Plan Love | แผนร้ายบงการรัก
เมื่อฉัน 'ชะเอม' รู้ข่าวว่าพี่สาวตัวเอง 'อัญชัญ'
โดนแฟนคนไทยที่อยู่วอชิงตันด้วยกัน
ทำร้ายเลือดตกยางออกจนแท้งลูก
งานนี้ฉันเลยลาออกจากงานที่เกาหลี
ย้ายกลับบ้านที่ไทยอย่างด่วน สืบจนรู้มาว่า
ตา 'ภูผา' นั่นมีแฝดน้องชื่อ 'วายุ'
งานนี้ฉันจะดำเนินการวางแผนทำร้ายจิตใจ
น้องชายตานั่นให้เจ็บปวดกว่าบาดแผลบนตัวพี่ฉัน
และหลานที่ควรจะได้เติบโตขึ้นมา
แต่ทำไมตานี่ถึงแตกต่างจากพี่ชายสุดขั้วแบบนี้เนี้ย
อย่าหวั่นใจเด็ดขาดนะชะเอม!
เธอมาเพื่อทำร้ายหัวใจเค้า เอาคืนให้สาสมสิ
โดนแฟนคนไทยที่อยู่วอชิงตันด้วยกัน
ทำร้ายเลือดตกยางออกจนแท้งลูก
งานนี้ฉันเลยลาออกจากงานที่เกาหลี
ย้ายกลับบ้านที่ไทยอย่างด่วน สืบจนรู้มาว่า
ตา 'ภูผา' นั่นมีแฝดน้องชื่อ 'วายุ'
งานนี้ฉันจะดำเนินการวางแผนทำร้ายจิตใจ
น้องชายตานั่นให้เจ็บปวดกว่าบาดแผลบนตัวพี่ฉัน
และหลานที่ควรจะได้เติบโตขึ้นมา
แต่ทำไมตานี่ถึงแตกต่างจากพี่ชายสุดขั้วแบบนี้เนี้ย
อย่าหวั่นใจเด็ดขาดนะชะเอม!
เธอมาเพื่อทำร้ายหัวใจเค้า เอาคืนให้สาสมสิ
Tags: รัก ดราม่า โรแมนติก
ตอน: อลิยาผู้มีหัวใจเย็นชา
ตึงตึ่งตึ๊งตึงตึงตึง~
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกของโทรศัพท์ดังขึ้น
"งื้อออ" \\( ̄O ̄)// หาวว~ หกโมงเช้าแล้วสินะ
ฉันค่อยๆขยับตัวขึ้นจากเตียงเพราะเห็นเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์
มันใกล้เวลานัดลูกค้าแล้ว ฮื้อออ~ ปวดหัวจัง
T___T เมื่อคืนฉันไม่น่านอนดึกเลย วันนี้มีดิวงานกับลูกค้าด้วย
ง่วงแค่ไหนก็หลับต่อไม่ได้เด็ดขาด รู้ทั้งรู้ว่าวันนี้ต้องตื่นเช้าแท้ๆ
ฉันเดินไปรูดผ้าม่านตรงระเบียงออกให้แสงสาดเข้ามาในห้อง
นี่แหนะ ! ผลของการนอนดึกนะ
ยัยอลิยา ( ̄ー ̄ \\) ฉันเอามือมาเคกหน้าผากตัวเองเพื่อทำโทษตัวเองเบาๆ
แล้วจัดการผูกผ้าม่านรวมกันให้แสงเข้ามาประปรายพอเพิ่มแสงสว่างในห้อง
พลันเดินไปเสียบปลั๊กกาต้มน้ำไว้เตรียมเครื่องดื่มอุ่นๆดื่มก่อนไปทำงาน
มือก็ไถ่แอพพลิเคชั่นโซเชียลบนมือถือเพื่ออัพเดทข่าวสาร
นอมูน อารึมดัน ดัน ดัน ดัน view~
Ralita :)
xxx-xxxx-xxxx
"ฮัลโหล" ฉันกรอกเสียงเอือยๆลงไปที่ปลายสาย
"เอม แกตอนนี้ยังอยู่ที่อพาร์ตเม้นต์ป่ะ" ลิตา เพื่อนตั้งแต่มัธยมต้นถึงมัธยมปลาย
จนถึงตอนนี้ก็ยังมาทำงานด้วยกันที่เกาหลีโทรมาหาฉันแต่เช้า
"อยู่ แต่อีก 40 นาทีฉันต้องไปดิวงานกับลูกค้าอ่ะ"
ฉันแจงแพลนของเช้านี้ให้เพื่อนฟัง มือก็คว้าซองกาแฟที่ตัดด้วยกรรไกรเมื่อกี๋
มาใส่แก้วแล้วกดน้ำที่เพิ่งเดือดปุดปุดตามผงกาแฟลงในแก้วไป
"ฉันทะเลาะกับแฮซลอ่ะ" -3- เหอะ เหอะ ฉันว่าล่ะ ถ้ามันถามว่าอยู่ห้องไหม
แสดงว่าจะมาขออยู่ห้องด้วยเพราทะเลาะกับแฟนที่เป็นคนเกาหลีทุกครั้ง
