รอยร้าย...แสนรัก
ชีวิตของเธอกลับต้องเปลี่ยนผันไปจมอยู่กับความหม่นหมอง เพราะพี่ชายข้างบ้านอย่างรีชภวัฒน์ได้สร้างรอยฝันร้ายให้กับเธอชั่วนิรันดร์

แนะนำตัวละคร
พระเอก : รีชภวัฒน์ วิโรจน์ศิลป์ อายุ 33 ปี

ชายหนุ่มผู้คุมการเงินในเครือ วรธิกาจญ์ กรุ๊ป บุคลิกแสนอ่อนน้อมอบอุ่นดั่งพี่ชายของน้องสาว ใบหน้าหล่อตี๋สวมแว่นให้ดูมีความมานะมั่นใจ ชีวิตของเขาไม่เคยทำงานพลาดทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาปรารถนา ไม่เคยมีใครทำให้เขาเผอเรอก่อการกระทำด้านลบได้ นอกจากน้องสาวของเพื่อนชายข้างบ้าน ชื่อ กัญญาวีร์

นางเอก : กัญญาวีร์ รุ่งวัฒนากิจ อายุ 21 ปี

แม่กระต่ายสาวน้อยแสนน่ารักอ่อนหวาน เป็นน้องสาวของเพื่อนชายข้างบ้านรีชภวัฒน์ หรือพี่ชายของกัญญาวีร์ ชีวิตของเธอกลับต้องเปลี่ยนผันไปหม่นหมองเพราะพี่ชายข้างบ้านอย่างรีชภวัฒน์ได้สร้างรอยฝันร้ายให้กับเธอชั่วนิรันดร์
Tags: ซึ้งกินใจ,รอยร้าย แสนรัก,เศร้าๆ,หวานละมุน,รอยร้าย แสนรัก

ตอน: บทที่ 2 ใจที่ยังหวาดหวั่นในอดีต


บทที่ 2 ใจที่ยังหวาดหวั่นในอดีต

ภาพในวันนั้นเมื่อสี่ปีก่อน ได้ไหลย้อนเวลาแล่นฉายเข้ามาในหัวของรีชภวัฒน์ มันเป็นการกระทำที่เขาไม่มีวันจะอภัยให้ตัวเองเด็ดขาด เสียงเพลงดนตรี บรรเลงดังกระหึ่มคับหูทั้งเร้าอารมณ์รื่นเริงอย่างเมามันในพับมีชื่อเสียงแถบละแวกเมืองแห่งริมทะเล ภาพเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกำลังสนุกสนานบันเทิงใจกับแสงสีเสียงอันตื่นตาตื่นใจ กลุ่มเด็กวัยรุ่นดังกล่าวได้เสนอให้จัดงานบายเนียร์ขึ้นในพับแห่งนี้ เมื่อจะเรียนจบไฮสคูลแล้วอีกไม่กี่วัน หญิงวัยรุ่นสาวที่เพิ่งจะเคยเข้ามาครั้งแรกก็ปฏิเสธแก้วเบียร์ แก้วเหล้าจากเพื่อนๆ ทั้งผู้ชายและเพื่อนผู้หญิงที่ไม่ค่อยสนิทสนมกันสักเท่าไร

“วีวี่ กลับบ้านกันมั้ย ดูดิพวกนั้นเมาแทบไม่รู้เรื่องแล้ว รู้อย่างนี้พาไปจัด ร้องเพลงคาราโอเกะดีกว่า” เพื่อนสาวที่ยังคงรับแก้วจากบรรดาเพื่อนร่วมห้องมาดื่มลงคออย่างละนิด อย่างละหน่อย ในใจก็กลัวว่าพ่อแม่จะเป็นห่วงเช่นกัน จึงเอ่ยถามหญิงสาวที่ยังนั่งเองเงียบ ไม่ค่อยสงสิงยินยอมรับเครื่องดื่มมึนเมาจากบรรดาเพื่อนสักคน

“ก็ดีเหมือนนะ เจน เรากลัวพี่ชายว่าเอาน่ะ” กัญญาวีร์ตอบเพื่อนสาวชื่อเจนจิราไป เพราะเธอแอบออกมาโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตพี่ชายคนเดียวของเธอเลย

“ได้ๆ งั้นบอกพวกนั้นก่อน ว่าพวกเราจะไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็แอบหนีกลับบ้านกันเลยนะ” เจนจิราบอกแผนเล็กๆ ในการหลบเพื่อนร่วมห้อง เพราะเลี้ยงบายเนียร์ก่อนลาจากกัน มันน่าประทับใจมาก แม้จะต้องเสี่ยงหลบหลีกเข้าผับ เพราะบางคนก็ยังไม่ถึงสิบแปดปีด้วยซ้ำ แต่พับที่นี่ เป็นคนรู้จักของเพื่อนชายตัวการให้จัดบายเนียร์ได้ เพื่อนชายคนนั้นมันเส้นใหญ่จึงบอกคนเป็นพ่อช่วยเบิกทางให้ โดยการออกเงินให้อีกนิดๆ หน่อย ก็ได้เข้ามายลโฉมสถานรื่นเริงภิรมย์ใจกันได้แล้ว

“อืมๆ วีร์ก็อยากไปห้องน้ำพอดีเลย” กัญญาวีร์ตอบรับทันที จิตใจของเธอตอนนี้ บินกลับบ้านไปแล้วด้วย เธอกลัวพี่ชายว่าเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน ถ้ารู้ว่าเธอแอบหนีออกมา



หันไปอีกโต๊ะมุมหนึ่ง ซึ่งมีชายวัยรุ่นสองคนกำลังนั่งตัวสั่นขึ้นมาดื้อๆ เมื่อเห็นดวงตาดุดันของใครจ้องเขม็งมาให้พวกตน

“เฮ้ยๆ ทำไงดีวะ กูเสียบอลอีกแม็ทแล้วว่ะ จะเอาเงินจากไหนไปให้พี่โก้ดีวะ” ชายวัยรุ่นสองคนแอบคุยกันด้วยความเคร่งเครียด แต่ก็แกล้งทำเป็นสนุกสนาน เมื่อเพื่อนๆ โต๊ะถัดไปเรียกชนแก้ว แล้วจึงพากันกลับมาสนใจบุรุษร่างโหดโต๊ะตรงกันข้ามไกลๆ โน้น ด้วยความวิตกกังวลจนชัดเจน

“พี่โก้ ควักมือเรียกแล้วว่ะ เอาไงดีวะไอ้จร”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ไอ้กิตต์พวกเรา แค่ติดหนี้ไม่กี่บาทเองนะ เข้าไปคุยกับพี่โก้ ก่อนกันเถอะ”

“ไม่กี่บาทของแก มันเป็นแสนเลยนะเว้ย” กิติกรร้องท้วงติติ่งใกล้ๆ ขจรวิทย์เพื่อนร่วมชะตากรรม แต่ทว่าขจรวิทย์ก็ไม่สนใจ พาเพื่อนชายผู้ร่วมเล่นพนันเดินไปหาพี่โก้หน้าโหดมาดเท่ห์ ที่เป็นถึงเจ้าของโต๊ะบอลเงินหนัก

“สวัสดีครับ พี่โก้สุดหล่อ” สองหนุ่มวัยรุ่นยกมือไหว้ว่องไว ให้กับนายโกสิทธิ์อย่างเกรงๆ ออกไปทางตื่นกลัวเสียมากกว่า

“ว่าไง น้องชายทั้งสอง วันนี้เอาทรัพย์มาให้พี่รูปหล่อไหมเอ๋ย...” นายโกสิทธิ์เอ่ยถามอย่างอารมณ์ดีเคลิ้มๆ คุกสุราน้ำเมารสเยี่ยมบาดคอไปหลายแก้วแล้ว

“เอ่อ...เปล่าครับ วันนี้พวกผมพาเพื่อนๆ มาบายเนียร์ฉลองเรียนจบกันน่ะครับ คือ...”

