หลงบ่วงวิวาห์(จบจ้า)
วิวาห์พาหัวใจทั้งสองดวง
ให้หลงบ่วงสู่ห้วงแห่งรัก
ก่อเกิดเป็นวิมานร่วมทอถัก
สายใยรักปักลงกลางทรวง

Tags: รักโรแมนติก

ตอน: ตอนที่ 6 ฮันนีมูนเปรี้ยวหวาน

เปรี้ยวๆ หวานๆ ก็ว่ากันไปค่า
อ่านนิยายแล้วอย่าลืมทานข้าวเที่ยงนะคะ^^

.................................................

“ต้องโทรรายงานใครด้วยหรือเปล่าคะเนี่ย”

เสียงถามกึ่งประชดประชันของคนที่นั่งจัดกระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ที่พื้นหน้าตู้ดังขึ้นทันทีที่ชายหนุ่มเดินออกจากห้องน้ำด้วยชุดใหม่ ภูธนิกโยนผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดผมไปตกที่หน้าตักของหญิงสาวก่อนจะตามลงไปนั่งประกบเกือบชิด

“เรื่องนั้นเดี๋ยวจัดการเองได้ ไม่ต้องห่วงหรอก”

“คงไม่ร้องตามไปด้วยหรอกนะคะ เพราะคุณแม่สั่งให้เราไปกันแค่สองคนเท่านั้น”

ความจริงคุณลัลดาไม่ได้สั่งอะไรทั้งนั้นนอกจากช่วยหาสถานที่ที่พอจะสะดวกให้ แต่จิรัชยาก็ต้องพูดกันเอาไว้ก่อนไม่อย่างนั้นแผนที่จะจับเขาแยกออกจากมุจลินทร์ก็คงต้องพังไม่เป็นท่า

“มุจเขาก็ต้องรู้กาลเทศะบ้างละน่า ว่าแต่คุณแม่ให้เราไปฮันนีมูนกันที่ไหน”

“รีสอร์ตของพี่ภูไงคะ ที่โคราช”

“โธ่...พี่น่ะต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพฯ กับโคราชเพื่อทำงานจนเบื่อแล้ว นี่จะไปฮันนีมูนทั้งทีไอ้เราก็นึกว่าจะได้ไปพวกฝรั่งเศส ออสเตรเลีย หรือไม่ก็สวิสอะไรพวกนี้เสียอีก” ภูธนิกแสร้งทำหน้าปูเลียนแล้วทำเนียนเอนกายลงนอนหนุนตักของหญิงสาวยามที่เธอเผลอ

“นอนอีกแล้ว ลุกเลยค่ะหนูจ๋าจะจัดกระเป๋า จะได้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง” หญิงสาวพยายามจะดันศีรษะเขาออกจากตักแต่เขาก็ดันวาดวงแขนมากอดเอวเธอไว้เสียนี่

“เจ็บแขน นวดให้ก่อนสิ” เขาชูแขนข้างที่ไม่ได้โอบเธอให้ดู

“อะไรของพี่ภูเนี่ย” จิรัชยาชักจะงงกับอารมณ์ของเขาที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนเธอตามไม่ทัน แล้วตอนนี้ก็ยังทำราวกับจะอ้อนเธอเสียอีก

“ก็เจ็บแขนเพราะพังประตูเข้ามานั่นแหละ เป็นเมียก็ต้องรู้จักดูแลผัวบ้างสิ เนี่ยผัวเจ็บก็ต้องนวดให้”

“หนูจ๋าไม่ใช่เมียพี่ภู หนูจ๋ามันก็แค่บุคคลในหน้าที่” บอกเขาด้วยน้ำเสียงติดจะประชด เกลียดคำเรียกแทนตัวเองของเขานักแต่คิดว่าถึงแย้งไปก็คงจะเปล่าประโยชน์

“เอ้า! งั้นบุคคลในหน้าที่ก็นวดให้หน่อยสิ” ภูธนิกเร่งยิกๆ แถมยังแกล้งเขย่าวงแขนที่โอบเอวบางเอาไว้อีกด้วย

“สมน้ำหน้า ก็ใครใช้ให้บ้าพลังพังประตูเข้ามาล่ะ” ถึงปากจะบอกว่าสมน้ำหน้าก็เถอะ แต่มือก็ยังจับแขนข้างนั้นของเขาขึ้นมาบีบนวดหนักเบาสลับกันไปมา

“นวดแค่นี้มันจะหายหรือไงคะ มันต้องทายาด้วยสิถึงจะหาย”

“ไม่เป็นไร แค่บุคคลในหน้าที่อุตส่าห์นวดให้ ผัวก็ดีใจจะแย่แล้ว”

“อย่าประชดหนูจ๋าได้ไหมคะ” หญิงสาวชักสีหน้าใส่เขาด้วยความไม่พอใจ

“ใครประชด พี่ไม่ได้มีนิสัยช่างประชดประชันอย่างหนูจ๋าหรอกนะ” เขายังทำลอยหน้าลอยตาก็เลยถูกหญิงสาวจิกเล็บคมๆ ลงที่ต้นแขนแต่มีหรือที่ชายหนุ่มจะสะทกสะท้าน

เรื่องเจ็บปวดนั้นมันก็พอจะมีอยู่บ้าง แต่คงไม่ต้องถึงกับนวดอะไรมันก็หายของมันเองได้ ด้วยความที่เป็นผู้ชายเขาจึงไม่ใส่ใจกับความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ แต่เมื่อเห็นร่างบางนั่งพับผ้าลงกระเป๋าอย่างละเมียดละไมเขาก็นึกอยากจะให้เธอทำแบบนั้นกับเขาบ้าง อยากให้ถนอมเหมือนเสื้อผ้าที่อยู่ในมือเธอเมื่อครู่นี้

