รักรออุ้ม: ทักษิณา (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
ความคึกคะนอง ย่ามใจของเขา กับความอ่อนด้อยประสบการณ์ของเธอ ก่อเกิดหนึ่งชีวิตที่ไม่ตั้งใจขึ้นมา

‘น้องปั้น’ หรือ เด็กชายปกกานต์ หนูน้อยไร้เดียงสาเปรียบดั่งแสงสว่างสาดเข้ามาในชีวิตที่มืดมนของ ‘ปกเกศ’ เธอตั้งใจจะปกป้องลูกน้อยจากทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่...บิดาแท้ๆ ของแก ซึ่งไม่เคยดีพอในสายตาของเธอด้วยเช่นกัน

‘กานต์ชนก’ ชายหนุ่มทายาทนักธุรกิจคนดัง รูปหล่อพ่อรวยครบสูตรหนุ่มในฝัน แต่นิสัยและพฤติกรรมนั้นค่อนไปในทางฝันร้าย

เขาไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร จนมาพบกับปกเกศ ผู้หญิงสวยธรรมดาๆ ที่เขาไม่เคยคิดอะไรมากไปกว่า ‘เล่นแล้วทิ้ง’

ทว่าการเล่นกลับเลยเถิด...ก่อเกิดหนูน้อยน่ารัก ที่เหมือนเขาราวกับแกะ เพียงแค่แรกเห็นก็นึกอยากอุ้ม

...แต่ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว...

อีกบทพิสูจน์หัวใจ ความรัก และคำว่า ‘ครอบครัว’

แม้เกิดจากความไม่ตั้งใจ แต่ ‘น้องปั้น’ คือดวงใจของแม่ และที่ไม่มีใครรู้เลยก็คือ...เด็กน้อยเป็นแก้วตาของพ่อด้วยเช่นกัน


***************

นิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" ซึ่งถ่ายทอดผ่านปลายปากกา "ทักษิณา" เจ้าของบทประพันธ์นิยายรักสุดแสนน่ารักมากมาย ที่เคยถูกสร้างเป็นละคร ทั้งทางช่อง 3 และช่อง 7 มาแล้วอย่าง #บ่วงอธิฏฐาน #เรือนล้อมรัก กลับมาครั้งนี้ ‘ทักษิณา’ ขอเอาใจแฟนๆ ด้วยนิยายรักโรแมนติกดราม่าที่ #มีลูกเป็นสื่อรัก ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์จึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ ใครสายนี้รับรองว่าต้องโดนใจกับความน่ารักน่าหยิกของ ‘น้องปั้น’ ใน ‘รักรออุ้ม’ อย่างแน่นอนจ้า พ่วงด้วยความร้ายกาจ เอาแต่ใจ และความเจ้าเล่ห์ของว่าที่คุณพ่อมือใหม่อย่าง ‘กานต์ชนก’ ! พูดเลยทั้งฟิน+ดราม่า ตะเตือนไต #รับประกันความสนุก!


***************************

นักอ่านท่านใดสนใจมีทั้งแบบ eBook และแบบรูปเล่มนะคะ

***สำหรับแบบรูปเล่มวางจำหน่าย 3 ช่องทาง***

1.ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
2.ร้านนิยายออนไลน์ ได้แก่ ร้านนิยายรัก.com ร้านbooksforfun ร้านbooktogothailand และร้านขายการ์ตูนบงกช-หมึกจีน-นิยาย บาร์บี้บิวตี้
3.สั่งซื้อโดยตรงกับสนพ.โดย inbox หาแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์

**หนังสือพร้อมส่ง**

คุ้มสุดด้วยจำนวน 521 หน้า (พร้อมตอนพิเศษ 4 ตอนท้ายเล่มหวานฟินเต็มอิ่มจุใจ!)

