Noah อัญมณีสื่อรัก
เมื่อโนอา แหล่งพลังงานของดวงดาวถูกขโมยไป เขาจึงต้องมาตามหายังดาวโลก
เธอคือผู้ต้องสงสัยที่เขาจะต้องเค้นเอาความจริงให้ได้ แต่เหมือนเธอจะไม่รับรู้อะไรเลย
เขาควรจะทำยังไงกับเธอดี จะรุนแรงก็ดูเหมือนหัวใจที่เขาไม่เคยคิดว่ามีอยู่จะป่วยเสียเอง
จะหยุดหรือก็ทำไม่ได้ ปัญหายุ่งยากขนาดนี้ยังมีเจ้าแวโรซีแรปเตอร์ตัวน้อยกับพรรคพวกอีกเป็นโขยงมาป่วน งานนี้จะลงเอยยังไงนะ
Tags: นิยายรักโรแมนติก ความรัก แฟนตาซี เพ้อฝัน เวโรซีแรปเตอร์ ไดโนเสาร์ ต่างดาว

ตอน: เมื่อแรกเจอกัน

เด็กสาวหน้าใสสวมแว่นกรอบหนาสาวเท้ารัวเร็วขึ้นตึกสำนักงานหรู ผมทรงหน้าม้ายุ่งเหยิง ปล่อยชายผมที่ยาวประบ่ารับกับเสื้อเชิ้ตสีขาว กระโปรงดำเรียบร้อยเหมือนเด็กมหาวิทยาลัย เธอรู้สึกประหม่ากับการทำงานวันแรกในฐานะนักศึกษาฝึกงาน ในมือหอบกระดาษปึกใหญ่ที่เธอบรรจงออกแบบเครื่องเพชรอย่างตั้งใจ หวังจะนำมาให้รุ่นพี่ในที่ทำงานติชม



เธอเดินไปยังเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานถึงสามคนคอยให้บริการผู้ที่มาติดต่อบริษัทภายในตึก ลานไพลินชะเง้อมอง เห็นทุกคนที่มาก่อนหน้าเตรียมบัตรประชาชนส่งให้เจ้าหน้าที่เพื่อแลกบัตร visitor จึงทำตามบ้าง แต่เพราะข้าวของที่เตรียมมาพะรุงพะรังจึงทำให้หลุดมือหล่นกระจายระเกะระกะกับพื้น ขณะที่เธอกำลังกระวีกระวาดคว้านั่นคว้านี่ พลันสายตาของเธอปะทะเข้ากับรองเท้าสีดำขัดมันที่ก้าวผ่านมาและที่สำคัญคือกำลังจะเหยียบลงบนม้วนกระดาษของเธอพอดี



“ไม่นะ”  เธอเอื้อมมือออกไป หมายจะปกป้องของรักของหวง แต่แทนที่จะหยิบม้วนกระดาษ เธอตัดสินใจคว้าข้อเท้าเขาแล้วกระชากเต็มแรงให้พ้นทาง ได้ผล!! การตัดสินใจของเธอถูกต้อง เพราะม้วนกระดาษขาวของเธอยังคงรูปเดิมสวยงาม ไร้มลทิน



ทว่า…



เธอคุกเข่าลง หยิบม้วนกระดาษ ชื่นชมความสำเร็จที่เธอปกป้องมันไว้ได้ พลันเงามืดจากด้านหลังสร้างความรู้สึกหนาวๆร้อนๆ ของการคุกคาม ไพลินหันกลับไป มองเห็นร่างของใครบางคนนอนอยู่กับพื้น หลายคนเข้าไปประคองเขาเหมือนเป็นคนสำคัญ อีกด้านผู้หญิงหน้าตาดีหลายคนเดินเรียงหน้ากันเข้ามาหา สีหน้าของพวกเธอโกรธจัด แทบอยากจะฉีกทึ้งเธอเป็นชิ้นๆ



