ติวรัก...ให้เต็มใจ
...เมื่อติวเตอร์สาวมีหน้าที่ต้องสอนพิเศษให้กับสองลิง หลานชายของคุณอาจอมดุ จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อคุณอาไม่มั่นใจในการสอนของเธอเลย อย่างนี้เธอคงต้องติวคุณอาของสองลิงด้วยซะแล้ว...
Tags: ติวเตอร์,อาจอมดุ,สองลิง

ตอน: ตอนที่ 2

2
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงประตูหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องของหลานทั้งสอง

“ยังไม่นอนใช่ไหมน้องนนท์กับน้องนุ่น อามีเรื่องจะคุยด้วย”
“เรายังไม่นอนครับอาภู อาภูมีเรื่องอะไรหรือครับ” น้องนนท์เอ่ยตอบอาของตนไปเพราะตอนนี้น้องนุ่นนั่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่บนเตียง และเดาว่าใกล้จะร้องไห้แล้วด้วยเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เรียนกับพี่พิมอีก

“อามีของฝากมาให้ครับนี่หุ่นยนต์ของน้องนนท์ครับ” ชายหนุ่มทรุดนั่งลงบนเตียงและบอกถึงของที่ตั้งใจซื้อมาฝากหลานชายและยื่นหุ่นยนต์ในกล่องให้ เด็กชายก็เอื้อมมือไปรับด้วยความดีใจ เพราะหุ่นยนต์ตัวนี้ยังไม่มีขายในประเทศไทย

“ขอบคุณครับอาภู”

“เอ...ทำไมน้องนุ่นไม่คุยกับอาภูเลยครับไม่อยากได้น้องน้องหมีพูห์ตัวนี้หรือวันนั้นก่อนที่อาภูจะไปเมืองนอกจำได้ลางๆว่ามีคนบอกว่า ‘อาภูขาอย่าลืมซื้อน้องหมีพูห์มาฝากน้องนุ่นด้วยนะคะ’นี่นา” ภูดิศแกล้งเอ่ยเลียนเสียงหลานสาว

“น้องนุ่นอยากได้ค่ะอาภู” เด็กหญิงยอมพูดกับชายหนุ่มและยื่นมือไปรับน้องหมีพูห์มากอดด้วยความดีใจ

“ขอบคุณค่ะอาภู”

“อ่อ งั้นวันนี้น้องนนท์กับน้องนุ่นนอนได้แล้วนะครับ เพราะพรุ่งนี้จะมีคุณครูคนใหม่มาสอนนะครับ” ชายหนุ่มบอกเรื่องที่ตั้งใจจะพูดด้วยหลังจากที่ให้ของฝากกับหลานแล้ว

“อาภูขา น้องนุ่นอยากเรียนกับพี่พิมค่ะ พี่พิมสอนสนุก น้องนุ่นชอบพี่พิม น้องนุ่นขอเรียนกับพี่พิมได้ไหมคะ” เด็กหญิงรวบรวมความกล้าเอ่ยต่อรอง

“แต่อาจะให้น้องนนท์กับน้องนุ่นเรียนกับครูคนใหม่เก่งกว่าพี่พิมอีกนะครับ” ภูดิศพยายามหว่านล้อมเพราะรู้ว่าหลานสาวเริ่มดื้อกับเขาแล้ว

“ไม่เอาค่ะน้องนุ่นจะเรียนกับพี่พิม น้องนุ่นไม่เอาครูคนใหม่” เด็กหญิงงอแงเมื่อเห็นว่าลูกอ้อนที่ใช้ไปไม่ได้ผล

“น้องนุ่นอย่างอแงนะครับไม่งั้นอาภูจะไม่รักน้องนุ่น” ชายหนุ่มปรามเสียงดุ ซึ่งปกติแล้วเขาจะใจดีกับหลานมาก จะเรียกได้ว่าตามใจก็ได้ แต่เรื่องนี้เขายอมไม่ได้จริงๆที่จะปล่อยให้หลานไปเรียนพิเศษกับเด็กนั่น

