บ่วงรักแรงอธิษฐาน
รักในปัจจุบันผูกพันกับรักที่ปวดร้าวในอดีตชาติ
คำอธิษฐานและบุพเพสันนิวาสนำเขาและเธอกลับมาพบกันอีกครั้ง
แต่จะทำเช่นไรเมื่อหนึ่งคือเพื่อนรักที่ยอมสละชีพเพื่อเราและหนึ่งคือยอดดวงใจที่เฝ้ารักเฝ้ารอมาหลายภพชาติ
Tags: ย้อนอดีต ระลึกชาติ บุพเพสันนิวาส

ตอน: ตอนที่ 4 รักที่ซ่อนเร้น

เช้าวันใหม่กลางฤดูหนาว ท้องฟ้าแจ่มใส แดดสีทองที่ฉายสาดทอทับผืนโลกกว่าชั่วโมงยังไม่ได้ช่วยให้คลายหนาวสักเท่าไหร่เลย ปณิธานอยู่ในชุดนักเรียนนายร้อยเนี้ยบนิ้งตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่นเคย เตรียมพร้อมที่จะออกจากบ้านแล้วสำหรับวันนี้ แต่...จะไปส่งน้องสาวแก้มใสนักเรียนมัธยมปลายก่อนจึงจะเลยไปเรียน เอ...สงสัยยังไม่คุ้นกับชุดนักเรียนใหม่ถึงได้แต่งตัวช้า วันนี้เป็นวันเปิดเทอมด้วยนี่นา อยากเห็นจังเลยว่าใส่ชุดนักเรียน ม.ปลายแล้วจะน่ารักแค่ไหน

“มาแล้วค่ะ...” สาวนักเรียน ม.ปลายพาความสดใสน่ารักเดินกึ่งวิ่งลงมาจากชั้นบน แต่...
“อุ๊ย...ลืมของ”

“สวยใช่มั้ยลูก” คุณรำเพยยิ้มน้อยๆ กระเซ้าบุตรชาย ผู้ซึ่งกำลังอ้าปากค้างมองตามน้องสาวคนเล็กในชุดนักเรียน ม.ปลายที่วิ่งขึ้นไปหยิบของบนบ้านอีกรอบ
“คุณแม่รู้?”

ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้เป็นมารดา มีแต่แววตาอบอุ่นที่มองมาอย่างแสนเอ็นดู เอื้อมมือลูบศีรษะบุตรชายเบาๆ ขึ้นชื่อว่าแม่ มีหรือจะดูลูกตัวเองไม่ออก ภายใต้ความห่วงหาอาทรฉันพี่น้องที่ปณิธานมีให้ปิ่นปัทมา มีบางความรู้สึกที่เจ้าตัวแอบเก็บซ่อนเอาไว้มายาวนาน ความรู้สึกที่มีมากกว่ารักอย่างที่มีให้กับปาริมาผู้เป็นน้องสาวอีกคน

คุณรำเพยกับคุณบุญเลิศต่างมีลูกติด ปาริมาและปิ่นปัทมานั้นเป็นลูกสาวของคุณบุญเลิศกับภรรยาเก่าที่เสียชีวิตไปแล้ว และคุณรำเพยก็มีปณิธานลูกชายหัวแก้วหัวแหวนติดมาเพียงคนเดียว ถ้านับกันตามสายเลือดไม่เกี่ยวกับความผูกพันหรือความสัมพันธ์ในปัจจุบันแล้วละก็ ไม่ผิดอะไรหากปณิธานจะชอบพอกับปิ่นปัทมา และคุณรำเพยเองก็แอบเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ ส่วนคุณบุญเลิศนั้นคิดว่าคงพอจะช่วยพูดให้ได้ จะเหลือก็เพียงตัวของปิ่นปัทมาเอง

“แม่เอาใจช่วยนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณพ่อ แล้วแม่จะช่วยพูดให้”
“คุณแม่น่ารักที่สุด” หลบสายตาโอบคุณแม่และจุ๊บแก้มหนักๆ ทั้งประจบและแก้เขินไปในที คุณแม่ส่ายหัวเบาๆ ส่วนมากคนปากเก่งพอเอาจริงจะไม่ได้เรื่องทุกคน ล้วงมือหยิบบางสิ่งในกระเป๋ากางเกงส่งให้ลูกชายคนโปรด คนรูปหล่อรับมาอย่างงุนงงเล็กน้อย คุณแม่ไม่น่าให้กล่องกำมะหยี่สีแดงกับลูกผู้ชายใจเกินร้อยอย่างปอนด์ นอกเสียจากว่า ข้างในนั้นจะเป็น...บางสิ่งที่ไม่ได้มีไว้เพื่อ...ผู้ชาย

“นี่สำหรับว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่...อ๊ะ! แต่ต้องเป็นคนนี้เท่านั้นนะ”


ตะวันยังไม่สูงนักเพราะนี่ยังไม่ถึงเวลาแปดโมงเช้าเสียด้วยซ้ำ แต่นักเรียนต่างก็ทยอยมาถึงโรงเรียน นักเรียนชายหลายคนเล่นฟุตบอลในสนามหญ้าที่น้ำค้างยังไม่ทันเหือดหายเพื่อออกกำลังกายแต่เช้า นักเรียนหญิงจับกลุ่มกันนั่งเป็นหย่อมๆ อาบอุ่นไอจากแสงตะวัน เสื้อกันหนาวหลากสีสันยังไม่ช่วยให้คลายหนาวสักเท่าไหร่ ต้องนั่งอาบแดดจึงจะสาสมกับอากาศที่แสนจะเย็นเยียบ

