต่ก็ทำไม่ได้เพราะแขกเหรื่อกำลังมองอยู่ จึงได้แต่ส่งยิ้มหวานหยดให้เขาอย่างที่ไม่เคยนึกอยากจะทำมาก่อนเลยในชีวิต หากหญิงสาวไม่รู้หรอกว่าเพราะรอยยิ้มหวาดหยดย้อยของเธอนั่นแหละที่ทำเอาเจ้าบ่าวใจลอยตลอดการเข้าพิธี

“พี่ภู คุณน้าท่านถามคะ”

หญิงสาวต้องคอยสะกิดเขาเป็นระยะๆ เพราะชายหนุ่มทำท่าไม่อยากจะรับรู้อะไรสักอย่าง แม้ขณะนั่งเคียงข้างกันตอนรดน้ำสังข์เขาก็ยังเหม่อได้

“หา...ถามว่าอะไร?” ภูธนิกหันมาถามเจ้าสาวด้วยใบหน้าเหลอหลา

“โอ๊ย...ท่านไปโน่นแล้ว” จิรัชยาแอบทำหน้ายุ่งใส่เขาก่อนจะหันไปยิ้มรับแขกผู้อาวุโสที่เดินมารดน้ำสังข์คนต่อไป

ภูธนิกเองก็เริ่มจะหงุดหงิดตัวเองแล้วเหมือนกันที่เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อย่างเคย อาจเป็นเพราะว่าเมื่อคืนเขานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเพราะอยู่กับมุจลินทร์ทั้งคืนกระมัง คงไม่ใช่เพราะใครสวยจนบาดตาบาดใจหรอก แต่จะว่าไปแล้วจิรัชยาก็สวยจริงๆ นั่นแหละ สวยแปลกไปกว่าทุกวันที่เขามักจะค่อนว่าจืดชืด

ชายหนุ่มต้องหันกลับไปจ้องมองเสี้ยวหน้าของเจ้าสาวอีกครั้ง คราวนี้เขาตั้งใจมองอย่างพินิจเลยทีเดียว มองอย่างจะให้เห็นว่าที่ผ่านมาเขามองว่าเธอจืดชืดได้อย่างไรกันก็ในเมื่อออกจะสวยหวานขนาดนี้ และเป็นจังหวะเดียวกับที่จิรัชยาก็หันกลับมามองเขาพอดีสายตาสองคู่จึงประสานกันโดยบังเอิญ

“อะไรคะ เหม่ออีกแล้ว” จิรัชยานั้นไม่ได้คิดอะไรนอกจากเห็นว่าเขาเหม่ออีกแล้ว

“เหม่ออะไรล่ะ”

ภูธนิกบ่นอุบก่อนจะหันไปมองทางอื่น แล้วสายตาก็พลันไปปะทะเข้ากับร่างสูงของเพื่อนสนิทจิรัชยาพอดี แต่ฝ่ายนั้นดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิดนอกจากเจ้าสาวของเขา

‘เฮอะ! มองได้มองไป ถึงอย่างไรก็ได้แค่มองละว้า...’



หลังจากเสร็จสิ้นพิธีในยามเช้าแล้วก็ถือว่าทั้งสองเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามประเพณีและกฎหมาย เพราะจดทะเบียนสมรสกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และแทนที่คู่บ่าวสาวจะได้เป็นคนเก็บใบสมรสเอาไว้แต่กลับเป็นเหล่ามารดาของคนทั้งคู่แทนเสียนี่ที่แยกกันเก็บไว้คนละใบ

“ตอนรดน้ำฉันเห็นนายเพื่อนสนิทเธอมันมองเธอตาปรอยเลยนะ”

ภูธนิกเข้าไปพูดใกล้ๆ หูเมื่อนั่งรวมกันอยู่ที่ห้องรับแขกหลังจากที่บรรดาแขกเหรื่อในงานต่างทยอยกันกลับไปหมดแล้ว

“วัชเขากลับไปแล้ว พี่ภูเลิกพูดสักทีเถอะ”

จิรัชยาแสดงท่าทีว่ารำคาญ ใจจริงเธออยากจะลุกไปเปลี่ยนชุดมากกว่าจะมานั่งอยู่ตรงนี้แต่ก็ทำไม่ได้เพราะว่าคุณลัลดาบอกว่ามีเรื่องจะต้องพูดกับเธอและภูธนิก ซึ่งให้จิรัชยาเดาก็คงจะไม่พ้นเรื่องของมุจลินทร์