“พี่เข้าใจ กลุ่มน้องหน้าเอ๊าะๆ นั้นใช่ไหม หึๆ เพื่อนสาวๆ ของน้องชายใช้ได้หลายคนเลยนี่หว่า” ทั้งสองหนุ่มมือเล่นพนันบอลแทบตาค้าง จนถึงกลับต้องกลืนน้ำลายลงคอเหนี่ยวหนึบ เพราะเห็นแววตาของพี่โก้เพ่งมองจ้องไปยังลูกกวางวัยน้อยตัวหนึ่ง กิติกรกับขจรวิทย์ย่อมรู้ดี พวกเขาไม่ทางขัดขวางหรือคัดคานร้องห้ามได้เด็ดขาด ถ้าเผลอไปขัดใจพี่แกเข้าล่ะก็ ทางเดียวคือตาย!

“อยากใช้หนี้ให้หมดไหม น้องชายแสนเลิฟทั้งสอง” นายโกสิทธิ์ว่าจบก็ชี้มือหนาข้างหนึ่งไปยังหญิงสาวสองคนที่เพิ่งลุกขึ้นขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กิติกรกับขจรวิทย์อ้างปากค้างหวอ ทั้งใจเต้นตุ้มๆ แถมนายโกสิทธิ์จอมโลภผีพนันยังระบุว่าเป็นสาวคนไหนอีกด้วย



ถัดห่างออกไปอีกโต๊ะไกลๆ สองหนุ่มวัยทำงานนั่งดื่มด่ำกับน้ำเมาจนแทบจะยืนไม่ไหวด้วยกันทั้งคู่

“ซอนญ่า! ทำไมถึงไม่เลือกผม ทำไมถึงเลือกเจ้ากันณ์มัน...” เสียงชายหนุ่มสวมแว่นกรอบเรียวหนุ่มมาดเนี้ยบเรียบร้อยอย่างรีชภวัฒน์ผู้เพิ่งจะมีอาการอกหักมาหมาดๆ แถมยังเป็นรักครั้งแรกของเขาด้วย ที่ได้ถูกเสียไปให้กับเพื่อนชายคนสนิทข้างบ้าน แต่จริงๆ แล้ว รีชภวัฒน์แอบชอบทั้งรักอยู่ข้างเดียวต่างหาก และวันนี้เขาเพิ่งจะได้รู้ความจริงว่าซอนญ่ากำลังหมั้นหมายกับกัณรวีร์ ซึ่งทั้งคู่ได้เปิดตัวกัน ก่อนจะเดินทางไปต่างประเทศสองสามวัน แล้วจะกลับมาจัดงานหมั้นหมายอย่างเป็นทางการก็ตาม

“เฮ้ยๆ ไอ้รีช แกเมามากแล้วนะเว้ย นี่นายเรียกฉันมาดื่มเหล้า เพื่อฟังนายบ่นพร่ำเพรื่อ เพราะอกหักเหรอวะ” มนัสวินเขย่าร่างเพื่อนชายที่ดูเรียบร้อยและมาดเนี้ยบ พอเมากลับดูหมดสภาพไปอย่างผิดหูผิดตานัก ด้วยเพราะว่าพิษอกหักขั้นรุนแรงมันช่างแรงเสียจริงๆ มนัสวินคิดเข้าข้างตน และบอกกับตัวเองว่าจะไม่มีทางรักผู้หญิงจริงจังอย่างเด็ดขาด ยกเว้นหญิงหม้ายต่างวัยที่มนัสวินได้หลงปลื้มเพียงคนเดียว พิษรักข้างเดียวมันไม่ใช่แค่หนุ่มแว่นตี๋คนเดียวเสียหน่อยที่กำลังเป็นอยู่...มนัสวินร้องบอกในใจ

“อืมๆ...อยากปลดปล่อย เลยให้นายมานั่งเป็นเพื่อนงาย” มนัสวินแทบส่ายหน้า รับกับสภาพของรีชภวัฒน์ไม่ได้จริงๆ แล้วพรุ่งนี้มันจะไปทำงานไหวไหมเนี่ย มีหวังโดนท่านประธานภีระตินณ์เล่นงาน นายมนัสวินคนนี้ตายแน่ๆ เพราะดันพาผู้ควบคุมการเงินแห่งวรธิกาจญ์ กรุ๊ป โดดงานจนเมาหัวราน้ำ

“ห๊า อยากปลดปล่อยเหรอวะ” เสียงเพลงที่ดังกระหึมจัดจ้าจนแสบแก้วหู ทำให้มนัสวินไม่ค่อยได้ยินอย่างถนัดนัก ด้วยความมึนเมาเจ้ารำราญสนุกสนานเฮฮาและไม่คิดมาก จึงตอบไปว่า

“ดีๆ ไอ้รีช นายจะได้ลืมไอ้อาการอกหักของนาย อย่าไปยึดติดกับผู้หญิงคนเดียวสิวะ” การพูดของมนัสวินกำกวม ด้วยเพราะความเมาอยู่บ้าง ก่อนจะเรียก บริกรชายของพับเริงรมย์ริมทะเล มาเปิดห้องให้สักห้องหนึ่ง มนัสวินพอจะรู้ว่าด้านหลังของแหล่งพับอันมีเสียงแห่งนี้ ซ่อนอะไรเอาไว้อยู่

“น้องชาย พาเพื่อนไปลองใช้บริการที่นี่หน่อยนะ นี่ทริปค่าบริการ แล้วจงบริการให้ถึงใจเพื่อนพี่ด้วยนะเว้ย” มนัสวินบอกบริกรหนุ่มไป ซึ่งความหมายนั้น ทางบริกรหนุ่มก็เข้าใจอย่างดี ยิ่งได้ทริปเยอะแยะหนักๆ อีกด้วย ก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่หน่อย

“ครับๆ”

