ขวัญใจไตรทศ
ความรัก... ความประทับใจ ได้ก่อตัวขึ้นแล้วอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางเสียงเล็กๆ ของคนตัวน้อย ความรู้สึกนั้นถูกถักทอ สานต่อและร้อยรัดหัวใจสองดวงเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น และทุกอย่างดำเนินไปอย่างช้าๆ เรียบง่าย จนกว่าทั้งคู่จะรู้ตัว...


เรื่องนี้เขียนจบแล้วในเว็บเด็กดีนะคะ เลยไม่ได้เอามาลงให้ได้อ่านกันอีก แต่จะลงเรื่อง แหวนแทนรัก ค่ะ
Tags: ขวัญใจไตรทศ,เคียงอักษร,ไตรทศ,ขวัญใจ,พี่หมาก,น้องโรส

ตอน: บทนำ

บทนำ

‘ประกาศรับสมัครพี่เลี้ยงเด็ก เพศหญิง…วุฒิมอหกขึ้นไป อ่านออกเขียนได้ สามารถสอนการบ้านเด็กได้ ดูแลตั้งแต่ตื่นนอนและหลังจากเลิกโรงเรียน มีที่พักให้ฟรี อาหารฟรี เงินเดือนออกทุกสิบห้าวัน สามารถตกลงกันได้ ติดต่อ…คุณไตรทศ เบอร์โทร...’

“พี่เลี้ยงเด็กงั้นเหรอ?” ขวัญใจ สีชาติ ยืนครุ่นคิดขาแข็งอยู่เป็นนานสองนาน ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายร้อนเปรี้ยง เด็กสาวที่เพิ่งพ้นรั้วมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ ซุกมือลงหยิบปากกาและเศษกระดาษในกระเป๋าผ้าราคาถูกขึ้นมาจดรายละเอียดจากแผ่นโฆษณาที่ติดอยู่กับตู้โทรศัพท์สาธารณะ

หญิงสาวครุ่นคิดกลับไปกลับมา แล้วตัดสินใจ ‘เป็นไงเป็นกัน’ ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเลี้ยงเด็กเป็นเรื่องเป็นราวสักที แต่ด้วยเหตุจำเป็นในสภาวะปัจจุบัน คือยังหางานอื่นทำไม่ได้ งานนี้ก็คงไม่เลวร้ายจนเกินทน อย่างน้อยก็อยู่ฟรีกินฟรี ไม่ต้องเสียภาษีให้ยุ่งยาก กะอีแค่ไปรบกับเด็กเท่านั้น… เพราะจะว่าไปแล้ว เธอก็คุ้นเคยกับเสียงเด็กเป็นอย่างดี

ขวัญใจยิ้มที่มุมปาก ก่อนมุดเข้าตู้โทรศัพท์แล้วกดโทรออกตามหมายเลขที่จดเอาไว้ทันที

ตืด…ตืด….ตืด…


เสียงเคาะโป๊ก! โป๊ก! ดังเป็นระยะ เรียกความสนใจจากผู้มาใหม่ได้ไม่น้อย เท้าเล็กๆ ภายใต้ผ้าใบสีขาวสะอาดราคาถูกชะงักกึก เมื่อก้าวผ่านประตูไม้สีขาวต่างจากรั้วเหล็กอัลลอยด์อย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป ล่วงสู่ภายในอาณาบริเวณบ้านไม้กลางเก่ากลางใหม่สองชั้นสีขาวสะอาดตา โดยรอบถูกปลูกไม้ดอกไม้ประดับไว้ทั่วบริเวณ ด้านหนึ่งของตัวบ้านคือโรงเพาะชำขนาดใหญ่ ภายใต้สแลนสีทึบเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมภายในบริเวณบ้านกลางเมืองใหญ่แห่งนี้ จึงเต็มไปด้วยต้นไม้ทั้งใหญ่และเล็กหนาตา ต่างจากบ้านรอบข้างโดยสิ้นเชิง ดวงตากลมโตกวาดมองด้วยความชื่นชมความงามของไม้ดอกหลากสี และอดไม่ได้ที่จะสูดเอาบรรยากาศบริสุทธิ์ด้วยออกซิเจนของแมกไม้สีเขียวสดบ้างอ่อนบ้างเข้าปอดอย่างเผลอไผล ก่อนสะดุ้งน้อยๆ เมื่อยินเสียงทุ้มที่ดังแว่วออกมาจากด้านข้าง...

