เสือซ่อนรัก
เมื่อเสือตกหลุมรัก...แม่สาวบ้านนอกผู้ประเปรียวเหมือนหมูป่าโทน เสือจำต้องซ่อนเล็บให้เหยื่อตายใจ จนกว่าแม่สาวตาคมจะเผลอ...



Tags: เสืออิฐ

ตอน: บทที่ 12

ในห้องหรูเงียบงัน หากในสมองของจารุมาศสั่นสะเทือนกราว ๆ ไปด้วยคำพูดของ ‘แฟนเก่า’ อิฐ

แฟนเก่า...ที่ดูเหมือนจะกลับมาทวงอดีตอันหวานชื่นของเธอคืน ด้วยท่าทางเชื่อมั่นจนน่ากลัว

‘กลัว’ อย่างนั้นหรือ...นี่หล่อนกำลังกลัวแฟนเก่าของอิฐ จารุมาศทวนประโยคนี้ซ้ำ ๆ ด้วยความหวาดหวั่น

แน่นอนละ ที่ผ่านมา แม้ปพลไม่บอกเล่าเรื่องราวของ ‘คนรักเก่า’ ของอิฐให้หล่อนทราบ แต่เพียงแค่ได้รู้ว่าอิฐเคยมีแฟน จารุมาศก็พอเดาได้ว่าแฟนของอิฐคงไม่ธรรมดาแน่ อย่างน้อยก็ต้องสวย...และมีเสน่ห์เหลือล้น มิเช่นนั้นคงไม่ทำให้อิฐเลือก และหลงรักได้มากมาย ขนาดเวลาเข้ามานอนกอดหล่อนยามเมามาย เขายังเพ้อถึง

ดังนั้น เมื่อได้เห็น ‘ตัวจริง’ จารุมาศก็ยิ่งหวั่น เพราะที่ตัวเองเดาเอาไว้นั้นถูกต้อง ชลัลดาสวย...สวยชนิดที่ว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนที่พบเจอ จะมองผ่านไปเฉย ๆ โดยไม่เหลียวหลัง ไหนจะเรือนร่างสูงเพรียวทว่าบอบบาง แถมยัง ‘มี’ ในส่วนที่ผู้หญิงควรมี ใบหน้าขาวรู้จักแต่งเติมให้ยิ่งดูดี บวกการแต่งกายทันสมัยอวดสิ่งที่ควรอวด แบบนี้ผู้ชายหน้าไหนก็ต้องยอมสิโรราบ

เหมาะสมแล้ว...ชลัลดาช่างคู่ควรกับอิฐเหลือเกิน

จารุมาศเม้มปาก นัยน์ตาไหวระริก หล่อนไม่ได้กลัวชลัลดา ไม่ได้กลัวความสวยเซ็กซี่ของฝ่ายนั้น มันเป็นแค่เปลือกนอกที่ไม่ว่าชายใดก็ต้องชื่นชอบหลงใหล ไม่เฉพาะอิฐ หากสิ่งที่หญิงสาวหวาดหวั่นกว่านั้นคือความมั่นอกมั่นใจของชลัลดา หล่อนพูดราวกับว่าจะกลับมาทวงบัลลังก์คืน!

แต่มันมิใช่บัลลังก์ มิใช่ข้าวของเงินทองมีค่า แต่เป็นความสัมพันธ์ครั้งเก่าระหว่างเธอกับอิฐ ซึ่งเป็นสิ่งที่จารุมาศไม่อาจก้าวล่วง และไม่เคยมี

‘สองคนนั้นเคยรักกันมาก...’ ปพลเคยพูดประมาณนี้หรือเปล่านะ...จารุมาศยังจำได้ดีว่าตอนนั้นตัวเองรู้สึกแปลบในอกเมื่อได้ฟัง ไม่ใช่เพราะกลัวอดีตรักของอิฐ แต่ลึก ๆ แล้วหล่อนริษยาความสัมพันธ์ของทั้งคู่มาตลอดมากกว่า

ไม่ว่าอิฐจะคบกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน จารุมาศก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่าความจริงที่ว่าเขารักผู้หญิงคนนั้นมาก...ไม่รู้สิ...หล่อนคิดของหล่อนแบบนี้ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนอื่นคิดยังไงกับ ‘แฟนเก่า’ ของแฟนตัวเอง

แฟน...นี่หล่อน ‘บังอาจ’ ใช้คำนี้แทนอิฐเชียวหรือ!

โอย...ปวดหัว การที่ชลัลดากลับมาประกาศตัวเช่นนั้น...มันหมายความว่าสาวหน้าสวยแถมยังขาสวย จะกลับมาคืนดีกับอิฐหรือ

แต่การคืนดี มันต้องเกิดจากความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่ายนี่นา...ถ้าอิฐไม่ยอมคืนดีกับชลัลดาล่ะ

จารุมาศข่มความกลัว ในเมื่อคนกลางคืออิฐ เขาจะตัดสินใจกลับไปคืนดีกับชลัลดาหรือไม่ ก็แล้วแต่เขา หล่อนไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย และไม่ควรมองในแง่ดี หรือแง่ลบเกินไปด้วย เพราะหล่อนเองก็ยังไม่แน่ใจเลย ว่าอิฐรักหล่อนหรือเปล่า

คงต้องทำใจรออย่างเดียว แต่ให้ตายเถอะ จารุมาศไม่สบายใจขึ้นเลย ใจยังเต้นแรง หวั่นไหวหวาดกลัว ทั้งที่เผชิญหน้ากับชลัลดาแค่ครู่เดียวเท่านั้น แต่ราวกับเป็นพายุทอร์นาโด ที่มาเร็วไปเร็วก็จริง แต่สร้างความพินาศย่อยยับไว้เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

จารุมาศกดเบอร์ปพล พยายามตั้งสติทำใจให้สงบ

“จาวจะกลับยังไง” เสียงร่าเริงของเพื่อนทำให้หล่อนใจชื้น

“รถทัวร์น่ะสิ เดี๋ยววันศุกร์เราจะเอากระเป๋าเสื้อผ้าไปที่ทำงานด้วยเลย จะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา ปพลล่ะ”

ฝ่ายนั้นนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะคำตอบมันข้องเกี่ยวกับ ‘บุคคลที่สาม’ ที่เขากำลังจะเอ่ยถึง

“ถ้าไอ้อิฐไป เราก็คงไปกับมัน มันไม่นั่งรถทัวร์ไปแน่”

คราวนี้หญิงสาวเป็นฝ่ายนิ่ง

“ทำไมจาวไม่ชวนมันล่ะ” ปพลถาม “เราว่ามันอยากให้จาวเป็นคนชวนมันนะ”

“เราไม่กล้า” จารุมาศอ้อมแอ้ม

จะบอกปพลดีไหมนะ ว่าเมื่อครู่หล่อนมี ‘แขก’ ที่ไม่ได้รับเชิญ แถมเป็นคนที่ปพลอาจรู้จักดีเสียด้วย และแขกคนนั้น ก็ทำให้ความลังเลใจที่จะชวนอิฐไปบ้าน กลายเป็นความหวาดหวั่นไม่แน่ใจหนักขึ้นไปอีก

มันเหมือนว่า...ถ้าหล่อนชวนอิฐ ก็แสดงว่าหล่อนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการปรากฏตัวของชลัลดา ซึ่งความจริงไม่ใช่...จารุมาศกลัว...กลัวความรู้สึกของอิฐกับผู้หญิงคนนั้น หล่อนชวนเขาไปเที่ยวบ้านเกิด ทำหน้าระรื่นมีความสุขให้ใคร ๆ เห็น แล้วพอกลับมา อิฐก็กลับไปคืนดีกับแฟนเก่า ส่วนหล่อนก็อกหักยับเยินไปอย่างนั้นหรือ

แน่ละ เรื่องยังไม่เกิด...แต่ตอนนี้หล่อนไม่อยากเอ่ยปากชวนเขาเสียแล้ว!

“กล้าเถอะน่า ถ้าจาวชวนมัน จาวจะได้ไปพร้อมกับเราไงล่ะ ประหยัดค่ารถทัวร์นะจาว” ชายหนุ่มเอาคำว่าประหยัดมาล่อ เพราะรู้ดีว่าคนฐานะปานกลางอย่างเขาและหล่อน คำนี้สำคัญนัก แต่สำหรับเรื่องนี้ มันเป็นเพียงตลกฝืด เพราะจารุมาศไม่ขำ

“ไม่ดีกว่า” หญิงสาวยังยืนกราน “เราไปของเราเองได้ปพล เธอไปกับคุณอิฐเถอะ”

“ยังไง ๆ จาวก็ต้องไปเจอกับมันที่บ้านอยู่ดีนะ” ปพลว่า “ถามจริง ๆ เถอะ จาวทะเลาะกับมันเหรอ”

เขาสงสัยมาตั้งแต่เห็นท่าทีหงอย ๆ ของอิฐ แม้จะต่อต้านมิให้สองคนนี้คบหากัน แต่ถ้าอยู่ในสายตาของเขา ปพลก็ยังรับไหว เรื่องชวนไปบ้านเกิด มันไม่หนักหนาอะไร ก็แค่ชวนกันไปประสาเพื่อนเขาไม่คิดมากอยู่แล้ว
ที่อยากให้จารุมาศเป็นคนชวนอิฐ เพราะดูท่าว่าว่าเพื่อนรูปงามจะเต็มใจไปเสียยิ่งกว่าเขาเป็นคนชวนเอง

ทำไมปพลจะไม่รู้...ว่าอิฐดูมีชีวิตชีวาขึ้นในช่วงนี้เพราะจารุมาศ เพื่อนแสนดีของเขาจมจ่อมอยู่ในความทุกข์ ความเหงาเดียวดายมานาน พอมีจารุมาศเข้ามา อิฐก็เหมือนจะยิ้มบ่อยขึ้น พูดหยอกล้อกับเขาได้แม้นาน ๆ ครั้งก็ยังดี การไปเปิดหูเปิดตาที่บ้านเกิด อาจทำให้จิตใจของอิฐร่าเริงอย่างที่ควรจะเป็น ปพลจึงอยากให้อิฐไป แม้ในใจจะเกรงว่าความสัมพันธ์ของอิฐกับจารุมาศจะ ‘ก้าวหน้า’ ไปอีกขั้นก็เถอะ

แต่ท่าทีของสองคนดูแปลก ๆ เหมือนมีปัญหากันอย่างนั้นแหละ

“เปล่า”