“บอสครับ เป็นยังไงบ้างครับ”  เสียงใครคนหนึ่งขัดจังหวะ เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นใบหน้าของชายที่โชคร้าย แม้สีหน้าจะยุ่งเหยิง เกรี้ยวกราด แต่จมูกที่โด่งเป็นสัน กับนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นก็พาหัวใจของเธอโบยบินไปแทบเท้าเขาเสียแล้ว ยิ่งเขายืดตัวเต็มความสูง รูปร่างที่ชวนมองดึงดูดสายตาของเหล่าสาวๆ จนเปลี่ยนจากท่าทางโกรธเกรี้ยวเป็นอ่อนระทวย ลืมตัวต้นเหตุอย่างเธอไปสิ้น



ลานไพลินฉวยโอกาสที่กำลังเกิดศูนย์ยากาศคว้าม้วนกระดาษตรงไปที่เคาน์เตอร์เพื่อแลกบัตร แล้วกดลิฟท์ขึ้นตึก โดยไม่สังเกตว่ายังมีสายตาสีฟ้าคู่สวยที่มองจับจ้องเธอทุกอริยาบทอย่างหมายมั่นปั้นมือ





“น้องฝึกงาน เดี๋ยวเอาเอกสารไปที่ฝ่ายบุคคล บอกเขานะว่าจะฝึกงานถึงเมื่อไหร่ พี่เขาจะได้ทำเอกสารให้” ชายวัยกลางคนแนะนำอย่างเป็นมิตร “เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายนะ ติดต่อผู้หญิงผมยาวๆนะ ว่าแต่ชื่ออะไรเนี่ย แปลกดีจัง”

“ลานไพลินค่ะ เป็นชื่อดอกไม้สีม่วงอมน้ำเงิน คุณแม่ชอบนะค่ะ”

“น่ารักดีนะ คนก็น่ารัก”

“หนอย ไอ้แก่ อย่าลามปามน้องเขา เดี๋ยวฟ้องเมียแกเลย น้องคนนั้นนะไปที่ฝ่ายบุคคลเถอะ อย่ามาอยู่ให้ไอ้แก่นี่แทะโลมเลย ระวังมันหน่อยก็ดี” เสียงผู้หญิงข้างโต๊ะตะโกนมา เรียกเสียงจิ๊จ๊ะจากคนที่ถูกเรียกว่าไอ้แก่



ไพลินยิ้มแหยแล้วเดินไปรายงานตัวที่ฝ่ายบุคคล ตั้งแต่เข้ามาเธอรู้สึกได้ว่าบรรยากาศการทำงานที่นี่เหมือนสนามเด็กเล่นที่ผู้ปกครองไม่ได้เข้ามาจัดระเบียบ แต่ละคนทำงานของตัวเองไปพลาง เป่าปากไปพลาง บางคนก็นำอาหารมาทานหน้าตาเฉย ช่างดูสบายๆ ขัดกันยอดผลประกอบการและชื่อเสียงของบริษัทที่อยู่ในลำดับต้นๆ อาจเพราะมีส่วนของผู้มาติดต่อที่แยกไปต่างหาก จึงทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนตัว



แต่แล้วบรรยากาศกลับเปลี่ยนเป็นหน้ามือกับหลังมือเมื่อเธอเดินกลับออกมาอีกครั้ง ผู้หญิงหน้าตาท่าทางดีเดินร้องไห้โฮจากห้องที่มีป้ายติดว่ากรรมการผู้จัดการ บรรยากาศภายในสำนักงานกลับสู่สภาวะเคร่งเครียด ทุกคนทำงานกันจริงจังเหมือนพร้อมจะพลีชีพ ไพลินพยายามเดินเงียบๆเหมือนไร้ตัวตนไปยังส่วนที่จัดไว้สำหรับเด็กฝึกงาน ทันทีที่เข้าสู่ฐานที่มั่นซึ่งอยู่ติดกับห้องกาแฟ เธอถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก ความรู้สึกกดดันที่ถาโถมค่อยสงบลงบ้าง



