รักก็คือรัก(เรื่องสั้น)
รัก... คือความรู้สึกดีๆ หากจะมีความหมายก็คงอธิบายไม่ได้ เพราะความหมายนั้นคงเปลี่ยนไปแล้วแต่ใครสักคนจะนิยาม
Tags: รัก, ซึ้ง, สบาย, คิดถึงนะ, รชต

ตอน: รักก็คือรัก part 5 "จบแล้วจ้า..."

บนถนนที่แสนว่างมีต้นไม้สองข้างทางให้ร่มเงา รถยนต์สีดำแล่นไปอย่างไม่รีบร้อน มีเพียงเรื่องเดียวที่วนอยู่ในหัวของเขา เสียงแตรจากรถข้างหลังเรียกสติของเขาให้ตื่นตัว รถยนต์คันนั้นเขาจำได้ดี เจ้าของของมันเคยนำมาจอดทิ้งไว้ที่ร้านของเขาเพราะมันป่วยกะทันหันหาที่ซ่อมไม่ได้

รถคันที่ว่าขับแซงขึ้นไปตีไฟชิดซ้ายแล้วเจ้าของสาวร่างเล็กก็ออกมายืนกอดอกรออยู่ท่าทางเอาเรื่อง

วาคิมจอดรถต่อท้าย เปิดประตูเดินไปหา ดูไปดูมาผู้หญิงคนนี้ก็ไม่น่ารักเอาเสียเลย ทำตัวเป็นเจ้าแม่อย่างกับจะหาเรื่องเขา

“ว่าไงครับคุณฝน มีธุระด่วนมากหรือครับ” เขากระเซ้าเสียงดังกว่าปกติ

“ใช่ ฉันไม่ชอบให้เรื่องอะไรมันคาราคาซัง”

“ไปหาที่คุยกันดีๆ กว่านี้ไม่ได้เหรอ ผมไม่ชอบยืนนานๆ มันเมื่อย” ชายหนุ่มหยุดเดิน ยืนห่างจากเธอหลายเมตร

สริดาเป็นฝ่ายเดินมาหาเขาเอง “เอาล่ะ ฉันไม่พูดมากหรอก” เธอถอนใจรวบรวมความกล้า “ฉันไม่อยากให้คุณเล่าเรื่องพี่ชายฉันให้พี่แก้วฟัง”

“เพราะ...” คิ้วเข้มเลิกขึ้น รอคำตอบ

“เพราะเขาสองคนกำลังจะแต่งงานกัน”

“แล้วยังไง”

“นี่คุณ” หญิงสาวขยับเข้าหาชายหนุ่มที่ยืนนิ่งไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของเธอ “คุณไม่เข้าใจเหรอว่าตอนนี้พวกเขากำลังจะแต่งงานกัน แล้วเรื่องแบบนี้ไม่ควรจะให้พี่แก้วรู้”

“ผมว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผมนะ” สีหน้าของวาคิมไม่ได้แสดงความรู้สึกใด “เปลี่ยนจากที่คุณมาบอกผมไม่ให้พูดมาเป็นให้พี่ชายคุณเลิกสร้างปัญหาจะดีกว่า”

“เขาก็กำลังจะเลิกทุกอย่าง เขาบอกฉันว่าเขาจะเลิกทุกอย่าง เพราะอย่างนี้ฉันจึงอยากให้คุณช่วย”

“คุณมั่นใจเหรอว่าผมจะช่วยได้มากขนาดนั้น”

“ได้สิ เพียงแค่คุณไม่พูด ปัญหาทุกอย่างมันก็จบ พวกเขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่” สายตาของเธอสบตาของเขาขณะที่พูด ในแววตาไหววูบนั้นทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจ กับคำที่จะพูดต่อ “ฉันรู้ว่าคุณรักพี่แก้ว”

วาคิมเมินหน้าหนี คำว่ารักมันทิ่มแทงหัวใจเขามานานหลายปี เมื่อเธอพูดมาตอนนี้มันก็ยิ่งตอกย้ำให้ลึกขึ้นกว่าเดิม

