ร้อยรักพรางตะวัน
If no obstacle is found.
Do you know …What true love is?
เรื่องของนักแสดงสาวชื่อดังจอมเหวี่ยงวีนกับวิศวกรหนุ่ม ทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย แต่ความสนิทสนมทำให้ความสัมพันธ์ก้าวข้ามขีดคำว่า 'เพื่อน' ไปไม่ได้
ถ้าไม่มีอุปสรรคขัดขวางความรักระหว่างเพื่อนที่จำกัดไว้อาจจะไม่คืบหน้า และหากปล่อยเวลาผ่านไปอาจต้องเสียความรักนั้นไปให้ใครคนอื่น
เอาใจช่วยเพื่อนสนิทสองคนให้ค้นพบรักแท้ของกันและกันและก้าวผ่านอุปสรรคทั้งปวงเพื่อ ‘ความรัก’ ด้วยกันค่ะ
Do you know …What true love is?
เรื่องของนักแสดงสาวชื่อดังจอมเหวี่ยงวีนกับวิศวกรหนุ่ม ทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย แต่ความสนิทสนมทำให้ความสัมพันธ์ก้าวข้ามขีดคำว่า 'เพื่อน' ไปไม่ได้
ถ้าไม่มีอุปสรรคขัดขวางความรักระหว่างเพื่อนที่จำกัดไว้อาจจะไม่คืบหน้า และหากปล่อยเวลาผ่านไปอาจต้องเสียความรักนั้นไปให้ใครคนอื่น
เอาใจช่วยเพื่อนสนิทสองคนให้ค้นพบรักแท้ของกันและกันและก้าวผ่านอุปสรรคทั้งปวงเพื่อ ‘ความรัก’ ด้วยกันค่ะ
Tags: ร้อยรักพรางตะวัน, อรณี, ภาณุ, รักดราม่า, โรแมนติก, เพื่อนสนิท, แอบรัก
ตอน: บทที่ 1/1 ความสวยงามคือสิ่งสำคัญ
เสียงหรีดหริ่งเรไรระงมดังกึกก้องแข่งกับเสียงรถยนต์สีมืดเครื่องดังกระหึ่มที่เข้ามาใกล้ แสงริบหรี่ของไฟหน้ารถสะท้อนขึ้นลงวูบวาบตามแรงสั่นสะเทือนของพื้นถนนดินแดงขรุขระ ท้องฟ้าแลบแปลบปลาบครวญครืนตามด้วยสายฝนโปรยลงมาต่อเนื่อง
หญิงสาวในชุดเจ้าสาวขาวบริสุทธิ์วิ่งโซซัดโซเซมาตามทาง เมื่อเห็นจวนตัวจึงถอดรองเท้าส้นสูงสีขาวเลอะดินโคลนทิ้ง แล้ววิ่งสองเท้าเปลือยเปล่าบนพื้นดินฉ่ำน้ำ ยิ่งวิ่งยิ่งล้าอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ แสงริบหรี่ของไฟหน้ารถยิ่งแล่นเข้ามาใกล้ทุกขณะจนตามทัน แสงสะท้อนพื้นถนนเป็นวงกว้าง
ดวงหน้านวลใสซีดขาวราวกระดาษด้วยความตระหนก เมื่อเท้าสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างทำให้เสียการทรงตัวทรุดลงไปกองกับพื้น ครั้นเหลียวมองที่มาของเสียงยิ่งตกใจสุดขีดพยายามรวบรวมพละกำลังลุกขึ้น แต่ก็ได้แต่พยายาม เพราะรถคันนั้นแล่นมาหยุดลงตรงหน้าในระยะประชิด
ร่างสูงใหญ่บึกบึนของชายหนุ่มหน้าถมึงทึงอุดมไปด้วยหนวดเครารกรุงรังจนน่ากลัวก้าวลงมาจากรถคันนั้น
“นังตัวดี! จะหนีไปไหน กลับไปกับกับฉันเดี๋ยวนี้!”
หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ฟังคำตวาด เหลียวซ้ายแลขวาหาทางหนีทีไล่ แต่ดูเหมือนมืดแปดด้านไปหมด ยิ่งชายหนุ่มกระโจนเข้าใกล้ หล่อนก็ยิ่งกระเถิบถอยหนี
“อย่า! อย่าเข้ามานะ” หล่อนยกมือปัดป้อง “ขอร้องอย่าพาฉันกลับไปเลย”
“ไม่ได้!” มือหยาบกร้านคว้าข้อมือหล่อนบีบแน่น “เธอต้องกลับไปกับฉัน ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้! ”
หญิงสาวถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเจ็บ เมื่อโดนบีบข้อมือแน่นราวกับมันเป็นคีมเหล็ก
“ฉันไม่ไปกับแก... ไอ้โรคจิต! บอกให้ปล่อย! ปล่อย!”
“ไม่ปล่อยโว้ย!” ชายกักขฬะตะคอกเสียงดัง
หญิงสาวเงยหน้ามองน้ำตานองหน้า ยกมือไหว้ร้องขอเสียงสั่นแทบจับใจความไม่ได้
“ขอร้อง... ปล่อยฉันไปเถอะนะ”
“ไม่ได้! เธอต้องกลับไปแต่งงานกับฉันวันนี้ เดี๋ยวนี้”
ไม่ทันขาดคำ ร่างสูงใหญ่กระโจนเข้าหาหญิงสาว หมายจะเข้าไปฉุดกระชากลากถูคนสวยที่ขมุกขมอมไปทั้งตัวให้กลับไปด้วยกัน แต่เท้าข้างหนึ่งกลับสะดุดเข้ากับปลายเท้าของหล่อน จนถึงกับล้มคว่ำคะมำหงายไม่เป็นท่าลงไปทับ ร่างบอบบางถึงกับหงายหลังพังพาบไปกับพื้น ร้องโอดโอยเสียงดัง
“โอ๊ย! จะบ้ารึไง ฉันเจ็บนะ” หล่อนผลักร่างบึกบึนออกห่าง “ลุกไปเดี๋ยวนี้เลย”
“เอ่อ... เอ่อ ผม...” ชายหนุ่มถึงกับหน้าซีด “ผมขอโทษครับ พี่อร”
“เฮ้ย! ” เสียงห้าวร้องขึ้นจากหลังจอมอนิเตอร์ “เทค! เทค เทค เทค”
ทุกสิ่งราวหยุดชะงัก เมื่อผู้กำกับหนุ่มรัวคำสั่งเป็นชุด ตบเข่าตัวเองเสียงดังฉาดใหญ่ ลุกขึ้นเท้าเอวตะโกนฝ่าสายฝนที่ยังคงโปรยปรายเป็นระยะ ส่งผลให้ทุกการทำงานหยุดเคลื่อนไหวในทันที
เสียงบ่นเซ็งแซ่ตามมาแทบจะพร้อมคำสั่ง ทีมงานแต่ละคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บ้างแสดงสีหน้าเหนื่อยหน่าย และบางคนยังคงถืออุปกรณ์ค้างทำอะไรไม่ถูก
“เอฟเฟกต์หยุดได้แล้ว! จะโปรยฝนให้เปลืองงบทำไม” ผู้กำกับหนุ่มโวยทีมงานซ้ายขวาอย่างหงุดหงิด
สิ้นเสียงประกาศิต สายฝนที่โปรยปรายเมื่อครู่ ก็หยุดลงโดยอัตโนมัติ เอฟเฟ็คฟ้าร้องครวญครางก็หยุดตามกันแทบไม่ทัน ป่าทั้งป่าเงียบกริบมีเพียงพื้นดินฉ่ำน้ำจากสายฝนปลอม และแมลงกลางคืนที่ยังคงร้องขานรับกันเท่านั้น
“ขอโทษครับพี่ชัช” หนุ่มมือขวาร่างผอมสูงค้อมตัวขอโทษแล้วหันไปพยักเพยิดลูกน้องอีกที “หยุดสิวะ เดี๋ยวก็โดนด่าหนักอีก”
“เลิก ๆ วันนี้พักกองได้เลย ไม่ถ่งไม่ถ่ายมันแล้ว”
ชัชพล หนุ่มวัยสี่สิบปี ดีกรีผู้กำกับยอดเยี่ยมสองปีซ้อนจากเวทีประกวดระดับชาติก้าวฉับ ๆ เข้าหานักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ด้วยหน้าตาขึงขังเอาเรื่อง ชายหนุ่มอ่อนวัยถึงกับหน้าเสียไหล่ตก มองสาวรุ่นพี่ที่ยังนั่งกองอยู่กับพื้นสลับผู้กำกับหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นกลัวเข้าไปใหญ่
“นายเด็กใหม่ทำไมไม่เล่นตามน้ำไป ถ่ายจะเสร็จอยู่แล้ว” ชัชพลบ่นพลางส่งสายตาตำหนิ “ทำอะไรของคุณ รู้ไหม เสื้อผ้าหน้าผมนักแสดงหญิงต้องเซตใหม่หมด”
“ผมขอใหม่อีกรอบนะครับผู้กำกับ” นักแสดงหนุ่มค้อมหัวลงแทบจะติดเข่า “คราวนี้จะไม่ให้พลาดอีกครับ”
“พูดแบบนี้มากี่ครั้งแล้ววันนี้” หญิงสาวหนึ่งเดียวโพล่งคำพูดออกมา “เสียเวลาชะมัด”
ชัชพลกุมหน้าผากเมื่อเหลือบมองหญิงสาวปัดมือเด็กหนุ่มที่พยายามจะเข้าพยุง
“ไม่ต้องมายุ่ง!”