นึกแล้วว่าต้องตอบแบบนี้...ปพลคิดในใจ ถามอิฐก็คงไม่ได้เรื่อง เอาวะ...ปล่อยผ่านไปก่อน เดี๋ยวถึงสิงค์บุรีแล้วค่อยว่ากัน

“เปล่าก็เปล่า บางทีไอ้อิฐมันก็คงไม่อยากไปบ้านเราเหมือนกัน ยิ่งจาวไม่ชวน มันอาจไม่ไปก็ได้นะ”

หญิงสาวนิ่งเงียบ คำว่าอิฐอาจไม่ไปทำให้รู้สึกใจหาย

หล่อนอยากให้เขาไป...แต่...อีกใจก็กลัวว่าอะไร ๆ มันอาจไม่เป็นอย่างที่คิด เขากับชลัลดา...จะกลับไปคืนดีกันไหมนะ อิฐยังรักเธอคนนั้นอยู่หรือเปล่า...หล่อนดูออกนอกหน้าไปไหมถ้าชวนอิฐไปเที่ยว ทั้งที่ใจเขายังมีคนรักเก่าเป็นเงาอยู่ในใจไม่เคยลืม

จารุมาศไม่กล้า ด้วยหวาดกลัวไปสารพัด

เรื่องอื่นหล่อนสู้ไม่ถอย แต่เรื่องหัวใจ โดยเฉพาะกับผู้ชายอย่างอิฐ จารุมาศขอยอมแพ้ เขาดูสูงเกินเอื้อมอยู่แล้ว ยิ่งได้เห็นแฟนเก่าของเขา ก็เหมือนถูกตอกหมุดย้ำให้ยิ่งเจียมตัว

ความรักช่างยากเย็นจริงนะ

.....................................................................

“แกไม่ไปเหรอ”

ปพลเสียงสูง แถมเลิกคิ้วสูงเมื่อโทรศัพท์หาเพื่อนรักแล้วได้ฟังประโยคปฏิเสธเรียบสนิทของอิฐ

“ข้าเหนื่อย วีคเอนด์ทั้งทีก็อยากพัก”

“แต่แกทำท่าเหมือนอยากไปนี่หว่า” ปพลไม่ยอมแพ้ “ถามจริง ๆ เหอะ คันปากว่ะ แกมีปัญหาอะไรกับจาวหรือเปล่า จาวมันไม่ชวนแกใช่ไหม แกถึงไม่ไปน่ะ”

“เปล่า”

ปพลแค่นหัวเราะ “แกสองคนพูดคำว่า ‘เปล่า’ เหมือนกันเลยว่ะ”

อิฐเป็นฝ่ายเลิกคิ้ว “เหรอวะ”

“อย่ามายอกย้อน แกไปเถอะนะอิฐ ไปเที่ยวบ้านข้า จะได้ลืม ๆ เรื่องเครียดไง”

“ข้าไม่ได้เครียดอะไรเสียหน่อย”

“แกเครียดเรื่องจาว ข้ารู้” ปพลย้อน อีกฝ่ายนิ่งไป เขาเลยได้ที “หรือแกเกรงใจข้า ไม่ต้องเกรงใจเลยนะ เรื่องแกกับจาว กับเรื่องนี้มันคนละเรื่อง นี่นาน ๆ ข้ากลับบ้าน ก็อยากให้แกไปสนุกกันบ้าง ไม่รู้ละ ถ้าแกไม่ไป ข้าถือว่าแกรังเกียจ”

“ไม่เอาน่าไอ้พล” อิฐลากเสียง รู้ดีว่าตอนนี้เพื่อนกำลังแกล้งงอน “ข้าแค่เหนื่อย...”

“โกหก ร้อยวันพันปีแกไม่เคยพูดคำนี้”

อิฐหัวเราะออกมาในความพยายามของเพื่อน “โอเค ๆ ถ้าแกว่ามันคนละเรื่อง ข้าไปก็ได้”

“แหม” ปพลเสียงแหลม “พอข้าอะลุ่มอล่วยให้ ก็เข้าทางแกเลยนะ ยังไง ๆ ข้าก็ไม่อนุญาตให้แกคบกับจาวหรอกโว้ย ไอ้เสือนอนกิน”

พอเพื่อนหัวเราะออก ปพลก็เบาใจ แม้ยังไม่รู้สาเหตุว่าทำไมจารุมาศกับอิฐถึงดูแปลก ๆ ก็เถอะ...ไม่แน่อาจได้รู้ตอนไปบ้านก็ได้

แฟนสาวร่างบางเปิดประตูห้องเข้ามาหลังปพลวางสาย “ตกลงศุกร์นี้จะกลับบ้านจริง ๆ เหรอ”

“จริง” เขาตอบเนือย ๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอน หากต้องชะงักเมื่อฟางเอ่ยเสียงเจ้าเล่ห์ว่า “อิฐไปด้วยแน่ใช่ไหม”

“ที่อยากไปเพราะไอ้อิฐเหรอ” ปพลหันไปถาม หน้าตาเขาจริงจังจนอีกฝ่ายชักหวาด

“แหม...ฟางก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ก็ไม่อยากไปนี่นา...”

“ถ้ารังเกียจนักก็ไม่ต้องไป พลเบื่อจะชวนฟางแล้วเหมือนกัน” ปพลตัดบทอย่างเหลืออด เขาเดินเข้าห้องปิดประตูโครม ไม่สนใจหน้าบูด ๆ ของแฟนสาว

ชายหนุ่มเปิดตู้เสื้อผ้า เลือกเสื้อลำลองสองสามชุดเตรียมใส่กระเป๋าเดินทาง ครุ่นคิดถึงของฝาก บางทีอาจชวนอิฐไปดูเสื้อให้พ่อแม่คนละสองตัว และขนมฝากหลาน กลับบ้านเที่ยวนี้ต้องไม่กลับมือเปล่า เพราะทิ้งช่วงมานานเหลือเกิน

พอรู้ว่าจะได้กลับไปเยี่ยมบ้าน เขาก็มีความสุข อย่างน้อย...ก็สุขกว่าการอยู่กับแฟนสาวถือตัวเอาแต่ใจของเขา

.....................................................................

“กลับบ้านดี ๆ นะจาว อย่าลืมของฝากล่ะ”

เสียงสาวิตรีไม่เบานัก เพื่อนร่วมงานซึ่งทยอยออกจากบริษัทตอนเย็นต่างหันมามองจารุมาศ รวมทั้งอาทิตย์

หญิงสาวโบกมือให้สาวใหญ่ซึ่งกำลังก้าวขึ้นรถแท็กซี่ วันนี้สาวิตรีดูสดใสขึ้น คงเพราะหายดีแล้ว และอาจมี ‘เรื่องอื่น’ ที่จารุมาศไม่รู้ แต่ช่างเถอะ แค่เห็นสาวิตรีดีขึ้นหล่อนก็เบาใจ

จะว่าไปใคร ๆ ก็คงมองออกว่าหล่อนจะกลับบ้าน เพราะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตหรา ในนั้นอัดแน่นไปด้วยอาหารกระป๋องยี่ห้อแปลก ๆ ขนมอร่อย ๆ และเครื่องดื่มสำเร็จรูปที่หล่อนเลือกซื้อจากห้างฯเอาไปฝากพ่อแม่ ลำพังเสื้อผ้าน่ะไม่กี่ชิ้นหรอก กลับบ้านใส่ชุดอะไรก็ได้นี่นา

เมื่อวานจารุมาศนั่งนึกอยู่ค่อนวันว่าจะซื้ออะไรไปฝากที่บ้าน เพราะปกติถ้าไปต่างจังหวัด มักจะมี ‘ของฝาก’ ขึ้นชื่อในจังหวัดนั้น ๆ ไม่ของกินก็ของที่ระลึก แต่สำหรับเมืองหลวงของประเทศแห่งนี้ หล่อนนึกไม่ออกว่ามีของฝากเป็นอะไร ครั้นจะเป็นพวกของกินจากย่านชุมชนเก่าแก่ หรือร้านดัง ๆ ก็ขี้คร้านจะไปเสาะหา ด้วยหล่อนเองก็ยังไม่ค่อยรู้เส้นทางดีนัก จึงตัดสินใจเดินเข้าซูเปอร์มาเกตในห้างฯ ใกล้คอนโดฯ เลือกของกินที่คิดว่าแถวบ้านไม่มีขายเป็นของฝาก คิด ๆ แล้วก็ตลกดีเหมือนกัน

หนุ่มตัวเล็กมองจารุมาศเขม็ง แต่หล่อนไม่สนใจ เดินหิ้วกระเป๋าไปยังวินมอเตอร์ไซค์ปากซอย หากอาทิตย์ก็ตามมาทัน

“ให้ผมไปส่งไหม” เขาถาม ตากลม ๆ นั่นมองหน้าจารุมาศ มันไม่มีแววสำนึกผิดจากเรื่องเมื่อวันก่อน แต่เป็นแววตาที่คล้ายจะหยิ่งเชิงเหมือนทุกครั้ง หญิงสาวคิดว่าเขาคงจะ ‘เข็ด’ กับการพยายามเข้ามาเจ้ากี้เจ้าการประชดประชันหล่อน แต่ดูแล้วคงไม่ เขาแค่ห่างไปตั้งหลัก...เพื่อจะกลับเข้ามายุ่มย่ามกับหล่อนอีกสินะ

“ไม่ค่ะ ขอบคุณ” จารุมาศตอบสั้น ๆ

อาทิตย์รู้สึกว่าแก้มร้อนผ่าว เขามองร่างบางของหญิงสาวซึ่งก้าวขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ หล่อนสวมหมวกกันน้อกเรียบร้อย ก่อนกุมกระชับหูกระเป๋าเสื้อผ้าที่วางบนตัก คนขี่ออกรถแล่นผ่านหนุ่มร่างเล็กไปโดยไร้สายตาเหลียวแลของจารุมาศ

การจราจรในวันศุกร์หนาแน่นพลุกพล่านเช่นเคย จารุมาศมาถึงสถานีขนส่งก่อนเวลารถออกครึ่งชั่วโมง หล่อนจัดการสัมภาระและที่นั่งเสร็จแล้ว ก็ลงจากรถเพื่อหาซื้อเครื่องดื่มแก้กระหาย อากาศร้อนอบอ้าวเหลือเกิน

เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายดังเบาแทบไม่ได้ยิน จารุมาศรีบล้วงออกมารับสายหลังจ่ายเงินซื้อน้ำดื่มกับขนมปัง

“จาวอยู่ที่ไหน ออกจากบริษัทหรือยัง” ปพลถาม

“ตอนนี้เราอยู่หมอชิต ซื้อตั๋วแล้ว กำลังรอรถออก”

“อย่าเพิ่งไปนะจาว อิฐมันกำลังไปรับจาว”

คนฟังตาโต

“ว่าไงนะ!”