“อาภูไม่รักน้องนุ่นแล้ว อาภูใจร้าย ฮือๆ” เด็กหญิงสิรดาปล่อยโฮออกมาทันทีหลังจากที่โดนดุ ทำให้น้องนนท์ต้องเข้ามาปลอบน้อง แต่เด็กหญิงก็ยังไม่ยอมหยุดร้อง โดยกอดน้องหมีพูห์และร้องให้ไปด้วยจนคุณนิภาที่กำลังจะเข้านอนได้ยินเสียงหลานสาวร้องไห้ออกมาจึงรีบเดินมาดู เมื่อเด็กหญิงเห็นคุณย่าใจดีเดินเข้ามาจึงรีบวิ่งไปกอดทันทีพลางฟ้องว่า

“ฮึก ฮึก คะ คุณย่าขา อาภูใจร้าย ฮึก อาภูไม่รักน้องนุ่นแล้ว ฮือ”

“น้องนุ่นอา” ศิวาพยายามที่จะเดินไปปลอบหลานแต่เด็กหญิงก็หลบไม่ให้กอด จนคุณนิภาต้องเอ่ยปาก เมื่อเห็นว่าวันนี้เด็กหญิงงอแงเป็นพิเศษทั้งที่ยังจำได้ว่าเมื่อนางกลับมาตอนเย็นหลานสาวยังดีใจเอาดาวมาอวดตนอยู่เลย

“ไปนอนก่อนเถอะลูกทางนี้เดี๋ยวแม่จัดการเอง”

“ก็ได้ครับ” ศิวาจึงเดินออกจากห้องไปปล่อยให้เป็นหน้าที่คุณย่าที่จะปลอบหลานสาวในคืนนี้

“โอ๋ไม่ร้องนะลูก เดี๋ยววันนี้ย่านอนเป็นเพื่อนนะ ไม่ร้องลูก ไม่ร้อง” ปลอบอยู่นานจนเด็กหญิงร้องไห้จนหลับไปแต่ก็ยังกอดน้องหมีพูห์ที่คุณอาใจร้ายซื้อมาฝากไม่ปล่อยเลยทีเดียว

ในคืนเดียวกันหลังจากที่พรพรรณกำลังนอนอยู่บนเตียงนั้นก็นอนไม่หลับเช่นกัน พลางคิดถึงเรื่องเมื่อเย็นก็เสียใจที่จะไม่ได้สอนน้องนนท์และน้องนุ่นอีก ไม่ใช่เพราะเธอกลัวเสียรายได้แต่เธอรักเด็กสองคนนี้มาก เพราะจริงๆแล้วเงินที่คุณพ่อคุณแม่ทิ้งไว้ให้ก็ทำให้เธอสามารถอยู่ได้อย่างสบายถ้าใช้อย่างเหมาะสม แต่เธออยากทำงานด้วยเพราะเงินตรงนั้นต้องการเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น จึงรับมาสอนพิเศษโดยที่คุณป้ายา หรือครูยาเพื่อนครูของแม่ที่อยู่บ้านข้างๆจะแนะนำเธอให้กับผู้ปกครองที่ต้องการครูสอนพิเศษให้ คิดแล้วพลางคิดถึงคนใจแคบคนนั้น อาภูที่สองลิงชอบพูดถึงให้เธอฟัง ว่าอาภูใจดีอย่างนั้น อาภูใจดีอย่างนี้ แต่เธอว่าอาภูใจร้ายมากกว่า และเธอยังจำคำพูดของเขาได้ขึ้นใจว่า

