+ เล่ห์ลวงซาตาน +
แดน: ณเดชน์ ภูพรหมมินทร์
ฟ้าใส:ราชาวดี บริรักษ์เวชกุล
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: ตอนที่ 1: นางฟ้าของผม

ตอนที่ 1


“เฮ้ย! แน่จริงก็อย่าหนีสิวะไอ้ดิน”
เด็กชายตัวโตผู้มีใบหน้าหล่อเหลาวิ่งกระโจนเข้ามาตวัดกอดคอน้องชายของเขาเอาไว้อย่างหยอกล้อ เมื่อทั้งสองกำลังเล่นเกมกันอยู่และผู้เป็นน้องเล่นโกงพี่ชายซึ่งๆหน้าจนทำให้เด็กชา
ยอยากจะสั่งสอนน้องชายของเขาให้หลาบจำสักหน่อย
“ฮ่าๆๆ พี่แดนอย่าจั๊กจี้ผมบ้าจี้นะพี่”
เด็กชายผู้เป็นน้องพูดแล้วดิ้นสุดแรงเมื่อถูกพี่ชายลงโทษทำเอาเขาหัวเราะจนตัวโก่งงอ
เสียงเรียกของมารดาทำให้ทั้งสองคนหยุดต่อสู้กันทันที
“แดน ดิน ทานข้าวได้แล้วลูก”
นางอารยามารดาของเด็กชายทั้งสองคนตะโกนเรียกเด็กหนุ่มสองคนที่หน้าต่างของบ้าน
“ครับแม่”
สองเสียงตอบรับดังประสานกันอย่างพร้อมเพรียงก่อนจะแย่งกับวิ่งเข้าไปในบ้าน มารดาของพวกเขานั้นทำอาหารอร่อยที่สุด

ณเดชน์และณดล ภูพรหมมินทร์ ทั้งสองเป็นบุตรชายของนายเทียนชัยและนางอารยา ภูพรหมมินทร์ เจ้าของธุรกิจห้างสรรพสินค้าชื่อดังและมีสาขาอยู่ในแถบเอเชียมากกว่าถึงสิบสาขา การบริหารจัดการธุรกิจห้างสรรพสินค้านั้นประสบความสำเร็จด้วยความสามารถจนทำให้โด่งดังไปทั่วโลกเพียงระยะเวลาไม่กี่ปีโดยนายเทียนชัยผู้เป็นบิดาของพวกเขาขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารสูงสุดนั่นเอง ณเดชน์เป็นบุตรชายคนโตผู้มีหน้าตาที่หล่อร้ายกาจ ดวงตาของเขาคมกริบรับกับคิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสันได้รูปรับกับริมฝีปากหยักสีชมพู ผิวของเขาขาวสะอาดอย่างคนสุขภาพดีแม้ว่าเขากำลังโตเป็นหนุ่มแต่ก็มีเด็กสาวมาแอบหลงร
ักมากมาย ส่วนณดลเป็นบุตรชายคนที่สองที่มีอายุห่างกันห้าปี หน้าตาของเขาหล่อคมไม่แพ้พี่ชายหากแต่นิสัยของทั้งสองคนต่างกันนัก โดยที่ผู้พี่จะมีบุคลิกที่นิ่งกว่าซึ่งณดลผู้น้องจะซุกซนมีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าพี่ชา
ย ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ณเดชน์ผู้เป็นพี่ก็จะเตรียมตัวเดินทางไปศึกษาต่อยังสหรั
ฐอเมริกาและวางแผนจะเรียนต่อระดับปริญญาในด้านบริหารธุรกิจต่อเลยทันทีตามที่บิดาของ
เขาวางแผนอนาคตเอาไว้ให้กับลูกชาย
“แดน ลูกโตแล้วนะยังเล่นเป็นเด็กไปได้”
นางอารยามารดาของเขาตำหนิด้วยความเอ็นดูลูกชาย ครอบครัวภูพรหมมินทร์เป็นครอบครัวที่อบอุ่นและรักกันมาก เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบในแวดวงสังคมมหาเศรษฐี ลูกๆของเธอเป็นเด็กพูดง่ายและไม่เคยทำให้เธอต้องผิดหวังสักคนเดียว
“เดี๋ยวพี่แดนก็ไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วนะครับแม่ แล้วต่อไปนี้ผมจะเล่นกับใครล่ะครับ” ณดลพูดและทำหน้าเศร้าลงทันที
“แล้วค่อยตามพี่ไปเรียนต่อไง”
ณเดชน์พูดกับน้องชายระหว่างที่กำลังนั่งรับประทานอาหารพร้อมกันบนโต๊ะ นางอารยามองบุตรชายทั้งสองด้วยความรัก เธอโชคดีที่มีสามีที่ดีรักครอบครัวและมีลูกชายที่น่ารักเชื่อฟังเธอทั้งสองคน ตอนนี้เธอมีความสุขอย่างที่สุดแล้วที่มีครอบครัวที่พร้อมสมบูรณ์แบบและเฝ้าแต่รอให้ล
ูกๆนั้นเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งเพื่อดำเนินธุรกิจช่วยสามีของเธอได้ต่อไปในอนาคตข
้างหน้า

เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี....ณเดชน์ในวัยสามสิบปี ชายหนุ่มเรียนจบปริญญาเอกและกลับมายังเมืองไทยเพื่อเรียนรู้งานที่บริษัท นายเทียนชัยบิดาของเขาแทบจะไม่ต้องสอนอะไรเขามากเมื่อณเดชน์สามารถทำงานได้เก่งสมกับ
ที่เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกทางด้านการบริหารธุรกิจ ทำให้บิดามารดาภาคภูมิใจในตัวของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก ร่างสูงสวมสูทดูดีมีระดับเดินลงมาจากรถยุโรปสีดำคันหรูของเขาที่จอดอยู่บริเวณหน้าตึ
กของบริษัทโดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยเปิดประตูรถให้ พนักงานในบริษัททุกคนทำความเคารพบุตรชายของผู้บริหาร พนักงานสาวๆต่างกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่เมื่อชายหนุ่มที่หล่อราวกับเทพบุตรมาจุติและยิ่งเว
ลาเขาอยู่ในชุดสูทภูมิฐานนั้นมันยิ่งทำให้เขาดูดีอย่างเหลือร้ายจนเป็นที่หมายปองของ
สาวๆ และต่างพากันฝันละเมอว่า....หากใครได้เป็นคนรักของชายหนุ่มคงจะโชคดีไม่น้อย รอยยิ้มของเขาที่มองตอบเวลาพวกเธอเคารพไหว้ทำให้สาวๆใจละลายไปกับสายตาคม สาวๆเหลียวมองตามชายหนุ่มที่เดินเข้าไปในลิฟท์ส่วนตัวของผู้บริหารจนกระทั่งประตูลิฟ
ท์นั้นปิดลง

ณเดชน์เข้ามาในห้องทำงานใหญ่ส่วนตัวของเขาแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ใหญ่ก่อนจะหลับตาลงเพ
ื่อพักสายตา เมื่อคืนเขานอนดึกเพราะเอางานกลับไปทำด้วยที่บ้านและได้นอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั
้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นมาชายหนุ่มจึงกดรับสายเมื่อเห็นว่าใครติดต่อเข้ามา

“ว่ายังไงไอ้ดิน มีอะไรถึงติดต่อมาหาฉัน”
ชายหนุ่มพูดทักทายน้องชายออกไปทางโทรศัพท์ ณดลผู้เป็นน้องกำลังศึกษาระดับปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกาและกำลังจะสำเร็จการศึกษาในไม
่ช้านี้แล้ว
“เดือนหน้าผมจะกลับเมืองไทยนะครับพี่แดน”
ณดลบอกกับพี่ชายเมื่อเขาไม่ได้กลับมาเมืองไทยนานหลายปี
“ผมคิดถึงพ่อแม่มาก แล้วก็อยากทานอาหารฝีมือของแม่มากเลยครับพี่” ณดลบอกตามความคิดของตนเอง บางครั้งการที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศก็ทำให้เขาเหงาบ้างเหมือนกัน
“ได้ แล้วงั้นพี่จะไปรับนายเองแล้วกัน”
“ครับพี่แดน” ชายหนุ่มพูด
“เอ่อ พี่แดนครับ...ถ้าผมกลับไปแล้วผมอยากจะแนะนำใครคนหนึ่งให้พ่อกับแม่และพี่ได้รู้จักด้วยครับ”
“ใคร...อย่าบอกนะว่านายแอบไปมีเมียฝรั่ง” ชายหนุ่มแกล้งพูดล้อน้องชาย
“เฮ้ย...เปล่าครับพี่ เดี๋ยวพี่ก็รู้เองครับ ไว้ค่อยเจอกันนะครับ” ณดลพูดก่อนจะวางสายไป
เมื่อณเดชน์วางสายจากน้องชายไปแล้วเลขาของเขาจึงติดต่อเข้ามา
“คุณณเดชน์คะ มีสายเข้าจากโรงพยาบาลค่ะ” เลขาสาวหน้าห้องโอนสายเข้ามา เขาจึงรับสายก่อนที่ชายหนุ่มจะนั่งนิ่งไปอยู่ครู่ใหญ่เมื่อปลายสายบอกข่าวร้ายที่สุด
ในชีวิตของเขา
“ว่าอะไรนะ!....พ่อแม่...”
ณเดชน์รีบลุกพรวดออกไปจากห้องทันทีแล้วกดลงจากลิฟท์ลงไปยังชั้นล่างอย่างเร่งรีบเพื่
อขับรถไปยังโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลได้ติดต่อมาหาเขาว่าเครื่องบินที่เดินทางมาจากประเทศแคนนาดากำลังจะร่อน
ลงยังสนามบินสุวรรณภูมิเกิดความขัดข้องของเครื่องยนต์ทำให้เครื่องบินตกจึงทำให้มีผู
้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหลายร้อยรายและหนึ่งในนั้นก็คือนายเทียนชัยบิดาของเขานางอ
ารยาที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสกำลังอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆรีบวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลทันทีด้วยใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“แม่ผมเป็นยังไงบ้างครับ นางอารยา ภูพรหมมินทร์น่ะครับ”
ณเดชน์รีบเข้าไปติดต่อกับพยาบาลและได้พาตัวเขาเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ชายหนุ่มแทบขาทรุดเมื่อเห็นสภาพมารดาอันเป็นที่รักอยู่ในสภาพเลือดเปรอะเปื้อนเสื้อผ
้า นางมีสายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจระโยงเต็มร่างกายไปหมด
“แม่ครับ” ชายหนุ่มเข้าไปนั่งข้างๆมารดาแล้วจับมือของเธอเอาไว้
“สภาพร่างกายของเธอบอบช้ำมากครับ ผมคิดว่าเธอคงไม่ไหว...” แพทย์ผู้ทำการรักษาพูดกับชายหนุ่มที่บีบกุมมือนางเอาไว้
นางอารยาค่อยๆลืมตามองลูกชายที่เธอรักแล้วน้ำตาไหลลงมา เธอไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะพูดออกมาแต่ได้ขยับเพียงริมฝีปากเล็กน้อยเท่านั้น ชายหนุ่มจึงยื่นใบหูไปใกล้ๆปากของนางเพื่อฟังคำกล่าวลาเป็นครั้งสุดท้าย นางอารยาได้สั่งเสียลูกชายเอาไว้ว่าให้ดูแลธุรกิจให้ดี รวมถึงเรื่องความเป็นห่วงใยณดลลูกชายคนเล็กของเธอ
“แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลธุรกิจของเราให้ดีที่สุด....ผมจะดูแลน้องให้ดี แม่ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรแล้วนะครับ” ณเดชน์พูดกับมารดาทั้งน้ำตา
หญิงสูงวัยยิ้มแล้วเอามือขึ้นมาวางทาบไว้บนใบหน้าของลูกชาย ณเดชน์จูบมือมารดาและจับเอาไว้ น้ำตาของลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้นเอาไว้เมื่อกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการสูญเ
สียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา ก่อนที่มือของมารดาจะร่วงลงไปพร้อมกับเครื่องตรวจจับชีพจรร้องดัง
“แม่ครับ!....แม่!”
ชายหนุ่มตะโกนสุดเสียงเมื่อมารดาของเขาได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ......