.....................................................................

ปพลนั่งสบายใจเฉิบอยู่ในรถแอร์เย็นฉ่ำของแฟนสาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารถีให้อย่างเต็มอกเต็มใจ

ชายหนุ่มทำเย็นชาใส่หล่อน หลังยุติการคุยเรื่องกลับบ้านเกิดวันก่อน เขาเฉยเมย ไม่โทร.หา เจอหน้าก็ไม่พูดคุย สงครามเย็นย่อย ๆ ครั้งนี้ปพลเป็นฝ่ายเริ่ม เขารู้สึกเบื่อที่ต้องเป็นฝ่ายง้อทั้งที่ตัวเองไม่ผิด และเริ่มตระหนักว่าตามใจแฟนสาวมากไป การที่หล่อนไม่ยอมไปบ้านของเขา ไม่อยากพบพ่อแม่เขา เหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติพวกท่าน ทุกครั้งเขาทนได้และไม่ว่าอะไร แต่พอเห็นจารุมาศกระตือรือร้นที่จะกลับบ้าน ปพลก็ละอายใจ

ใคร ๆ ก็รักพ่อแม่ รักบ้านเกิดกันทั้งนั้น เรื่องอะไรจะมาเกรงใจให้คนอื่นเหยียบย่ำดูถูก เขารักฟางก็จริง แต่ในเมื่อหล่อนมองไม่เห็นหัวเขา แถมยังดูถูกบ้านเกิดและพ่อแม่ของเขา ทำไมเขายังต้องแคร์หล่อน

และพอเห็นปพลเอาจริง ทำท่าว่าจะกลับบ้านโดยไม่พาหล่อนไปด้วย ฟางก็ยอมแพ้ เมื่อคืนหล่อนไปหาเขาที่คอนโดฯ ออดอ้อนขอให้เขายกโทษให้ และอาสาขับรถ คืนนั้นหลังสิ้นสุด ‘กระบวนการง้อ’ หล่อนก็หลับใหลในอ้อมกอด แต่ปพลยังนอนยิ้มในความมืด และยังยิ้มสาแก่ใจอยู่จนถึงเวลานี้!

‘ฟางจะเอารถไปว่ะ ข้าเลยจะไปกับเขา แล้วกะว่าจะออกจากบริษัทก่อนเวลาด้วย’ เขาโทร.บอกอิฐตอนพักเที่ยง ฝ่ายนั้นเพียงพยักหน้า

‘ตามใจสิ แต่ข้าขอเอารถไปเองสะดวกกว่า แกไปเถอะ ข้าจำทางไปบ้านแกได้’

‘แกไปรับจาวทีสิ’ ปพลโพล่งออกมา

‘ทำไมข้าต้อง...’ อิฐขยับ หากพอคิดได้ว่าตัวเองกำลังทำตัวเหมือนคนแสนงอน ก็เงียบลง

ชลัลดาไม่เคยทำให้เขารู้สึกแบบนี้

‘จาวจะขึ้นรถทัวร์ไป แต่ข้าว่าให้จาวไปกับแกจะดีกว่า’

“แกอย่ามาเจ้ากี้เจ้าการได้ไหม เขาจะไปยังไงก็เรื่องของเขา’ อิฐมองข้าวในจานตรงหน้า พักนี้เขากินอะไรไม่ค่อยลง คงเพราะคิดถึงเรื่องจารุมาศ

‘น่าอิฐ’ ปพลก็ยังเป็นปพล...เซลส์แมนยอดเยี่ยมผู้ไม่ยอมแพ้ เขาจะชักแม่น้ำทั้งห้าหว่านล้อมจนกว่าอีกฝ่ายจะใจอ่อนจนได้นั่นแหละ ‘แกจะทะเลาะกับจาวเรื่องอะไรข้าไม่สน แต่แยกกันไปคนละทิศละทางแบบนี้มันไม่ดีนา...แกจะขับรถไปยังไงคนเดียว เหงาน้า...’

อิฐเผลอยิ้มกับเสียงเล็กเสียงน้อยของเพื่อน

หากพอวางสาย เขาก็ฉุกคิดเรื่องที่จารุมาศไม่เอ่ยชวนเขาขึ้นมาอีก ฉายาเสือทำให้อิฐค่อนข้างไว้ตัว และมีชั้นเชิงกับผู้หญิง แม้จะเป็นผู้หญิงซื่ออย่างจารุมาศก็เถอะ เขาอยากให้หล่อนเรียนรู้วิธีสานสัมพันธ์กับเขาเอง แต่ดูท่าหล่อนจะซื่อเกินไป

หรือไม่...ท่าทางซื่อ ๆ นั่นอาจซ่อนเล่ห์เหลี่ยมมากเชิงกว่าเขา หล่อนวางกับดัก ให้เขาออกปากเองหรือเปล่าว่าอยากไปบ้านหล่อน เรื่องง่าย ๆ แค่การไปเที่ยวบ้าน มันเป็นการวัดศักดิ์ศรีของเสืออย่างเขาเหมือนกัน

ไม่หรอก...หล่อนไม่ใช่ชลัลดา ที่เจ้าเล่ห์แสนกล ชอบลองเชิงเล่นเกมกับเขาเสียหน่อย

ทำไมนะ...ทำไมเขาถึงต้องเปรียบเทียบจารุมาศกับชลัลดาอยู่เรื่อย

ใกล้เวลาเลิกงาน ปพลโทรศัพท์มาอีก อิฐกำลังสรุปงานหลังประชุม เขารับสายพร้อมทำงานไปด้วย ‘ว่าไง ถึงแล้วเหรอ’

ปพลหัวเราะ ‘แหม ข้ามารถยนต์นะโว้ย ไม่ใช่จรวด นี่เพิ่งออกจากคอนโดฯ ฟางเอง แกโทร.หาจาวหรือยัง’

‘ยัง’

‘ทำไมล่ะเพื่อน แกน่าจะโทร.ไปบอกจาวก่อนนะว่าแกจะไปรับ’

‘ถ้าแกไม่อยากให้เขาลำบากนั่งรถทัวร์ ทำไมแกไม่ไปรับเขาเองวะ’ อิฐชักรำคาญกับความพยายามของเพื่อน

‘ฟางคงยอมหรอก’

คนฟังถอนใจกับประโยคนั้น ‘แล้วถ้าคุณจาวเขาไม่ยอมไปกับข้าล่ะ’

ปพลกลอกตาไปมา เป็นกิริยาที่เจ้าตัวชอบทำเวลาคิด ‘แผนการชั่วร้าย’

‘จาวเขาไปกับแกแน่ ๆ น่า ก็แกถ่อไปรับเขาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ไปก็เล่นตัวจัดล่ะวะ...อิฐ’ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังกะทันหัน ‘ไม่ใช่ว่าข้าเจ้ากี้เจ้าการนะ แต่อยากให้แกไปจริง ๆ อีกอย่าง...ข้ากลัวแกเบี้ยว...’

‘ข้าบอกว่าไปก็คือไป ไม่เบี้ยวแกหรอกน่า’

เสียงหนุ่มหล่อชักหงุดหงิด ปพลชิงวางสายก่อน อิฐจึงทำได้เพียงระบายยิ้มออกมาด้วยความระอา กึ่งซึ้งน้ำใจเพื่อน

เขามองโทรศัพท์ กดไล่หาเบอร์จารุมาศซึ่งไม่ได้โทร.มานาน หากพอเห็นเบอร์ก็เกิดความลังเลที่จะกดโทร.ออก

หล่อนไม่ได้ชวนเขา แต่เขายังจะไปรับหล่อนเนี่ยนะ...เสืออย่างเขาไม่เคยเสนอตัวกับใครก่อน ยกเว้นชลัลดา แล้วก็จารุมาศนี่แหละ...

ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ลง รู้สึกไม่พร้อมที่จะพูดกับหล่อนตอนนี้

หากพอทำงานเสร็จ เลยเวลาเลิกงานไปเล็กน้อย เขากดเบอร์จารุมาศ แต่หล่อนไม่รับสาย

นั่นไง...ใครว่ากวางป่าใสซื่อ บางทีนี่อาจเป็นชั้นเชิงของหล่อนก็ได้

อิฐไม่รู้ว่าขณะนั้น ‘กวางป่าแสนซื่อ’ กำลังซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์เร็วฉิวไปยังหมอชิต ลมตีหน้าอื้ออึงจนหล่อนไม่ได้ยินสรรพเสียงใด ๆ รอบกาย

จารุมาศเพิ่งเห็นว่าอิฐโทร.เข้าหลังวางสายจากปพล

เขาจะมารับ...ให้ตายสิ!

หญิงสาวก้าวขาขึ้นรถ ใจเต้นแรงขึ้นมาเมื่อหย่อนกายลงนั่ง

เอาไงดี...จะไปกับเขาหรือไปเอง...ตอนนี้เขาคงยังมาไม่ถึงหรอก หรือจะโทร.บอกเขาว่าไม่ต้องมาแล้ว เพราะรถออกจากหมอชิตไกลโขแล้ว หรือจะปฏิเสธไปตรง ๆ ว่าหล่อนจะไปเอง น่าเกลียดไหมนะ เอาไงดี ๆ

เสียงโทรศัพท์ดังทำให้สะดุ้ง ดีที่ยังไม่มีใครมานั่งข้าง ๆ จารุมาศหยิบมาดู พอเห็นเป็นอิฐก็ยิ่งหวาดหนัก

หล่อนจำใจรับสาย กลัวเขาจะหาว่าไม่มีมารยาท “คะคุณอิฐ”

“คุณอยู่ที่ไหน ผมมาถึงหมอชิตแล้วนะ” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ

“คุณ...คุณอิฐ” หญิงสาวตะกุกตะกัก “คุณไม่ต้องมารับฉันหรอกค่ะ...ฉันซื้อตั๋วแล้ว อยู่บนรถ แล้วรถก็กำลังจะออก”

ปพลก็แสบใช่ย่อย อิฐโทร.กลับตอนออกจากบริษัทเพื่อถามตำแหน่งของรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-สิงค์บุรี หากรายนั้นไม่ยอมบอก พูดสั้น ๆ ว่า ‘แกก็โทร.ถามจาวสิวะ’

อากาศร้อนจัดขึ้นทุกที แถมท้องฟ้ามืดมัวชอบกล อิฐจำใจโทรศัพท์ถามจารุมาศเพราะขี้เกียจเดินหา หากพอได้ฟังเสียงละล่ำละลักปฏิเสธของหล่อน ก็ราวกับรอบกายเต็มไปด้วยเปลวเพลิง

“ไอ้พลมันให้ผมมารับคุณ”

เขาไม่อยากพูดแบบนี้ แต่ก็ต้องพูด...เพื่อให้หล่อนรู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจมาเอง

จารุมาศนิ่งไป ก่อนเอ่ยว่า “คุณอิฐไม่ต้องฟังปพลหรอกค่ะ” เสียงหล่อนมั่นคงกว่าเมื่อครู่ “ฉันไปของฉันเองได้”

อิฐเจ็บแปลบใจอก รู้สึกว่าตัวเองพลาดไปแล้ว

จารุมาศ...