“ทำผัวเป็นรอยขีดข่วน เดี๋ยวก็ไม่ได้ไปฮันนีมูนที่ไหนหรอก”

“ถ้าพี่ภูไม่เลิกพูด หนูจ๋าจะไม่นวดให้ แล้วก็จะไม่ทำอะไรให้พี่ภูทั้งนั้น” จิรัชยาย้ำเล็บลงที่ต้นแขนของเขาหนักๆ

“โอ๊ย...กลัวตาย” เขาร้องบอกอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งแล้วดึงมือเรียวออกจากแขน

“หนูจ๋าจะไปอาบน้ำ” จิรัชยาขี้เกียจทะเลาะกับเขาก็เลยลุกไปเข้าห้องน้ำดื้อๆ ยังได้ยินน้ำเสียงยียวนของเขาลอยตามหลังมาติดๆ

“อาบเร็วๆ ล่ะ เดี๋ยวไปฮันนีมูนช้าไม่รู้ด้วย”

ภูธนิกหัวเราะหึๆ เมื่อร่างบางผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำตามด้วยเสียงปิดประตูดังปังใหญ่ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบต้นแขนของตัวเองตรงรอยเล็บคมนั้นเบาๆ แล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากเมื่อคิดว่าอีกไม่นานหรอกเธอจะต้องทิ้งรอยแบบนี้เอาไว้ให้เขายามเมื่อเขาทวงสิทธิ์ความเป็นสามีจากเธอ

ความคิดแบบนี้มันปรากฏอยู่ในหัวตั้งแต่ตอนปล้นจูบเธอที่หน้าบ้านเมื่อคืนนี้แล้ว เพียงแต่เขาเคยปรามาสเธอเอาไว้ว่าไม่น่าเป็นที่ปรารถนาสำหรับเขา ภูธนิกจึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเพราะกลัวเสียฟอร์มจึงชวนทะเลาะไปเรื่อย จนในที่สุดก็ตัดสินใจออกไปหามุจลินทร์ก่อนเผื่อว่าบางทีอาจจะทำให้ลืมความรู้สึกปรารถนาที่เกิดขึ้น แต่แล้วเขาต้องแปลกใจเพราะนอกจากมันจะไม่หายไปแล้วมันยังทำให้เขาไม่เกิดความรู้สึกใดๆ ต่อมุจลินทร์จนต้องปลีกตัวออกมาในที่สุด และเมื่อได้กลับมาพบหน้าจิรัชยาอีกครั้งเขาก็พบว่าความปรารถนาที่มีมันกลับยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าทวี



รีสอร์ตที่จิรัชยาได้มาเยือนเป็นครั้งแรกสำหรับใช้ในการฮันนีมูนในครั้งนี้สวยงามกว่าที่คิดมากนัก ทำให้หญิงสาวต้องหลงใหลกับความงามของธรรมชาติจนต้องวิ่งตื้อออกไปที่ระเบียงบ้านพักเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดพร้อมกับทอดสายตามองธารน้ำตกเล็กๆ เบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มบางเบา

“นี่ไม่รู้คุณแม่นึกอย่างไรถึงได้ให้มาฮันนีมูนที่นี่ เพราะพี่มาจนเบื่อแล้ว” หน้าตาของคนบอกว่าเบื่อนั้นดูจะขัดกับคำพูดเสียเหลือเกิน เพราะนอกจากเขาจะไม่ได้ทำหน้าเบื่ออย่างที่พูดแล้วยังยิ้มปลื้มอีกด้วยที่เห็นว่าเธอชอบกับสถานที่ที่เป็นของเขา

“เบื่อแล้วก็ต้องทนนะคะ อย่างน้อยๆ ก็สักอาทิตย์ล่ะ”

จิรัชยาหันมาย่นจมูกใส่เขาเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ เพราะหน้าตาเขานั้นไม่เห็นเหมือนคนเบื่ออะไรเลยสักนิด แต่ถึงเขาจะเบื่อก็เรื่องของเขาเถอะเพราะเธอก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ก็เล่นฮันนีมูนแบบสายฟ้าแลบขนาดนี้แล้วจะไปเตรียมอะไรทัน อย่าว่าแต่ต่างประเทศอย่างที่เขาอยากจะไปเลย แค่ต่างจังหวัดไกลๆ ก็ยังไปไม่ได้

“คุณแม่สั่งให้มากี่วัน?”

