ติดบ่วงหัวใจ
นายตำรวจหนุ่มมาดขรึม..ผู้ไม่เคยเห็นผู้หญิงสำคัญเกินกว่างานจับผู้ร้าย
กับพริตตี้สาวสวยนุ่งสั้น..ผู้พ่วงตำแหน่งเมียน้อยญาติผู้ใหญ่ของเขา

สำหรับกวินท์..
หล่อนตำ่ต้อยเกินกว่าเขาจะยอมรับมายืนเคียงข้าง

สำหรับบุศนีย์..
เขาวางตัวเองเอาไว้เสียสูงส่ง..มองหล่อนเหมือนดอกไม้ข้างถนนที่ไม่คิดจะเด็ดดม
แต่ใครจะรู้..ว่าผู้หญิงที่เขามองว่าต้อยตำ่คนนี้..เธอคือคนที่กำหัวใจของเขาเอาไว้แล้วทั้งดวง !


เป็นนิยายอีกเรื่องของโอชินค่ะ พระ-นาง ปะทะเชือดเฉือนสไตล์ตบจูบทั่วไป ดราม่านิดหน่อยตรงชีวิตนางเอก..มาตามลุ้นตามเชียร์การฟาดฟันหัวใจรักของคนสองคนกันค่ะ..

เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่ตำรวจหล่อๆอนาคตรุ่งทั้งหลายอย่างหมวดแคน แล้วก็อีกหลายท่านต้องมาตายลงเพราะการปฎิบัติหน้าที่..อยากให้เมืองไทยมีตำรวจดีๆเยอะๆบ้านเมืองเราจะได้สงบสุข

แต่เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับงานของตำรวจนะคะ ไม่มีบทบู๊แอคชั่นของพระเอกเพราะบอกแล้วว่านี่มันนิยายแนวตบจูบค่ะ เราแค่จำลองภาพตำรวจหนุ่มตงฉินคนหนึ่งมาเป็นพระเอกของเราเท่านั้นเอง เรื่องนี้แม้จะมีรสขมอยู่บ้างแต่ก็จบแฮปปี้นะคะ ฝากให้อ่านอีกเรื่องค่ะ



Tags: ตำรวจหล่อ,พริตตี้ , ตบจูบ ,

ตอน: ตอนที่ 1.

“คุณชัด มีเมียน้อย!”

เรื่องราวที่พรั่งพรูออกมาจากปากของน้าสาว กวินท์ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้หากแต่กิริยาสะอื้นไห้จนแทบจะวางวายลงต่อหน้าของนางปัทมาทำให้กวินท์อดรู้สึกลังเลขึ้นมาไม่ได้ เป็นไปได้หรือที่ผู้หญิงเพียงคนเดียวจะสามารถทำลายชีวิตครอบครัวอันเคยสงบสุขของน้าสาวได้ เท่าที่กวินท์เคยทราบมานายชัดน้าเขยผู้สุขุมของเขาเป็นคนที่รักครอบครัวเป็นที่สุด

“เธอเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าปัทมาคุณชัดน่ะ เขาไม่ใช่คนว่อกแว่ก เขารักเธอรักลูกจะตายไป” นางบุหงาตั้งคำถามกับน้องสาวอย่างไม่ยอมปักใจเชื่อง่ายๆนางหันมามองหน้าบุตรชายอย่างขอความคิดเห็น

“นั่นสิครับ ผมไม่เคยเห็นน้าชัดไปทำเจ้าชู้กับใครที่ไหนสักที ถ้าหากมีอะไรอย่างที่น้าปัทว่า ผมก็คงได้ข่าวมาบ้างแล้ว ผมว่าน้าปัทใจเย็นๆดีกว่าอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้ ลองถามน้าชัดตรงๆดีมั้ยครับ ผมว่าน้าชัดคงไม่กล้าโกหกน้าปัทหรอก”

ใบหน้าที่ถูกตบแต่งเอาไว้อย่างสวยงามของนางปัทมาบัดนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตานางกรีดเสียงพูดเหยียดหยัน “ที่ไหนได้ละวินท์ นั่นแหละตัวโกหก น้าถามเขาแล้วแต่เขาปฎิเสธเสียงแข็ง แต่วินท์ดูนี่สิ เขาแอบไปซื้อของพวกนี้ให้นังเด็กนั่น”