“น้องโรส ออกไปไกลๆ ลูก เดี๋ยวไม้หล่นใส่”
เสียงนั้นคือเสียงนุ่มทุ้ม ให้ความรู้สึกอ่อนโยนไม่น้อยสำหรับผู้ที่มาได้ยินโดยบังเอิญเช่นนี้ จากนั้นเพียงเสี้ยววินาที จึงมีเสียงเล็กๆ ตอบโต้ดังตามมา

“น้องโรสอยู่ไกลพอยังคะคุณพ่อ”

“อืม...ไกลพอใช้ได้ แต่ทางที่ดีพ่อว่าหนูไปนั่งบนเสื้อใต้ต้นไม้กับพี่หมากดีกว่านะลูก”
เจ้าของเสียงทุ้มน่าฟังทอดเสียงอ่อนโยนบอกเจ้าของเสียงน้อยๆ เพียงครู่ต่อมาจึงได้ยินเจ้าของเสียงใสอวดแจ้วๆ

“คุณพ่อขา น้องโรสมานั่งแล้วค่ะ เรียบร้อยแล้ว...”

“ไม่เห็นต้องบอก คุณพ่อรู้แล้วน่าน้องโรส”
อีกเสียงเล็กๆ ที่กระแนะกระแหนแกมดุนั้นคือเสียงของเด็กชายแน่นอน แม้ยังไม่เห็นหน้าแต่เธอมั่นใจ

“ก็โรสจาบอกนี่ พี่หมากยุ่ง” เสียงเล็กๆ แหวกลับทันควัน เช่นเดียวกับน้ำเสียงคล้ายจะดุของคุณพ่อที่ดังตามมา

“น้องโรส พูดจาไม่เพราะนะลูก”

“ใช่ พูดไม่เพราะ” พี่หมากสนับสนุน
สองพี่น้องวัยคงไล่เลี่ยกันยังคงถกเถียงเป็นระยะ สลับด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ปรามออกมาเบาๆ แต่ฟังดูอ่อนโยนยิ่งนัก ทำให้นักศึกษาจบใหม่และกำลังตกงานอย่างขวัญใจอดที่จะใจชื้นเสียไม่ได้ และแอบวาดใบหน้าคนพูดว่าคงจะต้องใจดีไม่น้อย แล้วก็ให้คิดถึงชายร่างท้วมผิวขาว บนใบหน้าอาจมีแว่นตาเกาะติดอยู่อย่างที่เคยพบเจอมา และคงจะเป็นคุณพ่อของลูกๆ ที่น่ารักไม่หยอก

ขวัญใจสูดลมหายใจเข้าปอดลึก...เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจ ที่บ้านนี้ไม่ผิดแน่หนึ่ง หนึ่ง หนึ่ง เก้าทับเก้า บ้านรสสุคนธ์ มือเรียวล้วงลงหยิบกระดาษในกระเป๋าสะพายออกมาทวนอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

“ประกาศรับสมัครพี่เลี้ยงเด็ก…วุฒิมอหกขึ้นไป อ่านออกเขียนได้คล่อง สามารถสอนการบ้านเด็กได้ ดูแลตั้งแต่ตื่นจนถึงกลับจากโรงเรียน ที่อยู่กิน ฟรี เงินเดือนออกทุก สิบห้าวัน ตกลงกันได้ ติดต่อ…คุณไตรทศ บ้านเลขที่หนึ่ง หนึ่ง หนึ่ง เก้าทับเก้า...คุณไตรทศ...”

ทวนชื่อชายหนุ่มแล้วถอนหายใจพรืด พลางยัดกระดาษแผ่นเดิมลงกระเป๋า หัวใจเต้นตูมตามไม่แพ้กับตอนที่เธอเคยเข้าไปสมัครงานภายในบริษัทใหญ่โตหรูหรา แต่ดูเหมือนที่นี่น่าจะให้ความรู้สึกนั้นมากกว่า ไม่รู้ทำไม แต่เธอก็รู้สึก...ตื่นเต้น

แต่แล้วต้องชะงัก เมื่อความคิดหนึ่งติงขึ้นมาในมโนนึก เธอไม่ควรถือวิสาสะเดินเข้าไป ก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านเสียก่อน หญิงสาวจึงตัดสินใจเรียกทันที

“ขอโทษนะคะ มีใครอยู่บ้างไหมคะ?”

