ลำนำรักใต้แสงจันทร์
เมื่อเจ้าหญิงกาอิยาห์พยายามจะช่วยชีวิตหญิงสาวเคราะห์ร้ายผู้หนึ่งแต่พลาดจนทำให้เธอผู้นั้นกลายเป็นหิน เมลิอานาร์จึงต้องยื่นมือช่วยเหลือด้วยการเดินทางไปค้นหายาถอนพิษ ซึ่งงานนี้คงไม่ยากเย็นนัก ถ้าหญิงสาวจะไม่บังเอิญต้องร่วมทางไปกับราชาหนุ่มรูปงามแห่งกรีนแลนด์ที่คอยแต่จะกวนโมโหกันอยู่เรื่อย ..มาร่วมผจญภัยไปพร้อมกับสองหนุ่มสาวในนิยายรักเบาๆ ที่มีกลิ่นอายแฟนตาซีอ่อนๆ และไม่ค่อยจะโรแมนติกเรื่องนี้กันนะคะ ^ ^
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทส่งท้าย

แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดเข้ามากระทบใบหน้าของคนนอนขี้เซาอย่างเหมาะเหม็ง ไม่นานนักหัวคิ้วเรียวโค้งก็ขยับย่นเข้าหากัน มือเล็กๆ พยายามไขว่คว้าหาผ้าห่มทั้งที่ดวงตายังปิดสนิท พอพบก็ดึงขึ้นหวังจะใช้มันคลุมศีรษะเพื่อบดบังแสงสว่างน่ารำคาญ หากดึงเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ ด้วยมือใหญ่แข็งแรงของใครบางคนยึดชายอีกด้านเอาไว้เหนียวแน่น ในที่สุดคนบนเตียงก็จำต้องยอมแพ้ ปรือตาขึ้นมองอย่างเสียไม่ได้

“พี่กันนาร์”

เจ้าหญิงกาอิยาห์ขมวดพระขนงจ้องมองผู้ที่มาปลุกพระองค์ด้วยความงุนงง ก่อนจะทรงอ้าพระโอษฐ์หาวพร้อมกับขยี้พระเนตรอย่างงัวเงีย หากไม่มีทีท่าว่าจะยอมลุกลงจากพระแท่นง่ายๆ

“ตื่นแล้วก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสิ สายมากแล้วนะ”

“สายที่ไหนกันคะ ยังเช้าอยู่เลย” เด็กสาวเถียงไปหาวไป แล้วพลิกกายตะแคงข้างหันหลังให้ผู้เป็นพี่ ตั้งท่าจะหลับต่อ
เจ้าชายกันนาร์ทรงส่ายพระพักตร์อย่างระอา หากไม่ยอมให้น้องสาวหนีไปเฝ้าเทพแห่งความฝันง่ายๆ

“ลุกเถอะน่ากายย์ ลืมแล้วหรือว่าวันนี้วันอะไร คนอื่นไปรอที่วิหารกันหมดแล้วนะ”

คำว่า ‘วิหาร’ ทำให้เจ้าหญิงกาอิยาห์หูผึ่ง ตาสว่างขึ้นมาทันที ท่าทางง่วงเหงางัวเงียเมื่อครู่หายวับไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น ทรงลุกพรวดจากพระแท่นบรรทม เสด็จเข้าไปในห้องสรงซึ่งอยู่ติดกันอย่างไม่รอช้า จัดการกับธุระส่วนตัวและเปลี่ยนฉลองพระองค์ด้วยความรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ จากนั้นจึงตามเสด็จพระเชษฐาไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่หน้าตำหนัก มุ่งตรงไปยังวิหารจันทราเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ...วันนี้เป็นวันสำคัญที่ชาวกรีนแลนด์ต่างก็รอคอย แล้วพระองค์จะพลาดได้อย่างไร

วิหารจันทราได้รับการตกแต่งด้วยช่อกุหลาบสีขาวสลับชมพูดูสวยงามอ่อนหวานเป็นพิเศษ พรมกำมะหยี่สีแดงลาดจากหน้าแท่นบูชาลงมาตามทางเดินเบื้องล่าง ยาวไปจรดถนนศิลาหน้าตำหนักหลวง สองข้างผืนพรมคือบรรดาข้าราชบริพารในเครื่องแต่งกายสวยสดที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธิอภิเษกสมรสของประมุขแห่งกรีนแลนด์ ทุกคนล้วนมีสีหน้ายิ้มแย้มอิ่มเอิบ รอคอยที่จะได้เปล่งเสียงถวายพระพรราชินีองค์ใหม่ด้วยใจจดใจจ่อ