หลังจากที่นายเทียนชัยและนางอารยาได้จากไปแล้ว ณดลจึงได้เดินทางกลับมาเมืองไทยก่อนกำหนดเพื่อมาร่วมงานศพของบิดามารดา ณเดชน์บีบไหล่น้องชายเอาไว้แน่นเมื่อพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาเพราะไม่ต้องการ
ให้บิดามารดาของพวกเขาต้องมีห่วงอีก ต่อไปนี้เขาจะเป็นหลักของครอบครัวแทนบิดา ระหว่างที่ณเดชน์ขับรถออกไปจากวัดและสวนทางกับรถของณดลที่ไปรับใครคนหนึ่งมาไหว้ศพบิ
ดามารดาของตนเอง
“ดินคะ....ดาวเสียใจด้วยจริงๆนะคะ” หญิงสาวพูดแล้วจับมือของณดลเอาไว้
ดาวหรือดารณีแฟนสาวของเขาที่เพิ่งจะคบหาดูใจกันมาได้สามเดือนเมื่อตอนที่อยู่เมืองนอ
ก เมื่อชายหนุ่มเดินทางมาก่อนและเธอเดินทางตามเขามาในวันนี้ ชายหนุ่มจับมือเธอแล้วยิ้ม
“ขอบคุณครับดาว....”
ชายหนุ่มลงจากรถมาเปิดประตูให้หญิงสาวแล้วพากันเดินเข้าไปภายในศาลาเพื่อไหว้ศพทั้งส
องท่าน

ณ บ้านบริรักษ์เวชกุล.....
ดารณีก้าวเข้ามาในบ้านแล้วไหว้นายอาทิตย์และนางสุกัญญา บริรักษ์เวชกุล บิดามารดาของเธอเอง
“ดาวกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ลูก” นางสุกัญญาเข้ามากอดลูกสาวเอาไว้เมื่อตกใจที่เห็นลูกสาวกลับมาจากต่างประเทศโดยไม่ได
้บอกกล่าวไว้ก่อนล่วงหน้า
“ดาวมาทำธุระค่ะแม่ ไม่กี่วันก็กลับไปแล้ว” เธอยื่นกระเป๋าให้สาวใช้เอาไปเก็บ
“ดาวขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ ไปงานศพมาอยากรีบอาบน้ำ” หญิงสาวพูดแล้วทำท่าทางครั่นเนื้อครั่นตัวเพราะไม่ชอบไปงานไม่เป็นมงคลแบบนี้เท่าไรน
ัก นางสุกัญญาจึงยอมปล่อยให้ลูกสาวไปทำธุระส่วนตัวก่อน
“เสร็จแล้วรีบลงมาทานข้าวกันนะลูก เดี๋ยวสักพักฟ้าใสก็คงกลับมาถึง” นางบอกลูกสาวแต่ดารณีไม่ได้ตอบอะไรเธอก็เข้าไปในห้องนอนของตนเอง

ร่างบางลงจากรถมินิคูเปอร์สีแดงคันเล็กแล้วย่องเบาๆเข้ามากอดนางสุกัญญาเอาไว้พร้อมก
ับหอมแก้มหญิงสูงวัยขณะกำลังง่วนอยู่ในห้องครัวเพื่อเตรียมทำอาหาร
“ทำอะไรแม่ตกใจหมดเลยลูก”
“ขอโทษค่ะแม่ วันนี้ทำอะไรให้ฟ้าใสทานคะ หอมเชียว” ร่างบางที่ชื่อเล่นว่าฟ้าใสหรือราชาวดี บริรักษ์เวชกุล ลูกสาวคนเล็กของครอบครัวพูดกับมารดา
“แกงส้มชะอมไข่กับผัดผักรวมมิตร แล้วก็ทอดมันกุ้ง แต่แม่ว่าฟ้าไปอาบน้ำก่อนเร็วลูก รู้ไหมว่าพี่ดาวกลับมานะ” นางสุกัญญาบอกบุตรสาว
“จริงเหรอคะ พี่ดาวกลับมาแล้วเหรอคะแม่” ราชาวดีถามอย่างตื่นเต้น
“ใช่จ้ะ แต่เห็นพี่เค้าบอกว่าอยู่ไม่กี่วันนะ แม่เองก็แปลกใจเหมือนกันมาก็ไม่บอกกันก่อน”
“งั้นฟ้าใสขึ้นไปหาพี่ดาวก่อนนะคะแม่”
“จ้ะลูก”
หญิงสาวจึงรีบไปหาพี่สาวด้วยความคิดถึง นางสุกัญญามองตามร่างเล็กไป ราชาวดีเป็นหญิงสาวสวย ใบหน้าของเธอเรียวเล็กมีดวงตากลมโตรับกับจมูกเล็กๆน่ารักพร้อมกับริมฝีปากบางอมชมพู เธอสวยราวกับเทพธิดาในนวนิยายก็ว่าได้

ราชาวดีเคาะประตูห้องนอนของดารณีแล้วยิ้มให้พี่สาวก่อนจะโผเข้าไปกอดแน่น
“พี่ดาวทำไมไม่บอกกันบ้างว่าจะกลับมา ฟ้าใสคิดถึงพี่นะคะ” ร่างบางพูดดารณีแกะแขนบางที่โอบกอดเธอออก
“ยัยฟ้าอย่ากอดพี่แบบนี้พี่จั๊กจี้นะ” ดารณีพูดแล้วทำคิ้วจรดกัน เธอมักจะอารมณ์แปรปรวนอยู่เสมอและมีนิสัยเอาแต่ใจซึ่งจุดนี้ต่างจากน้องสาวนัก
“ฟ้าใสขอโทษค่ะ ฟ้าใสแค่ลืมตัวไป” ร่างบางพูดแล้วหน้าซึมเศร้าลงเมื่อเห็นว่าพี่สาวอารมณ์ไม่ดีนัก ดารณีมองแล้วถอนหายใจ
“พี่เดินทางเหนื่อยง่วงแล้ว พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ” เธอพูดตัดบท
“ไม่ลงไปทานข้าวเหรอคะ วันนี้แม่ทำอาหารหลายอย่างเลยนะคะพี่ดาว”
“ไม่...ฉันไม่อยากกินหรอก ไม่หิว”
“แต่ว่าพวกเราไม่ได้ทานข้าวรวมกันเป็นครอบครัวมานานแล้วนะคะพี่ดาว” ราชาวดีพูด
“เอ๊ะ! พี่เหนื่อยนะยัยฟ้า พี่บอกแล้วว่าไม่หิวเธอจะบังคับให้พี่กินอีกเหรอ” ดารณีพูดก่อนจะปิดประตูห้องอย่างไม่ใส่ใจน้องสาวนัก ราชาวดีถอนใจแล้วส่ายศรีษะไปมา พี่สาวของเธอคงจะเหนื่อยจากการเดินทางหลายสิบชั่วโมงจริงๆซึ่งเธอยังไม่ควรไปยุ่งกับ
เธอตอนนี้

ดารณีหัวเสียอย่างรำคาญน้องสาว เธอไปคุยโทรศัพท์ต่อเมื่อโทมัสหนุ่มฝรั่งคนหนึ่งที่เธอเพิ่งจะรู้จักไม่กี่เดือนมานี
้ได้โทรมาหาเธอหลังจากที่เธอเจอกับโทมัสที่ผับแห่งหนึ่งในอเมริกาและพูดคุยกันถูกคอจ
นลงเอยบนเตียงอย่างเร่าร้อนดุเดือด ดารณียังรักสนุกที่จะคบกับชายหนุ่มทุกชาติที่เธอพึงพอใจ เมื่อเธอคิดว่าเธอสวยและเลือกได้และไม่จำเป็นต้องจมปลักอยู่ที่คนๆเดียว ณดลก็เป็นหนึ่งในพวกชายพวกนั้นที่เป็นตัวเลือกของเธอ เธอรู้แค่ว่าเขาเป็นลูกเศรษฐีของเมืองไทยที่คงจะร่ำรวยในระดับหนึ่งแต่เพราะเขาหน้าต
าดีและมีเงินทำให้ดารณียังไม่ปล่อยเขาให้หลุดมือไป ณดลเป็นผู้ชายสุภาพถึงจะดูสุภาพบุรุษเกินไปก็เถอะแต่เธอก็คบไว้ไม่เสียหลาย เมื่อรู้ข่าวจากชายหนุ่มว่าบิดามารดาของเขาเสียชีวิตเธอก็ต้องมางานเพื่อแสดงความจริ
งใจให้เขาตายใจเสียก่อน แต่เธอมีจุดประสงค์อื่นเมื่อได้แอบนัดกับหนุ่มเพลล์บอยคนไทยที่เธอเคยคบหาและเขาก็อย
ู่ในเมืองไทยขณะนี้ด้วย ดารณีจึงเดินทางมาครั้งนี้เพราะถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว

สนามบินสุวรรณภูมิเต็มไปด้วยผู้โดยสารจำนวนมากมายเดินสวนกันไปมา ในวันนี้เป็นวันที่ณดลจะต้องเดินทางกลับไปต่างประเทศ ณเดชน์จึงมาส่งน้องชายด้วยตัวเองก่อนจะเข้าไปในบริษัท
“ตั้งใจเรียนให้จบนะดิน แล้วถ้าว่างพี่จะไปหานาย” ชายหนุ่มกอดน้องชายเอาไว้แล้วตบหลังเบาๆ
“ครับพี่แดน” ณดลตบไหล่พี่ชายคืน
“แล้วใครที่นายบอกจะแนะนำให้พี่รู้จัก พี่ยังไม่เห็นเลยนะ”
“ไว้โอกาสหน้าครับพี่แดน เธอไม่ว่างครับวันนี้” ชายหนุ่มบอก
ดารณีบอกเขาว่าเธอติดธุระเมื่อต้องพาคุณแม่ไปทำบุญที่วัดและจะเดินทางตามไปต่างประเท
ศอีกสองวันข้างหน้าแต่เขาหารู้ไม่ว่าเธอโกหกเขาเพราะตอนนี้หญิงสาวกำลังสนุกสุดเหวี่
ยงอยู่กับหนุ่มเพลล์บอยตลอดทั้งคืนจนลุกจากเตียงไม่ขึ้น
“ไว้เจอกันไอ้น้องชาย” ณเดชน์จึงลาจากณดลแล้วกำลังจะเดินกลับไปยังที่จอดรถของตัวเองเพื่อกลับเข้าบริษัท
ร่างสูงเดินมาถึงที่จอดรถก่อนจะเหลือบไปเห็นร่างบางยืนง่วนกับรถของตัวเองที่กำลังเป
ิดกระโปรงหน้ารถเอาไว้
“เป็นอะไรไปลูก....ทำไมมาเสียเอาตอนนี้นะ” หญิงสาวพูดบ่นอยู่คนเดียว ณเดชน์เดินมาได้ยินเข้าเมื่อสันชาตญาณของความเป็นสุภาพบุรุษเริ่มฉายออกมาเขาจึงหยุด
ถามหญิงสาวก่อนอย่างอดใจไม่ได้
“รถเสียเหรอครับ” ณเดชน์ถามหญิงสาวนิรนามที่ยืนหันหลังให้เขา
ร่างบางค่อยๆหันหน้ามาตามเสียงพูด วินาทีนั้นที่เขาเห็นใบหน้าของเธอเข้าเป็นครั้งแรก ร่างบางตรงหน้าทำให้เขาหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะกับความงดงามของเธอ หญิงสาวดูอ่อนกว่าเขาหลายปีและใบหน้าที่น่ารักนั้นทำให้เขาหัวใจเต้นรัวเร็วอย่างที่
ไม่เคยเป็นมาก่อน หญิงสาวมองเขาตอบ
“ค่ะ ไม่รู้เป็นอะไรมันสต๊าทไม่ติดเลยค่ะ” ร่างบางพูด.....แม้แต่เสียงก็หวานหู ชายหนุ่มคิดในใจแล้วมองหน้าเธอจนตาค้าง
“คุณคะ” หญิงสาวเรียกเขาเมื่อชายหนุ่มมองหน้าเธอตาไม่กระพริบ เขาจึงได้สติแล้วมาดูรถให้กับเธอว่ามันมีปัญหาที่จุดใด ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานเท่านั้นแล้วจึงหันมามองหญิงสาว
“คุณลองไปสต๊าทรถดูอีกครั้งสิครับ” ชายหนุ่มพูด หญิงสาวจึงอ้อมไปสต๊าทเครื่องยนต์อีกครั้งจนเครื่องยนต์ติดก่อนจะเดินมาขอบคุณชายหนุ
่มที่ช่วยดูรถให้เธอ
“ขอบคุณมากเลยนะคะ” ร่างบางยกมือไหว้ณเดชน์
“ยินดีครับ” ชายหนุ่มพูด
ร่างบางขึ้นไปบนรถแล้วขับออกไปพร้อมกับยิ้มบางๆให้กับเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มนึกขึ้นมาได้เมื่อยังไม่รู้จักชื่อของเธอเลย
“เดี๋ยวก่อนครับคุณผู้หญิง” ณเดชน์ตะโกนเรียกแต่ไม่ทันเมื่อร่างบางขับรถออกไปไกลแล้ว ชายหนุ่มเข้ามานั่งในรถคิดไปไกลว่าเมื่อไหร่จะได้เจอเธอคนนั้นอีกครั้งนะ แม่สาวหน้าหวาน ณเดชน์คิดในใจ.....

