รักรออุ้ม: ทักษิณา (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
ความคึกคะนอง ย่ามใจของเขา กับความอ่อนด้อยประสบการณ์ของเธอ ก่อเกิดหนึ่งชีวิตที่ไม่ตั้งใจขึ้นมา

‘น้องปั้น’ หรือ เด็กชายปกกานต์ หนูน้อยไร้เดียงสาเปรียบดั่งแสงสว่างสาดเข้ามาในชีวิตที่มืดมนของ ‘ปกเกศ’ เธอตั้งใจจะปกป้องลูกน้อยจากทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่...บิดาแท้ๆ ของแก ซึ่งไม่เคยดีพอในสายตาของเธอด้วยเช่นกัน

‘กานต์ชนก’ ชายหนุ่มทายาทนักธุรกิจคนดัง รูปหล่อพ่อรวยครบสูตรหนุ่มในฝัน แต่นิสัยและพฤติกรรมนั้นค่อนไปในทางฝันร้าย

เขาไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร จนมาพบกับปกเกศ ผู้หญิงสวยธรรมดาๆ ที่เขาไม่เคยคิดอะไรมากไปกว่า ‘เล่นแล้วทิ้ง’

ทว่าการเล่นกลับเลยเถิด...ก่อเกิดหนูน้อยน่ารัก ที่เหมือนเขาราวกับแกะ เพียงแค่แรกเห็นก็นึกอยากอุ้ม

...แต่ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว...

อีกบทพิสูจน์หัวใจ ความรัก และคำว่า ‘ครอบครัว’

แม้เกิดจากความไม่ตั้งใจ แต่ ‘น้องปั้น’ คือดวงใจของแม่ และที่ไม่มีใครรู้เลยก็คือ...เด็กน้อยเป็นแก้วตาของพ่อด้วยเช่นกัน


***************

นิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" ซึ่งถ่ายทอดผ่านปลายปากกา "ทักษิณา" เจ้าของบทประพันธ์นิยายรักสุดแสนน่ารักมากมาย ที่เคยถูกสร้างเป็นละคร ทั้งทางช่อง 3 และช่อง 7 มาแล้วอย่าง #บ่วงอธิฏฐาน #เรือนล้อมรัก กลับมาครั้งนี้ ‘ทักษิณา’ ขอเอาใจแฟนๆ ด้วยนิยายรักโรแมนติกดราม่าที่ #มีลูกเป็นสื่อรัก ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์จึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ ใครสายนี้รับรองว่าต้องโดนใจกับความน่ารักน่าหยิกของ ‘น้องปั้น’ ใน ‘รักรออุ้ม’ อย่างแน่นอนจ้า พ่วงด้วยความร้ายกาจ เอาแต่ใจ และความเจ้าเล่ห์ของว่าที่คุณพ่อมือใหม่อย่าง ‘กานต์ชนก’ ! พูดเลยทั้งฟิน+ดราม่า ตะเตือนไต #รับประกันความสนุก!


***************************

นักอ่านท่านใดสนใจมีทั้งแบบ eBook และแบบรูปเล่มนะคะ

***สำหรับแบบรูปเล่มวางจำหน่าย 3 ช่องทาง***

1.ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
2.ร้านนิยายออนไลน์ ได้แก่ ร้านนิยายรัก.com ร้านbooksforfun ร้านbooktogothailand และร้านขายการ์ตูนบงกช-หมึกจีน-นิยาย บาร์บี้บิวตี้
3.สั่งซื้อโดยตรงกับสนพ.โดย inbox หาแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์ หรือผ่าน Line: plaipakkabooks

**หนังสือพร้อมส่ง**

คุ้มสุดด้วยจำนวน 521 หน้า (พร้อมตอนพิเศษ 4 ตอนท้ายเล่มหวานฟินเต็มอิ่มจุใจ!)