เขาครางชื่อนี้ในใจขณะลดมือที่ถือโทรศัพท์ลง โดยไม่รู้เลยว่าหญิงสาวเองก็สะเทือนอยู่ในอก

ถ้าปพลไม่ขอให้เขามา เขาก็คงไม่มาใช่ไหม

เสียงฟ้าคำรามเบื้องบน พอจารุมาศเหลือบมองฝนก็เทซู่

“บ้าจริง จะกลับบ้านดี ๆ หน่อยก็ไม่ได้” หล่อนพึมพำ ทำไมฝนต้องมาตกตอนที่หัวใจของหล่อนกำลังเจ็บปวดด้วยนะ ยังกับมิวสิกวีดิโองั้นแหละ

รถเคลื่อนออก หญิงสาวเก็บโทรศัพท์ ก้มมองภาพผู้คนวิ่งหลบฝนใต้ชายคากันวุ่นวาย วิถีชีวิตชนชั้นกลางเป็นแบบนี้...ไม่มีรถส่วนตัวก็ต้องดิ้นรนกันไป ฝนตกตัวเปียกเลี่ยงไม่ได้เพราะต้องอาศัยรถโดยสาร จะให้ทำอย่างไรได้...หล่อนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หากทั้งที่ชินกับความลำบาก แต่ทำไมพอมาอยู่ที่นี่ ถึงรู้สึกว่าความลำบากที่เคยชิน มันหนักหนาสาหัสกว่าเดิมก็ไม่รู้

คงเพราะความโดดเดี่ยวในเมืองซึ่งมิใช่บ้านเกิด

ฝนตกหนัก แต่รถแล่นไม่เร็วทำให้มองเห็นภาพในสถานีขนส่งค่อนข้างชัดเจน จารุมาศเอนศีรษะพิงพนัก นึกถึงใบหน้าขาวผ่องของอิฐที่ไม่ได้เห็นมานาน ทั้งที่เขาเองก็กำลังจะเดินทางไปยังจุดหมายเดียวกันกับหล่อน แต่ทำไมหล่อนถึงเจ็บปวดในอกนักนะ

เพราะแฟนเก่าของเขา...

ร่างสูงที่ยืนอยู่ใต้กันสาดตรงลานจอดรถ ทำให้จารุมาศย่นคิ้ว หล่อนขยับตัวตรงมองภาพไกล ๆ นั้นให้ชัด ๆ
คุณอิฐ...

เขายืนอยู่ท่ามกลางผู้คนซึ่งอาศัยที่ตรงนั้นหลบฝนชั่วคราว ใบหน้าขาวดูนิ่งสงบ

รถทัวร์ชะลอเลี้ยวออกสู่เส้นทางใหญ่ จารุมาศชะเง้อมองชายหนุ่มจนลับสายตา หล่อนจิกมือกับเบาะ

คุณอิฐคงรอให้ฝนซาเสียก่อน แล้วค่อยขับรถไปสิงค์บุรี...คนเดียว

เขาคงรู้ทางดีหรอกน่า

หรือเขาจะเปลี่ยนใจไม่ไป

‘ทำไมจาวไม่ชวนมันล่ะ...’

ประโยคนั้นของปพลดังขึ้นมาอีก และทำให้ใจยิ่งเจ็บแปลบเมื่อเห็นภาพเขายืนเดียวดายอยู่ตรงนั้น

หญิงสาวมองวิวที่ผ่านสายตาไปวูบ ๆ เพราะรถแล่นเร็วขึ้น พลางด่าตัวเองในใจ

หล่อนมันงี่เง่าสิ้นดี!

.....................................................................

อิฐมองนาฬิกา ฝนตกหนักแบบนี้ยังจะขับรถไปสิงค์บุรีอีกหรือ ไม่แน่ว่าอาจต้องเลื่อนเป็นพรุ่งนี้

เขากลัวหลงทาง ลำพังขับไปตัวเมืองไม่เท่าไร แต่หลังจากนั้น ต้องลัดเลาะผ่านเมืองเข้าถนนสายรองเพื่อไปยังอำเภอบ้านเกิดของปพลนี่สิ...อิฐจำได้ลาง ๆ ว่ามันซับซ้อนน่าดูเหมือนกัน ยิ่งค่ำลง หนทางมืดมิดยิ่งลำบาก

เขาหันหลังให้สายฝน หยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมกดเบอร์ฝ่ายนั้น หากมีเสียงใสดังเบื้องหน้าเสียก่อน

“คุณอิฐคะ”

ชายหนุ่มเงยหน้าทันควัน

จารุมาศ

หล่อนยิ้มปากสั่นด้วยความหนาว เพราะวิ่งหิ้วกระเป๋าฝ่าฝนมา

แต่อิฐไม่ได้มองรอยยิ้มของหล่อน ตาคมหลุบมองเสื้อสีขาวที่เปียกแนบเนื้อ

ภาพนี้อีกแล้ว...

.....................................................................

อิฐนั่งในรถ มองสายฝนโปรยปรายเบื้องนอก หากในอารมณ์ที่สงบกว่าเดิม ครู่ใหญ่ ๆ จารุมาศก็วิ่งฝ่าฝนมาขึ้นรถ หล่อนชักเสื้อคลุมออก เห็นเสื้อยืดตัวใหม่ซึ่งสวมแทนที่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเดิม กระโปรงทรงสอบสีเข้ม ก็ถูกเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้นลายการ์ตูน

“ห้องน้ำคิวยาวน่ะค่ะ เลยรอนาน” หล่อนแก้ตัว หากอิฐเพียงยิ้มบาง เขาออกรถช้า ๆ ส่วนหญิงสาวก็สาละวนง่วนอยู่กับข้าวของของหล่อน

เจ็บใจคนขับรถทัวร์กับเด็กประจำรถจริง ๆ พอหล่อนตะโกนบอกให้จอด ก็ทำหงุดหงิดใส่ แถมยังไม่ยอมลงไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าให้ด้วย ปล่อยให้หล่อนลงไปเปิดฝาที่เก็บสัมภาระข้างรถเอาเอง กว่าจะวิ่งฝ่าฝนกลับมาที่ขนส่ง หล่อนก็เปียกทั้งตัว

จารุมาศขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ ก่อนนั้นหล่อนแวะคืนตั๋ว คนขายบ่นพึมแต่หล่อนไม่สนใจฟังเพราะอิฐรออยู่ เขาทำหน้าแปลก ๆ คงระอาที่หล่อนมักตากฝนเปียกปอนอยู่เรื่อย

“คุณหิวหรือเปล่า ทานข้าวเย็นหรือยัง” อิฐถาม จารุมาศส่ายหน้า

“ไม่หิวเท่าไรค่ะ เมื่อกี้ฉันซื้อขนมปังมากินแล้ว แต่ถ้าคุณอิฐหิวก็แวะได้นะคะ”

ชายหนุ่มเงียบไป และเงียบอยู่อย่างนั้นแม้รถจะติดนานเป็นชั่วโมง จนกระทั่งพ้นรังสิตมาได้ การจราจรเริ่มคล่องตัว เขาก็ยังเงียบ มีเพียงเสียงเพลงจากวิทยุในรถดังเบา ๆ

ท้องฟ้ามืดมิด เห็นสายฝนเป็นม่านสีขาว อากาศข้างนอกคงเย็นเฉียบ จารุมาศต้องหยิบเสื้อคลุมตัวเมื่อครู่มาห่ม หากมันเปียกชื้น อิฐชำเลืองมอง

“เดี๋ยวเป็นหวัดนะครับ” เขาเอ่ย “เอาสูทผมดีกว่า กองอยู่เบาะหลัง”

“ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวเกรงใจ

หน้าขาวหันมาพร้อมตาคมคู่นั้น จารุมาศจึงรีบเอี้ยวตัวไปหยิบเสื้อสูทหนักอึ้งของเขามาห่ม มันมีกลิ่นอายของอิฐ ทำให้หล่อนใจเต้นแรงขึ้นอีกแล้ว

“ทำไม...” อิฐเริ่ม จารุมาศขยับตัวตรงเพื่อ ‘ตั้งรับ’ “คุณจาวถึงเปลี่ยนใจไปกับผมล่ะ”

เสี้ยวหน้าด้านข้างของหล่อนในเงาสลัวดูตื่นเต้น นัยน์ตาหลุกหลิก

“ฉันรู้สึกไม่ดี...ที่ปล่อยให้คุณไปคนเดียวน่ะค่ะ”

“ผมไปของผมเองได้”

เขาว่า จารุมาศหันมอง

ประโยคนี้มันของหล่อนนี่นา...เขาก็ร้ายเหมือนกันแฮะ

“ฉันขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้ชวนคุณ...ฉัน...ไม่คิดว่าคุณจะอยากไป...”