สามปีผ่านไป....
ณเดชน์ ภูพรหมมินทร์ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดแทนบิดามาได้สามปีแล้ว ร่างสูงบริหารงานได้เป็นอย่างชาญฉลาดและเป็นเลิศด้านการเจรจาจนเป็นที่ขนานนามในแวดว
งสังคมธุรกิจให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกมากขึ้นและถูกยกย่องว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่ม
หล่อเลือดร้อนไฟแรงที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการธุรกิจที่สุดคนหนึ่งในวงการธ
ุรกิจหมื่นล้าน ชายหนุ่มเรียกลูกน้องของเขาให้เข้าพบและรายงานข่าวเมื่อเขาได้สั่งการให้ติดตามณดลน้
องชายของเขาที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเมื่อหลายเดือนก่อน ก่อนที่พฤติกรรมของน้องชายของเขาจะเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนหลังจากกลับมา สร้างความไม่สบายใจให้ผู้เป็นพี่ ณดลเที่ยวกลางคืนอย่างหนักมากขึ้นและไม่ยอมทำงานในบริษัทเอาแต่ดื่มเหล้าเมามายกลับม
าที่บ้านแทบจะทุกวัน เมื่อพี่ชายถามเขาแต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมบอกเหตุผลจนเขาต้องสั่งให้ลูกน้องให้แอบสะกดรอ
ยตามณดลไปในทุกๆที่
“คุณดินกำลังอกหักจากผู้หญิงคนหนึ่งครับ” ลูกน้องหนุ่มรายงานนายหนุ่ม
“เธอเป็นใคร” เสียงเรียบนิ่งถามขึ้น
“ได้ข่าวว่าคุณดินคบกับเธอมานานตั้งแต่อยู่ที่ต่างประเทศแล้วครับ แต่เธอบอกเลิกทำให้คุณดินเสียใจมาก” ลูกน้องรายงาน ชายหนุ่มนั่งนิ่งอย่างครุ่นคิด สีหน้าของเขาเคร่งเครียดเมื่อผู้หญิงคนนั้นเป็นสาเหตุทำให้น้องชายของเขาต้องเปลี่ยน
ไปขนาดนี้ ถึงแม้ณดลจะเป็นผู้ชายเฮฮาและดูเจ้าชู้ แต่ในทางตรงกันข้ามเขากลับเป็นผู้ชายที่มีรักมั่นคง ถ้าเขารักใครก็จะรักและซื่อสัตย์ต่อผู้หญิงคนนั้นเพียงคนเดียวซึ่งเรื่องนี้เขารู้จั
กนิสัยของน้องชายเป็นอย่างดี
“ไปสืบมาให้ได้ว่าเธอเป็นใครและให้คอยตามน้องชายของฉันต่อไป” ร่างสูงถามเสียงเรียบนิ่ง
“ครับนายท่าน” ลูกน้องทำความเคารพแล้วออกไปข้างนอกห้อง
รายละเอียดรวมถึงประวัติส่วนตัวของดารณี บริรักษ์เวชกุลอยู่ในมือของณเดชน์ในเวลาไม่นานนัก เธอเป็นลูกสาวคนโตของครอบครัวและได้ไปเรียนต่อเมืองนอกในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับน้อง
ชายของเขา ดารณีเป็นสาวเปรี้ยวที่มั่นใจในตัวเองและยังควงหนุ่มไม่ซ้ำหน้า อีกทั้งยังมีข่าวอื้อฉาวกับหนุ่มฝรั่งหลายคน
“นายดินรู้เรื่องพวกนี้ไหมว่าแฟนมันเป็นแบบนี้” ชายหนุ่มถามลูกน้อง
“คาดว่าคุณดินจะไม่ทราบเรื่องนะครับเพราะผู้หญิงคนนี้มักจะสร้างภาพของตัวเอง เวลาอยู่กับคุณดินว่าเป็นผู้หญิงที่ดีและเพียบพร้อม แต่พักหลังเธอเป็นอะไรไม่ทราบกลับบอกเลิกแต่คุณดินไม่ยอมครับ ตอนนี้เธอดูแลบริษัทออกแบบเสื้อผ้าส่งออกของครอบครัวอยู่ครับ” ลูกน้องรายงานชายหนุ่มที่ทำสีหน้าเรียบนิ่ง ณดลไม่สมควรที่จะมอบความรักให้กับผู้หญิงประเภทนี้ น้องชายของเขาดีเกินไป สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเขาจะหาวิธีทำอย่างไรให้ณดลตัดจากผู้หญิงร่านคนนี้ออกจา
กใจให้หมดอย่างเด็ดขาด......

ภายในรถสปอร์ตหรูสีดำสองร่างกำลังกอดจูบกันอยู่อย่างเร่าร้อนภายในรถ ฝ่ายหญิงรุกหนักขึ้นไปนั่งคร่อมอยู่บนตัวของชายหนุ่มหล่อที่กำลังระดมจูบดูดดื่มจากท
รวงอกอย่างหื่นกระหายก่อนจะดึงรั้งรูดชั้นในบางออกแล้วจัดการสอดแทรกความเป็นชายเข้า
หาร่างบางที่แอ่นรับอย่างเหมาะเจาะพอดี ดารณีกระแทกสะโพกขึ้นลงไปมาพร้อมกับร้องครางระงมอย่างสุขสม มือใหญ่จับไว้มั่นที่สะโพกเล็กของหญิงสาวแล้วขยับผลักดันเพื่อให้เธอกระทั้นลงมารุนแ
รงใส่ร่างของเขาสุดแรงจนรถสปอร์ตนั้นขยับไหวสะเทือนโยกไปทั้งคัน ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบจูบกันอย่างดูดดื่มแทบจะกลืนกินกันทั้งตัวอยู่แล้ว
“อ๊า....ดีค่ะพอล...อย่างนั้น”
เสียงครางกระเส่าของดารณีเร่งเร้าให้ชายหนุ่มส่งสะโพกสอบยกเข้าหาเธอจนเสียงเนื้อกระ
ทบกันดังในรถก่อนที่ร่างบางจะกระตุกเบาๆพร้อมๆกับชายหนุ่มในเวลาอันสั้น เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานกันก่อนที่ร่างบางจะค่อยๆลุกออกจากเขาไปยังที่นั่ง
ประจำที่ของตัวเอง
“สุดยอดเลยที่รักของผม” ชายหนุ่มเพลล์บอยจูบเธออีกครั้งเป็นรางวัลเมื่อหญิงสาวควบคุมเขาจนไปถึงสวรรค์ได้ถึง
ใจ
“แล้วพรุ่งนี้ผมจะมารับนะครับ” ชายหนุ่มกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า ดารณียิ้มแล้วจูบเบาๆที่ริมฝีปากหนา
“แล้วเจอกันนะคะ” ร่างบางลงจากรถแล้วโบกมือให้ก่อนที่รถสปอร์ตจะขับหายออกไป
“พี่ดาวมาดึกจังเลยนะคะ” ราชาวดีวิ่งมาเปิดประตูบ้านให้พี่สาว
“งานฉันเยอะก็ต้องหาความสุขบ้างสิ” ดารณีเดินผ่านน้องสาวอย่างไม่ใส่ใจ
“รถคันที่มาส่งพี่ฟ้าใสไม่เคยเห็นเลย ผู้ชายคนนั้นเป็นใครเหรอคะ”
“เอ๊ะ! ยัยฟ้า ทำไมต้องมาวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของพี่ด้วย เธอเป็นแม่ของฉันรึไงห๊า!” ดารณีแผดเสียงดังอย่างลืมตัวจนราชาวดีสะดุ้งตกใจ
“ฟ้าใสขอโทษค่ะ ฟ้าใสก็แค่เป็นห่วงพี่ดาวเท่านั้น”
“แกไม่ต้องทำมาเป็นห่วงฉันหรอก นี่มันชีวิตของฉันนะ ฉันไม่ใช่เด็กๆ” ดารณีพูดเสียงตะคอกดังจนมารดาเดินลงมา
“เกิดอะไรขึ้นลูก แล้วทำไมเสียงดังลั่นบ้านขนาดนี้” หญิงสูงวัยพูดทำให้ดารณีหยุดแล้วทำหน้าบึ้งตึงเดินขึ้นไปบนห้องอย่างหัวเสีย หญิงสูงวัยส่ายศรีษะอย่างเอือมระอาแล้วเข้าไปกอดราชาวดีที่ยืนน้ำตาคลออยู่
“แม่คะ....”
“พี่ดาวคงจะงานยุ่งจนเครียดน่ะจ้ะ”
“ค่ะ...ฟ้าใสเข้าใจพี่ดาวค่ะ” ร่างบางพูดเสียงแผ่วแล้วกอดมารดาเอาไว้
“ไปนอนเถอะลูก ดึกมากแล้วนะจ๊ะ ไหนพรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้าไปทำงานอีก ไป...” หญิงสูงวัยลูบศรีษะลูกสาวของเธอ ราชาวดีช่วยทำงานในบริษัทของดารณีในตำแหน่งฝ่ายการตลาดของเสื้อผ้าส่งออกต่างประเทศซ
ึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว หญิงสาวจึงขึ้นไปนอนตามที่มารดาบอกอย่างว่าง่าย
ดารณีเหวี่ยงโยนกระเป๋าลงไปบนเตียงเมื่ออารมณ์ขุ่นเคืองก่อตัวขึ้นมา เธอไม่ชอบให้ใครมาถามจู้จี้เรื่องส่วนตัวและยังเป็นราชาวดีที่เธอแอบริษยาอีกด้วย หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนหนานุ่มอย่างอ่อนเพลียก่อนที่ภาพอดีตในหัวจะผุดขึ้นมาอี
กครั้ง.....
สิบกว่าปีที่แล้วระหว่างที่ดารณีบังเอิญไปได้ยินการสนทนาของบิดามารดาของเธอเป็นครั้
งแรกถึงความลับทุกอย่างเกี่ยวข้องกับตัวของเธอ
“คุณคะ...ฉันเป็นห่วงลูกดาว เราพยายามสอนเธอแล้วแต่เธอก็ยังคงดื้อรั้นสอนยากเหลือเกิน หรือว่าเป็นเพราะฉันเลี้ยงลูกไม่ดีคะ” มารดาของเธอพูดกับสามีอย่างกังวลใจ
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะ”
“แต่ลูกฟ้าใสก็ยังเป็นเด็กน่ารักเลี้ยงง่าย หรือเพราะว่าเป็นคนละสายเลือดนิสัยถึงต่างกันขนาดนี้” มารดาพยายามหาเหตุผลทั้งที่เธอเลี้ยงลูกๆเป็นอย่างดีและเท่าเทียมกัน แต่ดารณีผู้พี่ก็ยังคงดื้อรั้นและไม่ยอมเชื่อฟังที่ผู้ใหญ่สอน คำว่าคนละสายเลือดนั้นทำให้เด็กสาวอึ้งไป.....มันหมายความว่ายังไง...
“ผมว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวนะ ในเมื่อเราเลี้ยงลูกๆอย่างเท่าเทียมแต่ว่านิสัยของแต่ละคนย่อมต่างกันอยู่แล้ว ลูกยังเด็กนะ ถ้าเขาโตกว่านี้เขาคงจะดีขึ้น” แต่บทสนทนาของทั้งสองต้องหยุดชะงักเมื่อมีแขกมาที่บ้านทำให้ดารณีค้างคาใจกับสิ่งที่
บิดามารดาพูด ดารณีเป็นเด็กสาวที่มีนิสัยเอาแต่ใจจนต้องเปลี่ยนพี่เลี้ยงอยู่บ่อยครั้งเพราะเธอรัง
แกพี่เลี้ยงอยู่เสมอ ซึ่งต่างจากราชาวดีที่ไม่เคยเปลี่ยนพี่เลี้ยงเลยสักคนเดียว อีกทั้งยังเป็นที่รักของคนในบ้านมาตั้งแต่เด็กๆ วันหนึ่งเมื่อพี่เลี้ยงของดารณีคนหนึ่งอดทนกับความก้าวร้าวของเธอต่อไปไม่ไหวจึงระเบ
ิดอารมณ์ที่เก็บกดออกมา
“โถ่โว้ย กูทนไม่ไหวแล้ว อีเด็กเวร” สาวใช้ชี้หน้าด่าดารณีเมื่อถูกเด็กสาวกลั่นแกล้งทำให้ถูกน้ำร้อนลวกจนแดงไปทั่วทั้งแ
ขน วีรกรรมของเธอมากมายนั้นถูกสะสมมาเรื่อยๆจนเธอไม่อยากดูแลเด็กคนนี้อีกต่อไปแล้วหลัง
จากที่ความอดทนหมดลง
“ถือว่าเป็นลูกคนรวยเหรอวะ นิสัยเลว...อีเด็กกำพร้าไม่มีพ่อมีแม่” สาวใช้พูดทำให้ดารณีอึ้ง
“แกหมายความว่ายังไง” ดารณีนิ่วหน้าอย่างงุนงง
“หึ ฉันจะบอกให้นะ...ว่าแกน่ะเป็นเด็กกำพร้าที่คุณท่านเอามาเลี้ยง แกไม่ใช่ลูกของคุณท่านทั้งสองรู้เอาไว้ซะด้วย”
“มะ....ไม่จริง แกพูดอะไรยัยคนใช้!” ดารณีตะโกนใส่หน้าสาวใช้
“ฮ่าๆ ฉันพูดจริงๆ คนที่เป็นลูกของคุณท่านจริงๆก็คือคุณหนูฟ้าใสต่างหาก แกมันเด็กหัวเน่าที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ต่อให้อบรมสั่งสอนแค่ไหนแต่สันดานกำพืดคนเรามันก็ไม่เปลี่ยนหรอก ไม่เหมือนคุณหนูฟ้าใส เธอทั้งน่ารักเรียบร้อยและยังสวยเหมือนคุณนายไม่ใช่หน้าปลวกอย่างแก”
สาวใช้พูดด่าเป็นชุดเมื่อเธอได้ยินเรื่องเล่าจากสาวใช้คนก่อนๆที่เคยเลี้ยงดารณีมาแล
ะทนพฤติกรรมของเด็กสาวไม่ไหวจนต้องลาออกไปว่าเธอไม่ใช่ลูกของคุณท่านทั้งสองแต่เพราะ
เธอถูกขอมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเลี้ยงดู เพราะพวกท่านไม่มีลูกจนกระทั่งคุณนายเกิดมีคุณหนูฟ้าใสขึ้นมาในภายหลัง ซึ่งสร้างความดีใจให้กับทั้งสองคนเป็นอย่างมากแต่ท่านทั้งสองก็เลี้ยงดารณีเป็นอย่าง
ดีเหมือนเดิมและให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับลูกๆเหมือนกันหมด แต่ถึงกระนั้นพฤติกรรมของทั้งสองคนก็ยังแตกต่างกันมากราวฟ้ากับดิน สาวใช้ก็ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันจนได้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริงนี้ หลังจากนั้นดารณีก็ยิ่งมีนิสัยที่ก้าวร้าวมากขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจและเธอก็ไม่
ได้บอกกับใครว่าตนรู้ความจริงในเรื่องนี้แล้ว เธอจึงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับมาตลอดจนเด็กสาวเริ่มโตเป็นสาว เธอยืนส่องกระจกดูตัวเองว่าหน้าตาของตนจืดชืดแต่น้องสาวกลับมีหน้าตาสะสวยเหมือนเทพธ
ิดาอีกทั้งละม้ายคล้ายมารดายิ่งทำให้เธอมั่นใจว่าเธอคงไม่ใช่ลูกจริงๆของพ่อแม่ ส่วนราชาวดีนั้นเรียนเก่ง กิริยามารยาทเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรีที่มีชาติตระกูลดีทำให้หลายคนชื่นชมแต่น้องสาวขอ
งเธอยิ่งทำให้เธอเริ่มอิจฉาริษยาราชาวดีเพิ่มขึ้นเป็นทวี เมื่ออยู่ในช่วงมัธยมปลายดารณีจึงขอบิดามารดาไปเรียนต่อต่างประเทศด้านการออกแบบเสื้
อผ้าและได้ไปศัลยกรรมใบหน้าให้สวยขึ้นเพื่อลบปมด้อยของตนเอง หญิงสาวลืมตาขึ้นมาในความมืด
“ฉันต้องได้ดีกว่าแก นังฟ้าใส....ฉันไม่มีทางแพ้แกเด็ดขาด” ดารณีพูดอย่างเจ็บแค้นลำพังในห้องนอน อย่างน้อยเธอต้องหาผู้ชายที่ดีพร้อมกว่าน้องสาวให้ได้

