ติวรัก...ให้เต็มใจ
...เมื่อติวเตอร์สาวมีหน้าที่ต้องสอนพิเศษให้กับสองลิง หลานชายของคุณอาจอมดุ จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อคุณอาไม่มั่นใจในการสอนของเธอเลย อย่างนี้เธอคงต้องติวคุณอาของสองลิงด้วยซะแล้ว...
Tags: ติวเตอร์,อาจอมดุ,สองลิง

ตอน: ตอนที่ 1

1
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกันนะคะพี่นนท์ น้องนุ่น” ติวเตอร์สาวบอกกับเด็กน้อยสองคนที่นั่งขะมักเขม้นอยู่กับการบ้านตรงหน้า บนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่ตั้งอยู่ในบ้าน โดยเป็นส่วนของห้องรับแขกที่ ‘พรพรรณ ดิเรกกุล’ หรือ ‘พี่พิม’ ของน้องๆได้จัดไว้ให้สำหรับสอนพิเศษโดยเฉพาะ โดยขณะนี้หญิงสาวนั่งพับเพียบอยู่ตรงหน้าเด็กทั้งสอง หลังจากที่เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้ว

“ค่ะ/ครับ พี่พิม” เสียงใสๆตอบรับอย่างกระตือรือร้น เนื่องจากการบ้านตรงหน้าจบข้อพอดี พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดตรงหน้าทำให้เห็นดวงหน้าใสของเด็กน้อยที่มีความละม้ายคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก แน่นอนเพราะน้องนนท์กับน้องนุ่นเป็นฝาแฝดกัน

“และนี่สมุดการบ้านของเมื่อวานนะคะ พี่พิมตรวจให้แล้วค่ะ อันนี้ของเด็กชายศิระนันท์ อัศวราชค่ะ” หญิงสาวเอ่ยชื่อพร้อมกับส่งสมุดให้เด็กชาย โดยน้องนนท์ยกมือไหว้พร้อมกับเอื้อมมือน้อยๆออกมารับสมุดของตัวเอง

“ขอบคุณครับ” กล่าวขอบคุณแล้วรีบเปิดสมุดดูทันทีเนื่องจากเขาอยากรู้ว่าวันนี้จะได้ดาวจากพี่พิมกี่ดาว เพราะตอนนี้เขาสะสมได้เจ็ดสิบสองดวงแล้วถ้าเทอมนี้เขาและน้องนุ่นสามารถสะสมได้คนละหนึ่งร้อยดวง พี่พิมจะพาไปเที่ยว ซึ่งกติกาแบบนี้มีขึ้นทุกเทอม

“เย้ เย้ วันนี้พี่นนท์ได้เต็มห้าดาวเลยน้องนุ่น” เด็กชายยิ้มดีใจพลางยื่นสมุดไปให้น้องสาวร่วมดีใจด้วย พลางกอดสมุดอย่างยินดี

“ส่วนเล่มนี้ของเด็กหญิงสิรดา อัศวราชค่ะ” หลังจากรอให้พี่นนท์ดีใจเสร็จแล้วเสียงหวานของพรพรรณจึงเอ่ยขึ้นและยื่นสมุดการบ้านให้กับน้องนุ่นบ้าง เด็กหญิงไม่ค่อยกล้ารับสมุด เพราะรู้ว่าตัวเองไม่เก่งเหมือนพี่ชายสงสัยคงไม่ได้ดาวจากพี่พิมแน่ๆเลย

“ขอบคุณค่ะพี่พิม” เด็กสาวไหว้ขอบคุณพร้อมกับรับสมุดมาแต่ยังไม่เปิดดู จนเสียงพี่นนท์ดังขึ้น

“เปิดสิน้องนุ่นจะได้รู้ว่าได้กี่ดาว”