“ลุก...ลุกขึ้นเว้ยไอ้รีช เดี๋ยวนายมาร์สุดหล่อ เพื่อนแสนดีคนนี้จะพาไปปลดปล่อย” มนัสวินไม่ได้ว่าเปล่าพาดึงร่างนายรีชภวัฒน์ที่กึ่งมึนเมากึ่งมีสติน้อยๆ ไปพร้อมกับหนุ่มบริกรของผับแสงสีผีเสื้อราตรีริมทะเล พลันไม่นานนัก มนัสวินก็ลากขากึ่งล้มกึ่งยืน มาถึงมุมอันเล้าโลมรื่นเริงกระชากหัวใจเรียบร้อย มนัสวินเดินโซเซตัดผ่านหน้าร่างของเด็กวัยรุ่นสองคนไป และมาหยุดที่ห้องบริการห้องหนึ่งพร้อมหนุ่มบริกรที่ช่วยพยุงประคองร่างของรีชภวัฒน์นำทางมา

“อ้าว! คุณมาร์ใช่ไหมครับ เอ๊ะวันนี้หอบเพื่อนมาด้วยหรือครับ” จู่ๆ เสียงเจ้าของผู้ควบคุมแหล่งบริการก็เอ่ยทักขึ้น เมื่อกำลังจะเดินมาดูสิ้นค้าชิ้นใหม่เสียหน่อย แต่ดันได้พบคุณมนัสวินหนุ่มเจ้าสำราญกระเป๋าหนักแถมยังเป็นหนุ่มฮอตร้อนแรงที่ได้ยินจากหญิงสาวต้อนรับบริการหลังพับทั้งหลายด้วย มนัสวินหรี่ตาดูให้กว้างๆ ขึ้น เพื่อมองดูว่าเป็นใคร

“หือ! คุณโก้นี่เอง นึกว่าใคร”

“ครับผมเอง” นายโกสิทธิ์ตอบทั้งยิ้ม ตอนแรกกะจะเข้าลองของใหม่สดๆ เพิ่งได้เมื่อครู่สักหน่อย แต่แล้วเรื่องค้าขายกลับได้เข้าสมองเสียก่อน คงไม่พ้นเงินตรา ยิ่งเจอชายหนุ่มรูปหล่อกระเป๋าหนักอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาจะเอ่ยเพิ่มราคามากเท่าไรก็ยังยินดีจ่ายแน่นอน

“จะว่าไปแล้ว วันนี้ผมขอเสนอน้องสาวคนใหม่ให้ดีกว่าครับ คุณมาร์น่าจะสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว” แต่มนัสวินรีบโบกมือบายๆ พร้อมชี้มาทางเพื่อนหมดสภาพมาดเนี้ยบที่มึนเมาเหล้าเพราะพิษอกหักรักแรก

“สน แต่วันนี้ยกให้เพื่อนดีกว่า ไว้จะชวนมันมาบ่อยๆ” นายโกสิทธิ์ยิ้มกริ่มแทบไม่มีปัญหาอะไรเลย

“ราคาสูงหน่อยนะครับ คุณมาร์”

“ดะ...ได้ จ่ายเท่าไรมาเก็บที่ผมเลย ตอนนี้ขอไปส่งเพื่อนเข้าห้องก่อนตัวหนักเว้ย ห้องไหน ว่ามาเลยคุณโก้”

“หึๆ ห้องเบอร์ข้างๆ นี่แหละครับ” นายโกสิทธิ์ยิ้มระรื่น ได้เงินอย่างหวานหมู

“อืมๆ ไอ้รีช วันนี้นายปลดปล่อยตายสบายเลยนะเว้ย ลืมๆ ซะแค่ผู้หญิงคนเดียวน่ะ”

“เอ่อ...” รีชภวัฒน์เอ่ยรับแบบไม่รู้สติเต็มที่ พร้อมถูกนายมนัสวินส่งเข้าไปในห้องพักหรู กลิ่นหอมของดอกไม้ชวนให้น่าหลับฝันยิ่งนัก

“ช้านส่งแค่นี้นะเว้ย เดี๋ยวต้องไปเช็คบิลล์ก่อน เจอกันที่ทำงานพรุ่งนี้นะเว้ย เจ้ารีช” มนัสวินว่าจบก็ปิดประตูห้องพักใส่หน้ารีชภวัฒน์ทันที ชายหนุ่มที่ถูกลากเข้ามาในห้องก็เอากำปั้นทุบๆ ประตูให้เปิด แต่ก็เปิดไม่ออก แล้วอยู่ๆ ร่างกายชายหนุ่มกลับอยากนอนที่เตียงนุ่มนิ่มนั้นซะเหลือเกิน

“ฮือๆ” แต่ดูเหมือนเขาจะได้ยินเสียงสะอื้นร้องไห้ของผู้หญิง แล้วรีชภัฒน์ก็ร้องอ๋อในใจ ร่างหนาถอดเน็ทไทและเสื้อเชิ้ตออกด้วยความร้อนของแฮลกอฮอล์สุราเมรัย

“หึๆ ซอนญ่าเหรอ” และดูเหมือนในหัวของรีชภวัฒน์จะมีแต่ชื่อของผู้หญิงที่เขารักและเป็นรักครั้งแรก แต่เมื่อร่างบางที่อยู่นอนบนเตียงเหมือนจับถูกหมัด เขาจึงต้องหรี่ตาดูให้กว้างๆ

‘ช่วยด้วย พี่ชาย ช่วยวีร์ด้วย ฮือๆ’ กัญญาวีร์อยากร้องตะโกนให้ดังๆ ขอความช่วยเหลือ แค่เธอเดินไปเข้าห้องน้ำกับเจนจิรา จู่ๆ ขจรวิทย์ก็มาขอความช่วยเหลืออะไรสักอย่าง แต่กิติกรที่กระซิบบอกเจนจิราอะไรไม่รู้ แล้วเจนจิราก็มาเอ่ยพูดกับเธอว่า

‘วีวี่จ๋า ช่วยไปกับจรแปบนึ่งนะ บางทีขจรเขาอยากจะสารภาพอะไรบางอย่างกับเธอน่ะ เดี๋ยวเจนไปรอข้างนอกนะ’ เธอแทบเรียกเจนจิราไว้ไม่ทัน เมื่อจู่ๆ ก็ดันถูกกิติกรลากออกไป การเผชิญหน้ากับขจรวิทย์ แค่ไม่ถึงห้านาที ก็ทำให้เธอตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ทั้งโดนโปะวางยา ทั้งถูกจับมัดและส่งเข้ามายังห้องอะไรก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้เธอเริ่มเดาออกแล้ว เธอกำลังจะถูกขายตัวใช่ไหม กลัวเหลือเกิน มันน่ากลัวเหลือเกิน ทำไมเพื่อนชายที่เธอรู้จักเรียนมาด้วยกัน ถึงกล้าเอาเธอมาขายเช่นนี้ได้ เสียงของขจรวิทย์ดังขึ้นในโสตประสาทรับรู้ของกัญญาวีร์ก่อนเพื่อนชายจะออกจากห้องแห่งนี้ไป

‘วีวี่ ช่วยจรด้วยนะ แค่คืนเดียว พี่โก้จะปลดหนี้พนันบอลให้เราแล้ว’

‘ไม่จริง เลวที่สุด’ เอาเพื่อนมาขายเพื่อใช้หนี้พนันที่ตัวเองไปสร้างขึ้น กัญญาวีร์ไม่คิดว่าขจรวิทย์จะกล้าทำเช่นนี้ อะไรถึงทำให้ขจรวิทย์กับกิติกรกล้าลงมือทำกับเธอ เพราะการพนันใช่ไหม!

