หงส์ซ่อนลาย
เธอจะทำยังไง ในเมื่อรู้ว่าคนที่ฆ่าพี่ชายเธอ คือคนรักของเธอเอง
Tags: มาเฟีย ตบจุบ รักโรแมนติก ดรา่่มา
ตอน: บทที่ 11 รอยแผลที่ไม่มีวันจางหาย (สนพ.เลิฟอีส)
รอยแผลที่ไม่มีวันจางหาย
“จีนา กระโดดลงมา ตอนนี้คุณไม่มีทางเลือกแล้ว” วาเลนติโนคอยอยู่ด้านล่างตะโกนบอก
“ไม่ ฉันจะลงไปเอง” เธอยังฝืนกลั้นใจบอก
“พวกมันมาถึงแล้ว กระโดดลงมาผมจะเป็นฝ่ายรับคุณเอง”
จีนามองตรงมาที่เขา วาเลนติโนคอยเอื้อมมือรับร่างเธอไว้ที่ด้านล่าง เสียงเอะอะที่ดังใกล้เข้ามาที่ด้านหลังทำให้เธอตัดสินใจในทันที เธอกระโดดลงมาปล่อยมือออกจากลูกกรงเหล็กด้วยความสูงไม่ต่ำกว่าสี่เมตรถึงห้าเมตร ร่างบางลอยลงมาสู่อ้อมแขนอันแข็งแรงทรงพลังของอีกฝ่าย วาเลนติโนเพียงแต่เซถลาไปเล็กน้อย จนจีนาอุทานด้วยความตกใจคอเขาไว้แน่น
“อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้ !”
เสียงตะโกนของพวกมัน ไม่ทำให้จีนาและคนที่ฉุดเธอชะงักหรือหยุดฝีเท้าที่วิ่งไปข้างหน้าได้อีกต่อไป เธอเหลียวมามองที่ด้านหลังก็เห็นพวกมันเสียเวลาอยู่กับตะแกรงที่กั้นเหล็ก ต้องคอยปีนป่ายขึ้นมาทีละคน หญิงสาวยิ้มออกมาได้ เวลานี้เธอชักปืนออกมาและยิงใส่พวกมันไปสามนัด กระสุนปืนลั่นเปรี้ยง ๆ พวกมันก้มหัวหลบและพยายามยิงเข้าใส่เธอเหมือนกัน แต่เวลานี้ทั้งจีนาและวาเลนติโนวิ่งมาออกห่างจากพวกมัน อาศัยความมืดจนพวกมันก็ไม่อาจตามได้ทัน
“โธ่เว้ย !”
จีนาได้ยินเสียงพวกมันทุบตะแกรงกั้นเหล็กและเสียงสบถด่า เธอวิ่งมาจนถึงสถานที่จอดรถสีดำของวาเลนติโนที่จอดรออยู่อีกฟากหนึ่ง เขาเปิดกุญแจรถและเปิดประตูจะก้าวเข้าไปนั่ง แต่ชะงักเมื่อแลเห็นว่าเธอละล้าละหลัง
“เป็นอะไร”
“รถฉันยังจอดอยู่อีกฟากหนึ่ง” เธอลังเล
“ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้พวกมันดักรอคุณอยู่แล้ว คุณจะไปกับผมหรือจะรอให้พวกมันจับตัวไป” น้ำเสียงของเขาไม่มีริ้วรอยของรอยยิ้มอีกแล้ว
เธอเม้มปากแน่นและเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับ...รถยนต์เคลื่อนตัวของสู่ท้องถนนไปอย่างรวดเร็ว จีนาคิดอ่านอะไรไม่ออก ในยามนี้เธอพึ่งจะหนีตายมาทั้ง ๆ ที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด จีนามองออกไปข้างนอกถนนผ่านทางหน้าต่างรถยนต์มองเห็นแสงไฟยามราตรีบนท้องถนน
....ในขณะที่พวกเธอหนีเอาตัวรอดไปได้ บรันโนก็ถูกลูกน้องของไคโรต่อยคว่ำลงบนโต๊ะแตกกระจายเสียงดังสนั่น เลือดของเขาออกที่เรียวปาก
“มันเป็นใคร” ไคโรเอ่ยถาม ดวงตาของเขาหรี่เล็กราวจะมอดไหม้ชายผมสีทองให้เป็นจุณ
“ผม..ไม่ทราบครับ ตอนนั้นมันมืดมาก”
“ไม่รู้หรือ...” ชายวัยกลางคนเอาปืนขึ้นมาจ่อยิงที่ต้นขาขวาจนบรันโนช้า ๆ
ปัง
“อ๊าก ! รอเดี๋ยวครับ มันเป็นผู้หญิง ผมสาบานได้ว่ามันเป็นผู้หญิง” บรันโนตะเกียกตะกายอยู่บนพื้นที่นองไปด้วยเลือดสีแดงฉาน
“ผู้หญิง ?” ไคโรเลิกคิ้ว “กะอีกแค่ผู้หญิงเพียงคนเดียว แกถึงกับตามจับมันไม่ได้เชียวหรือ ไอ้พวกเลี้ยงไม่เชื่อง”
“มะ...มันไม่ได้มาแค่คนเดียว ยังมีผู้ชายอีกหนึ่ง คนพวกมันฝีมือร้ายกาจมาก นังผู้หญิงนั่น...มันยิงปืนแม่นราวกับกับวาง เกือบโดนพวกเราที่วิ่งตามไป ติดที่รั้วกำแพงเหล็กกั้นไว้อีกชั้นหนึ่ง จึงทำให้พวกมันหนีไปได้ อึก...”
