เพลงซ่อนรัก Romance melody
เจอโรม นักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ผู้ครองตำแหน่งแชมป์หลายสมัย

อุบัติเหตุเมื่อสามเดือนก่อนทำให้เขาโคม่า อยู่โรงพยาบาล

เมื่อฟื้นขึ้นมา เจอโรมจำอะไรไม่ได้เลย

สิ่งที่คนรอบข้างบอกก็คือ เขาเลว เจ้าชู้ และสมควรตาย แม้แต่พ่อแท้ๆ ก็ยังไม่รัก

ความทรงจำของเจอโรมเปรียบเสมือนกระดาษขาว เขาจำอะไรไมได้เลย

จำไม่ได้แม้กระทั่งตัวเอง เคยชอบอะไร เคยทำอะไร

ผู้หญิงคนเดียวที่รู้สีกคุ้นเคย คือ ชาลิสา

แต่เธอเกลียดเขา จนแช่งให้เขาตาย

เพราะเขาเคยลวนลามหญิงสาวบนเครื่องบินและฟาดหน้าเธอด้วยเงินปิดปากเพื่อให้ทุกอย่างเงียบ

เจอโรมตามติดหญิงสาว เพื่อหวังว่า ไวโอลินอันไพเราะของเธอจะทำให้เขาฟื้นจากความจำเสื่อม

แต่ยิ่งใกล้กัน ความจริงก็ยิ่งเปิดเผย..

ว่า เบื้องหลังอุบัติเหตุนั้นมีบางอย่างซุกซ่อนอยู่..


Tags: เพลงโอเปร่า แบดบอย นักดนตรีสุดเซอร์และฆาตกรรม

ตอน: บทที่ ๘ เดทแรก

บทที่ ๘ เดทแรก อ่านกันต่อเลยนะคะ ใครมี เพลงซ่อนรักเป็นรูปเล่มแล้วบ้าง ตอบให้ชื่นจายโหน่ย...





We don’t lose friends, we just learn who our real ones are

Picturequote.com“ชาร์ลอต เธอเล่นผิดอีกแล้วนะ”



เสียงเข้มจากโปรเฟสเซอร์แองเจลล่าที่ปรึกษาใจดีของเหล่านักศึกษา ชาลิสาสะดุ้งเมื่อมองโน้ตตรงหน้าก็รู้ว่า ตนทำเช่นนั้นจริงๆ ใบหน้านวลซีดเผือดรีบละล่ำลัก





“หนูขอโทษค่ะ”

“พอเถอะ ออกไปพักสักสิบนาทีแล้วค่อยกลับมา”

“แต่ว่า โปรเฟสเซอร์คะ หนูยังไม่เหนื่อย หนูอยากเล่นต่อ”

“ฉันบอกให้เธอออกไปพักยังไงล่ะ ไปนั่งคนเดียวรอให้มีสมาธิกว่านี้ก่อนแล้วค่อยเข้ามา ไม่อย่างนั้นเธอจะทำให้เพื่อนทั้งคลาส พลอยเดือดร้อนไปด้วย”





ชาลิสาไม่มีทางเลือกเมื่อโดนดุ นอกจากเดินคอตกออกไปนอกห้องซ้อม อากาศด้านนอกหนาวลมที่พัดมาทำให้ยิ่งรู้สึกหดหู่ หญิงสาวรู้ดีว่า ตนไม่ค่อยมีสมาธิ สังเกตจากวันนี้ที่หล่อนเล่นคร่อมจังหวะในครั้งหลายครั้ง และบางทีก็เล่นกระโดดข้ามไปอีกท่อนหนึ่ง เพื่อนร่วมชั้นซึ่งกำลังเล่นดนตรีต้องสะดุด ขนาดโปรเฟสเซอร์แองเจลล่าที่ขึ้นชื่อว่า ใจดีก็ยังไม่พอใจ หญิงสาวกอดตัวเองแน่น มองสภาพของมหาวิทยาลัย ยิ่งใกล้เวลาคัดตัวเข้ามาเท่าไหร่ก็ยิ่งเครียดเท่านั้น





ทุกปีในมหาวิทยาลัยจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตการกุศล นักดนตรีส่วนหนึ่งเป็นมืออาชีพและมีชื่อเสียง อาจารย์จะคัดนักศึกษาทั้งหมดสิบห้าไปเข้าร่วม การได้เล่นคอนเสิร์ตใหญ่กับศิลปินมืออาชีพนั้นถือเป็นการเพิ่มประสบการณ์ อีกทั้งยังหมายถึง การทำคะแนนที่ดีสำหรับเลื่อนชั้น ชาลิสาเองก็หวังว่า จะได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทน เมื่อต้นเดือนก่อนโปรเฟสเซอร์แองเจลล่าที่รับผิดชอบคุมนักศึกษา ได้บอกรายชื่อเพลงที่จะใช้ในการคัดเลือก ดังนั้นนักศึกษาทุกคนต่างขะมักเขม้นฝึกซ้อมดนตรีที่ตนถนัด การคัดเลือกกระชั้นเข้ามาทุกคนก็ยิ่งเครียด ชาลิสาฝึกซ้อมหนักแทบทุกวัน หล่อนตั้งความหวังเอาไว้มากที่จะได้รับการคัดเลือก โปรเฟสเซอร์แองเจลล่าบอกว่า หล่อนเป็นตัวเต็ง เพราะฝีมือการเล่นไวโอลิน



“ทำไมถึงไม่ตั้งใจเล่น”





เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น ชาลิสาหันไปและพบว่า อาจารย์ที่ปรึกษากำลังหน้าบึ้ง

“หนูขอโทษค่ะ”





“ฉันไม่ต้องการคำขอโทษ หนูเคยบอกไม่ใช่หรือว่า การได้มาเรียนที่นี่คือ ความฝัน แล้วทำไมถึงทำลายมันเสีย การคัดเลือกครั้งนี้สำคัญขนาดไหนหนูก็รู้”