นางปัทมาเสือกไสซองเอกสารไปตรงหน้าผู้เป็นพี่สาวกับหลานชาย กวินท์เป็นคนหยิบเอกสารในซองนั้นขึ้นมาเปิดดู มันเป็นสัญญาซื้อขายรถยนต์ป้ายแดงคันหนึ่งกับคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองสนนราคาร่วมๆสองล้านบาท คิ้วของกวินท์ย่นเข้าหากันขณะกวาดตามองไปยังชื่อของผู้ถือกรรมสิทธิ์

“ถึงขนาดซื้อรถใหม่ป้ายแดง ซื้อคอนโดหรูให้กันขนาดนี้จะไม่ให้น้าตีโพยตีพายได้หรือวินท์ แต่งงานกันมาเกือบยี่สิบปีคุณชัดไม่เคยนอกใจน้าเลยสักครั้งแต่ครั้งนี้คุณชัดเขาทรยศน้าจริงๆ”

กวินท์จนด้วยคำพูดเมื่อเห็นหลักฐานที่น้าสาวนำมาแสดง นางบุหงาเอื้อมมือไปลูบหลังลูบไหล่น้องสาวคนเดียวที่เติบโตคลานตามกันมาอย่างเห็นใจ

“แล้ว...ผู้หญิงนั่น...น้าชัดไปคว้ามาจากไหนหรือครับ?”

“ก็เด็กในบริษัทนั่นล่ะ เห็นเขาว่าเคยเป็นนางแบบ เป็นพริตต้งพริตตี้อะไรมาก่อน เพิ่งมาทำงานที่บริษัทได้ไม่ถึงเดือน คุณชัดก็เลื่อนตำแหน่งให้ไปเป็นเลขาหน้าห้องเสียแล้ว เลขาคนเก่าของคุณชัดโทรมาบอกน้าว่านังเด็กนั่นเพิ่งจะยื่นใบลาออกไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว คุณชัดคงจะตกลงรับเลี้ยงดูมันแล้วละมั้ง” พูดจบนางปัทมาก็ปล่อยโฮออกมาอย่างคับแค้นใจ กวินท์ถอนหายใจหนักๆพูดอะไรไม่ออกได้แต่สบตากับมารดาอย่างกลุ้มๆ

“กวินท์ ช่วยอะไรน้าสักอย่างได้มั้ย?”

นัยน์ตาแดงก่ำบวมช้ำของน้าสาวทำให้กวินท์จำต้องพยักหน้ารับ

“น้าปัทมีอะไรให้ผมช่วย ว่ามาเลยครับ”

“กวินท์ไปพูดกับเด็กนั่นให้น้าหน่อยเถอะ ถ้ามันอยากได้คอนโดกับรถก็ให้มันไป จะเอาเงินเพิ่มอีกสักแสนสองแสนน้าก็ไม่ว่า ขออย่างเดียวได้ของได้เงินแล้วขอให้มันเลิกยุ่งเกี่ยวกับน้าชัดอย่างเด็ดขาดก็พอ”

“ความจริง เราไม่จำเป็นจะต้องไปเสียเงินทองข้าวของให้กับผู้หญิงหิวเงินพรรค์นั้นนะครับ”

“แต่น้ายอมเสีย เงินทองข้าวของอะไรมันก็ไม่สำคัญมากไปกว่าความสุขในครอบครัวหรอกนะวินท์”นางปัทมาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆขณะนึกไปถึงบุตรชายหญิงที่เดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ

“น้าไม่อยากให้ยายเมี่ยงกับตามอสรู้เรื่องพ่อของเขา เด็กพวกนั้นทั้งรักทั้งศรัทธาพ่อของตัวเอง ยึดถือพ่อเป็นฮีโร่ของเขามาตลอด อย่าให้เรื่องพวกนี้ไปสร้างจุดด่างพร้อยในจิตใจของเด็กๆจะดีกว่า วินท์ต้องช่วยน้านะ กล่อมเด็กนั่นให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับคุณชัดให้ได้ น้ามีที่อยู่ของมัน ช่วยจัดการให้น้าที”

“ครับ ผมจะลองไปคุยให้”

เมื่อชายหนุ่มรับปากแล้วนางปัทมาจึงมีสีหน้าดีขึ้น นางรื้อเอาแผ่นกระดาษใบเล็กๆแผ่นหนึ่งส่งให้ชายหนุ่มสายตาของนางเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง กวินท์รับมาดูอย่างสนใจ ที่อยู่อาศัยในกระดาษแผ่นนั้นค่อนข้างชัดเจน อยู่ไม่ไกลจากพื้นที่เขตรับผิดชอบของกวินท์เสียด้วย

