ตะวันบนพื้นน้ำ
เขาเปรียบดังตะวันสาดแสงลงบนพื้นน้ำ

แผดเผากระจายไอร้อนบ่อนทำร้าย

ตะวันไม่เคยเห็นค่าพื้นน้ำแม้แต่หยดเดียว

.......................................................

ขอเมนสักนิดน๊า
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: ตอนที่ 9 บ้านคุ้มกัน

เครื่องยนตร์ดับสนิทประตูด้านคนนั่งเปิดกว้างหญิงสาวแทรกตัวออกพร้อมเร่งฝีเท้ายิ่งขึ้น



มือน้อยปาดน้ำตาลพลางสั่งตัวเองให้เข้มแข็ง



ก้าวขึ้นบันไดอย่างเร่งร้อน หนีให้พ้นปีศาจร้าย


ทางรอดที่คิดได้คือการวิ่งหนีเข้าห้องน้ำ



สร้างประตู้ห้องน้ำเป็นปราการกั้นขวางแม้เพียงสักชั่วยามก็ยังดี


ฐานที่มั่นหลังน้อย



เวลาผ่านไปพักใหญ่ อากาศร้อนอับทำให้รู้สึกไม่สบายตัว



"ในเมื่อเข้ามาแล้ว อาบเลยแล้วกัน" หลังจากตัดสินใจเสร็จ สบู่กลิ่มหอมจึงแตะแต้มทั่วผิวกาย



ฟองขาวใสกระจายรอบขอบอ่างจากุชชชี่ปิดบังเรือนร่าง



"ฝ้าเช็ดตัว" สำนึกแรก



"ไม่เป็นไรใส่ชุดเก่าไปก่อน" สำนึกสอง



มือขวาหยิบชุดขาวและกระโปรงกรีบตรงลายดำจากราวแขวน



ตุบ!!! เอาหล่ะสิสงสัยร้อนจัด เสื้อผ้าเลยอยากลงเล่นน้ำบ้าง



หมดกัน ทางรอดสุดท้าย



เสื้อขาว กระโปรงและชั้นในเปียกโชก จะไม่ให้เปียกได้ไง


ก็เล่นจมลงไปในอ่างฟองสบู่ซะมิดขนาดนั้น





"เขาคงไปแล้วหล่ะ" สำนึกที่สามพยายามเข้าข้างตัวเอง



ล้างฟองสบู่ ย่องเงียบออกจากฐานที่มั่น วิ่งตรงหาตู้เสื้อผ้า



"ได้หล่ะ" หยิบผ้าสีขาวเตรียมผันกาย



"ว้าวๆๆๆๆ ขาวจัง" เสียงจากด้านหลังทำให้สองขารีบวิ่งกลับไปยังฐานที่มั่น



สติหยุดชะงัก



ลากผ้าผืนขาวติดมือ



สมองยังไม่สั่งให้ผันรอบกาย



มันตกใจเกินกว่าจะคิดทัน



"เฮ้อ เกือบไปแล้ว" เข้าฐานที่มั่นได้สำเร็จ



"เอ๊ะ ทำไมเบลอ ชอบกล"



กลับสู่สภาพความเป็นจริง เรือนร่างขาวกระจ่างยืนนิ่งเป็นหินตรงหน้าชายหนุ่ม



ตกใจจนสร้างภาพหลอกตัวเองได้ซะด้วย สถานการณ์กำลังล่อแหลม


ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายหญิงเลย



ฟึบ ผ้าสีขาวถูกดึงหลุดจากมือบางเปลี่ยนที่มาพันรอบกายปกปิดความขาวแทน



คนถูกพันยังคงนิ่งสนิท



"ไม่หนาวรึไง ยืนนิ่งนักเดี๋ยวเถอะ" จบคำเรียกสติมาหาเจ้าของร่างอย่างฉับไว


ใบหน้าขาวแดงซ่าน



สองขาวิ่งกลับฐานที่มั่นอย่างรวดเร็ว



20 นาทีผ่านไป………………………………………….



แอ๊ด เสียงเปิดแง้มอย่างระแวงภัย.................ไร้วี่แววของชายหนุ่ม



ก้าวขาขึ้นเตียงพลางนึกหมั่นไส้อีกคนขึ้นมาทันที



เคยลองพยายามลากเตียงของตัวให้ออกห่าง



ก็กลับไม่สำเร็จ เตียงเจ้ากรรมไม่สะกิดสักนิดเดียว จึงต้องยอมปล่อยให้เป็นเช่นทุกวัน



ความจริงแล้วหญิงสาวไม่กังวลนักเพราะเจ้าของเตียงอีกฝั่งไม่ค่อยใช้บริการเตียงของตน



ยามค่ำคืนจึงเป็นช่วงเวลาส่วนตัวของหญิงสาวโดยแท้ ไม่รู้ว่า ตานั่นมัวทำอะไรอยู่




.........................................................................................
กลางลานโล่ง สถานที่นัดพบอย่างกระทันหันของสองฝ่าย



ผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มลากผ่านบนยอดหญ้า สะบัดพัดตามแรงลม



