คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 28[1]


..........เพชรน้ำหนึ่งกำลังใช้ความคิดอย่างหนักอยู่ในห้องนั่งเล่น ขณะนั่งพักผ่อนบนโซฟายาว

แต่ยุติเข้ามาทำให้ตกใจนิดหน่อยที่จู่ ๆ เข้ามาใช้วงแขนกอดคอสาวเจ้าจากด้านหลัง

“พี่มีข่าวดีจะบอก ป๋าจะให้เราสองคนแต่งงานกัน ก่อนไปอเมริกา” ยุติบอกข่าวดีของเขา แต่นั่นกลับไม่ใช่ข่าวดีของเพชรน้ำหนึ่ง

“พี่ยุติ... อย่างที่หนึ่งเคยบอกไปแล้วไตร่ตรองให้ดีก่อนจะคิดแต่งงาน คำนึงถึงผลประโยชน์ของเราสองคนและอิสรภาพที่ยังคงมีกันอยู่ เราต่างได้ผลประโยชน์มากขึ้น แม่ของพี่ยุติยกเงินฝากในบัญชีให้แล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าพี่ยุติยังไม่แต่งงานยังมีโอกาสเลือกผู้หญิงที่จะมาเป็นศรีภรรยาได้อีกมาก ยังมีผู้หญิงที่พี่ยุติรักอยู่และมีคนที่เขารักพี่ยุติอีกมากมายหลายคน”

“พี่รักหนึ่งคนเดียว ไม่คิดจะรักใครอื่นอีกแล้ว” เขายังคงกอดคออยู่ เจรจาอ่อนหวานข้างใบหู

แต่เธอไม่เคยคิดเชื่อคำพูดของเขาและถึงแม้จะกำลังเครียดอยู่แต่ฝืนฮัมเพลงเก่าเพลงหนึ่งออกมาให้เขาได้ฟัง

“ก่อนเอ่ยคำว่ารักให้กับใคร โปรดจงตรองใจดูให้ดี อยากให้ลองคิดดูอีกที ว่าใจดวงนี้มันว่างไหม อย่าเอ่ยคำรักให้กับฉัน หากว่ารักนั้นยังสั่นไหว...”

“อะไรนะร้องเพลงแบบนี้ไม่คุ้นหูไม่เคยได้ยินเลย สงสัยเป็นเพลงเก่า ร้องเพลงทำไม” ยุติถามพลางยิ้มเหรอหราด้วยว่าเดาใจเธอไม่ออก

“รักของพี่ยุติยังสั่นไหว ระหว่างความรักกับความต้องการ คิดว่าสิ่งไหนมันมากกว่ากัน” เพชรน้ำหนึ่งกำลังใช้ความจริงบางอย่างเข้าสู้ สู้เพื่อรักษาอิสรภาพพาตัวเองไปสู่ความเป็นไทให้ได้

“ผู้ชายที่เขารักผู้หญิงย่อมมีความต้องการด้วยเป็นเรื่องของธรรมชาติทางกาย มันไม่ใช่สิ่งผิดนะ หนึ่งเป็นผู้หญิงแบบที่ถูกใจพี่ที่สุด พี่ชอบหนึ่งมากมากมากมาก...” เขาพูดย้ำยิ้มแย้มบอกความจริงใจ จนเธอนึกเกรงใจไม่อยากพูดอะไรที่ทำให้เขาต้องรู้สึกผิดหวังหรือเสียความรู้สึก

“เอาเป็นว่าคิดดูให้นานแค่หมั้นกันไปก่อนอย่างนี้ล่ะ รวมทั้งเรื่องมีอะไรกันด้วยหนึ่งขอร้องอย่าทำหนึ่งยังไม่พร้อม ส่วนเรื่องมีลูกนั่นยิ่งแล้วใหญ่อย่าทำให้มันมีปัญหา”

“หนึ่งพูดเหมือนไม่รักไม่ต้องการพี่ งั้นบอกมาเลยสิว่าไม่ได้รักพี่ ถอนหมั้นเลิกกันไปเลย” เขาพูดประชด

“พี่ยุติพอมองหนึ่งออกถึงสายตาที่หนึ่งมองพี่ยุติ พี่ยุติคงรู้อยู่แล้วว่าหนึ่งชอบพี่ยุติจริง” เธอกำลังพูดความจริง

เขาลงมานั่งข้างเธอ มองตา...