สักพักมีผู้หญิงวัยกลางคนรูปร่างอวบระยะสุดท้าย แต่งตัวแบบแม่บ้านถือถาดกาแฟเดินเข้ามา ลานไพลินรีบเข้าไปประชิดทันที แล้วยกมือไหว้ทักทาย



“สวัสดีค่ะ หนูเป็นเด็กฝึกงาน พึ่งจะเข้ามาทำงานวันนี้ค่ะ ฝากตัวด้วยนะค่ะ”



หญิงวัยกลางคนหันมายิ้มให้อย่างเป็นมิตร



“เดี๋ยวป้ากลับมาคุยนะหนู ตอนนี้สถานการณ์ไม่สู้ดี ป้าต้องเอากาแฟไปเสริฟก่อน หนูอยู่ในนี้นะ”



พูดจบป้าแม่บ้านก็รีบชงกาแฟ กับเตรียมขนมเค้กชิ้นเล็กใส่ถาดแล้วเดินถือออกไป





ลานไพลินมารู้ภายหลังว่าป้าแกเป็นแม่บ้านประจำออฟฟิศชื่อป้าปุ้ย ตอนนี้แกกำลังทำหน้าที่เป็นทหารกองหน้า ออกรบกับแม่ทัพของฝ่ายข้าศึก และทุกคนหวังว่าแกจะไม่ถูกฟันคอขาดกลางสนามรบ เพราะนั่นหมายถึงทุกคนในออฟฟิศจะต้องส่งตัวแทนกล้าตายคนใหม่เข้าไป



ลานไพลินไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น สนามรบคืออะไร และแม่ทัพของฝ่ายข้าศึกคือใคร หรือว่าบริษัทกำลังมีปัญหา แต่ทำไมถึงส่งแม่บ้านไปรบ จริงๆควรจะเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ตามที่เธอเข้าใจ แต่สุดท้ายเมื่อป้าปุ้ยเซซังออกมาจากห้องกรรมการผู้จัดการ เธอถึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ท่าทางป้าปุ้ยเหมือนถูกสูบวิญญาณ ไร้ซึ่งความสุขใดๆทั้งปวง แววตาของแกล่องลอย แม้จะมีใครเรียกก็ไม่ขานรับ



บรรยากาศภายในออฟฟิศเย็นยะเยือกจนน่าใจหาย ลานไพลินอยากตีมือคนที่เร่งแอร์จนคนทั้งสำนักงานหนาวสั่น แต่เธอรู้อยู่แก่ใจว่าสาเหตุที่แท้คือไอเย็นพิฆาตที่ลอยออกมาจากห้องมรณะ และใครละจะเป็นรายต่อไป



“ลานไพลิน น้องช่วยเข้าไปเสริฟกาแฟหน่อยสิ พวกพี่งานยุ่งมาก ป้าปุ้ยแกก็ตายไปแล้ว เย็นนี้คงต้องไปงานศพ”



สายตาของคนทั้งสำนักงานจับจ้องเธอเป็นตาเดียวเหมือนกำลังลุ้น แต่เมื่อเธอหันไปมองพวกเขาก็รีบก้มหน้าทำงาน ใช่สิเธอเป็นน้องใหม่ เธอกำลังถูกส่งไปบูชายันต์ เธอเหลือบมองป้าปุ้ย เห็นแกเดินไปมาเหมือนเงาดำ ไร้จิตวิญญาณแล้วนึกสงสารตัวเองที่คงจะเป็นรายต่อไป แต่เธอมาทำงานวันแรกจะปฏิเสธรุ่นพี่ต่อไปคงอยู่ยาก จำเป็นต้องไปตายเอาดาบหน้า





ลานไพลินถือถาดกาแฟกับผลไม้ไว้ในมือข้างหนึ่ง อีกมือกำองค์พระที่ห้อยคอติดตัวมาตั้งแต่เด็กแน่น ในใจนึกภาวนาบทสวดพระพุทธคุณสารพัดเท่าที่นึกออก คิดในใจว่าเธอควรโทรไปสั่งลากับพ่อแม่ก่อนมั้ย รู้ตัวอีกทีรุ่นพี่สาวก็ดันหลังเธอให้เดินไปหยุดอยู่หน้าประตูแล้วจัดการเคาะประตูห้องเบาๆให้เสร็จสรรพ