“ไม่ได้สั่งค่ะ แต่หนูจ๋าคิดว่าฮันนีมูนแบบไม่ให้ดูน่าเกลียดก็คงจะสักอาทิตย์หนึ่ง แต่ถ้าพี่ภูเบื่ออยากจะกลับก่อนล่ะก็หนูจ๋าไม่ว่าหรอกค่ะ แต่ขอให้อยู่ให้ครบหนึ่งอาทิตย์ที่ว่านั่นก็พอแล้ว นอกเหนือจากนั้นพี่ภูจะไปสวีทหวานแหววกับเมียพี่ภูหนูจ๋าก็ไม่ว่า”

จิรัชยาคิดว่าตัวเองทนได้ถ้าหากจะต้องอยู่ที่นี่ต่อโดยไม่มีเขา อย่างน้อยๆ ธรรมชาติก็คงจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจเธอให้เป็นสุขยิ่งขึ้น ไม่ต้องขวานขวายหาความรักจากคนที่เขาไม่คิดจะรักเราอีกอย่างทุกวันนี้ก็เป็นได้

“ก็เมียพี่ยืนอยู่ตรงนี้ แล้วจะให้ไปหาเมียที่ไหนอีกล่ะ” ภูธนิกชักจะรำคาญที่เธอมักจะประชดเขาเรื่องมุจลินทร์อยู่เรื่อย

“เมียแบบไหนกัน หนูจ๋ายังสับสนกับตำแหน่งของตัวเองอยู่เลย ว่าตกลงหนูจ๋าเป็นอะไรของพี่ภูกันแน่ เมียหลวงหรือว่าเมียน้อย แต่หนูจ๋าว่าหนูจ๋าคงจะเป็นเมียน้อยของพี่ภูละมั้ง เพราะมาทีหลังเขานี่คะ แต่เป็นเมียน้อยที่เผอิญว่าได้ตีทะเบียนก็เท่านั้นเอง”

“ไม่มีใครเป็นเมียพี่ นอกจากหนูจ๋า!” ภูธนิกย้ำชัดเจน

“ขอบคุณที่มอบตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ให้ แต่หนูจ๋าคงรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ เชิญเอาไปมอบให้คุณมุจลินทร์เถอะ เพราะเธอคงจะต้องการมันมากกว่าหนูจ๋า”

จิรัชยาบอกเขายิ้มๆ เป็นยิ้มที่ภูธนิกรู้ว่าเย็บเยียบเข้าไปถึงขั้วหัวใจ แต่คนอย่างเขาก็ทะนงตนเหมือนกัน เมื่อเธอไม่ต้องการแล้วเรื่องอะไรเขาจะต้องยัดเยียดให้ อยากจะเป็นน้อยนักก็ตามใจสิ

“ถ้าไม่ต้องการ แล้วเธอมาแต่งงานกับฉันทำไมไม่ทราบ”

“แต่งเพราะเงินไงคะ พี่ภูพูดเองไม่ใช่หรือว่าหนูจ๋าแต่งเพราะเงิน แล้วทำไมยังจะต้องมาถามหนูจ๋าอีกละคะ” เมื่อพูดออกไปแล้วก็ต้องยิ้มหยันให้กับตัวเองเมื่อสุดท้ายเธอก็ทำตัวให้เป็นที่รัก ที่ปรารถนาสำหรับเขาไม่ได้ ก็ใจเธอมันเจ็บปวดกับคำพูดที่เขาเคยตราหน้าแล้วจะให้มาเสแสร้งทำเป็นว่าไม่รู้สึกรู้สาได้อย่างไร

“หัดพูดจาให้มันน่ารักเหมือนคนอื่นเขาน่ะเป็นบ้างไหม” ภูธนิกชักจะหัวเสียที่เธอมาทำลายบรรยากาศดีๆ ไปเสียสิ้น

“ไม่เห็นจะแปลกนี่คะ ก็พี่ภูไม่ได้รักหนูจ๋า ถึงทำยังไงมันก็ดูไม่น่ารักในสายตาพี่ภูอยู่แล้ว”

“ก็ลองทำดูหน่อยสิ ยังไม่ทันลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร” ภูธนิกขยับเข้าไปจนชิดก่อนจะรั้งร่างบางเข้าสู่วงแขน

“พี่ภูจะทำอะไร ปล่อยหนูจ๋าเดี๋ยวนี้นะ” จิรัชยาดิ้นรนผลักไสด้วยความตระหนกเพราะไม่คิดว่าจะถูกจู่โจมรวดเร็วแบบนี้

“ก็จะสั่งสอนเด็กทำตัวไม่น่ารักน่ะสิ” ภูธนิกบอกพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งตรึงปลายคางหญิงสาวเอาไว้มั่นไม่ให้เบี่ยงหลบเตรียมประกบริมฝีปากลงมาเต็มที่

“พี่ภูจะบ้าหรือ ปล่อยหนูจ๋านะ ก็ไหนว่าหนูจ๋ามันไม่น่าพิศวาสไง” จิรัชยาร้องโวยวายใช้ฝ่ามือดันปลายคางของเขาเอาไว้แน่น แต่รู้สึกว่ามันไม่มั่นคงเอาเสียเลยเพราะสั่นไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจ

“ก็ไม่ได้จูบเพราะพิศวาส แต่จะจูบเพราะจะลงโทษเด็กดื้อ”

“แต่...อื้อ!” เสียงร้องของหญิงสาวต้องหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากได้รูปที่เห็นเลือนรางอยู่เมื่อครู่ฉกวูบลงมาอย่างรวดเร็วเมื่อมือข้างนั้นของเธอถูกดึงออกไปพ้นจากใบหน้าของเขาอย่างไม่แยแส

ความหวานล้ำปานน้ำผึ้งรวงในคราวก่อนที่ได้สัมผัสเป็นครั้งแรกเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อภูธนิกสอดเรียวลิ้นร้อนชื้นเข้าสู่โพรงปากนุ่มละมุน ชายหนุ่มครางในลำคออย่างพึงใจกับสิ่งที่คาดเอาไว้ว่าจะได้รับแล้วเขาก็ได้รับมันสมใจ เขาจึงดื่มชิมอย่างเรียกร้องราวกับไม่รู้จักเบื่อหน่าย ยังผลให้คนที่ยังอ่อนด้อยประสบการณ์กว่าถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งกาย