“ตาภู ไหนขยับมานั่งใกล้ๆ แม่สิ”

คุณลัลดากวักมือเรียกลูกชาย แต่ภูธนิกกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ละครับ เดี๋ยวคุณแม่ทำร้ายร่างกายผม”

“แล้วอยู่ตรงนั้นคิดหรือว่าจะไม่โดน หนูจ๋าลูก ตบตาภูให้แม่ทีหนึ่งสิลูก” คุณลัลดาไม่ยี่หระหันไปอ้อนจิรัชยาให้ทำแทนเสียอีก จนคุณรวงแก้วต้องเอ่ยปราม

“ดาก็...เล่นเป็นเด็กไปได้น่า”

“แหม...ก็ฉันหมั่นไส้มัน นอกจากหน้าตาดีแล้วมันไม่มีอะไรดีสักอย่าง นี่ไม่รู้ว่าฉันคิดผิดหรือคิดถูกที่ยกหนูจ๋าให้มัน”

“คุณแม่ครับ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า แม่เป็นแม่ผมนะ ไม่ใช่แม่หนูจ๋า”

“ก็ถ้ายังเห็นว่าฉันเป็นแม่อยู่ แล้วทำไมแกยังกล้าพาแม่นั่นมาเหยียบบ้านฉัน” คุณลัลดายังไม่หายโกรธเรื่องเมื่อเช้า ถึงแม่จิรัชยาจะดูไม่เป็นเดือดเป็นร้อนก็เถอะ แต่เธอนี่แหละจะออกรับแทนเอง

“นึกถึงใจหนูจ๋าเขาบ้างไหม?”

“อะไรละครับคุณแม่ ผมก็บอกแล้วว่ามุจเขาแค่พาผมมาส่ง ไม่ได้อยากจะมาเหยียบบ้านคุณแม่นักหรอกน่า”

“ไม่รู้ล่ะ ฉันขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยว่า ต่อไปแกห้ามพาแม่นั่นมาให้หนูจ๋าเห็นหน้าอีก ไม่ว่าจะในระยะใกล้หรือไกล ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือนเชียวนะ”

“เรื่องอะไรคุณแม่ต้องมาขู่ผมด้วยล่ะ หนูจ๋าเขาไม่เห็นจะว่าอะไรเลย จริงไหมหนูจ๋า” ภูธนิกหันไปหาจิรัชยาแต่หญิงสาวกลับหันไปเออออกับมารดาเขาเสียได้

“หนูจ๋าแล้วแต่คุณป้าค่ะ คุณป้าว่าอย่างไร หนูจ๋าก็ว่าอย่างนั้นค่ะ”

“ไม่ต้องเรียกป้าแล้วลูก เรียกแม่ดีกว่า ผู้หญิงคนอื่นของตาภูจะได้รู้สักทีว่าฉันน่ะมีลูกสะใภ้แล้ว” ขณะพูดคุณลัลดาก็ปรายตามองลูกชายเล็กน้อย

“ฉันว่าเลิกพูดแล้วก็ปล่อยเด็กๆ ไปเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงคืนนี้จะดีกว่าไหมดา เรื่องพวกนี้ปล่อยให้เขาจัดการกันเอาเองเถอะ อย่างไรก็โตๆ กันแล้ว คงจะจัดการกันได้อยู่หรอก”

คุณรวงแก้วแทรกขึ้นเป็นการตัดบท เพราะไม่อยากจะให้คุณลัลดาต้องไปสร้างความกดดันให้กับหนุ่มสาวมากนัก เธอเชื่อว่าของอะไรที่มันคู่กันแล้ว ถึงอย่างไรมันก็ต้องคู่กันอยู่วันยังค่ำนั่นแหละ ไม่ต้องมีใครไปคอยขีดเส้นอะไรไว้ให้เดินมันก็มาบรรจบกันได้

“แต่หนูจ๋าว่า ทางที่ดีคุณแม่ควรจะต้องเตรียมบอกแขกในงานแล้วล่ะคะว่าอาจจะไม่มีเจ้าบ่าวอยู่ในงานด้วย”

จิรัชยาเอ่ยขึ้นเรียบๆ เมื่อหันไปเห็นว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอนั้นปิดปากหาวยกใหญ่ คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่หายไปกับมุจลินทร์ทั้งคืนนั้นไปทำอะไรกันมาบ้าง