หล่อนยังคงนั่งประท้วงบนพื้นไม่ยอมลุก
“ลุกไหวไหมอร มาพี่ช่วยพยุง”
ผู้กำกับก้มลงประคองปัดโคลนเลอะเนื้อตัวผมเผ้าให้ด้วยความเป็นห่วง อรณีจับแขนแข็งแรงแล้วชันตัวขึ้นยืน
“ขอบคุณค่ะ” หล่อนตอบเสียงสะบัด
“ดูสิหัวหูเลอะโคลนขนาดนี้ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่า พี่เตรียมรถไว้ให้แล้ว”
อรณีเหลือบมองผู้กำกับหนุ่มก่อนจะส่งสายตาตำหนิให้
“อรบอกแล้วนี่คะ ว่าใช้ห้องน้ำรวมกับคนอื่นได้ ทำไมต้องทำเหมือนจงใจให้แปลกแยกจากคนอื่นนัก”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เพื่ออรเรื่องแค่นี้เล็กน้อยมาก” ผู้กำกับหนุ่มยิ้มหวานเอาใจ ก่อนจะหันไปหาคนต้นเรื่อง “เห็นรึยังว่าผลเป็นยังไง คุณก็รู้ว่านางเอกดังอย่างอรณีคิวทองฝังเพชรแค่ไหน พลาดเรื่องใหญ่ไม่ว่าแต่นี่พลาดเรื่องเล็กแถมซีนสุดท้ายอีก”
“ผมไม่ตั้งใจครับ ขอโทษครับ ผู้กำกับ” นักแสดงหนุ่มรีบหันหาอรณี “พี่อรเจ็บขา ผมช่วยพาไปนะพี่อร”
“ไม่ต้อง!”
อรณีสะบัดมือออกจากการยึดเหนี่ยวของนักแสดงหนุ่ม รู้สึกแปลบที่ข้อเท้าแต่กัดฟันกลั้นความเจ็บเอาไว้ทำหน้าเฉยไม่ให้ชัชพลห่วงเกินเหตุ
“อรบอกแล้วพี่ชัชไม่เคยเชื่อ ว่าให้ใช้นักแสดงที่มืออาชีพกว่านี้ อรเสียเวลามากนะคะ นี่ก็ยกเลิกงานอีเวนต์ไปงานนึงเพื่อเทคิวให้แล้วนะ ยังทำไม่ได้อีกน่ารำคาญมากวันนี้อรไม่ถ่ายแล้ว”
อรณีปรายตาตำหนิแล้วสอดส่องหาผู้จัดการส่วนตัว ที่หายไปในช่วงเวลาสำคัญ พอไม่เจอก็ยิ่งหงุดหงิดหนักพาลจ้องหน้าศรุตอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
“พรุ่งนี้อรไม่มากองนะคะ มีงาน”
“แต่ว่า”
ชัชพลตั้งท่าจะแย้งแต่หล่อนหันไปหาตัวต้นเหตุก่อน
“นายไปซ้อมมาใหม่ด้วย ถ้าให้เวลาแล้วยังไม่ดีขึ้น นายโดนแน่ แล้วก็หนวดเหนิดถอดออกไปเลยไปซกมกรำคาญสายตามาก” หล่อนค่อนขอดพลันเหลือบมองผู้กำกับ “รอบหน้าไม่ต้องให้ใส่หนวดนะคะ อรไม่ชอบ”
อรณีเน้นคำสุดท้าย ไม่วายหันไปคาดโทษนักแสดงหนุ่มรุ่นน้องที่กลัวจนหน้าซีดแกะหนวดเคราปลอมมือไม้สั่นไปพลางระล่ำระลักขอโทษ
“ผะ... ผม... ขอโทษครับพี่อร ผู้กำกับ ผมขอโอกาสอีกครั้งนะครับ”