ชาลิสารู้สึกดีว่า นี่คือ โอกาสครั้งสำคัญ หล่อนเคยมีรุ่นพี่ที่ได้รับการคัดเลือก หลังจากได้ร่วมแสดงคอนเสิร์ตกับมืออาชีพก็มีโอกาสพัฒนาฝีมืออีกทั้งยังถูกทาบทามไปเล่นในวงทันทีที่เรียนจบ

“หนูสัญญาว่า จะตั้งใจกว่านี้”



“แค่พูดไม่พอนะจ้ะ แต่ต้องทำจริงๆ ด้วย ฉันไม่รู้ว่า เธอกับพ่อหนุ่มนั่นทะเลาะอะไรกัน ฉันเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อน การมีความรักควรจะทำให้เรามีแรงมุมานะ แต่ถ้ามันส่งผลในทางตรงกันข้าม หนูควรรู้ใช่ไหมว่า ควรจะเลือกอะไรมาก่อน”

“หนูทราบค่ะ หนูจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง”

“เอาเถอะ นั่งพักสักครู่แล้วกลับเข้าไปซ้อมเถอะ แล้วเย็นนี้ซ้อมให้หนักกว่าคนอื่นด้วยล่ะจำเอาไว้ ถึงวันจริงหนูต้องทำให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ฉันตั้งความหวังเอาไว้”







“พักนี้เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ถึงได้ดูเหม่อๆ”

อเดลเพื่อนร่วมชั้นอีกคนซึ่งเล่นไวโอลินเช่นเดียวกับชาลิสาถามขึ้นเมื่อวางถาดอาหารลงบนโต๊ะในแคนทีน แม้หลายคนจะโมโหชาลิสาที่เล่นผิดๆ ถูกๆ แต่เห็นแก่โปรเฟสเซอร์แองเจลล่าจึงไม่กล้าว่า อะไร ข้างๆ เมื่อวานนี้สาวหน้าหวานจากเมืองไทยเพิ่งโดนโปรเฟสเซอร์ดุในคาบเรียและถูกสั่งให้พักแต่วันนี้ก็ยังคงเล่นผิดพลาดเหมือนเช่นเคย



“ฉันกำลังคิดอะไรอยู่นิดหน่อย”



“ใช่เรื่องแฟนหรือเปล่า”





ชาลิสาขมวดคิ้ว พักนี้สายตาของเพื่อนร่วมชั้นที่มองมาดูแปลกๆ

“ฉันยังไม่มีแฟน”



“อย่าปิดกันเลย โรสแมรี่เที่ยวป่าวประกาศไปทั่วแล้วว่า เธอเป็นแฟนของนักแข่งรถรูปหล่อนั่น”

“อะไรนะ”





ชาลิสาอุทานไม่นึกว่า แม่สาวผมแดงจะแอบนินทาลับหลัง จากครั้งที่แล้วที่เจอโรมมาถามหาหล่อนที่คณะฯ แม่สาวผมแดงก็เจ้ากี้เจ้าการบอกทางให้ไปพบที่พิพิธภัณฑ์ซิซี่



“เจอโรมไม่ใช่แฟนฉัน” หญิงสาวโต้กลับเสียงห้วน นึกโมโหโรสแมรี่ ที่ปากไม่เคยมีหูรูด วันๆ มีแต่เอาเรื่องคนอื่นไปโพทนา





“แค่นี้ต้องโมโหด้วย มีแฟนเป็นนักแข่งรถไม่ดีตรงไหน ทั้งหล่อทั้งรวย เธอน่าจะหาทางโพสต์รูปคู่กับพ่อหนุ่มนั่นบ้างนะ อย่าปล่อยให้โรสแมรี่โชว์อยู่คนเดียว”

อเดลนำรูปในอินสตราแกรมของสาวผมแดงให้ดู เป็นรูปเซลฟี่คู่กับเจอโรม แค่เห็นเขายิ้มให้กล้อง สาวไทยก็อดควันออกหูไม่ได้





“ใครอยากโชว์ก็โชว์ไปเถอะ ฉันไม่สนใจหรอก”



“ทำไมเธอไม่ชวนแฟนเธอมาที่คณะบ้างละ จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนทุกคน”

“พอเถอะอเดล ฉันขอย้ำอีกครั้งว่า เจอโรมไม่ใช่แฟนฉัน และก็ไม่มีวันเป็นด้วย เราแค่รู้จักกัน คอยดูนะ ฉันจะเล่นงานโรสแมรี่โทษฐานที่ปากโป้ง เอาเรื่องไม่จริงมาพูด”





“ไม่เห็นต้องซีเรียสเลยนี่ชาร์ลอต ไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิ” อเดลพยายามปลอบให้หญิงสาวใจเย็นลงแต่ชาลิสายังคงโต้กลับ





“เธอไม่ลองมาเป็นฉัน ไม่เข้าใจหรอก”



“ทำไมหรือว่า เธอเกรงใจแฟนอกภูเขาไฟของเขา เรื่องแค่นี้ธรรมดาจะตาย ผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งรวย ใครก็อยากจะเป็นแฟนด้วยทั้งนั้น มันอยู่ที่ว่า สุดท้ายแล้วเขาจะเลือกใครเป็นตัวจริงเท่านั้น”

หนังสือพิมพ์เพิ่งลงข่าวว่า มีคนเห็นแพทริเซียไปที่บ้านของเจอโรม หลายกระแสก็ว่า เขาเตรียมจะประกาศข่าวดีเรื่องการแต่งงานพร้อมกับการกลับมาลงแข่ง



“ฉันบอกให้พอแล้วยังไงล่ะอเดล”