“อ้าว...ทำไมละหนูจ๋า” คุณลัลดาถึงกับแปลกใจ

“ก็ดูสภาพพี่ภูตอนนี้สิคะ คงจะไปไม่ไหวหรอกค่ะ ขืนปล่อยไปก็มีแต่จะไปหลับพับกลางงานให้อายแขกเสียเปล่าๆ”

“แล้วหนูจ๋าจะไปคนเดียวหรือลูก พิลึกคน” คุณรวงแก้วถึงต้องยกมือขึ้นทาบอกเลยทีเดียวกับความคิดของบุตรสาว

จิรัชยาอยากจะบอกมารดาว่ามันพิลึก ตั้งแต่ที่พวกเขาตัดสินใจจับเธอกับภูธนิกแต่งงานกันแล้ว ก็มีอย่างที่ไหนกันที่คนสองคนต้องมาแต่งงานกันเพราะเหตุผลบางอย่างที่ไม่ใช่ความรัก

“งั้นหนูจ๋าก็ไม่ต้องไป ไปเรือนหอกับพี่”

“เอาจริงหรือตาภู” คุณลัลดาไม่ค่อยไว้ใจเท่าไรนัก

“จริงครับคุณแม่ ก็ดีเหมือนกันผมเองก็ง่วงมาก จะให้ไปยืนยิ้มรับแขกคืนนี้ก็คงจะไม่ไหว อย่างไรก็ขอตัวไปนอนก่อนก็แล้วกันนะครับ คุณแม่ก็บอกแขกไปนะครับว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวเกิดไม่สบายกะทันหันทำให้ไปร่วมงานเลี้ยงไม่ได้”

พูดจบภูธนิกก็ลุกขึ้นจูงเจ้าสาวออกจากบ้านไปดื้อๆ เล่นเอาคุณลัลดากับคุณรวงแก้วต้องหันมามองหน้ากันเหลอหลา

“ปล่อยไปดีไหมรวง?” คุณลัลดาถามเพื่อนเหมือนไม่แน่ใจ

“ก็...คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ เราขีดเส้นทางให้พวกเขาเดินมาเยอะแล้วนะดา ปล่อยๆ ให้เขาหาทางเดินกันเอาเองบ้างเถอะ ความรักเธอไม่เข้าใจหรือว่ามันยากถ้าจะเกิดขึ้นในภาวะจำยอมแบบนี้”

“ก็ได้...ปล่อยก็ปล่อย แต่ถ้าถึงเวลานั้นล่ะ หนึ่งปีมันก็ไม่นาน ถ้าหากว่าเขาสองคนยังไม่รักกัน เราจะทำอย่างไรดี รวง...ฉันกลัวจริงๆ นะ”

“เราทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ รอเวลาให้ความรักมันเกิดของมันเอง”

คุณรวงแก้วก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้มากกว่านี้นอกจากคำว่า ‘รอ’ เงื่อนไขทั้งหมดที่เธอกับคุณลัลดาได้สร้างขึ้นนั้นก็เพื่อเป็นการชี้นำหนทางแห่งรักให้เกิดกับลูกๆ ของพวกตน แต่ถ้าหากว่าพวกเขาไม่ยินดีจะเดินเข้าสู่หนทางแห่งรักนั้น เธอเองก็คงจะไปบังคับให้พวกเขาเดินต่อไปไม่ได้เช่นกัน



จิรัชยายืนมองเรือนหอของเธอกับเขาอยู่เนิ่นนานนับจากที่ก้าวลงจากรถเบนซ์คันหรูของเจ้าบ่าวซึ่งนับจากนี้จะเปลี่ยนสถานะเป็นคำว่าสามี

บ้านหลังขนาดกลางสองชั้นทรงทันสมัยที่คุณลัลดาให้ไว้เป็นของขวัญแต่งงานถูกแวดล้อมด้วยหมู่มวลของดอกไม้นานาพรรณที่กำลังชู่ช่อออกดอกสวยงาม หญิงสาวเคยมาชมอยู่หลายครั้งก่อนจะต้องย้ายเข้ามาอยู่จริงในวันนี้ แต่ครั้งไหนที่มาก็ไม่รู้สึกหวาดหวั่นเท่ากับครั้งนี้

“ยืนทำอะไรน่ะหนูจ๋า ไม่เข้าบ้านหรือไง พี่ง่วงจะตายแล้วนะ”

ภูธนิกต้องเดินออกมาตามเจ้าสาวของเขาเมื่อหญิงสาวไม่ยอมเดินตามเขาเข้าไปในบ้าน แต่เพียงแค่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนเรียวแขนของเธอเท่านั้นหญิงสาวก็เบี่ยงกายหลับในทันที