“ส่วนเธออย่างที่ฉันพูดไปว่าไม่ต้องการให้เธอมาสอนพิเศษหลานฉันอีกแล้ว ส่วนสิทธิ์อะไรนั้นฉันไม่จำเป็นต้องบอกคนนอกแบบเธอ ที่สำคัญฉันได้เตรียมครูที่มีมาตรฐานให้กับหลานของฉันแล้ว คงไม่จำเป็นที่จะต้องให้เด็กที่ยังเรียนไม่จบแบบเธอมาสอนหลานของฉัน และวันนี้เชิญเธอออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว เชิญ”
โธ่! คนใจแคบ

หลังจากวันนั้นหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านเด็กหญิงสิรดาก็ไม่พูดกับอาภูเหมือนเคย โดยตอนนี้ครูคนใหม่มาสอนพิเศษที่บ้านได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว โดยภูดิศได้จัดห้องที่มีกระดานพร้อมกับเก้าอี้สำหรับเรียนครบชุด เด็กหญิงก็เรียนพร้อมกับพี่ชายแต่ก็ไม่สนุกสนาน ร่าเริงเหมือนเดิม เพราะคิดถึงพี่พิม คุณผักบุ้งที่บ้านพี่พิมด้วย และเธอก็ชอบให้พี่พิมสอนเพราะเหมือนกับแม่สอนการบ้านมากกว่าที่จะเป็นครูแบบนี้ ที่สำคัญน้องนุ่นไม่ชอบครูดาคนสวยนี้เลย เพราะพออยู่ต่อหน้าอาภูก็จะแกล้งชมว่าเธอหัวดี เรียนเก่ง แต่พอลับหลังเวลาที่เธอไม่เข้าใจแล้วถามก็จะตะคอกว่า

“นี่น้องนุ่นคะ ครูสอนสามรอบแล้วน้องนุ่นยังไม่เข้าใจอีกเหรอคะ นี่น้องนนท์เขาทำไปถึงข้อสิบแล้วนะคะ น้องนุ่นยังไม่เสร็จข้อสองเลยทำไมช้าอย่างนี้ละคะ” ทำให้เด็กหญิงน้ำตาคลอที่โดนดุแต่ไม่กล้าบอกใครเพราะตอนนี้คุณย่าไม่อยู่ จำได้ว่าไปต่างจังหวัด

“ครูดาครับน้องนุ่นไม่ได้ช้าหรอกครับแต่ยังไม่เข้าใจ ก็ครูสอนเร็วและเป็นวิธีลัดนี่ครับไม่ใช่ให้เข้าใจพื้นฐานเหมือนพี่พิม” เด็กชายทนไม่ได้ที่ครูคนใหม่คนนี้จะมาว่าน้องสาวเขา มันทำให้น้องนุ่นหมดกำลังใจและเสียใจ

“พี่พิมนี่ใครเหรอคะ อ่อ ใช้ครูคนก่อนหรือเปล่าคะ เห็นคุณภูบอกว่ายังเรียนไม่จบเลยนี่คะ แล้วจะมาสอนได้ยังไง สอนผิดๆถูกๆแบบนี้หน่ะสิน้องนุ่นเลยช้าแบบนี้” ครูสาวยิ่งพูดตอกย้ำไม่สนใจความรู้สึกของเด็กหญิง ที่แอบร้องไห้น้ำตาไหลออกมา คิดถึงพี่พิมสุดหัวใจ เพราะเวลาที่พี่พิมสอนจะค่อยๆอธิบาย ไม่ใช่สอนเร็วๆแบนี้


ก๊อก ก๊อก ก๊อก เด็กชายรีบเคาะประตูห้องอาภูอย่างรวดเร็วเพราะเมื่อกี้เด็กชายลุกมาเข้าห้องน้ำ แล้วเห็นน้องนุ่นที่นอนเตียงข้างๆ เพ้อออกมา จึงเขาไปหาแล้วจับตัวน้องดูพบว่าตัวร้อนจี๋ จึงรีบวิ่งมาหาอาภูที่ห้องทันที
โดยที่ชายหนุ่มยังไม่หลับ ทั้งๆที่เวลาล่วงวันใหม่มาสองชั่วโมงแล้ว เนื่องจากเขาต้องดูเอกสารสำคัญที่จะเข้าประชุมพรุ่งนี้ จึงสงสัยว่าดึกขนาดนี้แล้วใครมาเคาะห้องของเขาพร้อมกับได้ยินเสียงเรียกของหลานชาย