พี่ปอนด์เดินมาส่งน้องปิ่นที่โรงเรียน ท่ามกลางสายตาวาวหวานของนักเรียนหญิงหลายร้อยชีวิต นัยว่า...อยากมีแฟนหล่อๆ เหมือนปิ่นปัทมาจังเลย

“พี่ปอนด์รีบกลับนะคะ อย่าเถลไถลนะ”
ปิ่นปัทมาหันมาบอกกับพี่ชายด้วยรอยยิ้มพราวพรายบนใบหน้า ก็อีกตั้งหลายสัปดาห์กว่าพี่ปอนด์จะได้กลับบ้าน ในฐานะน้องสาวคนโปรดจะยิ้มหวานให้พี่ชายมันก็ไม่น่าจะผิดตรงไหน

“แน่นอนจ้ะ” พี่ชายเอื้อมมือลูบศีรษะน้องสาวเบาๆ เล่นเอาไฟลุกท่วมตาใครหลายคนวาบๆ แน่นอน...พี่ปอนด์ต้องรีบกลับอยู่แล้วละ ไม่สิ...ต้องใช้คำว่า นับวันรอวันที่จะได้กลับมาต่างหาก เพราะว่า หัวใจของพี่ปอนด์อยู่ที่นี่แล้ว กับเจ้าของดวงตาใสแป๋วผู้ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่คนนี้ยังไงล่ะ

+++++++++++++++++++++++++

เช้าวันใหม่อีกแล้ว วันนี้เป็นวันเสาร์ปิ่นปัทมาจึงไม่ต้องไปโรงเรียน พี่ปริมกับพี่ปอนด์ไม่อยู่แล้วที่บ้านเงียบเหงาพิกล คุณพ่อกับคุณแม่ก็ไปต่างจังหวัดอีกตั้งหลายวันกว่าจะกลับ ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่ปราณจะว่างหรือเปล่านะ อุตส่าห์หอบหิ้วกระดานเขียนรูปมาด้วย กะจะให้สอนวาดรูปเสียหน่อย อ้อ...พี่ปริมฝากซองอะไรมาก็ไม่รู้หนีบรวมกันอยู่นี่เอง เอ...ทำอะไรอยู่นะทำไมยังไม่เปิดประตูสักที

“อ้าว หนูปิ่นนั่นเอง มาหาพี่ปราณเหรอลูก พี่เขาอยู่หลังบ้านแน่ะ ตามสบายนะ” เป็นคุณป้าของพี่ปราณที่เปิดประตูบ้านออกมาพอดี
“ขอบคุณค่ะคุณป้า” รีบยกมือไหว้ตัวเอียงๆ เพราะแขนข้างหนึ่งยังหนีบกระดานเขียนรูปเอาไว้ คุณป้ายิ้มอบอุ่นก่อนจะเดินจากไป คงไปธุระใกล้ๆ นี้จึงไม่ได้ขับรถยนต์ออกไป ผู้มาเยือนที่ไม่ได้นัดล่วงหน้าปิดประตูและเดินตรงเข้าไปในบ้าน

“อ้าว น้องปิ่นมาหาพี่เหรอจ๊ะ โทษทีนะกำลังรีบเลย นัดสัมภาษณ์อีกสองชั่วโมงจะไปทันหรือเปล่าก็ไม่รู้ น้ำก็ยังไม่ได้อาบเลย”
เห็นทีวันนี้ศิลปินน้อยจะอารมณ์ค้างเสียแล้ว เพราะดูเหมือนว่าพี่ปราณจะไม่ว่าง และยังวุ่นมากๆ ก้มหน้าก้มตาถูพื้นอย่างรีบด่วนและจริงจัง แล้วไหนจะต้องรีบไปทำงานอีกด้วย

“งั้นให้เขาช่วยดีกว่า พี่ปราณไปอาบน้ำเถอะค่ะเดี๋ยวจะสายนะ”
“คุณได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้จ้ะ ช่วยทีนะ”
โอ้โห..ท่าทางจะรีบมาก ไม่ให้ได้พูดซ้ำสอง ไม่ต้องได้วางของที่หอบ ไม้ถูพื้นก็เปลี่ยนมือในทันที พี่ปราณวิ่งเข้าห้องน้ำปล่อยให้คนสวยจัดการถูพื้นต่อไปอย่างขะมักเขม้น ตางามยิ้มหยีกับท่าทีรีบร้อนปานนั้น วางสัมภาระก่อนแล้วจัดการสืบทอดเจตนารมณ์จนพื้นสะอาดเอี่ยม ลืมเรื่องของฝากจากพี่ปริมไปเสียสนิทใจ

“น้องปิ่นช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวให้พี่หน่อยจ้า...พี่ลืม...”

“หา...!” คุณแจ๋วจำเป็นอุทานด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้องขอออกมาจากห้องน้ำ แค่คิดก็สุดจะเขินสะเทิ้นอาย เอาผ้าเช็ดตัวไปให้พี่ปราณที่กำลัง.... อึ๋ย...แค่คิดก็สยองแล้ว

“อยู่ที่ราวตากผ้าหลังบ้านแน่ะ”
“ดะ..เดี๋ยว..นะคะ...” สอดส่ายสายตามองหาผ้าเช็ดตัวตามคำสั่งจากคนในห้องน้ำ ทำไมไม่รอบคอบเลยนะพี่ปราณนี่ อ้อ..นั่นไงผ้าเช็ดตัว อี๋..ต้องฝ่าดง กกน. เข้าไปถึงจะหยิบผ้าเช็ดตัวได้ ทำไมโชคร้ายยังงี้นะยายปิ่นเอ๊ย