“เอ่อ...หนูจ๋ายังไม่อยากเข้าบ้าน พี่ภูเข้าไปก่อนเถอะ หนูจ๋าอยากเดินดูอะไรสักพัก”

“ทั้งชุดนี้เนี่ยนะ” เขาว่าพลางมองที่ชุดไทยจักรีซึ่งหญิงสาวยังคงสวมอยู่เต็มยศ

“ค่ะ”

“พี่ไม่ยอม พี่จะนอนหนุนตักหนูจ๋า” ภูธนิกบอกอย่างคนเอาแต่ใจ

“บนห้องนอนมีเตียง มีหมอน แล้วก็มีผ้าห่มครบชุด ไม่จำเป็นต้องพึ่งตักของหนูจ๋าหรอกค่ะ”

“ก็ตักหนูจ๋ามันนุ่มกว่าหมอนนี่ เคยหนุนมาแล้วพอจะจำได้หรอกน่า อะไรกัน หนูจ๋าเป็นเมียพี่นะ แค่นี้ทำไมต้องหวงด้วย” เขาเริ่มไม่สบอารมณ์ที่เธอยังดื้อดึงไม่ยอมตามใจง่ายๆ

“หนูจ๋าไม่ใช่เมียพี่ภู ก็แค่บุคคลในหน้าที่ เมียพี่ภูน่ะคุณมุจลินทร์โน่น”

“อ้าวเหรอ...พี่ก็เพิ่งรู้ ขอบใจนะที่ช่วยเตือนสติว่าหนูจ๋าน่ะแค่บุคคลในหน้าที่ แต่ว่าตอนนี้พี่ต้องการให้บุคคลในหน้าที่ ไปปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองคือการให้ผัวหนุนตัก แค่นี้น่ะพอจะทำได้ไหม”

“พี่ภูหยาบคาย อยู่กับหนูจ๋าอย่ามาใช้คำนี้นะ”

จิรัชยาถึงกับหน้าร้อนผ่าวเพราะสรรพนามบาดหูของเขาที่คงจะใช้พูดกับมุจลินทร์บ่อยละสิท่า ถึงได้เผลอเอามันมาใช้กับเธอ

“อ้าว คนเป็นผัวเมียกัน ไม่ให้ใช้คำนี้แล้วจะให้ใช้คำไหน”

“ก็...สามีก็ได้” หญิงสาวอุบอิบบอกเขา ใบหน้านั้นแดงระเรื่อซับสีเลือดขึ้นมาทันตาเห็น

ภูธนิกที่มองอยู่ก่อนแล้วถึงกับหายใจแรงเมื่อได้มองปากแดงๆ แก้มแดงๆ ที่เขาเคยค่อนแคะว่าจืดชืดนักหนา

“อ้อ เพิ่งจะรู้ว่าคำว่าสามีมันเพราะกว่าคำว่า...ผัว”

“พี่ภู!” จิรัชยาเผลอยกฝ่ามือขึ้นเตรียมตวัดใส่ใบหน้าเขาด้วยความฉุนเฉียวที่ถูกเขายั่วโมโห แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์ไปตบหน้าเขาก็เลยลดมือลงเสียเฉยๆ แล้วเม้มริมฝีปากแน่นจนตัวเองยังรู้สึกเจ็บ

ภูธนิกเห็นแบบนั้นก็ยิ้มกริ่มรีบคว้ามือข้างนั้นของหญิงสาวขึ้นมากุมไว้มั่น

“จะตบอีกแล้ว เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าตบมาก็ไม่จูบกลับหรอก แต่สงสัยว่าหนูจ๋าคงจะลืมก็เลยชอบแต่จะตบพี่อยู่เรื่อยเพราะคิดว่าพี่คงจะจูบกลับงั้นใช่ไหม ไม่เป็นไร...เมื่ออยากได้นักก็จะจัดให้”

จิรัชยาเผยอริมฝีปากเตรียมจะโต้ตอบเขาออกไปแต่แล้วก็ได้แค่นั้นเมื่อคำพูดต่างๆ นาๆ ถูกปิดลงด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งเคยได้สัมผัส ซึ่งภูธนิกนั้นจดจ่ออยู่นานแล้วและเมื่อได้โอกาสเขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะกระทำในสิ่งที่เคยบอกเอาไว้ว่าไม่คิดจะทำกับผู้หญิงคนนี้

คราแรกที่สัมผัสภูธนิกไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักนอกจากความนุ่มละมุ่นของกลีบปากอวบอิ่มที่เขากำลังได้รับอยู่ แต่เมื่อได้ซุกไซ้เข้าไปในอุ้งปากร้อนชื้นโดยไม่ตั้งใจแล้วเขากลับพบกับความหวานล้ำอย่างน่าอัศจรรย์จนเผลอตักตวงเอาจากริมฝีปากคู่งามอย่างดูดดื่มโดยไม่รู้ตัว

หญิงสาวรู้สึกราวกับว่าตัวเองจะจ่มน้ำตายเสียให้ได้เมื่อจู่ๆ ก็ต้องมาถูกปล้ำจูบแรกเอาแบบไม่ทันได้ตั้งเนื้อตั้งตัว ยิ่งอ้อมแขนของเขารัดร่างบอบบางของเธอแน่นขึ้นเท่าไรหญิงสาวก็รู้สึกคล้ายกับตัวเองจะหายใจไม่ออกจนต้องเปล่งเสียงครางประท้วงออกมาอู้อี้ใต้จุมพิตที่บอกกับตัวเองว่าป่าเถื่อนนี้

“อื้อ...”

ภูธนิกจำต้องค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดายเพราะรู้ว่าเธอยังใหม่และคงต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก ส่วนตัวเขานั้นอยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาดใหญ่ๆ ที่ปล่อยให้เธอหลบซ่อนตัวเองอยู่ในสวนได้อย่างไรตั้งหลายปีโดยที่เขาไม่เคยรู้เลยว่าผลผลิตจากสวนที่อยู่ในอ้อมแขนเขาเวลานี้นั้นหอมหวานยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่เคยได้ลิ้มลองมา

จิรัชยาถึงกับหายใจหอบ ร่างกายเหมือนไร้เรียวแรงจนต้องอาศัยร่างหนาเป็นที่พักพิง แต่เมื่อสติที่เลอะเลือนนั้นกลับคืนมาก็ทำท่าจะรีบขยับห่างราวถูกของร้อน หากทำไม่สำเร็จเมื่อถูกช้อนอุ้มด้วยวงแขนแข็งแรงเสียก่อน

“จะไปไหนเล่า เข้าบ้านสิ” น้ำเสียงทุ้มจนผิดหูนั้นดังชิดหน้าผากมน

“อุ้มไหวหรือคะ ไม่ต้องอุ้มหรอกหนูจ๋าเดินเองได้” หญิงสาวก้มหน้างุดขณะปฏิเสธเขา อับอายจนไม่กล้าสู้หน้า

“อุ้มน่ะไหวแน่ แต่ถ้าจะให้ทำอย่างอื่นล่ะก็เห็นทีจะทำไม่ไหว ขอแปะโป้งเอาไว้ทำวันอื่นก็แล้วกันนะ”

“บ้า...” จิรัชยาต่อว่าเขาเสียงอุบอิบขณะชายหนุ่มอุ้มเธอเดินเข้าบ้าน แต่แล้วต้องรีบคว้าลำคอเขาไว้แน่นเพราะไม่มั่นใจกับสวัสดิภาพของตัวเองเมื่อเขาพาก้าวขึ้นบันได

“พี่ภูปล่อย เดี๋ยวหนูจ๋าตก”

“ไม่ตกหรอกน่า อย่าดิ้นก็แล้วกัน” เขาขู่ชิดหน้าผากมนจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายบอบบางที่แนบอกอยู่

“ถ้าทำตกหนูจ๋าจะฟ้องคุณแม่”

“แม่ไหน แม่พี่หรือว่าแม่หนูจ๋า” เขาถามไปเรื่อยขณะอุ้มเธอก้าวขึ้นบันไดอย่างระมัดระวัง

“แม่พี่ภูน่ะสิ” จิรัชยาย่นจมูกใส่เขาขณะตอบจนได้เห็นรอยยิ้มนิดๆ ของคนที่อุ้มเธออยู่ เล่นเอาคนไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเขาบ่อยนักถึงกับมองค้าง

“ฟ้องถูกคนเสียด้วยแฮะ”

ภูธนิกว่างร่างบางลงบนเตียงนอนหลังใหญ่อย่างละมุนละม่อมเมื่อเข้ามาถึงห้องนอนซึ่งจะใช้เป็นห้องหอสำหรับคืนนี้ เห็นหญิงสาวหันมองซ้ายขวาก็สงสัยจนต้องเอ่ยถาม

“มองอะไร?”