“อาภู อาภูครับ น้องนุ่นไม่สบายครับอาภู” เด็กชายตะโกนเรียกอย่างไม่สนใจทั้งๆที่เคยโดนดุว่าห้ามตะโกนเวลากลางคืน แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจแล้วเพราะน้องนุ่นตัวร้อนมาก

“มีอะไรหืมน้องนนท์ น้องนุ่นเป็นอะไร” ภูดิศรีบเดินมาเปิดประตูทันที

“น้องนุ่นครับอาภู น้องไม่สบายร้องใหญ่เลยครับ” เด็กชายรีบรายงานแล้วเดินกลับห้องพร้อมกับจับมืออาทันที
เมื่อเขามาในห้องแล้วภูดิศก็ต้องรีบเดินไปหาเด็กหญิงสิรดาทันที เมื่อวัดไข้ที่หน้าผากดูพบว่าตัวร้อนมาก จึงรีบหาผ้าพร้อมอ่างใส่น้ำเพื่อมาเช็ดตัวเด็กหญิงในทันที และปลุกให้เด็กหญิงตื่นมากินยาก่อน

“น้องนุ่น น้องนุ่นครับ น้องนุ่นคนเก่งของอาตื่นมากินยาก่อนครับ” ภูดิศพยายามที่จะเรียกหลานสาวตัวเองที่เริ่มรู้สึกตัวและกลืนยาลงไปแล้ว จึงจัดการเช็ดตัวให้เด็กหญิงทันที โดยมีเด็กชายศิระนันท์นั่งดูน้องอยู่ข้างๆ

“อาภูครับ น้องนุ่นจะเป็นอะไรไหม” เด็กชายอดกลัวไม่ได้เมื่อเห็นน้องไม่สบาย

“ไม่เป็นไรมากครับ แค่ตัวร้อน แต่อาตามลุงหมอมาแล้ว เดี๋ยวคงมาถึง” ภูดิศตอบหลานชาย

“อาภูใจร้าย อาภูไม่รักน้องนุ่นแล้ว ฮึก” เด็กหญิงละเมอออกมาทำให้ชายหนุ่มอดที่จะก้มลงไปกอดไม่ได้

“ทำไมอาจะไม่รักน้องนุ่นละครับ อารักน้องนุ่นที่สุด รักมากด้วย” ภูดิศรู้สึกเสียใจไม่น้อยที่หลานเขาเพ้อออกมาว่าเขาไม่รัก ทั้งที่เขารักหลานทั้งสองสุดหัวใจ รักเหมือนลูกเลยทีเดียวเพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยหลังจากที่พี่ชายและพี่สะใภ้ของเขาจากไป

“น้องนุ่นคิดถึงพี่พิม พี่พิมใจดี น้องนุ่นคิดถึงพี่พิม น้องนุ่นรักพี่พิม”
ทันทีที่ชายหนุ่มได้ยินเด็กหญิงเพ้อออกมาก็อดน้อยใจไม่ได้ที่หลานสาวของเขารักคนอื่นมากกว่า แล้วหาว่าคนอื่นใจดีแล้วเขาใจร้าย แต่เขาก็คิดได้ว่าน้องนุ่นคงจะรักเด็กนั่นมากทีเดียว ไม่อย่างนั้นคงไม่เพ้ออกมาอย่างนี้

“น้องนุ่นคงคิดถึงพี่พิมมาก น้องนนท์ก็คิดถึงพี่พิมเหมือนกันครับ” เด็กชายพูดออกมาเพราะสงสารน้องและตัวเขาเองก็คิดถึงพี่พิมมากเช่นกัน

