เพลิงร้ายพ่ายรัก
ความแค้นของเธอ...เป็นเหมือนเพลิงร้ายที่คอยเผาผลาญหัวใจให้ร้อนรุ่ม...ความรักของเขา...เป็นเหมือนสายน้ำที่พร้อมจะดับไฟแค้นในใจให้มอดลง...แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหัวใจเลือกไฟแค้น...

Tags: เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ดราม่า น้ำตาไหลพราก

ตอน: ตอนที่ 2 วันนี้ที่ไม่เหมือนเดิม


สีหน้าของพี่ชายที่กำลังเปิดประตูเข้ามาดูเคร่งขรึมติดจะบึ้งตึงทำให้เจ้าของห้องที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ จนต้องก้มหน้ามองมือบนตัก


“สองเข้าไปทำอะไรในห้องคุณดิษฐ์...”

บุญฤทธิ์ถามเสียงแข็งจนเกือบกลายเป็นตะคอก ยิ่งเมื่อเห็นน้องสาวก้มหน้านิ่งก็รู้สึกยิ่งโมโห แต่มันก็ยังน้อยกว่าตอนที่ได้ยินคนงานในไร่ซุบซิบกันอย่างสนุกปากว่าน้องสาวของเขาหายเข้าห้องไปกับเจ้าของไร่คนใหม่ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้า

“พี่ถามทำไมไม่ตอบ! ” ชายหนุ่มตะเบ็งเสียงใส่ด้วยความโกรธจัด ถ้าไม่เห็นเองกับตาเขาก็คงไม่เชื่อว่าน้องสาวจะกล้าทำตัวเหมือนผู้หญิงไร้ยางอาย ไปเสนอตัวให้ผู้ชายถึงในห้องนอนแบบนั้น

“แล้วพี่หนึ่งอยากให้สองตอบว่ายังไงละคะ” หญิงสาวบีบมือบนตักแน่นก่อนย้อนเสียงเรียบ ป่วยการที่จะแก้ตัว เพราะตอนนี้เธอคงกลายเป็นผู้หญิงใจง่ายในสายตาของพี่ชายไปเรียบร้อยแล้ว

ทำไมสองต้องทำแบบนี้ด้วย...” ถามเสียงอ่อนระโหย ความผิดหวังในตัวน้องสาวทำให้เขาแทบหมดแรงยืน ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงพร้อมกับยกมือขึ้นกุมขมับ

“สองทำอะไรคะ ทำไมพี่หนึ่งต้องโกรธสองด้วย...”

“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่น่ะมันผิด แล้วคนที่จะต้องเสียใจในวันข้างหน้าก็คือสองเองนั่นแหล่ะ”

“สองรักคุณดิษฐ์ สองผิดตรงไหนคะที่จะมีอะไรกับคนที่สองรัก” หญิงสาวเชิดหน้ายืนกรานในการตัดสินใจของตัวเอง

“สองแน่ใจนะว่าเหตุการณ์เมื่อคืนนี้มันเกิดขึ้นเพราะความรัก...”

“พี่หนึ่งกำลังจะบอกว่าสองไม่ได้นอนกับคุณดิษฐ์เพราะความรัก แต่เป็นเพราะสองร่าน สองใจง่าย...อย่างนั้นเหรอคะ?” บุณยวีร์ถามแทรกโดยไม่รอให้พี่ชายพูดให้จบความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้หญิงสาวอดประชดประชันไม่ได้

“พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น พี่แค่อยากถามให้แน่ใจว่าสองรักคุณดิษฐ์จริงๆ ไม่ใช่เป็นเพราะอยากจะแก้แค้นรตา...” บุญฤทธิ์ชี้แจงเสียงเรียบ

ไหล่บางสั่นสะท้านจากความพยายามระงับความรู้สึกพลุ่งพล่านในหัวใจ เมื่อได้ยินชื่อของผู้หญิงที่เธอเกลียดชัง บุณยวีร์จ้องตาพี่ชายแน่วนิ่งก่อนจะตอบตรงๆ

“แล้วถ้าสองจะบอกว่าใช่ละคะ...”