ราคาตามปก: 395฿
ค่าจัดส่งลงทะเบียน 45฿ (รวมเป็น 440฿)
ค่าจัดส่ง EMS 70฿ (รวมเป็น 465฿)

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

***แบบ eBook วางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket***
Tags: ลูก ครอบครัว ดราม่า โรแมนติก ท้อง

ตอน: บทที่ 14 -100%

สวนดอกกล้วยไม้ยกแปลงสูงจากพื้นราวหนึ่งเมตร กำลังออกดอกดกสีสวยชูช่อละลานตา ใต้ตาข่ายกั้นแสงขึงกว้างขวางเต็มตลอดพื้นที่ แปลงกล้วยไม้ถูกขุดเป็นท้องร่องน้ำ และปลูกมะพร้าวน้ำหอมต้นเตี้ยเอาไว้ให้ร่มเงาโดยรอบ

ติดกันกับสวนกล้วยไม้ก็คือบ้านทรงปีกไม้หลังกะทัดรัด ตกแต่งอย่างสวยงามน่ารัก เป็นที่สนอกสนใจของทีมงานกองถ่ายจนต้องออกปากชมฝ่ายจัดหาสถานที่ไม่ขาดปาก

กานต์ชนกตามมาถึงกองถ่ายในเวลาเกือบเที่ยงวัน แต่แดดจ้าไม่สามารถเล่นงานสวนกล้วยไม้ที่ร่มรื่นแห่งนี้ได้เลย ทีมงานถ่ายทำครึ่งวันช่วงเช้าเรียบร้อยแล้ว ก็ทยอยรับประทานอาหารกันที่ลานโล่งหน้าบ้านปีกไม้ ซึ่งมีกางเต็นท์ชั่วคราวเอาไว้เรียบร้อยเพื่ออำนวยความสะดวกกองถ่าย

ทีมงานตกลงว่าจ้าง ให้เจ้าของสวนกล้วยไม้จัดทำอาหารกลางวันเลี้ยงด้วย เที่ยงวันนี้จึงมีอาหารไทยในหม้ออะลูมิเนียมใหญ่ตั้งเรียงรายรอทีมงานทุกคนอยู่พร้อมแล้วตรงมุมหนึ่งของลานกางเต็นท์ เมื่อกานต์ชนกมาถึง ผู้กำกับก็ไม่รีรอกวักมือเรียก ชวนให้เขามาร่วมรับประทานอาหารกลางวันพร้อมกันกับทีมงานทุกคน

“มากินข้าวก่อนครับคุณกานต์ อาหารวันนี้อร่อยมาก ผมเติมข้าวมาสองรอบแล้วเนี่ย”

ผู้กำกับหนุ่มใหญ่มือดีของบริษัทมีหนวดเคราเฟิ้มแต่ใบหน้ายิ้มแย้ม เป็นกันเอง กานต์ชนกเองก็ให้ความเป็นกันเองกับทีมงานทุกคนเช่นกัน

“เหรอครับ งั้นต้องขอชิมสักหน่อย ผมกำลังหิวพอดี” ชายหนุ่มเดินไปเปิดฝาหม้อดูหน้าตาอาหารแต่ละอย่างซึ่งส่งกลิ่นหอม เรียกน้ำย่อยในกระเพาะของเขาได้ดีทีเดียว

ใช่...ต้องยอมรับว่าหน้าตาแกงเขียวหวานปลากราย ต้มยำไก่ใบมะขาม ถั่วลันเตาหวานผัดกุ้ง และทอดมันหมูสับ ล้วนน่ารับประทานจนเขาเองอดใจไม่ไหว เดินไปหยิบจานช้อนมาตักข้าวด้วยตัวเอง ทำเอาธนวุฒิที่คอยดูแลเจ้านายอยู่สะดุ้งโหยง รีบรายงานย้ำ กลัวว่านายจะลืม...

“เจ้านายครับ เราจองโต๊ะที่ร้านเอาไว้แล้วนะครับ”

“แคนเซิลไปเลย หรือนายจะไปกินแทนฉันก็ได้ อนุญาต” กานต์ชนกบอกง่ายๆ แม่บ้านประจำกองถ่ายจะตักอาหารบริการให้เอง แต่ชายหนุ่มก็ปฏิเสธ เขากระวีกระวาดตักกับข้าวใส่จานตัวเอง แต่เมื่อจะหยิบทอดมันกลับถูกทีมงานควานตัดหน้าไปจนเกลี้ยงถาดเสียแล้ว

“คุณกานต์จะทานทอดมันเหรอคะ รอเดี๋ยวนะคะ หนูเกศกำลังทำเพิ่มอยู่ ทอดมันสูตรของหนูเกศอร่อยมากเลย ถ้าคุณกานต์ลองทานแล้วจะติดใจ” แม่บ้านประจำกองถ่ายคุยอวดเจ้านาย แต่ชายหนุ่มกลับสะกิดใจชื่อ ‘หนูเกศ’ ที่อีกฝ่ายพูดถึง

“ใครครับหนูเกศ...ไม่ใช่ทีมงานของเราใช่ไหม” กานต์ชนกซักถามอีกฝ่าย

“หนูเกศเป็นเหลานสะใภ้เจ้าของสวนนี้ค่ะคุณกานต์ น่ารักมากเลย ทำอาหารก็เก่ง ป้ายังสู้ไม่ได้เลย”

“เหรอครับ...ชื่อนี้โหลจังเลย...” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ก่อนสะบัดศีรษะไปมาเบาๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่าน

เขาจะต้องไปสนใจทำไม ไม่ใช่เด็กนั่นหรอก ไม่มีทางใช่...