เมื่อณดลเดินเข้ามาในบ้านเวลาเกือบจะตีสามแล้ว ณเดชน์นั่งมองดูน้องชายที่มีผมเผ้ายุ่งเหยิง ขอบตาของเขาดำคล้ำราวกับคนที่อดหลับอดนอนและยังซูบผอมลงไปกว่าเดิมมาก สภาพของณดลในตอนนี้ดูไม่ได้เอาเสียเลยจนณเดชน์ถอนหายใจ
“นายเป็นอะไรทำไมถึงทำตัวแบบนี้” ชายหนุ่มพูดขึ้นทำให้ณดลหยุดกึก
“แค่ผู้หญิงคนๆเดียวทำไมนายต้องทำร้ายตัวเอง” ณเดชน์พูดต่อ
“นี่มันเรื่องส่วนตัวของผม ไม่เกี่ยวอะไรกับพี่” ชายหนุ่มพูดแล้วกำลังจะเดินขึ้นไปบนห้อง
“เดี๋ยวก่อน” ชายหนุ่มเรียกน้องชายเอาไว้ก่อนจะเอาซองสีน้ำตาลให้เขา
“นี่อะไร” ณดลถามเสียงห้วน
“เปิดดูก่อนสิ” ณเดชน์พูด ชายหนุ่มจึงเปิดซองเอกสารออกแล้วหยิบแผ่นรูปถ่ายของดารณีขึ้นมาหลายแผ่นแต่ละภาพหญิง
สาวจะอยู่กับชายหนุ่มหน้าตาดีหลายคนโดยไม่ซ้ำหน้า ภาพทั้งหมดถูกถ่ายขึ้นต่างสถานที่ไม่ว่าจะเป็นในผับหรือในสถานที่สาธารณะทั่วไปแต่ใน
ภาพแสดงถึงความสนิทสนมของหญิงสาวกับหนุ่มๆพวกนั้นได้เป็นอย่างดี
“นี่พี่ตามถ่ายรูปดาวทำไม พี่คิดจะทำอะไร” ณดลมองหน้าพี่ชาย
“ก็ฉันอยากให้นายรู้ ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่คู่ควรกับนายเลยสักนิด เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีหรอกนะดิน ตอนนี้พี่อยากให้นายตาสว่างแล้วทำตัวเป็นผู้เป็นคนเหมือนเดิมสักทีได้แล้ว ไม่ใช่เอาแต่กินเหล้าเมากลับมาบ้านทุกวันอยู่แบบนี้” ชายหนุ่มพูด
“พี่ไม่เข้าใจผมหรอก ผมรักดาว....ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไงผมก็รักเธอ”
“แต่เธอไม่สนใจนายเลยสักนิดนะไอ้ดิน”
“ผมไม่สนใจ! ในชีวิตนี้ผมรักเธอคนเดียว” ณดลพูดแล้วเดินหันกลับไปที่รถ
“แล้วนั่นนายจะไปไหนอีกไอ้ดิน” ผู้เป็นพี่ถามน้องชาย
“ผมจะไปหาดาว”
“นายเป็นบ้าไปแล้วหรือยังไง นี่มันก็ดึกมากแล้วนะ” ชายหนุ่มรีบไปดึงไหล่น้องชายเอาไว้
“ผมจะไป!” ณดลพูดแล้วดันทุรังที่จะขับรถออกไปอีกครั้งเพื่อไปหาหญิงสาว สองพี่น้องพยายามต่อสู้กันอยู่พักหนึ่งก่อนที่ณเดชน์จะชกหมัดใหญ่ไปที่ใบหน้าของน้อง
ชายอย่างแรงจนชายหนุ่มหมดสติบวกกับอาการเมาที่ค้างคาอยู่ด้วย ชายหนุ่มจึงตะโกนให้ลูกน้องมาช่วยกันพยุงร่างของน้องชายขึ้นไปบนห้องก่อนจะมานั่งที่
ห้องทำงานอย่างหนักใจที่น้องชายหลงผู้หญิงคนนี้อย่างหนักจนกู่ไม่กลับแล้ว

ในตอนกลางวันร่างบางนั่งทำงานภายในห้องส่วนตัวของเธอ
“ถึงเวลาทานข้าวแล้วนะครับน้องฟ้า” เสียงของชายหนุ่มพูดขึ้นทำให้ราชาวดีเงยหน้ามองก่อนจะยิ้มหวานๆให้ผู้มาเยือน
“พี่ภู...สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ชายหนุ่ม
ภูหรือภูภูมิ อินทร์อักษราวัฒน์ ชายหนุ่มหน้าตาดีเจ้าของธุรกิจโรงแรมดังในกรุงเทพมาหาหญิงสาวที่บริษัท เขาเป็นคู่หมั้นของราชาวดีเมื่อบิดามารดาของทั้งสองฝ่ายรู้จักกันมานานและได้พูดคุยก
ันถึงการเป็นครอบครัวเดียวกันเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ภูภูมิเป็นชายหนุ่มสุภาพและเรียนจบทางด้านการโรงแรมจากประเทศอังกฤษ ประวัติของชายหนุ่มดีไม่ด่างพร้อยทำให้สองสามีภรรยายินดีที่จะยกลูกสาวคนเล็กให้ภูภู
มิดูแลต่อไปในอนาคตข้างหน้า ภูภูมิเคยเจอกับราชาวดีมาก่อนแล้วตั้งแต่เด็ก ก่อนที่จะมาเจอเธออีกครั้งก็พบว่าราชาวดีโตเป็นสาวแล้ว
“พี่มารับน้องฟ้าไปทานข้าวกลางวัน” ภูภูมิพูดแล้วยิ้ม
“ค่ะ....”
ราชาวดียิ้มก่อนจะลุกขึ้นแล้วกำลังจะออกไปทานอาหารกับคู่หมั้นหนุ่มแต่บังเอิญไปเจอก
ับดารณีที่ออกมาจากห้องทำงานเข้าพอดี
“พี่ดาวจะไปทานข้าวด้วยกันไหมคะ” ราชาวดีถามพี่สาว
“ไม่หรอก เชิญพวกเธอตามสบาย...กลางวันนี้ฉันมีนัดแล้ว” ดารณีพูดก่อนจะเดินผ่านทั้งสองคนไป
“พี่สาวของน้องฟ้าไม่เหมือนกับน้องฟ้าเลยนะครับ” ภูภูมิพูดขึ้น เขาสงสัยมานานว่าทำไมสองพี่น้องคู่นี้ถึงดูเหมือนไม่รักกันเลย โดยเฉพาะผู้พี่ที่ทำตัวไม่เหมือนเป็นพี่สาวแท้ๆของราชาวดี ทั้งที่เป็นพี่น้องกันก็ควรจะสนิทสนมมากกว่านี้ เมื่อตอนที่เขาได้เจอเธอครั้งแรก ดารณีก็เหมือนกับจะใช้สายตายั่วยวนเชิญชวนเขาทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นคู่หมั้นของน้องสา
ว แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเธอเพราะเขาสนใจแต่ฟ้าใสเท่านั้นในฐานะคู่หมั้น แต่เรื่องนี้ชายหนุ่มก็ไม่ได้บอกใครเพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษพอ หรือเพราะเขาอาจจะคิดมากไปเองก็เป็นได้ว่าพี่สาวของคู่หมั้นกำลังให้ท่าเขาอยู่ตอนนั
้น
“พี่ดาวก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วค่ะ แต่เธอก็ไม่มีอะไรนะคะ”
“น้องฟ้าคงจะรักพี่สาวมากนะครับ” ภูภูมิพูด
“ใช่ค่ะ ฟ้ารักพี่ดาว....ก็เรามีกันอยู่แค่สองพี่น้องนี่คะ” ราชาวดีพูดแล้วยิ้มบางๆ
“เราไปกันเถอะค่ะพี่ภูมิ” หญิงสาวหันมายิ้มให้ชายหนุ่มแล้วพากันไปยังที่จอดรถเพื่อไปทานอาหารกลางวันกัน

รถยุโรปสีแดงสดจอดอยู่ด้านหลังเมื่อเห็นว่าราชาวดีได้ขึ้นรถไปพร้อมกับคู่หมั้นหนุ่ม
รอยยิ้มเหยียดด้วยความริษยาของดารณีกรีดยิ้มแสยะ
“เชอะ...จะมีผัวทั้งทีก็ต้องให้พ่อแม่หาให้ น่าสมเพศสิ้นดี” ดารณีพูดคนเดียวในรถ ตอนแรกที่เธอเจอภูภูมิตอนที่เขามาที่บ้าน เธอก็สนใจในตัวชายหนุ่มทันทีและหว่านเสน่ห์ให้ชายหนุ่มอยู่หลายครั้ง แต่แล้วอยู่ๆก็รู้ว่าพ่อแม่ของฝ่ายชายกลับมาพูดคุยเพื่อสู่ขอราชาวดีให้เป็นคู่หมั้น
กับลูกชายของตนทำให้ดารณียิ่งเจ็บแค้นเหมือนถูกหักหน้าทั้งที่เธอเป็นพี่สาวของราชาว
ดีแต่กลับไม่ได้รับโอกาสนี้
“คอยดูสิ ฉันจะหาผู้ชายที่ดีกว่าของแกให้ได้นังฟ้าใส” ดารณีพูดแล้วกัดฟันแน่นก่อนจะสวมแว่นกันแดดแล้วกระชากรถออกไปทันที

