^วันอยากเขียน^
รวมเรื่องสั้น ฉบับลิขิตราค่ะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว จับเรื่องสั้นมารวมกันไปเลยดีกว่า
Tags: เรื่องสั้น ลิขิตรา
ตอน: กุหลาบต้นแรก
ไม่หวานนะคะ เรือ่งนี้เขียนเล่นไว้นานแล้ว วันนี้คิดถึงเพื่อน ๆ เลยเอามาลงให้อ่านเล่นค่ะ
แอบมาสารภาพด้วยว่า ไอซ์เป็นผู้หญิงมือร้อน ปลูกต้นไม้ไม่ค่อยจะขึ้น ผลงานที่เลิศที่สุดที่ปลูกแล้วขึ้นก็คือ...ถั่วงอก !!!
----
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าขณะที่ฉันเปิดประตูบ้านออกมาทำให้เสียงกรี๊ดเบา ๆ หลุดออกมาจากปาก ก่อนที่ฉันจะรีบวิ่งตรงไปยังกระถางดินเผาที่ตอนนี้บรรจุดินอัดแน่นรองรับต้นไม่ที่ฉันเป็นคนลงมือปลูกด้วยตัวเองเป็นต้นแรก
กุหลาบสีเหลืองอ่อนกำลังแย้มกลีบสวยรับหยาดน้ำค้างที่ร่วงลงมาแตะพรมอย่างอ่อนโยน เป็นภาพที่ทำให้ฉันดีใจจนอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ เมื่อสมองได้ประมวลผมทั้งหมดและบอกกับตัวเองว่ากุหลาบต้นเล็กที่เฝ้าถนอมเลี้ยงมานานจนเฉาใกล้ตาย ต้องหาปุ๋ยหาอาหารมาบำรุงเกือบสามปีได้ผลิดอกงดงามอยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อย
ชัยชนะที่น่าภาคภูมิใจสำหรับคนที่ปลูกต้อนไม้ตายได้ทุกครั้งอย่างฉัน นี่เป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ทำให้อยากจะยืนยืดอกมองแทบทั้งวันทีเดียว
ฉันปลูกต้นไม้ได้...มันไม่ตายด้วยล่ะ
กุหลาบสีเหลืองสวยที่ฉันเป็นคนปลูกออกดอกแล้ว...!!!
อยากจะกรี๊ดให้ลั่นกรุงเทพฯ กระโดดไปมาบอกให้ทั่วประเทศไทย สำเร็จแล้วล่ะ ฉันทำได้แล้ว คนมือร้อนที่ปลูกต้นไม้ตายมาตลอดอย่างฉันปลูกกุหลาบจนออกดอกได้เชียวนะ
เป็นโชคดีอย่างที่สุดที่วันนั้นฉันไปโรงเรียนด้วยหัวใจที่เบิกบาน และทันทีที่เจอหน้ากลุ่มเพื่อนสนิทพร้อมกันที่โต๊ะอาหารซึ่งกลุ่มของฉันนั่งประจำ เสียงแหลม ๆ ก็รีบเล่าเรื่องพลางกรี๊ดกร๊าดอย่างมีความสุขจนหลายคนหันมามองด้วยความประหลาดใจกับท่าทางเหมือนคนเมากัญชาของฉัน
“ ยินดีด้วย ไม่นึกเลยว่าแกจะทำได้ ” เสียงจากคุณเพื่อนสุดที่รักส่งประโยคที่ฟังคล้ายเสียงเจ้าปุกปุยขนาดย่อมมาทันทีที่ฉันเล่าให้ฟัง ก่อนที่ใครอีกคนจะพูดพลางยกมือขึ้นตบไหล่ฉันเต็มแรง