“ครูดาใจร้าย ว่าน้องนุ่น ไม่รักน้องนุ่นเหมือนพี่พิม อาภูก็ไม่รักน้องนุ่น” เด็กหญิงยังคงเพ้อออกมา

“ทำไมน้องถึงว่าครูดาใจร้ายล่ะ น้องนนท์ อาเห็นว่าครูดาแกก็เอาอกเอาใจน้องนนท์กับน้องนุ่นไม่ใช่เหรอครับ” ชายหนุ่มถามขึ้นอย่างสงสัย ทั้งที่ยังเช็ดตัวให้เด็กหญิงไปด้วย

“ก็ครูดาว่าน้องนุ่นนี่ครับ หาว่าน้องนุ่นหัวช้า น้องนุ่นเลยยิ่งหมดกำลังใจ ไม่เหมือนตอนที่เรียนกับพี่พิม พี่พิมสอนดีมาก เหมือนพี่สอนการบ้านน้อง น้องนุ่นยังเคยพูดเลยว่า ‘น้องนุ่นอยากให้พี่พิมสอนการบ้านทุกวันเลย เหมือนแม่น้องเนย เพราะน้องเนยมีคุณแม่มาสอนการบ้านทุกวัน’ ครับอาภู” เด็กชายเห็นน้องไม่สบายจึงตัดสินใจฟ้องอาภูทันที เพราะหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาน้องนุ่นไม่สดใส ร่าเริงเหมือนเคย
ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็กัดฟันกรอด โกรธครูที่เขาคิดว่าดี และนำมาสอนหลานแต่เขากลับทำให้หลานเสียใจ ไม่มีความสุข และแน่นอนเขาเชื่อว่าน้องนนท์ไม่โกหกเขาอย่างแน่นอนเพราะน้องนนท์น้องนุ่นเป็นเด็กดีไม่เคยโกหกและเด็กไม่มีจริตมารยาเหมือนผู้ใหญ่บางคนแน่นอน

“นิ่งซะคนดี อาภูขอโทษนะครับ”ชายหนุ่มกอดเด็กหญิงไว้ ทำให้เด็กหญิงเริ่มสงบลง อาจเป็นเพราะยาเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

หลังจากที่คุณหมอเดินออกมาจากห้อง เด็กชายที่นั่งรออยู่ด้านนอกกับคุณย่าก็รีบเดินไปหาภูดิศเพื่อถามถึงอาการเด็กหญิงทันที

“หลานดิฉันเป็นอย่างไรบ้างคะคุณหมอ” คุณนิภารีบถามอย่างร้อนใจ

“ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ แค่เป็นไข้หวัดเท่านั้น ตอนนี้หมอฉีดยาให้เรียบร้อยแล้ว นอนพักไม่กี่วันก็มาเล่นซนได้เหมือนเดิมแล้วครับ” คุณหมอวัฒน์หมอประจำตระกูลบอกแก่นายหญิงของบ้าน

“ขอบคุณหมอวัฒน์มากนะคะ รบกวนกลางดึกอย่างนี้”

“ไม่เป็นไรครับ งั้นหมอขอตัวก่อน” คุณหมอวัฒน์กล่าวขอตัว

“เดี๋ยวผมเดินไปส่งครับ เชิญ” แล้วภูดิศก็เดินไปส่งคุณหมอ สองย่าหลานจึงเดินเข้าไปดูน้องนุ่นในห้อง ก็พบว่าว่านอนหลับ คุณนิภาลองจับตัวดูค่อยเบาใจ ที่ตัวไม่ร้อนเหมือนตอนแรก สักพักจนภูดิศเดินกลับมาจึงบอกกับมารดาว่า

“คุณแม่ไปพักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมดูน้องนุ่นให้เอง”