"กล้าดีนัก" ชายหนุ่มในชุดนักเรียนชั้นมอปลายก้าวออกจากเงามืด



รอยยิ้มเหยียดเป็นเพียงกายทักทายของร่างในชุดคลุม



"ของนาย" ธูปหนึ่งก้านถูกโยนลงพื้น มองเผินคงไม่น่าแปลก



หากมองตามรอยควันสีเท้าเข้มคงจะได้เห็น



************************



-----ขอเรียนเชิญเจ้าสำนัก



-----คุ้มกัน ใคร่ประลองฝีมือ



-----ของเดิมพัน สำนักคุ้มกัน



************************



"ครับผม ผมเมื่อยนะครับ สำนักไม่สอนมารยาทบ้างหรือครับ" ยั่วเย้าอีกฝ่าย



"แก" สรรพนามเปลี่ยนทันที



"..วายุ.." พลังขุมแรกถูกซัดส่งไป



กระแสลมขนาดไซโคลนย่อมๆหมุนวนทะแยงตรงเข้าหาเป้าหมาย



"**อาคารากี**" ลมเปลี่ยนเป้าหมายมุ่งหาคนสร้างแทนเสียแล้ว



"..วารี.." กระแสลมพัดกระแทกเข้ากับผิวน้ำ



แรงปะทะต้านทานความรุนแรงลงทำให้พายุขนาดใหญ่สลายกลับเป็นเพียงสายลมบางเบา




พลังเวทย์ถูกใช้ทำให้ร่างกายเริ่มล้า เหนื่อยหอบ เสื้อนักเรียนแขนยาวสีขาวเต็มไปด้วยเหงื่อ



"อาคารากี" เวทย์ยืมพลัง!!! (มันยืมพลังใคร)ความคิดสุดท้าย



ช้าไปเสียแล้ว!!!





"**อาคารากี**" ไม่ทันได้พัก สายลมรูปร่างเดิมพุ่งตรงเข้าจู่โจม อย่างไม่ทันตั้งตัว



ซัดพัดปลิวกระแทกติดกำแพงปูน



เลือดสีแดงกระอักเปื้อนเสื้อขาว



"**อาคารากี**" การจู่โจมระรอกสามส่งต่อมาอย่างไม่มีผ่อนปน กระชากร่างเนื้อเป็นชิ้นๆ



มือหนาโบกสะบัดฉายลำแสงสีดำฉาบรอบเศษซากป่นขยี้เป็นผุยผง




แสงที่เหลือฉาบทาบกำแพงปูนปิดสมาน รอยร้าวเลือนหาย



ราวไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น



"ของข้า สำนักคุ้มกัน" ยิ้มเหยียดสมใจ



..............................................................

การเรียนวันที่สอง หญิงสาวต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการมองกระดาน


ไม่ใช่สายตามีปัญหาแต่ปัญหาคือหญิงสาวสองคนด้านหน้าปิดบังกระดานเสียมิด


ทั้งที่เมื่อวานไม่ได้นั่งตรงนี้แท้ๆ แปลก




กริ๊งๆๆๆ



เสียงออดพักกลางวันเรียกน้ำย่อยในกระเพาะ



สามสาวสวยเดินออกจากห้องอย่างเฉิดฉาย ความหวังมีเพื่อนกินข้าวหมดไป



เหลียวหาคนข้างกายกลับพบความว่างเปล่า




คงต้องกินข้าวคนเดียว



"นี่ เร็วๆสิ" เสียงสวรรค์แท้ๆ ใครกันนะ



"นับถึงสิบฉันไปแล้วนะ" โอ๊ แม่เทพทิดาบัวขาวนี่เอง



"รอด้วย" รีบวิ่งตามหลังดีใจไม่ต้องกินข้าวคนเดียว



ปิ่นโตใบใหญ่ยั่วน้ำลายสอ



มือขาวค่อยๆลำเลียงอาหารอันเลิศรสออกมา



โห แกงสัม เต้าหู้มังกร ปลาทอดสามตัว ผัดผัก



หมูทอด ส้มตำ สลัด



สุดท้ายข้าวเปล่า



"แน่ใจนะว่ากินคนเดียว"เจ้าของพยักหน้ารับ



"กินสิ" เห็นเพื่อนใหม่ยังนิ่งจึงเริ่มชวน



"แต่ว่า" ลังเล



"กินเถอะ ช่วยกัน เรากินไม่หมดหรอก"



จ๊อก!!! กระเพาะเริ่มร้ำร้อง



"กินสิ" ตักเต้าหู้ใส่จานยื่นให้





ยายนี่เป็นใครกันแน่ ความสงสัยของหญิงสาวที่กำลังมีอาหารเต็มปาก



ข้าวเติมเป็นจานที่สอง ส่วนกับกำลังจะลงท้องในไม่ช้า



หากพี่สองยังอยู่ คงไม่ได้กินอย่างเป็นสุข



(สาม:ก็มันอร่อยนี่ )



เจ้าของข้าวยังคงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ปล่อยให้ท้องย่อยอาหารหลังจากอิ่มเมื่อครึ่งจานแรก



อีกคน ทำครีบปลาหล่นจากปาก



'ดับอนาถ บ้านคุ้มกัน'
9




ลายหมึก
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 21 ก.ค. 2557, 09:05:05 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 21 ก.ค. 2557, 09:05:05 น.

จำนวนการเข้าชม : 766





   ตอนที่ 10 สูญเสีย >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account