“…”



เงียบไม่มีเสียงตอบ รุ่นพี่คนเดิมจัดการเปิดประตูแล้วดันหลังกึ่งผลักเธอเข้าไปในห้อง ประตูปิดลงเร็วมากจนน่าใจหาย



ภายในห้องตกแต่งเรียบง่ายในสไตล์ผู้ชาย แต่หรูหราสมกับเป็นบริษัทอัญมณีชั้นนำโนอา จิวเวอร์รี่ คอมพานี่ ลิมิเต็ด ถ้วยรางวัลวางเรียงจนแทบจะเป็นกระเบื้องติดฝาผนัง บอกให้รู้ถึงประวัติอันยาวนาน และคุณภาพของสินค้าที่เป็นที่ยอมรับ กระจกหน้าต่างบานใหญ่เผยให้เห็นวิวมุมสูงที่สวยที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยาชวนให้ผ่อนคลาย ถ้าเพียงแต่โต๊ะใหญ่สีดำสนิทชวนเกรงขามจะไม่มีเสี้ยวหน้าเคร่งเครียดของเจ้าของห้องที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารบุหนังแท้ที่มองคร่าวๆคงต้องมีหลักหมื่น



“ทะ ท่านค่ะ กาแฟกับผลไม้ค่ะ วางไว้ตรงนี้นะค่ะ”



เสียงจานรองแก้วกาแฟกระทบถาดเพราะผู้ถือตอนนี้มือสั่นระริกด้วยความกลัว ออร่าที่แผ่ออกจากผู้ชายคนนี้รุนแรงเหลือเกิน เธอจะถูกเขาหักคอมั้ยนะ เธอได้แต่ภาวนาขอให้เขาอย่าหันกลับมาจนกว่าเธอจะออกไปจากห้องนี้



แต่โชคไม่เข้าข้าง เมื่อเสียงทรงอำนาจดังขึ้น



“เดี๋ยว”



ลานไพลินมือไม้อ่อน รู้สึกเหมือนจะเป็นลม แก้วกาแฟในมือหกล้มไม่เป็นท่า น้ำกาแฟสีดำสนิทหกลงเป็นทางบนพรมราคาแพง ใบหน้าของเธอถอดสี อารามรีบร้อนทำให้ทำจานผลไม้ตกซ้ำ เสียงจานแตกเหมือนเสียงมีดกรีดบนหัวใจ ขาเธออ่อนยวบเป็นขี้ผึ้งแล้วล้มลง แต่โชคดีที่เจ้าของห้องได้สติ เขาผุดลุกจากเก้าอี้ แขนข้างหนึ่งเอื้อมมากระชากไหล่เธอไว้ทัน ไม่งั้นเธอคงล้มลงทับจานแก้ว และได้แผลเหวอะหวะไปแล้ว



“เวรเอ้ย”



ลานไพลินเงยหน้าขึ้นและเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของเจ้านายเต็มๆตา ใกล้มากชนิดที่เห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาสีฟ้าที่เธอจำได้ดี เขาคือคนเดียวกับที่เธอกระชากข้อเท้าจนล้มไปกองกับพื้น



“นาย” ลานไพลินอุทาน รู้ชะตากรรม เขาต้องไม่ยอมเซ็นให้เธอผ่านโปรแน่





ลานไพลินนั่งตัวลีบบนเก้าอี้หนังราคาแพงในห้องเย็นที่เธออยากจะรีบหนีไปให้เร็วที่สุด เพชรฆาตในคราบของเจ้านายที่เธอพึ่งได้เห็นหน้าในวันนี้กำลังจ้องเธอเขม็ง ชวนให้หนาวๆร้อนๆ อยากรู้ว่าเมื่อไหร่เขาจะลงดาบกับเธอเสียที เธอพร้อมให้เขาบั่นคอเต็มทีแล้ว



