หนามร้ายในใจรัก (Yuri)

Tags: นิยายยูริ, รัก, เพื่อนสนิท, แอบรัก

ตอน: มือถือเก่าทิ้งไม่ได้

"จะออกไปไหน" ลิลลี่หันไปมองเจ้าของห้องกำลังเตรียมตัวออกไปข้างนอก

"คือ...แตงจะเอาโทรศัพท์ไปซ่อมน่ะ" สกาวใจยิ้มและก้มหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะเข้ากระเป๋า

"อย่าบอกนะว่าจะซ่อมเครื่องนั้น ซื้อใหม่น่าจะดีกว่านะ" ลิลลี่บ่นเมื่อเห็นสภาพของโทรศัพท์ในมือ รอยแตกบนหน้าจอที่ดำมืดและขอบของเครื่องเยินเล็กน้อย ถ้าซ่อมคงหมดเงินไปจำนวนมาก

"แตงฝากห้องก่อนนะ ไปไม่นานหรอก" เธอไม่สนใจคำพูดของเพื่อนข้างห้อง แค่เอาไปให้ร้านดูและรอ อาจจะใช้เวลานานหน่อยเพราะสภาพเครื่องคงไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้

"ค่า จะดูแลห้องอย่างดีเลย" ลิลลี่รับคำ ไม่มีช่วงเวลาไหนจะสุขใจเท่ากับการมานอนเล่นในห้องเพื่อน 

"ยังไงก็เก็บถุงขนมบนพื้นด้วยนะ" เธอชี้ไปยังกองถุงขนมหลายชิ้นและมองมันฝรั่งในมือของคนช่างกิน ตัวก็ไม่ใหญ่แต่ทำไมถึงกินเก่ง 

"รู้แล้วค่า รีบไปเถอะ" ลิลลี่ฉีกยิ้มขานรับกลับไป ก่อนที่เจ้าของห้องจะไม่ยอมออกไปทำธุระเพราะขนมในมือของเธอ

สกาวใจปิดประตูและเดินไปยังร้านที่เธอนัดเอาไว้ ระยะทางอาจจะไกลหน่อย แต่ไม่มีร้านไหนรับนอกจากร้านนี้ 

"ที่นัดไว้ทางโทรศัพท์ค่ะ" หลังจากที่เธอเปิดประตูเข้ามา พนักงานทุกคนในร้านก็หันมามองเธอกันหมด อาจเป็นเพราะว่าเธอคือลูกค้าคนแรกของร้านในวันนี้ก็เป็นไปได้ 

"ครับ เชิญทางนี้เลยครับ" หนึ่งในพนักงานเดินออกมาต้อนรับ 

เธอตามเขาไปและนำโทรศัพท์มือถือออกมาให้ดู เขามองและนิ่งไปสักครู่ก่อนที่จะให้รอพร้อมกับทิ้งเบอร์โทรติดต่อเอาไว้เพราะหลายชั่วโมงกว่าจะเสร็จ

"ไปไหนดี" สกาวใจพูดกับตัวเองแล้วหันมองรอบๆ ตัว คงต้องเดินเล่นแถวนี้ก่อนที่จะไปรับโทรศัพท์ถึงยังไงกลับห้องไปก็ไม่มีอะไรทำ สู้เดินหาของกินน่าจะดีเสียกว่า

จังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเดินต่อ สายตาก็ไปเห็นคนบางคนที่เหมือนกับคนที่เธอรู้จักดี วินาทีนั้นหัวใจแทบหยุดเต้นถ้าเป็นจริงอย่างที่คิด จะต้องทำหน้ายังไง ทักทายยังไง หรือทำเป็นไม่เห็นดีเสียกว่า แต่เมื่อหันกลับไปดูอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ พบว่าคนคนนั้นหายตัวไปเสียแล้ว

"ไม่ใช่หรอก" เธอส่ายหน้าเบาๆ คนแบบนั้นจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เป็นไปไม่ได้

ทางด้านนัทนันท์ กำลังทำตัวให้เล็กเพื่อหลบสายตาของคนที่เธอแอบเดินตาม 

"หวังว่าจะไม่เห็นนะ" รู้ทั้งรู้ว่าคนตัวเล็กนั้น ความรู้สึกไวจนน่ากลัว ในหลายๆ ครั้งที่คิดจะทำอะไรลับหลังก็มักจะรู้ทันเสมอ 