“ความจริงผมก็ยังเคืองอยู่นะ ที่คุณไม่ชวนน่ะ” อิฐพูดเสียงเรียบ ตามองเบื้องหน้า

คนฟังรู้สึกผิด “ตอนนี้หายเคืองหรือยังคะ” ถามเสียงอ่อย

“ยังครับ”

หวา...จารุมาศร้องในใจ ปกติเขาก็น่ากลัวอยู่แล้ว นี่ยังจะ ‘เคือง’ หล่อนอีก จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย

“ถ้ายัง...ทำไมถึงให้ฉันขึ้นรถมาด้วยล่ะคะ” หญิงสาวถามกล้า ๆ กลัว ๆ

“ก็...” อิฐทำท่าคิด “อยากให้คุณรู้ว่าผมเคือง แล้วก็อยากให้คุณได้ไถ่โทษ”

“ยังไงคะ”

หน้าขาวเยือกเย็นหันมาอีกครั้ง “หนาวไหมครับ”

“ก็หนาวค่ะ แต่สูทคุณอุ่นดี หอมด้วย” จารุมาศดึงเสื้อชายหนุ่มขึ้นมาที่คอ

มือขาวยื่นเข้าหา “ตัวผมอุ่นกว่า หอมกว่า”

นัยน์ตา ‘เสือ’ เป็นประกายระยับ หากราวมีมนต์สะกดให้หลงใหล แม้รู้ว่าอันตรายแต่จารุมาศก็ขยับเข้าชิด ร่างค่อนข้างกำยำใต้เสื้อเชิ้ตขาวสะอาดนั้นอบอุ่นอย่างเขาว่า

อิฐโอบกอดหญิงสาวด้วยวงแขนข้างหนึ่ง รู้สึกดีเมื่อศีรษะเล็ก ๆ นั้นซบบนบ่า

“ผม...ดีใจที่คุณมา”

เขาพึมพำ ความโกรธเคืองหายไปตั้งแต่เห็นหล่อนในสภาพเปียกปอน และยิ่งรู้สึกดีเมื่อนึกว่าหล่อนก็แคร์เขาเหมือนกัน

บรรยากาศในรถหอมหวาน แม้ข้างนอกจะหนาวเหน็บ ฟ้ายังร้องคำรามและฝนยังตกไม่หยุด อิฐขับรถไม่เร็วนัก เขาอยากให้เวลาตอนนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้า

“มือคุณค้าว...ขาวนะคะ ดูสิ ขนาดมืด ๆ แบบนี้ ฉันมองมือตัวเองไม่เห็น แต่มือคุณยังขาวโพลนเชียว”

จารุมาศเทียบมือตัวเองกับมือใหญ่ของอิฐ เขาหัวเราะ เกี่ยวเกาะมือบางไว้ อยากจอดรถแล้วจูบหล่อนให้หายคิดถึง ช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอหน้าหรือโทรศัพท์หากัน แม้เป็นช่วงสั้น ๆ แต่เขาทรมานเหลือเกิน

“ผมไม่อยากขาวจัดแบบนี้หรอก อยากสีแทน ๆ เหมือนไอ้พลมากกว่า ผมว่าดูดีออก ดูสุขภาพดี”

“แหม...เดี๋ยวนี้ขาวไว้แหละดีนะคะ มีโอกาสทางสังคมมากกว่า” จารุมาศว่า “ฉันเองก็เซ็งเหมือนกัน ผู้ชายไทยชอบผู้หญิงผิวขาวกันทั้งนั้น...” หล่อนนึกถึงชลัลดา รายนั้นผิวขาวเนียนเหมือนน้ำนม “ฉันคงต้องหาแฟนฝรั่ง...”

“ฝรั่งก็ใช่ว่าจะดีนะครับ” อิฐท้วง “ทำไมต้องหาแฟนฝรั่งด้วย ในเมื่อ...” เขาคิดหาคำพูด บทสนทนาซื่อ ๆ กับจารุมาศช่างยากเย็นกว่าอยู่กับชลัลดา “ยังมีผู้ชายไทยอีกมากมายที่ไม่สนว่าผู้หญิงที่เขาชอบ จะมีผิวสีอะไร...”

เขามองหน้าผากมนเกลี้ยงเนียนของหล่อน “อย่างผม...ผมเป็นคนผิวขาวแล้วใช่ไหม ดังนั้นผู้หญิงของผมจะสีอะไรก็ได้”

“ถ้าดำสนิทแบบนิโกรล่ะคะ” หญิงสาวแกล้งย้อน อิฐหัวเราะ

“นิโกรผิวดำก็จริง แต่เนียนสวยนะครับ คนขาวบางคนเสียอีก ที่ผิวหยาบ ตกกระง่าย” เขากระชับอ้อมกอดรัดร่างบางแน่นขึ้น “อย่าคุยเรื่องนี้กันเลยครับ สำหรับผม ถ้าผมชอบ ผมไม่สนหรอกว่าเธอจะมีรูปร่างหน้าตายังไง”

ประโยคนั้นหนักแน่นจนชวนใจหวิวทีเดียว

เขาเซ็กซี่กระทั่งคำพูดคำจาเชียวนะเนี่ย!

อิฐเพ่งมองทางเบื้องหน้า ขณะนั้นรถราบางตาแล้ว คงเพราะฝนตกหนักด้วย

“ถ้าลำบากนัก เราหาโรงแรมนอนดีไหมครับ แล้วค่อยออกเดินทางต่อพรุ่งนี้”

ร่างนุ่มในอ้อมแขนเด้งผึงออกไปนั่งตัวตรง อิฐเลิกคิ้วงง ๆ

“คุณอิฐ!” จารุมาศอุทานขัน ๆ “คุณน่ากลัวมากเลยนะคะที่พูดแบบนี้ออกมา”

ชายหนุ่มมองหน้าตื่น ๆ ของหล่อน ก่อนหัวเราะเบา ๆ “ผมไม่ได้มีเจตนาร้าย...”

“ฉันทราบค่ะ” หญิงสาวเอียงคอพูดกลั้วหัวเราะเช่นกัน “มันเป็นแค่ประโยคธรรมดา ๆ แต่เพราะคนพูดเป็นคุณ มันเลยน่ากลัว”

“ผมน่ากลัวเหรอ” อิฐหยุดหัวเราะ สีหน้าจริงจัง “แล้วคุณก็กลัวผมสินะ”

“ฉันไม่กลัวคุณหรอกค่ะ” จารุมาศว่า

“จริงเหรอครับ ไม่กลัวผมแน่นะ” อิฐยิ้มเอ็นดู “ถ้าไม่กลัวก็มานี่สิครับ มาใกล้ ๆ”

อีกฝ่ายยังนิ่ง แต่ยิ้มรู้ทัน

“ไหนว่าไม่กลัว” อิฐยื่นมือเข้าหา อยากจับร่างเล็กนั้นมา ‘ฟัด’ ให้หายอยาก

เสียงโทรศัพท์ดังขัดช่วงเวลาแห่งความสุข จารุมาศรีบคว้ากระเป๋ามาควานหา “ปพลแน่เลยค่ะ”

เสียงเพื่อนหนุ่มดังจากปลายสายจนอิฐได้ยิน “จาวอยู่ไหนแล้ว มากับอิฐหรือเปล่า”

“จ้ะ” หญิงสาวตอบพลางมองหน้าคนขับ เขาหันไปเพ่งสมาธิกับเส้นทางต่อ

“แหม...ดีจริง ว่าง่าย ๆ อย่างนี้สิเพื่อนเรา”

“แล้วเธอล่ะ ถึงบ้านเรียบร้อยแล้วสิ”

“แน่นอน นี่อาบน้ำนอนตีพุงดูโทรทัศน์อยู่ กินข้าวแล้วด้วย แม่เราแกงส้มชะอมไข่ให้กิน โหย...เรากินข้าวไปตั้งสามจานแน่ะ คิดถึงฝีมือแม่...” เสียงปพลมีความสุข อิฐฟังแล้วยิ้มไปด้วย

“ว่าแต่ถึงไหนแล้วล่ะจาว”

“ยังไม่พ้นอยุธยาเลย”

“อิฐมันว่าจำทางได้ แต่เรากลัวว่าเข้าเมืองแล้วจะงง ไหนจะมาบ้านเราในตลาดอีก ยังไงจาวก็บอกทางมันทีนะ” ชายหนุ่มลดเสียงลง หากอิฐก็ยังได้ยินเสียงเพื่อนชัด “แล้วอย่าพากันหลงทางล่ะ คืนนี้ไม่ถึงบ้าน แต่จะ ‘ถึงที่อื่น’ เอานะจาว...”

เสียงหัวเราะกวนประสาทดังก่อนจะวางสาย อิฐส่ายหน้า พูดเบา ๆ ว่า

“ไอ้บ้านี่ไม่ยอมเลิก...”

เขามองหน้ากระอักกระอ่วนของหญิงสาว “คุณไม่ต้องกลัวหรอก ผมไม่ทำอะไรบ้า ๆ แบบนั้น”

จารุมาศเอี้ยวคอมองเขา “ทำอะไรบ้า ๆ...หมายความว่าไงคะ”

นัยน์ตาหล่อนฉายแววซื่อ แต่มุมปากยิ้มเจ้าเล่ห์ และอิฐก็มองออกว่าหล่อนแกล้งถาม

“ก็ที่ไอ้พลมันพูดไงครับ...”

“ที่ว่า ‘ถึงที่อื่น’ น่ะหรือคะ” หล่อนยังทำเด๋อด๋า “แล้วมันเป็นเรื่องบ้า ๆ ได้ยังไงคะ ฉันไม่เข้าใจ”

“คุณเข้าใจ” อิฐหัวเราะ

“ฉันไม่เข้าใจ” จารุมาศทำหน้าบ้องแบ๊ว

“งั้นผมจะสอนเอง” มือขาวยื่นเข้าหาอีก หญิงสาวหวีดร้องเบา ๆ ขยับหนี

“คุณอิฐขับรถอยู่นะคะ” หล่อนพูดกลั้วหัวเราะ ยกนิ้วชี้ขึ้นโบกไปมาทำท่าเป็นต่อ

“คุณนี่...ร้ายนักนะ” ชายหนุ่มชักมือกลับพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขาอยากเป็นเสือจริง ๆ จะได้จับตัวหล่อนตะปบหน้าหลัง กัดฟัดฟอนเฟ้นให้สาแก่ใจ

เวลานี้ในหัวใจราวมีบางอย่างกระพือพลิ้วไหว มันคือความสุขใช่ไหม

ถ้าหล่อนไม่วิ่งฝ่าฝนมาหา เขาก็คงไม่ได้อิ่มเอมแบบนี้

นี่คือความรักหรือเปล่านะ...เขากำลังมีความรักอย่างนั้นหรือ

.....................................................................