ถึงคำตอบของลิตาจะทำให้ฉันรู้สึกฉุนแทนแค่ไหน
แต่มือของฉันก็ยังคนผงกาแฟกับน้ำร้อนที่อยู่ในแก้วที่เพิ่งเทน้ำร้อนลงไป
ให้มันเข้ากัเรื่องกินสำหรับอลิยาต้องมาก่อน
"ประจำเลยนะ แกจะทนเค้าไปถึงหนะ ..." พูดไม่ทันขาดคำ
เพื่อนตัวดีก็รีบกดวางสายแบบทุกครั้งที่รู้ว่าฉันจะบ่น
"แกนี่มัน..." ขณะที่กำลังจะเทศน์มันกับตัวฉันเอง
ฉันก็หันไปคว้าถุงขนมปังที่เหลืออยู่แผ่นเดียวมาปาดเนยถั่ว
"อย่าให้เป็นยัยอลิยาเชียวนะ ... แม่จะด่าจนกว่าจะสำนึกเชียว"
อันที่จริงฉันไม่ใช่คนเย็นชาหัวใจด้านชา อะไรแบบที่ใครๆคิดกันหรอกนะ
แต่เป็นเพราะว่าฉันเห็นความรักที่ล้มเหลวมาเยอะ
จนรู้สึกขยาดกับการที่จะมีความรักแบบแฟนมากกว่า
ในขณะที่ฉันกำลังหงุดหงิดอยู่ มือก็ยัดขนมปังเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
พร้อมยกกาแฟที่เพิ่งเข้ากันขึ้นมาดื่มคู่กับขนมปัง
"ทำไมความรักมันมีอิทธิพลขนาดที่จะทำให้ฝ่ายที่โดนทำร้าย
ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจทนและจงรักภักดีต่อฝ่ายที่จ้องจะมีคนอื่น
ไม่ยอมหยุดเห็นเป็นของตายได้ขนาดนี้กันนะ ... ฉันละไม่เข้าใจจริงๆ"
ติ๊งตองงง~
เสียงกริ๊งดังขึ้น หลังจากที่ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จพอดิบพอดี
เหลืออีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลานัดลูกค้าแล้ว ฉันรีบบรรจงเปิดกระปุกครีม
แตะครีมบำรุงผิวมาปาดบนใบหน้า
"แปปนึง" ฉันรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปที่ประตู
เพราะรู้ว่าปล่อยให้คนที่ทะเลาะกับแฟนอยู่คนเดียวนานๆไม่ดีแน่ๆ
"คลิ๊ก" ฉันเดินไปบิดประตู
ครืดดด~ เสียงล้อกระเป๋าลากที่ลิตา ใส่สัมภาระลากเข้ามาในห้อง
"..." ฉันอึ้งไปสักพักหลังจากที่เห็น จำนวนกระเป๋าสัมภาระของมัน
"แกทะเลาะกันแรงมากเลยหรอ" ฉันรีบถามไถ่เรื่องราวที่เกิดขึ้น
ระหว่างมันกับแฟน เพราะดูจากจำนวนกระเป๋าที่มันเอามาแล้ว
ไม่ย้ายมาอยู่นี่ก็คงย้ายกลับไทยได้เลยแหละ
"..." ลิตาสตั๊นไปสักพัก
คำถามฉันคงแทงใจดำมันสินะ
"งั้นแกมานั่งก่อน" เห็นมันยืนตัวแข็งเป็นรูปปั้นเหมือนหุ่นขี้ผึ้งแบบนั้น
ฉันก็อดไม่ได้ฉันเลยเข้าไปโอบตัวมันพามานั่งบนโซฟา
"แกฉันจะกลับไทย ฉันว่าฉันควรหยุด ...หยุดจริงๆ
อย่างที่แกบอก ฉันทนไอ่ผู้ชายเฮงซวยนี่มานานแล้ว
ไม่มีเหตุผลจะทนแล้ว ฉันเองก็จะกลับไปช่วยงานที่บ้าน" มันอธิบายเหตุผลทั้งหมดออกมา
"เอ่อ ... ฉะ ฉะ ฉันขอคิดดูก่อนได้ไหม" ฉันได้แต่ตอบให้มันผ่านๆไป
เพราะยังไงฉันก็ยังกลับไม่ได้ ไม่ใช่ว่าฉันมีแฟนเป็นคนที่นี่หรืออะไรนะ
แต่ฉันได้งานมั่นคงจะตาย กลับไปตอนนี้งานก็ยังไม่ได้มองไว้โดนครอบครัวด่าแหง๋แก๋
ดูเหมือนบทสนทนาจะเงียบลง ...