“วินท์จะไปคุยกับเมียน้อยคุณชัดจริงๆหรือลูก?” นางบุหงาเอ่ยถามบุตรชายเมื่อรถของน้องสาวได้แล่นออกไปจากบริเวณบ้านแล้ว กวินท์พยักหน้ารับสีหน้าจริงจัง

“ครับ ก็รับปากน้าปัทไปแล้ว”

“เฮ้อ...เด็กสาวๆสมัยนี้ก็แปลกคนจริง ร่ำเรียนกันมาสูงๆ ฟังๆดูว่าเป็นนางบงนางแบบก็น่าจะสะสวย ผู้ชายที่เขาหนุ่มๆโสดๆมีออกเยอะแยะไปทำไมไม่เลือก คิดยังไง๊ มาเป็นเมียน้อยคนแก่คราวพ่อ”

“ผู้หญิงอย่างนั้นจะคิดอะไรเป็นละครับ ก็คิดแค่อยากจะรวยทางลัดโดยไม่ต้องทำมาหากินอะไรให้เหนื่อย แค่ใช้หน้าตากับเนื้อหนังมังสาที่มีมาหลอกล่อเอาเงินออกจากกระเป๋าของผู้ชายไปวันๆ ผู้หญิงแบบนี้มีเยอะขึ้นทุกวันเสียด้วยสิครับแม่”

กวินท์ไหวไหล่พร้อมๆกับถอนหายใจเฮือกยัดกระดาษโน้ตแผ่นเล็กลงในกระเป๋ากางเกง ใบหน้าขรึมนั้นยิ่งทวีความเคร่งเครียดขึ้นมาอีกมากมาย

++++++++++++++++++++++++++

“นั่นจะออกไปไหนอีกล่ะวินท์?”

นางบุหงาร้องทักบุตรชายพร้อมๆกับวางม้วนไหมพรมในมือ นางขยับแว่นสายตาเขม่นมองบุตรชายที่แต่งกายด้วยชุดเรียบหรูในมือข้างหนึ่งของกวินท์มีเสื้อสูทสีเดียวกันกับกางเกงติดมือมาด้วย

“กลับเข้าบ้านไม่กี่ชั่วโมง อาไร้! จะออกอีกแล้วอยู่ติดบ้านกินข้าวเย็นเป็นเพื่อนแม่บ้างไม่ได้รึยังไง จะไปไหนอีกละนั่นแต่งตัวซะเนี้ยบ?”

นางบุหงาบ่นงึมงำพลางปรายตามองดูบุตรชายนับตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าปรากฏรอยยิ้มภูมิใจน้อยๆที่มุมปากของคนเป็นแม่

“คุณพ่อโทรมาสั่งให้ผมไปงานแต่งงานลูกชายคุณลุงตุลา พอดีคุณพ่อมีเคสผ่าตัดใหญ่”

“อ้อ...ญาติคุณพ่อคนที่เป็นเจ้าของโรงแรมแถวๆสีลมใช่มั้ย เห็นคุณพ่อเคยพูดๆอยู่”

“ครับ ไปด้วยกันมั้ยครับแม่ เดี๋ยวผมรอ”

“อุ้ย! ไม่ละ แม่ไม่ชอบออกงานวินท์ก็รู้นี่ลูก แล้ววินท์ล่ะ เมื่อไหร่จะมีเมียเสียที?”

“อ้าว! แล้วกัน ไหง๋แม่เปลี่ยนเรื่องเร็วจริง?”

กวินท์ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆทำให้ใบหน้าคร้ามคมที่เคยเครียดขรึมเวลาทำงานดูอ่อนเยาว์น่ามอง ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมข้างๆมารดาวางเสื้อสูทพาดไว้บนพนักพิงใกล้ๆ

“ก็มันสมควรแก่วัยแล้ว ผู้ชายอายุสามสิบต้นๆนี่เขาแต่งงานมีครอบครัวมีลูกมีเมียกันแล้ว เพื่อนวินท์เขาก็แต่งงานกันไปหลายคนแล้วนะ”

“แล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่สมัครใจจะเป็นโสดเหมือนผม”