“ตามใจ ฉันไม่พูดก็ได้ ที่ฉันเตือนก็เพราะเป็นห่วง นี่ก็ใกล้วันแสดงคอนเสิร์ตแล้ว ถ้าขืนเธอยังไม่มีสมาธิแบบนี้ ระวังจะถูกคัดชื่อออกไม่รู้ด้วย”





ชาลิสาเก็บไวโอลินคู่ใจลงกล่องและเดินออกจากมหาวิทยาลัย หล่อนไม่มีกะจิตกะใจจะซ้อมดนตรีต่อนั่นเพราะบทสนทนาเมื่อครู่ หญิงสาวยอมรับว่า พักนี้ไม่มีสมาธิ นั่นก็เพราะเจอโรม หลังจากไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลเมื่อวันก่อน หล่อนก็ไม่กล้าแวะไปหาเขาที่บ้านอีกเลย หญิงสาวตั้งใจจะให้โอกาสชายหนุ่มในฐานะเพื่อนแต่แล้วส่วนลึกก็เริ่มลังเล



ร่างบางเดินใจลอยมาจนถึงริมถนนหน้ามหาวิทยาลัย อากาศที่เริ่มหนาวทำให้ต้องห่อไหล่มือกระชับเสื้อโค้ทที่สวมอยู่ด้านนอกเพื่อให้ความอบอุ่น แต่แล้วจู่ๆ ก็มีใครบางคนยื่นแก้วกาแฟมาตรงหน้า

“ดื่มเสียหน่อยสิ จะช่วยให้หายหนาว”



ชาลิสาเงยหน้ามองมือปริศนาพอเห็นว่า เป็นใครก็อดที่จะหน้าบึ้งไม่ได้

“คุณมาทำไมอีก”

“ผมมาทวงสัญญาจากคุณ จำได้ไหมที่เคยบอกว่า จะยอมรับผมเป็นเพื่อน”

หญิงสาวรู้ดีว่า คือ สัญญาที่หล่อนเคยพูดไว้ข้างเตียง ตอนที่เจอโรมหมดสติ ด้วยความกลัวว่า เขาจะตายจึงเผลอลั่นวาจาออกไปแต่ไม่นึกเลยว่า เขาจะจำได้ ชาลิสาเบือนหน้าหนีรีบจ้ำไปอีกทางแต่ชายหนุ่มก็ตามมาขวางไว้ หล่อนถอนหายใจ





“ฉันก็พูดไปอย่างนั้นล่ะ อย่าจริงจังนักเลยน่า ”



“เฮ้ย ได้ไงละคุณ...แบบนี้มันไม่ยุติธรรมนะ”



“คุณจะมาสนใจอะไรกับฉันนัก ข้างกายคุณก็มีผู้หญิงตั้งเยอะแยะ ไหนจะแฟนหุ่นสะบึมของคุณและสาวๆ ในสต็อกอีกนับไม่ถ้วน”

“แต่ไม่มีใครเหมือนคุณ” เจอโรมพ้อ

ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ จากผู้ชายปากร้ายเห็นแก่ตัว กลายเป็นคนที่ช่างออดอ้อน ท่าทางของเขากำลังทำให้หล่อนใจอ่อน



“อย่าทำให้ฉันลำบากใจอีกเลย ถ้าเกิดแฟนคุณรู้เข้า เธอต้องแล่นมาฉีกอกฉันแน่”

“ผมกับแพทริเซียไม่ได้เป็นอะไรกัน”





“เห็นแก่ตัวเหลือเกินนะ ก็หนังสือพิมพ์ลงข่าวอยู่โครมๆ ว่า คุณกับเธอหมั้นกันเป็นการภายใน”

“นั่นเธอพูดไปเองต่างหาก ผมเพิ่งรู้ว่า เราสองคนไม่ใช่คู่หมั้นกัน”



“จะใช่หรือไม่ ฉันไม่รู้หรอก แต่ตอนนี้คนทั่วออสเตรียก็รับรู้กันหมดแล้ว ฉันยังไม่พร้อมจะเป็นข่าวหน้าหนึ่งว่าแย่งแฟนชาวบ้าน”



สีหน้าของชาลิสาหม่นเศร้า หล่อนแค่อยากตอบแทนที่ชายหนุ่มช่วยชีวิตเท่านั้นแต่ส่วนลึกก็เตือนตัวเองว่า เขาคือ ตัวอันตรายและควรหลีกให้ห่าง



“แล้วถ้าผมขอแค่วันเดียวละ คุณกับผมไปเที่ยวด้วยกันสองคน”

“ยังมีที่ๆ คุณยังไม่เคยไปอีกหรือ”

เท่าที่หญิงสาวทราบฐานะของเจอโรมร่ำรวยมาก เขาเดินทางไปแข่งรถในหลายๆ ประเทศ อีกทั้งที่ผ่านมาเขายังมีถ่ายโฆษณาสินค้าที่ตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์อีกหลายชนิดด้วยกัน

“ก็ผมบอกแล้วไงว่า ผมความจำเสื่อม ผมจำอะไรไม่ได้เลย แต่ทุกครั้งที่ผมได้เจอคุณ เหมือนมีความทรงจำบางอย่างแวบเข้ามา”



“คุณก็แค่ใช้เรื่องพวกนี้เป็นข้ออ้างเท่านั้นละน่า”



“ได้โปรดเถอะนะชาร์ลอต ผมขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วต่อไป ผมจะไม่มารบกวนคุณอีก พลีส”

เจอมุกขี้เข้าไปชาลิสาถึงกับใจอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้ง หล่อนมองคนตรงหน้าที่แสดงแววตาเว้าวอน แล้วก็ปฏิเสธไม่ออก

“คุณอยากไปที่ไหนหรือ บอกมาก่อน บางทีฉันอาจจะลองคิดดู”

“ผมอยากไปพระราชวังเชินบรุนน์”



“ทำไมต้องเป็นที่นั่นด้วย”