“และหนึ่งเชื่อว่าพี่ยุติชอบหนึ่งมากจริง แต่มันเป็นความต้องการซึ่งไม่รู้ว่าวันไหนพี่ยุติจะไม่ต้องการหนึ่ง อาจเป็นความรู้สึกชั่ววูบ ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น หนึ่งขอตัดสินว่าเราทั้งสองคนยังไม่ได้ลึกซึ้งถึงขั้น... รักกัน”

เธอพูดพลางจับมือเขาขึ้นมากุม

“ให้เวลากันและกัน สานมิตรภาพความสัมพันธ์ที่มั่นคงด้วยกันเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันก่อนเถอะนะ หนึ่งรับรองพี่ยุติจะได้หนึ่งเป็นเพื่อนแท้ที่จะไม่มีวันทอดทิ้งกัน”

“ไม่... พี่ไม่ต้องการเพียงเพื่อน พี่ต้องการให้หนึ่งเป็นเมีย” เขาเสียงดังกร้าวขึ้นมา

เธอจึงสะบัดมือของเขาทิ้ง รวบรวมความกล้าพูดออกไป ทั้งที่ใจไม่อยากเลิกราเลยแม้นิดเดียว!

“ถ้าไม่มีพี่ยุติไปเรียนต่อที่อเมริกาด้วยกันหนึ่งจะมีอิสรภาพจากสภาพชีวิตที่เป็นอยู่นี้ไหม หนึ่งจะต้องอยู่ที่นี่กับความหลังเก่าและเงาของพี่ไทธรรพ์ รักนี้ไม่มีวันลืม อยู่กับความเจ็บปวดทรมาน ไม่ว่าอย่างไรป๋าจะไม่ยอมให้หนึ่งไปเรียนต่อที่อเมริกาตามลำพังแน่นอน หนึ่งจำเป็นต้องมีพี่ยุตินะ ขอร้องเถอะ ขอเวลาให้หนึ่งได้รับอิสรภาพสักปีสองปีเพื่อทำใจให้ลืมพี่ไทธรรพ์ ถ้าพี่ยุติยืนยันบังคับหนึ่งต้องแต่งงานกับพี่ยุติให้ได้ หนึ่งขอเลิก จบกัน ...ถอนหมั้น”

“นี่หนึ่งขอเลิกกับพี่ จบกันเหรอ” เขาชี้นิ้วใส่หน้าเธออย่างคนกำลังโกรธ “พูดง่ายแบบนี้เองเหรอ มันไม่ง่ายหรอกนะ พี่จะฟ้องป๋าและบอกทุกคนว่าหนึ่งโกหกหลอกลวงทุกคน หมั้นกับพี่เพื่อผลประโยชน์ทรัพย์สินมรดก พอหนึ่งได้มรดกแล้วหนึ่งจะหนีทุกคนไป ทิ้งทุกคนแล้วไปใช้ชีวิตอิสระไม่สนใจใคร หนึ่งหวังแค่ผลประโยชน์เท่านั้น”

“พี่ยุติใส่ร้ายหนึ่ง หนึ่งไม่ได้หวังมรดกเพราะหนึ่งได้อยู่แล้ว หนึ่งมีเหตุผลมีความรู้สึกเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีชีวิตจิตใจ กำลังบาดเจ็บทางใจ ต้องการเวลาอย่างมากเพื่อรักษาใจ” พยายามพูดอธิบายให้เขาเห็นใจ

“ไม่รู้ล่ะ คิดดูสิทุกคนจะคิดยังไงกับหนึ่ง มรดกที่มั่นใจว่าจะได้มันอาจจะไม่มีวันได้ถ้าผู้ใหญ่ไม่ยกให้ หนึ่งจะเหลืออะไร” เขาพูดสีหน้าขึงขังจริงจังมาก

‘เขาแสดงให้เห็นได้ว่าการจะสลัดรักผู้ชายอย่างเขาไม่ใช่เรื่องง่าย หนทางที่จะทำได้ดีที่สุดคืออย่าหลอกให้เขารัก อย่าโกหกหลอกลวงเขา เท่านั้นจะเป็นหนทางรอด ปลอดภัย’