ภูภูมิพาราชาวดีมาทานอาหารที่ร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัท หญิงสาวเดินเข้ามาในร้านแล้วมองไปรอบๆก่อนจะมานั่งทานอาหารร่วมกับชายหนุ่ม หญิงสาวพูดคุยกับชายหนุ่มโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องเธออยู่ตลอดเว
ลาตั้งแต่เธอเดินเข้ามาในร้านแล้วสั่งอาหาร จนถึงเวลานั่งทานอาหารใกล้จะเสร็จ สายตาคมกริบนั้นมองร่างบางตลอดทุกอิริยาบถอย่างไม่วางตา
“ใช่....ต้องใช่เธอคนเดียวกันแน่ๆ” ร่างสูงพูดเสียงเบาทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากเธอแม้เสี้ยววินาที
ราชาวดีลุกขึ้นเพื่อเดินไปเข้าห้องน้ำชายหนุ่มได้จังหวะจึงลุกตามเธอไปไม่รีรอ เมื่อราชาวดีเดินออกมาชนเข้ากับร่างสูงจนเธอเกือบจะลื่นล้มแต่ถูกลำแขนโอบเอวบางเอาไ
ว้แล้วดึงร่างบางมาประชิดติดกับกำแพง สายตาของทั้งสองคนประสานมองกันนิ่งไปหลายนาที ราชาวดีหัวใจเต้นแรงเมื่อใบหน้าของชายหนุ่มแปลกหน้าอยู่ใกล้เธอไม่ถึงคืบจนสัมผัสได้
ถึงลมหายใจของเขา ริมฝีปากของทั้งสองคนใกล้จนจะแตะกันอยู่แล้ว ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาทำให้ราชาวดีลืมหายใจ....เขาหล่อ...หล่อมากเหลือเกิน.....หญิงสาวคิดในใจ ณเดชน์มองร่างบางในอ้อมแขนนิ่ง หญิงสาวที่เขาเคยเจอเมื่อหลายปีก่อนเขายังจะเธอได้ดี เธอสวยขึ้นมากจนเขาตกตะลึงในวินาทีแรกที่ได้เห็นเธอ แต่ดูจากสายตาของเธอเธอคงจำเขาไม่ได้
“เอ่อ...ขอโทษค่ะ” ร่างบางพูดแล้วผลักอกเขาออกเบาๆทำให้ณเดชน์รู้สึกตัวขึ้น
“ขอโทษครับ คุณเจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ” ชายหนุ่มถามแล้วมองสำรวจเธออย่างห่วงใย
“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ ขอโทษที่เดินชนคุณนะคะ ฉันซุ่มซ่ามเอง” ราชาวดีพูด ชายหนุ่มมองเธอนิ่งทำให้ราชาวดีทำตัวไม่ถูก....เธอเป็นอะไรไปก็แค่ชนกับผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น แต่สายตาของเขามันทำให้เธอลืมทุกสิ่งทุกอย่างจนทำอะไรไม่ถูก
“ฟ้าใส...เกิดอะไรขึ้นครับ” เสียงของภูภูมิเรียกทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง
“เปล่าค่ะพี่ภู....” ร่างบางก้มหน้าเล็กน้อยให้ชายหนุ่ม
“ขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวพูดก่อนจะเดินไปหาภูภูมิ ณเดชน์มองตามร่างบางที่เดินจากไป หญิงสาวหันมามองเขาอีกครั้งแล้วชายหนุ่มก็โค้งศรีษะให้เธอตามมารยาทแล้วเธอจึงออกไปจ
ากร้านอาหาร
“.......ฟ้าใส...”
ณเดชน์เรียกชื่อของหญิงสาวขึ้นมาลอยๆ ในที่สุดเขาก็ได้รู้จักชื่อของเธอจนได้ หญิงสาวคงไม่รู้ว่าเธอเข้าไปอยู่ในความฝันของชายหนุ่มมานานนับปีหลังจากที่เขาเจอเธอ
ครั้งนั้น แต่อยู่ๆชายหนุ่มก็เปลี่ยนสีหน้าเมื่อนึกถึงชายหนุ่มคนนั้นที่มาพร้อมกับหญิงสาว แม้ว่าชายคนนั้นจะดูสุภาพและให้เกียรติเธอก็ตาม แต่ทำไมในใจของเขากลับรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาที่เห็นเธอไปกับเขาซึ่งเขาไม่เคยรู้สึกแบบ
นี้มาก่อนกับผู้หญิงคนไหน.....นายเป็นอะไรไปณเดชน์

ดารณีขับรถมาจอดที่หน้าบ้านของเธอในเวลาดึก เธอเห็นณดลมาดักรอที่หน้าบ้านของเธอทำให้ดารณีตกใจรีบลงจากรถ
“คุณมาทำอะไรที่นี่คะดิน” ดารณีพูดแล้วทำสีหน้าไม่พอใจที่เห็นชายหนุ่มมาที่บ้านของเธอ
“ผมโทรไปหาทำไมคุณถึงไม่รับสาย เรามีเรื่องต้องคุยกันนะครับดาว” ณดลจับข้อมือของหญิงสาว ดารณีสะบัดออก
“ไม่ค่ะ ฉันไม่คุยอะไรทั้งนั้น....เราสองคนจบกันแล้วทำไมคุณถึงยังไม่เข้าใจอีกคะ” หญิงสาวพูดอย่างหัวเสีย เธอเกลียดคนที่มาตอแยเธอที่สุด
“แต่ผมรักคุณนะดาว...คุณเป็นอะไรไปทำไมต้องทำกับผมอย่างนี้” ณดลพูดอย่างตัดพ้อเสียใจที่เธอทำตัวเปลี่ยนไป
“คุณเมามากแล้วนะคะ กลับไปเถอะค่ะ...ดาวง่วงนอนมากอยากจะพักเสียที” เธอพูดอย่างหงุดหงิด
“ผมทำอะไรให้ดาวไม่พอใจ คุณบอกผมสิดาว” ณดลจับแขนของเธอไว้
“อยากรู้นักใช่ไหมคะ....” ดารณีพูดแล้วมองณดล
“คุณฟังฉันให้ดีนะคะดิน ฉันไม่เคยรักคุณเลย...ที่ผ่านมาเราก็แค่สนุกๆกันเท่านั้น”
“ทำไมล่ะดาว....ผมรักคุณนะ ผมยินดีที่จะรับผิดชอบคุณนะครับ”
“หึ รับผิดชอบ? โถ่ดินคะ....คุณน่ะยังอ่อนหัดนัก แค่เซ็กซ์ไม่กี่ครั้งของเราฉันไม่ใส่ใจเรื่องหยุมหยิมแบบนี้หรอกค่ะ” เธอพูดอย่างไม่ใส่ใจเรื่องบนเตียงระหว่างเขากับเธอ เขาคงไม่รู้ว่าที่ต้องการเลิกกับเขาก็เพราะเธอเบื่อที่เขาเป็นคนดีแสนดีเหลือเกิน ณดลเป็นสุภาพบุรุษมากจนไม่กล้าที่จะแตะเนื้อต้องตัวเธอทั้งที่เธอหลอกใช้มาหลายปีตั้
งแต่อยู่ต่างประเทศและยั่วยวนเขาบ่อยครั้ง แต่ทั้งสองคนก็เพิ่งจะมีอะไรกันไม่ถึงปีมานี้เอง พอเธอนอนกับเขาครั้งแรกทำให้รู้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่ตอบสนองความต้องการไม่ถึงใจเธอ เธอมีความต้องการเรื่องนี้สูงมากและรับไม่ได้กับความอ่อนโยนของเขา เธอไม่ต้องการเซ็กซ์ที่อ่อนโยนแบบนั้นเพราะมันไม่เร้าใจคนอย่างเธอ หลังจากนั้นมาในสายตาของเธอเขาคือผู้ชายที่น่าเบื่อที่สุด และที่สำคัญเธอเจอผู้ชายที่ดีพร้อมมากกว่า ณดลหลายเท่า เธอจึงไม่จำเป็นต้องสนใจเขาอีกต่อไปแล้ว
“ทำไมดาวพูดอย่างนั้นล่ะครับ ผมรักคุณมากนะรู้ไหม”
“แต่ฉันไม่ได้รักคุณ ฉันรำคาญคุณ แล้วก็สุดจนทนกับความซื่อบื้อของคุณ...ออกไปจากชีวิตของฉันเถอะนะดิน เรื่องของเราสองคนมันจบลงไปแล้ว...”
“แต่ผมไม่ยอมนะ...ดาว...ผมไม่สนใจว่าคุณจะมีใครอื่น ผมรับเรื่องนี้ได้ ผมยอมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคุณนะครับ” เขาจับมือเธอเอาไว้
“นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอคะ ฉันบอกแล้วไงว่าเราสองคนจบกัน...ปล่อยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะเรียกตำรวจมาจับตัวคุณ ไปสิ...” เธอสะบัดเขาอย่างแรงแล้วเปิดประตูเข้าไปในรถ ณดลลุกขึ้นมาทุบประตูรถ
“ดาว....เดี๋ยวก่อนสิครับดาว!” ชายหนุ่มตะโกนลั่นแต่ดารณีไม่สนใจกระชากรถเข้าไปในบ้านของเธอก่อนที่ประตูจะปิดแล้วม
ียามรักษาการณ์มาห้ามไม่ให้ชายหนุ่มเข้าไปด้านในบริเวณบ้าน ณดลนั่งลงบนพื้นถนนแล้วร้องไห้อย่างผิดหวัง
“ดาว...ผมรักคุณนะดาว....ทำไมคุณต้องทำกับผมอย่างนี้” ณดลพูดพร่ำเพ้อลำพังที่หน้าบ้านของดารณี
ร่างสูงเข้ามาภายในคฤหาสน์แล้วมีแม่บ้านวิ่งมาหาชายหนุ่มทันที
“คุณแดนคะ ตอนนี้คุณดินออกไปข้างนอกแล้วค่ะ” แม่บ้านรายงาน
“ปล่อยให้ออกไปได้ยังไง ฉันสั่งให้เฝ้านายดินเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือไง” ณเดชน์หัวเสีย
“ขอโทษครับ แต่คุณดินยืนยันที่จะออกไปครับ พวกผมพยายามห้ามแล้วครับนายท่าน”
“บ้าชะมัด” ณเดชน์กุมขมับเพราะเขาไม่ต้องการให้น้องชายออกไปข้างนอกเพื่อความปลอดภัยของเขาเอง เสียงโทรศัพท์ของณเดชน์ดังขึ้นเขาจึงกดรับสายก่อนที่สายตาของเขาจะค้างนิ่ง
“ไอ้ดิน!”
ร่างสูงพูดชื่อน้องชายก่อนจะรีบวิ่งไปที่รถแล้วกระชากออกอย่างแรง รถคันหรูขับด้วยความเร็วสูงเพื่อให้ไปถึงที่โรงพยาบาลเมื่อเขาได้ทราบข่าวว่าณดลได้ป
ระสบอุบัติเหตุรถชนจนเสียชีวิตและให้ญาติไปติดต่อโดยด่วน ณเดชน์ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อบุรุษพยาบาลเข็นร่างที่ไร้วิญญาณของน้องชายออกมา น้ำตาของลูกผู้ชายก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอีก
เป็นครั้งที่สอง จากกล้องวงจรปิดบนท้องถนนจะเห็นว่ารถยนต์ของณดลขับพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงและผ่าไฟ
แดงของสี่แยกใหญ่มา ทำให้ชนประสานงานกับรถบรรทุกสิบล้อ ณเดชน์ร้องไห้อย่างไม่อายเมื่อตอนนี้เขาไม่เหลือใครอีกแล้ว
“คุณเป็นญาติของคุณณดลใช่ไหมคะ นี่ค่ะ...”
พยาบาลสาวยื่นถุงสิ่งของที่ติดตัวของ ณดลให้กับเขา ชายหนุ่มจึงรับเอามา ณเดชน์หยิบเอาโทรศัพท์มือถือสีขาวของน้องชายขึ้นมา... มันยังคงมีคราบเลือดของน้องชายติดอยู่ก่อนที่เขาจะกดดูและเห็นเบอร์ที่ติดต่อออกไปล่
าสุดที่ถูกบันทึกเอาไว้ก็คือ “ดาว” ชายหนุ่มตัดสินใจกดออกไปไม่นานนักปลายสายก็กดรับ
“ดิน!....ดาวบอกคุณแล้วยังไงคะว่าเรื่องของเราสองคนมันจบกันแล้ว อย่ามายุ่งกับชีวิตของดาวอีก แล้วก็ไม่ต้องมาหาดาวที่บ้านอีกเข้าใจไหมคะ อย่าให้ดาวต้องพูดอะไรซ้ำซาก” ดารณีกดรับแล้วพูดรัวก่อนจะตัดสายไป ณเดชน์มือสั่นนิ่ง แสดงว่าก่อนที่น้องชายของเขาจะประสบอุบัติเหตุเขาต้องไปเจอหญิงสาวมาก่อนและคงได้รับ
ความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนักจากคำพูดและการกระทำของเธอ ชายหนุ่มกำโทรศัพท์มือถือในมือเอาไว้แน่นจนเส้นเลือดที่มือปูดนูนออกมาพร้อมกับกัดฟั
นกรอดด้วยความแค้น
“ฉันจะแก้แค้นให้นายเอง....ไอ้ดิน”
ในห้องนอนของราชาวดี ร่างบางนอนกระสับกระส่ายไปมาเมื่อเธอพยายามข่มตานอนแต่ก็นอนไม่หลับเสียที หญิงสาวลืมตาขึ้นมาในความมืดเมื่อภาพใบหน้าของผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคนนั้นที่เธอพบเจ
อที่ร้านอาหารยังคงฝังอยู่ในหัวของเธออยู่จนถึงตอนนี้ สายตาคมกริบที่จ้องมองเธออย่างจาบจ้วงร้อนแรงราวกับจะทะลุทะลวงไปถึงข้างในตัวเธอ เพียงแค่สายตาของเขามันกลับทำให้เธออ่อนระทวยจนยืนไม่อยู่ราวกับร่างกายจะหลอมละลายเ
สียเดี๋ยวนั้น กลิ่นกายที่หอมกรุ่นของเขายังติดอยู่ที่จมูกของหญิงสาวไม่จางหาย รวมถึงวงแขนอันแข็งแกร่งที่โอบกระชับรอบเอวบางเอาไว้ตอนที่เธอกำลังจะล้มแสดงให้เห็น
ถึงพละกำลังที่แข็งแรงของเขาได้เป็นอย่างดี ราชาวดีพยายามสลัดความคิดที่จะนึกถึงทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นให้ออกไป
“ราชาวดี....เธอเลิกคิดถึงผู้ชายคนนั้นได้แล้ว จะบ้าไปแล้วหรือไงนะเรา” ร่างบางก่นด่าตัวเองขึ้นมาลอยๆเมื่อพยายามหลับตานอนลงอีกครั้งให้ได้แม้ว่ามันจะยากเ
ย็นเหลือเกิน.......
ตอนในเช้าของวันหนึ่ง ราชาวดีกับมารดากำลังทำอาหารเช้าอยู่ในห้องครัว ร่างบางชอบที่จะเรียนรู้วิธีการทำอาหารร่วมกับมารดาอยู่เสมอและฝีมือการทำอาหารของเธ
อก็อร่อยมากด้วย ดารณีสวมชุดทำงานสีแดงสดปล่อยผมสยายเป็นลอนยาว เธอเดินลงมาจากห้องแล้วเหลียวมองไปยังสองแม่ลูกที่อยู่ในห้องครัวก่อนที่ราชาวดีจะหั
นมาเห็นพี่สาวเข้าพอดี
“พี่ดาวทานข้าวเช้าก่อนนะคะ วันนี้ฟ้าทำข้าวต้มกุ้งค่ะ” หญิงสาวพูด
“ไม่หรอก ฉันไม่กินข้าวเช้า...ไปก่อนนะคะแม่ ดาวมีงานค้างต้องรีบเข้าบริษัท” ดารณีไหว้มารดาเธอพูดโกหกเป็นประจำเพราะหญิงสาวมีนัดเมื่อต้องไปรับหนุ่มชาวเยอรมันท
ี่เดินทางมาประเทศไทยโดยที่กลุ่มเพื่อนของเธอได้แนะนำให้หญิงสาวได้รู้จัก
“งั้นฟ้าทานก่อนนะคะแม่ ฟ้าจะได้รีบไปทำงาน” หญิงสาวพูดจบก็ทานข้าวเช้าแล้วรีบไปทำงานทันที

