ทางเดินหัวใจ
เรื่องหนึ่งเรื่องเริ่มมาจากความฝัน อีกหลายเรื่องคืความผูกพันธ์
มีการพัฒนาอย่างเงียบๆ รอเพียงเวลาที่เหมาที่ควรเท่านั้น
แล้วความรกจะดำเนินต่อไป

Tags: ฝัน และ จริง

ตอน: เนื้อหาที่หก >> ยังไม่ใช่เวลาที่ฟ้าลิขิต

ช่วงพักกลางวัน นรีนั่งอยู่ที่ศาลาข้างห้องสมุดกับกัตพงศ์ ทั้งสองได้แต่เงียบ มีเพียงรอยยิ้มจางๆอยู่บนหน้าทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ทำให้บรรยากาศดีขึ้น
“ขอโทษนะ”
นรีพูดก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกมาหามยุราที่รอกับก้าวหน้า ก้าวหน้าเดินสวนกับนรีไปหาเพื่อนที่ฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ยิ้มให้กับนรี
มยุราจับมือเพื่อนแล้วพากันเดินออกไป

เวลาของวันนี้ช่างเดินไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกินในความคิดของนรีวันทั้งวันเธอไม่มีสมาธิในการเรียนเลย ‘วันนี้แล้วสินะน้ำค้างจะได้เจอพี่ดิว’
และในที่สุดเวลาที่รอสาวน้อยรอคอยก็มาถึง นรีและมยุรามาอยู่ที่หน้าเวทีแล้วแต่น่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่ในแถวหน้าๆก็ตาม
“น้ำค้างๆ”มยุราสะกิดแขนนรีพลางมองท้องฟ้า “ลูกโป่งว่าฝนกำลังจะตกแน่เลย”
“นั้นนะสิ”
นรีเริ่มใจไม่ดีหน้าเสีย เวลาผ่านไปนานแล้วเหมือนกัน แต่ยังไม่มีท่าทีว่าแดนไทยจะมาเลย บนเวทีก็มีการแสดงไปเยอะแล้ว

18.30 น.
ในขณะที่นรีรอแดนไทยอยู่ที่งาน แดนไทยเองก็กระวนกระวายมองทางพลางบ่นให้คนขับรถขับให้เร็วขึ้น
“ดิวเธอดูอยากจะไปงานนี้เหลือเกินนะ”
ผู้บงการส่วนตัวพูดด้วยความหมันไส้
“โหเจ้ทีผมไม่อยากทำเจ้ก็ว่า ผมขยันเจ้ก็บ่น ลุงเร่งหน่อยสิลุง”
“ครับ งั้นลุงไปทางลัดดีกว่า เฮ้ยๆๆ!!!!!”
ในขณะที่รถเลี้ยวเข้ามาในซอยรถก็ส่ายไปมา
“ลุงมีอะไร ผมรีบรู้ไหมลุง”
“ลุงลงไปดูสิเดี๋ยวคนรีบจะอกแตกตาย”
การดาพูดประชดแดนไทยที่ทำท่ากระวนกระวายเหมือนจะตายในห้านาที่สิบนาที
“ครับ”ลุงคนขับลงไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น “แย่แล้วครับ ยางแตกสี่ล้อเลยครับ”