“คุณเป็นอะไรตรงไหนรึเปล่า”  จู่ๆ ปราบปฏล ภักดีวัชรสกุลหรือที่ทุกคนเรียกกันสั้นๆว่าคุณปราบก็เอ่ยถามขึ้นอย่างอาธรณ์ คงเพราะหน้าของเธอตอนนี้ขาวซีดยิ่งกว่ากระดาษ



ลานไพลินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ เขาเหมือนไม่โกรธเธอเลยสักนิด แต่กลับดูเป็นห่วงเป็นใย



“คุณ  … เอ่อ … ท่าน ไม่โกรธเหรอค่ะ” เธอโพล่งขึ้น

“เรียกผมปราบเหมือนคนอื่นๆก็ได้ และครับ ผมไม่ได้โกรธ คุณชื่ออะไร”

“ลานไพลินค่ะ ปกติทุกคนเรียกไพลินค่ะ”

“ไพลิน คุณนอนพักก่อนแล้วกัน เดี๋ยวค่อยให้ป้าปุ้ยแกมาทำความสะอาด หรือคุณอยากไปหาหมอ” ปราบถามต่อเมื่อเห็นเธอเงียบไป

“ไม่ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ หนูสบายดี”

“คุณคงเป็นนักศึกษาฝึกงานที่มาใหม่สินะ มีใครแกล้งรึไงทำไมต้องทำท่ากลัวขนาดนั้น”



ลานไพลินอยากจะบอกว่าก็คุณนั่นแหละ แต่ต้องกัดลิ้นข่มใจตัวเองไว้ ยิ่งเห็นสายตาที่มองมาเธอยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับผิด



เขาดูแลให้เธอนอนลงบนโซฟายาวแม้ว่าเธอจะพยายามทักท้วงแล้วบอกว่าสบายดี แต่เขาก็ไม่ยอม หลังจากนั้นสักพักป้าปุ้ย แม่บ้านที่ดูเหมือนจะฟื้นคืนชีพแล้วเดินเข้ามาในห้อง จัดการทำความสะอาดจนเรียบร้อย ปราบสั่งให้ป้าปุ้ยบอกกับฝ่ายการเงินให้ติดต่อช่างมาเปลี่ยนพรมใหม่ทั้งห้องเพราะเขาไม่ชอบอะไรที่ไม่เข้าชุด จากนั้นจึงหันกลับไปใส่ใจกับงานของตัวเองเหมือนเดิม



ลานไพลินนอนไม่หลับ เธอรู้สึกแปลกๆที่มาทำงานวันแรกแต่ก็ต้องมานอนต่อหน้าเจ้านายแบบนี้ แต่เพราะเขาไม่ยอมให้เธอลุกไปไหน ถ้าเทียบกับต้องนั่งมองเขาทำงาน แล้วให้เขาเปลี่ยนใจหันมาจ้องเธอกลับ เธอตัดสินใจหลับตาปิดกั้นการมองเห็นเองดีกว่า อย่างน้อยก็อาจช่วยให้ความกดดันน้อยลง สุดท้ายอาจเพราะเบาะที่นุ่มสบายหรือเพราะแอร์ในห้องเย็นกำลังพอดี ไม่นานลานไพลินจึงผลอยหลับไป





หญิงสาวลืมตาตื่น เธอเห็นปราบกำลังก้มๆเงยๆกับผลงานการออกแบบของเธอ แฟ้มประวัติของเธอวางเรียงบนกองอย่างเรียบร้อย ท่าทางเขาดูพอใจไม่น้อย ลานไพลินเผลอมองผมสีดำเข้มดกหนาที่ปรกลงมาบนหน้าผากทำให้ใบหน้าคมเข้มของเขาดูอ่อนเยาว์ลง ริมฝีปากหยักลึกเรื่อแดง ลำคอยาวเรื่อยลงมาจนถึงบ่าแข็งแกร่งอย่างชายชาตรี ร่างหนาสูงกำยำเต็มไปด้วยความเป็นบุรุษเพศแล้วกลืนน้ำลายลงคอเฮือก ปราบเงยหน้าจากกองเอกสารเหมือนรู้ว่ากำลังถูกแอบมอง ทำให้ไพลินต้องรีบลุกขึ้นนั่งอย่างเก้อกระดาก