รถสีดำติดฟิล์มมืดสนิทจอดอยู่ที่หน้าบริษัทออกแบบและผลิตเสื้อผ้าส่งออก ณเดชน์มองเข้าไปด้านในที่มีพนักงานเริ่มทยอยเข้ามาทำงานกันบ้างแล้วเมื่อเขาสืบทราบม
าว่าดารณีแฟนเก่าของณดลเป็นผู้บริหารดูแลบริษัทแห่งนี้ รถมินิคูเปอร์สีแดงขับเข้ามาจอดที่ลานจอดรถ ราชาวดีลงมาแล้วเดินเข้าไปภายในในจังหวะที่ชายหนุ่มหันมองไปด้านอื่นอย่างเฉียดฉิวก่
อนที่หญิงสาวจะเข้าไปในลิฟท์
“บริษัทนี้แน่เหรอ” เสียงทุ้มถามลูกน้องที่ขับรถให้เขาอยู่
“แน่ครับนายท่าน....” ชายหนุ่มกระตุกยิ้ม บริษัทเล็กๆแค่นี้คงมีเงินหมุนเวียนไม่กี่สิบล้าน เศรษฐกิจไม่แน่นอนแบบนี้ก็คงอยู่ยากเช่นกัน ชายหนุ่มนึกแผนการบางอย่างออกเพื่อที่จะเข้าไปข้องเกี่ยวกับบริษัทแห่งนี้ให้ได้
“แล้วผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มพูดขึ้นลูกน้องจึงทำการติดต่อไปยังพรรคพวกที่ติดตามเธออยู่ก่อนจะรายงานให้น
ายหนุ่มทราบความเคลื่อนไหว
“ตอนนี้เธอออกมาจากสนามบินสุวรรณภูมิแล้วครับ”
“เธอไปทำอะไรที่นั่น”
“เห็นว่าเธอไปรับชาวต่างชาติคนหนึ่งครับ ดูท่าทางสนิทสนมกันมากเห็นว่ากำลังพากันไปโรงแรมใกล้ๆครับ”
“หึ....สำส่อน!” ณเดชน์พูดพร้อมกับสบถออกมา ยิ่งได้ฟังเขายิ่งโมโหที่น้องชายไปหลงรักผู้หญิงประเภทนี้ได้อย่างไร
“ตามเธออย่าให้คลาดสายตา” ชายหนุ่มสั่งก่อนรถจะขับออกไปจากบริษัทเล็กๆแห่งนี้

ดารณีเดินเลือกซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าอย่างมีความสุข หญิงสาวเดินเข้าไปในร้านกระเป๋าแบรนด์เนมแล้วกำลังจะหยิบกระเป๋าสะพายใบสีขาวขึ้นมาจ
ังหวะเดียวกันกับที่มีมือใหญ่ใจตรงกันกับเธอ ดารณีเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็ตาค้างตะลึงเมื่อเห็นชายหนุ่มหล่อเหลาอย่างร้ายกาจมองสบตา
กับเธอเข้าพอดี
“ขอโทษนะครับ....เชิญครับ” ชายหนุ่มยื่นกระเป๋าให้หญิงสาว ดารณีไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนหล่อเท่าเขามาก่อน ถึงเขาจะเป็นชายไทยแท้แต่ก็มีใบหน้าที่หล่อมาก ยิ่งชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำมีระดับก็ยิ่งทำให้เขาดูดีมากเหลือเกิน
“ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวพูดแล้วส่งสายตาเย้ายวนให้เขาโดยอัตโนมัติ
“ผมกำลังดูของขวัญให้น้องสาว ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะช่วยผมเลือกได้ไหมครับ” ร่างสูงพูดกับดารณีที่ยืนค้างอยู่
“ดะ..ได้สิคะ ยินดีค่ะ” หญิงสาวทำท่าขวยเขินอย่างมีจริตก่อนจะเดินดูทั่วร้านแล้วไปหยิบกระเป๋าใบขนาดกลางแต่
สวยเรียบดูดีให้เขาเมื่อชายหนุ่มบอกว่าน้องสาวของเขากำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น
“ขอบคุณนะครับที่ช่วยเลือกให้”
“ค่ะ...ไม่เป็นไรค่ะ” ดารณีส่งสายตาหวานเยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนที่จะตกใจเมื่อมือใหญ่จับข้อมือบางขึ้นมาแล้ว
เอาถุงใบหนึ่งส่งให้เธอถึงมือ
“ถือเป็นค่าตอบแทนที่คุณช่วยเลือกของขวัญให้น้องสาวผมนะครับ” ชายหนุ่มพูดแล้วก้มลงไปใกล้ๆเธอ ใบหน้าของดารณีร้อนผ่าวเมื่อถูกหนุ่มหล่อมองหน้าก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากร้าน ดารณีเปิดถุงดูก็พบว่ามันคือกระเป๋าใบที่เธอจับครั้งแรกพร้อมกับเขาและราคามันก็สูงม
ากจนเธอแปลกใจว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงกล้าซื้อให้เธอก่อนที่ดารณีจะนึกขึ้นมาได้ว่าชา
ยหนุ่มไม่ได้จ่ายเงินค่ากระเป๋าเลยแต่กลับให้ลูกน้องถือถุงออกไปจากร้านได้ง่ายๆ
“....ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ฉันยังไม่เห็นเขารูดบัตรเครดิตเลย” ดารณีหันไปถามพนักงานขาย
“คุณณเดชน์เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่นี่ค่ะ”
“อะไรนะ!....เจ้าของห้าง”
“ใช่ค่ะ”
ดารณีหันควับไปมองชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อเธอเห็นเขาหันกลับมามองเธอแล้วยกมือขึ้นมาโบ
กเล็กน้อยแล้วเดินจากไป.....ทั้งหล่อ....ทั้งรวย....แถมยังเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าหรูชื่อดังระดับเอเชียอีกต่างหาก การแสดงออกของชายหนุ่มแสดงว่าเขากำลังสนใจเธออยู่ไม่น้อย ถ้าหากได้เขามาเป็นแฟนเธอละก็....เธอไม่มีทางที่จะปล่อยเขาให้หลุดมือไปแน่ และถ้าราชาวดีรู้ว่าเธอได้ผู้ชายที่เพอร์เฟ็กขนาดนี้ก็คงจะอิจฉาเธอ ที่สำคัญ....เธอก็จะเป็นผู้ชนะเพราะได้ผู้ชายที่ดีพร้อมกว่าราชาวดีหลายเท่านัก
“ขอโทษนะคะๆ” ดารณีรีบเข้าไปในลิฟท์ตัวที่ชายหนุ่มเข้าไปเมื่อเธอแอบสะกดรอยตามเขามา หญิงสาวทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเมื่ออยู่ในลิฟท์ร่วมกับเขา
“คุณ....” ชายหนุ่มพูดขึ้น
“อ้าว....คุณอีกแล้วเหรอคะ บังเอิญจังเลยนะคะ” หญิงสาวทำท่าทางแปลกใจ มีหรือที่ชายหนุ่มจะไม่รู้เท่าทันความคิดของเธอ
“ฉันอยากเจอคุณพอดีเลยค่ะ ฉันรับกระเป๋าใบนี้จากคุณไม่ได้....มันราคาสูงเกินไป” หญิงสาวพูดแล้วยื่นคืนให้เขา ร่างสูงยิ้มที่มุมปากก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ชิดกับเธอจนแผ่นหลังของดารณีชิดติดกับ
ผนังลิฟท์
“แต่ผมอยากมอบให้คุณจริงๆนะครับ” สายตาของชายหนุ่มมองดารณีไปทั่วทั้งหน้าจนเธอหน้าผ่าวแดงด้วยความอาย
“อะ...เอ่อ...อย่าค่ะ” ดารณีเบี่ยงหน้าหลบ เธอทำตัวราวกับอินโนเซนท์เหลือเกินจนชายหนุ่มยิ้มแสยะในใจ....มารยา
“ผมอยากจะเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อ จะสะดวกไหมครับ...คุณ...”
“ดาวค่ะ...”
“ครับคุณดาว....ผมแดนนะครับ” ชายหนุ่มแนะนำชื่อตัวเอง
“ได้ไหมครับ...” ชายหนุ่มถามเธออีกครั้ง มีหรือที่เธอจะปฎิเสธในเมื่อเขาเปิดโอกาสมาขนาดนี้
“ได้ค่ะ...”
ดารณีจึงยอมไปกับเขาอย่างง่ายดาย เมื่อเดินผ่านแผนกต่างๆโดยมีพนักงานขายทำความเคารพชายหนุ่มทำให้ดารณีเดินเชิดหน้าอย
่างพองตัวที่ตัวเองเดินมาพร้อมกับเจ้าของห้างดังทำให้หลายคนอิจฉาตาร้อน ทำให้เธอนึกไปว่าหากได้เป็นภรรยาของเขาจริงๆแล้วเป็นเจ้าของที่นี่ด้วยขึ้นมาคงจะดีม
าก...และชายหนุ่มคนนี้ก็เป็นคนที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่เธอเคยรู้จักมาด้วย
ชายหนุ่มพาเธอมานั่งทานอาหารที่ร้านหรูโดยได้ปิดโซนพิเศษเอาไว้สำหรับเพื่อเป็นการส่
วนตัวของเขาและเธอ หญิงสาวแปลกใจที่ชายหนุ่มสร้างความแปลกใจให้กับเธอโดยการมอบดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ที
่เธอชอบมอบให้เธอแม้จะแอบคิดว่าเขาได้ไปสั่งเอาไว้ตอนไหน แต่ดารณีก็คิดว่าในเมื่อเขารวยขนาดนี้ก็คงจะต้องสั่งได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ ผู้ชายคนนี้สร้างความประทับใจให้กับเธอตั้งแต่แรกพบอย่างไม่เคยมีใครทำให้กับเธอมาก่
อน
“คุณดาวชอบไหมครับ”
“ชอบสิคะ คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันชอบดอกกุหลาบสีแดง สวยจังเลยค่ะ” หญิงสาวพูดแล้วสูดดมช่อดอกไม้ในมือ ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนพัฒนาอย่างรวดเร็วมาก
“ผู้หญิงสวยๆอย่างคุณดาวก็ต้องเหมาะสมกับดอกไม้สวยๆแบบนี้ ถ้าคุณชอบผมจะมอบให้คุณทุกวันดีไหมครับ” ชายหนุ่มพูดมองดารณีสายตาเป็นประกายอย่างหลงใหลในตัวเธอ
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเกรงใจ” ดารณีพูด ชายหนุ่มยิ้มแล้วมองหญิงสาวตรงหน้าที่เขาเกลียดชังยิ่งนัก เขาจะต้องทำให้เธอตายใจเสียก่อนว่าเขาพึงพอใจเธอ ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาแค่เขาส่งสายตาเพียงนิดเธอก็ยอมสยบตกอยู่ใต้อาณัติเขาแล้ว ผู้หญิงคนนี้จะต้องเจ็บปวดมากกว่าน้องชายของเขาหลายเท่า.....ณเดชน์กำหมัดเอาไว้แน่นด้วยความเจ็บแค้น