คำว่าผู้หญิงยิงปืนแม่น ทำเอาอาแมนโดขมวดคิ้ว
“ผู้หญิงยิงปืนแม่น มากับผู้ชายอีกหนึ่งคนงั้นหรือ”
ไคโรเหลือบสายตามองมายังใบหน้าคมคาย
“รู้จักด้วยหรือ...อย่าบอกนะว่าเป็นผู้หญิงคนรู้จักของแก”
“ไม่เชิงรู้จักหรอก แต่เธอคนนี้เป็นน้องสาวของหัวหน้าแก็งค์มาเฟียมาลโซ เธอชื่อจีนาน้องสาวของลูซิโอ ฝีมือการยิงปืนอันร้ายกาจของเธอมีแต่พวกเราที่รู้ว่าเป็นฝีมือของเธอ ไม่มีมาเฟียที่ไหนจะไม่รู้จักหล่อน”
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว ดูเหมือนเรื่องนี้จะยุ่งกันไปกันใหญ่
“จีนาหรือ...ฉันเคยได้ยินเหมือนกัน ได้ข่าวว่าเธอเป็นคนสวยแล้วก็ร้ายกาจมาก แปลว่าการที่เธอตามพวกแกมาเพราะสืบรู้ว่าแกร่วมมือกับฉัน” น้ำเสียงของเขาเป็นกังวล
อาแมนโดหยัดยิ้ม นัยน์ตาเป็นประกาย
“ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ถึงเธออาจจะสงสัยฉันมาทำอะไรที่นี่ ก็อาจสงสัยว่าฉันมีธุระอะไรคุยกับแก อาจเป็นเรื่องการประนีประนอมเรื่องการทำธุรกิจ”
อาแมนโดปรายตามองไปที่บรันโนที่กำลังยืนหน้าซีดด้วยความเจ็บปวด
“และจีนาก็ไม่มีปัญหาทำอะไรฉันได้ เธอไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดกับฉัน แถมตอนนี้เธอก็หลบหนีหัวซุกหัวซุนราวกับกลัวว่าจะถูกจับได้ แล้วยังต้องกลัวอะไร”
“นั่นสินะ” ไคโรเหยียดยิ้ม
“จะเริ่มโค่นล้มอำนาจมาเฟียมาลโซ ก็ต้องล้มพี่ชายก่อน...แล้วค่อยไปที่น้องสาว”
ชายหนุ่มผู้มีรอยสักเป็นรูปทาลันทูราอยู่ท้ายทอยยิ้มเยาะ ดวงตาที่สะท้อนแก้วบรั่นดีมีแววอำมหิต
จีนามองไปทางกระจกเบื้องหลัง จนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครตามมา...
“ช่วยไปส่งฉันที่หน้าคฤหาสน์ด้วยค่ะ”
วาเลนติโนไม่ตอบ เขาขับรถไปด้วยท่าทางเรียบเฉย จนกระทั่งเธอแลเห็นว่ารถเลี้ยวออกไปคนละทาง
“เอ๊ะ คุณจะไปไหนคะ”
“ไปบ้านผม” ใบหน้าคมสันเอ่ยหน้าตาย แต่คนฟังกลับไม่ยักขำด้วย
“ปล่อยฉันลง ฉันจะกลับบ้าน” เธอขมวดคิ้วอย่างเอาเรื่อง “นี่คุณจะใช้วิธีฉุดผู้หญิงขึ้นรถหรือยังไง ฉันจะกลับบ้านได้ยินหรือเปล่า ถ้าคุณไม่เลี้ยวกลับฉันก็จะเปิดหน้าต่างรถร้องให้คนช่วย”
“ใจเย็น ๆ สิ...แขนคุณมีเลือดไหล ผมก็แค่อยากทำแผลให้คุณเท่านั้นเอง”
จีนาก้มลงมองแขนของตัวเอง และเห็นว่าที่หลังมือเป็นรอยแผลมีเลือดไหลเป็นทางยาว คงจะเกิดจากรอยถลอกตอนปีนตาข่ายเหล็กแน่ ๆ รอยถลอกของหญิงสาวยาวเกือบหนึ่งนิ้ว ถ้าเขาไม่พูดออกมา เธอก็คงจะกลับบ้านไปทั้ง ๆ ที่มือเต็มไปด้วยรอยเลือดแล้วก็คงจะแก้ตัวกับพี่ชายเป็นพัลวัน จีนากัดริมฝีปากแน่นมองดูวาเลนติโน จะว่าไปแล้วที่เธอเอาแต่โมโหใส่เขา วาเลนติโนอุตส่าห์ไปช่วยเธอเอาไว้ แต่กลับไม่ได้รับคำขอบคุณสักคำ....
“ขอบคุณนะคะ ที่อุตส่าห์ไปช่วยฉัน” เธอเอ่ยขอบคุณเบา ๆ “ที่ฉันเอาแต่โกรธคุณ ก็เพราะฉันยังคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้ด้วยว่าคุณจะพาฉันไปที่ไหน...”