“ โห...กุหลาบกอดน้ำค้าง แหมแม่กวีใหญ่ หล่อนจะบอกว่ากุหลาบมันร้องไห้ที่ต้องไปโตอยู่หน้าบ้านหล่อนก็สารภาพมาเถอะ ”
สาบานได้ว่าถ้าไม่ได้คบกันมากว่าห้าปี เจ้าของคำพูดนี้ต้องไปตายคาหมัดของฉันแน่ ๆ แต่บังเอิญคนพูดเป็นเพื่อนสาวสุดที่รักที่รู้มือ รู้หมัด รู้จักฟาร์มเจ้าปุกปุยที่ต่างฝ่ายต่างเพาะพันธุ์ไว้ดี ฉันจึงยังยืนยิ้มแป้นหน้าบานได้
“ แหมแก...ถ้ากุหลาบมันจะร้องไห้น่ะ มันก็ร้องเพราะดีใจหรอกที่เป็นต้นไม้ต้นเเรกที่เราปลูกแล้วรอดจนออกดอก โอ๊ย...พูดแล้วภูมิใจ ” ฉันบิดตัวไปมาเหมือนผู้หญิงที่กำลังอายต่อหน้าคนรัก แต่บังเอิญอาการมันออกจะ over acting ไปนิด เมื่อหันไปอีกทีเพื่อน ๆ ที่รักของฉันก็รีบเอาหนังสือที่ติดมือมาที่โต๊ะอาหารปิดหน้ากันเป็นทิวแถว
สาเหตุง่าย ๆ จะได้ไม่มีใครที่ผ่านไปมาจำได้ไงว่าพวกนี้เป็นเพื่อนกับคนบ้าอย่างฉัน
แหม ๆ ๆ ๆ ก็คนมันกำลังบ้ารัก ยอมรับก็ได้นะ ก็กุหลาบต้นแรกที่ฉันเฝ้าถนอม ในที่สุดก็ออกดอก อยากจะบอกตัวเองซ้ำ ๆ หัวเราะด้วยความดีใจ
สุดท้ายเมื่อเห็นฉันยังยิ้มแก้มปริไม่เลิก เพื่อน ๆ ที่น่ารักก็วางหนังสือลงหันมายิ้มให้ แล้วร่วมด้วยช่วยหัวเราะกับฉัน ถ้าใครจะมาว่าบ้าจะได้บ้ากันทั้งโต๊ะ จำหน้าคนบ้าหนึ่งคนง่ายกว่าจำคนบ้าห้าคนตั้งเยอะ และถ้ามีใครคิดจะจำพวกฉันทั้งหมดว่าบ้าล่ะก็...คนจำเองนั่นล่ะจะบ้าจริง ๆ มายุ่งเรื่องชาวบ้าน เพื่อนฉันนี่น่ารักจริง ๆ เลยนะ
แต่เพียงไม่นาน...กุหลาบที่ฉันเฝ้าถนอมก็เฉาลง พร้อมกับช่วงเวลาของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
เพื่อน ๆ ที่ฉันรักเริ่มแตกกลุ่ม ไปตามหาความฝันของตัวเอง
ไม่มีใครกลับไปที่โรงเรียน เพราะกำลังวุ่นวายกับชีวิตใหม่ในสถานศึกษาแห่งใหม่ แต่เมื่อว่างขึ้นมาฉันก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงโต๊ะกินข้าวตัวเดิมที่เราเคยนั่งล้มวงกันกินอาหารด้วยกัน เล่าเรื่องแปลก ๆ ถกเถียงกันบ้างตามประสาเด็กวัยรุ่น
ฉันกำลังจะร้องไห้...แต่เปล่าหรอกน้ำตามันไม่ได้ไหลออกมา ฉันรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามาก
กุหลาบต้นแรกที่ฉันเฝ้าถนอม
เพื่อนรักกลุ่มแรกที่ฉันให้ความสำคัญ
ตอนนี้กุหลาบกำลังเฉา และเพื่อนฉันก็กำลังจากไป
