แผนร้ายหัวใจรัก

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: ฝึกงานจริง

หกนาฬิกาตรงเป๊ะ มนทิชามาปรากฎตัวที่ล๊อบบี้ของรีสอร์ท เช้านี้หญิงสาวกระโปรงยาวลายดอกสีสันสดใสกับเสื้อสายเดี่ยวสีหวาน กำไลเต็มแขนสองข้างดูเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่าจะมาฝึกงาน
เมื่อคืนหลังจากที่แยกย้ายกันเข้าห้อง เธอได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำเปิดเดาว่าชลธรคงอาบน้ำเข้านอน ส่วนตัวเธอกลับนอนไม่หลับเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงเขาที่เพิ่งพบหน้าเมื่อครู่นี้
‘เขาไม่เปลี่ยนเลยเหมือนเดิมยังไงก็อย่างนั้น’ มนทิชาคิดถึงรูปร่างหน้าตาของชลธร เขาดูคมเข้มขึ้นดูหล่อกว่าตอนเด็กเสียอีก พรุ่งนี้หกโมงเช้าเจอกันที่ล๊อบบี้ หญิงสาวเฝ้าย้ำกับตัวเองว่าจะต้องตื่นไปพบเขาให้ทัน
มนทิชามาสะดุ้งตื่นอีกทีตอนตีห้ากว่าๆ หญิงสาวรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวให้เร็วที่สุด เปิดประตูห้องน้ำเข้าไปเห็นมีรอยน้ำเปียกแสดงว่าเจ้าของห้องอีกด้านคงจะตื่นนอนแล้ว จึงต้องยิ่งเร่งสปีดตัวเองให้ว่องไวขึ้นแล้วรีบออกมาทันที
หญิงสาวมายืนเก้ๆ กังอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์ ไม่มีพนักงานเหมือนเมื่อคืน มนทิชาหันรีหันขวางมองไม่เห็นใคร หญิงสาวจึงใช้วิธีเดินหาหวังว่าจะได้เจอพนักงานของที่นี่
ยิ่งเดินก็ยิ่งไม่เห็นใครห้องพักแขกปิดเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มนทิชาก้าวเท้าเดินเลี้ยวไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดมุ่งหมาย รีสอร์ตนี้ไม่มีใครสักคนเลยเหรอ หญิงสาวหยุดชะงักชั่วคราวเมื่อเห็นพนักงานสาวคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาหาเธอ
“คุณชลธรอยู่ไหนจ้ะ” มนทิชาถามเมื่อพนักงานคนนั้นเดินมาใกล้
“นายออกไปข้างนอกแต่เช้าแล้วค่ะ คุณมีธุระไรหรือว่าจะจองห้องพักคะ” พนักงานคนดังกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“เปล่าจ้ะ ฉันจะมาฝึกงานที่นี่กับคุณชลธร”
“อ๋อ คุณนั่นเอง งั้นเชิญทางนี้ค่ะ นายสั่งไว้แล้วว่าจะให้คุณทำอะไร” พนักงานหันหลังเดินนำหน้ามนทิชากลับไปทางเดิมที่มาเมื่อครู่นี้ หญิงสาวไม่รู้จะทำอะไรดีจึงได้แต่เดินตามไปอย่างว่าง่าย
ระหว่างทางที่มนทิชาเดินตามพนักงานคนที่จะพาเธอไปทำงานตามที่ชลธรสั่งนั้น หญิงสาวถือโอกาสสำรวจเส้นทางภายในของรีสอร์ตไปด้วยในตัว ห้องพักที่นี่เป็นลักษณะบ้านเป็นหลังเหมือนที่เธอพักเมื่อคืนนี้ สไตล์การตกแต่งเน้นไปทางธรรมชาติดอกไม้นานาพันธ์และความเงียบสงบ
มนทิชาเดินมาถึงลานน้ำพุรูปเปลือกหอย หญิงสาวหันหน้าไปมองตามเสียงที่ได้ยิน เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังอยู่ไม่ไกล มนทิชาตาลุกเมื่อได้เห็นทะเลเป็นครั้งแรก
“ว้าว ไม่ยักรู้ว่าที่นี่ติดทะเลด้วย” หญิงสาวเปรยกับตัวเองเบาๆ
“ตรงนี้เป็นจุดชมวิวของรีสอร์ตเรา ตอนนี้คุณธรกำลังปรับปรุงให้ที่นี่เป็นสวนและกำลังทำทางเดินลงทะเล เพื่อให้แขกมีความเป็นส่วนตัวค่ะ” พนักงานหันมาอธิบายเพิ่มเติม
“แล้วตอนนี้ยังเดินไม่ได้เหรอคะ” มนทิชาชักอยากลงทะเลแล้ว
“เดินได้ค่ะ เพียงแต่ว่ายังไม่สวยอย่างในแบบเท่านั้น”
มนทิชาพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่พนักงานคนดังกล่าวบอก หญิงสาวมองออกไปไกลๆ เห็นคนงานกำลังทำทางอย่างที่พูดจริงๆ ไม่เป็นไรเธอยังอยู่อีกหลายวัน ไว้เสร็จเมื่อไรค่อยมาดูก็ได้
มนทิชาผ่านลานน้ำพุเดินเข้ามาด้านใน หญิงสาวแปลกใจว่ารูปแบบที่พักของบริเวณนี้ต่างจากเมื่อครู่ที่เดินมา สไตล์บ้านพักที่นี่เป็นทรงโมเดิร์นมากกว่า และดูเหมือนว่าจะสร้างขึ้นทีหลัง
“ตรงนี้สร้างใหม่เหรอคะ” มนทิชาถามพนักงานที่เดินนำหน้า
“ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ ถ้ามีอะไรคุณถามคุณจอมขวัญเองเลยดีกว่านะคะ”
มนทิชาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางทะมัดทะแมงแต่งตัวต่างจากพนักงานของที่นี่ เดาว่าเธอคงเป็นจอมขวัญคนที่เธอต้องมาพบเป็นแน่
“สวัสดีค่ะ คุณมนทิชาใช่ไหมคะ” หญิงสาวท่าทางทะมัดทะแมงคนที่มนทิชาเห็นเดินเข้ามาใกล้หญิงสาว
“สวัสดีค่ะ ดิฉันมนทิชา” มนทิชาแนะนำตัวเองอีกครั้ง
“ค่ะ ดิฉันจอมขวัญเป็นผู้จัดการของสายธารารีสอร์ตนะคะ ยินดีต้อนรับค่ะ” จอมขวัญเอ่ยอย่างเป็นทางการ
มนทิชาส่งยิ้มให้กับจอมขวัญพร้อมทั้งพิจารณารูปร่างหน้าตาของผู้จัดการรีสอร์ตคนสวยไปในตัว จอมขวัญหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราะรู้ปร่างเล็กบอบบางน่าทะนุถนอม ท่าทางคล่องแคล่วทำให้มนทิชารู้สึกว่าเธอเก่ง
“คุณชลธรสั่งดิฉันไว้ว่า ถ้าเจอคุณให้เริ่มฝึกงานคุณได้เลย ไม่ทราบว่าคุณมนพร้อมหรือยังคะ” จอมขวัญถามด้วยความเกรงใจ
“ได้เลยค่ะ ยินดีมาก ตามสบายเลย” มนทิชายักไหล่หนึ่งที เท่าที่เดินมาเธอไม่คิดว่างานที่รีสอร์ตจะมีอะไรมากมายนัก อย่างดีก็แค่จองห้องพัก ต้อนรับแขกและคอยดูแลในสิ่งที่ขาดตกบกพร่อง ยิ้มสวยๆ ทำหน้าให้ดูเป็นมิตรเข้าไว้ ไม่เห็นจะมีอะไรยาก
“งั้นตามมาเลยค่ะ” จอมขวัญเดินนำหน้าหญิงสาวไป
มนทิชาเดินตามจอมขวัญไปเรียนรู้การฝึกงาน งานแรกที่เธอต้องทำก็คือ
“ถอดผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนไปซัก” มนทิชายืนอึ้งไปชั่วขณะ นี่มันฝึกงานอะไรกัน ทำไมเธอต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย
“ค่ะ คุณธรสั่งไว้ว่าให้คุณมนถอดผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนที่แขกเพิ่งเช็คเอ้าท์ออกไปเมื่อคืนนี้” จอมขวัญทบทวนคำสั่งของชายหนุ่มให้หญิงสาวฟังอีกครั้ง
มนทิชาอยากจะร้องกรี๊ดดังๆ ให้ได้ยินกันทั่วรีสอร์ท นี่คุณหนูเจ้าของรีสอร์ทต้องมาทำงานแบบนี้ด้วยเหรอ อยากจะบ้าตาย
“ทั้งหมดกี่ห้องคะ” หญิงสาวกลั้นใจถาม
“สามสิบค่ะ เมื่อคืนเป็นคณะของอาจารย์ที่มาสัมมนาเพิ่งออกไปเมื่อตอนเช้านี้เอง” จอมขวัญหยิบตารางจองห้องพักขึ้นมาดูแล้วพูดต่อว่า
“เย็นนี้จะมาอีกสามสิบ อ้อ ของฝั่งโน้นก็จะมาอีกสิบห้า เท่ากับว่าทั้งหมดสี่สิบห้าห้องค่ะ”
“มนต้องถอดมาซักแล้วปูด้วยไหมคะ” หญิงสาวสะกดอารมณ์ถาม พี่ธรนะพี่ธร ไหนบอกว่าให้ฝึกงาน นี่มันฝึกงานที่ไหน นี่มันงานเมดชัดๆ
“ไม่ต้องค่ะ คุณธรบอกว่าให้พนักงานปูดีกว่าเกรงว่าคุณมนจะทำไม่ทัน” จอมขวัญบอกยิ้มๆ
“ค่ะ ไม่ทันแน่” มนทิชากัดฟันพูด หญิงสาวฝืนยิ้มให้จอมขวัญเล็กน้อยแล้วลงมือทำงานตามที่ชายหนุ่มสั่งไว้
หมดกัน ชุดสวยที่เธออุตส่าห์เอามา นึกว่าจะได้กรีดกรายอยู่หน้าเคาท์เตอร์กลายเป็นว่าต้องมาเป็นนังแจ๋วอยู่ในห้องพัก นี่คุณพ่อส่งเอมาฝึกงานหรือมาทำอะไรกันแน่ หรือว่าพี่ธรแกล้งเธอ ไม่ได้คืนนี้ต้องถามให้รู้เรื่อง
กว่ามนทิชาจะถอดผ้าปูที่นอนปลอกหมอนเสร็จครบสามสิบห้องตามที่ชลธรสั่งก็เล่นเอาหญิงสาวร้องโอยได้เหมือนกัน ปลอกหมอนผ้าปูที่นอนทั้งสามสิบห้องเสร็จในเวลาเกือบสิบโมงเช้า มนทิชากำลังจะเป็นลมแล้ว ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักนิด
“เสร็จไหมคะ คุณมน” จอมขวัญโผล่มาจากไหนไม่รู้ ผู้จัดการรีสอร์ทเห็นสภาพของมนทิชาแล้วก็นึกสงสาร รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นแบบนี้จนทนได้สักกี่น้ำ คุณชลธรนี่ก็ใจดำเหลือเกิน สั่งงานคุณมนแบบนี้มีหวังสามวันเผ่นกลับกรุงเทพฯแทบไม่ทันแน่
“เสร็จค่ะ” มนทิชาพูดด้วยความเหนื่อย หญิงสาวลงไปนั่งพักที่พื้นห้อง หน้าตาที่แต่งแต้มสีสันมาแต่เช้าจางลงไปเพราะเหงื่อไคลที่ซึมอยู่ทั่วใบหน้า
“ไหวไหมคะคุณมน” ผู้จัดการสาวนั่งลงข้างๆ ด้วยความห่วงใย หญิงสาวเอากระดาษที่ถืออยู่ในมือมาพัดโบกเบาๆ ให้มนทิชารู้สึกสบายขึ้น
“ไหวคะ มนยังไหว” มนทิชากัดฟันยิ้ม ตอนนี้เธออยากจะโทรศัทพ์กลับบ้านเหลือเกิน ใช่แล้ว!