“น้องนุ่นไม่กล้าเปิด น้องนุ่นกลัวค่ะ พี่นนท์” เด็กหญิงบอกเสียงอ่อย

“โธ่ไม่ต้องกลัวหรอกน้องนุ่น พี่ว่าวันนี้น้องนุ่นต้องได้ห้าดาวแน่ๆ เชื่อพี่สิ ก็น้องนุ่นคิดเลขเก่งขึ้นตั้งเยอะใช่ไหมครับพี่พิม” เด็กชายหาเสียงสนับสนุนเพื่อให้กำลังใจกับน้องสาวของตนเอง

“ใช่ค่ะ พี่พิมว่าวันนี้ต้องมีคนดีใจถึงสองคนค่ะ พี่พิมรู้สึกได้ค่ะ เปิดเลยค่ะน้องนุ่น” หญิงสาวแกล้งพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มและพยักหน้าให้กำลังใจสาวน้อยขี้กลัว พร้อมกับโอบแขนกอดเด็กหญิงด้วย เธอรู้สึกรักเด็กสองคนนี้มาก รักเหมือนน้องชายน้องสาวแท้ๆเลยทีเดียว ไม่ใช่เพียงแค่เป็นติวเตอร์เท่านั้น หรืออาจเป็นเพราะเราสามคนเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน ตอนที่เธอรู้เรื่องของพ่อแม่ของน้องทั้งสองเธอเองก็รู้สึกสงสารเด็กทั้งสองมากๆ เพราะต้องเสียคุณพ่อกับคุณแม่ไปตั้งแต่สองขวบเท่านั้นเนื่องท่านทั้งสองประสบอุบัติเหตุทางเครื่องบิน ส่วนเธอนั้นเสียคุณพ่อกับคุณแม่ไปตอนที่เธอเข้าเรียนปีหนึ่งพอดี เนื่องท่านทั้งสองเกิดอุบัติเหตุขณะที่เดินทางกลับจากการไปร่วมอบรมที่ต่างจังหวัด

“จริงหรือคะ พี่พิม” เด็กสาวเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ พร้อมกับสูดลมหายใจลึกๆ ตามที่พี่พิมเคยสอนว่าถ้าเราตื่นเต้นให้สูดลมหายใจลึกๆแล้วค่อยๆปล่อยออกมาจะทำให้รู้สึกดีขึ้น และค่อยๆแง้มเปิดสมุดการบ้านดูก่อนจะตะโกนออกมาอย่างดีใจ

“เย้ พี่นนท์ น้องนุ่นก็ได้ห้าดาวเหมือนพี่นนท์ค่ะ” เด็กหญิงร้องออกมาดีใจพลางกอดพี่พิมที่เธอรัก เนื่องจากตอนนี้พรพรรณนั่งอยู่ระหว่างน้องนนท์และน้องนุ่น

“แน่ใจหรือคะ น้องนุ่นพี่พิมว่าน้องนุ่นลองดูดีดีใหม่อีกครั้งดีกว่าค่ะ” หลังจากที่พูดจบลิงน้อยสองคนจึงสุมหัวช่วยกันนับตัวปั้มรูปดาวในสมุดน้องนุ่นใหม่

“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า เอ๊ะ แล้วนี่รูปคิตตี้นี่หมายถึงอะไรคะพี่พิม” เด็กหญิงที่เพิ่งสังเกตเห็นรูปคิตตี้หลังดาวเอ่ยถามพร้อมกับรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ คงเป็นเพราะเมื่อกี้เธอดีใจไปหน่อยจึงไม่ทันสังเกต

“นั่นสิครับ หมายถึงอะไรหรือครับ” น้องนนท์ช่วยถามอีกคน

“ก็หมายถึง คิตตี้จะมีค่าเป็นครึ่งหนึ่งของดาวค่ะ คือ ถ้าใครได้คิตตี้สองดวง ก็จะมีค่าเท่ากับดาวหนึ่งดวงค่ะ พี่พิมเห็นว่าน้องนุ่นขยันและตั้งใจเรียนทำให้เก่งขึ้น จึงให้เป็นรางวัลพิเศษค่ะ” หญิงสาวอธิบายช้าๆให้เด็กทั้งสองที่เงยหน้านั่งฟังตาแป๋วอยู่ข้างๆ