“เจอมั้ย?”
“ค่าๆๆ” หันรีหันขวาง มือขวาเหนี่ยวขอบประตู มือซ้ายถือไม้แขนผ้าเอื้อมข้ามราว กกน. เกี่ยวผ้าเช็ดตัว ขาขวาเป็นหลักขาซ้ายยกขึ้นถ่วงสมดุลของร่างกาย อา..ได้แล้ว

“มาแล้วค่า..” เดินกึ่งวิ่งเพราะพี่ปราณกำลังรีบอยู่ เดี๋ยวจะไปทำงานสาย ส่วนพี่ปราณผู้กำลังอยู่ในสถานการณ์ล่อนจ้อนแง้มประตูโน้มตัวเอียงศีรษะมองลอดช่องแคบอย่างเฝ้ารอ

“ว้าย!” เท้าเจ้ากรรมลื่นพื้นที่ตัวเองเพิ่งถูไปหมาดๆ ร่างเล็กๆ ของคนน่ารักที่กำลังตกใจสุดขีดพุ่งพรวดผลักประตูและผลุบเข้าไปในห้องน้ำ ที่ซึ่งพี่ปราณกำลัง...

“กรี๊ดดด...!”

++++++++++++++++++++++++

ละครทีวีสลับกับโฆษณาผ่านไปเรื่อยๆ คืนนี้ปิ่นปัทมาไม่สามารถดูอะไรรู้เรื่องเลย นั่งกึ่งนอนทอดอาลัยบนโซฟาหน้าทีวี กดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ แต่เหมือนไม่สามารถรับรู้สิ่งใด ภาพเมื่อกลางวันยังติดตาติดตามมาหลอกหลอนอย่างไม่มีวี่แววว่าจะสลัดทิ้งได้ง่ายๆ อนิจจา..ความบริสุทธิ์ผุดผ่องที่เฝ้าถนอมมาสิบหกปีต้องมีอันด่างพร้อยเสียแล้ว นี่เราเสียความบริสุทธิ์ทางสายตาไปแล้วหรือยังหนอ

เสียงกรี๊ดของตัวเองยังกึกก้องอยู่ในความทรงจำ
“น่าเกลียดที่สุด พี่ปราณบ้า!”
“เอ้า..น้องปิ่นเข้ามาทำไมนี่” คนบ้าไขว่คว้าหาบางสิ่งมาปิดป้องปริศนาแห่งชายเป็นพัลวัน แต่...จะมีอะไรอยู่บนราวแขวนผ้านอกจากผ้าเช็ดตัว ซึ่งตอนนี้ไม่มีเพราะมันยังอยู่ในมือของปิ่นปัทมา

“ปิดไว้สิคนบ้า!” สองมือคลี่ผ้าเช็ดตัวออกตรงเข้าปิดไว้อย่างอัตโนมัติ เอื้อมอ้อมโอบเอวพันผ้ารอบกาย ดวงหน้าที่แดงเป็นลูกตำลึงเขินอายและขวัญหนีดีฝ่อแทบจะชิดแผงอกสะอาดหอมกรุ่นกลิ่นสบู่นั้น

สายฟ้าฟาดเปรี้ยงกลางหัวใจเมื่อเงยหน้าสายตาสอดประสาน ความใกล้ชิดในสถานการณ์ที่ไม่ปกติก่อนกวนบางความรู้สึกที่ก่อตัวและเก็บงำเอาไว้เงียบๆ ตลอดมา หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามอย่างไม่อาจจะหยุดยั้ง

“เขาเกลียดพี่ปราณ!”

มือน้อยปวกเปียกทุบแผงอกสะอาดนั้นเปาะแปะ ก่อนจะผลุนผลันจากมา น้ำตาแห่งความ...ไม่รู้ละ ก็มันอายจนไม่รู้จะทำยังไงนี่นา มื้อน้อยปาดน้ำตาที่รินไหลอาบสองแก้ม ไม่ลืมที่จะคว้ากระดานเขียนรูปคู่ชีพกลับมาด้วย
“น้องปิ่น... รอพี่ก่อน”
“พี่ปราณบ้า!”

‘ทำไมป่านนี้หัวใจของเรายังเต้นแรงอยู่’ สาวน้อยกระซิบถามหัวใจตัวเองในทุกลมหายใจ เนิ่นนานกว่าจะผล็อยหลับไปอย่างยากลำบากตรงหน้าทีวี ท่ามกลางค่ำคืนที่สับสนและวุ่นวาย


“คนเยอะ เดินดีๆ นะ”
คนสวยค้อนวงเล็กๆ ก่อนจะเดินนำหน้าลิ่วๆ เข้าโรงหนังไป อันที่จริงยังรู้สึกเข้าหน้าไม่สนิท แต่ก็ทนการรบเร้าที่ต้องการเลี้ยงหนังปลอบขวัญไม่ได้ จึงต้องมาทนอยู่ใกล้คนบ้าอยู่แบบนี้ แอบถามตัวเองเหมือนกันว่าพี่ปราณทำผิดอะไรถึงรู้สึกเหมือนเจ็บแค้นเคืองโกรธมากมาย คำตอบก็คือ ไม่มี

สงสัยหนังเพิ่งจะเข้าโรงผู้ชมถึงได้แน่นขนัดขนาดนี้ คนตัวเล็กที่นำลิ่วเข้าไปต้องหยุดชะงักเพราะผู้ชมจำนวนหนึ่งยืนออกันขวางทางอยู่ คงจะมีปัญหาเรื่องที่นั่งเป็นแน่ แล้วมืออุ่นๆ ของคนคุ้นเคยก็คว้าแขนหมับพาแหวกกลุ่มคนเข้าไปหาที่นั่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