ศรุตค้อมตัวลงต่ำสำนึกผิดอีกครั้ง ชัชพลส่ายหน้าแล้วไล่ให้กลับไปก่อนจึงจัดการเคลียร์กับอรณีเป็นการส่วนตัว
“วันนี้กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะนะ เดี๋ยวพี่สั่งเลิกกอง เอาไว้ค่อยถ่ายซ่อมวันหลัง อย่าอารมณ์เสียนักเลยเสียบรรยากาศหมดเราต้องทำงานร่วมกันอีกนานกว่าจะจบเรื่อง” ผู้กำกับหนุ่มหว่านล้อม “ นั่นไง ผู้จัดการอรมาแล้ว สงสัยรู้ข่าวแล้ว”
“กว่าจะมาได้”
อรณีค้อนใส่สาวแว่นหนาที่วิ่งหน้าตื่นมาแต่ไกล ชัชพลถือโอกาสที่หล่อนเผลอจับมือนิ่มบีบเบา ๆ อรณีถึงกับชะงักกับความมือเร็ว หางตาตวัดมองมือที่บีบแน่นไม่ปล่อย
คนในกองถ่ายเริ่มหันมาให้ความสนใจ บ้างจับกลุ่มซุบซิบกันสนุกปาก จนแสงสุรีย์ฝ่าวงล้อมทีมงานวิ่งหน้าตั้งมายังจุดที่ทั้งสองยืนอยู่และเข้ามายืนแทรกกลาง
“โทษทีนะเจ้มาสายไปหน่อย มัวแต่ไปหาซื้อขนมฝากคุณชัชกับทีมงาน” หล่อนระล่ำระลักแล้วหันหาผู้กำกับหนุ่ม “ขอโทษนะคะ คุณชัช”
“ไม่เป็นไรครับ ผมชินแล้ว” ชัชพลตอบเสียงเนือย
ท่าทางจะเหนื่อยจริง...
ผู้จัดการสาวหน้าเสีย ดูหน้าผู้กำกับก็รู้ การที่ต้องข้องแวะกับนักแสดงคิวทองอย่างอรณีเป็นอะไรที่ลำบากและตึงเครียดมาก เพราะแม้แต่หล่อนที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวยังต้องปรับตัวตามอารมณ์สามเวลาหลังอาหารทีเดียว
ไม่ใช่ไม่รู้กิตติศัพท์ความเอาแต่ใจของอรณี แต่เพราะได้รับการฝากฝังจากผู้จัดการคนเก่าที่ลาออกเพราะแต่งงานไปอยู่ญี่ปุ่นทำให้พอจะรู้ตื้นลึกหนาบางอยู่บ้าง และค่าตอบแทนก้อนโตในแต่ละเดือนที่ได้รับ ทำให้หล่อนตัดสินใจทิ้งเด็กปั้นปลายแถวอย่างศรุต มาคว้าตำแหน่งผู้จัดการดาราดังกว่า และได้รู้นิสัยของอรณี นึกรู้ว่าเหตุการณ์วันนี้น่าจะเพราะนักแสดงสาวมีส่วนไม่มากก็น้อย
“ทำไมไม่กลั้นใจถ่ายให้มันจบ ๆ ซีน” ผู้จัดการสาวแว่นปรายตามองแล้วกระซิบ “หัดเกรงใจคนอื่นบ้าง กลับไปเราต้องคุยกันหน่อยนะ”
“เจ้ไม่รู้อะไรก็ว่าแต่อร”
หล่อนค้อนขวับกอดอกเชิดหน้า
“ทำไมจะไม่รู้ เมื่อกี้เดินผ่านทีมงานเมาท์มอยกันให้แซดว่าอรนั่นแหละที่ผิดคิวก่อน เด็กนั่นก็เลยล้มใส่”
“ก็แล้วมืออาชีพไหมละ ยังไงก็ต้องเล่นต่อให้ได้ แต่นี่ไม่เลยมีอย่างที่ไหนเรียกชื่ออรออกมากลางกอง จะถ่ายเสร็จอยู่แล้ว”