คนเป็นพี่ถอนใจยาว ความเจ็บช้ำฉายชัดอยู่ในดวงตาแดงก่ำที่เจ้าตัวพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหล ทำให้เขาต้องลดความแข็งกร้าวในน้ำเสียงลง

“พี่เคยบอกสองหลายครั้งแล้วว่าพี่อโหสิกรรมให้ทุกคน และพี่ก็อยากให้สองล้มเลิกเรื่องการแก้แค้นรตากับคุณหญิงศจีพรซะ...สองอย่าลืมนะว่าคุณดิษฐ์เป็นผู้มีพระคุณของพี่ และเค้าก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน มันถูกต้องแล้วเหรอที่สองจะใช้ความรักของคุณดิษฐ์เป็นเครื่องมือไปแก้แค้นรตาแบบนั้น...”

บุณยวีร์ยิ้มหยัน สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้กระทำต่อเธอมันเลวร้ายเกินกว่าที่เธอจะทำใจให้อภัยได้ แม้จะต้องถูกดิษฐากรเกลียดชัง เธอก็จะทำให้พริมรตาพรได้รับรู้รสชาติของความเจ็บปวดเหมือนที่เธอเคยรู้สึกให้ได้

“จะผิดหรือถูกสองไม่สนใจ สองรู้แต่ว่าสองกำลังจะได้ไร่แสงดาวกลับคืนมา แล้วก็ได้แก้แค้นเพื่อนทรยศอย่างยัยรตาด้วย” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ

“เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว ทำไมสองไม่ลืมเรื่องนั้นซะ แล้วก็มีความสุขกับปัจจุบัน คุณดิษฐ์เป็นคนดีแล้วเค้าก็รักสองมาก ถ้าคุณดิษฐ์รู้เรื่องที่สองปิดบังเค้ามาตลอดเค้าคงจะเสียใจมาก” บุญฤทธิ์พยายามเกลี้ยกล่อมให้คนเป็นน้องคล้อยตาม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล

“พอเถอะค่ะพี่หนึ่ง เลิกพูดให้สองรู้สึกผิดซะที สองไม่อยากฟัง...”

สิ้นเสียงตวาด ความเงียบที่น่าอึดอัดก็ปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง บุญฤทธิ์ถอนใจยาวอย่างจำนน เพราะเขาเองก็มีส่วนผิดที่ใจอ่อนต่อคำขอร้องของน้องสาวให้ช่วยปิดบังความจริงหลายเรื่องไม่ให้ดิษฐากรรับรู้ เมื่อไม่เห็นประโยชน์ที่จะคุยกัน คนเป็นพี่จึงก้าวยาวๆไปที่ประตู มือที่จับลูกบิดชะงักเมื่อมีเสียงขอโทษดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“พี่หนึ่งคะ...สองขอโทษ...”

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดทำให้ชายหนุ่มต้องหันกลับมาจ้องหน้าเด็กดื้อด้วยสายตาหมางเมิน

“พี่ต่างหากล่ะที่ต้องขอโทษ...พี่ลืมไปว่าสองโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ใช่เด็กที่จะต้องมีพี่คอยบอกคอยเตือนเหมือนเมื่อก่อน สองอยากจะทำอะไรก็ตามใจเถอะ พี่สัญญาว่าต่อจากนี้ไป พี่จะไม่ยุ่งเรื่องของสองอีกแล้ว...”

บุณยวีร์มองตามหลังคนที่เดินออกจากห้องด้วยสีหน้ารู้สึกผิด น้ำเสียงเย็นชาของพี่ชายทำลายความเข้มแข็งสุดท้ายที่เธอพยายามรักษาไว้จนหมดสิ้น หญิงสาวฟุบหน้าลงกับหมอนใบนุ่มก่อนจะปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมาช้าๆ