“ไม่เป็นไรหรอกผมไม่ถือ ว่าแต่คนที่บ้านคุณรู้หรือเปล่า ว่าคุณออกมาที่นี่เพื่อจับตาดูคนของคุณ”
จีนาส่ายหน้าไปมา
“ฉันไม่ได้บอกใครไว้ค่ะ มันจวนตัวจริง ๆ”
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป”
“ฉันก็ยังคิดอะไรไม่ออกค่ะ ตอนนั้นมันมืดมาก และฉันก็ฟังอะไรไม่ถนัดสักอย่าง..มันเกี่ยวกับธุรกิจหรืออะไรสักอย่างฉันไม่แน่ใจ หลังจากนั้นก็มีคนข้างล่างเงยหน้าขึ้นมาเห็น แล้วเหตุการณ์หลังจากตอนนั้นฉันกับคุณก็เพิ่งจะผ่านมันมาชั่วครู่นี้เอง”
“ดูเหมือนว่าคนที่บ้านของคุณ คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณไปที่นั่น” วาเลนติโนเอ่ยเสียงเรียบ
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้”
“คุณคิดจะไม่มีใครจำหน้าคุณได้อย่างนั้นหรือ”
“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน...” เธอยอมรับ
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็อยู่เฉย ๆ ก่อนดีกว่า...ไม่แน่ว่าคืนนี้เขาอาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าคุณเป็นผู้หญิงและรู้ด้วยว่าคุณเป็นใคร แต่เชื่อผมเถอะเขาต้องนิ่งเงียบรอให้คุณเป็นฝ่ายถามเขาขึ้นมาก่อน แต่หากว่าคุณทำแบบนั้นก็จะเป็นการเปิดเผยตัวเองว่าคุณแอบลักลอบเข้ามาในคืนนี้ แถมคุณเองก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรแน่ชัดถึงเรื่องที่ได้ยินเมื่อสักครู่นี้ การพูดออกไปมันมีแต่จะเสียเปรียบ เชื่อผมเถอะ”
จีนาขมวดคิ้ว ดูท่าว่านักธุรกิจอย่างเขาจะรู้ดีเหลือเกิน
“คุณเป็นนักธุรกิจประเภทไหน ถึงได้รู้เรื่องพวกนี้ดีเหลือเกิน”
“นักธุรกิจก็ต้องเกี่ยวพันถึงวงการในโลกมืด หรือคุณคิดว่าจะมีนักธุรกิจคนไหนบ้างที่ทำการค้าขายโดยไม่เกี่ยวข้องกับพวกมาเฟีย ขนาดผู้พิพากษา ตำรวจ หรือนักการเมือง ยังต้องเกี่ยวพันกับวงการนี้ทั้งนั้น”
“รวมไปถึงคุณด้วยหรือเปล่า”
หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาคู่สวยมองมาที่เขาอย่างค้นหา
“ถึงฉันจะถามออกไป คุณก็คงไม่ตอบว่าทำธุรกิจอะไรใช่หรือเปล่าคะ”
วาเลนติโนไม่ตอบ เรียวปากของเขามีรอยหยัดยิ้มน้อย ๆ เธอมองเห็นว่ารอยยิ้มนั้นออกมาจากความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่ออกมาจากเล่ห์เหลี่ยมใด ๆ จึงได้แต่นิ่งเงียบตามลำพัง...
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา...วาเลนติโนก็พาจีนาก็มาจอดอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านหลังใหญ่ หญิงสาวมองดูมันเป็นบ้านที่ปลูกสร้างสไตล์ยุโรป ใบหน้าคมสันจอดรถและหันมามองหน้าเธอก่อนยิ้มให้ ร่างสูงเปิดประตูรถเดินเข้าไปไขกุญแจพาจีนาเข้าไปภายในบ้าน พร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดสวิตซ์ไฟส่องสว่าง ภายในบ้านจัดตกแต่งอย่างเรียบหรูมีสไตล์ สะอาดและเป็นระเบียบมากกว่าที่จีนาคิดเอาไว้
ภายในเป็นตู้หนังสือสองชั้น จีนาก็ได้กลิ่นปกหนังหนังสือ และพื้นไม้มะฮอกกานีลอยกรุ่นเข้าจมูก ด้านในมีตู้หนังสือขนาดใหญ่ สูงเกือบจรดเพดานตั้งอยู่สี่มุมห้อง ตรงกลางมีโต๊ะโซฟาตัวใหญ่ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ จีนาเหลียวมองไปรอบกาย ดูท่าทางเจ้าของคงจะดูแลเป็นพิเศษ
“ที่นี่คือบ้านผมเอง คุณนั่งลงก่อน”
“คุณอยู่คนเดียวหรือคะ”
“ใช่”
“ไม่มีพ่อแม่...หรือว่าพี่น้องหรอกหรือ”
“พ่อแม่ของผมเสียไปตั้งแต่ผมเป็นเด็ก ผมเป็นลูกชายคนเดียว ไม่มีพี่น้องคนอื่น ๆ” ใบหน้าคมสันยิ้มให้ ขณะรินน้ำเย็นใส่แก้วแล้วนำมาวางไว้ให้เธอ
“ขอโทษนะคะ ที่ฉันถามเรื่องส่วนตัวของคุณ”
“ผมชินเสียแล้ว” วาเลนติโนเอ่ยเสียงเรียบ ชายหนุ่มคุกเข่าต่อหน้าเธอพร้อมกับยื่นมือคล้องมือบางขึ้นดู “ขอดูหน่อยนะ”
จีนาไม่พูดอะไร ความจริงบาดแผลไม่ถึงกับร้ายแรงนักแต่แผลค่อนข้างลึกจึงมีเลือดไหลออกมามาก ดวงตาคู่สวยปรายตามองหน้าเขา ใบหน้าของเขาแลดูคมสัน จมูกโด่ง เรียวปากบางได้รูปเหมือนผู้หญิง เส้นผมหยักศกเล็กน้อยปัดไปด้านหลัง ช่วงไหล่กว้างดูจากที่เธอเห็นตอนที่เขารับตัวเธอที่ตกลงมาจากกำแพงเหล็ก ดูเขาเข้มแข็งและเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิดกับผิวภายนอกที่เป็นสีแทน...
ดูราวกับเป็นภาพวาดของจิตรกร...
จู่ ๆ เขาก็ชำเลืองสายตามองขึ้นมายังเธอ ทำให้จีนาอดที่จะแก้มแดงไม่ได้
“ไม่ลึกมาก เดี๋ยวเราต้องใช้ยาฆ่าเชื้อสักหน่อย แล้วค่อยทำแผล”
“คุณไม่ต้องมาสนใจกับฉันก็ได้”
เมื่อตนเองพูดออกไปโดยไม่คิด ชายหนุ่มก็ถึงกับชะงักงัน
“ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้น” เสียงของเขาเบานุ่ม
“สมัยตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก จนถึงอายุอานามจนป่านนี้ ได้รอยแผลเป็นอย่างนี้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งถึงกี่ครั้ง เพราะว่าฉันรักการผจญชัย อะไรที่ชอบเสี่ยงฉันเอาหมด พี่ชายของฉันสั่งห้ามไม่ให้ฉันเข้าไปยุ่งกับเรื่องอันตราย แต่สุดท้าย...ก็เหมือนเดิม เพราะว่าฉันเหมือนยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ”
วาเลนติโนมองตรงมาที่เธอ สายตาของเขาเป็นสีนิลราวกับรัตติกาล
“พี่ชายของคุณคงจะรักคุณมาก”
“ฉันคงเป็นน้องสาวที่แย่มากเลยนะคะ” เธอยิ้ม
“ผมจะบอกอะไรให้...ในสายตาของพี่ชายย่อมอยากเห็นน้องสาวคนเดียวแต่งงานและมีความสุข...เขาไม่อยากเห็นรอยแผลเป็นเกิดกับน้องสาวเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นการตัดสินใจของน้องสาวคนเดียวของเขาก็ตาม ก็ทำได้เขาก็อยากรับเอาบาดแผลนั้นมาไว้กับตนเอง เพราะอย่างน้อยเธอจะได้สะอาดบริสุทธิ์ทุกอย่าง ให้สมกับเป็นน้องรักของพี่ชายนั่นเอง”
วาเลนติโนกระซิบแผ่วพลางเอื้อมมือไปแตะใบหน้าเนียน
“เป็นนางฟ้าคนเดียวเท่านั้น...”