“โดนมัด! ใครกันกล้าทำกับเธอแบบนี้ ซอนญ่า เป็นไอ้กันณ์หรือเปล่า” แม้น้ำเสียงของชายหนุ่มที่กลิ่นเหล้าคุ้งมันช่างคุ้นหูของกัญญาวีร์เหลือเกิน แถมยังเอ่ยชื่อที่เหมือนชื่อของคนรักของพี่ชายเธอด้วย แสดงว่าผู้ชายคนนี้อาจจะรู้จักผู้เป็นพี่ชายของเธออย่างงั้นหรือเปล่าหน่อ และมันอาจจะเป็นทางรอดชีวิตของเธอได้ในที่สุด เขาเป็นใครกัน ชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร ในสถานการณ์แบบนี้ ทำให้เด็กสาวที่หวาดผวากลัวจนสุดหัวใจ แต่เริ่มจะเห็นแสงสว่างเข้าแล้ว ดวงใจน้อยๆ สั่นระริกอย่างดีใจ มือหนาของรีชภวัฒน์ก็เข้าไปแก้ผ้าเช็ดหน้าที่ปิดปากสาวน้อยบนเตียงออก เสียงแรกที่ชายหนุ่มเมาพิษอกหักได้ยิน คือ

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ฮือๆ” กัญญาวีร์ ร้องขอความช่วยเหลือทันที มันทำให้รีชภวัฒน์ มีสติสัมปชัญญะกลับคืนมา ใบหน้าหวานที่ละม้ายน่ารักช่างแสนคุ้นเคยนัก และเริ่มเห็นเด่นชัดขึ้น เมื่อมือหนาของชายหนุ่มเอื้อมไปเปิดไฟที่หัวเตียงให้สว่างมากขึ้นอีก

“พะ...พี่รีช/กัญญาวีร์!” สองหนุ่มสาวต่างวัยร้องอุทานประสานเสียงดังขึ้นพร้อมเพียงกัน

“ช่วยด้วย พี่รีช ช่วยวีร์ด้วย วีร์ถูกจับมา ฮือๆ” จู่ๆ หัวสมองของรีชภวัฒน์กลับรู้สึกมึนชาหนึบ ฟังเสียงพูดจากสาวน้อยที่อยู่บนเตียงจนจับใจความยากเย็นนัก แถมเขาก็รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่ซอนญ่า แต่กลับเป็นน้องสาวของไอ้กันณ์เพื่อนข้างบ้าน ทำให้รีชภวัฒน์เกิดอารมณ์โกรธเกี้ยวรุนแรงแบบหัวเหวี่ยง จับร่างบางเข้ามาเขย่าแรงๆ สองสามที

“นี่เธอ มาทำอะไรที่นี่ ห๊า พี่ชายไม่อยู่ น้องสาวเลยมาร่านขายตัวหาผู้ชายใช่มั้ย!” น้ำเสียงของพี่ชายที่แสนดีข้างบ้านตลอดเวลากลับเปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงดุร้ายตะคอกใส่ลั่นห้องอันชวนตัณหาราคะ จนทำให้กัญญาวีร์หวาดกลัวเข้าไปอีกเป็นทวีคูณ หลังจากโล่งใจเพียงอึดเดียว รีชภวัฒน์กำลังเข้าใจเธอผิดอยู่แน่ๆ

“ไม่ใช่ ฮือๆ พี่กันณ์จ๋า ช่วยด้วย ฮือๆ” ดูเหมือนคำพูดร้องเรียกหาพี่ชายของกัญญาวีร์จะไปสะกิดต่อมด้านร้ายอันมืดมนของรีชภวัฒน์เข้าเต็มหัวใจ

“นี่เธอ คิดว่าไอ้กันณ์มันจะช่วยหรือไง ตอนนี้มันกำลังไปเสวยสุขกับซอนญ่าที่เมืองนอกโน้น!”

“จะ...เจ็บ ได้โปรด พี่รีช อย่าทำอะไรวีร์ วีร์โดนจับมาจริงๆ นะ ได้โปรดเชื่อวีร์เถอะ ฮือๆ” ดูเหมือนเหตุผลของกัญญาวีร์จะไม่สันทัดเข้าโสตประสาทรับรู้ของรีชภวัฒน์เลยแม้แต่น้อยเดียว

“หึๆ จะว่าไปแล้ว ไหนๆ น้องสาวมันอยากร่านได้ผู้ชายนัก ฉันก็จะจัดให้แล้วกัน” คำพูดของรีชภวัฒน์ทำให้กัญญาวีร์ ตกใจตื่นตระหนกหวาดผวากลัว หัวใจเต้นระรัวเป็นกลอง ฆ้องขั้นรุนแรง ร่างกายสั่นสะท้านเย็นเฉียบ เสียงสะอื้นไห้เอ่ยร้องดังลั่นขึ้นแทบเป็นระฆังกังวานแสบแก้วหูของรีชภวัฒน์

“ไม่นะ อย่าทำอะไรวีร์เลย วีร์กลัวแล้ว พะ...พี่รีชกำลังเมา ฮือๆ”

“ฉันไม่ดายเมา ฉันไม่เคยคิดว่าน้องสาวแสนน่ารักของไอ้กันณ์จะทำตัวสำส่อน หึๆ ดีจริงจริ๊ง ขอระบายความแค้นลงที่น้องสาวมันก็แล้วกัน”

“อย่านะพี่รีช อย่าทำอะไรวีร์เลย ได้โปรด วีร์ไหว้ล่ะ พี่กันณ์ไปทำอะไรให้พี่รีชโกรธแบบนี้หรือคะ ฮือๆ” กัญญาวีร์ได้ยินคำว่าความแค้นเท่านั้น ก็ทำให้เธอกลัวจนจับใจแบบไม่ทราบสาเหตุ

“ไอ้กันณ์ มันได้หัวใจของซอนญ่าที่ฉันรักไป หึๆ ถ้าฉันทำลายน้องสาวแสนรักของมัน แล้วมันจะเจ็บเหมือนฉันมั้ยวะ ฮ่าๆ” ด้วยฤทธิ์ของน้ำเมารสแสนบาดคอ ทำให้นิสัยด้านมืดของรีชภวัฒน์ระเบิดลั่นออกมาโดยไม่อาจจะควบคุมตัวได้ เขาถอนแว่นตากรอบเรียวทิ้งไป เผยให้ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาคู่คมกริบแดงก่ำเต็มเบ้าด้วยน้ำเมาสุราเลิศรส