“โธ่เว้ย ลุงอีกไกลไหมกว่าจะถึงที่งาน”
“อย่าบอกนะว่าเธอจะเดินไป เจ้ไม่ให้ไปนะฝนตกแบบนี้เกิดเธอเป็นอะไรขึ้นมางานอื่นก็เสียหมดสิ ตรงนั้นมีร้านอาหารใช่ไหมนะ ดิวเราไปนั่งที่นั้นดีกว่าเจ้หิวข้าวแล้ว”
“ก็ได้ๆ”
ทั้งที่ใจอยากคร้าน แต่ไม่รู้อะไรทำให้เขายอมผู้บงการชีวิตแต่โดยดี
แดนไทยกับการดาลงจากรถแล้วรีบวิ่งมาที่ร้านอาหาร ร้านอาหารดูไม่ได้ใหญ่มากเพราะเอาส่วนหน้าบ้านเป็นหน้าร้าน
“ร้านดูอบอุ่นดีจังเลยดิว ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่ากรุงเทพจะมีที่แบบนี้อยู่”
“คุณร้านปิดแล้วค่ะ”ป้าเจ้าของร้านที่กำลังล้างจานอยู่หันมองลูกค้าผู้มาเยือน “อ้าว!!! พ่อหนุ่มคนนี้เป็นดารารึเปล่า”
ป้าคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือแม่ดวงใจ
“ครับๆ”แดนไทยมองหน้าแม่ดวงใจแล้วรู้สึกคุ้นหน้า “ป้ามีลูกชายกับลูกสาวที่ห่างกันสิบปีรึเปล่าครับ”
“ใช่จ๊ะ”แม่ดวงใจทำหน้าสงสัย “พ่อหนุ่มรู้ได้ยังไง”
“แม่หิวข้าวจัง ฝนไม่รู้จะตก...คุณแดนไทย”
ก่อนที่แดนไทยจะตอบคำถามก็มีผู้ชายคนหนึ่งมาขัดจังหวะเสียก่อนแถวยังเรียกชื่อจริงดิวด้วย
“อาจารย์นาย ที่นี่ก็บ้านน้ำค้างนะสิ”
แดนไทยยิ้มจนแก้มแทบฉีก
“คุณแดนไทยมาทำอะไรที่บ้านผม แล้วมารู้ชื่อน้องผมได้ยังไง”
“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ คือเจ้หิวมาก ป้าคะ”การดาทนหิวไม่ไหวขัดต้องจังหวะ แม้จะอยากเข้าใจเรื่องที่แดนไทยพูดอยู่ไม่น้อยก็ตาม “ป้าพอมีอะไรให้หนูทานไหมคะ”
“มีจ๊ะมี นั่งเลยจ๊ะ น้ำตกไปเรียกพ่อเรามา ทานด้วยกันนะจ๊ะคุณ”
แม่ดวงใจเห็นว่าเป็นแดนไทยเลยอยากจะยื้อเวลาจนกว่านรีจะกลับมา ‘แม่ช่วยได้เท่านี้นะลูก’
“แม่จะให้คนอื่นมากินข้าวกับเราเหรอแม่”
นายบ่นด้วยเสียงไม่พอใจ แต่ก็คงช่วยอะไรไม่ได้เพราะคนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านนี้ก็คือแม่ดวงใจ