ราคาตามปก: 365฿
ค่าจัดส่งลงทะเบียน 45฿ (รวมเป็น 410฿)
ค่าจัดส่ง EMS 70฿ (รวมเป็น 435฿)

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

***แบบ eBook วางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket***
Tags: ลูก ครอบครัว ดราม่า โรแมนติก ท้อง

ตอน: บทที่ 2 -100%

ร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น กับกางเกงยีนขาสามส่วนแบบสบายๆ ก้มหน้าก้มตาเดินผ่านประตูใหญ่หน้าผับอินดี้อินเลิฟเข้ามา ปกเกศเพิ่งเปิดโทรศัพท์มือถือและพบว่า เจ๊มะนาวกับเพื่อนๆ ที่ทำงานครัวด้วยกันโทร.หาเธอเป็นสิบๆ สาย

หญิงสาวใจเต้นระส่ำ กลืนน้ำลายลงคอ ขณะกดเปิดอ่านข้อความที่ถูกส่งเข้ามาจำนวนมาก

‘เกศ ปิดเครื่องใช่ไหม รู้หรือเปล่าเราไปมีเรื่องกับใคร โอ๊ย เจ๊อยากจะบ้าตาย!!’

เจ๊มะนาวโวยวายผ่านข้อความเข้ามาทำนองนี้หลายรอบมาก สลับกับกลุ่มเพื่อนร่วมงานของเธอที่ล้วนแล้วแต่ห่วงใย...
แต่ไม่ได้ห่วงเธอนะ พวกนั้นห่วงใยคุณกานต์ชนกสุดหล่อ

‘ยายเกศ ทำไมเธอกล้าไปผลักสุดหล่อของฉันล้มหมดสภาพอย่างนั้น’

‘รู้รึเปล่า คุณกานต์ชนกเขาโมโหใหญ่เลย เจ๊มะนาวถูกด่าหน้าจ๋อย...แกไม่น่าเลยไอ้เกศ ไปทำร้ายคนหล่อๆ อย่างนั้น อยากเป็นศัตรูกับคนทั้งผับหรือไง’

“เฮ้อ!” ยังไม่ทันเจอหน้าทุกคนเธอก็เหนื่อยใจเหลือหลาย เมื่อคืนก็นอนไม่หลับกังวลเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง ไม่รู้ว่ากานต์ชนกอาละวาดโวยวายเอาเรื่องอะไรเจ๊มะนาวไปบ้าง ท่าทางเจ๊จะโกรธน่าดู

“อุ๊ย เจ๊มะนาว!”

หญิงสาวสะดุ้ง หยุดเดินทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นร่างผอมปราดเปรียวของ ‘เจ๊มะนาว’ สาวสวยเจ้าของผับยืนกอดอก รอชำระความเธออยู่หน้าตัวอาคาร

“มาแล้วเหรอยายเกศ เจ๊รอเราอยู่นานแล้วเนี่ย มานี่เลย มาคุยกันหน่อย เรื่องเมื่อคืนมันเป็นยังไงมายังไง ทำไมเราไปทำร้ายคุณกานต์ชนกเขาได้ เล่ามาให้ละเอียดเลยนะ ไม่งั้นไม่จบง่ายๆ แน่”

เจ๊มะนาวก้าวฉับๆ เข้ามาคว้าแขน ดึงลูกจ้างสาวเข้าไปคุยในห้องทำงานเป็นการส่วนตัว ด้วยรู้ว่าเรื่องของปกเกศกับกานต์ชนกกำลังเป็นที่สนใจของทุกคนในร้าน

“แล้วเขาเล่าให้เจ๊ฟังว่ายังไงล่ะคะ” ปกเกศย้อนถามแทนคำตอบ อยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะว่าร้ายอะไรเธอไว้บ้าง

“เขาก็บอกว่า เขาคุยกับเราดีๆ แต่เราไปผลักเขาจนล้ม เราทำให้เขาเจ็บตัวแล้วก็เสียหน้า...เจ๊ก็พยายามขอร้องเขาไม่ให้เอาเรื่องเราแล้ว แต่คุณกานต์ชนกยืนกรานจะให้เกศไปขอโทษเขาให้ได้ ไม่งั้นเรื่องไม่จบ เจ๊ก็เลยคิดว่า วันนี้จะให้เกศไปขอโทษคุณกานต์ชนกเขาสักหน่อย...”