เงียบ...เสียงของเธอไม่ได้รับการตอบสนอง คิ้วเรียวเล็กขมวดมุ่น พลางชะเง้อไปยังบริเวณที่มีเสียงรอดออกมาเป็นระยะ

“หรือจะไม่ได้ยินนะ งั้นเอาใหม่” บ่นเบาๆ ก่อนตัดสินใจเรียกอีกครั้ง “ขอโทษนะคะ มีใครอยู่บ้างไหมคะ”
เด็กหญิงรสสุคนธ์ วงษ์วรากร อายุสี่ขวบหรือน้องโรส เงยหน้าขึ้นจากของเล่นในมือทันทีที่ได้ยินเสียงแว่วๆ ดังมาจากหน้าบ้าน เด็กน้อยหันมองพี่ชายตัวเกือบเท่ากันแวบหนึ่ง ซึ่งกำลังนอนยาววาดรูปอย่างขะมักเขม้น ก่อนมองขึ้นไปบนบันไดสูงที่พาดพิงกับตัวบ้าน คิ้วเรียวเล็กขมวดน้อยๆ คุณพ่อตอกตะปูป๊อกๆ ไม่ได้ยิน พี่หมากนิสัยไม่ดีวาดรูปไม่สนใจ เห็นทีคราวนี้คงเป็นหน้าที่เธอซะแล้ว ว่าแล้วเด็กหญิงโรสก็เอ่ยปากบอกพี่ชายเบาๆ

“พี่หมาก เดี๋ยวน้องโรสไปหน้าบ้านสองนาที ได้ยินใครไม่รู้เรียกล่ะ”

พี่ชายยังไม่ทันเอ่ยปากอนุญาต น้องสาวแสนซนก็วิ่งแผลวออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คนตัวเล็กที่นอนคว่ำหน้างอทันที ก่อนเอ่ยเสียงเรียกบิดา

“คุณพ่อ น้องโรสไปหน้าบ้าน...”
ผู้เป็นพ่อชะงักมือทันควัน ก่อนก้มลงถามบุตรชายตัวน้อยเสียงดัง หน้านิ่ว คิ้วขมวดปม

“ไปทำไม” ถามพร้อมกับเตรียมไต่บันไดลงในทันที แต่ยังช้ากว่าเสียงเล็กๆ ที่ดังแจ้วกลับมาอีกครั้ง

“คุณพ่อขา...มีคนมาหาค่ะ”
ขายาวๆ ที่ก้าวลงมีอันต้องชะงัก เช่นเดียวกับผู้มาเยือนซึ่งยืนนิ่งขึง บนใบหน้ารูปหัวใจประกอบด้วยคิ้วเรียวเล็กแต่ดำสนิท ดวงตากลมโตดำขลับราวกับลูกแมวน้อยแสนซื่อ จมูกโด่งเล็กแต่รั้นในช่วงปลายบ่งบอกความดื้อรั้นขัดแย้งกับแววตา ริมฝีปากอิ่มย้อยเต็มตึงสีเรื่อเผยอค้าง คางเรียวหน้าผากมนกว้างพอประมาณ รวมทั้งใบหน้าบัดนี้แดงเรื่อและเริ่มร้อน ขณะสบตาคมกริบที่ตวัดมองลงมายังเธอนิ่ง

แววตานั้นดุกระด้างชวนหัวใจวาย ต่างจากน้ำเสียงอ่อนโยนที่เธอได้ยินเมื่อครั้งแรกราวฟ้ากับดิน เรือนร่างสูงใหญ่บนบันไดนั่น ก็ไม่ได้ท้วมอย่างที่เธอคิด ตรงกันข้ามกับแข็งแกร่งไปทั้งตัว และปราศจากไขมันส่วนเกินเท่าที่ตาเห็นในขณะนี้ สีผิวของเขาไม่ขาวเหมือนอย่างหนุ่มๆ ในออฟฟิศแต่กลับเป็นสีส้มคล้ายคนตากแดดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะใบหน้ายิ่งแล้วใหญ่ มันครึ้มไปด้วยเครารกๆ จนแทบหาที่ว่างไม่ได้...

จอมโจรกลางใจเมือง...ไม่น่าเชื่อว่าชายใจดีที่เธอคาดหวังในคราวแรก จะกลายร่างเป็นมหาโจรภายในพริบตาเมื่อประสบพบหน้ากันในขณะนี้...เธอไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าความคาดหวังของเธอจะพังพินลงไปแล้วโดยสิ้นเชิง ให้ตายเถอะ!