+++++++++++++++++

มือเรียวที่กำลังจรดปากกาลงบนแผ่นกระดาษสั่นเทาเล็กน้อยจนคนที่นั่งอยู่ข้างๆต้องบีบกระชับมือที่วางอยู่บนตักแน่นขึ้นเพื่อให้กำลังใจ บุณยวีร์เงยหน้าขึ้นสบตาคมพลางสูดลมหายใจเข้าปอดยาวลึกก่อนจะเซนต์ชื่อตัวเองลงไปในช่องว่างอย่างช้าๆ...นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เธอคือนางบุณยวีร์ เศรษฐ์บดินทร์ ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของนายดิษฐากร เศรษฐ์บดินทร์ หญิงสาวลอบมองเสี้ยวหน้าคมคายด้วยสายตาครุ่นคิด แม้จะรู้ดีว่าเรื่องที่ตัวเองปิดบังนั้น จะทำให้เขาเสียความรู้สึกแค่ไหนในวันที่ได้รับรู้ความจริง แต่เวลานี้ เธอไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าเธอก็จะไม่มีวันเสียใจที่ตัดสินใจทำแบบนี้…

ดิษฐากรยกมือไหว้ขอบคุณนายทะเบียนพร้อมกับรับเอกสารใบทะเบียนสมรสมาใส่กระเป๋าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มือใหญ่จับจูงภรรยาตามนิตินัยไปที่รถก่อนจะเดินทางกลับไร่ทันทีเนื่องจากในช่วงบ่ายของวันนี้หญิงสาวต้องเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวบาร์เลย์ให้กับคณะอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่จะมาศึกษาดูงานพร้อมกับเข้าพักที่รีสอร์ทเป็นเวลาสามวัน

“คุณดิษฐ์ช่วยแวะที่ร้านถ่ายเอกสารหน่อยนะคะ คือว่าสองยังทำเอกสารแจกนักศึกษายังไม่เสร็จเลยค่ะ...”

หญิงสาวบอกอย่างเกรงใจ เนื่องจากความจริงแล้วเธอควรจัดเตรียมเอกสารประกอบการบรรยายไว้ล่วงหน้าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าสามวัน แต่เป็นเพราะเธอมัวแต่คิดเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าจึงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

“ได้สิครับ...ถ้าอย่างนั้นสองรอผมอยู่ที่ร้านนะครับ ผมจะเอาข้าวสารที่ป้านวลฝากไปให้หลานชายที่หอพักหน้ามหาลัย”

คำตอบที่ได้รับทำให้บุณยวีร์ต้องยิ้มบางๆ ความอ่อนโยนและความมีน้ำใจของดิษฐากรเอาชนะใจคนงานในไร่ได้ทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่เคยคัดค้านการขายไร่แสงดาวอย่างหัวชนฝาอย่างป้านวล

“แถวนี้ไม่ค่อยมีที่จอดรถ ถ้าคุณดิษฐ์เสร็จธุระแล้วก็ไปนั่งดื่มอะไรเย็นๆรอที่ร้านกาแฟตรงหัวมุมถนนเลยนะคะ เดี๋ยวสองเสร็จแล้วจะเดินไปหาที่ร้านเองค่ะ...”

“ได้เลยครับคุณผู้หญิง...”ดิษฐากรทำเสียงล้อเลียนในความรอบคอบของภรรยาก่อนจะจอดรถให้หญิงสาวลงที่หน้าร้านตามที่เธอต้องการ

ร้านถ่ายเอกสารและอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่บุณยวีร์เลือกใช้บริการตั้งอยู่ในย่านถนนหน้ามหาวิทยาลัยทำให้มีนักศึกษาเข้ามาใช้บริการค่อนข้างหนาแน่น หลังจากที่ค้นหารูปภาพและข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้สำหรับทำเอกสารประกอบการบรรยายเสร็จแล้ว เธอจึงขอให้พนักงานช่วยนำไปปริ๊นท์และถ่ายเอกสาร จากนั้นจึงเริ่มลงมือทำพาวเวอร์พอยท์อีกครู่ใหญ่งานจึงเสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่รอเอกสารอยู่นั้น หญิงสาวหันไปสังเกตบรรยากาศในร้านเพื่อฆ่าเวลา ก่อนจะสะดุดตากับเครื่องข้างๆที่มีเด็กสาวสองคนกำลังช่วยกันทำงานอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ภาพของเด็กสาวผมยาวในชุดกระโปรงสั้นเลยเข่ามาเกือบคืบ ผมยาวหยิกเป็นลอนสวย ดวงหน้าสวยหวานได้รับการแต่งแต้มมาเป็นอย่างดี ส่วนเด็กสาวหน้าตาธรรมดาอีกคนนั้นซอยผมสั้นประบ่าและในชุดกระโปรงนักศึกษาถูกระเบียบ ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของเด็กสาวทั้งคู่ ทำให้ภาพในอดีตหมุนย้อนกลับมาในห้วงคำนึงโดยไม่รู้ตัว