“เกศไม่ผิด ทำไมต้องขอโทษด้วยคะ คุณกานต์เขาทำตัวเองทั้งนั้น” ปกเกศนึกถึงผู้ชายรูปหล่อมาก แต่นิสัยช่างตรงกันข้ามกับหน้าตาเมื่อคืนแล้วก็ยิ่งโมโหฉิว

คนอะไร...เที่ยวมาเหมารวมว่าเธอเป็นแบบที่ตัวเองคิด แล้วพูดจาไม่ดี ถือว่าตัวเองรวยแล้วจะทำอะไรกับใครก็ได้ คนอย่างนั้นแค่ถูกผลักล้มยังน้อยไปด้วยซ้ำ

“อย่าพูดอย่างนั้นสิเกศ คุณกานต์ชนกเขาเป็นคนมีชื่อเสียง การที่เขามาเที่ยวที่นี่ก็ทำให้เจ๊ได้ลูกค้าวีไอพีเพิ่มขึ้นด้วย...เห็นแก่เจ๊เถอะนะ อย่าไปมีเรื่องกับเขาเลย แค่เกศขอโทษก็จบเรื่องแล้ว ถือว่าเจ๊ขอได้ไหม”
เจ๊มะนาวออกหน้าอย่างนี้ ปกเกศเลยพูดไม่ออก เธอมองอีกฝ่ายอย่างไม่สบายใจนัก แต่ด้วยความที่หญิงสาวมักเห็นแก่คนอื่นก่อนเสมอ สุดท้ายแล้วเธอก็พยักหน้าจำยอมอย่างเสียมิได้

“ก็ได้ค่ะ เห็นแก่เจ๊ที่ดีกับเกศมาตลอด...เกศจะไปขอโทษคุณกานต์ชนกก็แล้วกัน”

หวังว่าเรื่องจะได้จบๆ แล้วไม่ต้องโคจรมาเจอะเจอกันอีกเลย กรวดน้ำคว่ำขัน สาธุ!

ปกเกศสาปส่งในใจ ภายใต้ท่าทีสงบนิ่งเฉย ต่างจากเจ๊มะนาวที่ออกอาการลิงโลด โล่งใจชัดเจน

“ขอบใจมากนะเกศ เกศน่ารักจริงๆ ไว้เจ๊จะเลี้ยงข้าวตอบแทนนะ อยากกินอะไร สั่งในครัวได้เลย เจ๊อนุญาต”

สาวเจ้าของผับหัวเราะอารมณ์ดี อาการหนักอกหนักใจก่อนหน้า ปลิวหายวับไปเพราะการตอบรับอย่างว่าง่ายของปกเกศ
เธอคาดเอาไว้แล้วว่าปกเกศจะต้องยอมทำตาม เด็กคนนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เป็นเด็กดีอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ


*************************

ปกเกศกลับไปทำงานในครัวตามปกติ เพื่อนร่วมงานเข้ามาถามไถ่ถึงเหตุการณ์เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติเหมือนเช่นทุกวัน

งานในครัวมีมากมายแทบไม่ได้หยุดมือ เจ๊มะนาวลงทุนจ้างเชฟสูงวัยฝีมือเยี่ยมมาทำหน้าที่ควบคุมรสชาติอาหารทุกจานในครัว วัตถุดิบทุกชนิดต้องใหม่ สด สะอาดได้มาตรฐาน นั่นทำให้อาหารแต่ละจานของที่นี่มีราคาแพงแต่ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้า

ปกเกศง่วนอยู่กับการเตรียมผักผลไม้ในครัว ใบหน้าขาวใสชื้นไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดพรายตามขมับและไรผม ทว่าเจ้าตัวไม่ได้สนใจ เธอยังตั้งใจทำงานของตัวเองอย่างขยันขันแข็ง ค่าแรงที่ได้จากที่นี่นับว่าเพียงพอต่อความจำเป็นในชีวิตนักศึกษาปีสองของเธอ มากกว่างานตามร้านอาหารธรรมดาทั่วไป ดังนั้นหญิงสาวจึงตั้งใจและมีสมาธิกับงานที่ทำ บางครั้งเธอก็แอบจำสูตรอาหาร เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในครัวจากเชฟใหญ่ผู้มากความสามารถ เอาไว้ใช้ทำกับข้าวที่บ้านด้วย