“เอางั้นเหรอลูก ก็ได้จ๊ะ เดี๋ยวแม่จะได้ดูหลานพรุ่งนี้ ไปกันเถอะน้องนนท์ไปนอนกับย่าดีกว่า” คุณนิภาลุกขึ้นพร้อมกับจูงมือเด็กชายไว้ด้วย

“น้องนนท์ขออยู่กับน้องนุ่นไม่ได้หรือครับคุณย่า” เด็กชายอยากอยู่กับน้อง จนภูดิศเดินมากอดแล้วบอกว่า

“น้องนนท์ไปนอนกับคุณย่าเถอะครับ พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมน้อง เพราะถ้าน้องนนท์อยู่เดี๋ยวติดไข้จากน้อง แล้วจะต้องโดนลุงหมอฉีดยานะครับ” ชายหนุ่มบอกเด็กชาย ทำให้น้องนนท์ยอมเดินตามคุณย่าไปนอนแต่โดยดี

เมื่อสองคนออกไปแล้วชายหนุ่มจึงเดินหาเด็กสาวและลองวัดไข้ที่หน้าผาก เห็นว่าตัวไม่ร้อนแล้วจึงมานอนกอดเด็กหญิงเอาไว้ พลางให้พูดเบาๆว่า

“อาขอโทษนะครับน้องนุ่น อาจะไม่ให้ใครมาทำร้ายน้องนุ่นได้อีกแน่นอน หลับฝันดีครับเด็กดีของอา” จูบหน้าผากเด็กหญิงเบาๆ และหลับไปในที่สุด

ติ่งต่อง ติ้งต่อง!

เสียงออดดังขึ้นแต่เช้าตรู่ทำให้พรพรรณที่เพิ่งกลับมาจากการวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้าและกำลังทำอาหารอยู่ในครัวบ่นออกมา “ใครมาแต่เช้ากันนะเพิ่งจะเจ็ดโมงเอง” พร้อมกับเดินออกไปเปิดประตูรั้ว ก่อนต้องตกใจเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่ม
อาภูของน้องนุ่นนี่เอง ! ชายหนุ่มมายืนหน้าบ้านหล่อนโดยวันนี้เขาใส่เสื้อโปโลกับกางเกงขายาวไม่ใช่สูทราคาแพงเหมือนวันนั้น

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” ชายหนุ่มรีบขึ้นพูดก่อน หลังจากที่หญิงสาวเปิดประตูแล้ว

“แต่ฉันว่า ฉันไม่มีเรื่องจะคุยกับคุณ ขอตัวค่ะ” หญิงสาวตอบออกไปพร้อมกับดันประตูเพื่อที่จะปิดทันที

“อย่ามาอวดดีกับฉัน ฉันจะให้เธอกลับไปสอนน้องนุ่นอีกครั้ง” ชายหนุ่มรีบยื้อประตูรั้วเอาไว้พร้อมกับแทรกตัวเขามาภายในบ้านทันที

“เอ๊ะคุณ ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาในบ้านของฉันกัน” หญิงสาวพยายามห้ามแต่ไม่ทันแล้ว

“และที่สำคัญ คุณคิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนกันที่จู่ๆ เดี๋ยวให้สอนเดี๋ยวไม่ให้สอน และเสียใจด้วยฉันไม่ว่างแล้ว” พรพรรณพูดออกไปด้วยความโมโห ทั้งๆที่ในใจนั้นอยากจะกลับไปสอนน้องนนท์กับน้องนุ่นมากๆ

“แต่เธอต้องว่าง ถ้าเธอจะเรียกค่าตอบแทนเท่าไหร่ฉันไม่เกี่ยง และก็ให้เธอไปยกเลิกคิวของเธอซะเพราะวันนี้เธอต้องไปที่บ้านกับฉัน” ชายหนุ่มออกคำสั่งทันที เพราะถ้าเขาอยากได้อะไรแล้ว เขาต้องได้ เพื่อความสุขของหลานของเขา