การจากลาเป็นเรื่องปกติ ฉันเข้าใจ แต่ที่เสียใจเพราะยังผูกพัน เพื่อนกลุ่มนี้ก็เหมือนกุหลาบต้นแรกที่ฉันปลูกขึ้น ฉันคนที่ไม่ค่อยสนใจใคร ชอบที่จะอยู่ตัวคนเดียวเงียบ ๆ มีโลกของตัวเองที่น้อยคนจะเข้าไปถึง แต่กลับก้าวออกมาได้เพราะเพื่อนกลุ่มนี้
ฉันไม่แน่ใจกับวันข้างหน้า ขณะที่กำลังพยายามปลูกกุหลาบต้นใหม่ ฉันต้องไปเรียนที่ใหม่ พบเพื่อนใหม่ และหวังว่าการที่ฉันยอมเดินออกมาจากที่ของฉันเมื่อรู้จักกับเพื่อนที่รักจะช่วยให้ฉันเข้ากับเพื่อนกลุ่มใหม่ได้ดี
ฉันคิดอย่างนั้น...จนวันนี้ที่เห็นชื่อเพื่อนรักออนไลน์อยู่ในเอ็มเอสเอ็น
เราทักทายกัน ฉันรู้ว่าเธอกำลังวุ่นวายกับเรื่องใหม่ ๆ ในชีวิต มีอะไรมากมายที่ทำให้หนักใจ แต่เมื่อถามไปเธอกลับเงียบไม่เหมือนเคย เพราะเวลาเปลี่ยนไปหรือเปล่าถึงพรากเธอคนเก่าออกไป หรือเพระเธอกำลังทุกข์ใจจึงไม่อยากจะพูดคุย
ฉันพยายามไม่คิดอะไร พยายามบอกตัวเองว่าช่างมันเถอะ แต่กุหลาบที่ใกล้ตายอยู่หน้าบ้านก็ทำให้อดใจหายไม่ได้
“ นี่...ยังอยู่หรือเปล่า ? ” หน้าต่างที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอทำให้ฉันนิ่งไป
“ อืม...เราอยู่ตรงนี้ตลอดล่ะ ”
ใช่...ฉันอยู่ตรงนี้มาตลอด และยังอยู่ต่อไป ถ้าเธอเดินเข้ามาก็จะเห็นเหมือนที่เธอเคยเห็น
“ อืม...”
ทุกอย่างจบลง หน้าต่างถูกปิด แต่มิตรภาพที่เหลือเพียงสายใยบาง ๆ เกาะเกี่ยวผ่านวันเวลาไม่รู้ว่าจะยังอยู่ไหม
ฉันมองกุหลาบต้นเก่า กับกุหลาบต้นใหม่ที่วางอยู่หน้าบ้าน
จะโลภไปไหม ถ้าฉันจะลอง...เลี้ยงต้นไม้ทั้งสองต้นไปพร้อม ๆ กัน คอยดูแลรดน้ำต้นไม้ทั้งสองต้นให้เจริญงอกงาม
ฉันต้องเริ่มต้อนใหม่ อีกครั้ง และอีกครั้ง แต่จะไม่มีครั้งไหนที่ฉันจะลืม...กุหลาบต้นแรกที่ฉันเคยปลูก
แม้ดอกจะโรย แม้ใบจะร่วง แต่ภาพของดอกกุหลาบที่ผลิรับน้ำค้างยังอยู่ในใจฉันเสมอ
แด่กุหลาบต้นแรก...ฉันจะไม่มีวันลืมเธอ
สัญญา...ฉันจะรดน้ำและดูแลเธอไปพร้อม ๆ กับกุหลาบต้นใหม่ให้ดีที่สุด
---
ไอซ์ไม่รู้ว่ากุหลาบต้นใหม่ที่ไอซ์บรรจงดูแลมากว่าห้าปีเป็นอย่างไร แต่ว่า...นั่นละค่ะ บางที อีกไม่กี่ปีไอซ์อาจจะเห็นว่ามันออกดอกงดงาม หรือ...อาจไม่พบอะไรเลยก็ได้
แต่กุหลาบต้นเก่าของไอซ์...เชื่อว่ายังคงสวยงามอยู่เสมอ
แอบมาสารภาพด้วยว่า ไอซ์เป็นผู้หญิงมือร้อน ปลูกต้นไม้ไม่ค่อยจะขึ้น ผลงานที่เลิศที่สุดที่ปลูกแล้วขึ้นก็คือ...ถั่วงอก !!!