“ไม่นะ พี่รีชเมาจนบ้าไปแล้ว ช่วยด้วย ฮือๆ อื้อๆ” ทำไมกัน นี่เขาไม่ใช่พี่รีชพี่ชายแสนดีข้างบ้านใช่ไหม ความหวังอันเป็นทางสว่างให้เธอได้ดับวูบลงไปไม่มีอีกแล้ว กัญญาวีร์ตัดเพ้อด้วยความเสียใจสุดชีวิตในชาตินี้ เมื่อดูเหมือนพี่ชายข้างบ้านตรงหน้านั้นมึนเมาอย่างมากโข แถมยังดูโมโหร้ายมากด้วย ซึ่งมันไม่ใช่นิสัยเรียบร้อยของพี่ชายข้างบ้านเลยแม้แต่น้อย

และแล้วเสียงร้องของความช่วยเหลือก็ถูกปิดปากลงเงียบลงด้วยริมฝีปากหน้าคุกเคล้าน้ำเมาที่เผาร้อนฉานในร่างกายของชายหนุ่มพิษอกหักรันทด มือบางเล็กๆ ที่ถูกมัดก็ผลักไสอกแกร่งอันเปลือยเปล่าออกไปพ้นไกลสุดฤทธิ์ ชายหนุ่มเลวๆ คนนี้กำลังจูบเธออย่างจาบจ้วง มันจูบแรกที่เธอเพิ่งได้รับสัมผัสจากชายหนุ่มที่เธอหลงคิดว่าเป็นพี่ชายที่แสนดีแสนดูอบอุ่นอ่อนโยนไม่แพ้ พี่ชายของเธอ รีชภวัฒน์แทบละเลงพรมจูบอย่างดิบป่าเถื่อนด้วยความไม่รู้สึกถึงการกระทำของตนเอง ริมฝีปากสวยกระจับเรียวเล็กยังคงเบือนบิดหนีทั้งน้ำตา แต่ฝ่ายชายก็ไม่ยอมหยุดบรรจงจูบอันหนักหน่วงจนริมฝีปากเล็กถึงขั้นห้อเลือดปริแตก แล้วลิ้นหนาก็ยังพยายามซอนไซ้ลิ้นบางที่ไม่ประสีประสา ซึ่งมันทำให้ร่างกายของรีชภวัฒน์ตื่นตัวเป็นไฟราคะ เมื่อเวลาเขากำลังได้ลิ้มลองของสดที่เพิ่งจะแกะห่อ มันช่างเป็นความหวานหอมจนไม่อาจจะหยุดชิมได้แม้แต่วินาทีเดียว นี่น่ะหรือที่ใครๆ บอกว่าหญิงวัยกำลังเจริญพันธุ์มันน่ากินมากขนาดไหน ดูเหมือนรีชภวัฒน์จะติดใจริมฝีปากเล็กๆ นี้เข้าเสียแล้ว แต่คนร่างเล็กกลับหวาดกลัวด้วยวูบหวาม ไม่เคยโดนสัมผัสแบบนี่มาก่อนจากชายคนไหนๆ ด้วย สติของเธอยังอยู่ครบและเข้าใจ ว่าตอนนี้เธอกำลังจะโดนข่มเหงและถูกขืนใจต่างหากล่ะ

“อ่อยอ่ะ(ปล่อยนะ)” เสียงร้องประท้วงฝ่ายหญิงตัวน้อย ไม่ได้ช่วยให้หลุดพ้นจากริมฝีปากหนาอันแสนร้ายกาจร้อนจ้าได้เลย ร่างของเธอสั่นเทิ้ม จนเกิดอาการอ่อนระทวยตามอารมณ์พิศวาสที่ไม่รู้จัก

“หึๆ หวานชะมัดเลย สาวน้อย...” ในที่สุดรีชภวัฒน์ก็ปล่อยริมฝีปากบางให้เป็นอิสระ กัญญาวีร์สำลักลมหายใจทั้งอาการร่ำไห้ ยิ่งในหัวใจตอนนี้กำลังแตกสลายด้วยฝีมือของพี่ชายข้างบ้านคนนี้แล้ว ภาพพี่ชายแสนดีถูกลบออกจากหัวสมองของเธออย่างฉับพลัน ชายหนุ่มตรงหน้าเธอ คือ คนที่ไม่รู้จัก!

“ฮือๆ อย่าทำวีร์แบบนี้ พี่รีช ได้โปรดหยุด ได้โปรด...”

“สายไปแล้ว ยัยเด็กขายตัว ฉันจะทำให้เธอรู้ว่า...อยากร่านได้ผู้ชายนักมันเป็นอย่างไง!”

“ไม่นะ ม่าน อย่าทำอะไรวีร์ พี่รีช ฮือๆ” รีชภวัฒน์ไม่พูดอะไรต่ออีกเลย ไม่สนเสียงหวานเล็กวิงวอนแต่อย่างใดด้วย เขากำลังรีบให้จมูกโด่งเป็นสันซุกไซ้แถมยังใช้ลิ้นร้อนลามเลีย ไปยังต้นคอเรียวของหญิงสาววัยแรกรุ่นเจริญพันธุ์ มันช่างหอมกรุ่นอะไรเยี่ยงนี้หน่อ มันสามารถกลบเกลื่อนกลิ่นเหล้าอำพันบนตัวของเขาจนหมด ผิดกับหญิงสาวที่ตัวเย็นเฉียบทั้งดิ้นพล่านผลักไสหนีตาย กับการกระทำอันป่าเถื่อนของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนของพี่ชายเธอ และเป็นคนแสนดีในสายตาของเธอตลอดตั้งแต่พบเจอกัน

“กรี๊ดดด พี่รีช! อยะ...อย่าทำอะไรวีร์เลย ฮือๆ” มือเล็กสองข้างที่ยังถูกมัดอยู่ ก็ถูกมือหนาข้างหนึ่งรีชภวัฒน์ตวาดจับกรอบกำ ดันขึ้นเหนือศีรษะของเธอ ร่างบางดิ้นขัดขืนแรงมากมายเท่าไร ก็ไม่เกิดผลที่จะหลุดพ้นใดๆ ทั้งสิ้น และข้อเท้าเล็กๆ ที่ถูกมัดอีก แต่ดูเหมือนเชือกจะคายออกแล้ว แต่มันกลับไม่สามารถหลุดหนีจากร่างโตแกร่งของรีชภวัฒน์ได้ เพราะเขาดึงกระชากช่วงกลางตัวของร่างบางเข้ามาทับแกร่งกลางลำตัวของชายหนุ่มอย่างแน่นหนา หญิงสาวถึงขั้นสั่นระริกหวาดกลัวจนสุดดวงใจ

“หึๆ ไอ้กันณ์เอ้ย ถ้าแกรู้ว่าน้องสาวแสนรัก อันหวงแหของแกมาขายตัวแบบนี้ แกจะรู้สึกอย่างไง ฮ่าๆ” คำพูดกระแทกกระทั่งของรีชภวัฒน์ แทบไม่ได้ยินเสียงร้องวิงวอนของหญิงสาวร่างน้อยใต้ร่างด้วยซ้ำ ในหัวของเขามีแต่อยากจะทำลายของๆ รักของเพื่อนชายข้างบ้าน ตั้งแต่รู้จักมันและจำความได้ เมื่อนายกันณรวีร์มันได้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาไป เขาจึงบ้าคลั่งจนโทสะร้าวรานไปหมด เพราะว่ามันเจ็บปวดตรงในหัวใจอย่างไงล่ะ มันไม่ใช่ความผิดของกัญญาวีร์ แต่ตอนนี้เธอกำลังถูกเป็นเหยื่อที่ระบายความเจ็บปวดของรีชภวัฒน์ต่างหากล่ะ