อรณีหันหาชัชพลที่ยืนฟังอยู่นานไม่ออกความเห็น
“ใช่ไหมพี่ชัช”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรื่องนี้เคยลงได้ไม่กี่ตอนแล้วหยุดไปเพราะเขียนใหม่หมดค่ะ
ตอนนี้เขียนจบจะลองทำอีบุ๊คเองค่ะ (กำลังหัดจัดหน้าอยู่)
แต่จะลงให้อ่านในเว็บจนจบเหมือนเดิม แค่ไม่มีตอนพิเศษสองตอน
(คือหลังจากตอนจบสองปี กับ แฟลชแบ็คก่อนพระนางเจอกันเจ็ดปี)
ที่จะเอาลงขายในอีบุ๊คค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่า ^__^
ขอเอาเรื่องนี้มาสลับกับสูตรลับจับรักค่า
หญิงสาวในชุดเจ้าสาวขาวบริสุทธิ์วิ่งโซซัดโซเซมาตามทาง เมื่อเห็นจวนตัวจึงถอดรองเท้าส้นสูงสีขาวเลอะดินโคลนทิ้ง แล้ววิ่งสองเท้าเปลือยเปล่าบนพื้นดินฉ่ำน้ำ ยิ่งวิ่งยิ่งล้าอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ แสงริบหรี่ของไฟหน้ารถยิ่งแล่นเข้ามาใกล้ทุกขณะจนตามทัน แสงสะท้อนพื้นถนนเป็นวงกว้าง
ดวงหน้านวลใสซีดขาวราวกระดาษด้วยความตระหนก เมื่อเท้าสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างทำให้เสียการทรงตัวทรุดลงไปกองกับพื้น ครั้นเหลียวมองที่มาของเสียงยิ่งตกใจสุดขีดพยายามรวบรวมพละกำลังลุกขึ้น แต่ก็ได้แต่พยายาม เพราะรถคันนั้นแล่นมาหยุดลงตรงหน้าในระยะประชิด
ร่างสูงใหญ่บึกบึนของชายหนุ่มหน้าถมึงทึงอุดมไปด้วยหนวดเครารกรุงรังจนน่ากลัวก้าวลงมาจากรถคันนั้น
“นังตัวดี! จะหนีไปไหน กลับไปกับกับฉันเดี๋ยวนี้!”
หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ฟังคำตวาด เหลียวซ้ายแลขวาหาทางหนีทีไล่ แต่ดูเหมือนมืดแปดด้านไปหมด ยิ่งชายหนุ่มกระโจนเข้าใกล้ หล่อนก็ยิ่งกระเถิบถอยหนี
“อย่า! อย่าเข้ามานะ” หล่อนยกมือปัดป้อง “ขอร้องอย่าพาฉันกลับไปเลย”
“ไม่ได้!” มือหยาบกร้านคว้าข้อมือหล่อนบีบแน่น “เธอต้องกลับไปกับฉัน ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้! ”
หญิงสาวถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเจ็บ เมื่อโดนบีบข้อมือแน่นราวกับมันเป็นคีมเหล็ก
“ฉันไม่ไปกับแก... ไอ้โรคจิต! บอกให้ปล่อย! ปล่อย!”