“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้น้องนุ่นก็มีดาวทั้งหมด...” เด็กชายพูดขึ้นและก้มลงคำนวณเลขแต่ยังคิดไม่เสร็จเสียงใสน้อยๆก็บอกออกมาก่อนว่า

“หกสิบห้าจุดห้าค่ะ ถูกไหมคะพี่พิม” น้องนุ่นรีบตอบหลังจากที่รีบคำนวณอย่างรวดเร็วเมื่อพี่พิมอธิบายถึงความหมายของคิตตี้แล้ว

“ไหนน้องนุ่นลองอธิบายให้พี่พิมฟังซิค่ะ ว่าน้องนุ่นคิดยังไง” พรพรรณอยากให้เด็กสาวฝึกหัดอธิบายด้วยไม่ใช่คิดเป็นอย่างเดียว ส่วนน้องนนท์หลังจากคำนวณเสร็จพอดีก็เงียบรอฟังคำอธิบายของน้องสาวเช่นกัน

“ก็น้องนุ่นมีดาวอยู่หกสิบดวง แล้วได้ของใหม่มาในวันนี้อีกห้าดวง บวกแล้วรวมเป็นหกสิบห้าดวง แต่น้องนุ่นได้คิตตี้ที่จะมีค่าเป็นครึ่งหนึ่งของดาว ทำให้ตอนนี้น้องนุ่นมีดาวทั้งหมดหกสิบห้าจุดห้าดวงค่ะ” เสียงใสอธิบายอย่างมั่นใจ

“เก่งมากค่ะ น้องนุ่นแล้วก็ถูกต้องด้วย ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราพอแค่นี้ แล้วก็เตรียมเก็บสมุดเลยนะคะเดี๋ยวพี่พิมจะไปส่งที่บ้านค่ะ”

“ครับ/ค่ะ” สองเสียงตอบอย่างพร้อมเพรียงด้วยรอยยิ้ม เนื่องจากยังมีความสุขกับดาวที่ได้รับในวันนี้

“แล้ววันนี้ไม่ต้องไปรดน้ำคุณผักบุ้งก่อนกลับหรือคะ” น้องนุ่นถามถึงกิจวัตรประจำวันเวลาที่มาเรียนที่บ้านพี่พิม
“ไม่ต้องค่ะ วันนี้เดี๋ยวพี่พิมจะเป็นคนรดน้ำคุณผักบุ้งเองค่ะ เพราะวันนี้คุณย่าให้พี่พิมไปส่งน้องนุ่นกับพี่นนท์เร็วหน่อยค่ะ”

หลังจากที่เก็บสัมภาระเรียบร้อยและจัดการปิดบ้านแล้วเธอจึงจูงมือเด็กน้อยไว้คนละข้างแล้วเดินมาที่รถเต่าสีครีมของเธอที่จอดอยู่หน้าบ้าน เปิดประตูให้สองลิงเข้าไปนั่งที่หลังเรียบร้อยแล้ว จึงมาประจำหน้าที่คนขับแล้วบิดกุญแจสตาร์ทแต่ปรากฏว่ามีแต่เสียง ‘แชะ’ และก็ลองอีกครั้งก็ยัง ‘แชะ’ เหมือนเดิม จนน้องนุ่นต้องชะโงกหัวจากด้านหลังมาถามว่า

“รถไม่ติดหรือคะ พี่พิม”

“น้องนุ่นอย่าชะโงกไปแบบนั้นสิ พี่พิมกำลังขับรถนะ” พี่นนท์บอกน้องสาวเพราะกำลังละเมิดกฎที่พี่พิมเคยบอกว่าขณะที่พี่พิมขับรถห้ามชะโงกตัวมาด้านหน้าเพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ จึงควรนั่งให้เรียบร้อย

