บ่วงรักมัดใจอสูร
เมื่อฟ้าจงใจปั้นแต่งให้ "แพรลภัส" และ "ไหมสไบ" เกิดมามีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกัน ทว่า...สิ่งหนึ่งที่ต่างคือการปรุงแต่งเลี้ยงดู... อีกคนสูงเป็นดาวพร่างพราวฟ้า ส่วนอีกคนธรรมดาราวเม็ดทรายริมถนน อีกคนมีรักที่อบอุ่นเต็มหัวใจ แต่อีกคนหนาวเหน็บแทบใจขาด ความที่โชคชะตาเล่นตลกกับพวกเธอ ทำให้ทั้งสองที่เกิดจากท้องเดียวกัน ต่างต้องเล่นระบำแค้นอย่างสนุกสนาน โดยมีดอกรักที่บานสะพรั่งเป็นผลตอบแทนสำหรับคนที่ชนะในเกมนี้...
Tags: นิยาย เศ้รา ตบ จูบ ซึ้ง ดราม่า ระบำดอกรัก

ตอน: ทวิบ่วง

ตอนที่ 2

เช้าวันต่อมา...

นารายังถูกพิษรักทำร้ายตรอมตรมใจไม่สร่าง หล่อนเอาแต่นั่งเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างอย่างน่าเวทนา บ้างก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น... บ้างก็หัวเราะคิกคักราวกับคนเสียสติ โดยมีแพรลภัสนั่งเฝ้าอาการบนโซฟาข้างๆ ตัวอย่างใกล้ชิด...

วันนี้ยังโชคดีที่เป็นวันเสาร์ ไม่มีเรียน... ไม่เช่นนั้นเรื่องบ้าๆ นี้อาจจะกระทบต่อการเรียนได้ ซึ่งหล่อนไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย นาราเป็นคนหัวอ่อน... เรียนเก่ง แต่ก็ช่างอ่อนไหวง่ายในเรื่องของความรัก... และนี่เองคือสาเหตุที่หล่อนไม่เคยขัดเมื่อเพื่อนคบกับเจตน์ เพราะความรักนี่เองเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อเลี้ยงให้เพื่อนของหล่อนสามารถรักษาเกียรตินิยมมาได้...

“แกกินข้าวเหอะ”

หลังจากอาบน้ำเสร็จ แพรลภัสอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวรัดรูป กับกางเกงเลสีเขียวอย่างสบายๆ... ใบหน้าที่ผัดเพียงแป้งบางๆ ไร้เครื่องประทินผิวราคาแพงทว่ากลับทำให่หล่อนดูน่ารักไปอีกแบบ ผมสีเปลือกไม่อ่อนๆ... ถูกลมจากหน้าต่างพัดเข้ามาทำให้พริ้วสยายไปตามแรงผม... แม้ผมหล่อนจะยาวเพียงลำคอ... หล่อนไม่ชอบไว้ผมยาว เพราะอากาศที่เมืองไทยร้อนมากไม่เหมาะแก่การไว้ผมยาวรุ่มร่าม...

“ไม่ ฉันไม่หิว แกกินเถอะ” นารายังเกาะขอบหน้าต่างแน่น ใบหน้าเอียงแนบริมหน้าต่าง...

“แต่มันเลยเวลาข้าวเช้ามานานแล้วนะแก เดี๋ยวก็เป็นกระเพาะตายกันพอดี”

นัยน์ตานาราเลื่อนลอย... ไร้จุดหมาย...

“ถ้าฉันตาย พี่เจตน์จะกลับมาหาฉันบ้างมั้ย”

“พอได้แล้วยัยนา !” แพรลภัสกระชากแขนนาราให้หันมามอง หล่อนจ้องเข้าไปในนัยน์ตาเพื่อนเขม็ง... หล่อนทนไม่ไหวแล้ว ทำไมเพื่อนหล่อนต้องเป็นเอามากมายขนาดนี้...

“แกจะเอายังไงก็บอกมา แต่แกอย่าเป็นแบบนี้ได้มั้ย ฉันไม่สบายใจ !”

“...” นาราจ้องมองเพื่อนสาวเพียงครู่ ก่อนที่เบ้าตาจะคลอรื้นไปด้วยหยาดน้ำ... หล่อนเจ็บ เจ็บเหลือเกิน แต่หล่อนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้พี่เจตน์กลับมา หล่อนอยากได้เขากลับมา... หล่อนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา...