“ไม่ปล่อยโว้ย!” ชายกักขฬะตะคอกเสียงดัง
หญิงสาวเงยหน้ามองน้ำตานองหน้า ยกมือไหว้ร้องขอเสียงสั่นแทบจับใจความไม่ได้
“ขอร้อง... ปล่อยฉันไปเถอะนะ”
“ไม่ได้! เธอต้องกลับไปแต่งงานกับฉันวันนี้ เดี๋ยวนี้”
ไม่ทันขาดคำ ร่างสูงใหญ่กระโจนเข้าหาหญิงสาว หมายจะเข้าไปฉุดกระชากลากถูคนสวยที่ขมุกขมอมไปทั้งตัวให้กลับไปด้วยกัน แต่เท้าข้างหนึ่งกลับสะดุดเข้ากับปลายเท้าของหล่อน จนถึงกับล้มคว่ำคะมำหงายไม่เป็นท่าลงไปทับ ร่างบอบบางถึงกับหงายหลังพังพาบไปกับพื้น ร้องโอดโอยเสียงดัง
“โอ๊ย! จะบ้ารึไง ฉันเจ็บนะ” หล่อนผลักร่างบึกบึนออกห่าง “ลุกไปเดี๋ยวนี้เลย”
“เอ่อ... เอ่อ ผม...” ชายหนุ่มถึงกับหน้าซีด “ผมขอโทษครับ พี่อร”
“เฮ้ย! ” เสียงห้าวร้องขึ้นจากหลังจอมอนิเตอร์ “เทค! เทค เทค เทค”
ทุกสิ่งราวหยุดชะงัก เมื่อผู้กำกับหนุ่มรัวคำสั่งเป็นชุด ตบเข่าตัวเองเสียงดังฉาดใหญ่ ลุกขึ้นเท้าเอวตะโกนฝ่าสายฝนที่ยังคงโปรยปรายเป็นระยะ ส่งผลให้ทุกการทำงานหยุดเคลื่อนไหวในทันที
เสียงบ่นเซ็งแซ่ตามมาแทบจะพร้อมคำสั่ง ทีมงานแต่ละคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บ้างแสดงสีหน้าเหนื่อยหน่าย และบางคนยังคงถืออุปกรณ์ค้างทำอะไรไม่ถูก
“เอฟเฟกต์หยุดได้แล้ว! จะโปรยฝนให้เปลืองงบทำไม” ผู้กำกับหนุ่มโวยทีมงานซ้ายขวาอย่างหงุดหงิด
สิ้นเสียงประกาศิต สายฝนที่โปรยปรายเมื่อครู่ ก็หยุดลงโดยอัตโนมัติ เอฟเฟ็คฟ้าร้องครวญครางก็หยุดตามกันแทบไม่ทัน ป่าทั้งป่าเงียบกริบมีเพียงพื้นดินฉ่ำน้ำจากสายฝนปลอม และแมลงกลางคืนที่ยังคงร้องขานรับกันเท่านั้น
“ขอโทษครับพี่ชัช” หนุ่มมือขวาร่างผอมสูงค้อมตัวขอโทษแล้วหันไปพยักเพยิดลูกน้องอีกที “หยุดสิวะ เดี๋ยวก็โดนด่าหนักอีก”
“เลิก ๆ วันนี้พักกองได้เลย ไม่ถ่งไม่ถ่ายมันแล้ว”
ชัชพล หนุ่มวัยสี่สิบปี ดีกรีผู้กำกับยอดเยี่ยมสองปีซ้อนจากเวทีประกวดระดับชาติก้าวฉับ ๆ เข้าหานักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ด้วยหน้าตาขึงขังเอาเรื่อง ชายหนุ่มอ่อนวัยถึงกับหน้าเสียไหล่ตก มองสาวรุ่นพี่ที่ยังนั่งกองอยู่กับพื้นสลับผู้กำกับหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นกลัวเข้าไปใหญ่
“นายเด็กใหม่ทำไมไม่เล่นตามน้ำไป ถ่ายจะเสร็จอยู่แล้ว” ชัชพลบ่นพลางส่งสายตาตำหนิ “ทำอะไรของคุณ รู้ไหม เสื้อผ้าหน้าผมนักแสดงหญิงต้องเซตใหม่หมด”
“ผมขอใหม่อีกรอบนะครับผู้กำกับ” นักแสดงหนุ่มค้อมหัวลงแทบจะติดเข่า “คราวนี้จะไม่ให้พลาดอีกครับ”
“พูดแบบนี้มากี่ครั้งแล้ววันนี้” หญิงสาวหนึ่งเดียวโพล่งคำพูดออกมา “เสียเวลาชะมัด”
ชัชพลกุมหน้าผากเมื่อเหลือบมองหญิงสาวปัดมือเด็กหนุ่มที่พยายามจะเข้าพยุง
“ไม่ต้องมายุ่ง!”