ฉันเลยลุกจากโซฟาไปหาน้ำดื่มในตู้เย็น
"ฉันขอคำตอบแกวันนี้ ... ฉันจะกลับพรุ่งนี้เลย คืนนี้จะจองไฟลท์ที่เช้าที่สุด"
((゜д゜;)) ประโยคสองและสามตามมาติดๆ
"พร่วดดด" ฉันเกือบสำลักน้ำออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น
"งั้น ... ไปทำงานเถอะ ฉันไม่เครียดหรอก
ค่อยว่ากัน" เมื่อมันพูดจบประโยค ฉันรีบยกนาฬิกาบนข้อมือขึ้นมาดู
"เวรละอีกไม่ถึง10นาที" จากนี่ไปร้านกาแฟในกังนัมจะทันไหมเนี้ย
"แกดูแลตัวเองด้วย ฉันคุยกับลูกค้าเสร็จจะโทรมา
มีอะไรโทรไปหาฉัน อย่าหนีกลับไทยคนเดียวล่ะ"
ฉันรีบคว้าเสื้อคลุมแล้ววิ่งออกมาจากห้องทันที
'เออ ฉันไม่ได้ใจเสาะขนาดนั้นนะ 555'
ลิตาตะโกนกลับมาแบบติดตลกตามหลัง
"ตึก ตึก ตึก" ฉันเอามือกดปุ่มคำสั่งลิฟต์รัว
ขึ้นมาสักทีสิโว้ย งานฉันอยู่ที่การทำงานของแกแล้ว
"ตึก ตึก ตึก" ฉันกดย้ำปุ่มจนมือแดง
"ตึงตึ่ง" ลิฟต์เปิดแล้ว ฉันรีบวิ่งเข้าไปในลิฟต์
โดยไม่คิดชีวิต รีบกดชั้น1ทันที
"ตึ๊งตึ่ง" จู่ๆลิฟต์ก็เปิดออก ปั๊ดโถ่โว้ย! ใครจะมากดตอนนี้เนี้ย
ลิฟต์ถูกเปิดออกโดยเพื่อนร่วมอพาตเม้นต์
"ขอโทษด้วยนะครับ ... ขอไปด้วยนะครับ" เขา?
ใครก็ไม่รู้เดินตรงเข้ามาในลิฟต์
จังหวะนี้จะอะไรก็อะไรเถอะแค่ฉันไม่เลทเวลานัดลูกค้าก็พอ
นะโมสังโฆทันด้วยเถอะแม่จ๋า ...
