มายารักเคียงดาว
...คุณเคยได้ยินไหม
ที่มีคนบอกว่า...ผู้หญิงมาจากดาวอังคาร
ส่วนผู้ชายมาจากศุกร์
แล้วจึงมาพบกันบนโลกใบนี้...

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: 5. ข้อสงสัย


ข้อสงสัย



คืนนี้ฉันนอนกระสับกระส่ายไปมาด้วยเหตุผลหลายประการ ประการแรกคือเอริคต้องการมาเดินแบบให้ห้องเสื้อที่ฉันทำงานอยู่ ประการที่สองเขายกหนี้ที่ฉันจำเป็นต้องจ่ายให้ทั้งหมดโดยมีเงื่อนไขอยู่อย่างเดียวก็คือให้ฉันออกแบบเสื้อผ้าให้เขา และประการสุดท้ายก็คือ ฉันว่าเขาชักน่าสนใจขึ้นทุกวี่ทุกวัน นั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ฉันต้องนอนไม่หลับในครั้งนี้

หลังจากฉันไปส่งเขายังบ้านชั้นเดียวที่ทาสีขาวสะอาดตาทั้งหลัง ฉันก็พบกับความจริงที่ว่าเขาไม่ได้หวงความเป็นส่วนตัวกับฉันสักนิด ทั้งที่ดาราดังระดับเขาน่าจะปกป้องมันเอาไว้บ้าง ปล่อยให้คนนอกอย่างฉันรู้จักบ้านที่น่าจะเก็บไว้เป็นความลับได้ง่ายๆ

“คุณไม่เปลี่ยนใจแน่นะ” ฉันถามย้ำอีกครั้ง หลังจากที่เอริคกำลังเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ

“ไม่แน่นอนครับ” เอริคหันหน้ามายิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก

“แต่ยังไงฉันก็ว่ามันเยอะไปอยู่ดี”

“ไม่หรอกครับ ถ้าเทียบกับ ‘อะไรๆ’ ที่คุณจะต้องได้เจอในอนาคต ผมว่าแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ” เขายิ้มอย่างมีเลศนัย

“แล้วฉันต้องเจอกับอะไร แล้วทำไมมันต้องจ่ายแพงขนาดนั้นด้วย” ฉันท้วง

“ถึงเวลาแล้วคุณจะรู้เอง”

“สาบานได้นี่เรากำลังคุยกันเรื่องของฉันอยู่ใช่ไหม ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามันไม่เฉียดสักนิด หรือว่าคุณมีแผนอะไรในใจกันแน่คะ คุณเอริค กวินทรา”

“ก็สองสามแผน” เขาตอบหน้าตาย

“ว่ามาสักแผนก็ยังดี เพราะฉันรู้ว่ามันต้องเกี่ยวกับฉันแน่ๆ” ฉันเริ่มฉุนกับท่าทางวางเฉยของเขา นี่เขากำลังคิดจะทำอะไรอยู่นะ

“ก็อย่างเช่น ผมจะทำยังไงเวลาที่คุณเกิดออกแบบเสื้อผ้าให้ผมด้วยความหมั่นไส้ เพราะในสายตาคุณ ผมคงเป็นคนไม่มีเหตุผลที่สุดเท่าที่คุณเคยเจอมา”

“นั่นถูกเผงเลย” ฉันดีดนิ้ว “แต่คุณผิด เพราะฉันไม่มีทางที่จะทำลายชื่อเสียงฉันลงด้วยความหมั่นไส้ผู้ชายบางคนหรอก” คราวนี้เอริคหัวเราะร่า

“แล้วแผนการถัดไปล่ะ” ฉันถามด้วยความใคร่รู้

“เอาไว้วันหลังครับ” เขาส่ายหัวพร้อมกับรอยยิ้มบาดใจ

“ไม่เอาน่า ถ้าคุณไม่บอกฉันคงลงแดงตายแน่ๆ เลย”

“วันหลังครับ” เขาย้ำ

“เชอะ วันหลังก็วันหลัง แต่ฉันไม่มีทางลืมหรอก เอาไว้เจอคุณอีกรอบเมื่อไหร่ ฉันจะมาทวงแผนการของคุณอีกทีแน่ๆ” คำตอบของเขาทำฉันหงุดหงิดไปทีเดียว

“ยินดีเสมอครับ”

แล้วเราก็แยกจากกันตรงหน้าบ้านสีขาวของเขา แถมก่อนมาเขายังกำชับฉันเสียดิบดีว่าให้ครองสติขณะขับรถให้ดีที่สุด ซึ่งฉันก็ทำตามอย่างเคร่งครัด อย่างน้อยฉันก็รักตัวเองเป็นเหมือนกันล่ะน่า...