“เรื่องของผมคงไม่เกี่ยวกับเรื่องของพี่คุณนะ”

“คุณไม่อยากเห็นพี่แก้วมีความสุขหรือไง”

“แล้วคุณรู้เหรอว่าเขาจะมีความสุขกับพี่ชายของคุณจริงๆ คุณรับรองได้เหรอคุณฝน”

เสียงที่ดังกว่าปกติสั่นหัวใจดวงน้อยให้อ่อนแอลงทันใด เสียงทุ้มที่นุ่มนวลกลายเป็นเสียงห้าวกร้าวดังตะโกนใส่เธอเหมือนเป็นแค่ก้อนหินไร้ความรู้สึก

“ฉันคิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้น” สริดาพูดเหมือนพูดกับตัวเอง “การที่เรารักใครสักคน เราก็อยากเห็นเขามีความสุขไม่ใช่เหรอ คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอ”

วาคิมทำเสียงในลำคอ เพราะเรื่องนี้เขารู้ดีกว่าใคร “เหมือนคุณจะรู้เรื่องนี้ดีนะ” หญิงสาวไม่สบตาของเขาเวลานี้ เขารู้สึกผิดขึ้นทันใดที่เสียงดังใส่เธอไปก่อนหน้า บางทีอาจเป็นเพราะเธอตกใจเสียงของเขาก็เป็นได้ เขาถอนใจอีกครั้ง ไม่อยากทำลายมิตรภาพดีๆ ที่มีให้กัน “ผมว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้จะดีกว่า ผมขอตัวล่ะ”

ร่างสูงเดินลิ่วขึ้นรถแล้วขับออกไป สริดาเฝ้ามองท้ายรถที่ห่างออกไปจนสุดท้ายก็หายลับตา นึกถึงคำพูดของเขาที่บอกว่าเขารักใคร่ ห่วงใยผู้หญิงอีกคนอย่างสุดซึ้ง หากแต่ความรู้สึกมากมายที่เกิดขึ้นในใจดวงน้อยของเธอก็บีบคั้น ผลักดันจนรู้สึกเจ็บแปลบอยู่ภายใน




ศาลาที่ถูกกล่าวถึงได้ถูกสร้างขึ้นตามคำสั่งของเจ้าของบ้าน เป็นศาลาไม้ทรงลูกเต๋าดูเรียบง่าย มีต้นไม้ล้อมรอบให้ร่มเงาเขียวครึ้มเย็นสบาย วาคิมเดินสั่งคนงานให้จัดวางต้นไม้ตามที่เขาออกแบบไว้ บางเวลาก็ดึงแขนเสื้อขึ้นลงมือทำไปพร้อมๆ กับคนงาน

รัตนมณีเดินออกมาดูความคืบหน้าของงานเช่นเคย ในมือถือขวดน้ำเปล่าติดมือมาด้วย “ขยันจริงๆ เลยเพื่อนฉัน”

วาคิมเดินเข้ามาหารับขวดน้ำที่เธอยื่นให้ “เฮ้อ... ชื่นใจจริงๆ เลย เป็นไง พอใจไหมคุณรัตนมณี”

“พอใจมากเลยค่ะคุณวาคิม”

“เราดีใจมากเลยที่เห็นแก้วชอบ” วาคิมมองไปสวนที่เขาจัด เลยไปถึงบ้านหลังใหญ่ที่วันนี้คนงานมาน้อยกว่าทุกวัน “แล้วข้างในเสร็จเรียบร้อยแล้วเหรอ”

“เหลือห้องข้างบนน่ะ ให้ฝนเขาดูให้อยู่”

“แต่เหมือนไม่เห็นคุณฝนเลยนะ” ดวงตาคมเข้ม มองขึ้นด้านบนตัวบ้าน เหมือนกับว่าจะมองเห็นคนที่ถูกพูดถึง