“มีอะไรให้มนทำอีกไหมคะ” หญิงสาวยันตัวเองลุกขึ้น คิดว่าจะกลับไปโทรศัพท์หาแพรใจหรือไม่ก็คุณบูรณะที่ห้อง ถามไถ่ให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่
“คุณมนไปพักทานข้าวก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพนักงานจะมาปูเตียงจะได้ใช้ห้องได้”
“ค่ะ” มนทิชาลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ตั้งใจว่าจะกลับไปอาบน้ำพักผ่อนให้สบายใจ แล้วค่อยโทรศัทพ์กลับกรุงเทพฯ
“แคนทีนของพนักงานอยู่ด้านซ้ายนะคะ คุณมนเดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายจะเห็นแคนทีนค่ะ” จอมขวัญบอกทางไปห้องอาหาร
“ให้มนทานข้าวที่นั่นเหรอคะ” มนทิชาตาโตอีกครั้ง
“ค่ะ พนักงานทุกคนทานข้าวที่แคนทีน เรามีเวลาทั้งหมดสามรอบนะคะ” จอมขวัญอธิบาย
“แล้วมนไปตอนนี้จะมีอะไรให้ทานเหรอคะ มันเกินเวลาแล้ว” มนทิชามองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้สิบโมงครึ่งไม่ใช่รอบของอาหารสักรอบ
“ไปได้ค่ะ ดิฉันเตรียมไว้ให้คุณมนต่างหาก เพราะเห็นว่ายังทำงานไม่เสร็จ” จอมขวัญบอกยิ้มๆ
มนทิชายิ้มขอบคุณในน้ำใจของผู้จัดการสาว เธอเดินไปตามทางที่จอมขวัญบอกไม่นานก็ถึงแคนทีนห้องอาหารของพนักงาน เงียบไม่มีคนอยู่มีเพียงกลิ่นหอมของอาหารที่โชยมาแตะจมูกของหญิงสาว เดาว่าน่าจะเป็นมื้อกลางวันของพนักงานที่นี่
หญิงสาวเห็นฝาชีครอบอยู่บนโต๊ะ น่าจะเป็นอาหารที่จอมขวัญเตรียมไว้ให้เธอ มนทิชาเปิดออกดูพบว่าเป็น ข้าวต้มกุ้งน่าตาน่ารับประทานวางอยู่หนึ่งชาม จับดูยังอุ่นไม่เย็นชืดแสดงว่าคงจะเพิ่งทำเสร็จ
ข้าวต้มกุ้งมื้อแรกที่สายธารารีสอร์ตรสชาติดีไม่น้อย เพียงครู่เดียวมนทิชาก็จัดการกับข้าวต้มหมดชาม หญิงสาวดื่มน้ำเปล่าตบท้ายแล้ววางไว้เตรียมจะลุกกลับที่พัก
“กินแล้วเก็บจานด้วยจ้า” เสียงแว่วออกมาจากครัว
มนทิชาเห็นหญิงวัยกลางคนกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ที่หน้าตู้กับข้าว นางเหมือนไม่สนใจเธอแต่มนทิชาก็เชื่อว่าคนที่พูดเมื่อครู่นี้เป็นนางแน่ๆ
“เก็บที่ไหนคะ ป้า” มนทิชาหยิบชามกับแก้วน้ำขึ้นมาถือ
“อ่างด้านโน้น มากินหลังคนอื่นต้องล้างเองนะคะ” นางเดินย้อนกลับไปในครัวอีกครั้ง
มนทิชาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเดินถือชามกับแก้วน้ำไปที่อ้าง แล้วลงมือล้างชาม ท่าทางเก้ๆ กังๆ ของคนไม่เคยทำงานทำให้ชามกับแก้วน้ำหนึ่งใบใช้เวลาล้างเกือบสิบนาที
“โอ๊ย เปิดน้ำแบบนี้ก็เปลืองน้ำซิคุณ ล้างแค่ชามกับแก้วเปิดยังกับล้างเป็นสิบใบ” แม่ครัวคนเดิมโวยวายเสียงดัง เมื่อเห็นมนทิชาเปิดน้ำทิ้งไว้
“เอ่อ หนูกลัวว่าไม่สะอาด” หญิงสาวยืนถือชามกับแก้วค้างไว้
“ไม่สะอาดอะไรคุณ มือเนี่ย ลูบไปซิถ้าไม่ลื่นไม่มีคราบอาหารติดแล้วก็แปลว่าสะอาด คุณไม่เคยล้างจานหรือไง” นางถามด้วยความแปลกใจ
มนทิชายิ้มเป็นคำตอบ ค่ะ หนูไม่เคยล้างชาม ตอนอยู่ที่อเมริกาหญิงสาวใช้ชีวิตอยู่ที่หอพัก หน้าที่คือเรียนอย่างเดียว คุณบูรณะจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้อย่างเหลือเฟือ ชีวิตในต่างแดนของเธอไม่ลำบากเพราะมีน้ำเงินของบิดาคอยหล่อเลี้ยง
“อ้าว สะอาดแล้วปิดน้ำเอาชามกับแก้วไปคว่ำตรงนั้น” แม่ครัวล้างเป็นตัวอย่างให้ดูแล้วสั่งให้หญิงสาวถือไปคว่ำ
“คงเป็นพนักงานใหม่ซินะ ที่นี่กินข้าวสามเวลาตอนเช้าครัวเปิดตั้งแต่ตีห้าถึงเจ็ดโมง รอบสองเที่ยงเปิดครังตั้งแต่สิบเอ็ดโมงครึ่งถึ่งบ่ายกว่าไม่เกินบ่ายสอง รอบเย็นห้าโมงครึ่งถึงทุ่มครึ่ง รู้แล้วก็อย่ามาสายอีกล่ะ” นางบอกด้วยความหวังดี
“แล้วแขกใช้ครัวที่นี่ด้วยหรือเปล่าคะ” มนทิชาถามด้วยความสงสัย ถ้าแขกเกิดหิวขึ้นมาตอนดึกจะทำอย่างไร