“คนสารเลว! ฮือๆ” กัญญาวีร์เพิ่งเคยจะต่อว่า คำร้ายๆ ครั้งแรกให้กับรีชภวัฒน์ ภาพพจน์พี่ชายที่แสนดีในความรู้สึกตอนนี้กลับพังทลายหายวับลงไปชั่วพริบตา

“ฉันมันเลวอยู่แล้ว ยัยเด็กขายตัว...” รีชภวัฒน์ตะเบ็งเสียงบอกจบ ก็ใช้มือที่ยังว่างอีกข้างหนึ่งฉีกเสื้อผ้าหญิงสาวตัวน้อยที่เขาพยายามถอนมันไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่ากระดุมมันอยู่ทางไหน

“กรี๊ดดด ไม่นะ ฮือๆ” กัญญาวีร์ร้องผวาสุดเสียงหลง เมื่อเสื้อผ้าเนื้อนุ่มเบาบางแหวกขาดจนเผยให้ชุดชั้นในที่ล้อมปิดอกอิ่ม มือหนาของรีชภวัฒน์ไม่ปล่อยให้บราเซียตัวเล็กจิ๋วนั่น มันปกปิดอกอันอวบอิ่มได้นานหรอก แค่จับกระชากออกก็เผยให้ดอกบัวคู่งามเต็งตึงในวัยแรกสาว ลิ้มร้อนหนาไม่รอช้ารีบเข้าไปดูดดึงยอดดอกบัวงามสองข้างสลับไปมา กัญญาวีร์แข็งทื่อทั้งหยาดน้ำตา ทั้งกรีดร้องจนเจ็บคอก็มิอาจจะหยุดกระทำการขืนใจจากผู้ชายที่เคยเป็นพี่ชายข้างบ้านผู้แสนดีเสมอมาได้

“อื้อๆ ซอนญ่า” ดวงตาเล็กแทบน้ำตาแตกพราก ทั้งเจ็บปวดจนไปถึงหัวใจดวงน้อย เมื่อรีชภวัฒน์เห็นเธอเป็นตัวแทนของคนรักแรก และเขายังไม่รู้ว่า เธอคือกัญญาวีร์ น้องสาวแสนน่ารักอ่อนโยนข้างบ้าน

“พี่รีช ฮือๆ ได้โปรด ปล่อยวีร์ อย่าทำวีร์เลย วีร์ขอร้องเถอะ ฮือๆ ได้โปรดหยุด ฮือๆ” และดูเหมือนรีชภวัฒน์จะไม่ได้รับรู้อะไร เกี่ยวกับกัญญาวีร์เลยแม้แต่น้อย มือหนาก็ยังไล้ลูบลงไปจากเอวคอดที่ดิ้นพร่าขัดขืนขัดใจเขานัก จนเขาต้องล้วงสัมผัสเข้าไปยังกางเกงในนุ่มนิ่มเนื้อดีของเธออย่างรวดเร็ว แค่นั้นหญิงสาวก็ขนลุกชูชันตั้งลุกชาวาบสะท้านไปทั้งเรือนร่างกาย หัวใจดวงน้อยเต้นแรงสูบฉีดพับๆ เลือดในกายไหลเวียนไม่เป็นทิศทาง ความรู้สึกของผู้หญิงที่กำลังถูกกระทำย่ำยีจิตใจมันครอบงำเธออย่างไม่มีทางลืมเลือน

“กรี๊ดดด อย่า อย่านะ ฮือๆ” มือหนาอันร้ายกาจข้างนั้นของชายหนุ่มบีบบี้แทรกเข้าไปยังเนินเนื้อสาววัยเจริญพันธุ์อย่างไม่มีความปราณี น้ำหวานที่ไม่มันรู้ไหลรินออกมาตอนไหน ด้วยความไม่รู้เรื่องประสบการณ์กับสิ่งแปลกใหม่ ทั้งยังไม่ประสีประสาเรื่องรักหรือความใคร่ แต่ดันตอบสนองการกระทำของชายหนุ่ม มือหนาขยับถูกไถ่รวดเร็วรุนแรงตามทางน้ำหวานที่หลั่งไหลออกมา จนมือหนาข้างดังกล่าวที่สอดนิ้วเข้าไปยังช่องทางรักอันคับแน่นของหญิงสาวนั้น กระทำละเลงแบบไม่ยับยั้งเรี่ยวแรง ซาตานร้ายหลงระเริงพิศวาสอันสดใหม่จนถอนตัวไม่ขึ้น

“กรี๊ด พี่รีช วีร์ จะ...เจ็บ ฮือๆ หยุด ได้โปรดหยุด” และแล้วในหัวของชายหนุ่มดูเหมือนจะพร่ำเพ้อฝันละเมอลอยล่องไปไกลแสนไกล ทั้งยังไร้ความสำนึกและขาดสติสัมปชัญญะ หลงเข้าไปในหมกอยู่น้ำมึนเมา จนต้องการระเริงความใคร่ของตนเอง โดยที่ไม่เห็นคุณค่าของหญิงสาวใต้ร่างแม้แต่น้อยเดียว ร่างเบาะบางถึงขั้นดวงตาขาวโพลงสติที่เหลืออยู่ขาดละบั่น ด้วยกำลังถูกขืนใจขมเหงรังแกจนไร้หนทางสู้ และจิตใจของเธอมันได้รับรู้ถึงความบอบช้ำแสนสาหัสไปตลอดชีวิต

กัญญาวีร์นั่งกอดเข่าตัวสั่นระริก ก้มหน้าก้มตาปิดหูปิดตากับภาพฝันร้าย มันวนเวียนมิเคยเลิกราจางหายไปไหน จนสุดหัวใจ

“หนูวีวี่ หนูวีวี่ ร้องไห้ทำไมจ๊ะ” อยู่ๆ เสียงของป้าพรรณก็เอ่ยถาม เมื่อป้าแม่บ้านกำลังเข้ามาจัดสำหรับอาหารเย็นให้หญิงสาวที่บ้าน เพื่อรอเจ้านายหนุ่มแวะมาตรวจสอบอีกที

“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะป้าพรรณ หนูแค่คิดพี่กันณ์เฉยๆ ค่ะ” ภาพอันบาดลึกอันกรีดหัวใจของเธอ อยู่ๆ มันก็นึกห้วนย้อนเข้ามาในหัวและได้ถูกทลายลงทันที เมื่อมีผู้มาปลุกให้ตื่นออกจากขุมนรกชั่วคราว

“โธ่ๆ คนดีของป้า ป้านึกว่าหนูวีวี่ไม่สบาย หรือเป็นไข้ไปเสียอีกค่ะ”