“สองจะไปเรียนต่อที่อเมริกาจริงๆเหรอ สองทิ้งรตาไปแบบนี้ได้ยังไง รตาไม่ยอมจริงๆด้วย...” น้ำเสียงกระเง้ากระงอดบ่งบอกความไม่พอใจของเพื่อนสาวที่เดินตามติดมาต้อยๆทำให้บุณยวีร์ต้องถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะวางตำราเล่มหนาหนักที่หอบหิ้วมาจากห้องสมุดลงบนโต๊ะหินอ่อนหน้าคณะวิทยาศาสตร์ที่เธอเรียนอยู่

“จริงๆสองก็ไม่เคยมีความคิดจะเรียนต่อโทเลยนะรตา แต่พอดีอาจารย์ที่ปรึกษาคะยั้นคะยอให้สองลองสอบดู แล้วที่สอบได้เนี่ยก็ถือว่าฟลุคมากๆเลยล่ะ ”

บุณยวีร์ทรุดตัวลงนั่งพลางชี้แจงด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ นึกสมน้ำหน้าตัวเองที่ไปสอบชิงทุนเรียนต่อปริญญาโทสาขาการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่อเมริกาตามคำแนะนำของอาจารย์ หลายอาทิตย์ที่เธอทุ่มเทในการอ่านตำราเพื่อเตรียมตัวสอบ แต่เมื่อผลสอบออกมาว่าได้รับการคัดเลือก เธอกลับสองจิตสองใจว่าจะไปหรือไม่ไป เนื่องจากปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่มากเกินกว่าทุนที่ได้รับ แม้จะเป็นเงินจำนวนที่น้อยกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมบางใบของเพื่อนสาว แต่สำหรับเธอมันคือหยาดเหงื่อแรงงานของพี่ชายที่จะต้องตรากตรำทำงานหนักในไร่ตลอดทั้งปี

“แล้วพี่หนึ่งรู้เรื่องนี้หรือยัง...รตาว่าพี่หนึ่งต้องอยากให้สองไปเรียนต่อแน่ๆ...” พริมรตาพรเอ่ยอย่างมั่นใจในความคิดของตัวเอง

“ยังเลย...สองไม่อยากรบกวนพี่หนึ่งแล้วล่ะ แค่ส่งเสียให้เรียนจบปริญญาตรีก็ใช้เงินไปตั้งเยอะแล้ว สองคิดว่าสองควรจะกลับไปช่วยพี่หนึ่งทำงานที่ไร่หลังจากเรียนจบแล้วทันทีจะดีกว่า” หญิงสาวถอนใจยาวอย่างนึกเสียดายถ้าหากไปไปเรียนที่สถาบันที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ เธอคงได้นำความรู้มาช่วยพี่ชายพัฒนาไร่แสงดาวให้เจริญก้าวหน้ามากขึ้น

ประกายตาหมองเศร้าของเพื่อนทำให้พริมรตาพรนึกสะท้อนใจ แม้จะเรียนต่างคณะกันแต่เธอก็รู้ดีว่าทุนปริญญาโทสาขานี้ไม่ใช่จะได้มาโดยง่าย เพราะนอกจากจะคัดเลือกจากผลการเรียนดีเด่นแล้วจะต้องเป็นผู้มีความประพฤติดีมาตลอดสี่ปีอีกด้วย ริมฝีปากอิ่มยิ้มหยันตัวเอง ถ้าหากคนที่สอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศได้เป็นเธอ คุณหญิงแม่คงจะรีบจัดงานเลี้ยงฉลองเพื่อป่าวประกาศให้บรรดาเพื่อนฝูงไฮโซได้รับรู้และเผลอๆอาจจะเชิญสื่อมวลชนมาแลงข่าวก็เป็นได้

“รตาได้ข่าวมาว่าคุณแม่ของธีร์กำลังทำเรื่องให้ธีร์ไปเรียนต่อที่อังกฤษเหมือนกัน แต่เห็นว่าเค้าดื้อไม่ยอมไปเพราะอยากจะอยู่ใกล้ๆสอง...”

