พรหมรัก...ลิขิตใจ
ถ้าวันนั้นฉันไม่ได้เจอเขา ไม่ได้ใกล้ชิดเขา หัวใจของฉันอาจจะไม่เต้นแรงอย่างนี้และฉันคงไม่ได้รู้จักกับคำว่า “รัก”
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: ตอนที่ 1 : ไม่รู้จักแต่รู้ใจ 50%

“นี่เธอ...ยัยปูเป๋ เอ้ย ปูเป้ เธอจะยืนเอ๋ออีกนานไหมฮะ?” เสียงเข้มของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งวัยยี่สิบปลายๆ ในชุดเสื้อยืดสีฟ้าอ่อน กางเกงยีนส์สีเข้มและรองเท้าผ้าใบสีขาว หลังของเขาสะพายเป้สีดำใบขนาดไม่ใหญ่นัก ถามขึ้นทำให้ปัญญิสาสะดุ้งขณะมองดูผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างเร่งรีบ แต่เธอกลับยืนนิ่งราวรูปปั้น

“นะ...นายว่าใครเอ๋อ?” ปัญญิสาถามแต่เมติณณ์ไม่ตอบกลับมองเธอแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย

“เธอไม่อยากกลับบ้านแล้วเหรอ” สิ้นสุดเสียง เขาไม่รอฟังคำตอบใดจากเธอทั้งนั้น เขารีบเดินไปยังจุดหมายเพียงไม่กี่เสี้ยวนาทีร่างของคนถามกลับไกลออกไปถนัด
“นี่นาย รอฉันด้วยสิ นายจะทิ้งฉันไว้อย่างนี้ไม่ได้นะ” เธอรีบวิ่งและลากกระเป๋าเดินทางใบโตตามเขาไป

พอเข้ามาถึงที่นั่งเพื่อกลับประเทศไทย ปัญญิสาและเมติณณ์ก็นั่งตามลำดับที่ได้ซื้อตั๋วไว้ เมื่อผู้โดยสารทยอยเข้ามาเรียบร้อยแล้ว พนักงานต้อนรับจึงสาธิตการคาดเข็มขัดนิรภัยและเรื่องการป้องกันการเกิดอุบัติบนเครื่องบิน

“ฉันหิวแล้วนะ นายหิวบ้างไหม” ปัญญิสากระซิบเบาๆ แต่ดูเหมือนว่าเมติณณ์จะไม่ได้ยินในสิ่งที่เธอพูด เธอจึงเอนตัวและยื่นหน้าไปเพื่อที่พูดข้างๆ หูของเขา เพราะกลัวคนอื่นได้ยิน เธอแอบบ่นในใจว่าทำไมพนักงานจึงเสิร์ฟอาหารช้าจัง แต่ยังไม่ทันที่ปัญญิสาจะเอ่ยออกไปเมติณณ์ก็หันหน้ามาพอดี ทำให้ปลายจมูกของทั้งสองแตะกันเพียงเล็กน้อย และผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว เธอเอนตัวกลับมานั่งตัวตรงยังที่เดิม เอามือกุมที่หน้าอกข้างซ้าย สัมผัสได้ว่าหัวใจของเธอมันเต้นแรงกว่าปกติราวกับว่าจะหลุดออกมาข้างนอก เพียงแค่เธอได้มองตาเขาแค่ครู่เดียว เธอก็รู้สึกว่าดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขานั้นดูมีเสน่ห์และมีพลัง พลังที่จะดึงดูดเธอให้มองแต่เขาเพียงผู้เดียว นี่เธอไม่ได้หลงรักเขาแล้วใช่ไหม ยัยปูเป้ เธอถามตัวเองในใจและส่ายหัวแรงๆ ไม่จริงๆ เป็นไปไม่ได้

ปัญญิสานึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนตอนที่เธอได้รับความช่วยเหลือจากเขาคนที่นั่งทางขวามือของเธอในตอนนี้ ถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้ เธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องเจออะไรบ้าง ไม่แน่ป่านนี้เธออาจเป็นศพที่โดนควักอวัยวะไปขายแล้วก็ได้ แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นฝีมือของเธอเองทั้งหมด เธอแอบหนีครอบครัวมาเที่ยวต่างประเทศเพียงลำพังเพราะเธออยากจะให้ของขวัญตัวเองหลังจากที่เธอพยายามตั้งใจอ่านหนังสือสอบปลายภาคจนหนักเมื่อสองสัปดาห์ก่อน และพอมาถึงที่นี่เธอก็ชอปปิ้งตามที่ใจชอบ ยิ่งเมื่อได้เห็นของที่(ไม่)จำเป็นกับเธอมาก อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าบรรดาของแบรนด์เนมทั้งหลายแหล่ที่กำลังฮิตในกลุ่มวัยรุ่นอย่างเธอ ซึ่งถ้าซื้อในเมืองไทยราคาจะแพงกว่าที่นี่ และเมื่อเธอเห็นป้ายลดราคาสินค้าเกือบทุกร้านในถนนเส้นนั้น มันก็ทำให้เธออดใจไม่ไหวที่จะตัดสินใจซื้อมันด้วยความลืมตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีเงินในกระเป๋าของเธอก็ร่อยหรอ เหลือเงินเพียงเล็กน้อยที่พอจะซื้อราคาถูกอาหารกินได้เพียงไม่กี่มื้อ และเธอก็ไม่ได้พกบัตรเครดิตใดๆ ทั้งสิ้นมาด้วย เธอเกรงว่าถ้าใช้บัตรเครดิตซื้อของ ทางบ้านต้องรู้แน่ๆ เธอจึงพกแต่เงินสดมาจำนวนหนึ่งเท่านั้น

เมื่อกลับถึงที่พักเธอจึงคิดว่าคงต้องหางานทำเพื่อหาเงินกลับบ้าน จะเอาของที่ซื้อมาไปขายก็คงลำบากเพราะภาษาของเธอก็ไม่แข็งแรง เธอไม่ได้คิดว่าจะมาเที่ยวกี่วันจึงไม่ได้ซื้อตั๋วขากลับเตรียมไว้ ในหนทางที่มืดมนย่อมมีแสงสว่างอยู่เสมอ เหมือนโชคช่วย! ระหว่างทางที่เธอเดินไปซื้อของกินแถวมินิมาร์ท มีป้ายโฆษณาติดประกาศไว้ริมรั้ว ว่าต้องการรับสมัครพนักงานพาร์ททามจำนวนมาก มีหลายตำแหน่ง เช่น พนักงานเสิร์ฟ พนักงานขายสินค้า พนักงานขายประกัน เธอไล่สายตาไปเรื่อยๆ จึงพบกับตำแหน่งที่เธอคิดว่าเธอน่าจะทำงานนี้ได้ พนักงานงานแจกใบปลิวนี่แหละน่าจะเหมาะกับเธอที่สุดอีกอย่างก็ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ แต่ด้วยค่าแรงที่แสนถูกซึ่งกว่าจะซื้อเก็บเงินได้ คงต้องใช้เวลาสักพัก บางทีปิดเทอมใหญ่ครั้งนี้เธออาจได้อยู่ที่นี่จนกว่าจะเปิดเทอมเลยก็เป็นไปได้ เธอตัดสินใจติดต่อกลับไปยังที่บ้าน เธอก็บอกพ่อแม่ว่ามาเที่ยว ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้บอกเรื่องที่ยังกลับไม่ได้ตอนนี้ อีกอย่างเธอไม่คิดที่จะขอเงินเพราะเธอมาเที่ยวเองก็ต้องหาทางกลับเองให้ได้

--------------------------------
โปรดติดตามต่อไปด้วยนะคะ ตอนนี้จะมีอีกประมาณ 50% ค่ะ



รัตน์จันทร์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 2 ก.พ. 2556, 23:25:50 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 2 ก.พ. 2556, 23:26:48 น.

จำนวนการเข้าชม : 836





เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account