“หนาวมั้ย” คนที่ตกอยู่ในฐานะจำเลยอย่างที่ไม่ควรเป็นกระซิบถามเบาๆ ลมหายใจเคลียแก้มนวลอยู่อุ่นๆ
ตาโตเหลือบมองแวบหนึ่งก่อนจะหันไปกอดอกดูหนังอย่างตั้งใจ ทั้งๆ ที่จอยังเป็นสีขาวอยู่เลย

“ยังไม่หายโกรธพี่อีกเหรอ”
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก มีเพียงแก้มป่องๆ ริมฝีปากเบ้ๆ และเสียงลมขัดใจขึ้นจมูกเบาๆ

จำเลย ซึ่งอันที่จริงควรจะเป็นผู้เสียหายมากกว่าซ่อนรอยยิ้มในความมืด ปราณไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแค่ในเวลาที่เหตุการณ์ปกติและเห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน น้องปิ่นก็น่ารักมากอยู่แล้ว และเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้คนแก้มใสต้องงอนเง้า ไม่ว่าจะสมเหตุสมผลหรือไม่ก็ตามเช่นในตอนนี้ หัวใจเจ้ากรรมมันสะกิดเร่าๆ ว่าอย่าฝืนตัวเองเลยปราณ หัวใจของนายกำลังอัดแน่นด้วยบางความรู้สึก ที่ทำให้นายไม่อาจกลั้นรอยยิ้มแห่งความสุขล้นแววตาเอาไว้ได้ เพียงเศษเสี้ยวของดอกไม้แห่งรักที่นายแอบซ่อนเอาไว้ด้วยเหตุผลบางอย่างลำพังตลอดมา นั่นก็มากมายพอจะทำให้อกนายระเบิดได้ในอีกไม่ช้านี้อย่างแน่นอน

“ยิ้มอะไร...”
“หือ..เปล่ายิ้มนี่นา”
“สนุกนักใช่มั้ย”
แล้วเจ้าของรอยยิ้มยากจะหุบก็มีอันต้องหน้าตาบิดเบี้ยว เมื่อบั้นเอวมีปูตัวเป้งๆ มามาหนีบอยู่หนึบๆ พร้อมกับแม่เสือน้อยที่ทำหน้าตาอย่างกับว่าพร้อมจะกินตับพี่ปราณได้ทุกเมื่อ ฮึ่มๆ หมั่นไส้นักยิ้มอยู่ได้
“โอย... พี่ทำอะไรผิดเหรอ...”
โอดครวญประท้วงเกาะกุมปูน้อยนุ่มนิ่มให้คลายจากการหนีบ แต่ก็ไม่เป็นผล งานนี้มีแต่เสียกับเสีย นอกจากปริศนาแห่งชายจะถูกเปิดเผยแล้วยังต้องยอมทำตัวประหนึ่งว่าเป็นคนทำให้สาวเจ้านั้นเสียหายมากมายเหลือคณา แต่กระนั้นส่วนลึกในใจแล้วชายหนุ่มย่อมเข้าใจในความรู้สึกของคนแก้มใสเป็นอย่างดี จึงไม่ใช่เรื่องเสียหน้าใดๆ ที่คนเป็นพี่ และสุภาพบุรุษจะยอมเป็นฝ่ายผิดแก้เขินให้กับสาวน้อยเจ้าของหัวใจโครมครามคนนี้
“ไม่รู้ละ ห้ามยิ้มด้วย”

เมื่อไฟส่องสว่างถูกปิดลงบรรยากาศรอบข้างมืดสนิท กลิ่นไอแห่งรักก็อบอวลล้นโรงหนัง เรื่องราวความรักของตัวละครหนุ่มสาวที่ดำเนินไปบนจอสี่เหลี่ยมช่วยเสริมสร้างและกระชับหลายความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น มากกว่าที่เคยเป็นและอย่างที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกัน หลายคู่ก็กำลังรดน้ำพรวนดินบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ ด้วยหวังว่าต้นไม้แห่งรักที่ฝันหาจะงอกเงยงดงามขึ้นได้ในสักวันอันใกล้นี้ และสำหรับคู่ที่ดอกไม้ได้เบ่งบานซ่อนเร้นอยู่ในใจเงียบๆ ลำพังเสมอมาคู่นี้ กลิ่นหอมและไออุ่นแห่งรักมันกรุ่นๆ จนแทบจะทะลักล้นออกมาจากหัวอกเสียให้ได้

ความรักเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่สามารถก่อตัวขึ้นได้อย่างง่ายๆ เงียบๆ บางครั้งมีช่วงเวลาเพียงสั้นๆ บางครั้งก็ยาวนาน มีพลังมากพอที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างให้เป็นไปอย่างไม่อาจจะคาดคิด โลกที่เคยมืดมิดสำหรับคนบางคนอาจสดสวยไปด้วยสีสันที่สดใสในชั่วข้ามคืน ดวงดาวพราวพรายแต่งแต้มค่ำคืนที่เคยเงียบเหงาให้ชุ่มชื่นมีชีวิตชีวา และความรักสามารถเปลี่ยนผันคืนวันที่งดงามให้กลับกลายเป็นหุบเหวที่มืดมิด เงียบเหงา เหว่ว้าและอ้างว้างได้แค่เพียงชั่วพริบตา