“ก็มองว่าพี่ภูแอบพาใครมาซ่อนอยู่ก่อนหน้านี้หรือเปล่าสิคะ”

“โธ่...ก็อยากอยู่หรอกนะ แต่กลัวคุณลัลดารู้แล้วจะเป็นเรื่อง” เขาไหวไหล่ให้เธอเบาๆ ขณะพูด ก่อนจะทรุดกายลงนอนหนุนตักนุ่มนิ่มของคนที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว

“โอ๊ย...นึกอยากจะนอนก็นอน ให้หนูจ๋านั่งดีๆ ก่อนก็ไม่ได้” จิรัชยาผลักศีรษะเขาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดเมื่อเขานอนทับหน้าตักเธอทั้งที่ยังนั่งห้อยขาอยู่ริมเตียง ยังไม่ทันจะได้ยกขาขึ้นไปนั่งให้สบายเลยด้วยซ้ำ

“ง่วงแล้วน่า...” ภูธนิกว่างึมงำเมื่อหลับตาลง

“จะไม่ให้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนหรือไง...พี่ภู” หญิงสาวร้องเรียกเขาอย่างขัดใจที่เขามักเอาแต่ใจตัวเองอยู่เรื่อย ตอนนี้ก็ทำท่าเหมือนจะหลับไปแล้วเสียอีก

“คนอะไร ตักเมียตัวเองไม่เคยหนุนหรือไง ชอบมาหนุนตักคนอื่นอยู่เรื่อย”

คนอื่นที่ว่านั้นทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาไปอย่างนั้นเอง พอเห็นเขาหายใจเข้าออกสม่ำเสมอก็ไม่กล้าเอ่ยไล่ จำต้องปล่อยให้เขานอนหลับไปทั้งที่เธอยังนั่งห้อยขาอยู่อย่างนั้น ก็ให้ทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อเธอกำลังเล่นบทเป็นแม่พระอยู่นี่นา จะออกฤทธิ์ออกเดชมากก็เดี๋ยวเขาจะพาลเบื่อเอาแล้วเธอก็จะแพ้ให้กับคำสบประมาทของเขาจนได้

จิรัชยาบอกกับตัวเองว่าเธอไม่มีวันยอมให้เขาเบื่อเธอเพียงแค่ครั้งเดียวอย่างที่เขาพูดเป็นแน่ แต่ตอนแรกที่หวาดหวั่นจนไม่กล้าแม้แต่จะเดินตามเขาเข้าบ้านนั่นก็เพราะว่ายังอาย รวมถึงกังวลว่าหากเขาเริ่มเรียกร้องเอาครั้งเดียวนั้นจากเธอขึ้นมาจริงๆ แล้วเธอควรจะต้องทำอย่างไรให้เขาประทับใจจนลืมคำว่าเบื่อหน่ายไปได้

อย่า!...อย่าเพิ่งคิดถึงคืนวิวาห์แสนหวาน เพราะมันจะไม่เป็นแบบนั้นหรอก หึหึ
แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ อิอิ

...............................

ทักทายจากตอนที่แล้วค่ะ

คุณหนอนฮับขา ยังหรอก คงยังไม่ถึงคราวหนูจ๋า ฮี่ๆ

คุณมะดันขา ขอบคุณมากมายค่า อิอิ

คุณGingfaraขา เย็นค่ะเย็น นี่คือบอกตัวเองใช่ป่าวค่ะ ฮ่าๆ ค่ะเย็นไว้ค่ะ แค่นี้ยังเล็กน้อย ฮ่าๆ

คุณsaiขา ของมันแน่ค่ะ แค่จูบเขาทีเดียวยังว่าหวานแล้วเล้ย ฮี่ๆ

คุณribbinขา หนูจ๋าฝากมาบอกว่าชัวร์ค่า(แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ ฮ่าๆ)