นาฬิกาหัวเตียงมันบอกเวลาว่าเกือบตีสามแล้ว แต่ฉันก็ยังข่มตานอนไม่ได้สักที เรื่องราวของเอริค กวินทรา โรเซ็นเบิร์ค ยังคงลอยฟุ้งไปมาอยู่ในหัวฉันเต็มไปหมด ฉันแทบไม่อยากคิดถึงใบหน้าของพี่ส้มเวลาได้ยินเรื่องราวเหลือเชื่อที่เกิดขึ้น เรื่องที่พ่อเทพบุตรของเขาจะมาเดินแบบให้ในงานนี้ ให้ตาย...พรุ่งนี้ฉันต้องโดนพี่ส้มซักฟอกเรื่องนี้จนสะอาดแน่ ฉันชักกลัวเสียแล้วสิ


“เธอทำได้ยังไงเนี่ยปิดบังพี่มาได้ตั้งนาน น่าน้อยใจชะมัด!” เสียงพี่ส้มดังขึ้นขณะที่พวกเรากำลังล้อมวงฟังเรื่องราวของฉันอย่างตั้งใจบนโซฟาสีแดงสดภายในร้าน

“ใช่ ไอร์ใจร้ายสุดๆ นี่ถ้ารู้มาก่อนนะ ฟ้าจะรีบวิ่งเข้าไปขอลายเซ็นเลยให้ดู”

“ดีแล้วล่ะไอร์ที่ไม่บอกให้บรรดาป้าๆ รู้ข่าว ไม่งั้นมีหวังเมื่อคืนเอริคเละเป็นโจ๊กแน่”

“โธ่...ทุกคนคะ ก็ไอร์บอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แล้วก็ไม่คิดว่าจะได้เจอเขาอีกเป็นครั้งที่สอง ส่วนเรื่องที่เขาขอมาเดินแบบให้กับเรา อันนี้ไอร์ก็เซอร์ไพรส์นะ ไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะเล็งห้องเสื้อของเราอยู่” ฉันรีบพูดขึ้นมาด้วยกลัวว่าทุกคนจะเข้าใจผิด คิดว่าที่เอริคเสนอตัวเข้ามาเดินแบบในครั้งจะมีฉันเป็นต้นเหตุ

“ไม่เชื่ออ่ะ ฟ้าว่าไอร์ต้องมีอะไรที่ปิดบังเราอีกแน่ๆ เลย ไม่งั้นเอริคจะขอมาเดินแบบกับเราได้ยังไงกัน” พูดแล้วก็ทำหน้าครุ่นคิด จนพี่ส้มเริ่มเห็นดีเห็นงามไปด้วย

“ใช่ น้องฟ้าพูดถูกต้องทุกประการ บอกเรามาซะดีๆ นะน้องไอร์ ว่าเธอไปตกลงสัญญาลับๆ อะไรกับเอริคไว้รึเปล่าจ๊ะ”

“ไม่มีจริงๆ ค่ะพี่ส้ม เชื่อไอร์เถอะ ว่าตอนแรกไอร์ก็ตกใจไม่แพ้พี่ส้มเหมือนกัน” ฉันรีบปฏิเสธลั่น ใครจะไปบอกได้ล่ะ ว่าเขายกหนี้ให้หมดโดยขอแค่ฉันออกแบบเสื้อผ้าให้ก็เท่านั้น

“เฮ้อ...คนเรานี่ก็แปลกนะ ตอนที่เขาไม่ยอมมาเดินให้ก็เสียใจ แต่ตอนนี้เขาเสนอตัวมาแล้วกลับสงสัยอีก สรุปจะเอายังไงคะคุณพี่” ทับทิมพูดขึ้นมาอย่างอ่อนใจ เมื่อเห็นว่าทั้งพี่ส้มและทอฟ้าไม่ยอมรามือจากเรื่องนี้เสียที

“ก็แค่อยากรู้ผิดด้วยเหรอยะ” พี่ส้มค้อนขวับเข้าให้ “ว่าแต่เขาจะมาวันไหนนะ”

“วันศุกร์ค่ะ รู้สึกว่าเอริคจะมาพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัวที่ชื่อซินแคลร์นะ” ฉันรีบตอบเพื่อเปลี่ยนประเด็นที่ถูกกดดันเสียที