“อยู่ข้างบนน่ะแหละ เมื่อเช้าก็เสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ข้างล่าง สักพักพอคิมมาก็หายไปเลย”

“งั้นเหรอ”

คำของรัตนมณีเหมือนเป็นประโยคบอกเล่าที่สร้างคำถามขึ้นในหัวของวาคิม ทำไมสริดาหลบหน้าไม่ออกมาเจอแม้แต่น้อย หรือเธอโกรธเขาที่ขึ้นเสียงใส่เธอ ไม่อยากจะเห็นหน้าเขาแล้ว และทำไมมีความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นในใจ ความรู้สึกที่คุ้นแต่ก็ตีความหมายลงไปไม่ได้

แสงอาทิตย์แรงขึ้นตามลำดับเวลาไม่มีทีท่าว่าจะลดลงไปเลย เหมือนความอยากรู้ในตอนนี้ที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะเช่นกัน วาคิมมองซ้ายแลขวาพาร่างสูงโปร่งเดินเข้าไปในตัวบ้าน

เขาก้าวขึ้นบันไดของบ้านกี่ขั้นก็ไม่ได้นับ อาจจะเป็นเพราะมันสูงเขาถึงได้รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว ประตูห้องบางห้องปิด บางห้องเปิด เขาตัดสินใจเดินไปห้องที่ประตูเปิดอยู่ตรงหน้าซึ่งตรงกับสวนหน้าบ้านพอดี

จริงดังคาด ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหม่ออยู่ริมหน้าต่าง มองลงไปด้านล่าง วาคิมนึกสนุกอยากทำให้เธอตกใจเล่น ขายาวค่อยๆ ก้าวอย่างแผ่วเบา ชะเง้อมองลงไปด้านล่างเหมือนกับเธอ

รัตนมณีกับว่าที่เจ้าบ่าวของเธออยู่ตรงนั้น สองคนยิ้มให้กัน ไม่ต้องบอกว่าจะมีความสุขสักเพียงใด เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนอยู่ตรงนั้น

“ว้าย...”

เสียงร้องของคนนั่งหมุนโลกของวาคิมอีกครั้ง เธอนั่งตัวลีบอ้าปากค้างเงยหน้ามองเขาที่ยืนค้ำหัวอยู่ เมื่อรู้สึกตัวเขารีบผละออก

“ผมขอโทษ”

“คุณขึ้นมาทำอะไร” สริดาลุกขึ้นถอยห่างออกไป ดวงตากลมโตเหมือนโตขึ้นอีก

วาคิมยังติดใจกับภาพด้านล่าง แต่เพราะมีคนยืนจ้องอยู่เขาจึงหันกลับมาพูดต่อด้วยใบหน้าที่ยัดเยียดรอยยิ้ม “อยู่ข้างล่างมันร้อน ก็เลยคิดว่าจะขึ้นมาดูบ้านข้างบนหน่อย แต่ที่นี่ก็ร้อนเหมือนกันล่ะนะ”

ฟ้าที่สว่างจ้าไปด้วยแสงแดดถูกบดบังไปด้วยเมฆก้อนใหญ่ ลมแรงพัดต้นไม้ด้านนอกไหวเอน สริดารีบเดินไปปิดหน้าต่างทุกบานที่เปิดอยู่ และก็ยังลอบมองชายอีกคนที่ปิดหน้าต่างบานอื่นๆ

โลกมีหลายฤดู ในฤดูเดียวกันบางครั้งก็มีสภาพอากาศที่หลากหลาย เธอก็คงไม่ต่างกันนัก เธอมีสิ่งที่ต้องปกป้อง มีสิ่งที่อยากได้ มีสิ่งที่รัก และบางสิ่งก็อาจสูญเสียไป ความรู้สึกหลายความรู้สึกอาจเกิดขึ้นพร้อมๆ กันในชั่วขณะหนึ่ง

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ได้ยินเพียงเสียงลมจากด้านนอก อาจเป็นเพราะอากาศไม่ถ่ายเท เธอจึงรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