จีนาประสานสายตากับเขา และดวงตาของวาเลนติโนก็ไม่ละสายตาไปจากเธอ...
“นางฟ้าคนเดียวคนนั้น ใช่ของคุณด้วยหรือเปล่าคะ”
วาเลนติโนไม่ตอบมีเพียงรอยยิ้มน้อย ๆ ที่บริเวณมุมปาก รูปร่างสูงลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องยามาให้เธอ จีนามองตามเขาราวกับจะให้เขาตอบคำถามเมื่อครู่ แต่สุดท้ายเขาก็ก้มหน้าเพื่อหลบสายตาของเธอ เขาเอื้อมมือไปหยิบเอาสำลีที่หยอดยาฆ่าเชื้อไว้เรียบร้อย โดยไม่เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ จีนาเม้มปากแน่นและดึงมือออกโดยแรง วาเลนติโนปรายตาขึ้นมองหญิงสาว
“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉัน”
“มือของคุณเลือดออกมาก เราต้องล้างแผลและใส่ยา...”
“ช่างมัน แต่ฉันต้องการคำตอบจากคุณมากกว่า”
จีนาไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงอยากได้คำตอบจากเขามากนัก แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้สึกได้...ก็คือการแสดงออกภายนอกที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของเขา เธอไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียว...เขามีความรู้สึกให้เธอแต่พยายามปิดบัง
ทำไมกันนะ...
“จำครั้งก่อนได้ไหม ครั้งที่คุณจูบฉันแล้วฉันบอกว่าครั้งหน้าจะเอาคืน” เธอเอ่ยย้ำเตือน
“คุณนี่เป็นพวกช่างจดจำจริง ๆ นะ”
“และคราวนี้...ฉันขอคืนสัญญาให้กับคุณ”
จีนาจำไม่ได้แล้วว่าทำอะไรลงไป เธอเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าคมสันและแนบเรียวปากลงไป รอยสัมผัสบนเรียวปากอบอุ่นและอ่อนโยน วาเลนติโนเบิกตากว้าง เขาชะงักกึกและเหมือนกับว่าโลกทั้งโลกหยุดหมุน หญิงสาวเพิ่งรู้สึกตัวว่าเพิ่งทำอะไรลงไป จีนาแก้มเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ...และค่อย ๆ ออกห่างมาจากวาเลนติโนช้า ๆ หญิงสาวประสานสายตากับเขา ดวงตาของวาเลนติโนก็ไม่ละสายตาไปจากเธอ
ใบหน้าคมสันเลื่อนฝ่ามือหนาไปที่แก้มเนียน แล้วดึงเข้าหาริมฝีปากช้า ๆ จีนาหลับตาลงเธอไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ในเวลานี้เธออยากจูบเขาเหลือเกิน ความรุ่มร้อนและอ่อนนุ่มของเรียวปากด้านล่าง ค่อย ๆ อ่อนโยนระคนเรียกร้องในคราเดียวกัน เขาแทรกปลายลิ้นมาพัวพันกับเธอ ทำเอาร่างบางสั่นเทา...มือหนาของเขาจับเอวและแผ่นหลังไว้แน่น พยายามจะไม่แตะต้องบาดแผลของเธอ สัมผัสอบอุ่นอ่อนหวาน...เร่าร้อน เต็มไปด้วยเพลิงปรารถนา ทั้ง ๆ คู่ผละถอยห่างออกจากกันช้า ๆ จีนามองตาดวงตาสีนิลเป็นประกายราวกับราตรีที่มีแววลึกซึ้งอ่อนโยน
“รู้หรือเปล่า ว่าการจูบกับผู้ชายแล้วมันจะเป็นยังไง”
จีนาแก้มเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ
ทำไมจะไม่รู้...เธอโตจนป่านนี้แล้วนะ
“รู้สิ...” เธอตอบแบบไม่เต็มเสียงนัก
วาเลนติโนก้มหน้าแล้วเหยียดยิ้มน้อย ๆ จีนาพยายามทำให้ตัวเองดูเข้มแข็ง ภายนอกเขาอาจจะคิดว่าเธอง่าย..เกินไป แต่ความจริงแล้วเธอไม่เคยเลยแม้แต่จะให้ผู้ชายมาแตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว
“แต่ฉันยังไม่คิดถึงขั้นนั้น จนกระทั่งมาเจอคุณ...”
“จีนา คุณยังไม่รู้จักผู้ชายดีพอ”
“รู้สิ ฉันรู้จักผู้ชายดีด้วยซ้ำ” เธอเถียง “ฉันคิดว่ารู้จักผู้ชายดีพอ ยกเว้นคุณซึ่งเป็นคนแรกที่ฉันรู้จัก แต่ความจริงแล้วฉันไม่รู้จักคุณเลยแม้แต่นิดเดียว”
วาเลนติโนไม่ตอบว่าอะไร เขาไม่เงยหน้ามองเธอและใส่ยาล้างแผลล้างคราบเลือดออกจนหมด เขาหยิบยาใส่แผลมาใส่ให้เธอ จากนั้นก็หยิบเอาผ้าพันแผลมาพันให้โดยที่ไม่พูดอะไรเลยสักคำ จีนาพยายามมองหน้าเขา และอยากจะให้เขาตอบเธอบ้างในสิ่งที่เธอไม่เคยรู้ รู้เพียงแต่ว่าเขาชื่อวาเลนติโน ทำธุรกิจ...