ชาลิสาขมวดคิ้ว พระราชวังแห่งนี้ถือเป็นพระราชวังฤดูร้อนของประเทศออสเตรียที่ใหญ่มาก ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปเยี่ยมชม ที่สำคัญมันอยู่ไม่ห่างจากมหาวิทยาลัยของหล่อนเท่าใดนัก หญิงสาวเองก็ชอบที่นี่ เพราะนอกจากสวยงามแล้ว ในหน้าร้อนยังมีการแสดงดนตรีในสวนอีกด้วย หญิงสาวเคยฝันว่า จะได้มีโอกาสเล่นดนตรีที่นี่สักครั้ง

“เพราะผมรู้สึกคุ้นกับพระราชวังแห่งนี้ ทุกครั้งที่ผมเห็นรูป ผมมักจะเห็นภาพคุณขึ้นมาคู่กันด้วยทุกครั้ง”

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว คุณน่าจะไปหาหมอบ้างนะ”

“แล้วคุณตกลงไหมล่ะ แค่เที่ยวพระราชวังเอง กินเวลาไม่นานหรอก ไหนๆ บ่ายนี้คุณก็ว่างไม่ใช่หรือ”



หญิงสาวนิ่งไปอย่างใช้ความคิด เมื่อหล่อนเงยหน้าสบตาชายหนุ่ม

“คุณสัญญาแล้วนะว่า ถ้าฉันยอมไปเที่ยวกับคุณ ต่อไปจะมารบกวนฉันอีก”

“ก็ได้...ผมสัญญา ผมขอแค่วันนี้วันเดียว ที่มีเราแค่สองคน”



ทั้งคู่เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินไปยังสถานี Schonbrunn เมื่อเดินออกมาก็พบพระราชวังที่สวยงามอลังการอยู่เบื้องหน้า พระราชวังแห่งนี้ถือเป็นพระราชวังฤดูร้อนในอดีตเคยเป็นที่พักของราชวงศ์ฮับส์บรูกมานานมาก พระราชวังมีสีเหลืองเฉพาะที่เรียกว่า เหลืองเทเรซาอันเป็นสีที่จักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา[1]ทรงโปรดปราน พระราชวังเป็นตึกสามชั้น



ทั้งที่ตั้งใจจะมาเที่ยวให้พอเป็นพิธีแต่พอเห็นความสวยงามของพระราชวัง ก็อดรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่ได้ แทบไม่น่าเชื่อว่า พระราชวังแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานมาก เริ่มต้นจากจักรพรรดิ์แม็กซิมิเลี่ยนที่ 2[2] แห่งโรมันที่ทรงซื้อที่ดินผืนนี้ซึ่งแต่เดิมเป็นที่ราบซึ่งน้ำท่วมถึง สมัยจักรพรรดิโยเซฟที่ 1[3] ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มเพราะต้องการให้พระราชวังแห่งนี้หรูหราพอๆ กับพระราชวังแวร์ซายของฝรั่งเศส แต่น่าเสียดายที่ตอนทำสงครามกับอาณาจักรออตโตมันได้รับความเสียหาย จนถึงสมัยของจักรพรรดิ์เลโอโพลด์ที่ 1[4] ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ โดยโยฮันน์ แบร์น อาร์ด ฟิชเชอร์ ฟอน แอร์ลัค ยอดสถาปนิกคนเก่งประจำราชวงศ์ จนมาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยของจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา ในปี 1749 ภายในตกแต่งสไตล์รอคโคโค[5]





ในสมัยของพระนางมาเรีย เทเราซ่า ได้มีการปรับปรุง ทั้งภายในภายนอก เครื่องตกแต่งพระราชวัง โดยสถาปนิกชื่อดัง นิโคลาส คาส ส่วนสวนดอกไม้ที่เลื่องชื่อ นั้นผู้ออกแบบคือ เฟอร์ดินัลด์แห่งโฮเฮนแบร์ก ในอดีตพระนางมารี อองตัวเนต พระราชินีแห่งฝรั่งเศส ในช่วงวัยเยาว์ก็เคยประทับในพระราชวังแห่งนี้อีกด้วย หลังสงครามโลกครั้งที่สองด้วยการบุกยึดของพันธมิตรและใช้เป็นกองบัญชาการทำให้พระราชวังเสียหายอย่างหนัก รัฐบาลออสเตรียจึงต้องซ่อมแซมใหม่ให้งดงามดังเดิม





พระราชวังเชินบรุนน์เป็นที่รู้จักเนื่องจาก สวยงามอลังการและเป็นที่รวมของศิลปะชั้นเยี่ยม ด้านหน้าพระราชวังไกลสุดลูกหูลูกตา ด้านหลังเป็นสวนดอกไม้นานชนิด สีสันสดใสตัดกับสีเหลือของพระราชวัง





เจอโรมพาหญิงสาวเข้าไปในส่วนของการซื้อบัตรเพื่อเข้าชมซึ่งอยู่ทางซ้ายของประตู นอกจากจำหน่ายบัตรแล้วยังมีของที่ระลึกขายอยู่อีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการหูฟังเพื่อทราบรายละเอียดของห้องจัดแสดงต่างๆ เนื่องจากพระราชวังแห่งนี้ใหญ่โตมากมีห้องทั้งสิ้น 1441 ห้อง แต่ที่เปิดให้ชมแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ชายหนุ่มเป็นผู้จ่ายค่าตั๋วเข้าชมทั้งหมดไม่ว่า ชาลิสาจะพยายามปฏิเสธยังไงแต่เขาก็ไม่ยอม



“ทำไมต้องคิดมากด้วย เรื่องแค่นี้เอง คุณอุตส่าห์มาเที่ยวเป็นเพื่อน ผมออกค่าตั๋วให้ก็ถูกต้องแล้ว”





“นี่คุณคิดว่า ฉันไม่มีเงินจ่ายใช่ไหม”