เมื่อมั่นใจแล้วว่าจะไม่ถูกจับได้ จึงหันหลังเดินกลับไปที่ร้านรับซ่อมโทรศัพท์มือถือทันที นัทนันท์ขมวดคิ้วน้อยๆ กับสภาพของร้าน พอจะเข้าใจอยู่ว่าไม่ใช่ตัวเมือง การจะหาร้านที่ถูกใจคงไม่ใช่เรื่องง่าย 

"สวัสดีครับ" 

เมื่อเปิดประตูเข้ามาในร้าน ชายหนุ่มเจ้าของร้านเห็นลูกค้าเข้ามาใหม่ก็รีบทักทาย และต้องชะงักกับท่าทีของหญิงสาว

"นี่ ค่าโทรศัพท์ของผู้หญิงที่เพิ่งเดินออกจากร้านไปไม่นาน ราคาเท่าไหร่"

"มะ หมายความว่าอะไรครับ ผมไม่เข้าใจ"

"ก็หมายความว่าจะจ่ายให้เธอคนนั้นครึ่งนึง คนที่เป็นเจ้าของเครื่องนี้ไงล่ะ" นัทนันท์ชี้ไปยังมือถือในมือของพนักงานในร้านของเขาแล้วยิ้มเล็กน้อย แค่มองดูโทรศัพท์บนโต๊ะกำลังถูกซ่อมแซมก็จำได้ทันทีว่าเครื่องนี้เป็นของใคร จึงมั่นใจว่าไม่ผิดพลาดแน่นอน 

"คะ...ครับ" เขามองลููกค้าแล้วตอบตกลงแม้จะงงงวยกับสิ่งที่เธอคนนี้กำลังจะทำ แต่ก็ไม่อาจจะทนทานแรงกดดันทางสายตาของเธอผู้นี้ได้ 

"แล้วก็ห้ามบอกเจ้าของเครื่อง ว่าฉันเป็นคนจ่ายล่ะ เข้าใจไหม"

"คะ...ครับ" 

เมื่อยืนมองคนทำงานซ่อมแซมจนเสร็จพนักงานในนั้นได้โทรหาสกาวใจ เธอรีบจ่ายเงินตามที่ตกลงกันไว้และช่วงเวลานั้นก็รีบเดินออกจากร้านเพื่อจะได้ไม่เจอกับเจ้าของเครื่อง ในจังหวะนั้นเองสกาวใจได้เดินตรงมาที่ร้าน แม้จะไม่เจอกันแต่ก็เกือบจะโดนจับได้ 

"เกือบไปแล้วเรา" นัทนันท์ตบหน้าอกเบาๆ แล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงแม้การกระทำของเธอจะทำให้ใครหลายคนที่เห็นแปลกใจว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น แต่ใครจะรู้ว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะอยากทำเพื่อคนนี้เพียงคนเดียว ถึงจะโดนจับได้ภายหลังก็ไม่เสียใจ

หลังจากที่สกาวใจจ่ายค่าโทรศัพท์ไปแล้วนั้น เธอได้ตรงกลับห้องทันที ถึงจะดีใจที่ราคาซ่อมนั้นไม่มากอย่างที่คิดและออกมาดีจนใช้งานได้ปกติก็ตาม ถึงอย่างนั้นความรู้สึกเหมือนกับเคยเกิดเรื่องคล้ายๆ กัน 

"ทำไมเหมือนรู้สึกคุ้นๆ" ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ถูกเกินไป แถมสภาพออกมาดีจนไม่น่าจะราคาเพียงเท่านี้ 

จังหวะนั้นโทรศัพท์ที่ถูกซ่อมแซมเหมือนใหม่ก็ดังขึ้น และเบอร์โทรที่ปรากฏต้องทำให้สกาวใจยิ้ม 

"พี่จูน" รีบรับเพราะดีใจ เธอมัวแต่วุ่นวายกับตัวเองจนทำให้การติดต่อกับพี่ที่น่ารักได้ขาดหายไป 