แค่นี้เท่านั้นเอง...
*******************
“จีนา กระโดดลงมา ตอนนี้คุณไม่มีทางเลือกแล้ว” วาเลนติโนคอยอยู่ด้านล่างตะโกนบอก
“ไม่ ฉันจะลงไปเอง” เธอยังฝืนกลั้นใจบอก
“พวกมันมาถึงแล้ว กระโดดลงมาผมจะเป็นฝ่ายรับคุณเอง”
จีนามองตรงมาที่เขา วาเลนติโนคอยเอื้อมมือรับร่างเธอไว้ที่ด้านล่าง เสียงเอะอะที่ดังใกล้เข้ามาที่ด้านหลังทำให้เธอตัดสินใจในทันที เธอกระโดดลงมาปล่อยมือออกจากลูกกรงเหล็กด้วยความสูงไม่ต่ำกว่าสี่เมตรถึงห้าเมตร ร่างบางลอยลงมาสู่อ้อมแขนอันแข็งแรงทรงพลังของอีกฝ่าย วาเลนติโนเพียงแต่เซถลาไปเล็กน้อย จนจีนาอุทานด้วยความตกใจคอเขาไว้แน่น
“อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้ !”
เสียงตะโกนของพวกมัน ไม่ทำให้จีนาและคนที่ฉุดเธอชะงักหรือหยุดฝีเท้าที่วิ่งไปข้างหน้าได้อีกต่อไป เธอเหลียวมามองที่ด้านหลังก็เห็นพวกมันเสียเวลาอยู่กับตะแกรงที่กั้นเหล็ก ต้องคอยปีนป่ายขึ้นมาทีละคน หญิงสาวยิ้มออกมาได้ เวลานี้เธอชักปืนออกมาและยิงใส่พวกมันไปสามนัด กระสุนปืนลั่นเปรี้ยง ๆ พวกมันก้มหัวหลบและพยายามยิงเข้าใส่เธอเหมือนกัน แต่เวลานี้ทั้งจีนาและวาเลนติโนวิ่งมาออกห่างจากพวกมัน อาศัยความมืดจนพวกมันก็ไม่อาจตามได้ทัน
“โธ่เว้ย !”
จีนาได้ยินเสียงพวกมันทุบตะแกรงกั้นเหล็กและเสียงสบถด่า เธอวิ่งมาจนถึงสถานที่จอดรถสีดำของวาเลนติโนที่จอดรออยู่อีกฟากหนึ่ง เขาเปิดกุญแจรถและเปิดประตูจะก้าวเข้าไปนั่ง แต่ชะงักเมื่อแลเห็นว่าเธอละล้าละหลัง
“เป็นอะไร”
“รถฉันยังจอดอยู่อีกฟากหนึ่ง” เธอลังเล
“ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้พวกมันดักรอคุณอยู่แล้ว คุณจะไปกับผมหรือจะรอให้พวกมันจับตัวไป” น้ำเสียงของเขาไม่มีริ้วรอยของรอยยิ้มอีกแล้ว
เธอเม้มปากแน่นและเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับ...รถยนต์เคลื่อนตัวของสู่ท้องถนนไปอย่างรวดเร็ว จีนาคิดอ่านอะไรไม่ออก ในยามนี้เธอพึ่งจะหนีตายมาทั้ง ๆ ที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด จีนามองออกไปข้างนอกถนนผ่านทางหน้าต่างรถยนต์มองเห็นแสงไฟยามราตรีบนท้องถนน
....ในขณะที่พวกเธอหนีเอาตัวรอดไปได้ บรันโนก็ถูกลูกน้องของไคโรต่อยคว่ำลงบนโต๊ะแตกกระจายเสียงดังสนั่น เลือดของเขาออกที่เรียวปาก
“มันเป็นใคร” ไคโรเอ่ยถาม ดวงตาของเขาหรี่เล็กราวจะมอดไหม้ชายผมสีทองให้เป็นจุณ
“ผม..ไม่ทราบครับ ตอนนั้นมันมืดมาก”
“ไม่รู้หรือ...” ชายวัยกลางคนเอาปืนขึ้นมาจ่อยิงที่ต้นขาขวาจนบรันโนช้า ๆ
ปัง
“อ๊าก ! รอเดี๋ยวครับ มันเป็นผู้หญิง ผมสาบานได้ว่ามันเป็นผู้หญิง” บรันโนตะเกียกตะกายอยู่บนพื้นที่นองไปด้วยเลือดสีแดงฉาน
“ผู้หญิง ?” ไคโรเลิกคิ้ว “กะอีกแค่ผู้หญิงเพียงคนเดียว แกถึงกับตามจับมันไม่ได้เชียวหรือ ไอ้พวกเลี้ยงไม่เชื่อง”
“มะ...มันไม่ได้มาแค่คนเดียว ยังมีผู้ชายอีกหนึ่ง คนพวกมันฝีมือร้ายกาจมาก นังผู้หญิงนั่น...มันยิงปืนแม่นราวกับกับวาง เกือบโดนพวกเราที่วิ่งตามไป ติดที่รั้วกำแพงเหล็กกั้นไว้อีกชั้นหนึ่ง จึงทำให้พวกมันหนีไปได้ อึก...”