หลังจากที่เธอได้เจอกับณเดชน์มาหลายวันแล้ว เมื่อเธอมาทำงานที่บริษัทดารณีก็ได้รับช่อดอกกุหลาบสีแดงทุกๆวันที่มีคนส่งมาให้และแ
นบการ์ดแผ่นเล็กๆเขียนติดเอาไว้ว่าใครเป็นผู้ส่งมอบให้กับเธอ
“ดอกไม้ของใครส่งมาคะพี่ดาว สวยจัง” ราชาวดีเข้ามาในห้องทำงานแล้วถามพี่สาว ดารณีกอดช่อดอกไม้เอาไว้แล้วยิ้มให้น้องสาวอย่างคนอารมณ์ดีสุดๆ
“นี่ยัยฟ้า....แกรู้ไหมว่ามีผู้ชายคนหนึ่งมาจีบฉันนะ เขาทั้งหล่อทั้งรวยมากด้วย แล้วเขาก็ส่งดอกไม้สวยๆแบบนี้มาให้ฉันทุกวัน” ดารณีพูดเล่าอย่างโอ้อวดน้องสาว
“จริงเหรอคะ” ราชาวดียิ้มและดีใจไปกับพี่สาวที่ดูเธอมีความสุขอย่างมาก
“เขาบอกว่าเขารักพี่” ดารณีพูดออกมาทำให้ผู้เป็นน้องแปลกใจเล็กๆ
“รักเหรอคะ?”
“ใช่” ดารณีขยับคิ้ว
“พี่ดาวเจอกับผู้ชายคนนั้นไม่กี่ครั้ง แต่เขาพูดสารภาพว่ารักกับพี่ดาวเหรอคะ” ราชาวดีถามอย่างแปลกใจเมื่อเธอได้ยินข่าวมาว่ามีชายหนุ่มเทียวส่งดอกไม้มาจีบพี่สาวข
องเธอแต่มันเป็นเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเองแสดงว่าทั้งสองคนรู้จักกันไม่นานมานี้แต่เ
ขากลับสารภาพรักออกมาจากปากง่ายๆ
“แล้วแกจะสงสัยอะไรห๊า ในเมื่อฉันก็รักเขาเหมือนกัน...มันเป็นรักแรกพบแกไม่เข้าใจเหรอ จริงสินะ...ก็แกไม่เคยมีรักแรก ขนาดผัวก็ยังให้พ่อแม่หาให้เลย” ดารณีพูดแดกดัน
“พี่ดาว...” ราชาวดีเสียใจที่พี่สาวพูดกระทบกับเธออย่างนั้น
“ฟ้าแค่แปลกใจว่าแค่ไม่กี่วันผู้ชายคนนั้นก็สารภาพรักกับพี่แล้ว มันไม่แปลกๆเหรอคะ” ราชาวดีถามอย่างที่คิด เธอเชื่อว่าความรักระหว่างคนสองคนต้องใช้เวลาเพราะมันเป็นเรื่องความความรู้สึกที่คน
สองคนที่ต้องสานสัมพันธ์ต่อกันแต่คงไม่ใช่พบเจอกันไม่กี่ครั้งแน่ เธอรู้ว่าพี่สาวเป็นคนสวยแล้วก็มีหนุ่มๆมาตามจีบเยอะแต่ดูท่าทางพี่สาวที่ปลื้มใจมาก
แสดงว่าผู้ชายคนนี้ต้องพิเศษจริงๆ แต่เธอก็เป็นห่วงเพราะผู้ชายสมัยนี้ต้องดูให้ดี
“แกไม่ต้องพูดมากเลยนะยัยฟ้า ฉันเลือกแล้วว่าคุณแดนต้องเป็นสามีของฉันในอนาคต เขาจะต้องเป็นพี่เขยของแกนะ” ดารณีพูดแล้วจิ้มนิ้วไปที่หน้าผากบางของราชาวดีจนเธอเซเล็กน้อย
“อุ๊ย....คุณแดนโทรมา” ดารณีจึงกดรับสายก่อนจะหันไปถลึงตาใส่น้องสาวเชิงไล่ให้ออกไปจากห้องทำงานเพราะเธอจะ
คุยธุระกับแฟนหนุ่มคนใหม่ หญิงสาวจึงออกมาจากห้องแล้วมองพี่สาวอย่างห่วงใยเมื่อเธอมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่างเก
ี่ยวกับเรื่องนี้ที่มันดูชอบมาพากล.....

เมื่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่เริ่มถดถอยลงทำให้บริษัทของดารณีเกิดการวิกฤตอย่างหนั
กเมื่อสินค้าการขายเริ่มน้อยลงจนล้นสต็อก อีกทั้งรายจ่ายของบริษัทก็มีจำนวนมากจนเธอเริ่มบริหารไปไม่ไหว วิกฤตนี้ทำให้เธอจำเป็นที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากแฟนหนุ่มเพื่อขอร้องให้เขารองรับ
การผลิตของเสื้อผ้าจากบริษัทของเธอ เพื่อช่วยให้บริษัทมีสภาพคล่องมากขึ้นโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าเขาเป็นคนใช้อำนาจในเ
ครือกลุ่มธุรกิจบีบให้บริษัทที่เคยร่วมงานกับบริษัทของเธอยกเลิกการสั่งสินค้าเหล่าน
ั้น จนอาจทำให้บริษัทเกือบจะปิดตัวลงไปก็ได้ ณเดชน์จึงเข้ามาช่วยเหลือให้เงินทุนเพื่อพยุงบริษัทเอาไว้
“ดาวขอบคุณนะคะ ที่แดนช่วยดาวเอาไว้” หญิงสาวจับมือใหญ่เอาไว้
“ผมยินดีและเต็มใจที่จะช่วยคุณอย่างเต็มที่นะครับ เพราะคุณคือคนพิเศษสำหรับผมนะดาว ถ้าคุณเดือดร้อนผมก็ต้องเข้าไปช่วยอยู่แล้วนะ” ณเดชน์พูดแล้วยื่นหน้าไปหอมแก้มเธอเบาๆ ทำให้ดารณีหัวใจพองโต ดารณียื่นหน้าอยากจะให้เขาสัมผัสจูบที่ริมฝีปากของเธอสักครั้ง เมื่อความปรารถนาในกายของเธอกำลังต้องการกายแกร่งนี้เหลือเกิน หากเธอกับเขามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วบางทีเธออาจจะได้แต่งงานกับเขาก็ได้ แต่ ณเดชน์ทำเพียงแค่ดึงเธอมากอดแล้วลูบหลังของหญิงสาวเอาไว้เท่านั้น
“ผมรักคุณนะดาว...คุณล่ะครับ” ชายหนุ่มพูดถามเบี่ยงประเด็นเมื่อไม่อยากจะสัมผัสแตะเนื้อต้องตัวเธอมากนัก เพราะเพียงแค่นี้เขาก็นึกรังเกียจสะอิดสะเอียนผู้หญิงคนนี้มากพออยู่แล้ว
“รักสิคะ ดาวรักคุณค่ะแดน” ดารณีพูดสารภาพตอบรับ ชายหนุ่มแอบกระตุกยิ้มอยู่ด้านหลังของเธอเมื่อหญิงสาวได้เข้ามาอยู่ในเล่ห์กลของเขาแ
ล้วสินะ.....

ราชาวดีขึ้นมาเรียกพี่สาวให้ลงไปทานของหวานข้างล่างแต่ดารณีเข้าห้องน้ำอยู่ ร่างบางกำลังจะเดินออกไปก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งวางอยู่บนโต๊ะก่อนจะตกใจเล็กน้อยเมื่อ
รู้ว่ามันคืออะไร
“นี่ยัยฟ้า แกมาทำอะไรในห้องของพี่” ดารณีเปิดประตูห้องน้ำออกมาพอดี หญิงสาวตกใจจึงพูดตอบ
“แม่ให้มาบอกพี่ดาวว่าลงไปทานกล้วยบวดชีค่ะ”
“ไม่เอาล่ะ กินของหวานแบบนั้นเดี๋ยวฉันอ้วนแล้วคุณแดนเขาจะไม่ชอบ” ดารณีพูดแล้วเดินเช็ดผมที่เพิ่งสระเสร็จใหม่ๆ ราชาวดีจึงออกมาจากห้องนอนของพี่สาวด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

ภูภูมิมารับราชาวดีไปทานอาหารค่ำด้วยกันเมื่อเขาเริ่มสังเกตว่าหญิงสาวดูใจลอยไปเขาจ
ึงอดที่จะถามคู่หมั้นสาวไปไม่ได้
“น้องฟ้าดูแปลกไปนะครับ มีเรื่องอะไรรึเปล่าบอกพี่ได้นะ หรือเพราะเรื่องบริษัท” ภูภูมิถามหญิงสาว ราชาวดีอมยิ้มน้อยๆ
“เปล่าค่ะ ตอนนี้สถานการณ์ที่บริษัทเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ฟ้าแค่รู้สึกเป็นห่วงพี่ดาวเรื่องหนึ่งนิดหน่อยค่ะ” ราชาวดีตอบ เมื่อเธอบังเอิญเข้าไปในห้องของพี่สาวในตอนเช้าวันนี้และพบแผงยาคุมกำเนิดวางอยู่บนโ
ต๊ะเครื่องแป้ง เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่สาวซึ่งราชาวดีก็ไม่ได้ปริปากบอกเรื่องนี้กับใคร แต่ใจเธอนั้นไม่อยากให้พี่สาวต้องทำเรื่องแบบนั้นอีก ผู้หญิงมักจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเสมอ เธอจึงเป็นกังวลว่าหากต่อไปดารณีพี่สาวของเธออาจจะเสียใจถ้าหากเจอผู้ชายประเภทที่ได
้เชยชมเรือนร่างของผู้หญิงแล้วทิ้งอย่างไม่สนใจใยดี และยังเรื่องผู้ชายคนล่าสุดที่พี่สาวของเธอกำลังปลื้มมากอยู่ด้วยถ้าเกิดเขาไม่คิดจร
ิงจังกับพี่สาวของเธอ.... ยิ่งคิดไปราชาวดีก็ยิ่งเป็นห่วงพี่สาวขึ้นมาเป็นเท่าตัว ราชาวดีนิ่งเงียบไปทำให้คู่หมั้นหนุ่มไม่ได้ถามอะไรเธอเขาจึงขับรถต่อไป
“พี่ภูคะ คืนนี้ฟ้าอยากไปนั่งฟังเพลงจังเลยค่ะ” ราชาวดีเอ่ยปากชวนภูภูมิเพราะไม่ได้ไปเที่ยวฟังเพลงเบาๆสบายๆมานานแล้ว ชายหนุ่มจึงพาเธอไปทานข้าวแล้วเลยไปยังผับเพื่อฟังเพลงเบาๆตามที่เธอต้องการ