นรีมองนาฬิกานี่ก็ใกล้ถึงเวลากลับบ้านแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของแดนไทยเลย ฝนก็เริ่มตกแรงขึ้นแล้วด้วยแฟนครับหลายๆคนก็เริ่มบ่น
“ลูกโป่งเรากลับบ้านกันเถอะ”
ทั้งที่อยากจะรอแต่อีกใจก็อยากจะกลับ อยากจะกลับบ้านให้เร็วที่สุด
“ไม่อยู่รออีกหน่อยเหรอ”
“ไม่แล้วล่ะ จะมืดแล้วฝนก็ตกด้วยเดี๋ยวพ่อแม่น้ำค้างแล้วก็แม่ลูกโป่งจะเป็นห่วงเอานะ”
“นั้นสินะ น่าเสียดายจริงๆ”
มยุราบ่นเสียดายแต่ก็เดินตามน้ำค้างออกมานอกงาน โชคดีที่คุณนายรัชนกให้คนขับมารอรับไม่อย่างนั้นก็คงจะต้องรอจนฝนหยุดตก
สองสาวเตรียมตัวขึ้นรถกลับบ้านแต่ต้องหยุดเมื่อมีเสียงตะโกนมาแต่ไกล
“น้องๆพี่...พี่มีเรื่องให้...ช่วยหน่อยนะ...นะ”
ผู้หญิงท่าทางแมนๆแต่งตัวเหมือนผู้ชาย ตัดผมสั้น คนหนึ่งวิ่งมาทางน้ำค้างกับลูกโป่ง
“พี่มีอะไรคะ”
มยุราจ้องหน้าผู้หญิงคนนั้นเพราะรู้สึกคุ้นๆ
“คืออย่างนี้นะครับน้องพี่ชื่อพี่ท๊อป เป็นผู้จัดการส่วนตัวของ มาร์ค มหาศาล น้องๆรู้จักไหมครับ”
“พี่ท๊อปนั้นเองลูกโป่งเคยเห็นในทีวี แล้วพี่ท๊อปมีอะไรให้พวกเราช่วยคะ”
“รถพี่เสียนะครับแล้วทีนี้ น้องมาร์คมีงานต่อต้องรีบไป พี่ขอรบกวนให้น้องไปส่งพี่กับมาร์คหน่อยน่ะครับ”
“ได้ค่ะๆ”
มยุราตอบรีบทันที จนลืมถามความเห็นนรีที่อยากจะกลับบ้านใจจะขาด
“มาร์คออกมาได้แล้วขึ้นรถเลยเดี๋ยวมีแฟนคลับมาเห็น”
ท๊อปหรือ ‘ธิดา’ หันหน้าไปเรียกคนที่ยืนแอบอยู่ที่หลังเสาให้ออกมา นรีมองเขาอย่างไม่ถูกชะตา ‘มาร์ค มหาศาล’ ผู้ชายคนนี้เป็นคู่แข่งของแดนไทยไม่ใช่เหรอ
ผิดกับมหาศาลที่มองนรีด้วยสาวตาหวานเยื้อม ที่จริงเขาสังเกตเห็นนรีตั้งแต่บนเวทีแล้วเขานึกขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เขาได้มารู้จักกับเธอ
มาร์ค หรือ มหาศาล พระเอกที่ดังไม่แพ้แดนไทย แต่เสียก็ตรงที่เสียงร้องของเขาไม่ได้เรื่องเลย ผิวที่ไม่ขาวมาก หน้าตาที่ได้สัดส่วนคิ้วเข้มๆ ตาคมๆ จมูกโด่งๆ ปากเรียว ส่วนสูง 187 เซนติเมตร เป็นอดีตนักบาสเก็ตบอลทีมชาติ
“พี่มาร์คตัวจริงหล่อมากเลยคะ”มยุรายิ้มหน้าบาน “ขึ้นรถเลยคะ”
มยุราเปิดประตูให้ธิดาและมหาศาลนั่งด้านหลัง เธอนั่งด้านหน้าเลยทำให้นรีต้องนั่งข้างๆมหาศาล
นรีพยายามนั่งให้ชิดประตูแต่ก็ไม่พ้นมาร์คที่เขยิบเข้ามาใกล้ก็ตาม ‘ขอให้ถึงไว้ๆเถอะน้ำค้างไม่อยากอยู่ใกล้ๆผู้ชายคนนี้’