หล่อนยังคงนั่งประท้วงบนพื้นไม่ยอมลุก
“ลุกไหวไหมอร มาพี่ช่วยพยุง”
ผู้กำกับก้มลงประคองปัดโคลนเลอะเนื้อตัวผมเผ้าให้ด้วยความเป็นห่วง อรณีจับแขนแข็งแรงแล้วชันตัวขึ้นยืน
“ขอบคุณค่ะ” หล่อนตอบเสียงสะบัด
“ดูสิหัวหูเลอะโคลนขนาดนี้ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่า พี่เตรียมรถไว้ให้แล้ว”
อรณีเหลือบมองผู้กำกับหนุ่มก่อนจะส่งสายตาตำหนิให้
“อรบอกแล้วนี่คะ ว่าใช้ห้องน้ำรวมกับคนอื่นได้ ทำไมต้องทำเหมือนจงใจให้แปลกแยกจากคนอื่นนัก”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เพื่ออรเรื่องแค่นี้เล็กน้อยมาก” ผู้กำกับหนุ่มยิ้มหวานเอาใจ ก่อนจะหันไปหาคนต้นเรื่อง “เห็นรึยังว่าผลเป็นยังไง คุณก็รู้ว่านางเอกดังอย่างอรณีคิวทองฝังเพชรแค่ไหน พลาดเรื่องใหญ่ไม่ว่าแต่นี่พลาดเรื่องเล็กแถมซีนสุดท้ายอีก”
“ผมไม่ตั้งใจครับ ขอโทษครับ ผู้กำกับ” นักแสดงหนุ่มรีบหันหาอรณี “พี่อรเจ็บขา ผมช่วยพาไปนะพี่อร”
“ไม่ต้อง!”
อรณีสะบัดมือออกจากการยึดเหนี่ยวของนักแสดงหนุ่ม รู้สึกแปลบที่ข้อเท้าแต่กัดฟันกลั้นความเจ็บเอาไว้ทำหน้าเฉยไม่ให้ชัชพลห่วงเกินเหตุ
“อรบอกแล้วพี่ชัชไม่เคยเชื่อ ว่าให้ใช้นักแสดงที่มืออาชีพกว่านี้ อรเสียเวลามากนะคะ นี่ก็ยกเลิกงานอีเวนต์ไปงานนึงเพื่อเทคิวให้แล้วนะ ยังทำไม่ได้อีกน่ารำคาญมากวันนี้อรไม่ถ่ายแล้ว”
อรณีปรายตาตำหนิแล้วสอดส่องหาผู้จัดการส่วนตัว ที่หายไปในช่วงเวลาสำคัญ พอไม่เจอก็ยิ่งหงุดหงิดหนักพาลจ้องหน้าศรุตอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
“พรุ่งนี้อรไม่มากองนะคะ มีงาน”
“แต่ว่า”
ชัชพลตั้งท่าจะแย้งแต่หล่อนหันไปหาตัวต้นเหตุก่อน
“นายไปซ้อมมาใหม่ด้วย ถ้าให้เวลาแล้วยังไม่ดีขึ้น นายโดนแน่ แล้วก็หนวดเหนิดถอดออกไปเลยไปซกมกรำคาญสายตามาก” หล่อนค่อนขอดพลันเหลือบมองผู้กำกับ “รอบหน้าไม่ต้องให้ใส่หนวดนะคะ อรไม่ชอบ”
อรณีเน้นคำสุดท้าย ไม่วายหันไปคาดโทษนักแสดงหนุ่มรุ่นน้องที่กลัวจนหน้าซีดแกะหนวดเคราปลอมมือไม้สั่นไปพลางระล่ำระลักขอโทษ
“ผะ... ผม... ขอโทษครับพี่อร ผู้กำกับ ผมขอโอกาสอีกครั้งนะครับ”
ศรุตค้อมตัวลงต่ำสำนึกผิดอีกครั้ง ชัชพลส่ายหน้าแล้วไล่ให้กลับไปก่อนจึงจัดการเคลียร์กับอรณีเป็นการส่วนตัว
“วันนี้กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะนะ เดี๋ยวพี่สั่งเลิกกอง เอาไว้ค่อยถ่ายซ่อมวันหลัง อย่าอารมณ์เสียนักเลยเสียบรรยากาศหมดเราต้องทำงานร่วมกันอีกนานกว่าจะจบเรื่อง” ผู้กำกับหนุ่มหว่านล้อม “ นั่นไง ผู้จัดการอรมาแล้ว สงสัยรู้ข่าวแล้ว”
“กว่าจะมาได้”
อรณีค้อนใส่สาวแว่นหนาที่วิ่งหน้าตื่นมาแต่ไกล ชัชพลถือโอกาสที่หล่อนเผลอจับมือนิ่มบีบเบา ๆ อรณีถึงกับชะงักกับความมือเร็ว หางตาตวัดมองมือที่บีบแน่นไม่ปล่อย
คนในกองถ่ายเริ่มหันมาให้ความสนใจ บ้างจับกลุ่มซุบซิบกันสนุกปาก จนแสงสุรีย์ฝ่าวงล้อมทีมงานวิ่งหน้าตั้งมายังจุดที่ทั้งสองยืนอยู่และเข้ามายืนแทรกกลาง
“โทษทีนะเจ้มาสายไปหน่อย มัวแต่ไปหาซื้อขนมฝากคุณชัชกับทีมงาน” หล่อนระล่ำระลักแล้วหันหาผู้กำกับหนุ่ม “ขอโทษนะคะ คุณชัช”
“ไม่เป็นไรครับ ผมชินแล้ว” ชัชพลตอบเสียงเนือย
ท่าทางจะเหนื่อยจริง...