ภูธนิกรู้สึกร้อมรุ่มไปทั้งกายใจ ยิ่งได้สัมผัสก็ยิ่งตระหนักว่าเขาต้องการผู้หญิงคนนี้มากมายเพียงใด ที่ผ่านมาปากร้ายๆ ของเขาจะว่าอย่างไรตอนนี้เขาลืมไปเสียสิ้นเมื่อพบกับความหอมหวานจนทำให้หลงมัวเมายากจะถอนตัว ริมฝีปากได้รูปผละออกแต่เพียงนิดเพื่อให้หญิงสาวได้หายใจหายคอ ก่อนที่เขาจะทาบประกบลงไปใหม่และดูดดื่มเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม

มือเรียวถูกปล่อยให้เป็นอิสระแต่ก็ไม่สามารถยกขึ้นมาขัดขวางมือหนาที่เลื่อนลงไปตามหน้าท้องแบนราบแล้ววกไปทางด้านหลังเข้ากอบกุมบั้นท้ายงอนงาม ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะผละห่างจากริมฝีปากของเธอแล้วลากไล้ลงมาซุกไซ้ที่ลำคอระหง

“อุ๊ย!” จิรัชยาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ก็ถูกยกขึ้นอุ้มโดยขาเรียวเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบเอาไว้ทันทีเพราะกลัวหล่น ส่วนมือที่ถูกปล่อยเกะกะอยู่แนบลำตัวอย่างไม่รู้จะทำอะไรเมื่อครู่ก็คว้าลำคอแข็งแรงเอาไว้เช่นกัน

ภูธนิกเงยหน้าขึ้นจากลำคอของหญิงสาวแล้วยิ้มใส่ดวงตากลมโตคล้ายจะล้อเลียน ก่อนที่เขาจะรีบโน้มใบหน้าเข้าไปจูบเธออีกครั้งเพื่อไม่ให้หญิงสาวหลุดออกจากบ่วงเสน่หาที่เขากำลังก่อ และไม่นานหญิงสาวก็กลับมาอ่อนปวกเปียกอีกครั้งจนเขาต้องสอดแขนเข้าใต้ซอกขาเรียวแล้วดึงรั้งร่างบางเข้าหาลำตัวแข็งแกร่งของตัวเองอย่างแนบแน่นเพื่อไม่ให้เธอเลื่อนหลุดจากเอว

จิรัชยาถูกพาเข้ามาด้านในหลังจากนั้นไม่นานนักโดยที่หญิงสาวก็ไม่ทันได้รู้เนื้อรู้ตัว พอมารู้ตัวอีกทีแผ่นหลังเนียนก็สัมผัสกับที่นอนหนานุ่ม ทำให้หญิงสาวเริ่มตกใจจนต้องเด้งกายขึ้นแต่แล้วก็ต้องทิ้งร่างลงนอนราบไปกับเตียงเมื่อชายหนุ่มทาบทับเรือนกายของตัวเองลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็ไม่ให้โอกาสเธอได้ตั้งตัวเลยเมื่อเริ่มจู่โจมอย่างหนักหน่วงและรุกรานอีกครั้งด้วยปากและมือที่อยู่ไม่สุข

เสียงครางผะแผ่วที่เล็ดลอดออกมาใต้จุมพิตดูดดื่มทำให้ภูธนิกย่ามใจไต่มือขึ้นไปกอบกุมดอกบัวคู่งามภายใต้เสื้อตัวสวยของเธอแล้วเขาต้องซ่อนยิ้มด้วยความปลื้มใจเมื่อพบว่าสิ่งที่ได้สัมผัสนั้นเต็มไม้เต็มมือกว่าที่คิด หากยังไม่เพียงพอต่อการสำรวจมือข้างหนึ่งจึงค่อยๆ เลื่อนลงไปที่ชายเสื้อแล้วรั้งขึ้นมาเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาก็พบกับความอวบอิ่มงดงามที่แทบปริอยู่ภายใต้บราเซียร์ตัวจิ๋ว

ภูธนิกถอนหายใจลึกเมื่อซบใบหน้าลงคลุกเคล้ากับความอวบอิ่มตรงหน้าหลังจากรั้งบราเซียร์ขึ้นไปกองอยู่กับเสื้อเหนือเนินอก ยอดบัวตูมสีชมพูระเรื่อถูกครอบครองด้วยเรียวปากร้อนชื้นอย่างกระหาย รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านของคนใต้ร่างจนต้องกอดเอาไว้แน่นอย่างต้องการจะปลอบประโลม

“พี่ภู...” จิรัชยาอยากจะบอกให้เขาหยุดทำในสิ่งที่เป็นการทรมานเธอแบบนี้แต่ก็พูดไม่ออก สองมือเรียวกำขยุ้มผ้าปูที่นอนไว้แน่นเมื่อความร้อนผ่าวค่อยๆ แผ่ซ่านกระจายออกไปจนทั่วร่าง จนต้องแอ่นร่างขึ้นหาเขาโดยไม่ตั้งใจ และเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้เลยเมื่อมันตอบสนองเขาอย่างน่าอายที่สุด

“หนูจ๋า...เด็กดื้อ” เสียงครวญครางกระเส่าของภูธนิกดังขึ้นผสมกับเสียงเรียกที่ฟังดูแปร่งหู เขาปล่อยยอดทรวงออกจากอุ้งปากแล้วทอดมองดวงหน้าหวานละมุ่นที่เขาเคยบอกว่าจืดชืดแต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