มารดาค้อนนิดๆเมื่อหว่านล้อมบุตรชายไม่สำเร็จ

“แม่อยากให้วินท์มีคนดูแล”

“ผมไม่ใช่เด็กๆนะครับ ดูแลตัวเองได้ อีกอย่างผมยังไม่อยากจะไปพรากลูกสาวใครเขาให้มาตกระกำลำบากกับผม เป็นเมียตำรวจใช่จะสบาย ผัวย้ายไปไหนเมียก็ต้องย้ายตาม ผู้หญิงที่ไหนเขาจะยอมมาร่วมหัวจมท้ายกับผมกันละครับ”

มารดาตีเพี๊ยะที่ต้นแขนบุตรชายอย่างนึกหมั่นไส้ขึ้นมาเต็มแก่

“แล้วไอ้ที่เดินเข้าเดินออกห้องท่านสารวัตรจนหัวกะไดโรงพักไม่แห้งนั่นอะไร เลือกมากน่ะสิไม่ว่า นี่! เลือกๆมาสักคนได้มั้ยวินท์ แม่อยากเลี้ยงหลานเต็มที บ้านน่ะ มันต้องมีเด็กๆถึงจะสมบูรณ์รู้มั้ย?”

“โอ๊ย...งั้นคงต้องรอลูกยายเกดละมั้งครับ”

กวินท์ออกตัวปฏิเสธ ผลักภาระไปให้น้องสาวที่กำลังเดินหอบหนังสือเล่มโตเข้ามาภายในห้อง สีหน้าของน้องสาวบ่งบอกว่าเหน็ดเหนื่อยแต่แววตากลับสุกใสเบิกบาน หล่อนขยับแว่นสายตาอันเล็กก้าวเดินอย่างคล่องแคล่วมาทรุดตัวลงนั่งร่วมวงสนทนาทันที

“อะไรคะ เมื่อกี้เกดได้ยินชื่อตัวเองด้วย?”

“แม่กำลังไล่ต้อนให้พี่มีเมียน่ะ แม่เขาอยากเลี้ยงหลาน พี่ก็เลยโบ้ยให้แม่รอเลี้ยงลูกของเกดแทน”

“เรื่องอะไร ตัวเป็นพี่ ตัวก็ต้องมีลูกก่อนเค้าสิ”

การเกดเถียงทันทีไม่มีทีท่ายอมแพ้ หญิงสาวขยับแว่นสายตาอันเล็กทำหน้าเชิดปากจู๋เหมือนเด็กเล็กๆไม่เหลือมาดของอาจารย์มหาวิทยาลัยเลยสักนิด

“พอกันทั้งคู่แหละ ทั้งลูกชายลูกหญิง คนพี่ก็เลือกมาก คนน้องก็เล่นตัวหัวสูง อยากได้แต่ไอ้ผู้ชายฉลาดมาเป็นพ่อของลูก ไอ้สมองน้อยไปหน่อย แต่ตัวเลขในบัญชีธนาคารเยอะๆไม่ยักสน ฉันละกลุ้ม! เป็นอันว่าหมดหวังจะเลี้ยงหลานกับเขากันละ”

มารดาบ่นกระเง้ากระงอดหากแต่ไม่จริงจังอะไรนัก เป็นผลให้ทั้งบุตรชายบุตรสาวหันมามองหน้ากันยิ้มๆ กวินท์เป็นฝ่ายประนีประนอมอีกตามเคย

“โธ่...แม่ครับ ถึงเวลาเมื่อไหร่แม่ได้เลี้ยงหลานแน่ๆไม่ลูกของผมก็ลูกของยายเกดสักคนแหละครับ”

“แม่อยากให้วินท์แต่งงานสักที ทำเพื่อแม่ไม่ได้หรือ ไม่มีใครถูกใจสักคนเลยหรือไอ้ที่ควงๆอยู่น่ะ”

กวินท์พ่นลมออกจากปาก มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายหน้าตาดีและมีฐานะการงานมั่นคงอย่างเขาที่จะมีหญิงสาวหลายคนมาติดพัน มันน่าแปลกก็ตรงที่กวินท์ยังไม่รู้สึกถูกใจใครมากพอจนถึงขนาดจะยอมให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาผูกพันในชีวิต
ใครๆก็พูดถึงเขาว่า “บ้างาน” จนไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่นๆ ก็คงจะจริงอย่างที่คนอื่นเขาว่าแต่เป็นเพราะเขามุทำงานนี่เองมิใช่หรือจึงทำให้เขามีผลงานดีเด่นได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งรวดเร็วจนแซงหน้าเพื่อนพ้องในรุ่นเดียวกันมาไกลโข

“ทำไมแม่ถึงอยากให้ผมมีลูกมีเมียเสียจริง?”