พริมรตาพรกล่าวพลางเพ่งพิศดวงหน้านวลเนียนและแก้มใสอมชมพูระเรื่อด้วยเลือดฝาด ถ้ามองอย่างผิวเผิน บุณยวีร์อาจจะไม่จัดว่าเป็นคนสวย หากแต่ดวงตาดำขลับที่เปล่งประกายอ่อนโยนยามเจ้าตัวแย้มยิ้มช่างดูน่ารัก ทำให้คนที่อยู่ใกล้รู้สึกเย็นตาเย็นใจ จมูกโด่งเล็กรับกับริมฝีปากอิ่มที่มีเพียงลิปมันเคลือบไว้เท่านั้น ไหนจะสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดซึ่งมีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเป็นเครื่องการันตี เพียงเท่านี้ก็มัดใจธีรุฒน์ ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งชาติตระกูล การศึกษา และฐานะที่ร่ำรวยติดอันดับหนึ่งในสิบของเมืองไทย ความเพอร์เฟ็คของธีรุฒน์ทำให้คุณหญิงแม่ถึงกับหมายมั่นปั้นมือและคอยพูดจากดดันเธอให้คว้าเขามาเป็นลูกเขยของท่านให้จงได้ หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนที่เธอกำลังคิดถึงวิ่งเหยาะๆมาแต่ไกลด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มกว้าง

“ ตายยากจริงๆนายธีร์ พูดถึงก็โผล่มาเลย ”พริมรตาพรป้องปากกระซิบ พลางยิ้มเจ้าเล่ห์

“ทำหน้าแบบนี้ แสดงว่ากำลังนินทาเราอยู่ใช่มั้ยยัยรตา...” ธีรุฒน์ถามพลางโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนดวงหน้าสวยหวาน ดวงตาวิบวับทำให้อีกฝ่ายหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะเมื่อชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งข้างๆเธอแทนที่จะนั่งใกล้แฟนสาว

“ใช่แล้ว...รตากำลังนินทาว่าธีร์เป็นแฟนที่ไม่ได้เรื่องเลย มัวแต่ไปก้อร่อก้อติกเด็กปีหนึ่งจนยัยสองหนีไปเรียนต่ออเมริกายังไม่รู้ตัวอีก...” หญิงสาวกล่าวโทษเต็มที่ในขณะที่อีกฝ่ายก็หลงเชื่อเสียสนิทใจ

“รตาเอาอะไรมาพูดน่ะ เด็กปีหนึ่งที่ไหนกัน ไม่จริงนะสอง ธีร์ไม่เคยนอกใจสองเลยนะ...” ธีรุฒน์ปฏิเสธหน้าตาตื่น ก่อนจะคว้ามือของบุณยวีร์ไปกุมไว้อย่างรวดเร็ว

“แล้วสองจะไปเรียนอเมริกาจริงๆเหรอ สองจะทิ้งธีร์ไปแบบนี้ได้ยังไง ธีร์ไม่ยอมนะ...”