“วิธีดูว่ามะเขือยาวลูกไหนอ่อนไม่อ่อน ให้สังเกตที่ขนาดของลูกต้องใหญ่เสมอกัน ถ้าตรงปลายใหญ่กว่าขั้วแสดงว่าเมล็ดแก่ เอามาทำอาหารไม่อร่อย”

“เวลาจะทอดปลา ต้องใส่เกลือลงไปในน้ำมันนิดหน่อย จะช่วยลดน้ำมันกระเด็นได้”

“วิธีต้มปลาไม่ให้คาวให้ใส่ใบชาจีนลงไปสักหยิบมือเล็กๆ ก็จะช่วยได้ ยิ่งทุบหอมแดงใส่ไปด้วยสักหน่อยจะช่วยให้รสชาติปลาดียิ่งขึ้นไปอีก”

“วิธีต้มข้าวต้มให้หอมน่ากิน ก็ให้ใส่ใบเตยลงไปสักหน่อย พอข้าวสุกก็ตักเอาออก แค่นี้ข้าวต้มก็จะหอมน่ากินยั่วน้ำลายมาก”

“วิธีทอดเบคอนไม่ให้หงิกงอ จะต้องจุ่มนมสด แล้วค่อยเอาไปทอดในกระทะแบบชนิดแบนๆ โดยไม่ต้องใส่น้ำมัน ใช้ไฟปานกลาง เท่านี้ก็ได้เบคอนเหลืองกรอบน่ากินแล้ว”

ปกเกศท่องจำทุกอย่างที่เชฟพูดเอาไว้ขึ้นใจ เกร็ดละอันพันละน้อยที่ไม่เคยรู้ก็ได้มารู้เพราะเชฟ เธอเพลินกับการทำงานในครัว อยากทำงานที่นี่ไปนานๆ ลืมไปสนิทว่าวันนี้ยังมีเรื่องที่เธอเพิ่งรับปากกับเจ๊มะนาวเอาไว้ จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง พนักงานเสิร์ฟสาวคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาเรียกอย่างรีบเร่ง

“เกศ คุณกานต์ชนกมาแล้ว เจ๊มะนาวให้เกศไปพบที่ห้องแน่ะ”

ปกเกศวางงานที่ทำอยู่ ล้างมือล้างไม้ ถ่วงเวลาทำใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องครัว ตรงไปที่ห้องทำงานส่วนตัวของเจ๊มะนาวที่กว้างขวางติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำสดชื่น

สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องเธอตั้งแต่แรกที่ปกเกศเปิดประตูห้องแล้วเดินเข้าไป หัวใจของเธอเต้นแรงจนรู้สึกได้ คงเป็นเพราะอึดอัดกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องตกเป็นเบี้ยล่างอีกฝ่ายตามที่รับปากเอา ไว้กับเจ๊มะนาวนั่นเอง

“ยายเกศมาแล้วค่ะคุณกานต์ชนก...ใช่คนเดียวกับที่มีเรื่องกับคุณเมื่อวานไหมคะ” เจ๊มะนาวเริ่มเรื่อง ถามเขาเพื่อยืนยันความถูกต้อง

“ใช่ครับ ไม่ผิดคน ผมจำได้แม่น ถึงตอนนี้จะดูโทรมกว่าเมื่อคืนก็เถอะ” คนหน้าหล่อแต่ปากร้ายไม่วายแขวะให้คู่กรณีเจ็บใจ
ปกเกศเม้มริมฝีปากบางสีชมพูเรื่อของตัวเอง สะกดกลั้น ข่มโทสะเอาไว้...เธอรับปากกับเจ๊มะนาวเอาไว้แล้ว...

“เอ่อ...ยายเกศเขาจะมาขอโทษคุณกานต์น่ะค่ะ คือ...ยายเกศเขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายคุณกานต์หรอกค่ะ หวังว่าคุณกานต์จะเมตตาให้อภัย ลูกนกลูกกาตัวเล็กๆ ไม่เอาเรื่องเอาราว ถ้ายังไงดิฉันจะขออนุญาตเลี้ยงอาหารฟรีคุณกานต์...”