ริมฝีปากบวมเปล่งสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์จุมพิต พวงแก้มที่ซับสีเลือดของวัยสาวและจากแรงปรารถนาที่เขาปลุกเร้าทำให้จิรัชยาดูเปล่งปลั่งน่ามอง อีกทั้งดวงตาปรือปรอยที่เจือด้วยไฟเสน่หานั้นทำให้หญิงสาวที่นอนระทวยอยู่ใต้ร่างเขาดูเร่าร้อนและน่าหลงใหล ซึ่งมันสามารถเขย่าหัวใจเขาจนสั่นคลอน

ภูธนิกเพิ่งได้รู้ความลับก็ตอนนี้เองว่าจิรัชยานั้นจะสวยที่สุดก็เมื่อเวลาที่เธอนอนระทวยอยู่ใต้ร่างของเขานี่เอง ชายหนุ่มโน้มกายลงไปจุมพิตที่ริมฝีปากบวมเปล่งนั้นอีกครั้ง ก่อนจะไล้ลงมาตามลำคอระหงแล้วหยุดหยอกล้อกับทรวงอกคู่อวบอยู่พักใหญ่ก่อนจะเคลื่อนริมฝีปากลงไปที่ฐานอกแล้วต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึงสะดื้อบุ๋ม แต่แล้วอารมณ์เสน่หาก็ต้องถูกตีแตกกระเจิงด้วยเสียงร้องโครกครากออกมาจากท้องของหญิงสาว

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนใต้ร่างก็เห็นว่าเธอหลับตาแล้วเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายจึงหัวเราะร่วนก่อนจะเลื่อนกายขึ้นไปกอดเอาไว้แน่น

“หิวแล้วก็ไม่บอก” เขากระซิบล้อเลียนที่ริมหูหอมกรุ่น

จิรัชยาอับอายเกินกว่าจะสู้หน้าเขาได้ก็เลยไม่ยอมลืมตาขึ้นมอง แต่แล้วต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงความร้อนชื้นที่เข้าครอบครองทรวงอกอีกครั้ง

“อุ๊ย!...” อุทานออกมาด้วยความเสียวซ่านเมื่อเขากดเน้นริมฝีปากลงกับยอดทรวงของเธออย่างหนักหน่วง จนคิดว่าเขาจะเริ่มมันอีกแต่แล้วก็ต้องเย็นวาบไปทั่วทั้งกายเมื่อร่างสูงใหญ่เคลื่อนตัวออกไปยืนมองที่หน้าเตียง

“หิวแล้วก็ลุกเถอะ ไม่อย่างนั้นพี่จะไม่ให้หนูจ๋ากินข้าว”

จิรัชยาได้ยินเขาพูดก็รีบเด้งกายขึ้นนั่งทันที แล้วต้องหน้าร้อนผ่าวเมื่อชายหนุ่มเข้ามาจูบที่ยอดทรวงของเธออีกครั้งก่อนที่เขาจะดึงเสื้อลงให้แล้วฉุดเธอลุกขึ้นยืน แต่หญิงสาวกลับเซเข้าไปปะทะอกเขาเพราะยืนไม่อยู่ด้วยแข้งขาที่สั่นเทา

“อ้าวๆ แค่นี้ก็เข่าอ่อนเสียแล้ว แล้วอย่างนี้อีกตั้งอาทิตย์จะไหวหรือ” เขามีความสุขที่ได้ล้อเลียน ยิ่งเห็นใบหน้าหญิงสาวแดงระเรื่อขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาก็ยิ่งชอบ

ภูธนิกหัวเราะในลำคอเมื่อช้อนอุ้มร่างบางขึ้นสู่วงแขน ก่อนจะพาเดินออกจากบ้านพักไปตามสะพานเล็กๆ ที่สร้างด้วยไม้หยาบๆ หากมั่นคง

“พี่ภูจะพาหนูจ๋าไปไหน” จิรชัยาต้องกอดคอเขาไว้แน่นเพราะกลัวหล่น เหลียวมองข้างทางที่มีดอกไม้ป่านานาพรรณขึ้นแน่นขนัดสลับกับต้นไม้น้อยใหญ่ก็ต้องเผลอมองไม่วางตาเพราะมันสวยไม่ต่างจากครั้งแรกที่พบตอนมาถึง

“พาไปกินข้าวไงล่ะ ก่อนจะเดินมาที่นี่พี่สั่งให้เขาเตรียมอาหารไว้ให้เราด้วย”

“อ้าว แล้วทำไมไม่สั่งให้เขาเอาไปส่งที่บ้านพักล่ะคะ”

“ถ้าให้มาก็ต้องเจอเราทำแบบเมื่อกี้กันน่ะสิ” ภูธนิกก้มลงกระซิบเสียงแผ่ว

จิรัชยาถึงกับหน้าร้อนผ่าวต้องซบใบหน้าแนบกับอกเขาเพื่อหลบซ่อนความขัดเขินที่อาจแสดงผ่านออกมาทางสีหน้าให้เขารับรู้ แต่ถึงแม้ภูธนิกจะมองไม่เห็นเขาก็รู้ว่าหญิงสาวกำลังอยู่ในอารมณ์ใดก็เธอเล่นมุดอกเขาจนแทบจะกลืนหายไปกับมันอยู่แล้ว

“จริงๆ ต้องบอกว่าหนูจ๋าเป็นพวกเข็มขัดสั้นนะ” เขายังเอ่ยกระเซ้า

“เข็มขัดสั้นบ้าอะไรของพี่ภู” หญิงสาวที่ไม่เข้าใจว่าเขาเล่นมุกก็ต่อว่าเสียงอู้อี้

“เอ้า ก็คาดไม่ถึงไงล่ะ เห็นตัวแค่นี้ไม่คิดว่าจะ...”