บางครั้งคนเราก็กลัว กลัวว่าความงดงามที่เคยมี ที่เคยเห็นและเป็นอยู่ จะกลับเปลี่ยนแปลงไปเพียงแค่เราได้กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแตกต่างจากที่เคย หากความใกล้ชิดผูกพันที่เคยมีมายาวนานจะต้องสั่นคลอนเพียงเพราะไม่อาจอดกลั้นที่จะเผยบางความรู้สึกในใจ ช่างเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ปราณเองก็เช่นกัน


เรื่องราวของรักซ่อนเร้นถูกถ่ายทอดผ่านคืนวันที่เงียบเหงากับหญิงสาวผู้อารี ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ความพยายามในรักต้องรวดร้าวและล้มเหลว แต่ด้วยหัวใจที่มั่นคงทำให้เธอพ้นผ่านคืนวันที่ไม่พึงปรารถนาเหล่านั้นมาได้อย่างสวยงาม

“จากนี้ไป ฟ้าไม่ต้องทำอะไรเพื่อพี่อีกแล้ว พี่สัญญา..ว่าจะทุ่มเทแรงกายและจิตใจทั้งหมดเพื่อดูแล และทำให้ฟ้ามีความสุข”
เมื่อรักที่งดงาม..ถูกบ่มเพาะจนสุกงอม สองหนุ่มสาวเอื้อมกอดสอดประสาน ดวงหน้าหวานซบนิ่งหลับตาพริ้มกับอกอุ่นของชายผู้ที่เธอคิดว่าคงเป็นได้เพียงความฝัน โอบกอดแนบแน่นเนิ่นนานก่อนจะคลายวงแขนและเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มเจ้าของหัวใจด้วยแววตาระริกไหว และแล้วตางามต้องหลับพริ้มลงอีกครั้งเมื่อเขาก้มลงแตะปลายจมูกและริมฝีปากที่หน้าผากมน เรื่อยเลยเคลียแก้มปลั่งหอมกรุ่นนั้นแผ่วเบา ปากสวยเผยอน้อยๆ รอรับอุ่นไอที่กำลังส่งผ่านริมฝีปากร้อนผ่าวนั้นอย่างโหยหา ท่ามกลางเสียงกรี๊ดหัวใจละลายของสาวๆ ทั้งโรงหนัง

อารมณ์ที่ถูกหล่อหลอมจากเรื่องราวและบรรยากาศรอบข้างพาหัวใจของสาวน้อยเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ จูบ..รสชาติเป็นอย่างไรนั้นเป็นเรื่องซับซ้อนเกินที่ปิ่นปัทมาจะคาดเดาได้ รู้แต่เพียงว่ามันช่างน่าอายจนต้องหันไปมองทางอื่น นี่ถ้าในโรงหนังไม่ได้มืดแบบนี้แล้วละก็ พี่ปราณคงสังเกตเห็นได้ไม่ยากว่าสองแก้มปลั่งตอนนี้กลายเป็นสีชมพูระเรื่อไปแล้ว เอ๊ะ..แล้วตอนนี้คนบ้าจะเป็นยังไงนะ สงสัยจะตั้งใจดูจนลืมไปแล้วว่ามีเรานั่งอยู่ข้างๆ

แค่เพียงลอบชำเลืองด้วยหางตาคนสวยก็ต้องรีบหันไปทางอื่น หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามหนักขึ้นไปอีก เพราะคนบ้าที่ว่ากำลังมองมาทางนี้ด้วยแววตามีเลศนัย
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่านี่คะ” อ้อมแอ้มตอบเลี่ยงที่จะหันไปสบตา
“หือ...” มือหนาเอื้อมรั้งหัวไหล่มนที่พยายามแข็งขืนให้หันมาสบตา พร้อมน้ำเสียงหยอกเย้า
“โอย...พี่ปราณอย่าสิ ก็เขาอายนี่นา นี่แน่ะๆ ชอบแกล้งนักใช่ไหม”
“โอ๊ย พี่ยอมแล้ว...จะไม่ทำอีกแล้วคร้าบ”
“ดีมาก!”
น่าแปลกใจที่ถึงจะทำปากแข็งขึงขังออกไปอย่างนั้นแต่ในใจแล้วกลับรู้สึกเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูกที่มีพี่ปราณอยู่ใกล้ๆ อย่างนี้ คงไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมนะถ้าปิ่นจะแอบมีความรู้สึกพิเศษกับพี่ปราณมากขึ้นอีกนิดกว่าที่เคยเป็น และคงไม่ทำให้พี่สาวที่น่ารักของปิ่นต้องเสียใจ

+++++++++++++++++++++++

“นั่งตากแดดทำไมล่ะ ขยับเข้ามาในร่มนี่เร็ว”
พี่ปราณบอกยิ้มๆ พลางขยับเก้าอี้ตัวใหม่ที่อยู่ข้างๆ ให้ หลังจากซาบซึ้งดื่มด่ำกับรสชาติของความรักในโรงหนังแล้ว ก็ถึงเวลาต้องเติมพลังงานจึงแวะกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในซอยใกล้ๆ ห้างสรรพสินค้า แม้จะผ่านเที่ยงวันมาแล้วแต่อากาศก็ยังหนาวเย็นอยู่ ได้รับไออุ่นจากแสงแดดคงดีกว่านั่งหนาวอยู่ในฟู้ดเซ็นเตอร์
“ตรงนี้ดีแล้วค่ะ”
“ไม่ดีหรอก นั่งตากแดดเดี๋ยวดำไม่รู้ด้วยนะ”
“...” จึงยอมขยับเข้ามาอีกหน่อย พอหัวพ้นแสงแดด หันไปยิ้มหยีกับพี่ปราณ แค่นี้ก็ไม่ต้องหน้าดำแล้วแถมยังได้ตากแดดอุ่นดีอีกต่างหาก