คำว่าผู้หญิงยิงปืนแม่น ทำเอาอาแมนโดขมวดคิ้ว
“ผู้หญิงยิงปืนแม่น มากับผู้ชายอีกหนึ่งคนงั้นหรือ”
ไคโรเหลือบสายตามองมายังใบหน้าคมคาย
“รู้จักด้วยหรือ...อย่าบอกนะว่าเป็นผู้หญิงคนรู้จักของแก”
“ไม่เชิงรู้จักหรอก แต่เธอคนนี้เป็นน้องสาวของหัวหน้าแก็งค์มาเฟียมาลโซ เธอชื่อจีนาน้องสาวของลูซิโอ ฝีมือการยิงปืนอันร้ายกาจของเธอมีแต่พวกเราที่รู้ว่าเป็นฝีมือของเธอ ไม่มีมาเฟียที่ไหนจะไม่รู้จักหล่อน”
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว ดูเหมือนเรื่องนี้จะยุ่งกันไปกันใหญ่
“จีนาหรือ...ฉันเคยได้ยินเหมือนกัน ได้ข่าวว่าเธอเป็นคนสวยแล้วก็ร้ายกาจมาก แปลว่าการที่เธอตามพวกแกมาเพราะสืบรู้ว่าแกร่วมมือกับฉัน” น้ำเสียงของเขาเป็นกังวล
อาแมนโดหยัดยิ้ม นัยน์ตาเป็นประกาย
“ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ถึงเธออาจจะสงสัยฉันมาทำอะไรที่นี่ ก็อาจสงสัยว่าฉันมีธุระอะไรคุยกับแก อาจเป็นเรื่องการประนีประนอมเรื่องการทำธุรกิจ”
อาแมนโดปรายตามองไปที่บรันโนที่กำลังยืนหน้าซีดด้วยความเจ็บปวด
“และจีนาก็ไม่มีปัญหาทำอะไรฉันได้ เธอไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดกับฉัน แถมตอนนี้เธอก็หลบหนีหัวซุกหัวซุนราวกับกลัวว่าจะถูกจับได้ แล้วยังต้องกลัวอะไร”
“นั่นสินะ” ไคโรเหยียดยิ้ม
“จะเริ่มโค่นล้มอำนาจมาเฟียมาลโซ ก็ต้องล้มพี่ชายก่อน...แล้วค่อยไปที่น้องสาว”
ชายหนุ่มผู้มีรอยสักเป็นรูปทาลันทูราอยู่ท้ายทอยยิ้มเยาะ ดวงตาที่สะท้อนแก้วบรั่นดีมีแววอำมหิต
จีนามองไปทางกระจกเบื้องหลัง จนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครตามมา...
“ช่วยไปส่งฉันที่หน้าคฤหาสน์ด้วยค่ะ”
วาเลนติโนไม่ตอบ เขาขับรถไปด้วยท่าทางเรียบเฉย จนกระทั่งเธอแลเห็นว่ารถเลี้ยวออกไปคนละทาง
“เอ๊ะ คุณจะไปไหนคะ”
“ไปบ้านผม” ใบหน้าคมสันเอ่ยหน้าตาย แต่คนฟังกลับไม่ยักขำด้วย
“ปล่อยฉันลง ฉันจะกลับบ้าน” เธอขมวดคิ้วอย่างเอาเรื่อง “นี่คุณจะใช้วิธีฉุดผู้หญิงขึ้นรถหรือยังไง ฉันจะกลับบ้านได้ยินหรือเปล่า ถ้าคุณไม่เลี้ยวกลับฉันก็จะเปิดหน้าต่างรถร้องให้คนช่วย”
“ใจเย็น ๆ สิ...แขนคุณมีเลือดไหล ผมก็แค่อยากทำแผลให้คุณเท่านั้นเอง”
จีนาก้มลงมองแขนของตัวเอง และเห็นว่าที่หลังมือเป็นรอยแผลมีเลือดไหลเป็นทางยาว คงจะเกิดจากรอยถลอกตอนปีนตาข่ายเหล็กแน่ ๆ รอยถลอกของหญิงสาวยาวเกือบหนึ่งนิ้ว ถ้าเขาไม่พูดออกมา เธอก็คงจะกลับบ้านไปทั้ง ๆ ที่มือเต็มไปด้วยรอยเลือดแล้วก็คงจะแก้ตัวกับพี่ชายเป็นพัลวัน จีนากัดริมฝีปากแน่นมองดูวาเลนติโน จะว่าไปแล้วที่เธอเอาแต่โมโหใส่เขา วาเลนติโนอุตส่าห์ไปช่วยเธอเอาไว้ แต่กลับไม่ได้รับคำขอบคุณสักคำ....
“ขอบคุณนะคะ ที่อุตส่าห์ไปช่วยฉัน” เธอเอ่ยขอบคุณเบา ๆ “ที่ฉันเอาแต่โกรธคุณ ก็เพราะฉันยังคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้ด้วยว่าคุณจะพาฉันไปที่ไหน...”
“ไม่เป็นไรหรอกผมไม่ถือ ว่าแต่คนที่บ้านคุณรู้หรือเปล่า ว่าคุณออกมาที่นี่เพื่อจับตาดูคนของคุณ”
จีนาส่ายหน้าไปมา
“ฉันไม่ได้บอกใครไว้ค่ะ มันจวนตัวจริง ๆ”
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป”
“ฉันก็ยังคิดอะไรไม่ออกค่ะ ตอนนั้นมันมืดมาก และฉันก็ฟังอะไรไม่ถนัดสักอย่าง..มันเกี่ยวกับธุรกิจหรืออะไรสักอย่างฉันไม่แน่ใจ หลังจากนั้นก็มีคนข้างล่างเงยหน้าขึ้นมาเห็น แล้วเหตุการณ์หลังจากตอนนั้นฉันกับคุณก็เพิ่งจะผ่านมันมาชั่วครู่นี้เอง”
“ดูเหมือนว่าคนที่บ้านของคุณ คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณไปที่นั่น” วาเลนติโนเอ่ยเสียงเรียบ
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้”
“คุณคิดจะไม่มีใครจำหน้าคุณได้อย่างนั้นหรือ”
“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน...” เธอยอมรับ
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็อยู่เฉย ๆ ก่อนดีกว่า...ไม่แน่ว่าคืนนี้เขาอาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าคุณเป็นผู้หญิงและรู้ด้วยว่าคุณเป็นใคร แต่เชื่อผมเถอะเขาต้องนิ่งเงียบรอให้คุณเป็นฝ่ายถามเขาขึ้นมาก่อน แต่หากว่าคุณทำแบบนั้นก็จะเป็นการเปิดเผยตัวเองว่าคุณแอบลักลอบเข้ามาในคืนนี้ แถมคุณเองก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรแน่ชัดถึงเรื่องที่ได้ยินเมื่อสักครู่นี้ การพูดออกไปมันมีแต่จะเสียเปรียบ เชื่อผมเถอะ”
จีนาขมวดคิ้ว ดูท่าว่านักธุรกิจอย่างเขาจะรู้ดีเหลือเกิน
“คุณเป็นนักธุรกิจประเภทไหน ถึงได้รู้เรื่องพวกนี้ดีเหลือเกิน”
“นักธุรกิจก็ต้องเกี่ยวพันถึงวงการในโลกมืด หรือคุณคิดว่าจะมีนักธุรกิจคนไหนบ้างที่ทำการค้าขายโดยไม่เกี่ยวข้องกับพวกมาเฟีย ขนาดผู้พิพากษา ตำรวจ หรือนักการเมือง ยังต้องเกี่ยวพันกับวงการนี้ทั้งนั้น”
“รวมไปถึงคุณด้วยหรือเปล่า”
หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาคู่สวยมองมาที่เขาอย่างค้นหา
“ถึงฉันจะถามออกไป คุณก็คงไม่ตอบว่าทำธุรกิจอะไรใช่หรือเปล่าคะ”
วาเลนติโนไม่ตอบ เรียวปากของเขามีรอยหยัดยิ้มน้อย ๆ เธอมองเห็นว่ารอยยิ้มนั้นออกมาจากความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่ออกมาจากเล่ห์เหลี่ยมใด ๆ จึงได้แต่นิ่งเงียบตามลำพัง...