แม้เจตน์จะเลวร้ายเพียงไหน แต่ใจหล่อนก็ยังร่ำร้องว่าเขาคือคนที่ “ใช่” อยู่ดี

หล่อนเกลียดการเริ่มต้นใหม่... หล่อนอยากให้เจตน์คือคนสุดท้าย...

หล่อนรักเขา...

“ไม่เป็นไร... แกไม่เป็นไร”

แพรลภัสโถมตัวเข้ากอดเพื่อนสาวตรงหน้า หล่อนเข้าใจว่าอีกฝ่ายรู้สึกโดดเดี่ยว... เคว้งเคว้าง... และต้องการหลักพักพิงให้เกาะมากที่สุดในเวลานี้ และหล่อนเองก็พร้อมจะเป็นที่ให้เพื่อนพักพิง... นาราคือเพื่อนที่หล่อนรักมากที่สุด เมื่อยามหล่อนทุกข์ นาราก็คือเพื่อนคนเดียวที่ยื่นมาเข้ามาช่วยเหลือทั้งทางกายและทางใจ วันนี้มันคงถือเวลาแล้ว... หล่อนต้องช่วยเหลือเพื่อนที่หล่อนรักมากที่สุดบ้าง...

“แกอยากให้ฉันทำอะไร แกบอกฉันมาเลย ฉันยินดีทำให้แกทุกอย่าง ขอให้แกสบายใจเป็นพอ...”

“ฉันอยากได้พี่เจตน์กลับมา”

“แต่แก้วที่มันร้าว... ต่อแล้วอาจจะไม่เหมือนนะ ฉันว่าแกน่าจะมองหาแก้วใบใหม่ดีกว่า... ใบใหม่ที่อาจจะแทนของเก่าไม่ได้ อาจจะไม่เหมือนของเก่าที่แกชอบ... แต่มันก็สามารถรองรับน้ำได้เหมือนกันนะ”

“ฉันขอลองอีกซักครั้ง... ได้มั้ย” นาราผละตัวออกจากอ้อมกอดเพื่อนรัก แววตาหล่อนบ่งบอกสิ่งที่พูดออกไปเมื่อครู่... หล่อนจริงจัง...

แพรลภัสถอนใจยาว เอนตัวพิงพนักเพราะไม่อาจตั้งไหล่ให้ตรงได้อีกต่อไป...

“แกจะเอาอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่ ฉันขอลองเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเกิดว่าลองแล้วพี่เจตน์ยังไม่กลับมา... ยังรักนังซิลิโคนนั่นเหมือนเดิม ฉันสัญญาว่าฉันจะไป”

“แต่สิ่งที่แกกำลังจะทำ คือการแย่งชิงผู้ชายกับยัยไหมนะ”

“ใช่ และฉันก็คิดว่าแกคงจะเข้าข้างฉันด้วยใช่มั้ย ถึงแม้ยัยซิลิโคนนั่นจะเป็นพี่สาวแกก็ตาม...”

นาราจ้องตาแพรลภัสเชิงขู่บังคับ... ฝ่ายตรงข้ามได้แต่ยิ้มแหย่ๆ เมินหน้าไปทางอื่น... เพราะสายที่เพื่อนสาวจ้องมาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับมีดที่กำลังจ่อคอหอย...

เรื่องพี่น้องอะไรนั่นแพรลภัสไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะความห่างเหินจะแทบไม่รู้จักทำให้หล่อนไม่คิดจะนับญาติกับนักสาวชื่อดังอยู่แล้ว แต่สาเหตุที่หล่อนไม่อยากทำเท่าไหร่ เพราะหล่อนคิดว่าเรื่องพรรค์นี้มันไร้สาระเกินไป...

นี่ถ้านาราใจแข็งอีกนิด หล่อนจะบอกให้ตัดใจไปซะ อย่าได้กลับไปให้มันหลอกต่ออีกเลย !

แต่พูดได้เสียที่ไหน... เพื่อนหล่อนไม่เหมาะสมกับบคำพูดจำพวกนั้นเลยซักนิด...

“แกจะทำยังไงล่ะ ยัยไหมมันเป็นดาราสวยซะขนาดนั้น พี่เจตน์แกจะกลับมาเหรอ” แพรลภัสพยายามสรรหาคำพูดที่ไม่เปรียบเสมือนคมมีดมากล่าวกับเพื่อนให้ได้มากที่สุด ซึ่งหล่อนทำได้เพียงแค่นี้...