ราชาวดีนั่งฟังเพลงพร้อมกับดื่มไวน์องุ่นอย่างผ่อนคลายโดยมีภูภูมินั่งอยู่ข้างกาย ชายหนุ่มแอบมองดูคู่หมั้นสาวของตนอย่างชื่นชมในความสวยน่ารักของเธอ เพื่อนในกลุ่มของเขาลุ้นให้เขาแสดงความรักกับคู่หมั้นสาวมากขึ้นแต่เขาก็ไม่เคยกล้าท
ี่จะล่วงเกินราชาวดีมากไปกว่าเพียงแค่จับมือบางเท่านั้นเพราะเขาให้เกียรติหญิงสาวเส
มอและคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม ทั้งสองคนไม่รู้ตัวเลยว่าที่โต๊ะฝั่งถัดไปไม่ไกลมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมองพวกเขาอยู
่ตลอดเวลา ณเดชน์บังเอิญมานั่งดื่มลำพังแต่กลับไม่ได้สนใจฟังเพลงเลยแม้แต่น้อย หากเอาแต่จ้องมองไปยังร่างบางที่มากับผู้ชายคนอื่นด้วยสายตาฉายแววของความร้ายกาจ เขากำลังหงุดหงิดเพราะไม่พอใจที่เห็นเธอมากับชายอื่นแบบนี้ ชายหนุ่มยังไม่รู้ตัวว่ากำลังหึงหวงผู้หญิงที่เธอก็ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อของเขาก็
ตาม
“ผู้หญิงก็เหมือนกับหมดทุกคน” ชายหนุ่มพูดแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกจนหมด
โทรศัพท์ของภูภูมิดังขึ้นชายหนุ่มจึงขอออกไปพูดด้านนอกของผับ ราชาวดีจึงนั่งอยู่ลำพังคนเดียว แต่อยู่ๆไฟฟ้าก็เกิดดับขึ้นมาทำให้ภายในร้านมืดสนิทไปหมดตามมาด้วยเสียงอื้ออึงร้องด
ังด้วยความตื่นตระหนกไปทั่วเมื่อทุกคนต่างกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรที่ร้ายแรงขึ้นในร
้ายแล้วพากับหนีออกมา แสงไฟจากเครื่องสำรองไฟเริ่มทำงานแต่แสงนั้นก็ริบหรี่จนแทบมองอะไรไม่เห็น ราชาวดีลุกขึ้นยืนและค่อยๆหาคลำทางเพื่อหาประตูทางออกแต่อยู่ๆข้อมือบางก็ถูกกระชากอ
ย่างแรงฉุดดึงให้เธอเดินตามแรงกระชากจากใครคนหนึ่ง
“อุ๊ย...”
หญิงสาวร้องเจ็บเมื่อมือหนาดึงร่างเธอมาปะทะเข้าที่อกกว้างอย่างแรง เมื่อในตอนนี้ เธอเหมือนกับอยู่ในอ้อมกอดของเขาที่คอยเป็นเกราะกำบังผู้คนที่เริ่มพากันวิ่งชนกันไป
มาเพื่อหาทางออกทำให้เกิดการเบียดเสียดชนกับร่างเธออยู่หลายครั้ง แต่คนตัวโตก็คอยกักกันเอาไว้ให้ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินออกมาตลอดเส้นทาง ราชาวดีได้กลิ่นกายหอมของบุรุษเพศทำให้เธอแน่ใจว่ากลิ่นกายนี้เขาต้องไม่ใช่พี่ภูของ
เธออย่างแน่นอน หญิงสาวรู้สึกได้ว่าแผงอกของชายหนุ่มช่างแข็งแกร่งบึกบึนเหลือเกินแต่นั่นมันก็ทำให้
เธอรู้สึกปลอดภัยเวลาอยู่ในวงแขนนี้ หญิงสาวคิดไปไกลและไม่รู้ว่าเขาจะพาไปทางใดแต่แล้วอยู่ๆชายหนุ่มก็ผลักดันเธอให้มาอย
ู่ตรงมุมของห้องหนึ่งที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านก่อนที่หญิงสาวจะแหงนเงยหน้าเมื่อถือสองม
ือหนาจับที่ใบหน้าของเธอเชิดขึ้นก่อนจะรู้สึกว่าริมฝีปากของเธอนั้นถูกสัมผัสอย่างหน
ักหน่วงเร่าร้อนจากริมฝีปากของเขา ราชาวดีพยายามดิ้นรนปัดป้องเมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกผู้ชายคนนี้ปล้นจูบแรกของเธออยู่ สองมือพยายามทุบอกหนาของเขาที่ไม่ได้สะเทือนแต่อย่างใดแต่เขากลับจูบเธออย่าดูดดื่มโ
หยหามากยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว
“อะ...อย่านะ!”
ราชาวดีได้จังหวะร้องห้ามออกมาแต่ก็เป็นโอกาสที่จะให้เขาส่งลิ้นร้อนๆเข้าไปสำรวจในโ
พรงปากของเธอมากยิ่งขึ้น หญิงสาวหลับตาแน่นจำใจต้องยอมให้ชายแปลกหน้าจูบเธออย่างร้อนแรงดุดัน เมื่อปลายลิ้นหนาตวัดกวาดรัดลิ้นเล็กๆของเธอเพื่อให้ตอบสนองเขา กลิ่นเหล้าที่เธอรับรสจากลิ้นของเขานั้นยังรู้สึกถึงรสชาติได้ มือหนาเปลี่ยนมาลูบไล้ที่เรียวขาของเธอแล้วค่อยๆลูบเลื่อนเข้าไปในกระโปรงสั้นของหญิ
งสาวเพื่อสัมผัสกับเนื้อเนินของเธออย่างจาบจ้วงจนกระสันรัญจวนใจ ราชาวดีพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาจูบเธออย่างไม่ยอมให้ได้หายใจ ก่อนที่หัวใจของเธอจะเต้นรัวเมื่อนิ้วร้ายของโจรสวาทกดแทรกลึกเข้าไปในความอ่อนนุ่มข
องหญิงสาวแล้วขยับเข้าออกอย่างนุ่มนวล น้ำตาของเธอค่อยๆไหลลงมาเมื่อเจ็บใจที่ต้องมาถูกชายแปลกหน้าลวนลามแบบนี้ เรียวขาเพรียวสั่นระริกยืนทรงตัวไม่อยู่เมื่อร่างกายของเธอกำลังเสียวซ่านกลับตอบสนอ
งร่างกายของเขาได้เป็นอย่างดีเยี่ยมและน่าอาย หญิงสาวได้ยินเสียงครางของเขา แต่เธอคงไม่รู้ว่าตอนนี้ชายหนุ่มทรมานมากแค่ไหนเมื่อนิ้วของเขายังสอดลึกทั้งที่ในใจ
เขาอยากจะถอดถอนนิ้วออกแล้วเปลี่ยนมาเป็นกระแทกตัวตนของเขาสอดใส่แทนเพื่อเข้าไปอยู่
ในความอบอุ่นของเธออย่างที่ใจปรารถนา ราชาวดีกัดฟันแน่นก่อนจะยอมให้เขากระทำอยู่อย่างนั้นจนร่างบางกระตุกเบาๆเมื่อไปถึงจ
ุดหมายเป็นครั้งแรกของวัยสาว ราชาวดีพยายามเพ่งมองหน้าของโจรร้าย แต่ความมืดสนิททำให้เธอมองไม่เห็นใบหน้าเขาเลย หญิงสาวได้ยินเพียงลมหายใจหอบที่ข้างใบหูพร้อมกับเสียงของเขาเป็นครั้งแรกที่เรียกชื
่อของเธออย่างชัดเจน
“ฟ้าใส....”
เสียงทุ้มๆที่แหบพร่าเรียกหญิงสาวแสดงถึงความปรารถนาที่อดกลั้นของเขาก่อนที่เธอจะถู
กจูบอีกครั้งแต่คราวนี้เป็นจูบที่หวานล้ำอ่อนโยนและนุ่มนวลเหลือเกิน
“น้องฟ้าใส...อยู่ที่ไหนครับ”
เสียงของภูภูมิเรียกชื่อของเธออยู่ไม่ไกลนัก โจรร้ายจึงหยุดชะงักจากริมฝีปากบางแล้วหันมาจับปอยผมบนใบหน้าของเธอออก เธอถูกเขาหอมแก้มใสๆปิดท้ายอีกครั้งก่อนจะผละออกจากร่างบางและหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ราชาวดีทรุดร่างนั่งลงกองบนพื้นอย่างตกตะลึงเมื่อต่อมาแสงไฟในผับก็ส่องสว่างขึ้นจนท
ั่วร้าน ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าคู่หมั้นสาวนั่งอยู่ที่มุมห้องของทางด้านหลังร้
านในสภาพตกใจตะลึงงัน
“น้องฟ้า! เป็นอะไรไปครับ” ภูภูมิมาจับที่ไหล่ของเธอเอาไว้เพื่อเรียกสติของหญิงสาว ราชาวดีสะดุ้งแล้วมองหน้าภูภูมิ ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือดไร้สีเลือดจนคนมองใจหาย
“พี่ภู...” ราชาวดีโผเข้ากอดคู่หมั้นเอาไว้แล้วร้องไห้
“น้องฟ้าเป็นอะไรครับ กลัวมากเหรอ” ชายหนุ่มปลอบเธอ
ราชาวดีตัวสั่นแล้วมองหน้าเขานิ่ง......เธอคงไม่กล้าบอกเรื่องน่าอายอย่างนี้กับใคร รวมถึงพี่ภูด้วย..... ราชาวดีพยักหน้าสื่อให้ภูภูมิรู้ว่าเธอกลัวความมืดมากกว่าที่จะบอกว่ามีเรื่องอะไรเก
ิดขึ้นกับเธอ
“พี่ขอโทษนะครับที่ปล่อยน้องฟ้าเอาไว้คนเดียว พี่พากลับบ้านนะ” ภูภูมิพยุงร่างของราชาวดีขึ้นแล้วค่อยๆพาเธอเดินกลับออกไปยังที่จอดรถของเขา ชายหนุ่มรีบวิ่งอ้อมมาด้านฝั่งคนขับแล้วพาเธอออกไปทันที ร่างสูงสวมสูทสีเข้มยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงของตัวเองแล้วมองตามรถยนต์คันที่เธอน
ั่งออกไปก่อนจะเอามือข้างหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับถูไถปลายนิ้วของมือข้างนั้นไปมา เมื่อเขายังรู้สึกถึงความร้อนของกายอุ่นจากร่างกายเธออยู่ รวมถึงความหอมกรุ่นของหญิงสาวที่ติดตรึงหัวใจของเขาอยู่ ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเมื่อรู้ว่าเธอกับผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีอะไรกัน เขาแน่ใจ... เพราะเพียงแค่จูบของเธอเขาก็รับรู้ได้ว่ามันเป็นจูบครั้งแรกของหญิงสาวที่เขาช่วงชิง
มาเป็นคนแรก อีกทั้งส่วนนั้นที่รัดรึงแม้กระทั่งแค่นิ้วของเขาก็ยังคับแน่นไปหมดราวกับว่าเธอไม่เ
คยผ่านมือชายใดมาก่อน เมื่อนึกถึงทุกสิ่งที่วิเคราะห์ทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวของเขาก่อนหน้านี้เริ่มจางหายไ
ปทันทีแต่เปลี่ยนมาเป็นความสุขล้นในหัวใจที่ได้สัมผัสกับเธอคนนั้น
“แล้วเราจะได้เจอกันอีกครั้ง.....นางฟ้าของผม”


TBC.........................



โรจนานันท์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 6 ธ.ค. 2554, 22:07:00 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 6 ธ.ค. 2554, 22:12:34 น.

จำนวนการเข้าชม : 1938





Niceday 7 ธ.ค. 2554, 17:53:30 น.
เนื้อเรื่องน่าติดตามค่ะ แต่การคั่นหน้าและเว้นบรรทัด ทำให้อ่านยากนิดหน่อยค่ะ


เทียนจันทร์ 4 ม.ค. 2555, 18:26:13 น.
แวะมาเป็นกำลังใจให้ค่ะ ช่วยเว้นบรรทัดให้หน่อยนะคะ
แบบว่าตาลายฮ่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account