เพชรน้ำหนึ่งนึก

“พี่ยุติจะไม่ได้อะไรเช่นกัน ต้องกลับประเทศไทยไปเรียนต่อด้วยทุนตัวเอง ผู้หญิงที่พี่ยุติรักกลอยใจนั่นพี่ยุติอาจจะไม่ได้แต่งงานด้วยเพราะแม่พี่ยุติไม่ชอบ มรดกทางแม่พี่ยุติอาจจะไม่ได้เพราะถอนหมั้นกับหนึ่ง แต่ถ้าพี่ยุติยังคงหมั้นกับหนึ่งอยู่หนึ่งสัญญาจะจัดงานแต่งงานแบบลับเฉพาะให้พี่ยุติกับกลอยใจ อย่าเพิ่งถอนหมั้นกับหนึ่ง อย่าบังคับใจหนึ่งให้ต้องรีบแต่งงานกับพี่ยุติในตอนนี้” เธอเข้าไปบีบมือของเขาเป็นภาษากายแทนความหมายการขอร้อง พร้อมกับใช้สายตาวิงวอนด้วย

“ดูเหมือนหนึ่งไม่ได้อยากถอนหมั้นกับพี่จริงไหม” เขาพูด ขณะมองตาเธอ

เธอพยักหน้ายอมรับ

“นั่นสินะถ้าเรายังเป็นคู่หมั้นกันอยู่เมื่อไปถึงอเมริกาเราจะมีอิสระสามารถทำสิ่งที่ต้องการได้และไม่ต้องสูญเสียกันและกันไป ส่วนเรื่องแต่งงานกับกลอยใจไม่ต้องหรอก พี่ยังไม่อยากแต่งงานกับเขา เอาเป็นว่าพี่จะทำตามความต้องการของหนึ่งและให้หนึ่งได้ทำใจลืมไทธรรพ์ พี่จะคอยวันนั้นวันที่หนึ่งลืมรักเขาได้” ยุติพูด พลางกุมมือเธอส่งความอ่อนโยนผ่านอุ้งมืออบอุ่น “ขอให้เราสองคนได้มีกันและกันต่อไปอีกให้นานกว่านี้เถอะนะ”

“ขอบคุณพี่ยุติที่ยอมตามใจหนึ่ง” เธอกล่าวขอบคุณ ในขณะที่คำพูดบางคำของเขาประทับตราตรึงใจเธอไว้

‘คำว่า“ขอให้เราได้มีกันและกันนานกว่านี้” ทำไมมันจึงตรงกับความรู้สึกในใจนัก ...ไม่รู้’



..........ณ บ้านทาคาดะ เมืองคิลลีน มลรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

ลักษณะการก่อสร้างสไตล์ยุโรปโมเดิร์นเป็นตึกหลังใหญ่สามชั้นมีดาดฟ้า ผนังอิฐทาสีชมพูอ่อน หลังคากระเบื้องแดง ส่วนเรือนพักอาศัยของคนรับใช้แยกต่างหากจากตัวตึก หน้าบ้านมีบริเวณสวนกว้างใหญ่ ดารดาษไปด้วยดอกไม้พุ่มสีสันสดใส ทั้งพวกกุหลาบ เยอร์บีร่า ตลอดจนทิวลิบถูกปลูกและจัดแต่งสวนอย่างสวยงาม อีกทั้งไม้ยืนต้นพวกเมเปิ้ลและสนปลูกสลับให้ร่มเงาแก่บ้านและแน่นอนที่ขาดไม่ได้คือปลูกผลไม้พวกแอปเปิ้ล ส้ม กล้วย มะพร้าวอ่อนและผักสวนครัว รวมทั้งมีโรงเพาะเห็ดไว้สำหรับทำอาหารกินด้วย

“นี่คือคุณยุตินะคะเป็นคู่หมั้นของหนึ่งค่ะ” เพชรน้ำหนึ่งแนะนำให้คนรับใช้ของบ้านรู้จักกับเจ้านายอีกคน

“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ” ยุติกล่าวตามมารยาทของญี่ปุ่น

พวกเขาเป็นคนญี่ปุ่นและเคยเป็นคนรับใช้เก่าของคุณอายูมิมารดาบุญธรรมของเพชรน้ำหนึ่ง ทุกคนโค้งคำนับเป็นการยอมรับ

“พี่ยุติ... นี่คือครอบครัวคนดูแลคฤหาสน์ คุณวากายามะ ภรรยาและลูกชาย พวกเขาช่วยดูแลสวนสวยของเรา”

“สวัสดีครับคุณยุติ” พวกเขาโค้งคำนับให้อีกครั้งตามธรรมเนียมญี่ปุ่นเช่นกัน

“นี่ครอบครัวคนขับรถ คุณอาโอยาม่ากับภรรยา อีกหน้าที่หนึ่งคือช่วยเป็นยามเฝ้าหน้าประตูใหญ่”