“เราลงไปข้างล่างกันดีกว่านะ” เสียงห้าวดังขึ้นก่อน เขาก้าวเท้าเดินนำหน้าได้เพียงสองก้าวก็รู้สึกได้ถึงมือของใครคนหนึ่งดึงต้นแขนของเขาไว้

สองสายตาประสานกันอีกครั้ง ไม่ต้องพูดสิ่งใดก็รู้ความหมาย ตาคมเข้มก้มมองมือน้อยนั้น เพียงไม่นานมือนั้นก็หลุดออกไปเหมือนเจ้าของของมันจะอ่อนกำลังลง

ชายหญิงสองคนยืนมองออกนอกหน้าต่างมองสวนหน้าบ้านที่ตอนนี้ฝนกำลังทิ้งเม็ดกระหน่ำอย่างหนัก คนที่เดินลงบันไดมารีบเดินเข้าไปหา

เขาเดินห่างออกไปเรื่อยๆ มันช่างเหมือนห่างไกลกันเหลือเกิน สริดาสาวเท้ายาวกว่าปกติ จนเมื่อเขาหยุดเธอจึงหยุด เธอไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป

“อ้าว... นี่ไงคิม ขึ้นไปข้างบนหรอกเหรอ” เสียงรัตนมณีดังก่อน “นี่หนึ่งนะคิม”

ชายหนุ่มสองคนค้อมหัวให้กัน พี่ชายสบตากับน้องสาวที่กำลังเดินมาอยู่ แต่ชายอีกคนเห็นได้เพียงด้านหลัง

“เราเคยเจอกันที่ร้านกาแฟ ใช่ไหมครับ”

เสียงของคนที่หันหลังให้ดังขึ้น สริดาอยากจะก้าวเท้าต่อไป ไม่เธอกับยืนเฉย หวังได้เพียงว่าเขาจะไม่ได้พูดอะไร และพี่ชายของเธอที่ทราบเรื่องดีก็จะไม่พูดอะไร

“อ้อ... จำได้สิครับ ฝนก็ชอบไปที่ร้านนั่นใช่ไหมฝน” ประโยคหลังเขาพูดกับน้องสาว

สริดาไม่ได้ตอบ สนใจเพียงว่าชายอีกคนจะพูดอะไรอีกหรือไม่ เธอขยับเดินมาเคียงเขา เขาหันมาสบตาเธอ แล้วหันไปพูดอีกครั้ง

“หวังว่าคุณจะแวะไปบ่อยๆ พาแก้วไปด้วยก็ยิ่งดีครับ”

“ต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอนครับ” ดูเหมือนเขาจะเข้าใจในความนัยของคำพูดได้ดี รอยยิ้มเป็นมิตรเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก “คุณคงยังไม่ได้ดูบ้านผมให้ทั่วใช่ไหม เดี๋ยวผมจะพาไปนะ”

สองชายหนุ่มเดินคุยกันไปทิ้งสองสาวไว้ด้านหลัง ฝนเม็ดใหญ่เหมือนจะซาลงไปทิ้งเม็ดฝนสม่ำเสมอประพรมผืนโลกให้ชุ่มฉ่ำ




เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเมื่อลูกค้าเดินผ่านประตูหน้าร้านเข้ามา เจ้าของร้านกล่าวตอนรับเสียงไม่ดังนัก หญิงสาววางกระเป๋าลงตรงที่นั่งประจำของเธอ เดินมาสั่งเครื่องดื่มที่เคาท์เตอร์

วาคิมรับคำลูกค้ากลับไปนั่งที่เดิม เธอเป็นลูกค้าคนใหม่ที่มาเป็นขาประจำร้านของเขา ประเป๋าใบใหญ่กับอุปกรณ์สื่อสารเท่าหนังสือเป็นอุปกรณ์ที่เธอจะหยิบออกมาใช้เป็นประจำขณะนั่งดื่มกาแฟ