“เปล่าสักหน่อย เอาน่าอย่ามัวแต่เถียงกันเลย ผมอยากจะเข้าไปชมข้างในจะแย่อยู่แล้ว”

เนื่องจากพระราชวังแห่งนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป สิ่งที่ทั้งคู่ทำก็ได้เพียงแต่เดินดู และเนื่องจากเวลาจำกัดจึงทำได้แค่เพียงเดินดูส่วนไฮไลท์ตามคำแนะนำในหูฟังนำเที่ยวเท่านั้น พระราชวังแห่งนี้มีชื่อว่า เชินบรุนน์ อันหมายถึง น้ำพุงาม ด้วยแต่เดิมมีการผุดขึ้นของน้ำบาดาลที่อยู่รอบสวนแห่งนี้

เจอโรมพาชาลิสาเดินเข้าไปในส่วนห้องจัดแสดงซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ห้องที่ทั้งคู่เข้าไปได้แก่ห้องทรงงานของจักรพรรดิ ห้องวาดรูป ทุกห้องตกแต่งอย่างสวยงาม เฟอร์นิเจอร์แทบทุกชิ้นได้ถูกอนุรักษ์เอาไว้เพื่อให้ใกล้เคียงกับการใช้งานในอดีตมากที่สุด อย่างเช่นห้องวาดรูปของดยุคฟราซิสที่ 3[6]



“ภาพวาดบนเพดานสวยมาก ลวดลายบนเก้าอี้ก็เหมือนกัน ไม่น่าเชื่อว่า สมบัติเหล่านี้อายุหลายร้อยปีแล้ว”





เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่จัดแสดงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี สีแม้จะดูเก่าไปบ้าง แต่ก็มองออกว่า เป็นของดีมีราคา นักท่องเที่ยวที่เข้าชมต่างสวมหูฟัง แต่ชาลิสาเลือกที่จะใส่หูฟังแค่ข้างเดียว นั่นก็เพราะชายหนุ่มข้างตัวของหล่อนคอยบรรยายเป็นระยะๆ



“ของบางส่วนเป็นของเก่า แต่บางส่วนก็ทำให้คล้ายกับของเดิม คุณชอบภาพวาดหรือเปล่า”

“ชอบค่ะ”





“งั้นต้องมาดูห้องนี้”



เจอโรมพาหญิงสาวไปถึงห้องที่เรียกว่า Great Gallery ซึ่งถือเป็นไฮไลท์อันดับหนึ่งของพระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้เลยทีเดียว เพียงแค่ก้าวเข้าไปด้านหน้า ชาลิสาก็ถึงกับตกตะลึง ห้องขนาดกว้างสิบคูณสี่สิบเมตร ลักษณะคล้ายท้องพระโรงขนาดใหญ่ ภายในเป็นศิลปะอันงดงามของศตวรรษที่สิบแปด หลังคาโค้งเป็นโดมสูง หน้าต่างทุกบานสูงและทำจากคริสตัลราคาแพง





“ห้องนี้เรียกว่า Great Gallery คุณเห็นภาพวาดพวกนั้นเป็น ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของศิลปินชาวอิตาลี จิตรกรรมบนฝาผนังเป็นภาพสมมุติแสดงถึงการปกครองของจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซ่า”

“ทำไมคุณถึงรู้..”





“ผมเคยอ่านเจอในหนังสือ จักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากจักรพรรดิคาร์ที่ 6แต่ช่วงแรกกฎมณเฑียรบาลกำหนดไว้ว่า ต้องเป็นผู้ชายเท่านั้นที่จะขึ้นครองราชย์ได้”





“แล้วพระองค์ทรงทำยังไงหรือคะ”





“ก็ทรงมอบตำแหน่งจักรพรรดิให้กับพระเจ้าคาร์ที่ 7 ครองราชย์ไปก่อน ต่อมาพระนางทรงอภิเษกสมรสกับดยุคฟรานซิสที่ 3 สตีเฟนแห่งลอว์เรนซ์ พระองค์จึงได้เป็นจักรพรรดินี แต่อำนาจก็อยู่ในมือพระองค์เป็นส่วนใหญ่”



“ฉันเคยได้ยินว่า สมัยพระนางมาเรีย เทเรซาเป็นยุคที่เจริญรุ่งเรืองมากๆ เลยใช่ไหมคะ”

“ใช่แล้ว ทรงเป็นพระธิดาของกษัตริย์แห่งยุคออคโตมัน พระบิดาของพระองค์ทรงเล็งการไกลและให้ลูกสาวคนโต ทรงศึกษาเรื่องต่างๆ เพื่อเตรียมตัวเป็นกษัตริย์ คุณเชื่อไหมว่า ทรงเป็นประมุขของออสเตรีย ฮังการี โบฮีเมีย โครเอเชียและสลาโวเนีย นอกจากนี้ยังเป็นริเริ่มการปฏิรูปการเงินและการศึกษาอีกด้วย”



“โคมไฟตรงกลางสวยมากๆ เลยนะคะ”



โคมที่ประดับอยู่กึ่งกลางห้องนั้นเป็นแชนเดอร์เลียขนาดใหญ่มาก เป็นสีทองอลังการ เทียนได้ถูกแทนที่ด้วยหลอดไฟเพื่อให้ความสว่างมากขึ้น เนื่องจากทั้งคู่เข้าไปในเวลากลางวัน โคมไฟจึงไม่ได้เปิดไฟเอาไว้



“ใช่ มีหลอดไฟทั้งหมด 1104 หลอดให้ความสว่างมากๆ ส่วนภาพวาดแต่ละภาพก็มีความหมาย อย่างเช่น ภาพนั้นบอกถึงระบอบกษัตริย์ภายใต้การปกครองของพระนางมาเรีย เทเรซา ส่วนอีกด้านจะเป็นภาพวาดอุปมาอุปมัยของดินแดนเบิร์ก พระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ จะมีความมั่งคั่ง เพดานด้านตะวันตกแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของแผ่นดินพระมหากษัตริย์ ส่วนด้านตะวันออกมีการฟื้นฟุของที่ถูกทำลายโดยระเบิดช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง”