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา...วาเลนติโนก็พาจีนาก็มาจอดอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านหลังใหญ่ หญิงสาวมองดูมันเป็นบ้านที่ปลูกสร้างสไตล์ยุโรป ใบหน้าคมสันจอดรถและหันมามองหน้าเธอก่อนยิ้มให้ ร่างสูงเปิดประตูรถเดินเข้าไปไขกุญแจพาจีนาเข้าไปภายในบ้าน พร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดสวิตซ์ไฟส่องสว่าง ภายในบ้านจัดตกแต่งอย่างเรียบหรูมีสไตล์ สะอาดและเป็นระเบียบมากกว่าที่จีนาคิดเอาไว้
ภายในเป็นตู้หนังสือสองชั้น จีนาก็ได้กลิ่นปกหนังหนังสือ และพื้นไม้มะฮอกกานีลอยกรุ่นเข้าจมูก ด้านในมีตู้หนังสือขนาดใหญ่ สูงเกือบจรดเพดานตั้งอยู่สี่มุมห้อง ตรงกลางมีโต๊ะโซฟาตัวใหญ่ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ จีนาเหลียวมองไปรอบกาย ดูท่าทางเจ้าของคงจะดูแลเป็นพิเศษ
“ที่นี่คือบ้านผมเอง คุณนั่งลงก่อน”
“คุณอยู่คนเดียวหรือคะ”
“ใช่”
“ไม่มีพ่อแม่...หรือว่าพี่น้องหรอกหรือ”
“พ่อแม่ของผมเสียไปตั้งแต่ผมเป็นเด็ก ผมเป็นลูกชายคนเดียว ไม่มีพี่น้องคนอื่น ๆ” ใบหน้าคมสันยิ้มให้ ขณะรินน้ำเย็นใส่แก้วแล้วนำมาวางไว้ให้เธอ
“ขอโทษนะคะ ที่ฉันถามเรื่องส่วนตัวของคุณ”
“ผมชินเสียแล้ว” วาเลนติโนเอ่ยเสียงเรียบ ชายหนุ่มคุกเข่าต่อหน้าเธอพร้อมกับยื่นมือคล้องมือบางขึ้นดู “ขอดูหน่อยนะ”
จีนาไม่พูดอะไร ความจริงบาดแผลไม่ถึงกับร้ายแรงนักแต่แผลค่อนข้างลึกจึงมีเลือดไหลออกมามาก ดวงตาคู่สวยปรายตามองหน้าเขา ใบหน้าของเขาแลดูคมสัน จมูกโด่ง เรียวปากบางได้รูปเหมือนผู้หญิง เส้นผมหยักศกเล็กน้อยปัดไปด้านหลัง ช่วงไหล่กว้างดูจากที่เธอเห็นตอนที่เขารับตัวเธอที่ตกลงมาจากกำแพงเหล็ก ดูเขาเข้มแข็งและเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิดกับผิวภายนอกที่เป็นสีแทน...
ดูราวกับเป็นภาพวาดของจิตรกร...
จู่ ๆ เขาก็ชำเลืองสายตามองขึ้นมายังเธอ ทำให้จีนาอดที่จะแก้มแดงไม่ได้
“ไม่ลึกมาก เดี๋ยวเราต้องใช้ยาฆ่าเชื้อสักหน่อย แล้วค่อยทำแผล”
“คุณไม่ต้องมาสนใจกับฉันก็ได้”
เมื่อตนเองพูดออกไปโดยไม่คิด ชายหนุ่มก็ถึงกับชะงักงัน
“ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้น” เสียงของเขาเบานุ่ม
“สมัยตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก จนถึงอายุอานามจนป่านนี้ ได้รอยแผลเป็นอย่างนี้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งถึงกี่ครั้ง เพราะว่าฉันรักการผจญชัย อะไรที่ชอบเสี่ยงฉันเอาหมด พี่ชายของฉันสั่งห้ามไม่ให้ฉันเข้าไปยุ่งกับเรื่องอันตราย แต่สุดท้าย...ก็เหมือนเดิม เพราะว่าฉันเหมือนยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ”
วาเลนติโนมองตรงมาที่เธอ สายตาของเขาเป็นสีนิลราวกับรัตติกาล
“พี่ชายของคุณคงจะรักคุณมาก”
“ฉันคงเป็นน้องสาวที่แย่มากเลยนะคะ” เธอยิ้ม
“ผมจะบอกอะไรให้...ในสายตาของพี่ชายย่อมอยากเห็นน้องสาวคนเดียวแต่งงานและมีความสุข...เขาไม่อยากเห็นรอยแผลเป็นเกิดกับน้องสาวเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นการตัดสินใจของน้องสาวคนเดียวของเขาก็ตาม ก็ทำได้เขาก็อยากรับเอาบาดแผลนั้นมาไว้กับตนเอง เพราะอย่างน้อยเธอจะได้สะอาดบริสุทธิ์ทุกอย่าง ให้สมกับเป็นน้องรักของพี่ชายนั่นเอง”
วาเลนติโนกระซิบแผ่วพลางเอื้อมมือไปแตะใบหน้าเนียน
“เป็นนางฟ้าคนเดียวเท่านั้น...”