น่าแปลกที่อำเภอบ้านเกิดของจารุมาศไร้เงาฝน กลางคืนเดือนหงายดูสงบเงียบประสาชนบท รถคันงามแล่นไปบนถนนลาดยางค่อนข้างเปลี่ยว จารุมาศชี้ให้เขาดูป้ายบอกทาง ซึ่งส่วนมากเป็นชื่อวัดหรือโรงเรียน

“พอขากลับ คุณอิฐก็ย้อนมาทางเดิม แล้วเลี้ยวซ้ายตรงนี้นะคะ มันจะตรงไปตลาด ขับไปจนเห็นป้ายไฟนีออนสีเขียว ๆ ชื่อว่าโรงแรมก้านบัวก็เลี้ยวเข้าซอยขวามือ สักสองร้อยเมตรก็จะถึงร้านขายยาบ้านปพลน่ะค่ะ”

ระยะทางจากบ้านของหล่อนถึงตลาดไม่ไกลนัก เมื่อโดยสารรถยนต์คันนี้ ปกติจารุมาศจะเดินทางไปกลับด้วยรถมอเตอร์ไซค์ หรือไม่ก็จักรยาน สองข้างทางเป็นทุ่งนากว้างไกล มีป่าละเมาะสลับกับทิวมะพร้าวและตาล

บ้านของหล่อนมีอาณาบริเวณกว้างขวาง สุนัขสี่ตัวเห่าเกรียวเมื่อรถอิฐเลี้ยวเข้าไป ไฟในบ้านยังเปิดอยู่ อิฐจอดรถ กวาดตามองไปรอบ ๆ ขณะจารุมาศหิ้วกระเป๋าลงจากรถพร้อมทักทาย ‘ลูกสมุน’ เสียงดัง

“ไงจ๊ะสาว ๆ คุณโอ่ง คุณอ่าง คุณอิ่ม คุณมะเขือพวง”

ชายหนุ่มย่นคิ้วเมื่อได้ยินชื่อสุดท้าย เขามองบรรดาสุนัขของจารุมาศซึ่งกรูเข้ามารุมล้อม แต่ละตัวส่ายหางจนตัวโยนด้วยความดีอกดีใจ

ชายหญิงวัยกลางคน เปิดประตูบานใหญ่ออกมายืนตรงนอกชาน บ้านหลังนี้ก็เหมือนบ้านชาวนาสมัยก่อน คือเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง ข้างล่างก่ออิฐทำเป็นโรงเก็บรถ และอุปกรณ์ในการทำนา กลิ่นปุ๋ยหรืออะไรบางอย่างลอยกระทบจมูกเมื่ออิฐก้าวลงจากรถ เขาก้มมองพื้นซึ่งปูด้วยก้อนอิฐตัวหนอน สลับกับหญ้าเรียบเตียน มิใช้พื้นดินธรรมดา ๆ ทั่วไปซึ่งยามฝนตกก็เละเฉอะแฉะ

“จาว” หญิงกลางคนร่างเล็กแต่ค่อนข้างท้วม ในเสื้อคอกระเช้ากับผ้าถุงลายพร้อยอุทานดีใจ จารุมาศแทบจะวิ่งขึ้นบันไดไปหา

หล่อนจากบ้านไปไม่ถึงเดือน แต่คิดถึงพ่อแม่เหลือเกิน

หลังทักทายกันพอควร บิดาก็ก้มมองร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างรถ “นั่นใครเหรอ”

จารุมาศนึกขึ้นได้ “เพื่อนของปพลจ้ะพ่อ พ่อจำปพลได้ไหม ลูกเจ้าของร้านขายยาโชคชัยในตลาดไง”

“จำไม่ได้” บิดาตอบซื่อ ๆ

“คือปพลเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของจาวเอง แล้วคนนี้คือคุณอิฐ เขามาเที่ยวบ้านปพล จาวเลยติดรถเขามา”

ชายหนุ่มยกมือไหว้ รู้สึกเขินนิดหน่อยที่ถูกสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสองจับจ้อง

“ขึ้นมาดื่มน้ำดื่มท่าก่อนไหม” บิดาของจารุมาศถาม หากอิฐส่ายหน้า ปฏิเสธสุภาพ

“ไม่เป็นไรครับ”

“เขามาเหนื่อย ๆ คงอยากพักผ่อนน่ะพ่อ” จารุมาศบอกบิดา ก่อนเดินลงบันไดไปหาอิฐ

“คุณยังไม่ได้กินข้าวนี่คะ”

“ผมไม่ค่อยหิว เดี๋ยวไอ้พลมันคงจัดแจงเรื่องกินให้เอง คุณไม่ต้องห่วงผมหรอก” น้ำเสียงเขาราบเรียบเช่นเคย หากแววตาที่ทอดมองมาดูอ่อนโยน

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” หญิงสาวมองใบหน้าขาวเนียนใต้แสงจันทร์ อิฐยิ้มบาง

“พรุ่งนี้เจอกันนะครับ”

ร่างสูงก้าวขึ้นรถ ก่อนขับออกไปเงียบ ๆ พอจารุมาศหันกลับมาขึ้นเรือนก็ถูกบิดา ‘ยิง’ คำถามทันที

“ทำไมเขามาส่งแกล่ะ”

“ก็บอกว่าเขาเป็นเพื่อนกับปพล”

“ไหนล่ะปพล” แน่ะ...พ่อหล่อนช่างสังเกตเสียด้วย

“เขาขอลงที่บ้านเขาในตลาดก่อนน่ะสิ” หญิงสาวจำใจโกหก ขี้เกียจอธิบาย หากทันใดก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ หล่อนยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่บิดา

“ทีแรกพ่อคงคิดว่าเขาเป็นแฟนจาวล่ะสิ”

มารดาหัวเราะขณะเดินนำเข้าบ้าน “แม่เองก็คิด ตกใจหมดเลยจาว นึกว่าไปกรุงเทพฯ ไม่กี่วันก็หาลูกเขยมาให้พ่อกับแม่เสียแล้ว”

“เขาดูดีนะ” บิดานั่งลงบนพื้นไม้กระดานเป็นมันเงาวับ ส่วนมารดาหล่อนกุลีกุจอเข้าครัว ยกสำรับกับข้าวออกมา “หน้าตาผิวพรรณดี รถนั่นก็ท่าจะแพง”

จารุมาศนั่งเบียดกอดแขนมารดาซึ่งกำลังตักข้าวสวยร้อน ๆ ใส่จานให้ “เขารวยจ้ะ จาวว่ารวยกว่าอีตาบุญเพิ่มเพื่อนพ่อไม่รู้กี่เท่า แล้วยังหนุ่มกว่าเป็นร้อย ๆ ขุม”

บิดาค้อนให้ ท่านี้มารดาเคยล้อจารุมาศบ่อย ๆ ว่าหล่อน ‘ค้อน’ สวยเหมือนพ่อ

“ตาเพิ่มมันจริงใจน้า...”

“แต่แก่!” ลูกสาวกระแทกเสียง ตักผัดเผ็ดปลาดุกใส่จาน มีผักสดจิ้มน้ำพริกปลาย่าง และต้มยำไก่บ้าน แค่นี้ก็อร่อยเหลือหลาย หล่อนคิดถึงอาหารพื้นบ้านเหล่านี้ ไม่ว่าจะกินที่ไหนก็ไม่เหมือนกินที่บ้าน

“เอาเถอะ ๆ” บิดาโบกมือ “ถ้าเขาดีก็ดีไป ไม่ใช่โดนไอ้หนุ่มเมืองกรุงมันหลอกเอาล่ะ อย่างลูกสาวยายเอี้ยงท้ายคลองโน่นน่ะ หนีไปกับคนขับรถส่งของจากกรุงเทพฯ แล้วท้องเบ้อเริ่มกลับมาคนเดียว ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันมีเมียแล้ว มันมาหลอกแล้วก็ทิ้ง แกก็ระวังตัวด้วยล่ะ”

จารุมาศหัวเราะ คิดในใจว่ากรณีของหล่อน อย่างมากก็อกหัก...หล่อนคงไม่คิดจะ ‘ยอม’ ให้อิฐจนถึงขนาดท้องไส้อย่างที่บิดาว่าหรอก

แต่พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็อดหดหู่ไม่ได้

ความสัมพันธ์ของหล่อนกับเขายังคลุมเครือ ไม่มีวันจะก้าวหน้าไปถึงขั้นนั้นหรอก ขนาดแค่ ‘ย่างเท้า’ เข้าไปลิ้มลอง ยังเจ็บ ๆ หาย ๆ อยู่จนเดี๋ยวนี้

“เออ...จาวซื้อของกินมาฝากพ่อกับแม่เยอะแยะเลยนะ มีชากับขิงสำเร็จรูปด้วย ที่กำลังโฆษณาในทีวีตอนนี้น่ะจ้ะ”

ข้าวก็จะกิน ของก็อยากอวด ลืมเรื่องอิฐไปก่อนเพราะจะได้เจอกันพรุ่งนี้อยู่แล้ว จารุมาศขอตักตวงความสุขยามอยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก ณ เวลานี้ก่อน

.....................................................................

ฟางซึ่งอาบน้ำอาบท่าแล้ว นั่งดูทีวีอยู่ในห้องนอนของปพลซึ่งอยู่ชั้นบน เมื่ออิฐไปถึง มารดาของปพลปลื้มอิฐออกนอกหน้าเพราะทั้งหล่อและมารยาทดี หล่อนจัดห้องเล็กไว้สำหรับอิฐโดยเฉพาะ

“เสียดายน้องสาวปพลแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ถ้ายังโสด น้าคงได้อิฐเป็นเขยเล็กนะ”

ปพลถอนใจระอาใบหน้าระรื่นของมารดา เขาดึงเพื่อนเข้าครัว แย่งกระเป๋าเสื้อผ้าไปเก็บให้

“กินข้าวเสียสิ มากับจาวทำไมไม่แวะหาอะไรกินก่อนวะ ไม่หิวเหรอ”

ร่างสูงเพียงยิ้มมุมปาก นั่งลงทานข้าวที่เพื่อนเตรียมไว้ให้

“พ่อกับแม่จาวเขาเห็นแกหรือเปล่า” คนอยากรู้ถามคำถามทันทีที่คล้อยหลังมารดา ส่วนบิดาของเขานั้นเข้านอนแต่หัวค่ำ

“เห็น”

“แล้วเขาว่าไงวะ”

“ก็ไม่ว่าไงนี่” อิฐเคี้ยวข้าว ไม่ใส่ใจที่จะตอบนัก

“เขาไม่ถามเหรอว่า อ้าว พ่อลูกเขย ชื่อเรียงเสียงไรแล้วมาจากไหนกันล่ะนี่”

อิฐสำลักกับคำล้อเลียนเป็นทำนองเพลงนั้น เขาทำท่าจะชกหากอีกฝ่ายหลบวูบว่องไวพร้อมหัวเราะลั่น