“อย่าพูดนะ!” หญิงสาวรีบเงยหน้าออกจากอกเขาแล้วยกมือขึ้นปิดปากชายหนุ่มเอาไว้ทันทีก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไรออกมา เธอรู้ล่ะว่าแต่งงานกันแล้วอย่างไรก็คงหนีไม่พ้นเรื่องนี้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะต้องเอามาพูดโจ๋งครึ่มแบบนี้ด้วย

“พูดอะไร คิดลึก” ภูธนิกทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“ไม่รู้ล่ะคะ จะอะไรก็ห้ามพูดทั้งนั้น หนูจ๋าห้ามพี่ภูพูดอะไรทั้งนั้น”

“อ้าว จะมาห้ามพี่พูดได้อย่างไรกัน พี่ไม่ได้เป็นใบ้นะ”

ภูธนิกต้องหยุดเดินเมื่อหญิงสาวเริ่มดิ้น จนสุดท้ายเขาต้องปล่อยเพราะกลัวว่าจะล้มไปด้วยกันทั้งคู่เพราะสะพานนั้นแคบเดินได้เพียงคนเดียว

“ก็พี่ภูชอบพูดจาหยาบคาย” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นสูงเมื่อต่อว่าเขา

“หยาบคายตรงไหน?”

“ก็เมื่อกี้พี่ภูจะบอกว่าอะไรตัวเล็กๆ ไม่คิดว่าจะอะไร...นั่นน่ะ” พูดออกไปแล้วก็ต้องหน้าแดงระเรื่อ เพราะจินตนาการตามคำพูดของเขาไปไกลลิบ

“แล้วกัน แค่คำว่าตัวเล็กๆ ไม่คิดว่าจะ...เนี่ยน่ะหรือที่ว่าหยาบคาย” ภูธนิกส่ายหน้ายิ้มๆ เอ่ยออกมาเสียงกลั้วหัวเราะ

“ก็ถ้าหนูจ๋าไม่ห้ามเอาไว้เสียก่อนพี่ภูก็จะพูดต่อใช่ไหมล่ะ โธ่เอ๊ย...ว่าแต่คนอื่นพูดจาไม่น่ารัก ตัวเองก็พูดจาไม่น่ารักเหมือนกันนั่นแหละ”

“โอเค พี่ยอมรับก็ได้ว่าตั้งใจจะพูดถึง...ดอกบัวตูมของหนูจ๋าจริงๆ” พูดแล้วเขาก็จงใจมองที่หน้าอกของเธอด้วยสายตาพราวระยับอย่างไม่คิดปิดบัง

“นั่นไง พี่ภูหยาบคาย” จิรัชยาร้องโวยวายแล้วก็ยกมือขึ้นปิดหน้าอกตัวเองเอาไว้ไม่ให้เขามอง

“หาเรื่อง พี่ยังไม่ได้พูดอะไรหยาบคายเลยสักนิด หนูจ๋านั่นแหละคิดลึกไปเอง แค่บอกว่าดอกบัวแล้วรู้หรือว่าพี่หมายถึงอะไร” ภูธนิกยังแกล้งล้อไปเรื่อย และแปลกที่ว่าพอเห็นท่าทีโกรธเกรี้ยวของเธอเขากลับชอบมองเสียอย่างนั้น เพราะริมฝีปากอวบอิ่มจะเชิดขึ้นสูงแล้วดวงตากลมโตก็จะจิกมองแต่เขาคนเดียว

“ก็...แล้วพี่ภูมองอะไรล่ะ?”

“มองไปเรื่อย อะไรน่ามองก็จะมอง” เขายิ้มกริ่มเมื่อตอบเธอออกไป แล้วก็ไม่รอให้หญิงสาวได้ยืนต่อว่าเขาตรงนี้อีกเมื่อออกเดินนำโดยมือใหญ่คว้าเอาแขนเรียวกึ่งลากกึ่งจูงให้เดินตามกันออกไปยังห้องอาหารของรีสอร์ต

จิรัชยาบ่นอุบอิบใส่แผ่นหลังเขาไปตลอดทาง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ยังไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเขาจะพิศวาสเธอมากน้อยแค่ไหน หญิงสาวไม่รู้ว่าคนที่เขาปรารถนากันมากๆ นั้นมันเป็นเช่นไร จึงยังเดาไม่ออกว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาอาจจะทำเพราะต้องการจะลงโทษเธอจริงๆ อย่างที่ปากว่า หรือไม่ก็อาจจะแค่อยากทวงสิทธิ์ของเขา แต่สำหรับเธอนั้นมันคือการที่ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดให้กับคนที่ตัวเองรัก และถึงแม้ว่ามันจะดูโง่งมไปสักหน่อย แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นสามีของเธอไม่ใช่หรือ มันก็ถูกต้องแล้วที่เธอจะต้องมอบมันให้กับเขา แม้ว่าเขาอาจจะมองไม่เห็นค่าของมันเลยก็ตาม

.........................................