“นี่อย่าบอกนะคะว่า คุณอ่านเจอในหนังสืออีกแล้ว ฉันชักสงสัยแล้วว่า สรุปว่า คุณความจำเสื่อมจริงหรือเปล่ากันแน่”



“ใครว่า ผมอ่านจากเอกสารนำเที่ยวแผ่นนี้ต่างหาก”





เจอโรมชูเอกสารในมือยิ้มกว้าง มันคือ แผ่นพับที่แจกให้นักท่องเที่ยวตอนเดินเข้ามา ชาลิสาคลี่ยิ้ม

“ฉันละเชื่อคุณเลยจริงๆ”



“เอาเถอะ อย่าเพิ่งประหลาดใจ ความสามารถของผมยังมีอีกเยอะ ผมอยากให้เราให้คุณไปดูห้องที่มีศิลปะแบบจีนบ้างดีกว่า”







“ในพระราชวังนี้นะหรือคะ ทำไมถึงมีศิลปะแบบจีนอยู่ด้วย”



“มีสิ นี่ไง ห้องนี้เรียกว่า Round Chinese cabinet เป็นห้องที่จักรพรรดินีทรงโปรดใช้เป็นห้องส่วนพระองค์ ตู้ทั้งหมดนั้นเป็นศิลปะแบบจีน”



ห้องที่ทั้งคู่เห็นอยู่ตอนนี้เป็นผนังสีขาวมีลวดลายงดงามอ่อนช้อย นอกจากตู้และโต๊ะแล้วยังมีเครื่องเคลือบดินเผาจากจีนและญี่ปุ่นวางประดับไว้อีกด้วย”



“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ของพวกนี้ดูงดงามจริงๆ ฉันไม่คิดว่า มันจะเข้ากับพระราชวังในแถบยุโรปที่หรูๆ แบบนี้”





“ของหลายชิ้นทางประเทศจีนส่งมาเป็นเครื่องบรรณาการ เพราะแบบนี้เวลาคุณไปเที่ยวในประเทศต่างๆ คุณก็จะได้เจอเครื่องปั้นดินเผาชนิดต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ เราเดินไปดูห้องถัดไปกันเถอะ เหลืออีกหลายห้องทีเดียวที่เป็นไฮไลท์”





สิ่งที่ชาลิสาสังเกตก็คือ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาเยี่ยมชมพระราชวังแห่งนี้ ถ้าเทียบความนิยมแล้วไม่ได้ด้อยไปกว่าพระราชวังฮอฟบูรก์เลยแม้แต่น้อย แต่ที่นี่ลักษณะเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่แสดงโชว์มากกว่า เจอโรมเดินนำหญิงสาว ชาลิสาไม่ได้ถามว่า เขารู้ทางได้อย่างไร หล่อนเดาว่า เขาคงอ่านจากแผนที่ซึ่งแจกนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน ทั้งสองเดินไปสู่ห้องถัดไป



ห้องนี้เฟอร์นิเจอร์แทบทุกอย่างเป็นสีแดง มีขนาดเล็กกว่าห้องที่ผ่านมามากนัก แต่ลักษณะของโต๊ะอาหารทรงสี่เหลี่ยม ภายในตกแต่งด้วยภาพวาดตรงฝาผนังมีลวดลายงดงาม



“ห้องนี้เป็นห้องเสวยของจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา ชอบเสวยอาหารเช้าที่นี่”

“คุณดูพวกถ้วยชามบนนั้นสิคะ สวยมากๆ”





“สวยแต่น่าจะใช้ลำบากนะคุณ เป็นผมละก็ คงจะมือไม้สั่นไม่กล้าหยิบจับอะไร” เจอโรมพูดติดตลก

“ฉันก็เหมือนกันค่ะ ที่บ้านฉันถ้าหากเด็กทำแก้วหรือจานแตก จะต้องโดนแม่ทำโทษ”

“แม่คุณดุหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ แต่ท่านสอนให้ฉันรู้จักค่าของเงิน กว่าเราจะหาเงินมาได้ยากลำบาก ดังนั้นจะหยิบอะไรต้องระวังให้ดี”

“ผมจะพาคุณไปดูห้องพิธีการดีไหม ห้องนี้มีภาพวาดสวยๆ เยอะทีเดียว”

ชายหนุ่มพาชาลิสาเดินไปตามแผนที่สู่ห้องที่เรียกว่า Hall of Ceramonies ห้องนี้แต่เดิมใช้จัดงานเลี้ยงจึงลักษณะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่มาก ผนังทุกด้านเต็มไปด้วยภาพวาดของคน

“คุณรู้ไหมว่า ทำไมถึงมีแต่ภาพวาด”



“เพราะสมัยก่อน ยังไม่มีกล้องถ่ายรูปใช่ไหมคะ”



“ฉลาด...นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่ง กษัตริย์ในสมัยอดีตชอบให้ศิลปินวาดรูปของตัวเอง แต่มีพระองค์เดียวที่ไม่ค่อยชอบให้คนอื่นเห็นพระพักตร์จริงสักเท่าไหร่”



“ใครหรือคะ”



“ก็พระนางซิซี่ยังไงล่ะ ผมเคยได้ยินเขาเล่าว่า พระนางทรงกังวลกับพระสิริโฉมมาก จนไม่ยอมเปิดเผยพระพักตร์ให้คนอื่นได้เห็น ดังนั้นเวลาช่างมาวาดจึงวาดอ่อนเยาว์กว่าตัวจริง ยกเว้นคนใกล้ชิดเท่านั้นถึงจะมีโอกาสได้เห็น เราไปชมห้องประทับและห้องแต่งตัวของพระองค์ดีกว่า รับรองว่า คุณต้องชอบมากกว่านี้”