“รตาเค้าอำเฉยๆจ้าธีร์ สองไม่ได้ไปไหนหรอก...” บุณยวีร์พูดกลั้วหัวเราะกับน้ำเสียงและสีหน้าของชายหนุ่ม อีกทั้งประโยคหลังที่เหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยนของทั้งสองคน ทำให้บุณยวีร์ขำจนลืมเรื่องที่กำลังเครียดไปได้ชั่วขณะ

ธีรุฒน์หันไปทำหน้ายักษ์ใส่คนที่กำลังหัวเราะคิกคักชอบใจ ก่อนจะหัวเราะแหะๆแก้เก้อเมื่อเห็นบุณยวีร์ส่ายหน้าระอาใจกับความตื่นตูมของเขา ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่คำพูดของพริมรตาพรเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น แต่เขาก็อดกังวลใจไม่ได้ เพราะบุณยวีร์ไม่เคยทำให้เขามีความมั่นใจ ถึงว่าแม้ว่าเธอจะตกลงใจเป็นแฟนกับเขาแล้ว แต่ก็เหมือนมีเส้นกั้นบางๆที่เธอไม่เคยยอมให้เขาก้าวล้ำเข้าไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่เธอไม่เคยยอมให้เขาเข้าไปในห้องพัก ไม่เคยยอมให้มากกว่าจับมือ ความเฉลียวฉลาดและมารยาทที่งดงามของบุณยวีร์ เขาให้เขารักและให้เกียรติเธอมากกว่าผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และหวังว่าซักวันหนึ่งเขาจะเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ครอบทั้งร่างกายและหัวใจของผู้หญิงที่เก่งและแสนดีคนนี้

“วันเสาร์นี้สองว่างมั้ยครับ...ธีร์อยากจะชวนสองไปทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน...” ชายหนุ่มถามพลางทำสายตาอ้อนวอน ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขาขอให้บุณยวีร์ไปแนะนำตัวกับพ่อแม่ แต่เธอก็ได้แต่หาเหตุผลปฏิเสธเรื่อยมา

“นะครับสอง...เราคบกันมาตั้งหลายปีแล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่ของผมยังไม่เคยเจอหน้าว่าที่ลูกสะใภ้เลย”

“ทำไมต้องรีบร้อนด้วยล่ะธีร์ สองว่าเราน่าจะรอให้เราเรียนจบก่อน แล้วอีกอย่างสองก็เป็นผู้หญิงด้วยไปบ้านธีร์คนเดียวมันจะดูน่าเกลียด...”

บุณยวีร์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง พลางค่อยๆดึงมือออกจากการกอบกุมของชายหนุ่มอย่างระมัดระวังเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดหวังที่แปรเปลี่ยนเป็นความฉุนเฉียว

“สองก็เป็นซะอย่างนี้แหล่ะ อ้างนู่นอ้างนี่สารพัด...ทำไมเหรอ เป็นแฟนธีร์มันดูน่าเกลียดมากเหรอ หรือว่าจริงๆแล้วสองไม่ได้รักธีร์เลย แต่ที่ยอมเป็นแฟนด้วยเพราะสองรำคาญที่ธีร์คอยตามตื้อ?”

สีหน้าและน้ำเสียงไม่ค่อยสู้ดีนักของทั้งธีรุฒน์ ทำให้คนที่กลายเป็นส่วนเกินของวงสนทนาเริ่มรู้สึกอึดอัด พริมรตาพรแตะไหล่เพื่อนชายเบาๆ พลางพยายามแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังตึงเครียด

“เอ่อ...รตาว่าธีร์ใจเย็นๆก่อนนะ สองเค้าคงไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกน่า”

“ช่างเถอะรตา...สองคิดว่าสองอธิบายเหตุผลให้ถ้าธีร์ฟังแล้ว แต่ถ้าธีร์ยังใช้แต่อารมณ์แบบนี้ก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกัน...“ บุณยวีร์ตัดบทเสียงเรียบไม่แสดงอารมณ์ แม้ว่าจะรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของธีรุฒน์เป็นอย่างมาก

“ใช่ซี้...ธีร์มันไม่ใช่คนสำคัญนี่ ธีร์จะรู้สึกยังไงสองไม่เคยสนใจอยู่แล้ว ธีร์ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสองถึงไม่อยากไปพบคุณพ่อคุณแม่ หรือว่าที่สองไม่อยากไป เพราะว่าสองไม่มั่นใจว่ารักธีร์จริงๆหรือเปล่า...” ชายหนุ่มประชดประชัน ความน้อยใจทำให้เขาระงับอารมณ์โกรธไม่อยู่