นานแล้วสินะที่ใครบางคนหายหน้าไป เธอคนนั้นมาพร้อมกับสายฝนและหายไปพร้อมกับสายลมของฤดูหนาวที่กำลังมาเยือน อากาศแห้งลง ใบไม้ทิ้งใบ และเริ่มออกดอกสีสดใส

มือใหญ่กำผ้ากันเปื้อนผืนโปรด หูใบใหญ่ของเจ้าหมีที่อยู่กลางตัวพอดิบพอดีกับมือของเขา ชายหนุ่มนั่งลงที่เคาท์เตอร์ของตัวเอง มองหน้าจอสีฟ้าหน้าเพจของร้าน

“อากาศเปลี่ยน แต่รสชาติกาแฟยังไม่เปลี่ยนนะครับ” เขาทิ้งข้อความไว้ที่หน้าเพจ

/ รสชาติกาแฟไม่เปลี่ยน ใจคนก็คงเช่นเดียวกัน ...?... /

คิ้วเข้มมุ่นเข้าหากันกับสมาชิกเพจที่ทิ้งข้อความไว้อย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ตอบเพียงแต่กดถูกใจ

/ ถ้าอยากเปลี่ยนใจคน คงต้องเปลี่ยนรสชาติกาแฟ ????? /

ข้อความขึ้นมาเร็วเหมือนเดิม วาคิมชักสนใจเลื่อนเม้าส์เปิดไปที่หน้าเพจของสมาชิก แต่ก็ไม่พบข้อมูลอะไรนอกจากรูปหมีพูห์ เป็นรูปประจำตัว เขานั่งรอไปพักใหญ่แต่ก็ไม่มีข้อความอะไรขึ้นมาอีก

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้ง ลูกค้าสาวลุกออกจากร้านหลังจากวางค่าเครื่องดื่มไว้บนโต๊ะ วาคิมละจากคอมตรงหน้าที่คาดว่าจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด หญิงถาดไปเก็บแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะที่ไร้คน

“คาราเมล คาปูชิโน่ชั่นแก้วหนึ่งค่ะ”

วาคิมหันกลับหลังในทันที หญิงสาวคุ้นตายืนยิ้มร่าอยู่หน้าประตู หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะคงที่เริ่มเต้นแรงขึ้น นานเท่าใดที่มันไม่เป็นแบบนี้ นานเท่าๆ กับที่เธอหายหน้าไป

“ฉันสั่งเบาไปหรือคะ” หญิงสาวเอียงคอถามยืนอยู่ตรงหน้า

“โอ๊ะ เปล่า เปล่า นั่งก่อนนะครับ” วาคิมรีบเช็ดโต๊ะ ถอยให้ลูกค้านั่ง

อาจเป็นเพราะคำสั่งที่ห่างหายไปนานทำให้ความตั้งใจของวาคิมเพิ่มสูงขึ้น สนใจเพียงอุปกรณ์ตรงหน้า เพียงไม่นานกาแฟแก้วเย็นก็พร้อมเสิร์ฟ ปลายหางตาเขามองเห็นตัวเลขทีแดงบนหน้าคอมพิวเตอร์ บอกว่ามีข้อความเข้า

/ คงไม่ใช่ กาแฟยังคงเหมือนเดิม ใจคนก็ยังคงเหมือนเดิม /

คิ้วเข้มมุ่นอีกครั้ง ยืนขึ้นเต็มความสูงมองเห็นเธอคนนั้นกำลังรัวนิ้วลงบนอุปกรณ์สื่อสาร เขาอมยิ้ม
เดินออกไปอย่างเงียบๆ

เสียงแก้ววางดังกึก สริดารีบวางมือถือลงข้างตัว จ้องหน้าคนที่นั่งอมยิ้มมองเธออยู่ ใจเต้นตึกๆ เพราะเขาคงรู้แล้ว

“คุณคงชอบคาปูชิโน่มากนะครับ ไม่เคยเปลี่ยนเลย”

“แล้วคุณล่ะ”

