บันทึกสารบัญลับของนักรักท่องโลก I
ความรัก?

“ผม..เคยคิดว่า ความรัก คือ ความรู้สึกที่ทำให้ชีวิตมนุษย์มีสีสัน
ใช่!! เหมือนข้อสอบที่รู้แต่ไม่สามารถเข้าใจ
เพราะความรัก คือ อย่างนั้นละ มันถึงยากที่จะทำความเข้าใจ
แต่ถึงอย่างนั้น สำหรับผมในตอนนี้ ผมคิดว่า มันไม่ได้ยากเลย
ทำไม...ผมถึงคิดอย่างนั้นนะเหรอ?
คำตอบมันแน่นอนอยู่แล้ว
ว่า...ผม....นะ
กำลังตกหลุมรักใครบางคนอยู่...อย่างถอนตัวไม่ได้นะสิ”

Tags: รัก

ตอน: บันทึก ความลับของจุดเริ่มต้น

สารบัญที่ I
บันทึก ความลับของจุดเริ่มต้น
“เขาว่าความรักทำให้คนเปลี่ยนแปลงไปซึ่งนั้นจริงสำหรับผม เพราะ ผม กำลัง มี ความรัก?”

ในรุ่งอรุณที่สดใส แสงแดดได้สาดส่องเข้าไปได้บ้านไม้หลังหนึ่ง
บ้านไม้หลังนี้ มีขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่ และห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ ใบหญ้าสีเขียวขจี
โดยภายในบ้านถูกตกแต่งไปด้วยหนังสือมากมาย ซึ่งดูลึกลับและน่าเบื่อสำหรับคนที่เกลียดการอ่านหนังสือ แต่ไม่ใช่สำหรับหนุ่มคนนี้ เพราะท่าทางเขา กำลังพยายามอ่านหนังสือที่ค้างอยู่เป็นกองพะเนินนี้ให้จบ
โดยชายหนุ่มคนนี้ เขามีผมสั้นสีดำสนิทและดูยุ่งเหยิง ตาสองชั้นและแน่นอนว่า เขามีดวงตาที่มีสีดำสนิทยิ่งกว่าผมเขาซะอีก
รวมๆแล้วเขาเป็นคนหน้าตาดี เสียแต่ว่าหน้าของเขาไม่ค่อยยิ้มจึงดูน่ากลัวไปหน่อย
ชื่อของเขาก็คือ ไวทิน

“เช้าแล้ว ? อา...มิน่าแสงแดดแยงตาชะมัด” เขาพูดด้วยเสียงที่ฟังดูอิดโรยและไร้เรี่ยวแรง
“ นี่ ผมอ่านโต้รุ่งอีกแล้วหรือ ให้ตายสิ ทำไมนาฬิกาที่ผมตั้งไว้ ตอนตีหนึ่งถึงไม่ดังละ” เขาพูดพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูเวลา เพราะอย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ใช่วันหยุด และเขาก็พึ่งอายุ 17 เท่านั้น
“เฮ้อ...ตอนนี้7โมง35 ผมคง...อดกินข้าวอีกแล้ว” เขาพึมพำกับตัวเองพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ และเตรียมตัวที่จะไปโรงเรียน
เมื่อเขาเดินทางมาถึงรร. เขาก็รีบเดินมายังกลุ่มเพื่อนที่สนิทกันดีของเขาซึ่งมีอยู่เพียง 3-4 คนโดยเป็นผู้ชาย2 หญิง 1 ถ้าจะให้ถามว่าทำไมเขาถึงได้มีเพื่อนน้อยนักแน่นอน เพราะเขาเป็นคนค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยพูดคุยกับใครซักเท่าไหร่ เขาจะคุยเพียงแต่ เพื่อนที่เขาสนิทเท่านั้นแหละ และมีเพียงเพื่อนของเขาเท่านั้นที่รู้ว่านิสัยของเขานั้นช่างแตกต่างจากหน้าตาซะเหลือเกิน