“อย่ายุ่งเรื่องข้าหน่อยเลย ว่าแต่แกเถอะ พาฟางมาเป็นไงบ้างล่ะ” อิฐจิบน้ำ

ปพลยักไหล่ “พ่อแม่ข้าก็แปลกใจนิดหน่อย เพราะข้าไม่ได้บอกว่าจะพามาด้วย แต่พวกท่านพอรู้เรื่องของฟางอยู่บ้าง แม่ข้าบอกน่ารักดี เสียแต่หน้าหงิกหน้างอไปหน่อย”

“ก็ดีแล้วนี่”

“ฟางเขานอนห้องข้า เดี๋ยวข้าไปนอนกับแกละกัน อ่อ...” ปพลเดินไปหยิบเสื้อจากตะกร้าผ้าบนหิ้งเหนือเครื่องซักผ้าออกมา “พรุ่งนี้แกต้องใส่เสื้อตัวนี้นะโว้ย”

หนุ่มรูปหล่อย่นคิ้วเมื่อเพื่อนคลี่เสื้อเชิ้ตลายดอกสีสดให้ดู เขาเคยเห็นหนุ่มสาวเล่นสาดน้ำช่วงสงกรานต์สวมเสื้อผ้าแบบนี้ เป็นเสื้อผ้าที่อิฐไม่เคยใส่ และไม่คิดจะใส่

“ทำไมข้าต้องใส่ด้วยล่ะ” ชายหนุ่มสงสัย

“คอนเซ็ปต์ของงานประจำหมู่บ้านปีนี้ คือมนต์รักลูกทุ่ง ณ บ้านก้านบัวว่ะ” ปพลพูดพลางหัวเราะ “ข้าเองก็ต้องใส่เหมือนกัน ผู้ชายทุกคนที่เข้างาน ต้องแต่งตัวแบบไอ้คล้าว...ผู้หญิงก็ต้องแต่งให้เหมือนทองกวาว เขามีประกวดคู่พระนางมนต์รักบ้านก้านบัวด้วยนะ ได้เงินตั้งสองพันแน่ะ”

“ไม่เอาหรอก” อิฐปฏิเสธทันที

“ได้ไงวะ แกมาเที่ยวบ้านข้า แกต้องร่วมกิจกรรมของหมู่บ้านข้าด้วยโว้ย” ปพลเสียงดัง “ไม่รู้ละ ถ้าแกไม่ทำ ถือว่าแกรังเกียจ”

“ไอ้...” อิฐทั้งขำทั้งหมั่นไส้เพื่อนรัก

“สนุกนะโว้ยอิฐ มีประกวดร้องเพลง แข่งขันตำข้าว กินวิบาก ชักเย่อ แล้วก็มีอาหารเลี้ยงฟรีตลอดงาน...แต่ก็นะ” คนพูดยักไหล่เมื่อเห็นสายตาขำ ๆ ของอิฐ “งานบ้านนอกก็แบบนี้”

“แล้วแฟนแกเขาจะยอมเหรอ ทำมาบังคับข้า”

ปพลกอดอก ยิ้มอย่างผู้ชนะ “รายนั้นต้องยอมอยู่แล้วล่ะ เดี๋ยวนี้เขาทำตัวดีแล้ว เชื่องยังกับแมว”

อิฐเลิกคิ้ว “เหรอ...แกทำยังไงล่ะ”

“ความลับโว้ย รีบ ๆ กินเข้าจะได้ไปอาบน้ำนอน พรุ่งนี้ข้าจะพาแกเดินอวดคนทั้งหมู่บ้าน รับรองสาว ๆ ในงานต้องมองแกคนเดียว”

คนฟังส่ายหน้า หัวเราะเบา ๆ แล้วทานข้าวต่อ





ตอบเมนท์ตอนก่อนจ้ะ (นาน ๆ มาทีเลยตอบเมนท์เอาใจ)

คุณ yellowblob : ตอนนี้แขนหายแล้วจ้ะ ขอบคุณที่ติดตามนะ
คุณ namwannaja : คนเขียนก็คิดถึงคนอ่านเหมือนกัน
คุณเดิมเดิม : ตอนต่อไปมาแล้ว
คุณรัชต์ : พอจะเดาอดีตของชลัลดาออกแล้วชิมิ
คุณ sai : เนอะ
คุณเสี่ยวเหม : ได้อ่านแล้วเนาะ
คุณ chat : ตกตะลึงทำไมอะ...(ถามทั้งที่รู้แก่ใจนะ 555)
คุณ bow : ก็กลัวคนอ่านรอนานน่ะจ้ะ
คุณ Pat : หายดีแล้ว ขอบคุณจ้ะ
คุณ symphony : ตอนโพสยังไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำ เพราะปิดเทอมเลยนอนประมาณตี 3 ตี 4 ตื่นบ่ายอะ
คุณ pretty : เสืออิฐลื่นหรือ...หมายถึงมือไม้หรือจ๊ะ ที่ว่าลื่นน่ะ หุหุ
คุณ sunntee : เข้าใจแล้วจ้า
คุณ ann : 5555
คุณ Aojung : ได้อ่านแล้วนะ
คุณอัญรัตน์ : ที่พบได้ทั่วไป เกรงว่าจะร้ายกว่านี้ละมั้ง
คุณ incanto : เดี๋ยวมีร้ายกว่านี้อีก
คุณ saralun : เป็นประโยคที่คลาสสิคในคอมเมนท์มาก
คุณปอกะเจา : เนอะ
คุณ sam : ขอบคุณที่อ่านเช่นกัน
คุณ ooya : เหอะ ๆ จะพยายามจ้า
คุณนัฐชา : ข่มขวัญคู่ต่อสู้ไง
คุณ stardust : ได้อ่านแล้วเป็นไงบ้าง ลีลาเสือ
คุณ Pamy : คนอย่างอิฐ เจ็บแล้วจำเสมอ
คุณ ananpan : ขอบใจจ้า
คุณ mottanoy : ต้องงัดออกมาใช้ในกรณีจำเป็นน่ะจ้ะ
คุณไข่ดาวปุกปุย : ยัง...ยังไม่ถึง round ต่อไป
คุณวังมาชิน : ตามคำขอนะ
คุณจิรารัตน์ : เป็นไง บรรยากาศลูกทุ่ง
คุณหมี่เย็น : ไม่ใช่แค่หลงตัวเอง ยังเห็นแก่ตัวด้วยนะ
คุณคิมหันตุ์ : จาวไม่ได้ชวน แต่รู้สึกสถานการณ์จะมันส์กว่าชวน
คุณฟ้าริน : เชียร์จาวขาดใจเลยนะ
คุณ smallman : เขาแรงอยู่แล้ว
คุณ Orathai : น่ารักที่แอบเคือง? คนหล่อทำอะไรก็ดีไปหมด 55
คุณ Sir0737 : จะได้...ใช่ไหม 55
คุณ anOO : มีแต่คนว่าเขาร้าย...
คุณหมูอ้วน : ได้อ่านแล้วนะ
คุณ roseolar : ไม่ไปรจ้ะ
คุณ ree : ปลาไหลด้วยนะ
คุณกาสะลอง : เนอะ ตีกันเลย ๆ
คุณก้อนอิฐ : นั่นเสืออิฐ นี่ก้อนอิฐ อาจเป็นคู่กัน
คุณสิริกมล : ฟ้าเขาร้ายโต้ง ๆ น่ะจ้ะ คือวางฟอร์มไม่เป็น ไม่เจ้าแผนการเหมือนพีชเรื่อง Returnฯ แต่อิฐก็รักนะ คนเขียนเอามาจากเรื่องจริงที่เคยพบเจอ ผู้หญิงร้าย ๆ นี่ผู้ชายรักเยอะเหมือนกัน
คุณน้ำค้าง : เละตุ้มเป๊ะ
คุณนายหญิง : พ่อพิกุลทองอย่างอิฐ จะทำอะไรได้ นางเอกต้องสวมนวมเองแล้วล่ะนะ
คุณ namzuza : หัวฟู? 555
คุณนมเย็นน้ำเขียว : ได้เห็นแล้วนะ ยืนดูอยู่ข้างบ่อหรือเปล่า
คุณดอกทิวลิป : โหดนะเนี่ย
คุณ bchichi : อย่าปล่อยให้ลอยนวลเชียวรึ
คุณ goldensun : จาวไม่ได้ชวนจ้ะ แต่อิฐก็มา...แบบงอน ๆ
คุณ konhin : นาน ๆ เสือจะงอนนะเนี่ย
คุณ yayee62 : เหอะ ๆ
คุณทราย : ฟ้าเขาจัดเต็มเสมอ
คุณธารณ์ : เนอะ
คุณเด็กหญิงม่อน : คนเขาเคยรักกัน
คุณเจ้าหญิงสุเอะ : รอดูตอนต่อไปนะ
คุณหมูบิน : มาช้าไปหน่อย ขออภัยด้วยนะ
คุณเกลียวคลื่น : อิฐจับปลาไหลตอนที่ 13 อะจ้ะ
คุณ nooyen : ได้ไปสิ
คุณแพม : กระดึ๊บ ๆ คืออะไร?
คุณผักหวาน : ใคร ๆ ก็อยากอ่านเสือจับปลาไหลแหะ
คุณ chinn : ได้อ่านแล้วเนาะ ช้าไปนิดนึง
คุณ ZaWarZd : คงรู้แล้วเน้อ
คุณ aloney : ขอบคุณที่รอจ้ะ
คุณ sa : :)
คุณไมโลโกะ : แล้วชอบใครมากกว่า ระหว่างนายไปป์กับนายอิฐ
คุณ because : ทำไมคนเขียนคุ้นชื่อคุณจัง เป็นคนอ่านเก่าแก่หรือเปล่า?
คุณความทรงจำสีจาง : ขอบคุณที่ตามอ่านนะ
คุณน้องอ้อ : จำได้สิ แต่อ้อไหนอะ
คุณ Setia : ของเขาแรง
คุณณิณ : ถ้าไม่ร้ายจะเคยกุมหัวใจพระเอกเราได้หรือ
คุณ angel101 : มาแล้วน้า อย่าร้อง
คุณ AHA : เอามันที่บ้านก้านบัวก่อนเน้อ

ขอบคุณทุกคอมเมนท์ (ปาดเหงื่อ)








Robinhood
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 12 พ.ค. 2554, 11:46:11 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 12 พ.ค. 2554, 11:46:11 น.