“ฉันว่าบางที เราอาจจะต้องเปลี่ยนโหมดเป็นนางเอกเป็นนางร้ายแล้วล่ะ”

“...” แพรลภัสเกาศีรษะอย่างงงงวย แต่ก็พยายามฉีกยิ้มประหนึ่งว่าเข้าใจ

“แกต้องช่วยฉันแย่งพี่เจตน์มาจากยัยซิลิโคนนั่นนะ ยัยแพร !”



“ฮัลโหล พี่อ้อยเหรอคะ หนูนารานะคะ”

นาราลากแพรลภัสมายังร้านขายเครื่องดื่มแห่งหนึ่งที่บรรยากาศร่มรื่นมาก รอบตัวถูกประดับประดาไปด้วยต้นไม้... ทำให้อากาศที่ร้อนอบอ้าวเย็นขึ้นมาโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ...

ทว่า... แพรลภัสคิดว่าสถานที่ดูจะไม่เหมาะกับเรื่องที่จะมาคุยเท่าไหร่ เพราะนาราบอกหล่อนว่าจะมาคุยเรื่องแผนชั่วร้าย... วิธีแย่งผู้ชายกลับคืน !

น่าจะไปคุยในสถานที่ที่มันลึกลับหน่อยนะ...

แม้จะนึกขัดอกขัดใจเพียงไหน แต่สิ่งที่แพรลภัสทำได้คือการถอนหายใจเท่านั้น... หล่อนไม่กล้าขัดเพื่อนมากเท่าไหร่ในช่วงนี้ เพราะสภาวะอารมณ์อีกฝ่ายไม่ปกติเท่าที่ควร...

แพรลภัสจิบกาแฟช้าๆ... ในขณะที่นารากำลังคุยโทรศัพท์...

“ค่ะ... พี่อ้อย นาอยากได้ข้อมูลของไหมสไบค่ะ”

แพรลภัสกะพริบตาปริบๆ... มองดูเพื่อนสาวคุยเรื่องไร้สาระที่ดูมีสาระมาก...

“อ้อ พอดีนาอยากได้ไปทำรายงานน่ะค่ะ พี่อ้อยพอจะช่วยนาหน่อยได้มั้ยคะ... อ้อ ขอบใจมากค่ะ งั้นเดี๋ยวสิ้นเดือนนาจะบอกให้คุณพ่อให้โบนัสเล็กๆ น้อยๆ พี่อ้อยนะคะที่ช่วยนา... ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องเล็กน้อย พี่อ้อยใจดี ก็สมควรได้อะไรดีๆ ตอบแทนสิคะ... ค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ สวัสดีค่ะ”

และแล้วนาราก็วางสาย เงยหน้าขึ้นมาดีดนิ้วดังเปาะ !

“เสร็จเรียบร้อย”

“แกจะทำอะไรนา” แพรลภัสขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบเป็นเครื่องหมายคำถาม...

“ฉันโทรให้พี่อ้อยที่เขียนคอลัมเกี่ยวกับดาราหาข้อมูลของยัยไหมให้หน่อยน่ะ”

“แกจะเอาไปทำไม”

“เอามาไว้เป็นข้อมูลเบื้องต้น ในการแย่งพี่เจตน์กลับมาไงล่ะ !”

“แก...” แพรลภัสเบาเสียงลง “...ไว้ใจได้มั้ย พี่อ้อยอะไรเนี่ย”

นาราหัวเราะคิกคักชอบใจ

“แน่นอน ลองตุกติกดูสิ... หล่อนได้กระเด็นออกจากงานแบบไม่ได้เกิดอีกแน่ เพราะฉันจะฟ้องคุณพ่อ !”

“โหดชะมัด...”

แพรลภัสจิบกาแฟอีกรอบแล้วพยามกลืนลงคออย่างยากลำบาก คบกันมาตั้งนานไม่ยักรู้ว่ายัยนาแอบร้ายใช่เล่น...

เพียงนานข้อมูลทุกอย่างก็ถูกส่งมาทางแฟกซ์ของร้านขายเครื่องดื่ม นารารีบไปรับมาแล้วตั้งใจอ่านอย่างกับอ่านหนังสือสอบ... แพรลภัสนั่งรอไม่นานเพื่อนสาวก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มแป้น...

“โอเค แผนแรก... แกจะต้องลงมือ !”

“อ้าว แล้วฉันไปเกี่ยวอะไรกับแกด้วยเนี่ย !”

แพรลภัสร้องเสียงหลง... จิบกาแฟอีกรอบ แต่ปรากฏว่าแกแฟหมดแก้วแล้ว ให้ตายสิ... ลางบอกเหตุชัดๆ ว่าหล่อนไม่มีหนทางอื่นใดนอกจากจำใจทำตามที่เพื่อนสาวบอกเท่านั้น...