“คุณออกแบบได้ดีนะ ผมชอบ แสดงว่าคุณเข้าใจงานของเรา ตั้งแต่พรุ่งนี้ผมให้คุณมาทำงานเลขาส่วนตัวแทนคนที่ออกไป ถ้าทำได้ดีผมจะให้คุณทำงานที่นี่เลย”

“แต่หนู…”

"กฏข้อแรกของการเป็นเลขาคือต้องเป็นผู้ใหญ่และน่าเชื่อถือเพราะฉะนั้นเลิกเรียกตัวเองว่าหนู แต่ให้แทนตัวว่าดิชั้น หรือ ชั้น  เสื้อผ้าหน้าผม เอาไว้ตอนออกงานค่อยเปลี่ยนก็ได้ คุณแต่งชุดนักศึกษามาทำงานจนกว่าจะฝึกงานเสร็จละกัน ผมจะให้เงินพิเศษกับคุณ ซึ่งจะยังไม่ใช่เงินเดือน คุณเบิกค่าใช้จ่ายจำเป็นได้เลย ผมจะเซ็นให้ แต่การเป็นเลขาต้องดูดี เพราะงั้นคุณควรแต่งหน้ามาทำงาน ผมต้องเรียบร้อย ส่วนเรื่องงานคุณสามารถเรียนกับผมโดยตรง วันนี้ผมให้คุณออกไปศึกษางานกับพวกพี่ๆข้างนอกก่อน บ่ายสองผมจะออกไปข้างนอก คุณไม่ต้องไปแต่ต้องจัดการเรื่องพรมให้เรียบร้อยก่อนผมเข้างานพรุ่งนี้ 8 โมงเช้า” พูดจบปราบก็ก้มหน้าลงกับกองเอกสารอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนเห็นเขายิ้มมุมปาก นี่เธอคิดไปเองรึเปล่านะว่าวันแห่งหายนะของเธอได้เปิดฉากแล้ว





สำหรับเด็กที่พึ่งจบอย่างเธองานนี้ถือเป็นงานใหญ่ระดับชาติ แต่สำหรับลานไพลินแล้วไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง เธอเป็นเด็กกิจกรรมมาตลอด ขอแค่ได้อยู่ห่างๆจากเจ้านาย เรื่องอื่นเธอรับได้หมด เธอออกมาปรึกษากับแผนกจัดซื้อขอเบอร์โทรศัพท์ของบริษัทพรมที่เคยทำงานให้กับบริษัท ปรึกษาเรื่องรสนิยมเดิมของเจ้านายว่ามีประวัติเคยเลือกสีพรมยังไง แล้วนัดช่างให้มาจัดการ แต่ปัญหาเกิดเมื่อช่างไม่ยอมมาตามนัด สามโมงแล้ว ทางร้านบอกว่าช่างกลับไปหมดแล้ว จะรีบมาเปลี่ยนให้ตอนเช้าหลังเก้าโมง ลานไพลินสงสัยว่าเธออาจโดนเล่นตลก เพราะพวกเขารู้ว่าเธอทำงานวันแรกในฐานะเด็กฝึกงาน และไม่ให้ความเชื่อถือ



หญิงสาวโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เป็นครั้งแรกที่เธอโดนดูถูก เธอขอให้พี่พนักงานพิมพ์นามบัตรแล้วใส่ตำแหน่งเลขาให้เธอจำนวนหนึ่งแล้ว แวะห้างสรรพสินค้าใกล้สำนักงานเปลี่ยนชุดทำงานแบบมืออาชีพแล้วนั่งรถหรูของบริษัทที่เตรียมไว้สำหรับบริการลูกค้าวีไอพีไปที่ร้านให้ทันก่อนห้าโมงเย็น เมื่อเธอไปถึง ร้านเกือบจะปิดแล้ว แต่เธอยังคงก้าวลงจากรถเหมือนนางพญา แล้วเดินอย่างใจเย็นเข้าไปในร้าน เชิดหน้าน้อยๆ เรียกหาเจ้าของร้าน