ห้องโถงในวิหารที่เคยมืดสลัว วันนี้สว่างไสวไปด้วยแสงเทียนจากเชิงเทียนกิ่งนับร้อยที่ถูกนำมาตั้งประดับไว้โดยรอบ บรรดาแขกคนสำคัญทยอยเข้ามายืนประจำที่จนทำให้ห้องโถงกว้างนั้นแลดูคับแคบไปถนัดตา ราชาแห่งแลมพ์ตันและราชาแห่งวูดแลนด์ทรงให้เกียรติเสด็จมาร่วมพิธีสำคัญในครั้งนี้ด้วยพระองค์เอง ที่ประทับของทั้งสองพระองค์อยู่แถวหน้าสุด ใกล้กับที่ประทับของพระนางแอนน์และผู้ครองแคว้นอังมาร์ รัธ และคิริธ บรรดาเจ้าหญิงเจ้าชายจากประเทศเพื่อนบ้านประทับยืนอยู่แถวถัดไป เช่นเดียวกับมารดาของเจ้าสาว จากนั้นจึงเป็นแถวของขุนนางและข้าราชสำนักกรีนแลนด์

เมื่อได้ฤกษ์ที่กำหนด บิดาของเลดี้เมลิอานาร์ก็พาบุตรสาวก้าวเข้ามาในวิหาร เจ้าหญิงกาอิยาห์ประทับยืนอยู่แถวหลังสุดคู่กับพี่ชายเพราะมาสาย จึงเห็นพิธีการที่ดำเนินอยู่ไม่ชัดนัก รู้เพียงว่าราชาเอลเบอเรธทรงให้ผนวกพิธีแลกแหวนแห่งพันธะตามธรรมเนียมแลมพ์ตันเอาไว้ด้วย ท่านปราชญ์แห่งวิหารหลวงจึงได้รับเชิญมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เมื่อราชาเอลเบอเรธทรงสวมแหวนประทานให้เจ้าสาวของพระองค์ แล้วทรงโน้มพระพักต์เข้าไปจุมพิตนาง เจ้าหญิงกาอิยาห์ก็ทรงพระสรวลคิกคักอย่างชอบพระทัย ตรงกันข้ามกับพี่ชายที่ทอดพระเนตรเห็นเพียงแวบเดียวก็รีบเบือนพระพักตร์หนี ถอนพระปัสสาสะออกมาโดยไม่รู้ตัว

“เป็นอะไรไปคะพี่กันนาร์ ไม่ดีใจกับฝ่าบาทด้วยหรอกหรือ” เจ้าหญิงเห็นอาการแปลกๆ ของผู้เป็นพี่ก็ยั้งพระโอษฐ์เอาไว้ไม่อยู่

“ดีใจสิ”

“ดีใจ... แล้วทำไมถึงได้ถอนหายใจเสียงดังขนาดนั้นล่ะคะ” ทรงจ้องหน้าเจ้าชายผู้พี่ด้วยความสงสัยยิ่งกว่าเดิม ครั้นเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของชายหนุ่ม สมองอันฉับไวก็เริ่มจับพิรุธได้

“อย่าบอกนะว่า...พี่กันนาร์หึงฝ่าบาท!”

เจ้าชายกันนาร์สะดุ้งโหยงกับคำคาดเดานั้น ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำขึ้นทันที ทั้งโกรธทั้งขำจนเผลอดุน้องสาวออกไป หากพยายามลดเสียงให้เบาลงเพื่อจะได้ไม่รบกวนผู้อื่น

“จะบ้าหรือกายย์ ข้าจะไปหึงฝ่าบาททำไมกัน”

“อ้าว ก็น้องเห็นพี่กันนาร์มองฝ่าบาทแล้วทำท่าเหมือนคนอกหักนี่คะ” เจ้าหญิงกาอิยาห์เถียงพลางหัวเราะน้อยๆ