“เกี่ยวสิ แกเป็นเพื่อนฉัน”

“งั้นฉันจะเลิกเป็นเพื่อนแกเดี๋ยวนี้แหละ”

“ยัยแพร...” นารากดเสียงต่ำ

“โอเค” แพรลภัสจำต้องยอมจำนนฟ้าดิน “แกจะให้ฉันไปฆ่าใคร...บอกมา”

“เปล่าหรอกน่า แกก็...”

นาราแววตาวาวโรจน์ ก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า...

“พรุ่งนี้งานวันเกิดพี่เจตน์ ยัยไหมมันต้องไปแน่นอน พี่เจตน์ยังไม่เคยเห็นแกซักครั้งใช่มั้ย... งานนี้ล่ะ ฉันจะส่งแกไปเป็นยัยไหม ทำนองว่ามีไหมสไบสองคนในงาน !”



แพรลภัสรู้สึกว่าเพื่อนนาของหล่อนเป็นผู้หญิงที่เลวร้ายมากก็วันนี้นี่เอง...
นาราลากแพรลภัสมายังศูนย์การค้าชื่อดังที่ขึ้นชื่อในด้านการให้บริการเป็นเลิศและราคาที่สูงลิบลิ่ว แต่เหมือนว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่ได้ทำให้คนที่เพิ่งอกหักยี่หระแม้แต่น้อย หล่อนจับจ่ายซื้อของแล้วเดินไปรูดบัตรเครดิตราวกับมันเป็นแผ่นกระดาษธรรมดาที่หล่อนไม่ใคร่ใส่ใจ แล้วของแต่ละอย่างนั้น... เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง...

แต่ที่แปลกนัก... ทำไมมีแต่เสื้อผ้า...

แพรลภัสโดนนาราลากเข้าไปในบูธเครื่องสำอางค์...

“แก... พักก่อนได้มั้ยเนี่ย” หญิงสาวอุทธรณ์เสียงแผ่ว พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดเป็นเม็ดเล็กๆ ริมหน้าผาก...

ขนาดเดินอยู่ในเครื่องปรับอากาศนะเนี่ย...

เหงื่อไม่ต่างจากเดินอยู่ในกลางแดดเลย...

แพรลภัสทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ ตัวอย่างหมดเรี่ยวแรงจริงๆ
“แหม... แกอย่าบ่นมากได้มั้ย ของที่ซื้อเนี่ยก็ของแกทั้งนั้นนะ” นาราพูดโดยไม่หันมามองเพื่อน เพราะหล่อนกำลังทดลองเครื่องสำอางค์ที่เพิ่งเปิดตัวมาใหม่อยู่

“โอย ไม่เอานะ มันเงินแกทั้งนั้น... แกซื้อแกก็เอาสิ”

“ฉันไม่ได้ให้แล้วให้เลยซะหน่อย ให้แกยืมใส่ย่ะ... ใส่ไปงานวันเกิดพี่เจตน์”

แพรลภัสทำปากเป็นรูปตัวโอแล้วผ่อนปรนลมหายใจออกมาทางปาก... ให้ตายสิ ไม่เห็นต้องลงทุนอะไรมากมายขนาดนั้น หล่อนเคยเห็นตู้เสื้อผ้าของนาราแล้ว เสื้อผ้าแต่ละตัวใหม่เอี่ยมทั้งนั้น และหล่อนก็คาดว่าเก้าในสิบของเสื้อผ้าทั้งหมดนารายังใส่ไม่ครบเลย แต่หล่อนก็ยังซื้อ... ซื้อ.... และก็ซื้อ... จนบางทีแพรลภัสคิดว่าเงินเหล่านั้นน่าจะไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้มากกว่าโยนทิ้งขว้างไปกับของไร้สาระพรรค์นั้น...

เอาเหอะ... เพื่อนหล่อนรวยนี่นา เงินก็เงินเค้า หล่อนจะไปคิดงกอะไรแทนได้ล่ะ

แล้วแพรลภัสก็ถอนใจยาวตามเคย... พิงพนักเก้าอี้... พลางหลับตา...

“นี่หล่อน ! เป็นพนักงานประสาอะไร... ฉันมาซื้อของก็มาต้อนรับหน่อยสิยะ !”

เสียงหญิงคนหนึ่งที่แว้ดขึ้นมาข้างหูทำให้แพรลภัสต้องเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ...

“เฮ้ย !”

หญิงสาวสะดุ้งแทบตกเก้าอี้เมื่อเห็นหน้าคร่าตาเจ้าของเสียง เพราะเธอคนนั้น... หน้าตาละม้ายคล้ายหล่อนเหลือเกิน !