“อ้าว ก็จะได้ช่วยลดไอ้ความใจร้อนบ้าบิ่นของวินท์ลงบ้างอย่างไรล่ะ เวลาทำอะไรเสี่ยงๆวิ่งไล่จับผู้ร้าย จะได้นึกมั้ง ว่ายังมีลูก มีเมีย รออยู่ที่บ้าน ทำอะไรจะได้ห่วงชีวิตของตัวเองบ้าง”

“ผมเป็นตำรวจนะครับแม่ มีหน้าที่จับผู้ร้าย ถึงผมจะมีเมียมีลูก หน้าที่ของผมก็ยังเหมือนเดิม ใครที่คิดจะมาเป็นเมียผมเขาก็ต้องเข้าใจงานของผมและอาจจะต้องเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งอดทนมากกว่าปกติธรรมดาสักหน่อย เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งมีคนมาบอกเขาว่าสามีถูกผู้ร้ายยิงตาย เขาต้องเข้มแข็ง ต้องพร้อมที่จะรับภาระดูแลลูกๆของผมต่อไปให้ได้ เพราะแบบนี้ไงครับแม่ ผมถึงต้องเลือกมากเป็นพิเศษ”

กวินท์อธิบายด้วยสีหน้าเครียดขรึมจริงจังจนทำให้มารดาพูดอะไรไม่ออก การเกดเองก็เอาแต่กอดอกเอียงคอมองดูพี่ชายด้วยสายตาชื่นชมและภาคภูมิใจ

“เฮ้อ! เป็นหมอเหมือนคุณพ่อก็ไม่เป็น เป็นอาจารย์สอนคนเหมือนยายเกดก็ยังจะดีเสียกว่า ก็รู้ทั้งรู้ว่าอาชีพตำรวจมันเสี่ยงกับโจรผู้ร้าย”

“อาชีพไหนๆ มันก็เสี่ยงทั้งนั้นละครับ ผมชอบของผมแบบนี้ ก็ขอให้ผมได้ทำในสิ่งที่ผมชอบเถอะ”

กวินท์จำได้ว่าเขาเคยพูดประโยคนี้กับบิดาเมื่อครั้งที่ท่านขอร้องให้เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่กวินท์ก็ยึดมั่นในอุดมการณ์ของตนเองจนไม่มีผู้ใดสามารถทัดทานความตั้งใจของเขาได้

“จะทุ่มแล้วนี่วินท์ รีบออกดีกว่านะ ฝนทำท่าจะตกหนักเสียด้วย ฝนตกทีไร กรุงเทพฯเป็นรถติดเมื่อนั้น ออกเร็วหน่อยก็ดีนะลูก”

มารดาเตือนอย่างเป็นห่วงเมื่อได้ยินเสียงฟ้าคำรามมาแต่ไกล กวินท์ยิ้มนิดที่มุมปาก ชินเสียแล้วกับอาการเป็นห่วงเป็นใยของมารดา ชายหนุ่มตบกระเป๋ากางเกงคว้านหากุญแจรถและออกจากบ้านเมื่อเวลาหนึ่งทุ่มตรงพอดิบพอดี

+++++++++++++++++++++++++++

ตอนนี้ติดบ่วงหัวใจมีวางจำหน่ายให้นักอ่านแล้วนะคะ
ebook วางขายทางเวป Meb และ ookbee
ส่วนหนังสือเล่มเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ เพจโอชิน77
ส่วนเนื้อเรื่องตอนที่เหลือ..รบกวนตามต่อที่เวปเด็กดีนะคะ
พอดีว่าเราเคยลงในเวปเลิฟไปแล้วกลัวคนที่เคยอ่านเขาจะเบื่อกันค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

โอชิน.



โอชิน
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 6 ก.ย. 2557, 01:25:14 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 17 ม.ค. 2561, 23:23:48 น.

จำนวนการเข้าชม : 3144





   ตอนที่ 2. >>
konhin 5 พ.ย. 2557, 23:42:28 น.
เปิดเรื่องได้น่าสนใจค่ะ ไปอ่านต่อ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account