บุณยวีร์หน้าตึงกับข้อกล่าวหาที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากของเพื่อนชายที่เธอใช้เวลาในการคบหาดูใจถึงสามปี ความเสมอต้นเสมอปลาย และความดีของธีรุฒน์ที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือเธอจากพวกอันธพาลที่กำลังลวนลามเธอจนตัวเกือบได้รับอันตราย ทำให้เธอยอมรับให้เขาเป็นคนพิเศษ แต่ในระยะหลังมานี้ธีรุฒน์เปลี่ยนแปลงไปมากแทบจะเรียกได้ว่าจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยเฉพาะนิสัยเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ ที่เริ่มปรากฎเด่นชัดขึ้นทุกวันจนเธอแทบจะทนไม่ไหว หญิงสาวถอนใจยาวลึกก่อนจะกล่าวช้าๆ

“ถ้าธีร์รู้สึกว่ามันแย่ขนาดนั้น...เราเลิกกันก็ได้นะธีร์...”

“สอง!...”

เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ ใครจะคิดว่าคนที่อะไรก็ได้อย่างบุณยวีร์จะเป็นฝ่ายบอกเลิก ธีรุฒน์นิ่งอึ้ง เจ็บที่หัวใจจนพูดอะไรไม่ออก ร่างสูงลุกขึ้นก่อนจะเดินดุ่มๆจากไปโดยไม่ยอมหันกลับมามอง
“สองไม่น่าพูดกับธีร์แบบนี้เลย...ธีร์เค้ารักสองมากเค้าถึงอยากจะพาสองไปพบคุณพ่อคุณแม่ สองรู้มั้ยว่ามีแต่คนอิจฉาที่สองได้เป็นแฟนกับผู้ชายที่เพอร์เฟคอย่างธีร์...” พริมรตาพรกระแทกเสียงอย่างฉุนเฉียว ก่อนจะวิ่งตามธีรุฒน์ไปอย่างรวดเร็ว

น้ำเสียงและแววตาของพริมรตาพรก่อนจะจากไปทำให้บุณยวีร์งุนงง...หญิงสาวมองตามร่างบางที่วิ่งไปจนทัน ก่อนจะยื้อยุดมือใหญ่ไว้หยุดเดิน คิ้วเรียวขมวดมุ่นครุ่นคิด คนที่ควรจะเป็นฝ่ายวิ่งตามธีรุฒน์ไปควรจะเป็นเธอมิใช่หรือ?...แล้วทำไมรตาจะต้องห่วงใยและใส่ใจความรู้สึกของธีรุฒน์มากมายขนาดนั้น?...


“พี่ครับ...เอกสารที่ให้ถ่ายเสร็จแล้วครับ”
เสียงเรียกของพนักงานทำให้บุณยวีร์ที่กำลังนั่งเหม่อต้องตื่นจากภวังค์ มือเรียวเอื้อมไปรับถุงใส่เอกสารพร้อมกับส่งเงินให้ ไอร้อนจากเปลวแดดพุ่งมาปะทะร่างเมื่อหญิงสาวผลักประตูร้านออกไป แต่มันก็ยังไม่เท่าความรุ่มร้อนจากความแค้นเคืองที่กำลังเผาผลาญหัวใจเธออยู่ขณะนี้ ...ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามแผนการที่เธอวางไว้ และเธอจะไม่มีวันให้อภัยพริมรตาพรเด็ดขาด!

++++++++++++++++++++++

แหะๆ เนื่องจากเขียนไว้ถึงแค่นี้ เลยตั้งใจว่าจะปั่นตอนใหม่ให้เสร็จก่อนเอาตอนนี้มาลง
แต่ปรากฏว่าไม่สำเร็จค่ะ ไม่ขยับเลย เกรงใจคนรออ่านค่ะ เอามาให้อ่านก่อนค่ะ
ผิดพลาดประการใด ช่วยชี้แนะด้วยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

ศศิริษา



ศศิริษา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 24 พ.ค. 2554, 13:42:42 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 พ.ค. 2554, 13:42:42 น.