“ทอดมันมาแล้วค่ะ ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ”

เสียงหวาน กังวานใสดังมาจากตัวบ้าน กานต์ชนกชะงักกึก ยืนนิ่งอยู่กับที่ หูยังได้ยินเสียงผู้หญิงคนนั้นคุยกับทีมงานหนุ่มๆ ที่วิ่งเข้าไปช่วยเธอถือถาดทอดมันกันมือเป็นระวิง

“ผมช่วยนะครับคุณเกศ”

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้เอง ฉันยกได้สบายมาก” หญิงสาวปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมแพ้

“ไม่ต้องลำบากหรอกครับ คนกำลังท้องกำลังไส้ ให้ผมช่วยเถอะ”

หนุ่มทีมงานกองถ่ายคนเดิม แย่งถาดอาหารจากมือหญิงสาว เดินมาวางบนโต๊ะแทนที่ของเดิมที่หมดเกลี้ยงไป จัดวางเรียบร้อยแล้วจึงเพิ่งหันมาเห็นเจ้านายยืนนิ่งตัวแข็งทื่อผิดปกติ

“คุณกานต์ครับ ทอดมันมาแล้วนะครับ”

ร้องบอกเจ้านาย แต่ฝ่ายนั้นไม่ได้หันมาทางถาดอาหารที่อยู่ด้านข้าง กลับค่อยๆ หันหลังไปอีกทาง

พลันที่เห็นหน้าหวานสดใสของหญิงสาว จานกระเบื้องในมือก็ตกลงพื้นแตกเพล้ง อาหารเกลื่อนกระจายพื้นและมีบางส่วนกระเด็นมาเลอะขากางเกงสแล็กกับรองเท้าหนังสีดำมันปลาบของเขา

ปกเกศเองก็ตะลึงตาโต ตกใจเช่นกัน ไม่คิดฝันมาก่อนว่าจะได้เจอกานต์ชนกที่นี่ มันเหลือเชื่อจนเธอคิดว่าตัวเองฝันร้ายอีกแล้ว!

เธอแวะมาพักที่นี่ซึ่งเป็นบ้านของคุณป้ากรองแก้ว...พี่สาวมารดาของธีรไนยตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน ตามความต้องการของธีรไนย ที่นี่บรรยากาศดี เงียบสงบ และสวยงาม มีสองสาวพี่น้องสาหร่ายกับปะการังลูกสาวของคุณป้าอยู่บ้าน ช่วยดูแลเธอได้ตลอดเวลา อีกทั้งที่นี่ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล มีความพร้อมสะดวกสบาย ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ธีรไนยก็จะแวะมาอยู่เป็นเพื่อนเธอด้วย

ทุกคนที่บ้านสวนกล้วยไม้แห่งนี้ให้การต้อนรับเธอเป็นอย่างดี มีน้ำใจไมตรีด้วย เพราะพากันเข้าใจว่าเธอเป็นภรรยาของพี่ไนยจริงๆ มีเพียงเรื่องนี้ที่ปกเกศรู้สึกลำบากใจอยู่ เธอไม่เคยสบายใจเลยที่ต้องหลอกทุกคนว่าเด็กในท้องเป็นลูกของธีรไนย แน่นอนว่าที่เธออธิบายเรื่องนี้ให้นิลยาทราบ ก็เพราะไม่อยากให้เพื่อนรักเข้าใจผิด เพียงแต่ไม่เคยบอกเท่านั้นว่าใครคือพ่อที่แท้จริงของเด็ก

เธอไม่คิดว่าจะได้เจอเขาอีก หลังจากครั้งล่าสุดที่ทะเลาะกันเมื่อหลายเดือนก่อนนั้น ก็คิดว่าจะไม่ต้องพบกันอีกตลอดชาตินี้เสียแล้ว