คุณyayee62ขา ตัวตนของเขาแต่เดี๋ยวก็ถูกดัดนิสัย หึหึ

คุณboonjaขา แต่ตอนนี้ดูเหมือนคนที่หนักจะเป็นหนูจ๋านะ ก๊ากกก

คุณinvisbleขา หวังว่าจะอยู่รอกันจนถึงตอนสุดท้ายค่ะ^^

คุณเรียงอักษรขา ยังไงก็อย่าเพิ่งไปรังเกียจรังงอนพี่แกเลยนะคะ ปริบๆ

คุณคิมหันตุ์ขา เดี๋ยวหนูจ๋าเคลียร์ให้ค่า อิอิ

คุณปูสีน้ำเงินขา ตอนนี้ให้ร้ายไปเถอะค่า ต่อไปเดี๋ยวจะร้ายไม่ออกเอา หุหุ

คุณชนาพัทธ์ขา ฮ่าๆ ถ้าพี่ภูไม่ใช่พระเอกนะคะ

คุณlunamoonขา ขอเอาคืนตอนโน้นๆ ก็แล้วกันค่ะ อิอิ

คุณXawarZdขา หนูจ๋าอาจสอนธรรมะเพื่อบรรเทาอาการหื่น ฮ่าๆๆ

คุณเด็กหญิงม่อนขา รอลุ้นต่อไปค่า ฟามลับอ่า อิอิ

คุณหมูอ้วนขา ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้หนูจ๋าค่ะ

คุณทองหลางขา สงสัยจะร้อนมาจากนิยายคุณพี่ทองเองแหงมๆ เอ๋...ต้องไปดูซะแร้ววว อิอิ

คุณpseudolifeขา ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มอบให้หนูจ๋าคร่าาา

คุณhippopoขา ถึงเวลาก็น่าจะจัดเต็มนะคะ อิอิ

คุณNNKขา ขอบคุณที่แวะมาเช่นเคยค่า

คุณรอรักขา ไอ้พี่ภูบร้า ฮ่าๆ ถึงเวลามาคอยดูกันค่ะว่าจะไม่รักได้ไหม อิอิ

คุณAsianขา ไม่น่ารักแต่หนูจ๋าก็ยังรักอะเนอะ สงสัยหนูจ๋าชอบคนเลว ฮ่าๆ

คุณminieminnieขา ฮ่าๆ ขอบคุณที่ชอบพี่ภูค่า

คุณan00ขา ไม่ทันแล้วค่ะหนูจ๋าแต่งซะแล้วง่าา

คุณdee jungขา ขอบคุณที่แวะมาค่า

คุณnutchaขา หนูจ๋ากำลังวางแผนอยู่ค่ะ คอยเดี๋ยว อิอิ

คุณของขวัญขา อย่างนี้ต้องให้หนูจ๋าอบรมค่า

คุณน้ำค้างขา ฮ่าๆ หนูจ๋าฝากมาบอกว่ามันยากนะนั่น อิอิ

คุณSetiaขา หนูจ๋าฝากบอกมาว่าจะพยายามค่า

พี่ตองขา ก็ว่าซี้ตอนที่แล้วพี่สาวหายไปไหนมา ฮ่าๆ

คุณSaiparnขา มาอัพต่อให้แล้วนะคะ ขอบคุณสำหรับคำผิดเจ้าค่า^^



ญาณนันต์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 30 เม.ย. 2554, 15:57:25 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 30 เม.ย. 2554, 15:57:25 น.

จำนวนการเข้าชม : 6186





<< ตอนที่ 3 ความบาดหมางใจ   ตอนที่ 5 เฝ้าห้องหอ >>
panon 30 เม.ย. 2554, 16:11:25 น.
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆได้อ่านเรื่องใหม่แล้วเราไปอยู่ที่ไหนมาเนี่ยยยยยยยยยยยกว่าจะได้อ่านตั้ง 30 เมษายน


ชนาพัทธ์ 30 เม.ย. 2554, 16:32:58 น.
ติดใจตักเค้าล่ะสิ อิอิ


เพชร 30 เม.ย. 2554, 16:34:03 น.
นิสัยไม่ดีเลยอ่ะ พี่ภู เนี่ย!!!


lunamoon 30 เม.ย. 2554, 16:39:51 น.
รอๆๆๆ ลุ้นๆๆๆๆ พี่ภูน่ารักเป็นบางช่วง เฮ้ออออออ


น้องอ้อ 30 เม.ย. 2554, 17:39:01 น.
ตามมาแล้วๆ


Gingfara 30 เม.ย. 2554, 18:09:39 น.
น่าดัดนิสัยพี่ภูให้เข็ดเลย


เรียงอักษร 30 เม.ย. 2554, 18:25:26 น.
พี่ภูน่ะรู้ตัวช้า ถ้าทำไม่ดีกะหนูจ๋าอีกล่ะก็มีเคือง :]


คิมหันตุ์ 30 เม.ย. 2554, 18:27:04 น.
แน่ะ................ไม่มีคืนแสนหวานซะอย่างนั้น...T___T