ฝนที่ตกหนักเมื่อชั่งโมงก่อนหยุดตกไปแล้วทำให้ท้องฟ้ามีดาวเต็มไปหมด ไม่มีเคล้าฝนหลงเหลืออยู่เลย แดนไทยได้แต่มองเวลาทำไมนรียังไม่กลับมาเสียที
“ดิวเรากลับกันเถอะ”การดาเรียกแดนไทยให้กลับบ้านหลังจากที่ลุงคนขับรถมารายงายว่ารถเสร็จแล้ว “ดิวไปกันได้แล้ว”
“เดี๋ยวไม่ได้เหรอเจ้”
เขาอยากให้รอ รออีกหน่อย เผื่อจะมีโอกาส
“กลับไปได้แล้วฝนหยุดตกเป็นชาติแล้ว”
นายเอ่ยไล่แขกที่เขาไม่อยากต้อนรับ เขาอยากให้แดนไทยรีบกลับไปเพราะนรีโทรมาเขาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนว่ากำลังจะกลับแล้ว เขาไม่อยากให้มยุรามาเจอดิว
“เสียมารยาทน่ะลูก คุณจะอยู่อีกสักพักก็ได้นะจ๊ะ”
แม่ดวงใจดุลูกชาย แล้วหันไปพูดเสียงหวานกับดิว ‘น้ำค้างกลับมาเร็วๆสิลูก’
“ให้เขากับไปเถอะจะได้ปิดบ้านปิดช่อง”
จ่าดำรงณ์ช่วยไล่อีกคนเพราะเขาจำได้ว่าไอ้หนุ่มคนนี้เป็นคนที่นรีปลื้มนักปลื้มหนา ไม่อยากให้ลูกสาวกลับมาเจอ
“ตาดำ!!!”แม่ดวงใจหันไปดุสามีอีกคน แล้วหันไปพูดกับแดนไทยต่อ“คุณจะอยู่อีกสักพักก็ได้นะ”
“พวกเราไม่รบกกวนแล้วค่ะ”การดาตอบแทนแดนไทย “ดิวเรากลับกันได้แล้วพรุ่งนี้มีงาน”
“แต่...”

“ไม่มีแต่”เจ้ไก่ทำหน้าดุ “สวัสดีทุกคนนะคะ ขอบคุณด้วยคะอาหารอร่อยมากเลย”
ว่าแล้วผู้จักการสาวประเภทสองก็ลากแดนไทยขึ้นรถ รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆๆสวนกับรถเก่งที่แล่นมาจอนหน้าบ้านของนรี
“แม่ขาน้ำค้างกลับมาแล้ว”
“กลับมาแล้วเหรอลูก น่าเสียดายจังเมื่อกี้ดาราที่น้ำค้างชอบมาที่ร้านเราด้วยนะ”
“จริงเหรอคะ” มยุราถามอย่าตื่นเต้น แม่ดวงใจพยักหน้า “น่าเสียดายจังน้ำค้างเราไม่น่าไปส่งพี่มาร์คเลย”
เมื่อได้ยินชื่อผู้ชาย นายถึงกับหูผึ่ง แต่ยังเก็บอาการ
“ตัวจริงนี่หล่อเหลาเอาเรื่องเลย แม่ว่าหน้าแบบนี้แม่เคยเห็นที่ไหนกันหนา”
แม่ดวงใจทำท่าคิดถึงหน้าของแดนไทย ‘หน้าแบบนี้’
“นี่แม่ดวงใจพูดอะไรไม่เกรงใจฉันเลย”
ก่อนที่แม่ดวงใจจะคิดอะไรออกเสียงจ่าดำรงณ์ก็ขัดจังหวะเสียก่อน
“แกนี่ก็หึงไม่รู้จักเวลา ฉันลืมเลยว่าคิดอะไร นี่น้ำค้างพ่อหนุ่มคนนั้นเขาบอ (ก)...” แม่ดวงใจหยุดพูดในทันทีที่หันมามองหน้าลูกสาว “น้ำค้างร้องไห้ทำไมลูก”
แม่ดวงใจลูบหัวลูกสาวสุดที่รักเป็นการปลอบใจ
นายเองก็อยากจะปลอบน้องเหมือนกัน แต่สิ่งพูดนี่สิมัน...
“จะอะไรอีกล่ะแม่...มันก็คงเสียดายที่ไม่ได้เจอนักร้องสุดที่รักของมันนะสิ โอ๊ย!!!...” นายร้องเสียงหลงเมื่อโดนแม่ดวงใจบิดแขน “เจ็บนะแม่”
“ก็จะบิดให้เจ็บนะสิ แทนที่จะช่วยปลอบน้องกลับมาซ้ำเติม แล้วที่เขากลับไปไม่ใช่เพราะว่าเรากับพ่อไล้เขาไปเหรอ”
นรีหันไปมองจ่าดำรงณ์ทันทีที่ได้ยินว่าจ่าดำรงณ์ก็เป็นอีกคนที่ไล่แดนไทยให้กลับไป ‘พ่อนะพ่อ ใจร้าย’
“พ่อเปล่าไล่นะลูก พ่อแค่เห็นว่ามันดึกแล้ว พ่อหวังดีนะ”จ่าดำรงณ์รีบแก้ตัว รู้อยู่เต็มอกว่าลูกสาวต้องโกรธเขาเป็นแน่“แล้วอีกอย่างมันบอกว่าจะหาเวลามาอีกไม่ใช่เหรอ”
“ช่างเถอะทุกคน พ่อคะ แม่คะ น้ำค้างขอตัวไปที่ห้องก่อนนะคะ ลูกโป่งวันนี้ขอบคุณมากนะ”
นรีบอกลาทุกคนแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ดูผ่านๆเหมือนคนไร้วิญญาณไม่มีผิด
“ถ้าอย่างนั้นลูกโป่งขอกลับบ้านก่อนนะคะ”
มยุราเองก็เลยรู้สึกผิดตามไปด้วย ‘ไม่แน่ถ้าน้ำค้างได้เจอพี่ดิวแล้วจะได้ไม่ต้องฝันอะไรเพ้อๆอีก’
“จ๊ะ ขอบใจหนูลูกโป่งมากนะ”
“ไม่เป็นอะไรค่ะคุณป้าสวัสดีค่ะคุณป้า คุณลุงจ่า…”มยุราไหว้แม่ดวงใจกับจ่าดำรงณ์แต่แอบชะงักเมื่อหันไปมองนายที่มองเธออย่างไม่พอใจ “สวัสดีค่ะพี่น้ำตก”
มยุราเดินขึ้นรถอย่างงง ‘เขาเป็นอะไรนะ’

นรีทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรงหลับตาปล่อยให้น้ำใสๆไหลออกมาอย่างเงียบๆ
“น้ำค้าง”
“พี่ดิว”
นรีลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของคนที่เธออยากเจอ
“ร้องไห้ทำไมคะคนดี”
มือของคนพูดปราดน้ำตาของอีกคน เขาตกใจอยู่ไม่น้อยที่เริ่มต้นความฝันครั้งนี้ด้วยน้ำตาของนรี
“อีกนิดเดียวเท่านั้น”
สาวน้องสะอึกสะอื้น ‘เราก็จะได้เจอกัน’
“ไม่เป็นไรหรอกยังไงสักวันหนึ่งเราจะได้เจอกัน”
แดนไทยนั่งลงบนเตียนนอนข้างๆนรีแล้วดึงสาวน้อยมากอดไว้ นรีซุกหน้าบนอกของแดนไทยกอดชายหนุ่มไว้แน่นกลัวว่าความฝันนี้จะหลุดลอยไป ‘ขออีกนิดนะคะ อย่าให้ความฝันนี้จบลงเลย’

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


ฝากติชมด้วยนะคะ



เพียงใจกล้า
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 13 ธ.ค. 2555, 11:15:45 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 พ.ค. 2559, 14:57:44 น.

จำนวนการเข้าชม : 444





<< หน่วยที่ 5---->>>>เมื่อพิสูจน์ได้ว่ายังไงก็ต้องเป็นเธอ   บทที่เจ็ดจุดหนึ่ง ---->> สอบแข่งขัน รอบที่หนึ่ง >>
เพียงใจกล้า 13 ธ.ค. 2555, 11:26:03 น.


เพียงใจกล้า 13 ธ.ค. 2555, 11:28:16 น.
เราว่านะ อกดิวต้องอุ่นแน่ๆเลยอ่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account