เธอตะลึงจ้องมองเขา กะพริบตาถี่ๆ เผื่อว่าภาพตรงหน้าจะหายไป แต่ก็ไม่ยักเป็นเช่นนั้น จนเสียงเอะอะโวยวายของคนรอบข้างดังแทรกเข้ามาผ่านการรับรู้ทางโสตประสาทการได้ยินของหญิงสาว

“ตายแล้วคุณกานต์ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ เลอะหมดแล้ว”

“ไปล้างขากางเกงก่อนเถอะครับคุณกานต์...ใครก็ได้ พาคุณกานต์ไปห้องน้ำที”

ผู้กำกับร้องสั่งคนงาน ต่างกุลีกุจอจะเข้ามาช่วยนำทางเจ้านายใหญ่ ทว่าอีกฝ่ายยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ดวงตาคมดุลุกวาบจนทุกคนชะงักค้าง หน้าเจื่อนไปตามๆ กัน

“ไม่ต้องรบกวนคนอื่นหรอก ให้เจ้าของบ้านพาไปคนเดียวก็พอ” เสียงสั่งเรียบแต่เด็ดขาด เหล่าคนงานมองหน้ากันงุนงง ในขณะที่ปกเกศขมวดคิ้ว มองเขาอย่างไม่เข้าใจ

“ห้องน้ำอยู่ทางโน้นค่ะ เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย เห็นไม่ยากหรอกค่ะ” เธอชี้ให้เขามองตาม ก่อนจะหันหลังเดินหนี แต่เพราะขยับตัวเร็วเกินไป หญิงสาวถึงกับเซวูบ

“ปกเกศระวัง!”

“ว้าย!!”

หญิงสาวอุทาน จังหวะเดียวกับที่อ้อมแขนแข็งแรงของกานต์ชนกสอดเข้ามาดึงร่างเธอเข้าไปรัดไว้แน่น ต่อหน้าต่อตาทีมงานกองถ่ายที่รายล้อมอยู่นับสิบ

ปกเกศถึงกับมองเขาตาปริบๆ ไม่ได้เจ็บปวดอะไรแต่ตกใจมากกว่า ความใกล้ชิดที่แนบกันไปทุกส่วน ทำให้ปกเกศหัวใจเต้นแรง หน้าร้อนวูบวาบ ท้องโตๆ ของเธอถูกกดแนบไปกับร่างสูงใหญ่ของเขา บริเวณนั้นดูร้อนขึ้นกว่าปกติ จนเจ้าตัวเล็กประท้วงดิ้น ถีบท้องมารดาไปมา

“โอ๊ย!” ปกเกศตัวงอ ครั้งนี้ลูกถีบแรงจนเธอรู้สึกเจ็บแปลบ

“ปกเกศ เจ็บตรงไหน เป็นอะไร?” กานต์ชนกยังคงประคองร่างอุ้ยอ้ายของสาวท้องแก่เอาไว้ ลืมสนใจสายตาฉงนงุนงงของคนรอบข้าง นั่นเพราะทุกคนกำลังสงสัยว่า…ทำไมเจ้านายจึงรู้จักกับหลานสะใภ้เจ้าของสวนกล้วยไม้แห่งนี้

“ลูกดิ้นค่ะ...เจ็บ...”

เธอนิ่วหน้า บอกเขาเสียงแผ่วเบาหวิว ใจหนึ่งอยากจะผลักอ้อมแขนแกร่งให้ถอยห่างไปไกลๆ แต่แปลกเหลือเกิน...ลูกในท้องของเธอกลับตื่นเต้นมีปฏิกิริยากับเขา ราวกับแกสามารถรับรู้ได้ว่าคนที่อยู่ต่อหน้าตรงนี้ คือบิดาบังเกิดเกล้า

“ไปพักบนบ้านก่อนแล้วกัน ฉันพาไปเอง” กานต์ชนกตัดสินใจช้อนอุ้มร่างอุ้ยอ้ายแต่อิ่มเอิบมีน้ำมีนวลของปกเกศ พาเดินหนีจากสายตาสอดรู้สอดเห็นของทุกคน เข้าไปในบ้าน แม้แต่ธนวุฒิที่จะวิ่งตามมาด้วย ยังถูกผู้เป็นนายขึงตาดุปรามจนไม่กล้าตามขึ้นบ้านมาด้วยกัน

“คุณจะพาฉันไปไหน ปล่อยเลยนะ ฉันเดินเองได้” ปกเกศโวยวาย ดิ้นจะให้หลุดจากอ้อมแขนของเขา อายจนแดงเถือกไปทั้งใบหน้าและลำคอ จู่ๆ กานต์ชนกก็อุ้มเธอบุกเข้ามาในบ้าน ทำให้ผู้คนในกองถ่ายข้างนอกแตกตื่นไม่พอ เขายังเข้ามาสร้างความโกลาหลให้คนในบ้านอีกด้วย

“พี่เกศ เกิดอะไรขึ้น พี่เกศเป็นอะไรคะ!”