“ฮือๆ หนูคิดถึงพี่กันณ์ค่ะป้า” กัญญาวีร์บอกป้าคนดูแลไป เธอก็คิดถึงพี่ชายจริงๆ เธอไม่ยอมให้มาล่วงรู้ความฝันร้ายของตนหรอกนะ

“โอ๋ๆ เด็กเอ๋ยเด็กน้อยของป้า แค่หกเดือนเอง เดี๋ยวคุณกันณ์ก็กลับแล้วค่ะ แต่เอ๊ะ จะว่าไปแล้ววันนี้ คุณรีชของป้าจะมาร่วมทานข้าวเย็นด้วยนะคะ หนูวีวี่ไม่เหงาแน่นอนค่ะ” ตลอดหกเดือนนี้ เธอคงหนีผู้ชายที่แสนดีคราบซาตานของป้าพรรณมณีไม่พ้นแน่ๆ เจ็บปวดเหลือ เจ็บปวดที่เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็ยังทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงไม่ดีกลายผู้หญิงขายตัวอันไร้ค่าในสายตาของเขาต่อไป

และแล้วอาหารมื้อค่ำ มื้อแรกในบ้านหลังเก่าของกัญญาวีร์ก็ถูกจัดตั้งเรียงรายขึ้น เจ้าของมื้อค่ำวันนี้ที่จัดแจงสั่งให้ป้าพรรณมณีทำอาหารให้เสร็จสรรพ ก็นั่งคอยคุณหนูเจ้าของบ้านอยู่หัวโต๊ะ ในชุดทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถอดสูทตัวนอกออก รีชภวัฒน์นั่งรอเรือนร่างบางเล็กได้เกือบสิบนาทีแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นเจ้าของบ้านจะโผล่ร่างมาร่วมทานข้าวเสียที จนคนเป็นป้าดูแลต้องเม้มริมปากบ่นหาเอง เพราะหนูวีวี่ของป้ากำลังผิดนัดทานข้าวมื้อแรกกับเจ้านายหนุ่มของนางเสียแล้ว การไม่ได้อยู่เห็นหน้าค่าตากันถึงสี่ปีเต็มๆ ทำให้นิสัยของสาวน้อยแสนน่ารักเปลี่ยนไปหรือเปล่านะ ป้าพรรณมณีออกความคิดเห็นในใจอย่างสงสัย

“เอ่อ...เดี๋ยวป้าไปตามหนูวีวี่ให้นะคะ คุณรีช” รีชภวัฒน์แค่พยักหน้าหนึ่งครั้ง ร่างอวบท้วมๆ ของป้าพรรณก็รีบเดินขึ้นมายังห้องนอนของกัญญาวีร์ มือหนาอันอวบกำลังจะเคาะเรียก แต่กลับถูกเปิดออกก่อน พร้อมใบหน้านวลสวยที่ดวงตาบวมก่ำร้องไห้ เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาด้วยความคิดถึงคนเป็นพี่ชาย

“คุณรีช รอทานข้าวอยู่นะคะ หนูวีวี่”

“ค่ะ ป้าพรรณ ขอโทษที่ทำให้รอค่ะ” ป้าพรรณมณีส่ายหน้าไปมา พร้อมบอกว่าคนที่รอ คือเจ้านายหนุ่มของป้าต่างหาก

“คุณรีชต่างหากที่รอ หนูวีวี่จ๊ะ” กัญญาวีร์ถึงกับถอนหายใจเฮือกโตๆ ก่อนจะเดินตามร่างอวบของป้าพรรณมณีลงมาด้านล่างห้องรับประทานอาหาร รีชภวัฒน์เอามือขยับแว่นกรอบเรียวหนึ่งหน ก่อนจะเอ่ยบอกป้าแม่บ้านให้ตักข้าวใส่จานของตนเอง ทั้งที่ๆ คนร่างเล็กยังไม่ได้นั่งเลย การรับทานอาหารมื้อแรกกับชายหนุ่มข้างบ้านแสนดีอยู่สายตาของเขาตลอดและมันดันจบลงภายในสามนาที เมื่อกัญญาวีร์ทานกับข้าวกับปลาฝีมือป้าพรรณมณีไปได้แค่สองสามคำเท่านั้น ด้วยความฝืนทนอดกลั้นนั่งมองเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในฝันร้ายไปทั้งชีวิตไม่ไหว เพราะเธอกลัวว่า น้ำตาจะไหลรินพรั่งพรูออกมา

“อิ่มแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อค่ำ แล้ววันหลังนายไม่ต้องสรรหามาฉัน ฉันหากินเองได้!” กัญญาวีร์เอ่ยว่าจบก็ลุกขึ้นจากโต๊ะทานข้าว แล้วเดินดิ่งขึ้นไปยังห้องนอนทันที ป้าพรรณมณีแทบเกิดอาการใจกระตุกสั่นๆ เมื่อเห็นอาการคำพูดแปลกหูของหนูวีวี่ผู้น่ารัก เธอไม่เคยเป็นแบบนี้ แค่ผ่านไปสี่ปี ทำให้หญิงสาวที่อ่อนหวานอ่อนน้อม ทำอาการปั้นปึ่งไร้มารยาท กับเพื่อนพี่ชายข้างบ้านได้ถึงเพียงนี้เลยหรือไง ป้าพรรณมณีแทบไม่อยากเชื่อเลย เด็กสาวตัวน้อยๆ ที่ติดตามคุณรีชภวัฒน์และพี่ชายของตนเองแจ ออดอ้อนทำตัวน่ารักคนนั้นหายไปไหนแล้ว

“เอ่อ...เธอคงคิดพี่ชายล่ะมั้งคะ คุณรีช ป้าเห็นหนูวีวี่ร้องไห้ เมื่อช่วงเย็นๆ ค่ะ” ป้าพรรณมณีรีบบอกเหตุของแม่สาวน้อยเจ้าของบ้าน เพราะหล่อนเห็นเจ้านายหนุ่มนิ่งไม่มีรอยยิ้มให้ทุกคน เดาว่าคงจะโมโหแน่ๆ นานมากที่คุณรีชภวัฒน์ของป้าพรรณมณีจะออกอาการไม่พึ่งพอใจ

“งั้นเหรอครับ เดี๋ยวป้าช่วยเตรียมนมสดหนึ่งแก้วไว้ให้ผมด้วย ส่วนป้าก็กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ อาหารที่เหลือพวกนี้เดี๋ยวผมจัดการล้างเก็บเองครับ”

“ว้าย ไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวเรื่องเก็บกวาดล้างจานให้เป็นหน้าที่ของป้าเป็นคนทำดีกว่าค่ะ คุณรีชทำงานมาเหนื่อยๆ ด้วย” รีชภวัฒน์ยกมือห้ามๆ พร้อมบอกเสียงดุเล็กน้อย จนคนเป็นป้าที่คอยดูแลต้องทำตามอย่างขัดข้องไม่ได้

“ทำตามที่ผมบอกครับ ป้าพรรณ!”