“ของแขกก็มีครัวต่างหากเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง มีเชฟที่คุณธรจ้างมาโดยเฉพาะ แคนทีนที่นี่มีไว้เป็นสวัสดิการของพนักงาน เมื่อก่อนป้าก็เคยทำงานที่นั่น” นางเริ่มเล่า
“แล้วทำไมไม่ทำแล้วล่ะคะ ฝีมือป้าอร่อยออก” มนทิชาพูดตามความจริง ฝีมือแม่ครัวคนนี้พอๆ กับคุณชื่นจิตเลย
“จะทำทำไมให้เป็นภาระของเจ้านาย ทำที่นี่ก็พอแล้ว” นางเริ่มเช็ดจานกับช้อนไปพลาง
มนทิชาติดใจอยากจะคุยกับแม่ครัวคนนี้ หญิงสาวช่วยเช็ดจานกับช้อนอีกแรง ก่อนจะเลียบเคียงถามเรื่องของสายธารารีสอร์ท
“ป้าอยู่ที่นี่มานานแล้วเหรอ” มนทิชาชวนคุย
“อยู่มาตั้งแต่คุณท่านมาทำรีสอร์ตใหม่ๆ” นางพูดไปมือทำงานไป
“แล้วป้ารู้จักคุณบูรณะไหมคะ” มนทิชาอยากรู้ว่าเรื่องการที่บิดาของเธอมาซื้อรีสอร์ทไว้มีใครรู้เรื่องบ้างมากน้อยแค่ไหน
“ไม่รู้จัก รู้แต่ว่าเพื่อนคุณท่านช่วยดูแลต่อและมอบอำนาจให้คุณธรจัดการ” นางหันไปเช็ดแก้วต่อ
“เจ้านายของป้าคือคุณชลธรเหรอคะ”
“ใช่ คุณธร ถามทำไม เราไม่เคยเจอหรือไง แล้วใครพามาสมัคร สัมภาษณ์กับคุณจอมขวัญเหรอ” คราวนี้นางเป็นฝ่ายซักหญิงสาวกลับบ้าง
“อ๋อ หนูรู้ค่ะ ถามเพื่อความแน่ใจเผื่อว่าที่นี่มีนายหลายคน” มนทิชาเอาตัวรอดได้
“ที่นี่มีนายคนเดียว นายที่ดีที่สุดคือนายชลธร จำไว้ อยู่ที่นี่ทำงานให้คุ้มกับที่นายช่วยเรา” นางสอนไปในตัว
“ช่วย ช่วยอะไรคะ” มนทิชาไม่เข้าใจ
“ที่นี่พนักงานทุกคนมีเงินเดือนมีสวัสดิการเพราะคุณชลธร เป็นคนออกไปหาแขกหากรุ๊ปหางานเข้ารีสอร์ทไม่เคยอยู่เฉยๆ ถ้าเป็นช่วงโลว์แบบนี้ที่อื่นอาจจะไม่รับพนักงานเพิ่มหรือจ้างพนักงานรายวันแต่ที่นี่ไม่ ที่นี่เราอยู่กันแบบพี่น้องไม่มีพนักงานชั่วคราวกินเงินรายวันทุกคนได้เป็นเงินเดือนหมด”
“ค่ะ” มนทิชาพยักหน้าเบาๆ มันเกี่ยวอะไรกับที่ให้ทำงานให้คุ้ม
“เพราะฉะนั้นแขกที่มาพักต้องได้รับบริการที่ดีที่สุด นั่นคือพนักงานทุกคนต้องทำงานเต็มที่เพื่อให้แขกพอใจและกลับมาใช้บริการอีกเราถึงจะมีงานตลอดทั้งปี ที่นี่ไม่มีเลิกจ้างใครพอใจจะอยู่นานเท่าไรก็อยู่ไป หรือไม่พอใจจะอยู่ก็ออกไป”
“เหมือนป้าใช่ไหมคะ” มนทิชาพูดยิ้มๆ หญิงวัยกลางคนพยักหน้ารับ
“คุยกับป้าตั้งนานยังไม่รู้จักชื่อเลย ป้าชื่ออะไรคะ” มนทิชาถูกชะตากับแม่ครัวคนนี้ ท่าทางนางจะรักรีสอร์ทและนายมาก
“เรียกป้าแก้วแล้วกัน แล้ววันหลังก็มาให้ตรงเวลา ถ้าเลยเวลาไม่มีนะจะบอกให้ อันนี้คุณจอมขวัญมาบอกไว้ก่อนล่วงหน้าถึงได้ตักแบ่งไว้” นางบอกอย่างอารมณ์ดี
“ค่ะ ต่อไปมนจะมาให้ตรงเวลา ไปก่อนนะคะ ป้าแก้ว” มนทิชาเช็ดช้อนคันสุดท้ายเสร็จพอดี หญิงสาวยิ้มให้แม่ครัวใจดีแล้วเดินออกไป
มนทิชาเดินผ่านมาที่ล๊อบบี้ด้านหน้าของรีสอร์ทเพื่อกลับไปที่ห้องพัก หญิงสาวเห็นพนักงานต่างก็เริ่มทำงานกันตามหน้าที่ จอมขวัญยังสาละวนอยู่กับการจัดการเรื่องห้องพักของแขก วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์มีแขกเริ่มทยอยมาพักบ้างแล้ว แม้จะไม่ใช่ฤดูหน้าท่องเที่ยวแต่ก็ยังมีคนมาใช้บริการบ้างประปราย
“คุณมนคะ คุณมน” เสียงจอมขวัญเรียกเธอ
“คะ คุณจอมขวัญ”
“ไม่ต้องเรียกเต็มยศขนาดนั้นก็ได้ค่ะ เรียกขวัญเฉยๆ ก็ได้ คุณมนทานข้าวแล้วใช่ไหมคะ” มนทิชาพยักหน้ารับ
“งั้นให้เวลาไปล้างหน้าล้างตาสิบนาที แล้วเจอกันที่เคาท์เตอร์นะคะ” จอมขวัญยิ้มแล้วรีบผละไปทำงานต่อ
มนทิชาอึ้งเล็กน้อย หญิงสาวตัดสินใจไม่กลับไปที่พักแต่เดินตามจอมขวัญไป ให้เวลาเธอสิบนาทียังไม่ทันได้ทำอะไรก็ต้องกลับมาอีก สู้ทำงานให้เสร็จแล้วค่อยกลับไปพักทีเดียวดีกว่า
“คุณขวัญมีอะไรให้มนทำคะ มนไม่กลับที่พักแล้ว” มนิชาถาม