"โห ถ้าไม่ตัดสินใจโทรหาอีกรอบ นี่เราสองคนคงไม่ได้คุยกันใช่ม่ะ" น้ำเสียงกึ่งน้อยใจ แต่ก็ยังสดใสเหมือนเดิม

"ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย น้องคนนี้จะลืมพี่ได้ยังไง"

"เอาเถอะ เรื่องนี้เอาไว้ก่อน นี่ มันน่าตีนัก มีแฟนทำไมไม่บอกกันก่อน"

"แฟนอะไร"

"ก็แฟนของแตงไง เขาบอกว่าเป็นแฟน แล้วก็เช่าห้องอยู่ตั้งสามเดือน ไม่ฟังอะไรสักอย่าง จู่ๆ ก็จะอยู่ แถมให้เงินมาล่วงหน้าด้วย ให้พี่โอนเข้าบัญชีเลยไหม จะได้โอนเงินไปให้หมดเลย"

"แฟนอย่างนั้นเหรอ"

"ใช่ เป็นผู้หญิงด้วย แหม...ไม่ยอมบอกกันเลยน้า"

"ผู้หญิง สวยๆ หุ่นดี ตัวสูงๆ หรือเปล่า"

"อืม ใช่ๆ ก็แฟนตัวเองไม่ใช่เหรอ"

"แตงไม่มีแฟน" สกาวใจตอบแล้วทำหน้านิ่งแม้คนปลายสายไม่เห็นแต่อาจรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่ขุ่นมัว

"ฮ๊ะ แล้วเป็นใครมาโมเมว่าเป็นล่ะ" ฟอจูนงุนงง ผู้หญิงคนนั้นที่เธอเห็นไม่น่าจะใช่พวกโรคจิต เพราะดูดีมากและกระเป๋าหนักใช่เล่น

"แตงรู้ว่าเป็นใคร" ทุกอย่างที่เธอรู้สึกตอนนี้เข้าใจแล้วว่าไม่ได้คิดไปเอง 

"ละ...แล้วให้พี่ทำไงกับเงิน อยากโอนไปให้หมดเลย พี่ขอเลขบัญชีหน่อย ไม่อยากเก็บไว้ เงินมันเยอะไป" ฟอจูนรีบพูดก่อนที่จะมีปัญหา

"พี่จูนเก็บไว้เลย แตงไม่อยากได้" ไม่อยากรู้สึกติดค้างแบบเดิมอีก และคนที่จะทำแบบนี้ได้ก็มีแต่นัทนันท์เท่านั้น

"ดะ...เดี๋ยว ไม่ดีมั้ง" 

"ดีแล้วค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ แล้วเราค่อยคุยกันใหม่อีกทีน้า บายค่ะ" สกาวใจรีบพูดตัดบทแล้วตัดสาย ก่อนที่ฟอจูนจะโวยวายกลับมา ในตอนนี้เธอขอเวลาตั้งหลักและคิดทบทวนอะไรหลายๆ อย่างเสียก่อน

"อ้าว มาตั้งแต่เมื่อไหร่" ลิลลี่ลุกขึ้นนั่งหาวเมื่อเห็นเจ้าของห้องกลับมา 

"เพิ่งมาน่ะ" สกาวใจยิ้มน้อยๆ และเก็บของเข้าที่ก่อนที่จะเตรียมตัวไปอาบน้ำ

"งั้นลี่กลับห้องก่อนนะ คืนนี้ขึ้นเวรเที่ยงคืน ขอไปนอนก่อน" เธองัวเงียพูดไปเดินหาวไปออกจากห้องของสกาวใจ จนเจ้าของห้องต้องหลุดยิ้ม ถ้าชีวิตเป็นแบบผู้หญิงคนนี้ก็คงจะดี วันๆ ไม่ต้องคิดอะไร นอกเสียจากงาน อาหารที่ชอบ ไอดอลในดวงใจและทำสิ่งที่อยากทำ 



HM06
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 12 ม.ค. 2566, 12:24:17 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 12 ม.ค. 2566, 12:24:17 น.

จำนวนการเข้าชม : 14





<< ปัจจุบันต้องแก้ไข   จะมาทำไม >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account