“ผมเหรอ” ชายหนุ่มยิ้ม “ผมไม่ชอบดื่มกาแฟนะ ผมชอบชงกาแฟมากกว่า”

“แปลกนะ คุณเปิดร้านกาแฟ แล้วไม่ชอบดื่มกาแฟเนี่ย”

“ไม่แปลกหรอกครับ เพราะคนที่ผมชอบชอบดื่มกาแฟ ที่จริงผมก็ชงได้หลายแบบนะ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะชอบดื่มแต่แบบเดิมๆ”

เหมือนหัวใจจะเต้นดังจนแทบได้ยินเสียง คงเป็นผลมาจากรอยยิ้มและท่าทางของเขา แต่เมื่อภาพเก่าๆ ซ้อนทับเข้ามา หัวใจของเธอก็เต้นช้าลง

“คุณนี่ก็ไม่เปลี่ยนเลยนะคะ เดิมๆ ไม่เปลี่ยน” ในหัวของเธอครุ่นคิด หากอยากรู้จะเริ่มที่ตรงไหน “คุณ... สบายดีใช่ไหม”

“ผมก็ไม่ได้ป่วยนะ”

“แล้วเรื่อง...” หญิงสาวเลิกคิ้ว หวังว่าเขาคงรู้ดี

“แก้วน่ะเหรอ คุณพูดเองไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้ผมเข้าไปยุ่ง” คนตรงหน้าสีหน้าสลดลง “ผมไม่เป็นอะไรหรอก ความรู้สึกเคยเป็นยังไง มันก็ยังเป็นอย่างนั้น”

“คุณยังเหมือนเดิมจริงๆ” มือบางหยิบเครื่องดื่มขึ้นดื่ม ความเย็นอาจทำให้ใจเย็นลงบ้าง

“แก้วก็คือแก้ว คุณก็คือคุณนะคุณฝน”

สริดาเงยหน้าขึ้นเมื่อเสียงนั้นคือชื่อของเธอ “ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย”

“คุณหายไปไหนมา”

“หมดงาน ฉันก็กลับบ้านสิ จะให้ฉันอยู่ที่นี่ทำไม” หญิงสาวหลบสายตา เธอไม่อยากจะหลงเชื่อสายตาของคนตรงหน้าอีก

“ผมก็ไม่เคยรู้นะ ผมมองประตูบ้านนั้นแล้วไม่เห็นคุณเลยตลอดเดือนที่ผ่านมา ผมสรุปได้ว่า ผมคิดถึงคุณ”

คนฟังแทบสำลัก รีบหยิบทิชชูมาป้องปาก รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ยิ่งสบตาตรงๆ กับคนตรงหน้ายิ่งทำตัวไม่ถูก พูดไม่ออก

“บางทีผมก็อยากรู้ว่าคุณคิดอย่างเดียวกับผมไหม อยากรู้ว่าทำไมคุณหายไปไม่บอกไม่ลากันเลย อยากรู้ว่าถ้าผมบอกกับคุณแบบนี้แล้ว คุณจะตอบผมมาว่ายังไง ว่าไงคุณฝน...”

“เอ่อ...” คนถูกถามนึกคำพูดไม่ออก เธออยากจะบอกว่าตลอดเวลาก็ไม่ต่างกัน เธอตัดใจห่างออกไปเพราะคิดว่ามันคงดีสำหรับตัวเองและเขา แต่ก็เปล่า เธอใจอ่อนและมาหาเขาในวันนี้

“ไม่เป็นไรหรอก” ชายหนุ่มสีหน้าสลดลง มันเป็นครั้งแรกเสียเมื่อไรกันกับความรู้สึกนี้ “ผมเคยเงียบเก็บความรู้สึกตัวเอง จนวันหนึ่งก็ไม่อาจจะบอกกับใครได้ วันนี้แค่ผมได้บอกคุณก็พอแล้วล่ะ”

รอยยิ้มของเขาดูเศร้าแต่เธอได้ว่าแสดงออกมาจากใจจริง ความเงียบครอบคลุมไปทุกพื้นที่ สริดามองแก้วตรงหน้าให้ใจเย็นลง