“ไม่กลับแล้วเหรอคะ” จอมขวัญทำหน้าแปลกใจ
“ค่ะ” มนทิชาพยักหน้า
“งั้นทางนี้เลยค่ะ” ผู้จัดการสาวเดินนำไปก่อนคุณหนูฝึกงานเดินตามไป กว่าที่มนทิชาจะเรียนรู้การฝึกงานวันแรกเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบทุ่ม แขกคนสุดท้ายที่หญิงสาวส่งเข้าห้องเป็นสองสามีภรรยาชาวต่างชาติที่มาใช้บริการที่รีสอร์ทของเธอ
“เหนื่อยไหมคะ คุณมน แค่วันแรกก็เสร็จเกือบทุ่มแล้ว” จอมขวัญถามด้วยความเป็นห่วง
“เหนื่อยค่ะ ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยทำงานเป็นครั้งแรก เหนื่อยจริงๆ”
มนทิชาไม่แค่เหนื่อยเฉยๆ แต่เมื่อยอีกต่างหาก ช่วงบ่ายเธอต้องอยู่กับจอมขวัญช่วยต้อนรับแขกที่มาพักเป็นคณะใหญ่ เดาจากที่ได้ยินแขกคุยกันคือเป็นคณะพนักงานบริษัทที่มาจัดกิจกรรมช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่น่าเชื่อว่าห้องพักเกือบเจ็ดสิบห้องเต็มเกือบหมด
“นี่ไม่ใช่ช่วงท่องเที่ยวแขกถึงได้ไม่เยอะทุกวัน ถ้าเป็นช่วงไฮนะคะ อย่าให้พูด”
“แล้วแขกมาจากไหนคะ” เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่ามาจากไหน ทำไมถึงได้แห่มาพักกันมากมายขนาดนี้
“ช่วงนี้เป็นแขกที่มาเป็นกรุ๊ปค่ะ หรือบางทีก็เป็นพวกชอบความสงบไม่วุ่นวาย ก็เลือกจะเที่ยวช่วงคนไม่เยอะแบบนี้” จอมขวัญกำลังจะไปส่งมนทิชาที่บ้าน
“แล้วเขาจองกันมาล่วงหน้าหรือว่ามาหาเอาที่นี่คะ” มนทิชาซัก
“ส่วนใหญ่จะจองนะคะ ถ้ามาหาเอาข้างหน้ามักไม่แน่นอน ยิ่งเสาร์อาทิจย์ส่วนใหญ่จะมีคนมาพักผ่อนอยู่แล้ว มากน้อยแล้วแต่สภาพอากาศ” ผู้จักการคนเก่งกล่าว
“ฝนตกยังนี้ เที่ยวทะเลได้เหรอคะ” เธอส่งสัย
“ได้ซิคะ ไม่ได้ตกทุกวันซะหน่อย ถ้ามาเป็นกรุ๊ปแล้วขอให้เรามีกิจกรรมเราก็จัดให้นะคะ” จอมขวัญเล่าตัวงอย่างที่ผ่านๆ มาให้หญิงสาวฟังคร่าวๆ
“ทั้งหมดเนี่ยเพราะคุณธรเป็นคนไปหามา เพื่อไม่ให้พนักงานตกงานและรีสอร์ตมีรายได้ตลอดปีค่ะ” จอมขวัญสรุปตบท้าย
“คุณชลธรไปหามา” หญิงสาวทวนคำช้าๆ
“ค่ะ คุณธรไปคอนแทคกับทัวร์บ้าง กับสมาคมท่องเที่ยวบ้าง หรือบางทีก็แขกที่มาพักแล้วติดใจบริการค่ะ” จอมขวัญเฉลย
“แล้วนี่ที่หายไปทั้งวันแบบนี้ ไปหาแขกด้วยหรือเปล่าคะ” มนทิชาสงสัย
คำตอบของมนทิชาคงมีคนเดียวที่ตอบได้ หลังจากที่จอมขวัญมาส่งหญิงสาวที่บ้านพักแล้ว ผู้จัดการคนสวยก็ขอตัวลากลับไปก่อน โดยบอกก่อนจะจากไป
‘ถ้าคุณมนอยากรู้อะไร ถามคุณธรเองเลยจะดีกว่า คืนนี้คงกลับไม่ดึกหรอกค่ะ เพราะพรุ่งนี้ต้องนำกิจกรรมแต่เช้า’
มนทิชาอาบน้ำอาบท่าใส่ชุดนอนสีชมพูหวานนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงของเธอ หูก็คอยฟังว่าเมื่อไรชลธรจะกลับมาเสียที และแล้วการรอคอยของหญิงสาวก็ไม่ผิดหวัง เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้องข้าง มั่นใจได้ว่าชายหนุ่มคงมาถึงที่แล้ว
หญิงสาวรอฟังเสียงเปิดประตูห้องน้ำอีกสักพัก อยากให้เขาได้อาบน้ำอาบท่าให้สบายเสียก่อนแล้วค่อยไปเคาะประตูห้อง ไม่ผิดคาดเสียงฝักบัวเปิดแล้วจริงๆ มนทิชากะเวลาว่าชายหนุ่มอาบน้ำเสร็จแล้วคงแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เธอจึงเดินไปเคาะประตู เมื่อได้ยินเสียงลูกบิดประตูเปิดออกก็รีบโผเข้าไปทันที
“พี่ธรไปไหนมาคะ” มนทิชาชะงัก ความที่รีบไม่ทันระวังทำให้เธอโผเข้าหาชายหนุ่มทั้งตัว ชุดนอนสีชมพูหวานแนบกับร่างกำยำที่ไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ปกปิดมีเพียงผ้าขนหนูพันกายไว้เท่านั้น ใบหน้าของเธอซุกอยู่ตรงหน้าอกหว้างของเขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะ
ชลธรก็ตกใจไม่คิดว่าเธอจะรีบเดินเข้ามาหาเขาขนาดนี้ ร่างนิ่มแนบกับตัวเขาเป็นเวลานาน เนื้ออุ่นทำให้ใจเขาเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าหวานซุกอยู่ที่อกของเขากร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่รดอยู่บริเวณนั้น
“ขอโทษค่ะ พี่ธร” มนทิชารีบดันตัวเองออก หญิงสาวใจเต้นรัว เลือดฝาดที่แก้มบอกให้รู้ว่าเธอกำลังเขินอายกับสิ่งที่ตนเองกระทำ
“รอผมข้างนอก เดี๋ยวออกไป” เขาหันหลังเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนเดินหายไปในห้องน้ำ มนทิชารีบวิ่งออกมาสงบสติอารมณ์อยู่ที่ด้านนอกอย่างรวดเร็ว
สักพักชลธรก็เดินตามออกมา มนทิชาปรับสีหน้าให้เป็นปกติ หญิงสาวส่งยิ้มให้เขาเป็นการแก้เก้อ ชลธรเมินรอยยิ้มนั้นเขาทำสีหน้าเคร่งขรึมเพื่อรอฟังว่าเธอจะพูดอะไร
“วันนี้พี่ธรไปไหนมาคะ มนไม่เห็นทั้งวันเลย” มนทิชาเริ่มต้นการสนทนาอย่างเป็นกันเอง
“จะถามแค่นี้ใช่ไหม ผมจะได้กลับไปทำงานต่อ” เขาทำท่าจะลุก
“เดี๋ยวค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น” เธอผวาเข้าเกาะแขนเขาไว้ แต่แล้วก็ปล่อยมือลงเมื่อเห็นสายตาดุที่เขามองมา
“โตแล้ว อย่าจับมือถือแขนใครง่ายๆ มันไม่เหมาะ” มนทิชาใบหน้าร้อนผ่าว เธอก้มหน้าไม่สบสายตาเขาแม้แต่น้อย
“มีอะไรว่ามา” น้ำเสียงชลธรอ่อนลงเมื่อเห็นเธอก้มหน้า
“มนจะถามว่า พี่ธรจะให้มนฝึกงานที่นี่ในตำแหน่งอะไรคะ มนจะได้รู้และเรียนงานถูก” เธอเงยหน้าถามเขา สายตาปะทะกับสายตาที่ชลธรมองมาพอดี เธอเห็นแววตาใจดีของพี่ธร
“แล้ววันนี้จอมขวัญสอนอะไรบ้าง” เขาปรับสีหน้าให้เรียบเฉย น้ำเสียงฟังดูเป็นทางการทันที
“ก็ให้มนไปถอดผ้าปูที่นอนปลอกหมอน ตอนบ่ายก็ให้ตามเธอไปดูแลแขกจนค่ำ ตกลงจะให้มนทำอะไรคะ” หญิงสาวพยายามจะสบสายตาของ พี่ธรใจดี อีกครั้ง
“งั้นก็ทำตามที่จอมขวัญสอน พรุ่งนี้เขาให้ทำอะไรก็ทำตามนั้นไป” ชายหนุ่มบอกอีกครั้ง แล้วลุกเดินเข้าห้อง
มนทิชาไม่ต้องการให้การฝึกงานของเธอเป็นแบบนั้น หญิงสาวรีบวิ่งไปดักตรงหน้าประตูทางเข้าห้องของชายหนุ่มยกมือสองข้างกางไว้ปิดทาง ชลธรนึกขำที่หญิงสาวทำนิสัยเหมือนเด็กๆ ที่ไม่อยากให้เขาไปไหนก็วิ่งมาดักหน้าไว้แบบนี้
“อะไรของคุณ มาปิดทางทำไม ผมจะเข้าห้อง” เขาหยุดมองหญิงสาว มนทิชาโตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ไม่เจอกันนานแม้ร่างกายจะโตเป็นสาวตามอายุแต่นิสัยก็ยังเหมือนเด็กอย่างไรอย่างนั้น
“ไม่ค่ะ พี่ธรต้องบอกมาก่อนว่าจะให้มนฝึกงานตำแหน่งอะไร ไม่งั้นมนจะโทร.ไปฟ้องคุณพ่อว่าพี่ธรไม่สอนงาน” เธอขู่
“ก็ฝึกทุกตำแหน่งนั้นแหละ คิดจะเป็นเจ้าของรีสอร์ตก็ต้องรู้ทุกหน้าที่” เขาตอบสั้นๆ
มนทิชาไม่ยอมง่ายๆ ยิ่งได้ยินว่าทุกตำแหน่งก็เหมือนกับว่าเขาปัดความรับผิดชอบ จะให้ทำทุกตำแหน่งได้อย่างไรก็ในเมื่อบิดาส่งให้เธอมาฝึกงานกับเขา นั่นก็หมายความว่าเธอต้องเรียนงานจากเขาจะให้เรียนกับคนอื่นได้อย่างไร
“ไม่นะคะ พี่ธร ต้องพูดกันให้รู้เรื่องก่อน” มนทิชาไม่ยอมจริงๆ หญิงสาวเดินตามชายหนุ่มเข้าไปถึงโต๊ะทำงานในห้อง เธอคงลืมไปกระมังว่านี่คือห้องนอนส่วนตัวของเขา
“คุณพ่อบอกว่าให้มนมาเรียนงานกับพี่ธร ก็เท่ากับว่าพี่ธรก็ต้องสอนมน จะให้คนอื่นสอนได้ยังไงคะ” มนทิชายืนกรานที่จะให้ชลธรสอนงานให้ได้
“ก็ให้จอมขวัญสอนก่อน เรื่องเบสิคพื้นๆ ของรีสอร์ตคุณรู้อะไรบ้าง ถ้าจะมาฝึกกับผมก็ต้องผ่านจอมขวัญมาก่อน” เขาพูดโดยไม่สนใจว่าเธอจะพอใจหรือไม่ หนำซ้ำยังแกล้งเปิดเพลงจากคอมพิวเตอร์ดังๆ อีกด้วย
“แต่พี่ธรก็สอนมนได้นี่คะ” เธอตะโกนแข่งกับเสียงเพลงของเขา
“ก็บอกแล้วไงว่าถ้าจะมาฝึกกับผมต้องผ่านงานของจอมขวัญก่อน” เขาหันมาตอบเธอแล้วก้มหน้าก้มตากทำงานต่อ