สองหนุ่มสาวไม่รู้ตัวเลยว่า ใช้เวลาอยู่ในพระราชวังเกือบตลอดช่วงบ่ายจนกระทั่งเมื่อสองขาเมื่อยล้า ถึงได้รู้ว่า นานมากแล้ว เจอโรมเป็นฝ่ายเสนอให้เปลี่ยนไปเดินชมไฮไลท์อีกอย่างของพระราชวังแห่งนี้นั่นก็คือ สวนดอกไม้ซึ่งอยู่ด้านหลัง เนื่องจากเนื้อที่กว้างขวางพอๆ อีกทั้งด้านหลังยังเป็นเนินสูง นักท่องเที่ยวสามารถเดินอ้อมพระราชวังไปทางฝั่งขวาได้



สวนดอกไม้แห่งนี้ถือเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง เนื่องจากเป็นสวนแบบฝรั่งเศส ยาวสุดลูกหูลูกตา ทางซ้ายมีสวนสัตว์ของเวียนนา หรือที่เรียกว่า Tiergarten[7] ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมเช่นเดียวกัน อาคารเรือนกระจก ซึ่งดูทันสมัยแม้จะสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 17แล้วก็ตาม ต่อมาถูกสร้างแทนที่ด้วย Palmhouse[8] มีพืชสำคัญของออสเตรีย เรือนกระจกหลังนี้สร้างขึ้นใน ค.ศ 1842 สวนส่วนที่เหลือเป็นสวนแบบอังกฤษ สร้างขึ้นในค.ศ. 1828-1852





จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ น้ำพุที่มีชื่อเรียกว่า Neptune fountain ถูกออกแบบให้เหมือนลักษณะพระที่นั่งหน้าเวที ทำจากหินอ่อน ตลอดทางจะมีสวนดอกกุหลาบที่งดงามให้ชม ดอกไม้หลากสีทำให้เจอโรมต้องหยุดเป็นระยะ ขณะที่ชาลิสาหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้



“ถ่ายรูปกันบ้างได้ไหม ไหนๆ ก็มาเที่ยวแล้ว”



ช่วงแรกชาลิสาอิดออดแต่พอเห็นสายตาอ้อนๆ ของคนตรงหน้าก็ใจอ่อน ทั้งคู่ขอให้นักท่องเที่ยวซึ่งกำลังเดินชมสวนช่วยถ่ายภาพให้ ชาลิสายิ้มให้กล้อง อากาศด้านนอกตัวตึกเย็นกำลังดี แต่พอเดินไปได้สักพักก็เริ่มหนาว หล่อนจึงห่อตัว เจอโรมถอดเสื้อสเวตเตอร์ตัวนอกออกคลุมให้ จุดมุ่งหมายของเขาคือ เดินขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อชมจุดเด่นอีกอย่างนั่นคือ Gloriette[9]

“เอาของผมไปเถอะ ข้างนอกลมแรง”

“ไม่ต้องค่ะ คุณเอาไว้เถอะ คุณเองก็เพิ่งจะหาย”

“คุณนี่เอะอะก็ชอบบอกว่า ไม่ๆ อยู่เรื่อยเลย อย่าลืมสิว่า ผมเป็นผู้ชายนะ”

“ผู้ชายแล้วไงคะ หนาวไม่เป็นหรือไง”



“ใครว่า แต่ผู้ชายมีหน้าที่ปกป้องผู้หญิงต่างหาก”



ชาลิสาอึ้ง หล่อนไม่เคยเห็นเจอโรมในแง่มุมนี้มาก่อน บางอย่างกระแทกใจอย่างจัง ชายหนุ่มพูดถูกเขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ความอ่อนโยนของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกผิด หล่อนควรจะเกลียดเจอโรมแต่เพราะอะไรถึงทำไม่ลง ตลอดหลายชั่วโมงเขาทำให้หล่อนรู้ว่า ไม่ใช่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนเดิมอีกต่อไป

“ทำไมมองผมแบบนั้นละ”





“ฉันแค่แปลกใจค่ะ เมื่อก่อนคุณเอ่อ...”



“ผมมันเลว ทั้งบ้ากาม ปากเสีย แถมยังไม่ให้เกียรติผู้หญิง” ชายหนุ่มพ้อ สีหน้าหม่นเศร้า

“ฉันไม่ได้ตั้งใจว่า คุณนะคะ แต่เมื่อก่อนคุณเป็นอย่างนั้นจริงๆ”



“ผมรู้ มีคนเคยบอกผมหลายคนแล้ว แต่ผมจำอะไรไม่ได้เลย ดังนั้นป่วยการที่จะทุกข์ ผมตั้งใจกับตัวเองว่า นับจากนี้จะเป็นคนใหม่ ดังนั้นอดีตจะเป็นยังไงผมไม่สนหรอก”



“ฉันดีใจด้วยนะคะ ถ้าคุณตั้งใจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันคงช่วยให้ชีวิตคุณราบรื่นขึ้นมาก”

“เราอย่าพูดเรื่องไม่สบายใจเลย เราสองคนเดินขึ้นไปดูตรงยอดเขาตรงนั้นดีกว่า อากาศดี ผมเคยเห็นคนขึ้นไปนั่งเล่นบนสนามหญ้าแล้วถ่ายรูปลงมา เราจะเห็นพระราชวังเชินบรุนน์ในแบบที่ไม่เคยเห็นเลยล่ะ”





“คุณจะเดินไหวหรือคะ”

“นี่คุณกำลังดูถูกผมอยู่งั้นหรือ งั้นเรามาแข่งกันดีกว่า ว่า ใครจะไปถึงยอดก่อนกัน แต่ถ้าผมถึงก่อน เย็นนี้คุณต้องเลี้ยงข้าวผมตกลงไหม”