“จะว่าไปเอริคนี่ก็แปลกนะ ทำไมไม่หาผู้จัดการส่วนตัวที่เป็นคนไทยซักคนจะได้ดูแลจัดการงานที่นี่อย่างเต็มที่” สาวผมสั้นพูดพลางหยิบนิตยสารที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกขึ้นมาเปิดดู

“เห็นว่าเขาดูแลกันมาตั้งแต่อยู่อเมริกาแล้วนะ สงสัยว่าเธอคงไม่อยากให้เม็ดเงินที่ได้จากเอริคกระเด็นไปไหน” พี่ส้มเป็นคนเฉลยข้อสงสัยนี้ เพราะเธอถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเอริคตัวจริงเสียงจริง

“อืม...เป็นผู้จัดการดารานี่ก็ดีเหมือนกันเนอะ” ทับทิมเปรยขึ้นมาเบาๆ ก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันกลับไปทำงานของตัวเอง


เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่ ความตื่นเต้นค่อยๆ จางหาย ทุกคนก็ต่างพากันลืมเอริคไปชั่วขณะ พี่ส้มนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะเล็กๆ ด้านหลังกับทับทิมเพื่อปรึกษาเรื่องยอดขาย ทอฟ้าก้มหน้าก้มตากับบัญชีที่คิดเท่าไหร่ก็ไม่ลงตัว ส่วนฉัน...ไม่มีสักวินาทีที่จะสลัดภาพของเอริคออกไปได้ ฉันยังคงนั่งจับเจ่าวาดโครงร่างคร่าวๆอยู่ตรงโซฟาที่เดิม พยายามคิดถึงชุดที่สามารถเข้ากับบุคลิกของเขาได้ที่แสนจะเข้าใจยาก

กระดาษผู้น่าสงสารถูกฉันขีดฆ่าและขยำทิ้งไปหลายแผ่น แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะปัญหาใหญ่ของฉันก็คือยังไม่สามารถจะออกแบบชุดให้เข้ากับเอริคได้เลย ฉันนั่งขีดๆเขียนๆอยู่นานจนรู้สึกท้อใจ นี่ก็อีกแค่สามวันที่เอริคจะมาวัดตัว แต่ฉันก็ยังคงล้มเหลวกับงานที่เขาอุตส่าห์หมายมาดให้ฉันทำ นี่เขาไว้ใจฉันเกินไปหรือไม่ การกระทำของเขามันสวนทางกับสิ่งที่เขาเป็น เขาต้องการบอกอะไรฉันมากกว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาหรือเปล่านะ แต่ถึงกระนั้นฉันก็ยังไม่สามารถหาเหตุผลมารองรับในตอนนี้ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่

“ไอร์จ๊ะ วันศุกร์นี้เอริคเขาจะมากี่โมงนะ” พี่ส้มตะโกนถามจากหลังร้าน

“บ่ายสามค่ะ”

“เยี่ยมไปเลย บางทีพวกเราอาจจะได้ออกไปหาอะไรทานหลังจากเสร็จงานก็ได้” เสียงของพี่ส้มฟังดูมีความสุข

“พวกเรานี่...รวมเอริคแล้วใช่ไหมคะ” ฉันแซว

“จะเหลือเหรอจ๊ะน้องจ๋า โอกาสงามขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่รีบตักตวงไว้ อาจจะเสียใจไปตลอดชีวิตก็ได้นะ” พี่ส้มยิ้มกว้างขณะที่ดวงตาเหม่อมองออกไปนอกร้านอย่างเพ้อฝัน

“ยังกับเอริคจะยอมไปกับพี่ เขาออกจะหล่อระเบิดระเบ้อ ดังเป็นพลุแตกขนาดนั้น คงยากที่จะยอมไปกับผู้หญิงที่ทั้งวันไม่ทำอะไรนอกจากเพ้อถึงเขาแบบพี่” ทับทิมพูดยิ้มๆ

พี่ส้มหันไปค้อนให้ทับทิมหนึ่งทีงามๆ พร้อมกับหันมาทางฉันอีกรอบ “ไอรีนจ๊ะ อย่าหาว่าพี่อย่างงั้นอย่างงี้เลยนะ ที่เอริคยอมมาเดินแบบให้เรานี่ มันเกี่ยวกับไอร์รึเปล่า”