“ไม่ต้องเลี้ยงอะไรผมหรอกคุณมะนาว ผมมีปัญญาจ่าย”
เสียงห้าวห้วนอย่างไม่พอใจของเขาดังขึ้นก่อนที่เจ๊มะนาวจะพูดจบ ข้อเสนอของเธอถูกเตะตกไปอย่างไร้เยื่อใยและท่าทีของกานต์ชนกก็แสนหยิ่งผยอง ไม่ยอมผ่อนปรน

เจ๊มะนาวหน้าเสีย ในขณะที่ปกเกศยิ่งหมั่นไส้ชายหนุ่มตรงหน้า เขาไม่เห็นมีตรงไหนน่ารักอย่างที่พวกเพื่อนๆ คนงานของเธอกรี๊ดกร๊าดกันเลย นิสัยลูกคนรวยเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลอย่างนี้ หากไม่หล่อไม่รวย คงไม่มีใครปลื้มลงแน่นอน

“มองอะไร จะขอโทษก็รีบๆ พูดเข้าสิ หรือลืมเอาปากมาด้วย”

กานต์ชนกปรายตาขวางมองมาที่ปกเกศ ไม่พอใจท่าทางยโสโอหังของเธอเช่นกัน
ก็แค่คนงานระดับล่าง ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรกับผับนี้สักเท่า ไหร่ด้วยซ้ำ กล้าดีจากไหนมาทำตาดุหน้าบึ้งจ้องเขาเหมือนเอือมระอาเต็มประดาอย่างนั้น!

“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้เขา อยากให้เรื่องจบๆ จะได้กลับ ไปทำงาน “หนูไม่ได้ตั้งใจทำร้ายคุณกานต์ชนกเลยจริงๆ หนูสำนึกผิดแล้ว เลยมาขอโทษ คุณกานต์ชนกเป็นผู้ใหญ่ใจดี มีเมตตาต่อผู้น้อย...กรุณายกโทษให้หนูด้วยนะคะ”

‘ดีมากเกศ พูดได้ดี!’

เจ๊มะนาวนึกยิ้มส่งมาให้ลูกจ้างสาว พอใจกับกิริยามารยาทที่ปกเกศแสดงต่อกานต์ชนกเป็นอย่างมาก

ทว่าลูกค้าคนใหญ่คนโตของร้าน กลับยังคงไม่สบอารมณ์อยู่ดี

“ฉันไม่ใช่ผู้ใหญ่ใจดีมีเมตตา” กานต์ชนกตอบกลับมาเสียงเข้ม หน้าดุ นิ่ง นัยน์ตาคมกริบเย็นชาราวกับไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา “ที่เธอทำลงไป มันทำให้ฉันเสียหน้า เสียชื่อเสียงด้วย แค่มายกมือไหว้ ขอโทษแล้วจบ มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ”
กานต์ชนกถามเยาะหยัน เสียงเรียบแต่กวนประสาท จนคนถูกถามต้องนับหนึ่งถึงสิบในใจ

“ถ้าขอโทษไม่พอ แล้วคุณต้องการอะไร?” นับครบสิบแล้ว ปกเกศจึงเอ่ยถามเขาตรงๆ

“เธอต้องแสดงความสำนึกผิดให้มันมากกว่านี้หน่อย ไม่ใช่แค่ขอไปที แค่ให้มันจบๆ เรื่อง”

เขาตั้งข้อแม้ ปกเกศถึงกับหันไปมองหน้ากับเจ๊มะนาวอย่างหนักใจ

“คุณกานต์ชนก...จะให้ยายเกศทำอะไรเหรอคะ” เจ๊มะนาวรีบถาม ไม่ปล่อยให้ข้อสงสัยค้างคาใจนาน ทว่าคำตอบจากลูกค้ารูปหล่อ ทำเอาหญิงสาวทั้งคู่ต่างสะอึกอึ้ง

“ผู้หญิงคนนี้ต้องขอโทษผม ด้วยการมานั่งดื่มเป็นเพื่อนผม คอยดูแลผมคืนนี้ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่ามาบอกว่าสำนึกผิด!”
เสียงเข้มห้าวประกาศเปรี้ยงออกมา ปกเกศกับมะนาวอ้าปากค้าง ก่อนจะหันมองกัน ลูกจ้างสาวอายุน้อยกว่ารีบส่ายหน้าหวือ

‘ไม่นะเจ๊ เกศไม่ทำ!!’