ชาลิสาไม่รอให้ชายหนุ่มพูดจบ หล่อนรีบเดินจ้ำๆ ขึ้นไปบนเนินแต่เพราะระยะทางที่สูงและชันขึ้นทำให้เริ่มเหนื่อย เจอโรมเสียอีกที่เดินได้เร็วกว่าหล่อน สุดท้ายชาลิสาจึงเปลี่ยนใจวิ่งแทน

“เอาอย่างนั้นเลยหรือ”



“ก็ฉันไม่อยากจ่ายเงินค่าอาหารนี่คะ คุณตัวโตท่าทางจะกินจุ รีบตามมาเร็วๆ ก็แล้วกัน”

ชาลิสาเดินกึ่งวิ่งขึ้นไปบนเนิน เจอโรมเดินตามเสียงหัวเราะของทั้งคู่ก้องไปทั่ว ภาพของสนามหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา แม้ในยามเย็นแบบนี้แต่ก็มีนักท่องเที่ยวเดินขึ้นมาไม่ขาดสาย ทั้งสองใช้เวลาเดินขึ้นด้านบนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง แต่พอไปถึงตรงยอดซึ่งมีสิ่งก่อสร้างคล้ายระเบียงอยู่ ความเหนื่อยก็แทบจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง





Gloriette ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1775 ตามแผ่นของสถาปนิกโยฮันน์เฟอร์ดินานด์ Hetzendorf เพื่อทำหน้าที่เป็นจุดชมวิว ครั้งหนึ่งเคยถูกใช้เป็นห้องโถงรับประทานอาหารและสำหรับเทศกาล และเคยเป็นห้องเสวยของจักรพรรดิโจเซฟ มองจากด้านบนก็จะเห็นพระราชวังเชินบรุนน์จากอีกฝั่งหนึ่ง เคยถูกทำลายจากสงครามโลกครั้งที่สองและได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ เจอโรมพูดถูก มองจากด้านบนจะเห็นพระราชวังครบทั้งหมด ภาพของคนตัวเล็กๆ ที่อยู่ด้านล่างสร้างความงามไปอีกแบบ แต่เมื่อเดินขึ้นไปถึงชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงบางอย่าง





“เอ๊ะนั่น...”





ข้างๆ มีสวนสัตว์เวียนนาตั้งอยู่ แต่เนื่องจากถึงเวลาปิดแล้ว นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป แต่สิ่งที่ทุกคนสนใจกลับเป็นนักดนตรีเปิดหมวกคนหนึ่งที่กำลังเล่นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งอยู่ บนพื้นมีไวโอลินวางอยู่ ข้างๆ กันนั้นคือ หญิงสาว ทั้งสองคงเป็นสามีภรรยากัน ขณะที่ฝ่ายชายเล่นไวโอลิน ฝ่ายหญิงก็ร้องเพลง เนื้อเพลง[10]นั้นมีเนื้อหาว่า...







Danube so blue, so bright and blue,
แม่น้ำดานูบเป็นสีฟ้า สว่างและสีฟ้า
through vale and field you flow so calm,
ผ่านหุบเขาและทุ่งหญ้า แม่น้ำไหลอย่างสงบ
our Vienna greets you, you silver stream
พวกเราชาวเวียนนาขอบคุณคุณ สายน้ำสีเงินของคุณ
through all the lands you merry the heart
สู่แผ่นดินที่คุณทำให้หัวใจเบิกบาน
with your beautiful shores.
ด้วยผืนดินริมน้ำอันงดงามของคุณ
Far from the Black Forest
ห่างไกลจากป่าสีดำ
you hurry to the sea
คุณไหลไปลงทะเล
giving your blessing to everything.
พร้อมทั้งอวยพรให้ทุกสรรพสิ่ง
Eastward you flow,
คุณมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก
welcoming your brothers,
เพื่อต้อนรับพี่น้องของคุณ
A picture of peace for all time!
ภาพของความสงบสุขที่มีอยู่เป็นนิจ
Old castles looking down from high,
ปราสาทเก่ากำลังมองลงมาจากเบื้องบน
greet you smiling from their step
ต้อนรับรอยยิ้มของคุณด้วยย่างก้าวของพวกเขา
and craggy hilltops, and the mountains' vistas
ยอดเขาแหลมและเนินเขาสูง
mirror in your dancing waves.
กระจกของการเต้นระบำของเกลียวคลื่น
The mermaids from the riverbed,
นางเงือกจากก้นแม่น้ำ
whispering as you flow by,
กระซิบเมื่อคุณไหลผ่าน
are heard by everything
ได้ยินทุกอย่าง
under the blue sky above.
ภายใต้ท้องฟ้าสีครามเบื้องบน
The noise of your passing
เสียงของคุณเมื่อไหล่ผ่าน
is a song from old times
เป็นบทเพลงจากในอดีต
and with the brightest sounds
ด้วยเสียงที่กระจางที่สุด
your song leads you ever on.
เพลงของคุณนำพาทุกอย่าง
Stop your tides at Vienna,
หยุดกระแสที่เวียนนา
it loves you so much!
รักคุณมาก
Whenever you might look
เมื่อไรก็ตามที่คุณมองมา
you will find nowhere like Vienna!
จะพบว่า ไม่มีที่ไหนเหมือนเวียนนา
Here pours a full chest the charms of happy wishes,
เพราะที่นี่เต็มไปด้วยความสุข ความปรารถนา
and heartfelt German wishes are flown away on your waters.
ในหัวใจเต็มไปด้วยคำอวยพรจากคนเยอรมัน และถูกพัดพาไปโดยกระแสน้ำจากในแม่น้ำ



tangtangmeow
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 2 พ.ย. 2560, 19:21:42 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 2 พ.ย. 2560, 19:21:42 น.

จำนวนการเข้าชม : 839





<< บทที่ ๗ เพื่อนหรือศัตรู   
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account