“ค่ะๆ” เมื่อป้าพรรณทำตามคำสั่งเตรียมนมสดไว้ให้ อาหารที่เหลือรีชภวัฒน์ก็กินไม่ลงเช่นกัน เพราะโมโหอากัปกริยาของกัญญาวีร์ เขารู้สิว่าทำไมกัญญาวีร์แสนอ่อนหวานถึงมีอาการดื้อรั้นไม่ยอมชายตามมองแม้แต่เขา มันคงทำให้เธอกลับเป็นสาวน้อยที่แสนอ่อนหวานน่ารักสดใส ในสายตาของพี่ชายข้างบ้านคนนี้ไม่ได้อีกต่อแล้วสินะ รีชภวัฒน์ยังคงใช้เวลาอยู่ในบ้านของกัญญาวีร์เกือบหนึ่งชั่วโมง ก่อนตัดสินใจเดินขึ้นมาข้างบนพร้อมด้วยนมสดหนึ่งแก้วเพื่อที่ให้เธอดื่มมันก่อน ดีกว่าไม่ได้ทานอะไรเลย

ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อน แล้วร่างบางกำลังเดินมาเปิดประตูห้องรับ เพราะหลงนึกว่าคงเป็นป้าพรรณมณีที่จะพบเธอก่อนกลับบ้านล่ะมั้ง แต่แล้วมันก็ผิดถนัด เมื่อหลงเผลอปล่อยความระแวงระวังไปชั่วขนาด เธอลืมไปว่ายังมีอีกคนที่สามารถเข้าออกบ้านหลังนี้ของเธอได้อย่างอิสระ ทุกที่แม้แต่ห้องนอนของเธอด้วย มือบางรีบปิดประตูห้องตนเองดังฉับพลัน และล็อกกลอนประตูห้องนอนอย่างแน่นหนา ด้วยมือสั่นๆ น้ำตาที่คลอเคล้าบนเบ้าตากำลังจะล้นออกมา ณ เวลานี้เธอได้กลับมาอยู่สองต่อสองกับผู้ชายที่สร้างรอยฝันร้ายไว้กับเธอชีวิตไม่มีวันลืมเลือน แม้จะเป็นเรื่องร้ายที่ผ่านมาสี่ปีแล้ว กัญญาวีร์ก็ยังทำใจไม่ได้ แถมพอกลับมาในวันแรกที่บ้านเกิดก็พบเขาในห้องนอนของเธออีก และก็เพิ่งรู้ว่าเขามีกุญแจสำรองทุกห้องในบ้านของเธออีกด้วย

‘พี่ชายไว้ใจ เขามากเกินไปแล้ว’ กัญญาวีร์รู้อยู่เต็มอก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนห้อเลือด ก่อนจะเอ่ยปากไล่ด้วยน้ำเสียงครึมเครือสะอื้นไห้

“ปะ...ไปให้พ้นนะ!” มือหนาที่จะเคาะเรียกให้เปิดประตูออกด้วยความฉุนเฉี่ยว ก็ต้องละลายวูบดับลง เมื่อได้ยินน้ำเสียงเหมือนว่าเธอกำลังจะร้องไห้อีกแล้ว และเขาเพิ่งจะมารู้ตัวว่ากำลังทำให้เธอหวาดผวากลัวเข้าอีกแล้วสินะ เธอมาอยู่แค่ไม่ถึงสองวัน รีชภวัฒน์ก็รู้ตัวว่าตนเองได้กระทำอารมณ์อันรุนแรงใส่กัญญาวีร์มากแค่ไหน

“พี่...ขอโทษ อย่ากลัวพี่เลย พี่แค่จะเอานมสดมาให้ดื่มก่อนกลับบ้าน...พี่จะวางมันไว้ข้างๆ ประตูนะ ราตรีสวัสดิ์นะครับ” เขาพูดออกไปแล้ว คำว่าขอโทษ คำที่เขาอยากจะพูดต่อดวงใบหน้าหวานของกัญญาวีร์ แต่ตอนนี้มันมีกำแพงประตูกั้นไว้ เขาไม่อาจจะได้สบตากับดวงใบหน้านวลสาวข้างบ้านได้เลย กัญญาวีร์แทบเอามือป้องปากอย่างสั่นๆ เมื่อได้ยินคำว่า ‘ขอโทษ’ จากผู้ชายแสนร้ายข้างบ้าน คำขอโทษของเขามันไม่อาจจะทำให้เธอลบภาพร้ายๆ เลวของเขาได้หรอก แต่ทำไมหัวใจของเธอถึงได้กระตุกเต้นแรง ด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ และคำพูดของเขากันล่ะ เกิดความเงียบสงัดนานเกือบสิบกว่านาทีแล้ว กัญญาวีร์ยังคงยืนสั่นผวากอดน้ำตาตัวเองคลอ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจใช้มือบางบิดเปิดประตูห้องนอนออกไป ร่างหนาที่เธอหวาดผวากลัวก็หายไปอย่างไร้ล่องรอยแล้ว มีเพียงแก้วนมสดที่วางไว้กับพื้นข้างๆ ประตู พร้อมกระดาษโน้ตหนึ่งแผ่น ซึ่งถูกบรรจงเขียนขึ้นมาจากลายมือของเขา

‘พี่ขอโทษที่ทำให้เธอทานข้าวไม่อร่อย ดื่มนมสดก่อนนอนยังดีกว่าไม่ได้ทานอะไรเลยนะครับ ปล.พี่รู้ตัวว่า พี่ยังคงเป็นคนเลวในสายตาของน้องวีร์เสมอ’

กัญญาวีร์แทบทรุดฮวบคุกเข่าลงไปพื้นบ้าน เมื่อได้อ่านข้อความจากผู้ชายข้างบ้านแสนเลวสำหรับเธอจบ แต่หัวใจของเธอมันยังไม่จบ มันยิ่งเจ็บปวดเป็นร้อยเท่า มันกำลังกรีดร้องจนไม่อาจจะให้ชายหนุ่มคนไหนมาช่วยเข้ามาเยี่ยวยารักษาได้ ภาพทุกภาพในหัวใจของกัญญาวีร์มันเพียงแต่...รีชภวัฒน์คนเดียว คนเดียวที่มอบรอยร้ายให้กับเธอทั้งชีวัน และแล้วในค่ำคืนรัตติกาลอันเงียบสงัดนี้ เธอก็คงต้องนอนร่ำร้องไห้ไปอีกตลอดทั้งคืน พร้อมด้วยความทรมานในทรวงอก...

“พี่รีชต้องการให้วีร์ตายทั้งเป็นไปถึงไหน...พี่รีชคนใจร้าย...ฮือๆ”



โปรดติดตอนต่อไป

บทที่ 3 หนีไม่พ้น...


แวะมาแก้คำผิดและคำตกหล่นค่ะ แต่อาจจะมีอยู่อีก และอาจจะต้องรีไรท์อีกครั้งค่ะ



Aricha
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 5 ก.ค. 2555, 23:11:37 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 ส.ค. 2556, 12:00:14 น.

จำนวนการเข้าชม : 1868





<< บทที่ 1 โวยวาย...   บทที่ 3 หนีไม่พ้น... >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account