“แต่พี่พิมยังไม่ได้ขับรถนี่นาพี่นนท์ คุณเต่ายังไม่ติดเลยด้วยซ้ำ” น้องนุ่นเถียงกลับเสียงงอนๆ หน้างอไม่ยอมรับผิด แต่ก็ยอมกลับมานั่งเรียบร้อยเหมือนเดิม

“ไม่เป็นไรจ๊ะ สงสัยคุณเต่าคงจะขี้เกียจ ถ้างั้นเดี๋ยววันนี้น้องนุ่นกับพี่นนท์ให้พี่โน่ไปส่งนะคะ” หญิงสาวรีบบอกพร้อมกับเปิดประตูลงมาและช่วยจูงสองลิงลงมาจากรถด้วย

จนตอนนี้ทั้งสามจึงได้มานั่งอยู่หลังพี่โน่โดย ‘พี่โน่’ ก็คือเจ้าฟีโน่สีฟ้าคันสีฟ้าเก่งของพรพรรณนั่นเอง โดยเธอมีหมวกกันน็อคสำหรับเด็กด้วย ของพี่นนท์สีฟ้า ของน้องนุ่นสีชมพู ส่วนของเธอเองสีดำและเนื่องจากระยะทางจากบ้านของเธอถึงบ้านอัศวราชห่างกันเพียงไม่กี่ซอยทำให้เธอจึงสามารถให้ทั้งสองนั่งมอเตอร์ไซต์คันนี้ได้ เพราะถ้าทางระยะไกลอาจจะไม่ปลอดภัยนัก แต่ที่จริงแล้วเธอเคยมาส่งสองลิงด้วยพี่โน่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เนื่องจากวันนั้น คุณเต่าสตาร์ทไม่ติดเหมือนเคย ถึงแม้คุณนิภาคุณย่าของเด็กๆจะไม่ได้ว่าอะไร แต่เธอก็เข้าใจว่าท่านคงจะไม่สบายใจแน่ๆหากให้หลานทั้งสองของท่านซ้อนมอเตอร์ไซด์ ทำให้พรพรรณตั้งใจขี่อย่างเต็มที่และขี่ด้วยความเร็วไม่มากนัก ผิดกับสองลิงที่ดูจะมีความสุขที่ได้นั่งพี่โน่ เพราะได้โต้ลมเย็นๆ สนุกไปอีกแบบ ‘เบื่อเหลือเกินที่ต้องนั่งในรถเก๋งคันหรูที่มีลุงชมเป็นคนขับเวลาไปโรงเรียน บางครั้งที่รถหยุดเพราะไฟแดงเห็นเด็กที่แต่งชุดนักเรียนซ้อนมอเตอร์ไซด์กอดเอวคุณพ่อก็อยากนั่งอย่างนั้นบ้าง แต่คงไม่มีโอกาสเพราะที่บ้านคุณย่าไม่มีรถมอเตอร์ไซด์แบบนี้ เอ๊ะ! ไม่สิ มีคุณคันโตของอากันต์ที่จอดในโรงรถ แต่น้องนุ่นรู้สึกว่ามันคันใหญ่มากไม่เหมือนพี่โน่ของพี่พิม’ น้องนุ่นคิด

จนเมื่อเธอขี่รถเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังจากมีคนเปิดประตูให้แล้ว แต่ไม่ทันที่สองลิงจะได้ลงจากรถเธอก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ดีๆก็มีเสียงตะคอกออกมาจากด้านหลัง

“เธอเป็นใคร แล้วทำไมถึงให้น้องนุ่นกับน้องนนท์นั่งมอเตอร์ไซด์” เสียงห้าวเอ่ยขึ้นพร้อมกับช่วยอุ้มลิงน้อยทั้งสองลงจากรถ