----
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าขณะที่ฉันเปิดประตูบ้านออกมาทำให้เสียงกรี๊ดเบา ๆ หลุดออกมาจากปาก ก่อนที่ฉันจะรีบวิ่งตรงไปยังกระถางดินเผาที่ตอนนี้บรรจุดินอัดแน่นรองรับต้นไม่ที่ฉันเป็นคนลงมือปลูกด้วยตัวเองเป็นต้นแรก
กุหลาบสีเหลืองอ่อนกำลังแย้มกลีบสวยรับหยาดน้ำค้างที่ร่วงลงมาแตะพรมอย่างอ่อนโยน เป็นภาพที่ทำให้ฉันดีใจจนอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ เมื่อสมองได้ประมวลผมทั้งหมดและบอกกับตัวเองว่ากุหลาบต้นเล็กที่เฝ้าถนอมเลี้ยงมานานจนเฉาใกล้ตาย ต้องหาปุ๋ยหาอาหารมาบำรุงเกือบสามปีได้ผลิดอกงดงามอยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อย
ชัยชนะที่น่าภาคภูมิใจสำหรับคนที่ปลูกต้อนไม้ตายได้ทุกครั้งอย่างฉัน นี่เป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ทำให้อยากจะยืนยืดอกมองแทบทั้งวันทีเดียว
ฉันปลูกต้นไม้ได้...มันไม่ตายด้วยล่ะ
กุหลาบสีเหลืองสวยที่ฉันเป็นคนปลูกออกดอกแล้ว...!!!
อยากจะกรี๊ดให้ลั่นกรุงเทพฯ กระโดดไปมาบอกให้ทั่วประเทศไทย สำเร็จแล้วล่ะ ฉันทำได้แล้ว คนมือร้อนที่ปลูกต้นไม้ตายมาตลอดอย่างฉันปลูกกุหลาบจนออกดอกได้เชียวนะ
เป็นโชคดีอย่างที่สุดที่วันนั้นฉันไปโรงเรียนด้วยหัวใจที่เบิกบาน และทันทีที่เจอหน้ากลุ่มเพื่อนสนิทพร้อมกันที่โต๊ะอาหารซึ่งกลุ่มของฉันนั่งประจำ เสียงแหลม ๆ ก็รีบเล่าเรื่องพลางกรี๊ดกร๊าดอย่างมีความสุขจนหลายคนหันมามองด้วยความประหลาดใจกับท่าทางเหมือนคนเมากัญชาของฉัน
“ ยินดีด้วย ไม่นึกเลยว่าแกจะทำได้ ” เสียงจากคุณเพื่อนสุดที่รักส่งประโยคที่ฟังคล้ายเสียงเจ้าปุกปุยขนาดย่อมมาทันทีที่ฉันเล่าให้ฟัง ก่อนที่ใครอีกคนจะพูดพลางยกมือขึ้นตบไหล่ฉันเต็มแรง
“ โห...กุหลาบกอดน้ำค้าง แหมแม่กวีใหญ่ หล่อนจะบอกว่ากุหลาบมันร้องไห้ที่ต้องไปโตอยู่หน้าบ้านหล่อนก็สารภาพมาเถอะ ”
สาบานได้ว่าถ้าไม่ได้คบกันมากว่าห้าปี เจ้าของคำพูดนี้ต้องไปตายคาหมัดของฉันแน่ ๆ แต่บังเอิญคนพูดเป็นเพื่อนสาวสุดที่รักที่รู้มือ รู้หมัด รู้จักฟาร์มเจ้าปุกปุยที่ต่างฝ่ายต่างเพาะพันธุ์ไว้ดี ฉันจึงยังยืนยิ้มแป้นหน้าบานได้
“ แหมแก...ถ้ากุหลาบมันจะร้องไห้น่ะ มันก็ร้องเพราะดีใจหรอกที่เป็นต้นไม้ต้นเเรกที่เราปลูกแล้วรอดจนออกดอก โอ๊ย...พูดแล้วภูมิใจ ” ฉันบิดตัวไปมาเหมือนผู้หญิงที่กำลังอายต่อหน้าคนรัก แต่บังเอิญอาการมันออกจะ over acting ไปนิด เมื่อหันไปอีกทีเพื่อน ๆ ที่รักของฉันก็รีบเอาหนังสือที่ติดมือมาที่โต๊ะอาหารปิดหน้ากันเป็นทิวแถว
สาเหตุง่าย ๆ จะได้ไม่มีใครที่ผ่านไปมาจำได้ไงว่าพวกนี้เป็นเพื่อนกับคนบ้าอย่างฉัน