ครืน~ ครืน~ ครืน~ ลิฟต์ชั้น 7
เคลื่อนลงมาถึงชั้น 1 โดยสวัสดิ์ภาพ
ระหว่างทางไม่มีการแวะชั้นใด โล่งอก
ฉันรีบปรี่ไปโบกแท็กซี่แถวๆหน้าอพาตเม้นต์
"กรี๊ดดด~ ช่วยด้วยค่ะ มีคนขโมยกระเป๋า" เสียงโหวกเหวกโวยวายหาตำรวจ
เป็นภาษาเกาหลีมาจากด้านหลัง เอาอีกล่ะ งานวิ่งราวสินะ อีโจรพวกนี้
ทำไม่รู้จักทำมาหากินเนี้ย ถึงฉันจะไม่รู้ภาษาเกาหลีมากมาย
เพราะงานที่ทำส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ
แต่ฉันก็คุ้นชินเสียงโวยมนุษย์อาจุมมาที่นี่
จนไม่อยากจะยุ่ง และขอเลี่ยงอย่าได้เจอ
ขอบอกว่าไม่ต่างจากมนุษย์ป้าของไทย
ทันใดนั้นหางตาฉันก็ดันไปสะกิดเห็น ผู้ชายท่าทางแปลกๆ
มีตำรวจวิ่งตามมาไกลๆ วิ่งมาใกล้ๆพอดี ไม่หน่า ไม่ ไม่ -3-
ฉันจะไม่หาเรื่องใส่ตัว ไม่ ไม่เด็ดขาด
โอ้ยยย! อยู่ดีๆสมองกับรางก่ายอิฉันก็เกิดขัดกันทางความคิดขึ้นมา
เกลียดจริงพวกงอมืองอเท้าขโมยของชาวบ้านเค้าเนี้ย
แว่บเดียวเหมือนกายละเอียด ฉันมันพาร่างจริงฉันรวมร่างไปด้วยซ่ะแล้ว
"ตุ๊บบบ!!!" อย่าได้แปลกใจค่ะ
ไม่มีงานเตะงานต่อยใดๆมีแต่งานสกัดขาเพื่อนตอนประถม
ที่ชอบแกล้งเพื่อนจนเพื่อนหกล้มหัวแตกล้วนๆ โอ้ย! จะบ้าตาย
ตำรวจรีบมาจับสิคะ จะรอให้มันมาปาดคอฉันหรือไง
ดีที่ว่าตำรวจบนโลกนี้ใดใดก็มาไวกว่าตำรวจประเทศไทยเอย
"ชิส์" ฉันหันไปค้อนใส่โจรที่นอน
อยู่บนพื้นแล้วกำลังโดนตำรวจล็อคตัวอยู่
"ขอบใจจ้ะ แม่หนู" คุณนายวัยกลางคน
ท่าทางมีเงินระดับนึง เดินซอยเท้าตรงมาทางฉัน เพื่อที่จะกล่าวคำขอบคุณ
"ไม่เป็นไรค่ะ" จังหวะนั้นมีแท็กซี่จอดรับฉันพอดี
ฉันรีบเปิดประตูขึ้นแท็กซี่ไปตามนัดลูกค้าทันที
"แม่หนู ถ้าต้องการอะไรบอกฉันนะ" คุณนายคนนั้น
ยัดกระดาษนามบัตรเล็กๆใส่มือฉันก่อนที่จะเดินตามตำรวจไป
"ขอบคุณค่ะ" ฉันยัดกระดาษในมือที่อาจุมม่าให้ใส่ลงไปในกระเป๋า
พร้อมกับปิดประตูแท็กซี่เพื่อให้รีบไปถึงที่หมาย ...