“เก็บเงินของคุณไว้ไปจ้างครูที่มีมาตรฐานรับรองดีกว่ามั้งคะ ดิฉันว่าอย่ามาจ้างเด็กที่ยังเรียนไม่จบแบบดิฉันดีกว่า” พรพรรณเถียงออกไป ทั้งๆที่ในใจรู้ลางๆแล้วว่ายังไงเธอก็ได้กลับไปสอนน้องนุ่นกับน้องนนท์แน่นอน ไม่งั้นคุณอาคงไม่มาเหยียบบ้านเธอด้วยตัวเองอย่างแน่นอน และเธอก็ยังไม่ได้รับเด็กใหม่ด้วยเพราะตอนนี้เธอเรียนใกล้จบแล้วเหลืออีกสองเดือนเท่านั้น คงจะไม่รับเด็กใหม่แล้ว แต่ขอกวนประสาทคุณอาก่อนเถอะ

ชายหนุ่มสะอึกไปเล็กน้อย เพราะคำพูดนั้นเป็นของเขาเอง และก็รู้ด้วยว่าวันนั้นเขาก็มีส่วนผิดที่ไปโมโหที่เห็นหลานนั่งรถมอเตอร์ไซด์ เพราะตอนหลังเขาไปถามคุณแม่ท่านก็บอกว่า

“จริงๆแล้วปกติที่หนูพิมมาส่งหลาน เขาก็เอารถมาส่งนะ เคยมาส่งด้วยรถมอเตอร์ไซด์ครั้งเดียว เห็นว่ารถเสียแม่เลยไม่ได้ว่าอะไร”

“แล้วทำไมไม่ให้ลุงชมไปรับล่ะครับ” ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย

“ก็เพราะบางทีนายชมไปกับแม่ หนูพิมก็เลยอาสามาส่ง บางทีเด็กๆก็จะทานข้าวมาจากบ้านหนูพิมเลยด้วยซ้ำ เพราะแกไม่ได้สอนหลานเรื่องเรียนอย่างเดียว แกมีอะไรให้หลานเราทำหลายอย่างเลยทีเดียว และหลานเราก็ชอบและมีความสุขมาก มาเล่าให้แม่ฟังทุกวันเลย” คุณนิภาอธิบายให้ชายหนุ่มฟัง

“และถึงหนูพิมจะยังเรียนไม่จบ แต่ก็ใกล้แล้วนะลูกเห็นว่านี่เทอมสุดท้ายแล้วด้วย เหลืออีกสองเดือนมั้ง เห็นว่าเรียนบัญชีนะ”

“เอาเป็นว่าเรื่องนั้นฉันขอโทษก็แล้วกัน วันนั้นฉันโมโหที่เห็นหลานนั่งมอเตอร์ไซด์นะ มันไม่ค่อยปลอดภัย และตอนนี้น้องนุ่นแกก็ไม่สบาย ฉันจึงอยากให้เธอไปเยี่ยมแกหน่อย” ชายหนุ่มยอมเอ่ยขอโทษ เพราะอยากให้หล่อนไปเยี่ยมหลานสาว เขายอมรับว่าตัวเองผิด

“น้องนุ่นไม่สบายหรือค่ะ แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า คุณอา” พรพรรณถามอย่างรีบร้อน

“ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่เป็นหวัด” ชายหนุ่มตอบเสียงห้วนก็ยัยนี่เรียกเขาว่าคุณอา นี่เขาเป็นอาหล่อนได้เลยหรือ เขาเพิ่งจะอายุสามสิบสองเองนะ หล่อนก็น่าจะประมาณยี่สิบสอง ห่างกันนิดเดียวเอง มาเรียกเขาว่าอา

“และกรุณาอย่าเรียกฉันว่าคุณอา เรียกว่าคุณภู ตกลงเดี๋ยวเธอไปที่บ้านกับฉันเลยแล้วกัน” ชายหนุ่มหันมาสั่ง