พนักงานต้อนรับเธออย่างสุภาพ พาเธอไปยังห้องรับแขก เธอนั่งอยู่สักพักจึงเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของชายวัยกลางคนเดินออกมาต้อนรับ



“ไม่ทราบมีอะไรให้รับใช้ครับคุณผู้หญิง”



ลานไพลินยื่นนามบัตรให้ แล้วเห็นสีหน้าของเจ้าของร้านถอดสี เธอยื่นคำขาดให้เขาจัดการเรื่องพรมให้เสร็จภายในวันนี้หรือให้เธอรายงานเจ้านายว่าให้เลิกใช้บริการของที่นี่อย่างเด็ดขาด



ตำแหน่งเลขาบนนามบัตรทำให้เจ้าของร้านลังเล เขามองการแต่งตัวของผู้มาเยือนที่เนี๊ยบกริบตั้งแต่หัวจรดเท้า มองการแต่งหน้าแบบมืออาชีพ ที่สำคัญคางมนที่เชิดอย่างถือดีทำให้เจ้าของร้านไม่กล้าเสี่ยง เขารู้ว่าหากเขาไม่ได้ทำงานกับที่นี่และชื่อเสียงเรื่องการบริการไม่มีคุณภาพแพร่ออกไปเขาอาจต้องเดือดร้อน เลขาคนเก่าดูไม่ร้ายขนาดนี้ เสนอเงินให้นิดหน่อยก็แลกกับความสะดวกหลายอย่าง แต่กับเธอคนนี้เขาเดาไม่ออก



ลานไพลินไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายคิดนาน เธอจัดการกดเบอร์โทรศัพท์บอกแผนกการเงินแจ้งการเปลี่ยนร้านในทันที แฟกซ์เอกสารการแคนเซิลงานไหลออกจากเครื่องส่งเอกสารอย่างรวดเร็วเหมือนถูกเตรียมการไว้ เจ้าของร้านหน้าซีด ละล่ำละลักขอโอกาสอีกครั้ง โดยคราวนี้เขาจะยอมลดราคาลง20 เปอร์เซนต์ และยอมให้เครดิต 7 วัน แบบร้อยเปอร์เซนต์รวมถึงจะระดมช่างทั้งหมดให้บริการภายในวันนี้ให้เรียบร้อยทันที



เย็นวันนั้นลานไพลินอยู่คุมการเปลี่ยนพื้นพรมด้วยตัวเองจนมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อย เธอเบิกงบพิเศษหนึ่งก้อนเลี้ยงอาหารคนงานและพนักงานที่อยู่ช่วยงานจนดึก และแน่นอนค่าเสื้อผ้าชุดใหม่เธอเบิกกันแผนกการเงินอย่างครบถ้วนไม่ขาดแม้แต่บาทเดียว

              

ปราบเดินทางถึงสำนักงานตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า และพบเลขาใหม่ป้ายแดงประจำที่อยู่บนโต๊ะเลขา สีหน้าของเธอเยือกเย็น ผิดกับเด็กน้อยขี้กลัวเมื่อวาน เขาขมวดคิ้วเข้ม แล้วเดินเข้าห้อง นึกพอใจกับงานชิ้นแรกของเด็กฝึกงานไม่น้อย เธอเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มรายงานสรุปงบประมาณทั้งหมด ซึ่งปราบไม่ได้ใส่ใจนัก เขายินดีจ่ายหากได้ในสิ่งที่ต้องการ และความต้องการถัดไปของเขาตกผลึกแล้ว

              



น้ำค้างใส
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 28 ส.ค. 2563, 00:39:32 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 28 ส.ค. 2563, 00:39:58 น.

จำนวนการเข้าชม : 26





เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account