มนทิชามาเหนือเมฆกว่า หญิงสาวใช้ทางลัดประตูห้องน้ำที่เชื่มระหว่างทั้งสองห้องเดินกลับไปหยิบโทรศัทพ์มือถือเครื่องสวยของตน แล้วกดเบอร์โทรศัพท์สายตรงไปหาแพรใจทันที
น้องสาวปรึกษากับพี่สาวคนเก่งแล้วก็ได้รับคำแนะนำกลับมาว่า
‘พี่ว่าเรื่องนี้มนคุยกับคุณพ่อดีกว่านะ เพราะคุณพ่อน่าจะได้คุยกับพี่ธรแล้ว’
มนทิชาทำตามที่พี่สาวแนะนำ หญิงสาวต่อโทรศัพท์ไปหาบิดาทันที เมื่อคุณบูรณะรับสายแล้วพูดคุยกับเธอสองสามคำ คุณหนูนักเรียนฝึกหัดก็วิ่งหน้าตื่นกลับไปหาชลธรที่ห้องอีก
“อะไรอีกล่ะ” เขาหันมาถามอย่างแปลกใจ
“คุณพ่อจะคุยด้วยค่ะ” มนทิชายื่นโทรศัทพ์ให้เขา ชลธรรับมาถืออย่างงงๆ ก่อนจะกรอกเสียงโต้ตอบไป
“ครับ คุณอา ผมชลธร...”
ในที่สุดเขาก็วางสายสนทนาลงภายในไม่ถึงนาที แล้วหันมาหาเจ้าตัวที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ ว่า
“มั่นใจแล้วใช่ไหมว่าจะฝึกงานกับผม” ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้ง
“ค่ะ” มนทิชาตอบรับเสียงแจ๋ว
“ถ้างั้นเก็บมือถือเครื่องนี้ไว้กับผมก่อนไม่ต้องใช้ แล้วพรุ่งนี้จะให้จอมขวัญเอาชุดพนักงานมาให้ ต่อไปนี้ถ้าจะฝึกงานกับผมต้องเดินตามหลังผมไปทุกที่ ตีสี่ต้องตื่นตีห้าเริ่มงานเสร็จงานสามทุ่ม แน่ใจนะว่าจะฝึก” ปลายเสียงเหมือนเย้ยหยัยนิดๆ คุณหนูอย่างเธอแค่ได้ยินก็คงหนาวแล้ว
“ตกลงค่ะ แต่ขอไม่ใส่ชุดพนักงานได้ไหม มนเตรียมชุดมาพอ” มนทิชาต่อรองบ้าง
หญิงสาวรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไม่ใช่เพราะอะไร ท่าทางของชายหนุ่มที่ดูจะเอาจริงกับการฝึกงานของเธอคราวนี้ แต่คนอย่างมนทิชาไม่มีถอยยิ่งได้เห็นท่าทีเหมือนจะดูว่าเธอเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อแล้วยิ่งเป็นทิฐฐิให้เธอต้องสอนให้เขารู้ว่าคนอย่างมนทิชาก็ทำได้เหมือนกัน
“ชุดอะไร แน่ใจว่าชุดที่เตรียมมาทำงานได้แน่” เขาถามย้ำ วันนี้ไม่ได้เห็นว่าเธอใส่ชุดอะไร ถ้าเขาได้เห็นมีหวังว่าคงอกแตกตายแน่
“ได้ค่ะ มนเตรียมชุดที่จำทำงานที่รีสอร์ทมาพร้อม” เธอบอกพลางนึกว่าเอาชุดสวยอะไรมาบ้าง
“ถ้าเปิดหน้าเว้าหลังโชว์ร่องอก ไม่ต้องใส่นะ ที่นี่เราไม่มีนโยบายที่จะให้แขกเข้าใจว่าเรามีบริการอย่างอื่นแอบแฝง” เขาหรี่ตามองเธออย่างรู้ทัน
ตายล่ะหว่า ทำไงดี ไอ้ชุดที่ห้ามคือชุดที่เธอมีทั้งนั้น ทำไงดี คนอย่างมนทิชาไม่มีทางอับจนหนทาง
“ได้ค่ะ งั้นชุดที่เอามามนไม่ใส่ก็ได้ แต่พี่ธรต้องพามนไปซื้อชุดใหม่ ตกลงไหมคะ” นี่ไงทางออกของมนทิชา
“หึๆ” เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
“เมื่อกี้ฉันลืมให้เธอฟังสิ่งที่คุณอาสั่ง ห้ามเธอใช้บัตรเครดิตถ้าต้องการซื้ออะไรให้เอาเงินเดือนที่นี่ใช้” เขาหมุนเก้าอี้ทำงานเล่น สายตาก็จ้องมองเธอว่าจะทำอย่างไรต่อไป
มนทิชาสะอึกไม่คิดว่าบิดาจะทำแบบนี้กับเธอได้ นี่เกิดอะไรขึ้นทำไมคุณบูรณะถึงทำแบบนี้
“ขอมนคุยกับคุณพ่อหน่อยได้ไหมคะ” หญิงสาวแบมือขอโทรศัพท์คืนจากเขา ชลธรส่ายหน้าคิดแล้วไม่มีผิด แค่นี้ก็คงจะเปลี่ยนใจ เขายื่นโทรศัพท์คืนให้เธอพร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า
“ถ้าเปลี่ยนใจก็บอก ฉันจะได้ให้คนไปส่งเธอแต่เช้า” เขายักไหล่แล้วหันหน้าไปทำงานต่อ
มนทิชาต่อโทรศัพท์ถึงบิดาอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวพูดเป็นงานเป็นการกับคุณบูรณะ
“พ่อห้ามให้มนใช้บัตรเครดิตเหรอคะ” บุตรสาวถาม
“ใช่ ที่พ่อส่งมนไปฝึกงานที่นั่นก็เพื่อให้เรียนรู้ชีวิต” คุณบูรณะตอบ