“งั้นพี่นั่งด้วยคนนะ อยู่ใกล้ๆ น้องปิ่นรู้สึกอบอุ่นยังไงก็ไม่รู้” พูดพลางขยับเก้าอี้เข้าไปนั่งข้างๆ โต๊ะตัวนี้มีแสงแดดส่องผ่านเฉียงเข้ามาครึ่งโต๊ะ ไม่ได้หนาวอะไรมากเลยแค่ต้องการแกล้งคนเล่นๆ สนุกดี

‘ชิ..ทำเป็นพูดดี ยังไงก็คงไม่อบอุ่นเท่าอยู่ใกล้ๆ พี่ปริมหรอกน่า’
“แน่ะๆ อย่าคิดเสียงดังสิ พี่ได้ยินนะ”
“บ้า”


“เฮ้ย! นั่นมันไอ้เด็กนั่นนี่หว่า”

ไอ้ป้อดผู้ปราชัยในคราวนั้น เดินผ่านมาพร้อมลูกสมุนกลุ่มเดิมของมัน แม้จะอยู่ไกลแค่เห็นด้านหลังลิบๆ มันก็จำได้ไม่เคยลืม ฟันหน้ามีครบแล้วเรียบร้อยแต่รอยแผลเป็นบนริมฝีปากเพิ่มความน่าเกรงขามให้กับมันอีกเล็กน้อย

“ลูกพี่...แต่...” เจ้าลูกสมุนคนสนิทมีท่าทีลังเล สงสัยลูกพี่จะลืมไปแล้วว่าความหล่อที่หายไปพร้อมฟันสองซี่นั้นมันฝีมือใคร
“ไอ้ทหารนั่นไม่มาด้วย จะกลัวอะไรวะ และถึงมันจะมาข้าก็ไม่กลัวมันอีกแล้วโว้ย” มันพูดอย่างฮึกเหิมและมั่นใจในฤทธานุภาพแห่งบางสิ่งที่มันถลกชายเสื้อขึ้นโชว์แค่แพลมๆ มันคือ...ปืน
“จัดการมัน!”

“พี่ปราณ พวกนั้นมาอีกแล้ว”

ชายหนุ่มหันขวับไปตามทิศที่คนตัวเล็กบอก เจ้าพวกจิ๊กโก๋กลุ่มเดิมกำลังกรูกันเข้ามา ในวินาทีที่จวนตัวเช่นนี้ไม่มีเวลานึกถึงเรื่องอื่นนอกจากความปลอดภัยของน้องปิ่น การยืนหยัดเพื่อแสดงออกถึงศักดิ์ศรีลูกผู้ชายก็คงไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นและไม่คุ้มเลยถ้าหากน้องปิ่นต้องเป็นอะไรไป
“หนีเร็ว”

แรงฉุดพาร่างบางๆ วิ่งตัวปลิวเท้าแทบไม่ติดพื้น จากซอยโน้นทะลุถึงซอยนี้ ผ่านตลาดวิ่งเข้าประตูวัดทิ้งระยะห่างพอประมาณแต่ก็ยังไม่ปลอดภัย

“อย่าให้หนีไปได้!” เสียงตะโกนของพวกมันใกล้เข้ามา ทั้งสองหันรีหันขวางหาที่หลบ แย่แล้วบริเวณวัดช่างเงียบเชียบพระสงฆ์องค์เจ้าไม่รู้หายไปไหนกันหมดมองไม่เห็นใครที่พอจะขอความช่วยเหลือได้เลย

“หลบในสระบัว”

ความหนาวเหน็บจากน้ำในสระที่เย็นเยียบพากายสั่นสะท้านแต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ ใบบัวหลวงขนาดใหญ่ช่วยพรางไม่ให้เจ้าพวกนั้นจับได้ มันกระจายกันออกค้นหาโฉบไปเฉียดมาอย่างน่าเสียวไส้

ดวงหน้าขาวซีดเซียวที่เอี้ยวตัวมาสบตา ริมฝีปากเม้มแน่นบอกให้รู้ว่าเจ้าของร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนขณะนี้หนาวจนตัวสั่น ชายหนุ่มกระชับวงแขนให้แนบชิดเพื่อถ่ายเทอุ่นไอใต้ผิวน้ำ

“หนาว...จัง...” น้ำเสียงสะท้านลอดผ่านไรฟันนั้นแผ่วเบา ทว่าชายหนุ่มได้ยินอย่างชัดเจน เพราะขณะนี้สองร่างอิงแอบแนบแน่นไม่มีแม้ช่องว่างที่จะให้สายน้ำแทรกผ่าน ความตกใจและกังวลกับสถานการณ์ทำให้หญิงสาวลืมไปเสียสนิทใจว่ากำลังอยู่ในอ้อมกอดของชายผู้ทำให้ขวัญหนีดีฝ่อเมื่อวานนี้เอง

“ทนหน่อยนะ” น้ำเสียงปลอบโยนเองก็สั่นพร่าไม่แพ้กัน และแล้วสติของเขาก็วูบไหวไปกับภาพของใครสักคนที่ทับซ้อนชัดเจนแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป หญิงสาวอีกคนผู้ซึ่งหัวใจกระซิบบอกว่าคุ้นเคยเหลือเกิน และที่พิเศษกว่านั้น หาใช่แค่เพียงภาพแต่เป็นทั้งความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงความพิเศษระหว่างกันจากการได้ใกล้ชิดเพียงเสี้ยวลมหายใจ