แหม ๆ ๆ ๆ ก็คนมันกำลังบ้ารัก ยอมรับก็ได้นะ ก็กุหลาบต้นแรกที่ฉันเฝ้าถนอม ในที่สุดก็ออกดอก อยากจะบอกตัวเองซ้ำ ๆ หัวเราะด้วยความดีใจ
สุดท้ายเมื่อเห็นฉันยังยิ้มแก้มปริไม่เลิก เพื่อน ๆ ที่น่ารักก็วางหนังสือลงหันมายิ้มให้ แล้วร่วมด้วยช่วยหัวเราะกับฉัน ถ้าใครจะมาว่าบ้าจะได้บ้ากันทั้งโต๊ะ จำหน้าคนบ้าหนึ่งคนง่ายกว่าจำคนบ้าห้าคนตั้งเยอะ และถ้ามีใครคิดจะจำพวกฉันทั้งหมดว่าบ้าล่ะก็...คนจำเองนั่นล่ะจะบ้าจริง ๆ มายุ่งเรื่องชาวบ้าน เพื่อนฉันนี่น่ารักจริง ๆ เลยนะ
แต่เพียงไม่นาน...กุหลาบที่ฉันเฝ้าถนอมก็เฉาลง พร้อมกับช่วงเวลาของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
เพื่อน ๆ ที่ฉันรักเริ่มแตกกลุ่ม ไปตามหาความฝันของตัวเอง
ไม่มีใครกลับไปที่โรงเรียน เพราะกำลังวุ่นวายกับชีวิตใหม่ในสถานศึกษาแห่งใหม่ แต่เมื่อว่างขึ้นมาฉันก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงโต๊ะกินข้าวตัวเดิมที่เราเคยนั่งล้มวงกันกินอาหารด้วยกัน เล่าเรื่องแปลก ๆ ถกเถียงกันบ้างตามประสาเด็กวัยรุ่น
ฉันกำลังจะร้องไห้...แต่เปล่าหรอกน้ำตามันไม่ได้ไหลออกมา ฉันรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามาก
กุหลาบต้นแรกที่ฉันเฝ้าถนอม
เพื่อนรักกลุ่มแรกที่ฉันให้ความสำคัญ
ตอนนี้กุหลาบกำลังเฉา และเพื่อนฉันก็กำลังจากไป
การจากลาเป็นเรื่องปกติ ฉันเข้าใจ แต่ที่เสียใจเพราะยังผูกพัน เพื่อนกลุ่มนี้ก็เหมือนกุหลาบต้นแรกที่ฉันปลูกขึ้น ฉันคนที่ไม่ค่อยสนใจใคร ชอบที่จะอยู่ตัวคนเดียวเงียบ ๆ มีโลกของตัวเองที่น้อยคนจะเข้าไปถึง แต่กลับก้าวออกมาได้เพราะเพื่อนกลุ่มนี้
ฉันไม่แน่ใจกับวันข้างหน้า ขณะที่กำลังพยายามปลูกกุหลาบต้นใหม่ ฉันต้องไปเรียนที่ใหม่ พบเพื่อนใหม่ และหวังว่าการที่ฉันยอมเดินออกมาจากที่ของฉันเมื่อรู้จักกับเพื่อนที่รักจะช่วยให้ฉันเข้ากับเพื่อนกลุ่มใหม่ได้ดี
ฉันคิดอย่างนั้น...จนวันนี้ที่เห็นชื่อเพื่อนรักออนไลน์อยู่ในเอ็มเอสเอ็น
เราทักทายกัน ฉันรู้ว่าเธอกำลังวุ่นวายกับเรื่องใหม่ ๆ ในชีวิต มีอะไรมากมายที่ทำให้หนักใจ แต่เมื่อถามไปเธอกลับเงียบไม่เหมือนเคย เพราะเวลาเปลี่ยนไปหรือเปล่าถึงพรากเธอคนเก่าออกไป หรือเพระเธอกำลังทุกข์ใจจึงไม่อยากจะพูดคุย
ฉันพยายามไม่คิดอะไร พยายามบอกตัวเองว่าช่างมันเถอะ แต่กุหลาบที่ใกล้ตายอยู่หน้าบ้านก็ทำให้อดใจหายไม่ได้
“ นี่...ยังอยู่หรือเปล่า ? ” หน้าต่างที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอทำให้ฉันนิ่งไป
“ อืม...เราอยู่ตรงนี้ตลอดล่ะ ”
ใช่...ฉันอยู่ตรงนี้มาตลอด และยังอยู่ต่อไป ถ้าเธอเดินเข้ามาก็จะเห็นเหมือนที่เธอเคยเห็น
“ อืม...”