จำนวนการเข้าชม : 6010





<< บทที่ 11   บทที่ 13 >>
suejeab 12 พ.ค. 2554, 12:05:58 น.
ความคิดเห็นแรกคือฉัน


bchichi 12 พ.ค. 2554, 12:16:02 น.
ลุ้นจนเหงือกแห้ง ทั้งจาว และ writer


XaWarZd 12 พ.ค. 2554, 12:17:01 น.
นู๋จาวหนักแน่นไว้นะจ๊ะ ตอนหน้าขอหวานๆ เลยน๊า
ปพลเก่งมาก ข้าน้อยขอนับถือ


สนสามใบ 12 พ.ค. 2554, 12:39:59 น.
คุณโรบิ้นค่ะมีเร่องจะถามนิดนึงเรื่อง milkyway ได้ตีพิมพ์ออกมาเป็นเล่มรึยังคะ คือเป็นเรื่องที่รอเก็บอยู่ค่ะ
Ps.ตอนนี้ยาวได้ใจมั่กมากเลยคร้า^^ แต่ไหงเห็นคุณโรบิ้นบอกว่าตอนนี้จะได้เห็นเสืออิฐจับปลาไหลนี่นา><


ปอกะเจา 12 พ.ค. 2554, 12:52:03 น.
ในที่สุดหนุ่มอิฐสาวจาวก็กลับมาแล้วววววว อย่าให้มีมารมาขวางเลยนะ กำลังไปได้สวยเลย

ปล. จะรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ ^^


หมูอ้วน 12 พ.ค. 2554, 12:52:52 น.
ชอบชื่อสาว ๆ ลูกสมุนของหนูจาวมาก ๆ ค่ะ
เพราะ ๆ ทั้งนั้นเลย...


น้ำค้าง 12 พ.ค. 2554, 13:00:29 น.
ตอนนี้อ่านแล้วได้อมยิ้มแก้มตุ่ยเลย อิฐน่ารักอ่ะ


หมอนทอง 12 พ.ค. 2554, 13:04:22 น.
ตอนจบหมั่นใส้ตาปพล


namwannaja 12 พ.ค. 2554, 13:05:03 น.
ดีใจมากเลยค่ะ ได้อ่าน หนูจาวกับคุณอิฐ ขอบคุณค่า รักคนเขียนจังเลย....


จิรารัตน์ 12 พ.ค. 2554, 13:05:46 น.
มนต์รักลูกทุ่ง ณ บ้านก้านบัว เจิ่ดมากค่ะ


85valse 12 พ.ค. 2554, 13:19:25 น.
คุณอิฐ อย่าหยิ่งน่าาาาาาาา นะๆ


Pat 12 พ.ค. 2554, 13:20:07 น.
เห็นตอบเม้นท์แล้วปาดเหงื่อแทน อิอิ ที่ขนส่งนี่ นึกภาพเป็นมิวสิควีดีโอเลยแฮะ


Aojung 12 พ.ค. 2554, 13:25:15 น.
สมกับที่รอเลยค่ะ น่ารักมากๆๆ หวังตอนต่อไปคงมาเร็วนะคะ อิอิ


stardust 12 พ.ค. 2554, 13:51:16 น.
มาแล้ว แสนจะคิดถึงพ่อเสืออิฐและสาวจาว


คิมหันตุ์ 12 พ.ค. 2554, 14:25:21 น.
อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาากรี๊ดๆ น่ารักอ่ะ......
ยัยจาวอย่าเล่นตัวให้มากนั้น เด๊ว ดิฉันจะแย่ง น่ากินซะขนาดนี้...ปล่อยให้เดียวดายได้ไง


กระเเจะจันทร์ 12 พ.ค. 2554, 14:25:30 น.
โอ๊ยยยยยยยยคิดถึงมากกกกกกกกกกกกก
มาบ่อยๆนะค่ อย่าหายไปนาน คนมันคิดถึง


หมี่เย็น 12 พ.ค. 2554, 14:27:49 น.
^^ กำลังคิดถึงคุณอิฐอยู่เชียว ได้อ่านแบบไม่รู้ตัวเหอๆๆ รอดูคุณอิฐใส่เสื้อลายดอก ต้องหล่อน่ากินมากแน่ๆ ฮ่าๆๆ



sai 12 พ.ค. 2554, 14:31:58 น.
น่ารักจัง
ตอนหน้าจะมารอดูพี่คล้าวฉบับเสืออิฐ^^


nooyen 12 พ.ค. 2554, 14:32:17 น.
เย้ ดีใจจังมาคราวนี้ยาวดี
อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกว่า กลับบ้านครั้งต่อไป อยากหาหนุ่มหล่อ ๆ กลับบ้านด้วยล่ะ


roseolar 12 พ.ค. 2554, 14:34:16 น.
มาแล้วววว
เย่เย่เย่
อ่านจบแล้วรู้สึกแย่...เพราะ...ทำไมมันสั้นจัง อิอิ
ตอนหน้าขอยาวย๊าวยาวเลยนะคะ


รัชต์ 12 พ.ค. 2554, 14:34:18 น.
ตั๋วรถทัวร์ซื้อแล้วไม่ไปเองคืนได้ด้วยเหรอค่ะ
ผู้หญิงซื่อๆบทจะแกล้งซื่อนี่กลายเป็นน่ารักไปได้เนอะ


sunntee 12 พ.ค. 2554, 14:36:51 น.
^_O"....
....
รอคุณอิฐจับปลาไหล...
..เตรียมเครื่อง จาต้มเปร...
...


milbol 12 พ.ค. 2554, 14:53:09 น.
จาวจะแต่งเหมือนทองกวาวหรือนี่!!! มาอัพต่อไวๆนะค่ะ


ของขวัญ 12 พ.ค. 2554, 15:11:58 น.
ชอบตอนนี้ค่ะ หวานกำลังดี


Robinhood 12 พ.ค. 2554, 15:12:46 น.
คนเขียนโพสตอนที่ 13 ต่อแล้วนะ มีคำชี้แจงเรื่องพิมพ์ชื่อจังหวัดสิงห์บุรีผิดด้วย ขำตัวเองสิ้นดี เชิญทัศนาตอนต่อไปได้เลยจ้ะ


แพม 12 พ.ค. 2554, 15:27:32 น.
ค่อย ๆ อัพไงคะ เฮ้อ =3 จับปล้ำเลยจาว 55+


SonickA 12 พ.ค. 2554, 15:27:44 น.
เมื่อเช้าเพิ่งไปทวงตอนใหม่ที่เว็บเด็กดี ตกบ่ายคุณโรบิ้นก็เข้ามาอัพที่นี่แล้ว ดีใจจัง โชคดีที่แวะเข้ามาดูอีกที ขอบคุณนะคะ ตอนนี้สนุกดีค่ะ ^__^


ก้อนอิฐ 12 พ.ค. 2554, 18:14:24 น.
นึกภาหนุ่มลายดอก.ก่อน..คิคิ


incanto 12 พ.ค. 2554, 19:38:54 น.
หนูจาวใจอ่อนจนได้


mummy 12 พ.ค. 2554, 19:51:57 น.
จัดเต็มเลยนะคะ คุณ Robinhood น่ารักมากมายสำหรับนู๋จาวกับเสืออิฐ ขอให้มีช่วงหวานๆแบบนี้เยอะๆนะคะ


Orathai 12 พ.ค. 2554, 20:08:43 น.
อ่านแล้วอิ่มอกอิ่มใจค่ะ...


SaiParn 12 พ.ค. 2554, 20:11:38 น.
รอลุ้นวันงาน เสื้อลายดอก ฮิฮิ


เด็กหญิงม่อน 12 พ.ค. 2554, 20:44:46 น.
หวานจังเลยค่ะ :))


yayee62 12 พ.ค. 2554, 22:33:58 น.
หุหุหุ ตาฝาดไปป่ะเนี่ย 2 ตอนเลยเหรอ ^^


yellowblob 13 พ.ค. 2554, 00:15:20 น.
โอ้วววว 2 ตอนนนนนน วู้ๆๆๆๆๆๆๆ


goldensun 13 พ.ค. 2554, 00:20:52 น.
จาวใจอ่อน อิฐเลยหายงอนเลย จาวจะเล่าให้อิฐฟังมั้ย


หมูบิน 13 พ.ค. 2554, 07:50:10 น.
น่ารักทั้งนิยายทั้งคนเขียนค๊าาาา


pretty 13 พ.ค. 2554, 08:36:26 น.
55++ เสือจะใส่เสื้อลายดอก


namzuza 13 พ.ค. 2554, 10:55:25 น.
อร๊ายยยยยยย จะหวานน้ำตาลหกซะ ตกใจมากเปิดมาเจอคุณโรบิ้น มาอีกบ่อย ๆนะค่ะ คิดถึงอิฐจะตาย


ใบบัวน่ารัก 13 พ.ค. 2554, 12:47:32 น.
ถูกเค้าทิ้งก็หัดใจไว้ซะบ้างนะคุณอิฐ เค้าทิ้งก็ไม่ต้องไปเก็บกลับมาหละ
ไม่ต้องไปสงสารนะ
ยังฟางก็เหมือนกัน ทิ้งไปเถอะ คุณหนูมากๆก็ไม่ดีนะ
เข้ากันไม่ได้ก็ไม่ต้องไปแต่งงานกันหละ คิดถึงพ่อแม่ไว้มาก ๆ


เกลียวคลื่น 13 พ.ค. 2554, 14:23:57 น.
การี๊ดดดดดดด ให้กับสองตอน หายคิดถึงได้เลย


อ้น 16 พ.ค. 2554, 21:02:14 น.
คิดถึงอย่างแรง


omelet 17 พ.ค. 2554, 13:56:42 น.
เข้าใจจาวๆ อืม...


HoTGirl 17 พ.ค. 2554, 18:11:16 น.
ตามมาอ่านค่ะ


ree 6 มิ.ย. 2554, 21:51:46 น.
อยากจอดรถแล้วจูบให้หายคิดถึง... อยากจับร่างเล็กมา 'ฟัด' ให้หายอยาก... อยากเป็นเสือ จะได้จับตัว ตะปบหน้าหลัง กัดฟัดฟอนเฟ้นให้สาแก่ใจ... อ่านแล้วเข่าระทวยแทนนางเอกเลย


ปิศาจสัญจร 28 มิ.ย. 2554, 18:35:38 น.
อ้าว นึกว่ามีต่อ มาเพิ่มเร็วๆ นะคะ
อ่านไปก็ยิ้มไป กลัวเค้าว่าบ้าอยู่นี่


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account