ความคิดของหญิงสาวยังคงโลดแล่นไปตามจินตนาการอันกระเจิดกระเจิง ต่างจากคนตัวโตที่ไต่บันไดลงมาจนยืนอยู่บนพื้นดินเช่นเดียวกับเธอเรียบร้อยแล้ว คิ้วหนาเข้มขมวดมุ่นเมื่อสาวเจ้ายังคงยืนนิ่ง ราวกับถูกมนต์สะกดกังขังให้อยู่ในหลุมดำอย่างไรอย่างนั้น

“คุณมาหาผมมีธุระอะไรหรือ?”
น้ำเสียงนั่นทุ้มแต่ไม่นุ่มเหมือนกับที่ใช้พูดกับสาวน้อยตัวเล็กที่ออกไปรับหน้าเธอ เปลือกตาบางกะพริบถี่เรียกสติ ก่อนตอบเสียงเบาด้วยรู้สึกหวั่นอยู่ในใจลึกๆ กับแววตามองราวจับผิดคู่นั้น
เขาคงไม่รู้หรอก...ว่าตัวเองน่ากลัวขนาดไหน

“เอ่อ...คะ คือ สวัสดีค่ะ ดิฉัน จะมาสมัครงานค่ะ เอ่อ เคยโทรมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวานนี้ค่ะ”
กว่าหญิงสาวจะพูดจบประโยคได้ ก็ทำให้ชายหนุ่มแทบลืมหายใจเพราะแอบลุ้นว่าเธอจะพูดจบหรือไม่เลยทีเดียว คิ้วหนาที่เลิกสูงขึ้นคลายลงจนราบเรียบดังเดิม เขาจำได้แล้วแต่ยังไม่แน่ใจ สองสามวันมานี้มีคนโทรหาเขาหลายสาย แต่พอมาเห็นหน้าเขาก็ทำท่าตกใจ ทำท่าแบ่งรับแบ่งสู้ก่อนจะหายไปโดยไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย...

“พี่เลี้ยงเด็ก?” ถามราวกับให้แน่ใจว่าหญิงสาวหน้าตาเป๋อเหลอตรงหน้าไม่ได้มาผิดที่

“เอ่อ...ค่ะ พี่เลี้ยงเด็ก” พูดออกไปแล้วก็โล่งอก พลางคิดในใจว่าเธอคิดผิดหรือถูก ที่มาขอสมัครงานกับมหาโจรตรงหน้า ดวงตากลมโตเหลือบมองใบหน้าดุๆ นั่นแวบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะค่อนขอดเขาในใจอีกครั้ง
มหาโจรพ่อลูกอ่อน จอมโจรกลางใจเมือง อะไรอีกล่ะที่เหมาะสม?...

“ถ้าคุณแน่ใจว่าจะมาสมัครงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่นี่ ก็เอาประวัติมา” พูดพลางจ้องมองสาวน้อยตรงหน้าตาเขม็ง ใช่ว่าเขาอยากจะแกล้งเธอให้ขวัญหนีดีฝ่อ แต่เห็นทีท่าหวาดหวั่นของเจ้าหล่อนแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะทดสอบ เพราะหากแค่ด่านแรกเบาะๆ เธอยังใจเสาะ ด่านต่อไปกับเจ้าทโมนสองตัวนี่เธอคงรับไม่ไหวแน่...

ขวัญใจลังเลใจอยู่ชั่วครู่ จึงค่อยๆ ล้วงเอกสารออกมาจากกระเป๋า ก่อนขยับไปหาแล้วยื่นให้กับคนตรงหน้า ชายหนุ่มมองหญิงสาวแวบหนึ่ง แล้วตวัดสายตาไล่ตามตัวอีกษรสีดำแวบๆ ผ่านๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเอกสาร แล้วบอกให้หญิงสาวไปนั่งรวมอยู่กับเด็กหญิงชายสองคนที่มองมาตาแป๋ว บนเสื่อทอใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าตาเฉย แทนการรับแขกอย่างเป็นทางการเช่นบริษัทห้างร้านทั่วไป
หญิงสาวค้อมตัวเดินเลี่ยงไปยังสองหนูน้อยที่มองเธอทุกฝีก้าว ก่อนจะเป็นเด็กหญิงโรสที่เอ่ยเชิญราวเจ้าบ้านที่ดี