“พวกมัน..ไปแล้ว...”
ปลายเสียงพร่านั้นแผ่วเบาระคนเขินอาย เมื่อสถานการณ์คลี่คลายสติก็เริ่มกลับคืนมา แก้มใสแดงเรื่อไปถึงใบหูเมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดแนบแน่นของพี่ปราณ สัมผัสถึงแผ่นอกกว้างและวงแขนใต้ผิวน้ำทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งมันระทึกยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีเจ้าพวกวายร้ายเสียอีก

“ปล่อย..ได้แล้ว...” อิดออดอู้อี้ ดิ้นยุกยิกแกะมือเพื่อคลายวงแขนเป็นพัลวัน
“อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวพวกมันเห็น”

“บ้า มันไปตั้งนานแล้ว”

++++++++++++++++++++++++

สายลมพัดพาความหนาวเข้ามาวูบใหญ่ จนแม้ชายหนุ่มร่างกายแข็งแรงยังต้องกระชับเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ให้มิดชิดยิ่งขึ้น หมู่ดาวที่เรียงรายบนเวิ้งฟ้ากลางเมืองหลวงงดงามนักในคืนนี้ อาจเป็นเพราะบางความรู้สึกช่วยส่งให้เป็นเช่นนั้น แสงสว่างที่สะท้อนกลุ่มเมฆหมอกตรงขอบฟ้าช่วยให้ค่ำคืนที่มืดมิดดูมีสีสัน

ปราณ ยืนอยู่ที่ระเบียง ระบายความสุขที่ล้นปรี่ผ่านรอยยิ้มปริ่มใบหน้า บางเหตุการณ์ที่ไม่คาดหมายช่วยกระตุ้นบางความรู้สึกที่ซุกซ่อน กระชับความสัมพันธ์ที่เคยมีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้เขาไม่กล้าที่จะปล่อยหัวใจให้คิดอะไรได้อย่างอิสระเสรี ความแตกต่างทางฐานะ และเกรงจะกระทบความสัมพันธ์ฉันพี่น้องและเพื่อนฝูงอย่างที่เคยเป็น แต่ตอนนี้..หัวใจหนุ่มมันร่ำร้องอยู่เร่าๆ ว่าไม่อยากให้น้องปิ่นเป็นแค่น้องสาวของเพื่อนรักอีกต่อไป

ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงกับแรงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกง เป็นปณิธานที่โทรมา

“ฉันมีเรื่องอยากจะบอกแก ก็ได้ๆ งั้น..ให้แกพูดก่อน”



“ป่านนี้พี่ปริมจะทำอะไรอยู่นะ”
ตางามระยับอีกคู่หนึ่งกำลังมองเหม่อ ดาวดวงเล็กสุกใสในกรอบสี่เหลี่ยมยามมองผ่านความมืดออกไปข้างนอกหน้าต่าง แม้จะปิดไฟและเข้านอนแล้วแต่ความสับสนในหัวใจก็ทำให้ไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้

คิดถึงพี่สาวคนสวย อยากจะบอกเล่าเรื่องราวหลายสิ่งหลายอย่างทั้งที่ผ่านมาและเกิดขึ้นใหม่ให้พี่ปริมได้ฟัง และบางที..ปิ่นอาจจะกล้าบอกถึงความรู้สึกที่เพิ่งจะเกิดขึ้น ไม่หรอก..ถึงอย่างไรปิ่นจะไม่ทำให้พี่ปริมต้องเสียใจ ปิ่นแค่จะเล่าเรื่องตลกๆ เกี่ยวกับคนบ้า เจ้าบ่าวของพี่ปริมในอนาคตให้ฟังเท่านั้นเอง

หัวใจที่เริ่มจะห่อเหี่ยวและแววตาระยิบที่เริ่มจะหรี่แสงลงต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อเสียงโทรศัพท์ที่วางเอาไว้ตรงหัวเตียงดังขึ้น

“คิดถึงพี่ปริมที่สุดในโลกเลยค่ะ”

++++++++++++++++++++++

เย็นวันที่สิบสี่กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก

สาวน้อยแก้มใส นั่งอยู่คนเดียวบนม้ายาวสีขาวในสวนสาธารณะท้ายหมู่บ้าน กระเป๋านักเรียนถูกวางเอาไว้ข้างๆ บนพื้นหญ้า อากาศเย็นปลายฤดูหนาวเริ่มคืบคลานแม้ตะวันจะยังไม่ลับขอบฟ้า เสื้อไหมพรมกันหนาวลายขวางสีขาวชมพูถูกกระชับให้มิดชิด
‘ทำไมป่านนี้พี่ปราณยังไม่มาอีกนะ’

เหลือบมองนาฬิกาก็เลยเวลาสี่โมงครึ่งเข้าไปแล้ว พี่ปราณนัดทางโทรศัพท์ให้มาพบที่นี่ นัยว่ามีธุระสำคัญอยากจะคุยด้วย อะไรก็ไม่รู้ดูลับลมคมนัยนัก
ทั่วบริเวณสวนสาธารณะดูเงียบเหงาไร้ผู้คน วันนี้เป็นวันแห่งความรักหลายคนอาจจะต้องการเวลาคุณภาพอยู่ร่วมกันกับครอบครัว อยู่ใกล้ๆ คนพิเศษเพื่อแสดงความรักต่อกัน ม้ายาวหลายตัวที่เคยทำหน้าที่ไม่ว่างเว้นในวันธรรมดาจึงถูกวางเอาไว้อย่างอ้างว้างท่ามกลางลมหนาว