“สวัสดีครับคุณยุติ” ทั้งสองสามีภรรยาโค้งคำนับให้เช่นกัน

“นี่ครอบครัวแม่บ้าน คุณอาโออิกับสามีและลูกสาว ช่วยทำงานภายในคฤหาสน์อย่างซักผ้า ทำอาหาร ทำความสะอาด ซ่อมท่อประปา เปลี่ยนหลอดไฟ อะไรในบ้านชำรุดบอกให้ซ่อมได้”

การได้รับการยอมรับนับถือ มีผู้คนคอยดูแลรับใช้เป็นสิ่งที่ทำให้ยุติพึงพอใจมาก เขารู้สึกชอบที่นี่ทันทีเนื่องจากได้รับสิ่งที่แตกต่างจากที่เขาเคยอยู่บ้านตัวเอง แม้มีคนรับใช้แต่พวกเขาเป็นคนของมารดาและเห็นตัวเขามาตั้งแต่เด็กจนเติบโต แทนที่คนรับใช้จะให้ความเกรงใจเขา กลับกลายเป็นว่าเขาต้องเกรงใจคนรับใช้ผู้อาวุโสกว่าทั้งหลาย จึงไม่กล้าใช้งานใครเลย

หลังจากนั้นทั้งเขาและเธอได้ช่วยกันจัดเก็บข้าวของในห้องส่วนตัว เสร็จแล้วจึงลงมานั่งเล่นตรงม้านั่งพักผ่อนหย่อนใจในสวนใต้ต้นเมเปิ้ล

เพชรน้ำหนึ่งนึกถึงคุณยูตะผู้เป็นพ่อบุญธรรมเคยมานั่งเล่นด้วยกัน ณ ที่ตรงนี้ ลูบศีรษะเธอแสดงความรักเอ็นดูอย่างอบอุ่น

“พ่อซื้อบ้านหลังนี้เก็บไว้ให้เพชรน้ำหนึ่งคนเดียว ไม่ไกลจากนี้มีวัดไทยพุทธ หนึ่งเป็นคนใจบุญสุนทานชอบทำบุญเสมอจะได้ไปมาสะดวก” คุณยูตะกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยน

เธอยังจดจำประทับใจมาจนถึงตอนนี้ อดจะอมยิ้มอย่างอิ่มใจไม่ได้

“ยิ้มอะไรเหรอ” ยุติพลอยยิ้มตาม ยามนี้อารมณ์ดีเช่นเดียวกัน

“ที่นี่คุณพ่อซื้อไว้ให้หนึ่งเพราะอยู่ใกล้วัดไทยพุทธ หนึ่งจะได้ไปทำบุญบ่อยเท่าที่ต้องการ เอาไว้เราไปไหว้พระที่วัดด้วยกันนะพี่ยุติ”

“อื้ม... ดีสิพี่ชอบไปไหว้พระจะได้ทำบุญด้วย”

ส่วนเรื่องเรียนต่อนั้นก่อนจะถึงช่วงมหาวิทยาลัยเปิดภาคการศึกษาใหม่ ยุติพาเพชรน้ำหนึ่งไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเช่นเดียวกันกับเขา เพื่อให้คล่องทั้งพูดอ่านเขียน เตรียมพร้อมสำหรับการเรียนต่อปริญญาโท



..........เพชรน้ำหนึ่งชวนยุติมานั่งเล่นในสวน เธอนำเสื่อไปปูบนสนามหญ้า พร้อมทั้งเอาขนมขบเคี้ยวกับนมและกาแฟไปนั่งจิบด้วยเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ ได้ชื่นชมสวนสวยด้วยกัน ยุติหอบเอาอุปกรณ์วาดรูปสีน้ำมาด้วย แม้จะร้างราห่างจากการสร้างสรรค์งานศิลป์ด้านนี้มานานโข แต่ยังมีอุปกรณ์อยู่ครบ

“เห็นดอกไม้สวยในสวนกำลังผลิบานสีสันสดใสเลยนึกอยากวาดรูปขึ้นมา มัวแต่เล่นดนตรี ไม่ได้วาดรูปสีน้ำมาตั้งนาน ลองวาดเก็บไว้ดูเล่นดีกว่า” เขาบอกและเห็นเธอท่าทางสบายใจจึงเอ่ยถาม “ดูหนึ่งอารมณ์ดีจังเลย ยิ้มอะไรเหรอ”

“หนึ่งชอบสวนของบ้าน สวนหย่อมมีดอกทิวลิบหลากสี คนสวนของเราจัดสวนได้สวยดีดูแลสม่ำเสมอ ที่นี่เลี้ยงห่านคู่ไว้สองคู่ล่ะ ขุดสระไว้ให้มันได้เล่นน้ำกัน พี่ยุติชอบไหม”