จำนวนการเข้าชม : 1694





<< ตอนที่ 1 ปลายสุดของจุดเริ่มต้น   
ศศิริษา 24 พ.ค. 2554, 13:56:13 น.
ทักทายกันหน่อยค่า

ปูสีน้ำเงิน@@@ พี่เคยลงไว้ที่เด็กดีจ้า เอามาปัดฝุ่นใหม่ ตั้งใจจะเขียนให้จบจ้า

lovemuay @@@ มาช้าไปหน่อย ไม่ว่ากันนะคะ สองกับรตา มีอดีตที่สวยงามและเจ็บปวดมากๆค่ะ เดี๋ยวก็จะรู้แล้วค่ะว่าเรื่องอะไร ^^

ไอรายา @@@ อย่าพูดแบบนี้สิ จบปีนี้แน่นอนจ้า ^^

ดารานิล @@@ ขอบคุณจ้า อิอิ รู้เลยว่าแก่ ตัวหนังสือเล็กๆมองไม่เห็นเลยอ่ะ

ปิลันธ์ @@@ เห็นไม่ได้ต้องทักเลย ไม่งั้นลืม หุหุ แก่แล้วก็งี้แหล่ะ

ida @@@ ตอนใหม่มาแล้วค่า อย่าเพิ่งเบื่อกับความช้าของพี่เจี๊ยบเน้อ


ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านด้วยนะคะ ^^


ida 24 พ.ค. 2554, 15:02:13 น.
คอยได้ค่ะ :-))))))))


อัปสรา 24 พ.ค. 2554, 16:21:59 น.
ขยันจังทำวิทยานิพนธ์ไปด้วยเขียนนิยายไปด้วย เก่งมากๆค่ะเป็นกำลังใจให้นะคะ


lovemuay 24 พ.ค. 2554, 19:57:54 น.
สนุก น่าติดตามมากเลยค่ะ


ปิลันธน์ 25 พ.ค. 2554, 01:35:24 น.
เรื่องนี้แปลกแหวกแนวกว่าทุกเรื่องของคุณนายศศิเลยนะเนี่ย...ถ้าจบมีเฮ.ฮิ๊ววววววว....แต่ตอนนี้ขอรอลุ้นก่อนว่าเพื่อนรักจะหักเหลี่ยมได้โหดขนาดไหน^^


ดารานิล 25 พ.ค. 2554, 08:37:53 น.
รอยีนด้วย อย่าเพิ่งจบ 555555555555+


ศศิริษา 25 พ.ค. 2554, 08:53:16 น.
อิอิ กำลังใจล้นหลาม วันนี้ต้องรีบไปปั่นซะแล้ว เดี๋ยวปิดเรื่องไม่ทันปีนี้ 555


cherryfirm 28 พ.ค. 2554, 15:52:21 น.
มีทั้งอดีตที่สวยงามและความเจ็บปวดมากมายจากเพื่อนรัก อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปนะอยากรู้จัง....@@


ศศิริษา 1 มิ.ย. 2554, 12:53:32 น.
ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ ที่เจี๊ยบไม่สามารถทำตามที่พูดไว้ได้ว่าจะเขียนนิยายมาลงให้อ่านอย่างต่อเนื่อง พอดีตอนนี้เจี๊ยบกำลังยุ่งกับการเปิดร้านกาแฟค่ะ เลยต้องพักงานเขียนซักอาทิตย์นึงเต็มๆ พออะไรเข้าที่เข้าทางแล้ว จะรีบปั่นมาให้อ่านต่อนะคะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนิยายค่ะ ^^


อมลลดาOWOอมรรัตน์ 6 มิ.ย. 2554, 23:02:03 น.
จะรอตอนต่อไปค่ะ ขอให้ร้านกาแฟขายดิบขายดี กิจการเจริญรุ่งเรือง มีลูกค้าเต็มร้าน รอคิวซื้อเข้าแถวยาวสักกิโล ร่ำรวย ๆ นะค่ะ :)


ปิลันธน์ 5 เม.ย. 2555, 22:40:20 น.
หายไปนานเกินไปแร๊วววววววว..><


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account