“เอ่อ...อ่า...เอาไงดีล่ะ...คือ คุณกานต์ชนกขา ยายเกศแกไม่ใช่พนักงานต้อนรับลูกค้าในร้านของเรานะคะ แกยังเรียนหนังสืออยู่เลย ที่มาทำงานที่นี่ก็ทำงานในครัว ไม่ได้เกี่ยวกับงานดูแลลูกค้า...ดิฉันเกรงว่าแกจะดูแลคุณกานต์ชนกไม่ดี ถ้ายังไง ขอให้ดิฉันขอโทษคุณกานต์ชนกด้วยวิธีอื่นดีกว่าไหมคะ”

เจ๊มะนาวพยายามหาทางออก อธิบายให้เขาเข้าใจ เผื่อกานต์ชนกจะใจอ่อน เลิกราวีปกเกศเพราะเห็นแก่ที่อีกฝ่ายเป็นแค่เด็กยังเรียนไม่จบ ไม่ประสีประสา ทว่าความหวังของเจ๊มะนาวกลับต้องพังภินท์ เพราะการส่ายหน้าปฏิเสธอย่างถือทิฐิของกานต์ชนก

“ไม่ต้องมาอ้างเลย เมื่อทำผิดก็ต้องรับผิดชอบผลการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่อ้างโน่นนี่เพื่อจะเลี่ยงความรับผิดชอบ...ถ้าทำตามที่ฉันขอไม่ได้ ก็ไปซะ ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า”

ถ้อยคำของเขาช่างเหี้ยมเกรียม เย็นชา เจ๊มะนาวเหงื่อตกทั้งที่ภาย ในห้องทำงานส่วนตัวของเธอนั้นเย็นฉ่ำ หญิงสาวหันมองไปทางปกเกศด้วยสีหน้าท่าทางที่บ่งบอกถึงความหนักใจอย่างยิ่งยวด

เธอรู้ว่าปกเกศไม่ชอบงานต้อนรับลูกค้า เพราะครั้งแรกที่เจอกัน ตอนนั้นปกเกศยังทำงานอยู่ร้านอาหารจีนเล็กๆ หน้ามันแผล็บ แต่ก็ยังสวยสะดุดตาเจ๊มะนาว ด้วยรูปร่างหน้าตาที่จัดว่าเป็นคนสวยอ่อนโยนและสดใส เจ๊มะนาวเลยชวนให้ปกเกศมาทำงานเป็นพนักงานต้อนรับที่ผับของตัวเอง แต่ปกเกศกลับปฏิเสธและขอสมัครช่วยงานในครัวแทน เจ๊มะนาวเพิ่งรู้อายุของปกเกศก็ตอนนั้น และเห็นว่างานในครัวตามที่อีกฝ่ายต้องการก็อยู่แต่หลังร้านจึงยอมรับเข้าทำงานในเวลาถัดมา

ที่สำคัญ เจ๊มะนาวไม่เคยบังคับลูกจ้างในร้าน ‘ขายบริการ’ แต่หากลูกค้ากับพนักงานไปตกลงกันเอง ก็เป็นเรื่องสุดวิสัยที่เธอจะสามารถเข้าไปยุ่งได้ เจ๊มะนาวอายุสามสิบห้าปีแล้ว ผ่านโลกมาไม่น้อย เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าปกเกศไม่ใช่สาวสวยประเภทที่จะเอาอกเอาใจผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ได้ เด็กคนนี้เป็นเด็กดี ยิ่งรู้จักก็ยิ่งเอ็นดู อยากช่วยเหลือเหมือนน้องนุ่ง
แต่ไม่รู้คราวนี้จะทำอย่างไรดี ไม่เพียงเธอจะช่วยปกเกศไม่ได้ แต่ดีไม่ดี...ปกเกศต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายมาช่วยเธอ

“ถ้าฉันทำตามที่คุณต้องการ คุณจะเลิกเอาเรื่องเจ๊มะนาวไหมล่ะ”

ปกเกศย้อนถาม ไม่คิดแทนตัวเองกับอีกฝ่ายอย่างนอบน้อมอีกต่อไป ดวงตากลมโตจ้องหน้าคมเข้มหล่อเหลาของอีกฝ่าย บอกตัวเองให้มีความกล้ามากกว่าความกลัว!