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกของโทรศัพท์ดังขึ้น
"งื้อออ" \\( ̄O ̄)// หาวว~ หกโมงเช้าแล้วสินะ
ฉันค่อยๆขยับตัวขึ้นจากเตียงเพราะเห็นเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์
มันใกล้เวลานัดลูกค้าแล้ว ฮื้อออ~ ปวดหัวจัง
T___T เมื่อคืนฉันไม่น่านอนดึกเลย วันนี้มีดิวงานกับลูกค้าด้วย
ง่วงแค่ไหนก็หลับต่อไม่ได้เด็ดขาด รู้ทั้งรู้ว่าวันนี้ต้องตื่นเช้าแท้ๆ
ฉันเดินไปรูดผ้าม่านตรงระเบียงออกให้แสงสาดเข้ามาในห้อง
นี่แหนะ ! ผลของการนอนดึกนะ
ยัยอลิยา ( ̄ー ̄ \\) ฉันเอามือมาเคกหน้าผากตัวเองเพื่อทำโทษตัวเองเบาๆ
แล้วจัดการผูกผ้าม่านรวมกันให้แสงเข้ามาประปรายพอเพิ่มแสงสว่างในห้อง
พลันเดินไปเสียบปลั๊กกาต้มน้ำไว้เตรียมเครื่องดื่มอุ่นๆดื่มก่อนไปทำงาน
มือก็ไถ่แอพพลิเคชั่นโซเชียลบนมือถือเพื่ออัพเดทข่าวสาร
นอมูน อารึมดัน ดัน ดัน ดัน view~
Ralita :)
xxx-xxxx-xxxx
"ฮัลโหล" ฉันกรอกเสียงเอือยๆลงไปที่ปลายสาย
"เอม แกตอนนี้ยังอยู่ที่อพาร์ตเม้นต์ป่ะ" ลิตา เพื่อนตั้งแต่มัธยมต้นถึงมัธยมปลาย
จนถึงตอนนี้ก็ยังมาทำงานด้วยกันที่เกาหลีโทรมาหาฉันแต่เช้า
"อยู่ แต่อีก 40 นาทีฉันต้องไปดิวงานกับลูกค้าอ่ะ"
ฉันแจงแพลนของเช้านี้ให้เพื่อนฟัง มือก็คว้าซองกาแฟที่ตัดด้วยกรรไกรเมื่อกี๋
มาใส่แก้วแล้วกดน้ำที่เพิ่งเดือดปุดปุดตามผงกาแฟลงในแก้วไป
"ฉันทะเลาะกับแฮซลอ่ะ" -3- เหอะ เหอะ ฉันว่าล่ะ ถ้ามันถามว่าอยู่ห้องไหม
แสดงว่าจะมาขออยู่ห้องด้วยเพราทะเลาะกับแฟนที่เป็นคนเกาหลีทุกครั้ง
ถึงคำตอบของลิตาจะทำให้ฉันรู้สึกฉุนแทนแค่ไหน
แต่มือของฉันก็ยังคนผงกาแฟกับน้ำร้อนที่อยู่ในแก้วที่เพิ่งเทน้ำร้อนลงไป
ให้มันเข้ากัเรื่องกินสำหรับอลิยาต้องมาก่อน
"ประจำเลยนะ แกจะทนเค้าไปถึงหนะ ..." พูดไม่ทันขาดคำ
เพื่อนตัวดีก็รีบกดวางสายแบบทุกครั้งที่รู้ว่าฉันจะบ่น
"แกนี่มัน..." ขณะที่กำลังจะเทศน์มันกับตัวฉันเอง
ฉันก็หันไปคว้าถุงขนมปังที่เหลืออยู่แผ่นเดียวมาปาดเนยถั่ว
"อย่าให้เป็นยัยอลิยาเชียวนะ ... แม่จะด่าจนกว่าจะสำนึกเชียว"
อันที่จริงฉันไม่ใช่คนเย็นชาหัวใจด้านชา อะไรแบบที่ใครๆคิดกันหรอกนะ
แต่เป็นเพราะว่าฉันเห็นความรักที่ล้มเหลวมาเยอะ
จนรู้สึกขยาดกับการที่จะมีความรักแบบแฟนมากกว่า
ในขณะที่ฉันกำลังหงุดหงิดอยู่ มือก็ยัดขนมปังเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
พร้อมยกกาแฟที่เพิ่งเข้ากันขึ้นมาดื่มคู่กับขนมปัง
"ทำไมความรักมันมีอิทธิพลขนาดที่จะทำให้ฝ่ายที่โดนทำร้าย
ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจทนและจงรักภักดีต่อฝ่ายที่จ้องจะมีคนอื่น
ไม่ยอมหยุดเห็นเป็นของตายได้ขนาดนี้กันนะ ... ฉันละไม่เข้าใจจริงๆ"