ทักทายจากตอนที่แล้วค่ะ

คุณฟ้าหวานขา กระต่ายว่าพี่ภูนี่สุดยอดมากกว่า ลืมคำพูดตัวเองแบบหน้าตาเฉยได้สุดๆ ไปเลย อิอิ

คุณsaiขา หนูจ๋าคงได้บร้าสักวันแน่ๆ เพราะอารมณ์ทีเ่ปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของพี่ภู

คุณSetiaขา ตะกี้พี่ภูจะกินเพชรเรี่ยว ฮ่าๆ

คุณGingfaraขา เจ้าเล่ห์ทั้งสองคนเลยค่ะ

คุณก้อนอิฐขา เปรี้ยวหวานค่า หวานมากไปกลัวจะเลี่ยนอ่า อิอิ

คุณMYsisterขา ไปหาแต่่ว่าทำอะไรไม่ได้เพราะไม่รู้สึก กลับมาเลยบ้าพลังอย่างอื่น ฮ่าๆๆๆ

พี่ตองขา คาดว่าคงบอบช้ำด้วยกันทั้งคู่ค่า

คุณรอรักขา หนูจ๋ากำลังพยายามจับแยกอย่างสุดความสามารถค่า

คุณกาสะลองขา แค่นี้พี่ภูก็ทำท่าจะไปไหนไม่รอดแล้วล่ะคะ อิอิ

คุณปั้นฝันขา ตอนนี้หวานแต่น้อยไปก่อนนะคะ ฮี่ๆ

คุณan00ขา คาดว่าหนูจ๋าคงเสียมากกว่าได้คืน เอ๊ะ! อาราย ฮ่าๆๆ

คุณlovemuayขา พี่ภูไม้แก่ค่ะคงดัดยากนิดนึง อิอิ

คุณnutchaขา ลองหนีบมาสิคะหนูจ๋าไม่เอาไว้แน่ ฮ่าๆๆ

คุณมะดันขา ยังดีที่แค่เหนี่ยวค่ะ อิอิ

คุณSaiParnขา ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่า แต่หนูจ๋่าคงร้ายไม่มากไม่มายหรอกค่ะ เธอออกจากน่าร๊ากก ฮ่าๆ แต่ก็ว่าไม่ได้นะคะเห็นแบบนี้ไม่หงิมๆ เลย

คุณwiiขา ฮ่าๆ ก็เพราะยัยมุจเป็นงี้สิคะคุณลัลดาเธอเลยไม่ปลื้ม

คุณเด็กหญิงม่ิิอนขา เพราะร้ายทั้งคู่มันเลยยุ่งๆ ไงคะ

คุณribbinขา ถูกค่ะ ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ทำไมไรเตอร์ไม่เที่ยงอย่างนี้ เอิ๊กกก

คุณyayee62ขา คาดว่าพี่ท่านน่าจะดีใจค่ะ อิอิ

คุณปูสีน้ำเงินขา ถูกต้องแล้วค่า

คุณของขวัญขา นางมารร้ายผู้ไม่น่ากลัวเอาเสียเลยค่ะ ฮ่าๆๆ

คุณkatayขา ฮี้วววว ชื่อเหมือนกันเลยค่ะ อิอิ

คุณlunamoonขา ฮันนีมูนเปรี้ยวหวานค่า ฮี่ๆๆๆ

คุณpseudolifeขา ชัวร์แล้วค่า ตาภูแอบมีใจ อิอิ

คุณหมูอ้วนขา แบบนี้เขาเรียกกลืนน้ำลายตัวเองค่ะ

คุณcheiiขา กระต่ายเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันค่ะว่านอกเหนือจากนั้นแล้วพี่ท่านยังมีอะไรดีอีกไหม ฮ่าๆๆ

คุณinvisibleขา หนูจ๋าก็ชอบแกล้งเหมือนกันค่ะ คู่นี้เขากินกันไม่ลงจริงๆ

คุณล่องลอยขา กระต่ายว่าน่าจะพอๆ กันนะคะ อิอิ

คุณน้ำค้่างขา สงสัยว่าประตูมันจะพุค่ะเลยพังง่าย ฮี่ๆๆ

คุณlnefficientขา เท่านี้หวานขึ้นมาหน่อยไหมคร่าา

คุณboonjaขา ยิ้มเพราะมีแผนไงคะ ฮ่าๆๆ

คุณNNKขา ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันค่ะ

คุณน้องอ้อขา ขอบคุณที่ติดตามค่ะ



ญาณนันต์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 7 พ.ค. 2554, 11:27:58 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 7 พ.ค. 2554, 11:27:58 น.

จำนวนการเข้าชม : 14845





<< ตอนที่ 5 เฝ้าห้องหอ   
หมู้หมู 7 พ.ค. 2554, 11:42:06 น.
นึกว่าจะไม่รอดแล้ววว .. แต่คงอีกไม่นาน555


ทองหลาง 7 พ.ค. 2554, 11:59:18 น.
มาเร็วเชียวเพิ่งอ่านตอนมะกี้จบ


ฟ้าหวาน 7 พ.ค. 2554, 12:05:13 น.
หวานๆๆๆ


หมูอ้วน 7 พ.ค. 2554, 13:16:28 น.
ชอบหนูจ๋ามากมายเลยค่ะ
คงจะไม่รอดคืนนี้แน่ ๆ เลย ฮิ... เตรียมทิชชูไว้พร้อมแล้วค๊า


แม่หญิง 7 พ.ค. 2554, 13:36:06 น.
อึ๋ย.....