ทุกอย่างจบลง หน้าต่างถูกปิด แต่มิตรภาพที่เหลือเพียงสายใยบาง ๆ เกาะเกี่ยวผ่านวันเวลาไม่รู้ว่าจะยังอยู่ไหม
ฉันมองกุหลาบต้นเก่า กับกุหลาบต้นใหม่ที่วางอยู่หน้าบ้าน
จะโลภไปไหม ถ้าฉันจะลอง...เลี้ยงต้นไม้ทั้งสองต้นไปพร้อม ๆ กัน คอยดูแลรดน้ำต้นไม้ทั้งสองต้นให้เจริญงอกงาม
ฉันต้องเริ่มต้อนใหม่ อีกครั้ง และอีกครั้ง แต่จะไม่มีครั้งไหนที่ฉันจะลืม...กุหลาบต้นแรกที่ฉันเคยปลูก
แม้ดอกจะโรย แม้ใบจะร่วง แต่ภาพของดอกกุหลาบที่ผลิรับน้ำค้างยังอยู่ในใจฉันเสมอ
แด่กุหลาบต้นแรก...ฉันจะไม่มีวันลืมเธอ
สัญญา...ฉันจะรดน้ำและดูแลเธอไปพร้อม ๆ กับกุหลาบต้นใหม่ให้ดีที่สุด
---
ไอซ์ไม่รู้ว่ากุหลาบต้นใหม่ที่ไอซ์บรรจงดูแลมากว่าห้าปีเป็นอย่างไร แต่ว่า...นั่นละค่ะ บางที อีกไม่กี่ปีไอซ์อาจจะเห็นว่ามันออกดอกงดงาม หรือ...อาจไม่พบอะไรเลยก็ได้
แต่กุหลาบต้นเก่าของไอซ์...เชื่อว่ายังคงสวยงามอยู่เสมอ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 14 ส.ค. 2554, 12:35:51 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 14 ส.ค. 2554, 12:35:51 น.
จำนวนการเข้าชม : 2324
<< เมื่อเราได้พบกัน | ผู้ชายในฝัน...ที่บังเอิญมีอยู่จริง >> |

grazioso 14 ส.ค. 2554, 15:42:41 น.
คิดถึงเพื่อนเก่าเหมือนกันค่ะ คิดถึงช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกันตอนสมัยยังต้องยืนเคารพธงชาติทุกวัน ตอนนั้นมันก็เป็นอะไรที่ธรรมดา แต่มาตอนนี้คิดถึงเวลานั้นมากๆ เลย :)
คิดถึงเพื่อนเก่าเหมือนกันค่ะ คิดถึงช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกันตอนสมัยยังต้องยืนเคารพธงชาติทุกวัน ตอนนั้นมันก็เป็นอะไรที่ธรรมดา แต่มาตอนนี้คิดถึงเวลานั้นมากๆ เลย :)

Setia 14 ส.ค. 2554, 16:35:00 น.
คิดถึงเพื่อนโรงเรียนเก่าเหมือน ตอนนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ตลอด
ก็มีนัดเจอกันบ้าง อะไรบ้าง นานๆครั้ง
คิดถึงเพื่อนโรงเรียนเก่าเหมือน ตอนนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ตลอด
ก็มีนัดเจอกันบ้าง อะไรบ้าง นานๆครั้ง

ปูสีน้ำเงิน 14 ส.ค. 2554, 20:27:00 น.
อ่านแล้วคิดถึงความหลัง
อ่านแล้วคิดถึงความหลัง


incanto 15 ส.ค. 2554, 07:54:24 น.
อ่านแล้วคิดถึงเพื่อนขึ้นมาทันที
อ่านแล้วคิดถึงเพื่อนขึ้นมาทันที