“รอนานมั้ย...”
เมื่อหันไปตามเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคย สาวน้อยก็อดที่จะหัวใจเต้นโครมครามขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ พี่ปราณมาพร้อมดอกไม้ช่อโต กุหลาบสีแดงสดหลายสิบดอกห่อด้วยกระดาษฟอยล์สีเงินผูกด้วยริบบิ้นสีทอง แสดงถึงความตั้งใจอย่างยิ่งของผู้ให้ และเพื่อคุณค่าที่คู่ควรแก่ผู้ได้รับ

“พี่ปราณ..” เสียงหวานระคนประหม่าลอดผ่านริมฝีปากสวยนั้นแผ่วเบา หลังจากวันนั้น วันที่หัวใจโครมครามก็ยังไมได้พบกันอีกเลย กระทั่งวันนี้ และยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะมากขึ้นเมื่อนึกถึงคำพูดอีกหลายคำที่จะตามมาหลังจากได้รับดอกไม้ และถ้าเป็นอย่างนั้น..ปิ่น..จะทำยังไง จะต้องวางตัวยังไง เพราะพี่ปราณคือคนที่พี่ปริมรัก และปิ่นจะปฏิเสธยังไงให้นุ่มนวลที่สุด ไม่ให้พี่ปราณต้องเสียใจ และเพราะแท้จริงแล้วปิ่นเองก็คงดีใจมากถ้าพี่ปราณจะ...
“เอ่อ...ปิ่นเพิ่งมาถึงสักครู่นี้เหมือนกันค่ะ”

“ร้านดอกไม้คนเยอะมาก เลยมาช้าไปนิด ขอโทษทีนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ดอกไม้สวยนะคะ เอาไปให้สาวที่ไหนเหรอ” มันตื่นเต้นจนไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี เขินจนไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นสบตา ไม่มีแม้เวลาจะทันสังเกตว่า ทั้งแววตาและน้ำเสียงอบอุ่นที่คุ้นเคยนั้น วันนี้...วันที่เขาหอบดอกไม้ช่องามมายืนอยู่ตรงหน้า
มันช่าง...แสนเศร้าอย่างไม่ควรจะเป็น

“พี่ปอนด์เขา...ฝาก...ดอกไม้มาให้น้องปิ่นน่ะ”


“ค่ะ ปิ่นก็มี...” เอ่ยปากออกไปอัตโนมัติ จุกแน่นตีบตันเกินที่หัวใจดวงน้อยจะทานทนไหว นี่ความผิดหวังจากการแอบคิดมันมากมายถึงเพียงนี้เลยเชียวหรือ พี่ปราณไม่ได้... ต้องฝืนมากมายเหลือเกินที่ต้องพยายามยิ้มและตีสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด เงยหน้าขึ้นมองลึกเข้าไปในดวงตาอีกคู่หนึ่งซึ่งปิดกั้นความรวดร้าวเอาไว้ไม่แพ้กัน

“ปิ่นก็มีของขวัญวันวาเลนไทน์ จากพี่ปริม ให้พี่ปราณค่ะ”

+++++++++++++++++++++



ไอรายา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 17 พ.ค. 2554, 08:50:25 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 17 พ.ค. 2554, 08:50:46 น.

จำนวนการเข้าชม : 1850





<< ตอนที่ 3 บุพเพอาละวาด   ตอนที่ 5 เพราะมั่นในรัก >>
ไอรายา 17 พ.ค. 2554, 10:04:51 น.
ขอบคุณ 95 คนที่เข้ามาอ่านและ 3 คนที่ชอบตอนที่แล้วนะครับ

ขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับ saralun ปูสีน้ำเงิน และปิลันธน์ ครับ^^


saralun 17 พ.ค. 2554, 11:44:53 น.
เฮ้อ!! ปวดใจแทน เมื่อไหร่จะรู้ใจกันน้าาาา...แล้วรีบมาต่ออีกนะคะ...ฮ่า ๆ ๆ


ดารานิล 17 พ.ค. 2554, 13:49:46 น.
เพิ่งรู้ว่ามีให้คลิ๊กตอนก่อนหน้ากะถัดไปด้วย บ้านนอกซะนาน 55

ว่าแต่เที่ยวนี้รู้สึกว่าภาษาดีขึ้นนะคะ สู้ๆๆๆ


ศศิริษา 17 พ.ค. 2554, 14:43:55 น.
เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาแล้วจ้า 555


ปิลันธน์ 17 พ.ค. 2554, 14:58:22 น.
อ้าว..พัฒนาแล้วเหรอO.O อ๊ะ.ล้อเล่น^^555
ว่าก็ว่าเถอะ...เห็นบอกไม่ขำแล้ว
แต่ฉากที่น้องเอาผ้ามาให้พี่นี่
อ่านที่ไรก็จี๊ดดดดดด...กรี๊ดดดด...อร๊ายยยยยย..>////<


แมวสามสี 18 พ.ค. 2554, 11:49:26 น.
รอตอนต่อไปค่ะ ^__^


ไอรายา 18 พ.ค. 2554, 16:16:44 น.
saralun
ขอบคุณที่ติดตามครับ ^^

ดารานิล
ตอนต้นๆ นี้ไม่ได้แก้อะไรนี่นา ^^

ปิลันธน์
อิอิ ขอเหลือความเป็นตัวของตัวเองบ้างเต๊อะะะะะะ 555
แต่หมดแล้วๆ แค่อยากให้เค้ารู้สึกผูกพัน ^^

แมวสามสี
อัพเลยอย่างเร่งด่วนคร๊าบ

อ่านต่อไปนะครับ สู้ๆ ^^


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account