สาหร่ายกับปะการังสองพี่น้องฝาแฝด ลูกสาวของคุณกรองแก้ว วิ่งจากครัวด้านในเข้ามารุมล้อมร่างสูงของกานต์ชนก จ้องมองปกเกศซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มอย่างห่วงใย

“ไม่มีอะไรจ้ะ หนึ่งกับสองไปทำงานต่อเถอะ พี่ขอพักเดี๋ยวเดียวแล้วจะไปช่วยต่อ”

“ไม่ต้องแล้ว มีอะไรเรียกคนงานที่กองถ่ายมาช่วยก็ได้”

กานต์ชนกขัดขึ้น ก่อนเดินไปที่โต๊ะไม้ตัวยาวที่ข้างผนังห้องโถง วางร่างของปกเกศลงอย่างระมัดระวัง แววตาคมปลาบ จ้องเขม็งไปที่ท้องโตๆ ของเธอ

เขาไม่เจอเธอมาหลายเดือนแล้ว เธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ

“อยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา” เขาสั่งเธอก่อนจะเดินกลับออกไปหน้าบ้าน สั่งการให้คนงานในกองถ่ายไปช่วยเป็นลูกมือสองสาวฝาแฝดทำกับข้าวเพิ่มเติมในครัว เนื่องจากอาหารที่ทำคราวนี้มีปริมาณเยอะมาก

สั่งการลูกน้องแล้ว กานต์ชนกก็กลับเข้ามา ทรุดนั่งกับพื้นห้องตรงหน้าเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่หญิงสาวนอนลืมตามองเขาอยู่

ปกเกศจ้องอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเหมือนกันว่าจะได้เจอเขาที่นี่ มันเป็นความบังเอิญที่ร้ายกาจ เธอแอบหยิกตัวเองหลายครั้ง เผื่อจะอยู่ในความฝัน แต่คำตอบที่ได้ก็ยังกระจ่างชัดเจน

เขาอยู่ที่นี่จริงๆ กองถ่ายโฆษณา ที่มาขอเช่าสถานที่สวนกล้วยไม้ของป้ากรองแก้วถ่ายโฆษณา เป็นบริษัทของกานต์ชนกเอง!

หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่ง เก้อกระดากที่จะนอนมองเขาอย่างนี้ พอยันกายลุกขึ้นนั่งได้ อีกฝ่ายก็ตามเข้ามานั่งข้างกันบนเก้าอี้ รวดเร็วจนเธอลุกเผ่นหนีไม่ทัน

“จะไปไหนคุยกันหน่อยสิ ไม่เจอพักเดียวท้องโตขนาดนี้แล้ว...ไหนว่าเรียนหนังสืออยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นอย่างนี้ล่ะ”

เขายึดแขนเธอ จับกดไว้แน่น ไม่ให้หญิงสาวลุกหนีไปไหน คำถามที่เอ่ยตามมานั้นก็แฝงนัยเย้ยหยามจนปกเกศถลึงตาใส่อย่างลืมตัว

“ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ คุณนี่มัน...”

เธออยากหาอะไรเหวี่ยงใส่หน้าหล่อๆ ลอยยั่วโมโหของอีกฝ่ายนัก เขาช่างซื่อใสไร้เดียงสา ช่างไม่รู้อะไรเลย!!