“ห่านเหรอ? อยู่ไหนล่ะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ยังไม่เห็นมีห่านเลย”

“เขาเพิ่งปล่อยให้มันออกมาเล่นน้ำเมื่อกี้นี้ล่ะ โน่นไง” เพชรน้ำหนึ่งชี้ให้ยุติดูสระน้ำ

“มีแค่สี่ตัวเหรอ สีขาวทั้งนั้นเลย”

“อืม... ใช่... พวกมันจับคู่เป็นแฟนกันแล้วสองคู่พอดี น่ารักนะ เดี๋ยวอีกหน่อยพวกมันคงจะมีลูกกัน นั่นมันไซ้ขนให้กันด้วย แหม... ช่างดูแลเอาใจใส่กันดูมันรักกันดีจังนะ” เพชรน้ำหนึ่งรู้สึกว่าเขาเงียบไป จึงหันกลับมามอง เห็นเขากำลังร่างภาพลงในสมุดวาดเขียนเล่มใหญ่ เธอจึงเฝ้ารอดูผลงาน หลังจากเขาลงสีอยู่พักใหญ่...

“โอ้โฮ... แทบไม่น่าเชื่อ ฝีมือพี่ยุติหรือนี่วาดรูปได้สวยมาก ชอบจัง ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่ยุติวาดรูปได้สวยขนาดนี้” เธอมองรูปวาดฝีมือของยุติอย่างทึ่ง... พลางกล่าวชื่นชมฝีมือการวาดรูปของเขาเพราะไม่เคยเห็นเขาวาดรูป นี่จึงเหมือนเรื่องน่าอัศจรรย์เป็นการค้นพบสิ่งแปลกใหม่ในตัวผู้ชายที่เคียงข้างตัวเธอคนนี้ “รูปห่านคู่ในสระน้ำในมุมมองผ่านจากสวนดอกไม้ หนึ่งขอรูปวาดนี้ได้ไหม”

“จะเอาไปทำอะไรล่ะ”

“จะเอาไปใส่กรอบ ติดไว้ที่ผนังห้องรับแขก เวลาแขกไปใครมาได้มองดู ชื่นตาชื่นใจดี”

“หนึ่งชอบรูปที่พี่วาดนี่เหรอ”

“หนึ่งชอบรูปนี้ อีกอย่างมันมีความหมายดี ห่านคู่เป็นสัญลักษณ์ของคู่รักที่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”

“คู่รักที่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข อืม... ฟังดูดีจังเลยนะ ตกลงรูปวาดนี้พี่ให้หนึ่งไปติดผนังห้องรับแขก ห้ามเอาไปทิ้งหรือเอาไปติดไว้ที่อื่น พี่จะได้ดูมันด้วย”

“แน่นอนอยู่แล้วพี่ยุติ ขอบคุณมากค่ะที่ให้รูปวาดนี้” เพชรน้ำหนึ่งกล่าว ยิ้มให้อย่างเป็นปลื้ม

“อยากอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไปเลยนะ” ยุติพูด ขณะมองตาเธอที่เวลานี้ทอประกายอบอุ่นอ่อนโยน มีรอยยิ้มปริ่มเปรมใจให้ได้เห็นแล้วพลอยชักพาใจของเขาแช่มชื่นตามไปด้วย

“พี่ยุติมีความสุขหรือที่ได้อยู่บ้านหลังนี้”

“ใช่... พี่มีความสุขถ้ามีหนึ่งอยู่เคียงข้างพี่แบบนี้” เขาตอบออกมาจากใจ ส่งผ่านออกมาทางสายตาคมซึ้ง

แต่เพียงชั่วเวลาไม่นานแววตาเธอค่อยเปลี่ยนไปเหมือนความสบายใจผ่านมาเพียงครู่เดียวแล้วจางหายไป ส่วนความสุขตอนนี้จะเป็นอย่างไรไม่ค่อยเข้าใจนัก เพชรน้ำหนึ่งเหม่อมองห่านคู่รักนั้นสำหรับเธอแล้วรู้สึกเหมือนบางสิ่งขาดหายไปเสมอ




ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 5 ก.ย. 2560, 12:03:52 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 5 ก.ย. 2560, 12:03:52 น.

จำนวนการเข้าชม : 460





<< ตอน 27[2]   ตอน 28[2] >>


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account