“โอ้ ไม่แน่นอนค่ะพี่ส้ม” ฉันรีบส่ายหัว “ระดับเอริคนะคะที่กำลังพูดถึง แล้วผู้หญิงธรรมดาหนึ่งในแสนล้านคนอย่างไอร์ก็คงไม่แรงดึงดูดพอที่จะทำให้เขาเปลี่ยนใจได้ขนาดนั้นหรอก” ฉันรีบต่อยอดความคิดทันที แต่ใครจะรู้ว่าบางทีความคิดของฉันอาจจะผิดทั้งเพในเวลาถัดไป

“สมเหตุสมผลที่สุด แต่ยังไงพี่ก็ยังข้องใจอยู่ดี แต่เอาไว้ค่อยไปถามเอควันศุกร์นี้ก็ได้ จะได้มีข้ออ้างในการสนทนาที่ไม่ใช่เรื่องงาน”

“แหมๆๆ เรียกเอริคซะสนิทเชียวนะคะพี่ส้ม” ทอฟ้าส่งเสียงออกมาจากเคาน์เตอร์หลังจากที่ซุ่มฟังพวกเราคุยกันเสียนาน

“แหงอยู่แล้วจ๊ะ ก็ต้องเรียกเอาไว้ให้เคยปาก เอคจะได้รู้ว่าพี่ใส่ใจในรายละเอียดแค่ไหน” ดวงตาสีดำขลับของพี่ส้มเต้นระริก

ฉันคิดตามพี่ส้มทันที ใช่สิ...อาจจะเป็นช่องทางที่ดีที่ฉันจะสามารถปลดเปลื้องคำถามที่มันค้างคาอยู่ภายในจิตใจออกไปได้ก็ได้ ฉันก็อยากรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เขาจะทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร เพราะฉันหาเห็นประโยชน์จากการกระทำของเขาแม้แต่น้อยนิดไม่ บางทีฉันอาจจะถามไปตรงๆ เหมือนกับเมื่อวานนี้ ยังไงเสียเขาก็ติดค้างฉันอยู่ ยังเหลือแผนการอีกสองสามแผนในหัวของเขาที่ยังไม่ได้บอกฉัน นั่นทำให้ฉันใจชื้นได้ดีทีเดียว


“พี่ส้มว่าเอริคเขาเหมาะกับสีน้ำตาลหรือว่าสีเขียวคะ” ฉันถามขึ้นขณะวาดภาพชุดของเอริคไว้ในหัว มือเรียวของพี่ส้มเสยผมยาวสีดำขลับขึ้นทันทีหลังจากได้ยินคำถามฉัน เธอเงยหน้าจากเอกสารต่างๆที่วางกองอยู่บนโต๊ะตวัดสายตามามองฉันอย่างครุ่นคิด

“อืม...พี่ว่าสีน้ำตาลน่าจะดี มันคงจะเข้ากันกับผิวขาวๆ ของเขา” แล้วฉันก็เลือกสีน้ำตาล

“แต่สีเขียวก็ไม่ควรจะมองข้าม เพราะมันให้ความสบายตาเมื่อได้มอง นี่พี่ชักจะเข้าใจเธอแล้วล่ะ ว่าจะลำบากขนาดไหนกับงานช้างงานนี้ เพราะถ้าเป็นพี่พี่คงหัวตื้อสมองตัน เนื่องจากคิดไม่ออกแน่ๆ”

“นั่นน่ะสิคะ มันยากจริงๆ” ฉันถอนหายใจขณะเริ่มร่างภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวด้วยดินสอ ภาพเรือนร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มเริ่มชัดขึ้นทุกลายเส้นที่ฉันจรดหัวดินสอ เสื้อยืดคอวีที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์เน้นช่วงอกกว้างให้ดูเด่น สวมทับกับเสื้อคลุมหรูเรียบแต่มีระดับ ช่วงขายาวสวมกางเกงแสล็คเข้ารูปนิดๆกับรองเท้าหนังดูมีเสน่ห์เย้ายวนใจ ฉันอยากเห็นเขาอยู่ในชุดที่ฉันวาดขึ้นมาเองแทบไม่ไหว เพราะฉันรู้ว่าเขาจะต้องดูดีในทุกๆ ชุด และแน่นอนที่สุดในชุดที่ฉันออกแบบเองมันต้องเลอเลิศกว่าใคร

ฉันวาดแค่คร่าวๆ เพราะถ้าจะให้เก็บรายละเอียดฉันจะต้องหอบกลับไปทำที่บ้าน ดังนั้นฉันจึงนั่งวาดเงียบๆ อยู่คนเดียวจนได้มาอีกสองสามชุด จนกระทั่งถึงเวลากลับบ้านของฉันเสียที