“แก...”

หญิงสาวคนนั้นเองก็ดูท่าว่าตกใจไม่แพ้กันที่เห็นภาพเสมือนตัวเองอยู่ตรงหน้า หล่อนถอยห่างเล็กน้อย... ก่อนจะชี้กราดมายังแพรลภัสอย่างตกใจ...

“แก... แกเป็นใคร !”

แพรลภัสเหลียวซ้ายแลขวา แก ? แกคนไหน หมายถึงหล่อนหรือเปล่านะ...

แต่ไม่เห็นต้องพูดจาหยาบคายอะไรขนาดนั้นเลยนี่นา...

“ทำไมฉันต้องบอก... แก” แพรลภัสเลียนแบบสรรพนามหล่อนบ้าง เพื่อความเสมอภาคของกันและกัน...

“อ๊าย ! แกเป็นใคร กล้าดียังไงมาว่าฉันแบบนี้ อ้อ... สงสัยจะเป็นพวกแฟนคลับที่อยากสวยเหมือนดารา เลยไปศัลยกรรมมาให้เหมือนฉันล่ะสิ ก็เหมือนดีหรอกนะ แต่แกมันของปลอมทั้งตัว !”

ของปลอม... อะไรกัน แพรลภัสอมยิ้มอย่างนึกขัน...

จู่ๆ ก็มาหาว่าหล่อนไปศัลยกรรมเลียนแบบซะงั้น โอยตาย... หล่อนเกิดมาก็ไม่เคยเห็นใครเป็นตุเป็นตะได้มากมายก่ายกองเท่ายัยเพิ้งนี่เลยนะ...

แต่ว่า... หน้าตาหล่อนก็คล้ายกันกับแพรลภัสจริงๆ... ข้อนี้ไม่ปฏิเสธ...

“อะไรกันคุณ ฉันไม่ได้เป็นบ้าอะไรขนาดนั้นนะ” แพรลภัสลุกขึ้นจากเก้าอี้... เดินมาจ้องตาอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ...

“แกเป็นใคร” หญิงสาวผมยาวสลวยระบ่าในชุดนักศึกษาถามหล่อนเสียงแข็งกร้าว...

“เป็นคน...”

“นี่... ฉันถามแกดีๆ นะ”

“แกคิดว่าฉันตีลังกาตอบแกอยู่รึไง”

“อ๊าย นังบ้า !”

หญิงสาวในชุดนักศึกษารัดรูปกัดฟันกรอดๆ... อย่างเหลือจะทน แต่เพียงครู่เท่านั้น อากัปกิริยาที่คล้ายจะวีนแตกก็เปลี่ยนไปราวกับภาพที่อันตธานมลายหาย... เมื่อหล่อนเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มหวาน... เอื้อมมือมาแตะไหล่หล่อนเบาๆ... คล้ายจะปลอบโยนกลายๆ...

“ไม่เป็นไรนะคะ พี่ไม่ถือสาน้องหรอก...” ว่าแล้วหล่อนก็ยิ้มไปทางมุมหนึ่งของร้าน ปรากฏว่ามีนักข่าวกำลังรัวชัตเตอร์ถี่ๆ มายังพวกหล่อน...

แพรลภัสงงงวยเพียงครู่ ก่อนจะปัดมือที่แตะแขนหล่อนออกอย่างไม่ไยดี...

“ไหมสไบ ! เธอคือไหมสไบใช่มั้ย !”



นททิภา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 11 มี.ค. 2556, 18:37:11 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 11 มี.ค. 2556, 18:37:11 น.

จำนวนการเข้าชม : 1010





<< ตอนที่ 1 บ่วงวันวาร   
นัฐชา 13 มี.ค. 2556, 07:03:10 น.
ว้าวววว นทใจอ่อนมาลงต่อแล้ว
ติดไว้ก่อน ไปอาบน้ำ หม่ำๆๆ ซักผ้าก่อนนะ

ว่าแต่ว่า แอดเฟสแล้วหรือ หาไม่เจอนะ แอดใหม่ๆๆๆ555+


นททิภา 13 มี.ค. 2556, 21:14:30 น.
แอดใหม่แล้วนะคะ

คนที่ผมยาวๆ เสื้อเขียวเอามือปิดปากน่ะค่ะ นทเอง ^________^


นัฐชา 15 มี.ค. 2556, 18:54:32 น.
Sanuwong Malika คนนี้หรือนท555+ใช่ไหมๆๆๆ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account