ติ๊งตองงง~
เสียงกริ๊งดังขึ้น หลังจากที่ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จพอดิบพอดี
เหลืออีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลานัดลูกค้าแล้ว ฉันรีบบรรจงเปิดกระปุกครีม
แตะครีมบำรุงผิวมาปาดบนใบหน้า
"แปปนึง" ฉันรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปที่ประตู
เพราะรู้ว่าปล่อยให้คนที่ทะเลาะกับแฟนอยู่คนเดียวนานๆไม่ดีแน่ๆ
"คลิ๊ก" ฉันเดินไปบิดประตู
ครืดดด~ เสียงล้อกระเป๋าลากที่ลิตา ใส่สัมภาระลากเข้ามาในห้อง
"..." ฉันอึ้งไปสักพักหลังจากที่เห็น จำนวนกระเป๋าสัมภาระของมัน
"แกทะเลาะกันแรงมากเลยหรอ" ฉันรีบถามไถ่เรื่องราวที่เกิดขึ้น
ระหว่างมันกับแฟน เพราะดูจากจำนวนกระเป๋าที่มันเอามาแล้ว
ไม่ย้ายมาอยู่นี่ก็คงย้ายกลับไทยได้เลยแหละ
"..." ลิตาสตั๊นไปสักพัก
คำถามฉันคงแทงใจดำมันสินะ
"งั้นแกมานั่งก่อน" เห็นมันยืนตัวแข็งเป็นรูปปั้นเหมือนหุ่นขี้ผึ้งแบบนั้น
ฉันก็อดไม่ได้ฉันเลยเข้าไปโอบตัวมันพามานั่งบนโซฟา
"แกฉันจะกลับไทย ฉันว่าฉันควรหยุด ...หยุดจริงๆ
อย่างที่แกบอก ฉันทนไอ่ผู้ชายเฮงซวยนี่มานานแล้ว
ไม่มีเหตุผลจะทนแล้ว ฉันเองก็จะกลับไปช่วยงานที่บ้าน" มันอธิบายเหตุผลทั้งหมดออกมา
"เอ่อ ... ฉะ ฉะ ฉันขอคิดดูก่อนได้ไหม" ฉันได้แต่ตอบให้มันผ่านๆไป
เพราะยังไงฉันก็ยังกลับไม่ได้ ไม่ใช่ว่าฉันมีแฟนเป็นคนที่นี่หรืออะไรนะ
แต่ฉันได้งานมั่นคงจะตาย กลับไปตอนนี้งานก็ยังไม่ได้มองไว้โดนครอบครัวด่าแหง๋แก๋
ดูเหมือนบทสนทนาจะเงียบลง ...
ฉันเลยลุกจากโซฟาไปหาน้ำดื่มในตู้เย็น
"ฉันขอคำตอบแกวันนี้ ... ฉันจะกลับพรุ่งนี้เลย คืนนี้จะจองไฟลท์ที่เช้าที่สุด"
((゜д゜;)) ประโยคสองและสามตามมาติดๆ
"พร่วดดด" ฉันเกือบสำลักน้ำออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น
"งั้น ... ไปทำงานเถอะ ฉันไม่เครียดหรอก
ค่อยว่ากัน" เมื่อมันพูดจบประโยค ฉันรีบยกนาฬิกาบนข้อมือขึ้นมาดู
"เวรละอีกไม่ถึง10นาที" จากนี่ไปร้านกาแฟในกังนัมจะทันไหมเนี้ย
"แกดูแลตัวเองด้วย ฉันคุยกับลูกค้าเสร็จจะโทรมา
มีอะไรโทรไปหาฉัน อย่าหนีกลับไทยคนเดียวล่ะ"
ฉันรีบคว้าเสื้อคลุมแล้ววิ่งออกมาจากห้องทันที
'เออ ฉันไม่ได้ใจเสาะขนาดนั้นนะ 555'
ลิตาตะโกนกลับมาแบบติดตลกตามหลัง
"ตึก ตึก ตึก" ฉันเอามือกดปุ่มคำสั่งลิฟต์รัว
ขึ้นมาสักทีสิโว้ย งานฉันอยู่ที่การทำงานของแกแล้ว
"ตึก ตึก ตึก" ฉันกดย้ำปุ่มจนมือแดง
"ตึงตึ่ง" ลิฟต์เปิดแล้ว ฉันรีบวิ่งเข้าไปในลิฟต์
โดยไม่คิดชีวิต รีบกดชั้น1ทันที
"ตึ๊งตึ่ง" จู่ๆลิฟต์ก็เปิดออก ปั๊ดโถ่โว้ย! ใครจะมากดตอนนี้เนี้ย
ลิฟต์ถูกเปิดออกโดยเพื่อนร่วมอพาตเม้นต์
"ขอโทษด้วยนะครับ ... ขอไปด้วยนะครับ" เขา?