Setia 30 เม.ย. 2554, 19:34:33 น.
โฮะๆๆๆ ทีงี้ล่ะ มามองตาปรอยเชียว ชะ หมั่นไส้
เพิ่งรู้ว่าหนูจ๋าสวย แถมยังไปดูถูกเขาไว้ตั้งเยอะ สมน้ำหน้า


น้ำค้าง 30 เม.ย. 2554, 20:10:21 น.
จะเป็นไงต่อไปเนี่ย ชอบบุคลิกนางเอกจัง เหมือนจะอ่อนแอแต่ไม่ซะงั้น ชอบๆๆสู้คนดี


ปูสีน้ำเงิน 30 เม.ย. 2554, 20:53:14 น.
ยังงี้มันต้องหาทางปราบให้อยู่หมัดนะหนูจ๋า
เอาให้เหมือนลูกไก่ในกำมือเลย เอาชนิดที่เรียกว่าจะบีบก็ตายจะคายก็ตายอีกเหมือนกัน


มะดัน 30 เม.ย. 2554, 22:18:33 น.
พี่ภูต้องโดนไม่ใช่น้อย


nutcha 30 เม.ย. 2554, 22:34:51 น.
แหม...ทำมาอ้อนนะพี่ภู ไหนบอกว่าครั้งเดียวก็เบื่อไง


anOO 30 เม.ย. 2554, 23:42:46 น.
แหม พี่ภู พูดอะไรไว้ทำเป็นลืมน๊า
ต้องให้หนูจ๋าเอาคืนให้เข็ด


mottanoy 30 เม.ย. 2554, 23:52:37 น.
รอดูหนูจ๋าเอาคืน


เด็กหญิงม่อน 30 เม.ย. 2554, 23:52:55 น.
พี่ภูคะ ร้ายใช่ย่อยนะคะนั่น :)


ของขวัญ 1 พ.ค. 2554, 00:04:07 น.
พี่ภู นี่ร้ายจริง
ปล ประโยคทิ้งท้ายเนี่ย เล่นเอาคนอ่านเปลี่ยนอารมณ์ตามไม่ทันเลยนะน้องต่าย


หมูอ้วน 1 พ.ค. 2554, 00:24:55 น.
หนูจ๋า เตรียมงัดแผนเด็ดออกมา มัดใจพี่ภูให้ดิ้นไม่หลุดเลยนะจ๊ะ


MYsister 1 พ.ค. 2554, 00:27:43 น.
อีตาภูร้ายกาจที่สุด!!!


hippopo 1 พ.ค. 2554, 10:04:40 น.
อยากเห็นนายภูสยบแทบเท้านู๋จ๋าเร็วๆ จัง


XaWarZd 1 พ.ค. 2554, 11:43:16 น.
agree with other comments


NNK 1 พ.ค. 2554, 12:48:36 น.
:)


Asian 1 พ.ค. 2554, 12:59:09 น.
รักเขาข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่ง สู้เค้าน้าหนูจ๋า


yayee62 1 พ.ค. 2554, 17:15:20 น.
โอ๊ย แล้วมาอัพไวๆนะคะ^^


tonrang 1 พ.ค. 2554, 17:53:52 น.
ว๊าวๆๆๆ อย่างนี้หนูจ๋าชนะขาดแน่ๆ ค่ะ
เพราะพี่ภูแพ้คนขี้อ้อน

อ้อนไว้ อ้อนไว้ เอาไปบ้านเรา หุหุ


รอรัก 1 พ.ค. 2554, 18:23:42 น.
โว้ว โว้ว โว้ว จัดการเลยหนูจ๋า เอาให้หนัก อย่าให้มีโอกาสได้โงหัวขึ้นมา หุหุหุหุหุหุหุ


yamong 1 พ.ค. 2554, 21:33:44 น.
เอ ดู ๆๆ พี่ภูขา อยากจะเก็บเธอไว้ทั้งสองคนนะนี่ ไม่ได้นะพี่ภู....


ribbin 1 พ.ค. 2554, 22:30:01 น.
แหม..พึ่งเห็นหนูจ๋าสวยเองหรือ..
หนูจ๋า..เอาคืนให้หนัก ๆ เลย ฮึ่ม


pseudolife 4 พ.ค. 2554, 10:33:46 น.
อีตาพี่ภูติดใจตักหนูจ๋าล่ะสิ ชิชิชิ


เกสรชมพู่ 19 พ.ค. 2554, 16:38:17 น.
แหม พี่ภูแอบชอบหนุกตักหนูจ๋านะเนี้ย


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account