เวลายามเย็นของกรุงเทพมหานครมันช่างทำให้ฉันหัวเสียได้อย่างง่ายดาย ทั้งรถราผู้คนที่วิ่งกันให้ขวักไขว่ เพื่อเป็นที่หนึ่งในสี่แยกไฟแดงถัดไป อันที่จริงวันนี้ฉันเกือบจะไม่เอารถมาด้วย เพราะฉันไม่ชอบการจราจรที่แออัดยัดเยียดขนาดนี้ แต่พอคิดถึงงานที่ต้องหอบมาให้พี่ส้มดู มันคงดีกว่าที่จะยอมเสียอารมณ์นิดๆ หน่อยๆ แล้วพาเจ้าพาหนะคู่ชีพออกมาคลานเล่นท่ามกลางมรสุมแห่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ฉันถึงบ้านเกือบสามทุ่ม มันช่างเป็นการเดินทางที่ยาวนานในความคิดฉัน ถ้าเกิดฉันไม่ติดดราฟงานบ้าๆ นั่น ฉันคงจะเลือกเดินทางด้วยขนส่งมวลชน เช่นรถไฟใต้ดินแสนสะดวกสบายไปนานแล้ว ฉันโยนของทั้งหมดลงโต๊ะไม้สลักสีขาวกลางห้องอย่างไม่ยี่หระ ยกเว้นก็แต่ดราฟงานที่ฉันเพิ่งวาดโครงร่างเสร็จในร้านพี่ส้ม เพราะถ้าฉันทำมันพัง ฉันคงจะไม่ให้อภัยตัวเองไปนานทีเดียว เรื่องนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย

ฉันเดินไปเปิดสวิตช์ทีวีอย่างเคยตัว แม้ไม่ได้ชื่นชอบข่าวใดเป็นพิเศษ แต่ฟังไว้ก็ไม่เสียหลาย แล้วฉันก็เริ่มเดินวนรอบห้องขนาดสี่สิบแปดตารางเมตรของฉัน เพื่อเก็บขยะที่มาจากงานก่อนหน้านี้ มันกระจัดกระจายไปเกลื่อนห้อง ไม่ว่าจะเป็นเศษผ้า เศษด้าย หรือแม้แต่เศษยางยืด ขณะหูก็เงี่ยฟังเสียงของทีวีไปเรื่อยๆ

“มากันที่ข่าวต่อไปเลยนะคะ คุณวาดดี” เสียงนักข่าวในทีวีก็ยังคงเจื้อยแจ้วอยู่ “คุณจำได้รึเปล่าว่าอาทิตย์ที่แล้วคุณเอริคเขาเคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเกี่ยวกับงานเดินแบบบางกอกแฟชั่นวีคว่ายังไง” เพียงแค่นั้นฉันก็หยุดการกระทำทุกอย่างโดยไม่รู้ตัว

“อ้าว ก็เขาออกมาบอกแล้วว่าจะไม่เดินแบบไม่ใช่เหรอครับคุณลาแมร์ คุณมีอะไรรึเปล่า”

“คุณนี่ไม่รู้อะไรซะแล้ว ตอนเย็นนี้เองนักข่าวเขาตามไปสัมภาษณ์คุณซินแคลร์ผู้จัดการส่วนตัวของดาราหนุ่มผู้นี้ เห็นเขาแง้มๆ มาว่างานนี้อาจมีเปลี่ยนใจ”

“โอ้ เป็นอย่างนี้ก็ดีสิครับ ผมว่างานนี้ต้องมีสาวๆ เกือบค่อนประเทศคอยเกาะติดขอบเวทีกันในสนั่นแน่”

“แมร์เองก็จะรอคอยเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ว่าแต่มันก็น่าสงสัยอยู่นะคะคุณวาดดีที่เอริคเขากลับคำขนาดนี้ บางทีมันอาจจะมีลับลมคมใน หรือเรื่องที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้รึเปล่า อันนี้ต้องติดตามต่อไปค่ะ” แล้วสาวผมดัดสีดำเข้มก็อมยิ้มให้กับนักข่าวผู้ชายหน้าตี๋

“อาจจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ก็ได้นะคุณลาแมร์”