จีนาประสานสายตากับเขา และดวงตาของวาเลนติโนก็ไม่ละสายตาไปจากเธอ...
“นางฟ้าคนเดียวคนนั้น ใช่ของคุณด้วยหรือเปล่าคะ”
วาเลนติโนไม่ตอบมีเพียงรอยยิ้มน้อย ๆ ที่บริเวณมุมปาก รูปร่างสูงลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องยามาให้เธอ จีนามองตามเขาราวกับจะให้เขาตอบคำถามเมื่อครู่ แต่สุดท้ายเขาก็ก้มหน้าเพื่อหลบสายตาของเธอ เขาเอื้อมมือไปหยิบเอาสำลีที่หยอดยาฆ่าเชื้อไว้เรียบร้อย โดยไม่เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ จีนาเม้มปากแน่นและดึงมือออกโดยแรง วาเลนติโนปรายตาขึ้นมองหญิงสาว
“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉัน”
“มือของคุณเลือดออกมาก เราต้องล้างแผลและใส่ยา...”
“ช่างมัน แต่ฉันต้องการคำตอบจากคุณมากกว่า”
จีนาไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงอยากได้คำตอบจากเขามากนัก แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้สึกได้...ก็คือการแสดงออกภายนอกที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของเขา เธอไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียว...เขามีความรู้สึกให้เธอแต่พยายามปิดบัง
ทำไมกันนะ...
“จำครั้งก่อนได้ไหม ครั้งที่คุณจูบฉันแล้วฉันบอกว่าครั้งหน้าจะเอาคืน” เธอเอ่ยย้ำเตือน
“คุณนี่เป็นพวกช่างจดจำจริง ๆ นะ”
“และคราวนี้...ฉันขอคืนสัญญาให้กับคุณ”
จีนาจำไม่ได้แล้วว่าทำอะไรลงไป เธอเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าคมสันและแนบเรียวปากลงไป รอยสัมผัสบนเรียวปากอบอุ่นและอ่อนโยน วาเลนติโนเบิกตากว้าง เขาชะงักกึกและเหมือนกับว่าโลกทั้งโลกหยุดหมุน หญิงสาวเพิ่งรู้สึกตัวว่าเพิ่งทำอะไรลงไป จีนาแก้มเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ...และค่อย ๆ ออกห่างมาจากวาเลนติโนช้า ๆ หญิงสาวประสานสายตากับเขา ดวงตาของวาเลนติโนก็ไม่ละสายตาไปจากเธอ
ใบหน้าคมสันเลื่อนฝ่ามือหนาไปที่แก้มเนียน แล้วดึงเข้าหาริมฝีปากช้า ๆ จีนาหลับตาลงเธอไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ในเวลานี้เธออยากจูบเขาเหลือเกิน ความรุ่มร้อนและอ่อนนุ่มของเรียวปากด้านล่าง ค่อย ๆ อ่อนโยนระคนเรียกร้องในคราเดียวกัน เขาแทรกปลายลิ้นมาพัวพันกับเธอ ทำเอาร่างบางสั่นเทา...มือหนาของเขาจับเอวและแผ่นหลังไว้แน่น พยายามจะไม่แตะต้องบาดแผลของเธอ สัมผัสอบอุ่นอ่อนหวาน...เร่าร้อน เต็มไปด้วยเพลิงปรารถนา ทั้ง ๆ คู่ผละถอยห่างออกจากกันช้า ๆ จีนามองตาดวงตาสีนิลเป็นประกายราวกับราตรีที่มีแววลึกซึ้งอ่อนโยน
“รู้หรือเปล่า ว่าการจูบกับผู้ชายแล้วมันจะเป็นยังไง”
จีนาแก้มเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ
ทำไมจะไม่รู้...เธอโตจนป่านนี้แล้วนะ
“รู้สิ...” เธอตอบแบบไม่เต็มเสียงนัก
วาเลนติโนก้มหน้าแล้วเหยียดยิ้มน้อย ๆ จีนาพยายามทำให้ตัวเองดูเข้มแข็ง ภายนอกเขาอาจจะคิดว่าเธอง่าย..เกินไป แต่ความจริงแล้วเธอไม่เคยเลยแม้แต่จะให้ผู้ชายมาแตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว
“แต่ฉันยังไม่คิดถึงขั้นนั้น จนกระทั่งมาเจอคุณ...”
“จีนา คุณยังไม่รู้จักผู้ชายดีพอ”
“รู้สิ ฉันรู้จักผู้ชายดีด้วยซ้ำ” เธอเถียง “ฉันคิดว่ารู้จักผู้ชายดีพอ ยกเว้นคุณซึ่งเป็นคนแรกที่ฉันรู้จัก แต่ความจริงแล้วฉันไม่รู้จักคุณเลยแม้แต่นิดเดียว”
วาเลนติโนไม่ตอบว่าอะไร เขาไม่เงยหน้ามองเธอและใส่ยาล้างแผลล้างคราบเลือดออกจนหมด เขาหยิบยาใส่แผลมาใส่ให้เธอ จากนั้นก็หยิบเอาผ้าพันแผลมาพันให้โดยที่ไม่พูดอะไรเลยสักคำ จีนาพยายามมองหน้าเขา และอยากจะให้เขาตอบเธอบ้างในสิ่งที่เธอไม่เคยรู้ รู้เพียงแต่ว่าเขาชื่อวาเลนติโน ทำธุรกิจ...
แค่นี้เท่านั้นเอง...
*******************

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 22 พ.ค. 2557, 12:28:21 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 22 พ.ค. 2557, 12:28:21 น.
จำนวนการเข้าชม : 1318
<< บทที่ 10 แขกที่ไม่ได้รับเชิญ |