ใครก็ไม่รู้เดินตรงเข้ามาในลิฟต์
จังหวะนี้จะอะไรก็อะไรเถอะแค่ฉันไม่เลทเวลานัดลูกค้าก็พอ
นะโมสังโฆทันด้วยเถอะแม่จ๋า ...
ครืน~ ครืน~ ครืน~ ลิฟต์ชั้น 7
เคลื่อนลงมาถึงชั้น 1 โดยสวัสดิ์ภาพ
ระหว่างทางไม่มีการแวะชั้นใด โล่งอก
ฉันรีบปรี่ไปโบกแท็กซี่แถวๆหน้าอพาตเม้นต์
"กรี๊ดดด~ ช่วยด้วยค่ะ มีคนขโมยกระเป๋า" เสียงโหวกเหวกโวยวายหาตำรวจ
เป็นภาษาเกาหลีมาจากด้านหลัง เอาอีกล่ะ งานวิ่งราวสินะ อีโจรพวกนี้
ทำไม่รู้จักทำมาหากินเนี้ย ถึงฉันจะไม่รู้ภาษาเกาหลีมากมาย
เพราะงานที่ทำส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ
แต่ฉันก็คุ้นชินเสียงโวยมนุษย์อาจุมมาที่นี่
จนไม่อยากจะยุ่ง และขอเลี่ยงอย่าได้เจอ
ขอบอกว่าไม่ต่างจากมนุษย์ป้าของไทย
ทันใดนั้นหางตาฉันก็ดันไปสะกิดเห็น ผู้ชายท่าทางแปลกๆ
มีตำรวจวิ่งตามมาไกลๆ วิ่งมาใกล้ๆพอดี ไม่หน่า ไม่ ไม่ -3-
ฉันจะไม่หาเรื่องใส่ตัว ไม่ ไม่เด็ดขาด
โอ้ยยย! อยู่ดีๆสมองกับรางก่ายอิฉันก็เกิดขัดกันทางความคิดขึ้นมา
เกลียดจริงพวกงอมืองอเท้าขโมยของชาวบ้านเค้าเนี้ย
แว่บเดียวเหมือนกายละเอียด ฉันมันพาร่างจริงฉันรวมร่างไปด้วยซ่ะแล้ว
"ตุ๊บบบ!!!" อย่าได้แปลกใจค่ะ
ไม่มีงานเตะงานต่อยใดๆมีแต่งานสกัดขาเพื่อนตอนประถม
ที่ชอบแกล้งเพื่อนจนเพื่อนหกล้มหัวแตกล้วนๆ โอ้ย! จะบ้าตาย
ตำรวจรีบมาจับสิคะ จะรอให้มันมาปาดคอฉันหรือไง
ดีที่ว่าตำรวจบนโลกนี้ใดใดก็มาไวกว่าตำรวจประเทศไทยเอย
"ชิส์" ฉันหันไปค้อนใส่โจรที่นอน
อยู่บนพื้นแล้วกำลังโดนตำรวจล็อคตัวอยู่
"ขอบใจจ้ะ แม่หนู" คุณนายวัยกลางคน
ท่าทางมีเงินระดับนึง เดินซอยเท้าตรงมาทางฉัน เพื่อที่จะกล่าวคำขอบคุณ
"ไม่เป็นไรค่ะ" จังหวะนั้นมีแท็กซี่จอดรับฉันพอดี
ฉันรีบเปิดประตูขึ้นแท็กซี่ไปตามนัดลูกค้าทันที
"แม่หนู ถ้าต้องการอะไรบอกฉันนะ" คุณนายคนนั้น
ยัดกระดาษนามบัตรเล็กๆใส่มือฉันก่อนที่จะเดินตามตำรวจไป
"ขอบคุณค่ะ" ฉันยัดกระดาษในมือที่อาจุมม่าให้ใส่ลงไปในกระเป๋า
พร้อมกับปิดประตูแท็กซี่เพื่อให้รีบไปถึงที่หมาย ...

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 26 เม.ย. 2559, 15:52:05 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 26 เม.ย. 2559, 16:24:22 น.
จำนวนการเข้าชม : 929
ตกลงฉันจะกลับไปกับเธอ >> |