“ฉันมันทำไม พูดมาให้จบสิ กั๊กไว้ทำไมล่ะ” กานต์ชนกท้าทาย อยากรู้ว่าเธอจะด่าอะไรเขา ยายเด็กตัวกระเปี๊ยกกล้าเกินตัว

“...ช่างเถอะ ฉันไม่อยากมีปัญหากับทางกองถ่าย ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรก็เชิญออกไปได้แล้วค่ะ ในนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของพวกเรา คนนอกไม่ควรเข้ามา เกะกะ” หญิงสาวออกปากไล่ไม่อ้อมค้อม ไม่สนใจจะตอบคำถามของเขา ทว่าอีกฝ่ายหรือจะยอม กานต์ชนกกลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งเป็นสัน เฉียดแก้มใส

“ถ้าไม่อยากมีปัญหากับกองถ่ายจริงๆ ก็ยิ่งต้องตามใจฉัน เพราะฉันเป็นเจ้านายของกองถ่ายกองนี้” กานต์ชนกประกาศย้ำให้เธอตระหนักถึงสถานะของเขา จะได้ไม่กล้าอวดดีมาไล่กันอีก

“แล้วคุณจะเข้ามาทำอะไรในนี้ไม่ทราบ ในนี้เป็นงานครัวของพวกเรา ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเลย”

“ฉันก็อยากเข้ามาดูในครัวบ้างสิ ว่าสะอาดสะอ้านได้มาตรฐานหรือเปล่า เกิดคนงานของฉันกินของไม่ดีเข้าไปแล้วท้องเสียจะทำยังไง”

กานต์ชนกอ้างไปอย่างนั้นเอง ตาคมไม่ลดละจากการสำรวจร่าง  อุ้ยอ้ายของคนที่นั่งข้างๆ

ผิวพรรณของเธอดูเปล่งปลั่งขาวใสยิ่งกว่าแต่ก่อน ใบหน้าหวานมีเลือดฝาดขาวอมชมพูดูน่ารักน่าเอ็นดูไปอีกแบบ คนท้องแก่ก็ไม่ใช่ว่าจะดูไม่ได้ไปเสียทุกคนอย่างที่เขาเคยเข้าใจมาตลอด

แต่ใครคือพ่อของเด็กในท้องเธอล่ะ?

คิดมาถึงตรงนี้กานต์ชนกก็นิ่วหน้าดุ เคร่งเครียดขึ้นมาทันที

“ที่นี่สะอาดพอแน่นอนค่ะ ถ้าคุณไม่เชื่อก็เชิญดูได้เลย อยากดูอะไรก็ดู เสร็จแล้วก็กลับออกไปเร็วๆ เลย” ปกเกศเชิดหน้า เมินหนีอีกฝ่าย อึดอัดกับหน้าดุๆ ตาคมวาวที่จับจ้องมาไม่คลาดสายตาของเขา

ไม่รู้จะมองอะไรนักหนา ไม่เคยเห็นคนท้องหรือไง!

“ใครเป็นพ่อเด็ก...ผู้ชายคนที่อยู่กับเธอที่หน้าผับเจ๊มะนาวใช่ไหม”

แทนที่กานต์ชนกจะไปตรวจตราในห้องครัวตามที่อ้างกับเธอ เขากลับมาคาดคั้นถามเรื่องส่วนตัวของเธอเสียงเข้ม กระด้าง ทำเอาหญิงสาวสะดุ้ง

“อะไรของคุณ...คุณหมายถึงพี่ไนยเหรอ”

“แล้วตอนนี้หมอนั่นมันหายหัวไปไหน ทำไมปล่อยให้เธอมาทำงานงกๆ อยู่อย่างนี้ ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตราย เกิดหกล้มไปจะเป็นยังไง”

“คุณกานต์ชนก” ปกเกศตกใจ ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเป็นห่วงเธอ

“ฉันจะไปล้างรองเท้ากับขากางเกงสักหน่อย ช่วยเตรียมอาหารตั้งโต๊ะให้ด้วย ฉันจะกลับมากินข้าวกับเธอ”

กานต์ชนกเปลี่ยนเรื่องพูดอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ยอมมองหน้าเธอตรงๆ สั่งๆ แล้วก็ลุกเดินออกจากบ้านไปทั้งอย่างนั้น ไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธแต่อย่างใด

ตานั่นหมายความว่าจะกินข้าวกับเธอในบ้านอย่างนั้นเหรอ...



*******************

งานหนังสือตุลาคมนี้ อย่าลืม รักรออุ้ม กันนะคะ มีวางจำหน่าย 2 บูธนี้เลยจ้า

-บูธ O 06 โซน C1 สำนักพิมพ์ภัสรสา

-บูธ N 22 โซน C1 สำนักพิมพ์บ้านมงคล



หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 10 ต.ค. 2561, 15:16:45 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 10 ต.ค. 2561, 15:16:45 น.

จำนวนการเข้าชม : 177





<< บทที่ 13 -100%   บทที่ 15 -40% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account