ผู้จัดการสาวหน้าเสีย ดูหน้าผู้กำกับก็รู้ การที่ต้องข้องแวะกับนักแสดงคิวทองอย่างอรณีเป็นอะไรที่ลำบากและตึงเครียดมาก เพราะแม้แต่หล่อนที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวยังต้องปรับตัวตามอารมณ์สามเวลาหลังอาหารทีเดียว
ไม่ใช่ไม่รู้กิตติศัพท์ความเอาแต่ใจของอรณี แต่เพราะได้รับการฝากฝังจากผู้จัดการคนเก่าที่ลาออกเพราะแต่งงานไปอยู่ญี่ปุ่นทำให้พอจะรู้ตื้นลึกหนาบางอยู่บ้าง และค่าตอบแทนก้อนโตในแต่ละเดือนที่ได้รับ ทำให้หล่อนตัดสินใจทิ้งเด็กปั้นปลายแถวอย่างศรุต มาคว้าตำแหน่งผู้จัดการดาราดังกว่า และได้รู้นิสัยของอรณี นึกรู้ว่าเหตุการณ์วันนี้น่าจะเพราะนักแสดงสาวมีส่วนไม่มากก็น้อย
“ทำไมไม่กลั้นใจถ่ายให้มันจบ ๆ ซีน” ผู้จัดการสาวแว่นปรายตามองแล้วกระซิบ “หัดเกรงใจคนอื่นบ้าง กลับไปเราต้องคุยกันหน่อยนะ”
“เจ้ไม่รู้อะไรก็ว่าแต่อร”
หล่อนค้อนขวับกอดอกเชิดหน้า
“ทำไมจะไม่รู้ เมื่อกี้เดินผ่านทีมงานเมาท์มอยกันให้แซดว่าอรนั่นแหละที่ผิดคิวก่อน เด็กนั่นก็เลยล้มใส่”
“ก็แล้วมืออาชีพไหมละ ยังไงก็ต้องเล่นต่อให้ได้ แต่นี่ไม่เลยมีอย่างที่ไหนเรียกชื่ออรออกมากลางกอง จะถ่ายเสร็จอยู่แล้ว”
อรณีหันหาชัชพลที่ยืนฟังอยู่นานไม่ออกความเห็น
“ใช่ไหมพี่ชัช”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เรื่องนี้เคยลงได้ไม่กี่ตอนแล้วหยุดไปเพราะเขียนใหม่หมดค่ะ
ตอนนี้เขียนจบจะลองทำอีบุ๊คเองค่ะ (กำลังหัดจัดหน้าอยู่)
แต่จะลงให้อ่านในเว็บจนจบเหมือนเดิม แค่ไม่มีตอนพิเศษสองตอน
(คือหลังจากตอนจบสองปี กับ แฟลชแบ็คก่อนพระนางเจอกันเจ็ดปี)
ที่จะเอาลงขายในอีบุ๊คค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่า ^__^
ขอเอาเรื่องนี้มาสลับกับสูตรลับจับรักค่า
lovereason2
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 21 เม.ย. 2560, 12:41:34 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 21 เม.ย. 2560, 12:41:34 น.
จำนวนการเข้าชม : 1083
บทที่ 1/2 ความสวยงามคือสิ่งสำคัญ >> |