hippopo 7 พ.ค. 2554, 13:55:58 น.
แล้วคืนนี้นู๋จ๋าจะรอดมั้ยเนี่ย


incanto 7 พ.ค. 2554, 14:05:27 น.
กำลังลุ้นเลยค่ะ


น้องอ้อ 7 พ.ค. 2554, 14:25:15 น.
กีสๆๆๆ เสร็จแน่


กาสะลอง 7 พ.ค. 2554, 14:55:38 น.
นายภู จัดเต็มด่วน!!! กร๊ากกก


น้ำค้าง 7 พ.ค. 2554, 16:11:22 น.
พี่ภูนี่น้า จู่โจมซะ ฮะๆๆๆๆ


loveleklek 7 พ.ค. 2554, 16:33:09 น.
เกือบไปแล้ว หนูจ๋าเอ๊ยยยย


lunamoon 7 พ.ค. 2554, 16:46:06 น.
เช็ดเลือดก่อน ฮี่ๆๆ


กาซะลองพลัดถิ่น 7 พ.ค. 2554, 17:32:29 น.
้เก๊กมากฟอร์มเยอะก็ไม่ดีนะคะ นายภู หนูจ๋าออกจะน่ารักน่าชิมซะขนาดนี้ ......


cheii 7 พ.ค. 2554, 18:05:43 น.
โอ้ววววว พี่ภูจะสำเร็จโทษหนูจ๋าไม๊เนี่ย ? หื่นๆอย่างพี่ภูท่าจะรอดยากแล้วอินู๋เอ้ย !!!


anOO 7 พ.ค. 2554, 18:57:09 น.
ดีน่าที่ท้องร้องขึ้นมาซะก่อน
คราวหน้าก็เตรียมตัวรับมือได้เลย หนูจ๋า


Setia 7 พ.ค. 2554, 20:08:47 น.
ชิ เป็นไงล่ะ ไหนใครเคยพูดว่าจืดชืดนะ
แล้วนี่ใครน้อ จูบเอาๆ


รอรัก 7 พ.ค. 2554, 21:29:01 น.
อะ โย้ว โย๋ ค้างอย่างแรง สมน้้ำหน้าตาภุ เหอ เหอ เหอ


ก้อนอิฐ 7 พ.ค. 2554, 21:42:54 น.
ท่าทางพี่ภูดูจะหิวกว่าหนูจ๋านะ


ปูสีน้ำเงิน 7 พ.ค. 2554, 21:56:46 น.
หลงเสน่ห์ยัยนู๋จ๋าเข้าแล้วล่ะสินายภู


invisible 7 พ.ค. 2554, 22:24:18 น.
พี่ภูก้อหื่นเหมือนกันนะเนี่ย 55


boonja 7 พ.ค. 2554, 22:51:16 น.
โอะโอ๋ พี่ภูเจ้าเล่ห์อะ ^_o


sai 7 พ.ค. 2554, 23:30:50 น.
พี่ภู ถ้าไม่รีบยอมรับความรู้สึกตัวเองที่มีต่อหนูจ๋าไวไว จะยุให้ไรเตอร์ หากิ๊กให้หนูจ๋าแล้วนะ ชิชิ


ของขวัญ 7 พ.ค. 2554, 23:55:38 น.
พี่ภูนี่ มือไวใจเร็วจริงๆ 555


ชนาพัทธ์ 8 พ.ค. 2554, 02:35:15 น.
แอบคิดอะไรๆ กับหนูจ๋าอยู่ลึกๆอ่ะจิพี่ภู คริๆ


ribbin 8 พ.ค. 2554, 13:15:15 น.
กรี๊ด...หนูจ๋าคนสวย หนูจ๋าคนดี อย่าพึ่งเคลิ้ม อย่าพึ่งยอมเขาน้า...


ไข่ดาวปุกปุย 8 พ.ค. 2554, 16:45:28 น.
อย่ายอมนะนู่จ๋า กัดพี่ภูให้เหวอะไปเรยยยยยยยยย
อิอิ


nutcha 8 พ.ค. 2554, 20:21:11 น.
หนูจ๋าสู้ สู้ จัดการพี่ภูให้อยู่หมัด


nutcha 8 พ.ค. 2554, 20:21:18 น.
หนูจ๋าสู้ สู้ จัดการพี่ภูให้อยู่หมัด


เด็กหญิงม่อน 8 พ.ค. 2554, 20:50:48 น.
พี่ภูหื่นได้ใจจริงๆ 555


yamong 8 พ.ค. 2554, 21:03:34 น.
หนูจ๋า อย่ายอมใจอ่อนกะพี่ภูนะ คนแบบนี้ต้องจัดหนัก ๆๆๆ ฮ่า ๆๆๆ


lnefficient 8 พ.ค. 2554, 21:11:05 น.
แล้วตอนต่อไปจะหวานหรือเปรี้ยวค่ะ


yayee62 8 พ.ค. 2554, 22:33:22 น.
ต่อไปนี่มี NC+18 ไหมเอ่ย ^^


panon 9 พ.ค. 2554, 09:46:30 น.
ว้าววววววววววกลับมาจากพักร้อนเจอบทนี้สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดด


Asian 10 พ.ค. 2554, 14:36:47 น.
จะเป็นสวีทฮันนีมูนรึเปล่าน้อหนูจ๋า


เกสรชมพู่ 19 พ.ค. 2554, 20:16:42 น.
พี่ภูนี่ทะลึ่งเหมือนกันนะเนี่ย


serendipity 16 ส.ค. 2554, 14:25:14 น.
end????
I confuse...do you mean this episode is the last one for this story?


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account