“เดี๋ยวดิฉันไปเองค่ะ คุณกลับไปก่อนเลยค่ะ” หญิงสาวบอก

“ฉันบอกว่าให้เธอไปกับฉัน แล้วฉันจะไปนั่งรอในบ้าน” ชายหนุ่มอกแล้วเดินเข้าไปในบ้านทันที เข้ามานั่งรอในบ้านแล้วมองสำรวจว่าบ้านสะอาดเรียบร้อย จัดเรียงของอย่างมีระเบียบ จึงนั่งรอที่โซฟาพร้อมกับหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน ปล่อยให้พรพรรณที่เดินตามมาขี้เกียจไล่จึงปล่อยให้เขานั่งรอต่อไปส่วนตัวเธอ รับวิ่งขึ้นไปอาบน้ำ

ผ่านไปยี่สิบนาทีชายหนุ่มเห็นหญิงสาวที่ตอนแรกอยู่ในชุดกีฬาสีขาวตอนนี้อยู่ชุดเสื้อยืดสีชมพูกับกางเกงสามส่วนสีขาวเดินลงมา ผ่านหน้าเขาเข้าไปในครัวอดที่จะหายใจเข้าลึกๆไม่ได้เมื่อได้กลิ่นหอมโชยมา หอมเย็นๆ ไม่ได้หอมน้ำหอมราคาแพงเหมือนที่คู่ควงเขาใส่กัน

“พร้อมแล้วก็ไปกันเลย” ชายหนุ่มพับหนังสือพิมพ์เก็บแต่ยังสงสัยเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังไม่เดินออกมาจากห้องครัวจึงเดินตามไป เห็นว่ากำลังหยิบคุ้กกี้ในโหลใหญ่มาเรียงใส่โหลเล็ก

“นั่นเธอทำอะไร” ชายหนุ่มอดถามไม่ได้
ไม่เห็นหรือไงว่าคนกำลังเรียงคุกกี้ นั่นเป็นเพียงความคิดของพรพรรณเท่านั้นแต่ที่ตอบไปคือ

“จะเอาคุกกี้ไปฝากน้องนุ่นค่ะ”

“ไปต้องเอาไปหรอก เดี๋ยวฉันจะแวะซื้อของให้แกอยู่แล้ว ถ้าเธอจะซื้ออะไรก็บอกได้” ชายหนุ่มบอกเพราะเขาตั้งใจเอาไว้อย่างนั้น

“อันนั้นก็แล้วแต่คุณภูค่ะ แต่อันนี้ของเยี่ยมส่วนของดิฉัน เสร็จเรียบร้อยแล้วไปกันเลยค่ะ” เธอไม่สนใจเขา พอดีกับเรียงคุกกี้เสร็จแล้วจึงปิดฝาและติดริบบิ้นเรียบร้อย คุกกี้อันนี้เธอทำไว้เมื่อวานเพราะอยู่บ้านเฉยๆไม่รู้จะทำอะไรจึงทำไว้ เพราะจำได้ว่าสองลิงชอบขนมที่เธอทำ จึงทำเผื่อไว้ ถ้ามีโอกาสก็จะเอาไปฝากน้องนุ่นกับน้องนนท์

“ตามใจเธอแล้วกัน” ชายหนุ่มบอกเสียงห้วน เมื่อรู้สึกว่ายัยเด็กนี่อวดดีเหลือเกิน เดี๋ยวก็รู้ว่าหลานของเขาจะชอบขนมทำเองของหล่อนหรือของเขาที่เป็นขนมจากร้านชื่อดัง

-----------------
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

พันจีรา



พันจีรา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 13 ต.ค. 2555, 19:12:05 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 13 ต.ค. 2555, 19:12:05 น.

จำนวนการเข้าชม : 1151





<< ตอนที่ 1   
ไม้เอก 13 ต.ค. 2555, 22:04:53 น.
ยังไงเด็กๆก็ต้องชอบคุ๊กกี้ของครูพี่พิมอยู่แร้วคะอาภู


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account