“ข้าไม่ได้มองฝ่าบาท”

“งั้นพี่กันนาร์มองใครล่ะคะ”

ถามจบเด็กสาวเบิกตากว้าง ฉีกยิ้มแทบจะถึงใบหูพลางจ้องหน้าพี่ชายอย่างล้อเลียน

“รู้แล้ว พี่กันนาร์มองเมลนี่เอง”

“ใครบอก ข้าไม่ได้มองใครทั้งนั้นแหละ” เจ้าชายหนุ่มปฏิเสธเสียงเขียวหากพระพักตร์แดงก่ำ ทรงทำเสียงเข้มดุน้องสาวกลบเกลื่อนความเก้อกระดากที่ถูกนางจับพิรุธได้

“เจ้าเป็นเด็กเป็นเล็กอย่ายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่น่ากายย์ โน่น...ฝ่าบาทเสด็จมาแล้ว รีบเตรียมดอกไม้เถอะ”

เมื่อพี่ชายตัดบทดังนั้น เจ้าหญิงกาอิยาห์ก็มิได้ทรงเซ้าซี้ พระองค์หยิบดอกไม้จากกระเช้าที่นางข้าหลวงถือมาถวาย โปรยปรายใส่คู่บ่าวสาวที่กำลังเดินผ่านหน้า เมลของพระองค์ดูสวยงามเกินคำบรรยายในวันนี้ นางสวมกระโปรงสีขาวพิสุทธิ์ยาวลากพื้น เส้นผมสีน้ำตาลทองขมวดเป็นมวยหลวมๆ ประดับกุหลาบแพรสีขาว คลุมทับด้วยผ้าโปร่งบางพริ้วทิ้งชายยาวเข้ากับชุด ใบหน้างดงามแดงเรื่อด้วยความขัดเขินหากประกายของความสุขฉายชัดออกมาจากดวงตาสีน้ำเงินคู่งาม ครั้นเหลือบมาเห็นพระองค์ นางก็ส่งยิ้มมาให้

เด็กสาวยิ้มกว้างตอบกลับไป ก่อนจะเงยหน้าเพื่อสังเกตอาการของพี่ชาย แล้วก็อดหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเขาตะลึงมองเจ้าสาวคนสวยเหมือนตกอยู่ในภวังค์

“พี่กันนาร์เสียดายใช่มั้ยละคะ”

“ฮื่อ...” เจ้าชายกันนาร์เผลอตอบรับโดยไม่รู้องค์

“นี่ละน้า ตอนน้องบอกให้จีบนาง พี่ก็ไม่เชื่อ”

“ไม่เชื่ออะไร ก็ตอนนั้นข้า...” คนเป็นพี่ชะงักกึกอย่างนึกขึ้นได้

“ตอนนั้นข้า...อะไรคะ”

“ยุ่งน่า” เจ้าชายกันนาร์รีบเดินหนี

“พี่กันนาร์ยังพูดไม่จบนะคะ”

“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก”

เจ้าหญิงกาอิยาห์หัวเราะเสียงใสมองดู ‘ผู้ร้ายปากแข็ง’ ที่เดินจ้ำอ้าวห่างออกไปแล้วรีบสาวพระบาทตามหลังเขาไปติดๆ
เบื้องนอกวิหาร เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของผู้คนดังกึกก้อง สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ดวงอาทิตย์สีทองฉายแสงอบอุ่นลงมาราวกับจะกล่าวคำอวยพรให้คู่บ่าวสาว


จบบริบูรณ์
10 ธ.ค. 2558




angelK
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 4 ม.ค. 2559, 06:04:23 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 ม.ค. 2559, 06:04:23 น.

จำนวนการเข้าชม : 1409





<< ตอนที่ 30   
แว่นใส 4 ม.ค. 2559, 07:32:23 น.
จบแบบงง ๆ ตรงพี่น้องคู่นี้เหรอ
มีตอนพิเศษไหมคะ เรื่องเจ้าหญิงกายน์ กับเด็กเลี้ยงม้าน่ะ ติดใจอยู่นะว่าจะคู่กันไหม


angelK 4 ม.ค. 2559, 22:29:24 น.
ตอบคุณแว่นใส : ยังไม่มีโครงการที่จะเขียนตอนพิเศษค่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account