เพื่อนคนแรกเขาเป็นคนที่ดูเป็นร่าเริง เข้ากับคนง่าย ชอบปล่อยมุก และเป็นนักเรียนตัวอย่างชื่อของเขาคือ ทินกร ที่แปลว่า พระอาทิตย์ เขามีผมสีน้ำตาลทอง ยาวมัดเป็นสลวยอยู่กลางหลัง และมีดวงตาสีน้ำตาลที่สามารถส่องแสงได้ (ว่าไปนั้น)
คนที่สอง เขามีผมสั้นสีดำ หยักศก มีดวงตาสีน้ำตาลเข้มสดใส รูปร่างสูง ออกท้วมๆหน่อยๆมีหน้าที่ ตบมุกแป็กๆของ ทินกรชื่อ ของเขาคือ จเร
และคนสุดท้าย หล่อนเป็นผู้หญิงที่ดูเฮฮาปาร์ตี้มากที่สุดในกลุ่ม เธอเป็นเพียงคนเดียวที่เล่าเรื่องได้สนุกมากพอที่จะไม่ทำให้หนุ่มพูดน้อยอย่างไวทิน รำคาญแม้แต่น้อย เธอมีผมยาวประบ่าสีทอง ดวงตาสีฟ้า เนื่องจากเธอเป็นคนต่างชาติ หน้าตาเธอก็จัดว่าดี เสียเพียงตัวเล็กไปหน่อย ชื่อของเธอ คือ เธียร์
“ว่าไง ไวทิน ท่าทางยังง่วงเหมือนเดิมเลยนิ คราวนี้ไปทำอะไรมาละ”
ทินกรทักเขาด้วยเสียงใสก้องโดยคำตอบที่เขาถามนั้นก็ก็รู้ๆกันอยู่
“ใช่ คงเพราะอดหลับอดนอนเพราะหนังสืออีกตามเคยใช่ไหมนี้นายหนะ” จเรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้ดี แต่กระนั้นไวทินก็ยังไม่ตอบอะไรเพราะเขากำลังคิดว่า ชั่วโมงเรียนที่จะเรียนวันนี้ มีชั่วโมงไหนหลับได้บ้าง
และทันใดนั้นก็มีเสียงเสียงหนึ่งตะโกนทักทายกลุ่มของพวกเขาอย่างสดใสและก้องกังวาลเป็นเสียงของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ผมสั้น ที่อยู่ห้องเดียวกับเขา
หล่อนเดินมาพร้อมกับกลุ่มของหล่อนอีก3คน โดยหล่อนมีผมสีน้ำตาลสวย และตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม แต่ดูเหมือนหล่อนจะมีอิทธิพลมากที่สุดในกลุ่ม ไม่มีใครสามารถเถียงหล่อนได้ เพราะนิสัยที่ชอบเอาแต่ใจตัวเองผสมกับลักษณะที่เป็นผู้ใหญ่
ชื่อของหล่อนคือ ญาณัช และดูเหมือนคนที่หล่อนทักจะเป็นจเร ซึ่งนั่นทำให้ไวทิน เธียร์และ ทินกรสนใจอยู่พอตัว ถ้าถามว่าเพราะอะไรละก็แน่นอน!!
เพราะว่าจเรชอบญาณัชเอาซะมากๆความสัมพันธ์ของทั้ง2คนประมาณเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อเลยทีเดียว แค่พวกเขาสองคนพูดอะไรกัน ทั้งสามก็เอาแต่ทำเสียงอิจฉาใกล้ๆ นั้นทำให้จเรแทบคลั่งเพราะกลัวว่าคนอื่นเขาจะรู้กันไปหมด แต่ดูเหมือนท่าทางของเขามันจะขัดกันเลยทำให้คนอื่นดูออกได้ง่ายๆ และอย่างน้อยก็มีอยู่หลายคนเลยที่รู้ เช่นตอนนี้ที่มีคน4คนกำลังอมยิ้ม ส่งสายตากันเงียบๆ
ผ่านมาซักพัก หลังจากกลุ่มของญาณัชเดินผ่านไป ทั้งสามคนก็เอาแต่ล้อจเรผู้ซึ่งตกอยู่ในห้วงแห่งความรักอย่างสนุกสนาน
ว่า “ ดีจังนะ มีความรักเนี่ย” บ้างละ
“เจอหน้ากันแต่เช้า ลางดีนะ”บ้างละ
“แค่ได้เห็นหน้าก็แสนสุขใจ ฉันรักเธอ”บ้างละ
แต่คำล้อพวกนี้ยังถือว่าเด็กๆนัก แต่เพราะพวกเขาเอาแต่พูดแบบนี้เลยทำจเรอารมณ์เสีย และพูดขู่ผมและเพื่อนๆทั้งสองไปว่า
“เหอะ! ถ้าเกิดพวกนายมีคนที่ชอบเมื่อไหร่ ฉันจะป่าวประกาศให้ยิ่งกว่านี้อีก!!”อย่างหมดอารมณ์ แต่หลังพูดจบทินกรก็เถียงขึ้นในทันใด
“55555 อย่างพวกเรานะ ไม่มีง่ายๆหรอก” และเธียร์เองก็คิดและสนับสนุนคำพูดนั้น แต่จเรก็ยังไม่ย่อท้อพยายามหาเหยื่อมาแทนตนให้ได้
“มันก็ไม่แน่หรอกน่า!!นายก็มีใช่ไหมละ?ไวทิน” จเรพุ่งเป้าไปที่คนที่กำลังเหม่อลอยอย่างไวทินหรือผม ทำให้ผมสะดุ้งตกใจเพราะไม่มีใครพูดกับผมนานมากจนผมสามารถยืนหลับได้
“หะ!! ผมนี่นะ จะไปมี......” ก่อนที่ผมจะพูดจบ ก็ได้ฉุกคิดได้ว่าถ้าตอบว่ามีแล้วจะน่าสนุกกว่ากันไหมนะและคิดได้ไม่เท่าไหร่ก็พลั้งปากพูดออกไป
“มีแล้ว”
นั้นเป็นคำที่ผมพูด และนั่นทำให้ทั้งสามตกใจ
และคนที่ตกใจมากที่สุดดันเป็นคนที่ถาม อย่างจเร ก่อนที่จเร ทินกร เธียร์จะตั้งสติถามได้
ไวทินก็พูดตัดบททันทีว่า “ถ้าอยากรู้เรื่องราวต่อไปก็เอาไว้ทีหลังละกัน”
ด้วยสีหน้าสนุกสุดขีดพร้อมเดินไปห้องนอน เอ้ย! ห้องเรียนในทันใด .



AISER
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 14 ส.ค. 2557, 23:52:56 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 14 ส.ค. 2557, 23:53:31 น.

จำนวนการเข้าชม : 621





   บันทึก ความลับของเด็กเลี้ยงแกะ >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account