“รสชาติกาแฟของคุณยังอร่อยเหมือนเดิมอย่างที่บอกไว้เลยนะคะ ถ้าฉันมาดื่มทุกวันแบบนี้คุณจะเต็มใจชงให้ฉันหรือเปล่า รสชาติเดิมๆ ซ้ำๆ แบบนี้” คิ้วโก่งเลิกสูง ยิ้มกว้างให้คนที่สบตา “เข้าใจฉันไหม”

ลมหนาวประจำฤดูพัดเอื่อย สั่นกระดิ่งที่หน้าประตูดังกังวาน ท้องฟ้าผันเปลี่ยนไปตามฤดูกาลเมื่อสิ้นฤดูฝนจึงเริ่มต้นเข้าฤดูหนาว ฤดูที่ดูเหมือนจะแห้งแล้งแต่กลับถูกแต่งแต้มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน และเป็นฤดูที่ควรจะกุมมือกันมากที่สุด เหมือนชายหญิงสองคนที่กุมมือกันเป็นครั้งแรกทว่าจะกุมมือกันตลอดไป.....




------------------------------------------------------------


จบแบบมึนๆ ไม่อยากจะบอกเลยว่าเรื่องสั้นมันยากกว่าเรื่องยาวเสียอีกนะเนี่ย
จากนี้ไปคงต้องตั้งใจอ่านหนังสือสอบแล้วค่ะ นิยายเรื่องนี้เขียนสนองความอยากของตัวเอง
อยากเขียนแต่ไม่รู้จะเขียนยังไง เรื่องยาวที่เคยเขียนก็ไม่จบ เรื่องใหม่ก็ยิ่งจะยังไม่จบ แล้วถ้าเขียนมีหวังสอบไม่ได้แน่ๆ เลยเขียนเรื่องสั้นไปก่อน



ขอบคุณทุกกำลังใจที่ติดตาม ทั้งคอมเม้นท์ ทั้งไลค์ และยอดวิวที่เพิ่มขึ้นทุกวัน เธอทำให้ฉันรู้สึกเมหือนตอน 14 ตอนที่อัพนิยายเรื่องแรกแล้วมีคนตามแค่คนเดียว ^_____________^



ขอบคุณมากค่ะ ^^v
รชต
ผู้เขียน




รชต
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 6 พ.ค. 2556, 16:57:10 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 6 พ.ค. 2556, 16:59:47 น.

จำนวนการเข้าชม : 1297





<< รักก็คือรัก part 4   
ใบบัวน่ารัก 6 พ.ค. 2556, 20:14:32 น.
มึนจริงๆ รู้กันอยู่5คน
แก้ว ฝน หนึ่ง คิม กะคนเขียน
ว่าปะ


รชต 6 พ.ค. 2556, 21:31:23 น.
คนเขียนเข้าใจยาก?


pattisa 6 พ.ค. 2556, 22:14:34 น.
มีกลัวไม่เข้าใจด้วย อิอิ


รชต 6 พ.ค. 2556, 22:44:34 น.
สรุป
บางคนเข้าใจ บางคนไม่เข้าใจ?

ปกติ เป็นคนพูดไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ ( _ _)"


คิมหันตุ์ 7 พ.ค. 2556, 01:22:25 น.
เข้าใจจ่ะ อิอิ ว่างๆก็แบ่งปันเรื่องสั้นอีกนะ ชอบๆ


รชต 7 พ.ค. 2556, 09:02:27 น.
ยังมีคนเข้าใจฉัน ขอบคุณนะคะ ^ O^
เรื่องต่อไปเป็นเรื่องยาวค่ะ แต่พักไว้เพราะจะอ่านหนังสือก่อน มีเรื่องเก่าๆ เคยเขียไว้อยู่นะคะ ลองถามกู๋ดูก็ได้ค่ะ เผื่ออยากอ่าน อิอิ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account