“เรียนรู้อะไรคะพ่อ มนไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อต้องให้มนมาลำบาก” ยามจริงจังบุคคลิกของมนทิชาก็ดูเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“มนสบายมาตั้งแต่เล็ก มียัยแพรคอยช่วยมีพ่อหาให้ทุกอย่าง พ่อเลยอยากให้มนรู้จักว่าการหาเงินมีรายได้เป็นของตนเองลำบากแค่ไหน อยากสอนให้ลูกเห็นคุณค่าของเงิน จึงส่งไปฝึกงานกับชลธรเพราะเขาเป็นคนเดียวที่น่าจะสอนมนได้” คุณบูรณะกล่าวตามความเป็นจริง
“คุณพ่อ” หญิงสาวไม่รู้มาก่อนว่านี่เป็นสิ่งที่บิดาต้องการ
“ถ้ามนคิดว่าไม่ไหว ไม่อยากลองทำงานที่นั่น พ่อก็ไม่บังคับจะส่งคนไปรับมนกลับ แต่พ่อจะเสียใจที่ลูกพ่อไม่เรียนรู้ที่จะหาเงินและยืนด้วยลำแข้งตัวเอง”
คำพูดของบิดาเพียงสั้นๆ ทำให้มนทิชาสะท้อนใจ บิดาพูดถูกตั้งแต่เล็กเธอเธอสบายที่สุด อยากได้อะไรก็ได้อยากทำอะไรก็ทำไม่เคยสนใจว่าคนอื่นจะทำอะไรลำบากแค่ไหนเพื่อสนองความต้องการของเธอ
“ทำไมพ่อถึงส่งมนมาที่นี่คะ ทำไมไม่ให้มนไปฝึกงานที่บริษัทกับพี่แพร ทำไมต้องมาอยู่ที่รีสอร์ทนี่ด้วย”
“เรื่องนี้ไว้พ่อจะบอกทีหลัง มนคิดว่าจะทำงานที่นั่นได้ไหมลูก”น้ำเสียงคุณบูรณะถามเหมือนหยั่งเชิง
มนทิชาสองจิตสองใจ ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้บิดาผิดหวัง อีกใจก็คิดถึงความสบายของตนเอง แต่เมื่อคิดถึงสีหน้าและน้ำเสียงที่เหมือนเย้นหยันของชลธรแล้ว ในที่สุดมนทิชาก็เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาในใจ เมื่อคิดว่าคุณหนูอย่างเธอทำไม่ได้ เธอก็จะทำให้ดู
“มนจะฝึกงานที่นี่ค่ะพ่อ จะทำทุกอย่างในรีสอร์ตให้เก่ง” มนทิชาตัดสินใจแล้ว
“ดีมากลูกตั้งใจนะ พ่อว่าชลธรต้องสอนงานลูกให้เก่งได้แน่ๆ” คุณบูรณะดีใจที่ได้ยินคำตอบของบุตรสาว เขามั่นใจว่าชลธรจะสอนให้มนทิชาทำงานได้
มนทิชากลับมาที่ห้องของชลธรอีกครั้ง ชายหนุ่มเตรียมตัวจะเข้านอนแล้ว หญิงสาวเอาโทรศัพท์มือถือมาคืน พร้อมกับบอกว่า
“มนจะฝึกงานที่นี่ค่ะ และจะฝึกกับพี่ธรเท่านั้น” ปลายเสียงเน้นย้ำชัด
เขายิ้มอย่างพอใจที่มุมปาก นึกแล้วว่านิสัยชอบเอาชนะแบบนี้ยังมีอยู่ ชลธรยินดีรับมือกับคุณหนูผู้แสนจะเอาแต่ใจคนนี้ ในเมื่อเธอกล้ารับคำท้าเขาก็กล้าจะทำตามที่พูด
“พรุ่งนี้ตีห้าเจอกันหน้าห้อง หวังว่าคงไม่เลทนะ” เขารับดทรศัทพ์มาถือไว้ในมือ จะได้สักกี่น้ำแค่เจองานพรุ่งนี้ก็แย่แล้ว
“ค่ะ ตีห้า และหวังว่าพี่ธรคงจะไม่ออกไปไหนแต้เช้านะคะ” มนทิชาบอกไว้ก่อน
เขาอมยิ้มนิดๆ อยากรู้นักว่าคุณหนูอย่างเธอจะทนได้สักแค่ไหน มนทิชากลับไปนอนเอาแรงที่ห้องของเธอแล้ว ในขณะที่ชลธรยังรับโทรศัพท์ทางไกลจากกรุงเทพฯอยู่ ก่อนวางหูเขาตอบรับปลายสายทางโน้นดิบดี
“ครับ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ตอนนี้ผมคุยกับชาวบ้านอธิบายให้พวกเขารู้เรื่องที่จะเสียผลประโยชน์แล้ว มีหลายคนเริ่มเอนเอียงที่จะไม่ขายแล้ว ครับ ถ้ามีอะไรผมจะโทร.หาอีกที สวัสดีครับ”
ชลธรล้มตัวลงนอน เขามองโทรศัพท์เครื่องสวยที่วางไว้ที่หัวเตียงอีกครั้ง ป่านนี้เจ้าของคงหลับเอาแรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้แล้ว ชายหนุ่มเอามือก่ายหน้าผาก เห็นทีว่าเรื่องสอนงานเขาคงต้องรับภาระเองเสียแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้าหลอ่นจะมาช่วยเขาอย่างที่ตั้งใจไว้หรือจะมาสร้างความวุ่นวายกันแน่



ปัทมกร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 15 ก.ค. 2555, 11:26:43 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 15 ก.ค. 2555, 11:27:42 น.

จำนวนการเข้าชม : 1022





<< เริ่มแผน   อัศวินของเจ้าหญิง >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account