“เชิญนั่งคะคุณพี่...หนูชื่อโรสนะคะ”

“ผมชื่อหมากครับ พี่จะมาเป็นพี่เลี้ยงของผมกับน้องหรอครับ”
สองหนุ่มสาวตัวน้อยทำการสัมภาษณ์ขวัญใจก่อนบิดาเป็นด่านแรก ชายหนุ่มยืนอ่านผลการเรียนระดับปานกลางของหญิงสาว พลางเหลือบตามองเจ้าของใบหน้าเด๋อด๋านั่น มุมปากหยักยกนิดๆ เมื่อยินเสียงเจื้อยแจ้วจากปากจิ้มลิ้มของบุตรสาว

“พี่ชื่ออะไรคะ”

“พี่ชื่อขวัญใจค่ะ” ขวัญใจตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ต่างจากที่ใช้พูดกับคนเป็นพ่อของสองหนูน้อยซึ่งตะกุกตะกักราวกับคนขาดความมั่นใจโดยสิ้นเชิง เด็กหญิงโรสยิ้มสวยก่อนกล่าวอีกครั้ง

“ชื่อพี่เพราะจังค่ะ น้องโรสก็ชื่อเพราะนะคะ น้องโรสชื่อว่าเด็กหญิงรสสุคนธ์ วงษ์วรากร อยู่อนุบาลหนึ่ง โรงเรียนอนุบาลหนูน้อยค่ะ”
รายงานจบก็หันไปยิ้มให้พี่ชายที่นั่งมองน้องสาวรายงานตาเขม็ง ก่อนแย่งรายงานบ้าง

“ผมชื่ออาลักษณ์ วงษ์วรากร อยู่อนุบาลสอง โรงเรียนอนุบาลหนูน้อยเหมือนกันครับ ผมเป็นพี่น้องโรสครับ”
ขวัญใจยิ้มหวานให้กับเด็กทั้งสอง เธอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างน้อยคนตัวเล็กตรงหน้าก็ไม่ตั้งป้อมแอนตี้เธอตั้งแต่แรกพบ ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่รอลุ้นว่า เจ้าบ้านหน้าดุที่ยืนจังกาก้มหน้าก้มตาอ่านชีวประวัติของเธออยู่นั้นจะตกลงรับเธอเข้าทำงานหรือไม่

ไตรทศเหลือบตามองขวัญใจแวบหนึ่ง แล้วเบนสายตายังสองทโมนที่คุยจ้อไม่ยอมหยุด ก่อนเอ่ยเสียงอ่อน ซึ่งใช้เฉพาะกับบุตรชายหญิงทั้งสองเท่านั้น

“พี่หมาก น้องโรส เข้าบ้านก่อนลูก เดี๋ยวพ่อจะสัมภาษณ์งานพี่ขวัญใจหน่อย”
ขวัญใจหันมองคนตัวโตที่ยืนค้ำหัวเธอด้วยแววตาหวั่นๆ หัวใจที่เต้นปกติเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนจังหวะอีกครั้ง เมื่อคนตัวน้อยสองคนลุกขึ้นยืนตรงแน่ว ก่อนวิ่งจู๊ดเข้าไปภายในบ้านอย่างว่าง่าย เป็นเหตุให้ขวัญใจต้องลุกขึ้นยืนเช่นเดียวกับชายหนุ่ม ไตรทศพยักหน้าพลางเอ่ยปากเชิญ

“เชิญในบ้านก่อนนะคุณขวัญใจ ผมอยากคุยรายละเอียดกับคุณสักครู่” พูดพลางเดินนำไปโดยไม่รอให้หญิงสาวปฏิเสธหรือตอบรับ ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังกว้างของมหาโจรแล้วถอนหายใจเฮือก ก่อนเดินแกมวิ่งตามไปในที่สุด






ขวัญใจไตรทศ เรื่องนี้ลงจนจบแล้วที่เด็กดีค่ะ แต่ลองเอามาลงให้อ่านกันในเลิฟบ้างนะคะ (เรื่องนี้ส่งพิจารณาอยู่ค่ะ และกำลังรอผลอยู่เช่นกัน)ฝากไว้อีกสักเรื่องนะคะ ขอบคุณค่ะ ...เคียงอักษร...



เคียงอักษร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 17 พ.ย. 2555, 13:46:23 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 3 ก.พ. 2556, 14:23:34 น.

จำนวนการเข้าชม : 1023





   ยินดีต้อนรับ >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account