“เย้ เย้ อาภูกลับมาแล้วหรือคะ น้องนุ่นคิดถึงอาภูที่สุดเลยค่ะ นี่พี่พิมเป็นคุณครูของพี่นนท์กับน้องนุ่นค่ะอาภู” เด็กน้อยทักอาภูด้วยความดีใจที่อาภูกลับมาและตอบคำถามแทนเพราะอยากอวดพี่พิมโดยไม่ได้สังเกตว่าตอนนี้หน้าชายหนุ่มดูน่ากลัว เนื่องไม่พอใจอย่างมีที่ผู้หญิงคนนี้ให้หลานของเขานั่งมอเตอร์ไซด์

“สวัสดีค่ะคุณอา” เมื่อหญิงสาวรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นใครจึงอดที่จะทำความเคารพไม่ได้โดยยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวสวัสดี

“อ่อ คงเป็นครูที่สอนพิเศษให้กับหลานฉันใช่ไหมแต่ฉันมีบางอย่างที่จะบอกกับเธอ ว่าต่อไปนี้เธอไม่ต้องมาสอนหลานฉันอีกแล้ว” ชายหนุ่มบอกออกไปและหันไปจูงมือเด็กทั้งสองเข้าบ้าน

“ทำไมคะ แล้วคุณมีสิทธิ์อะไร คนที่จ้างดิฉันคือคุณนิภา ถ้ายังไงดิฉันคงฟังคำสั่งของคุณท่านเพียงคนเดียว” พรพรรณตอบกลับไปอย่างไม่เกรงใจเช่นกัน

“ใช่ค่ะ น้องนุ่นกับพี่นนท์ชอบเรียนกับพี่พิมค่ะอาภู” เด็กหญิงรีบสนับสนุน พอดีกับภูดิศ เห็นสาวใช้เดินออกมาพอดีจึงเรียกให้มาพาเด็กทั้งสองเข้าบ้าน

“น้อยมาพาคุณหนูทั้งสองเข้าบ้านไปก่อน” สาวใช้จึงต้องทำตามคำสั่งของคุณภู โดยรีบเดินเข้ามาจูงคุณหนูทั้งสองเข้าบ้านทันที โดยตอนแรกลิงน้อยทั้งสองจะไม่ยอมเข้าบ้านแต่เมื่อเจอกับสายตาดุของอาภูจึงต้องยอมเดินตามน้อยไป หลังจากที่น้องนุ่นและน้องนนท์เข้าบ้านไปแล้วภูดิศจึงหันมาคุยกับหญิงสาวตรงหน้าให้รู้เรื่อง พลางมองสำรวจเด็กตรงหน้าที่บอกว่าเป็นครูสอนพิเศษหลานของเขา ดูท่าทางน่าจะยังเรียนไม่จบแถมท่าทางยังกะโปโล เขาจะไม่ยอมให้หลานทั้งสองของเขาไปเรียนกับเด็กนี่อีกแน่นอน

“ส่วนเธออย่างที่ฉันพูดไปว่าไม่ต้องการให้เธอมาสอนพิเศษหลานฉันอีกแล้ว ส่วนสิทธิ์อะไรนั้นฉันไม่จำเป็นต้องบอกคนนอกแบบเธอ ที่สำคัญฉันได้เตรียมครูที่มีมาตรฐานให้กับหลานของฉันแล้ว คงไม่จำเป็นที่จะต้องให้เด็กที่ยังเรียนไม่จบแบบเธอมาสอนหลานของฉัน และวันนี้เชิญเธอออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว เชิญ ” พูดจบชายหนุ่มก็เดินเข้าบ้านไปทันที ปล่อยให้พรพรรณที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นและกำลังโกรธมากที่เขามาดูถูกเธอ จึงสตาร์ทรถและขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว

“คุณแม่ปล่อยให้หลานไปเรียนพิเศษกับเด็กแบบนั้นได้ยังไงครับ” เมื่อทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วภูดิศจึงเอ่ยขึ้นหลังจากที่เข้ามาคุยกับคุณนิภาในห้องนั่งเล่น โดยที่คุณนิภาเพิ่งกลับมาจากธุระข้างนอก
“ทำไมล่ะ หนูพิมเป็นเด็กดีและเรียนดีด้วย น้องนุ่นกับน้องนนท์ก็ชอบหนูพิมเรียนแล้วหลานก็มีความสุขดีนี่นา มีเรื่องมาเล่าให้แม่ฟังทุกวันเลย” คุณนิภาพยายามอธิบายให้ลูกชายฟัง เพราะรู้ว่าสองลิงชอบพี่พิมมากขนาดไหน
“แต่เด็กคนนั้นยังเรียนไม่จบนะครับ ที่สำคัญยังให้น้องนนท์กับน้องนุ่นนั่งมอเตอร์ไซด์อีก คุณแม่ก็รู้นี่ครับว่ามันอันตรายขนาดไหน” ภูดิศกำลังพยายามที่จะอธิบายให้แม่ของเขาฟัง

“และผมก็บอกเลิกจ้างเด็กนั่นไปแล้วนะครับ เพราะผมจะให้ครูที่โรงเรียนของแอนเขามาสอนแทน ครูที่มีความรู้พร้อม มีประสบการณ์โดยตรงน่าจะดีกว่านะครับ” ภูดิศบอกกับมารดา

“แต่จะดีหรือลูกน้องนนท์กับน้องนุ่นชอบเรียนกับหนูพิมมากเลยนะ ที่จริงหนูพิมก็มีประสบการณ์นะเพราะแกเริ่มสอนพิเศษมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว ก็คุณป้ายาเพื่อนแม่ที่เป็นครูน่ะเขาแนะนำแม่มา บ้านหนูพิมก็อยู่ติดกับบ้านป้ายานั่นแหละ แกน่าสงสารนะพ่อแม่แกเสียหมดแล้ว อยู่ตัวคนเดียวแต่เป็นเด็กดีเชียวล่ะ”

“เอาเป็นว่าคุณแม่เชื่อผมเถอะครับ ก็แค่เด็กที่หารายได้พิเศษจะสอนดีเท่าครูที่เขาเรียบจบมาโดยตรงดีกว่าครับ แล้วผมจะพูดกับหลานเอง” ภูดิศสรุปออกมา

“ตามใจภูเถอะเพราะช่วงนี้แม่เองก็ไม่ค่อยว่าง งานที่สมาคมค่อนข้างยุ่ง ภูกลับมาก็ดีแล้วจะได้ช่วยแม่ดูแลน้องนนท์กับน้องนุ่นด้วย” คุณนิภาตัดใจทำตามที่ลูกชายเสนอ
หลังจากที่เสียงคุยเงียบลงแล้วเด็กน้อยทั้งสองจึงย่องกลับเข้าห้องนอนเหมือนเดิม จนเมื่อเข้ามาในห้องแล้วก็คุยกันว่า

“พี่นนท์อาภูไม้ให้พี่พิมสอนเราสองคนแล้ว” เด็กหญิงพูดเสียงหงอยๆ

“นั่นสิ แล้วเราจะทำยังไงดี พี่อยากเรียนกับพี่พิม ดาวพี่ใกล้จะครบแล้วด้วย” เด็กชายออกความคิด

---------------------------------
มือใหม่หัดเขียนค่ะ รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะคะ

พันจีรา



พันจีรา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 11 ต.ค. 2555, 21:08:39 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 11 ต.ค. 2555, 21:08:39 น.

จำนวนการเข้าชม : 995





   ตอนที่ 2 >>
Edelweiss 11 ต.ค. 2555, 21:51:16 น.
คุณอาร้ายเกิ๊นนน


ไม้เอก 11 ต.ค. 2555, 22:29:27 น.
พี่นนท์กับน้องนุ่น ต้องช่วยกันทำให้ครูพี่พิมกลับมาสอนให้ได้นะ :)


ฟ้าหวาน 12 ต.ค. 2555, 01:50:24 น.


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account