เขาไม่กล้าทำอะไรเธอตรงนี้หรอก เรื่องอะไรต้องกลัว!

“สนใจด้วยเหรอว่าเจ้านายจะเป็นยังไง กลัวไม่ได้เงินเดือน?” เจ้าของร่างสูงใหญ่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรย้อนถามอย่างเย้ยหยัน ดูหมิ่น มุมปากได้รูปกดยิ้มน้อยๆ ราวกับดูแคลนคนทั้งโลก

ปกเกศไม่ชอบยิ้มแบบนี้ของเขาเลย และความไม่ชอบของเธอก็แสดงออกทางแววตาจนหมดสิ้น

“ฉันมาทำงานก็ต้องหวังเงินเดือนอยู่แล้ว หรือคุณทำงานแล้วไม่หวังเงินหรือไง” เสียงเล็กๆ ตอบโต้แข็งกร้าว เจือโทสะเพิ่มขึ้นทุกขณะ

“เกศ ใจเย็นๆ” เจ๊มะนาวเห็นท่าไม่ดี รีบปรามคนของตัวเอง แต่ปกเกศหันมาทำปากยื่นใส่เธออย่างลืมตัว

“เจ๊ไม่เห็นเหรอคะ เขาว่าเกศก่อน”

“เอ่อ...อย่าเถียงกับลูกค้าสิเกศ เห็นแก่เจ๊เถอะ”

เจ๊มะนาวต้องยกเอาตัวเองขึ้นอ้าง ปกเกศจึงชะงัก เม้มริมฝีปากแน่น ตวัดสายตาขุ่นมองกานต์ชนกอย่างไม่เป็นมิตร
แน่ล่ะ เขากล้าดูถูกกันซึ่งหน้า คนอย่างปกเกศ ฆ่าได้หยามไม่ได้!!

“เหอะ ปากเก่งเหลือเกินนะ เก็บเอาไปคิดให้ดีก็แล้วกัน จะยอมมารับใช้ฉันไม่กี่ชั่วโมงแล้วเลิกกันไป หรือจะให้ฉันไม่พอใจลามไปทั่ว...ที่จริงผับนี้ก็บรรยากาศดีถูกใจฉันอยู่หรอกนะ แต่พนักงานบางคน กิริยามารยาทไม่ดี สงสัยว่า...ผับน่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน”

“คุณกานต์ชนก จะ...ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ กรุณาใจเย็นก่อนค่ะ...”

เจ๊มะนาวทำหน้าเหมือนอยากจะร้องให้เต็มที เธอทราบดีว่ากานต์ชนกเป็นถึงทายาทบริษัทผลิตโฆษณารายใหญ่ มีเส้นสาย มีพวกพ้องมากมาย บิดาของเขาก็มีหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทและหน่วยงานใหญ่ๆ หลายแห่ง รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองก็มากมาย หากเขาไม่พอใจ ต้องการกลั่นแกล้ง ร้านของเธอก็ไม่ผิดอะไรกับมดปลวกที่ถูกพญาช้างสารบดขยี้
ซวยแล้ว เวรกรรมของมะนาว...

หญิงสาวส่งสายตาอ้อนวอนขอร้องปกเกศที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ข้างๆ เธอไม่เคยเลยที่จะคิด ‘บังคับ’ ลูกจ้างในร้าน แต่เห็นทีครั้งนี้คงไม่ได้...ความอยู่รอดของร้านเธอขึ้นอยู่กับปกเกศเพียงคนเดียว!



*************************

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามาติดตามนะคะ ^O^
กานต์ชนกกับหนูปกเกศกำลังจะเริ่มไฟต์กันแล้ว 5555 เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไปหนอ...


หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 13 ส.ค. 2561, 13:10:16 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 13 ส.ค. 2561, 13:10:16 น.

จำนวนการเข้าชม : 222





<< บทที่ 1 -100%   บทที่ 3 -60% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account