“หรือบางทีอาจจะเป็นเรื่องอื่นที่มากกว่าผลประโยชน์ แต่รับรองว่ารายการเรื่องเล่าของผู้หญิงจะเกาะติดประเด็นสำคัญนี้ต่อไปแน่นอนค่ะ” พูดพลางหันมายิ้มให้กล้อง แล้วหน้าจอก็ดับพรึบ หลังจากที่ฉันกดปิดสัญญาณที่รีโมต เรื่องอะไรนะที่ทำให้เอริคเปลี่ยนใจมาเดินแบบ ฉันเริ่มพ่ายแพ้ให้กับความสงสัยและความอยากรู้อยากเห็นในตัวเขาที่มันเพิ่มขึ้นทุกวัน ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ฉันคิดว่าอีกไม่นานฉันคงจะได้คำตอบ






++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สวัสดีวันศุกร์ค่ะ

ตอนเขียนเรื่องนี้ เขียนด้วยอารมณ์บ้าผู้ชายเพอร์เฟ็กต์ค่ะ กร๊ากๆๆๆ เอริคเลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น ทั้งหล่อ ทั้งดี ทั้งรวย ทั้งทุกอย่างอ่ะที่ไม่มีในมนุษย์ผู้ชายตัวเป็นๆ 555 ก็อย่างว่าค่ะ ผู้ชายดีๆ มีแต่ในนิยาย เรื่องนี้เลยสนองนี้ดจัดเต็มซ้าาาา

ขอบคุณ
คุณหนอนฮับ : จองได้ตามสบายค่ะ แต่ตบตีกับคนเขียนก่อนนะคะ เพราะอยากได้เหมือนกัน กร๊ากๆๆ

คุณnunoi : ใช่ค่ะ หล่อไม่เกรงใจสื่อ หล่อกระชากใจชะนีมาก โดยเฉพาะคนเขียน 55555555

คุณpattisa : เอริคไม่เจ้าเล่ห์นะคะ แค่อยากใกล้ชิดเท่านั้นเอง แอร๊ยยยยยย (เรื่องเดียวที่เขียนได้อารมณ์จิกหมอน 555)

คุณหมูบูลิน : ต้องรอดูค่ะว่าใครจะเสร็จใคร กรั๊กๆๆ

คุณคิมหันตุ์ : ชะนีกรีดร้องเลยล่ะค่ะงานนี้ อยากเจอผู้ชายอย่างนี้ในชีวิตจริงมั่งอ่ะ เพ้อออออ 555

คุณbow : บุคลิกนี้เจอได้เฉพาะในนิยายค่ะ ชีวิตจริงหาย้ากกกกยาก เนอะ 555

และขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ



ปล.ใครที่ไปกดไลค์แฟนเพจไว้ ตอนนี้มีหนังสือมาแจกค่ะ แค่เข้าไปตอบคำถามเท่านั้นเอง ขอบคุณค้าาาา จุ๊บๆๆ

( นิลปานัน )
www.facebook.com/daranilday

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ดารานิล
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 29 มิ.ย. 2555, 11:39:48 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 29 มิ.ย. 2555, 11:39:48 น.

จำนวนการเข้าชม : 1669





<< 4. หายกัน   
คิมหันตุ์ 29 มิ.ย. 2555, 13:34:47 น.
ฮ่าฮ่า...หนักใจแทน ไอร์ พระเอกใส่อะไรก็ดูดี


หมูบูลิน 29 มิ.ย. 2555, 13:50:34 น.
หล่อๆแบบนี้ขอมานอนกอดที่บ้านซักคืน ฮ่าๆๆๆๆ


nunoi 29 มิ.ย. 2555, 14:20:25 น.
หล่อขนาดนี้ เสื้อยืดย้วยๆ กางเกงขาสั้น ยังแซ่บเลยค๊า


bow 29 มิ.ย. 2555, 15:00:13 น.
โอย ตายๆ ลุ้นแทนหนูไอร์
มีอีกกี่แผน เอามากางเลยค่ะ :)


หนอนฮับ 29 มิ.ย. 2555, 15:53:56 น.
rพระเอกใส่อะไรก็ดูดีคะ...แต่ไม่ใส่ ก็...ดูดีเหมือนกัน คุริคุริ..^ ^


pattisa 29 มิ.ย. 2555, 16:03:05 น.
ไม่เจ้าเล่ห์ เเต่เป็นพวกเเผนสูงใช่ป่ะคะ อิอิ ว่าเเต่ซินเเคลร์นี่จะหน้าตาพอ พอกับพระเอกเราหรือเปล่า


Zephyr 4 ก.ค. 2555, 19:29:54 น.
ยิ่งอ่านยิ่งน่าปรารถนานะผู้ชายคนนี้


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account