ราคีสีเพลิง:รังสี ดุจดาริน รางนาก(ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
‘ดีเลิศ’ และ ‘บัวบุษบา’ แต่งงานกันท่ามกลางความขัดแย้งของสองตระกูล
ท่ามกลางความเกลียดชังของยาย ‘เจิมจันทร์ เสน่ห์จันทน์’
ผู้ไม่มีวันยอมรับหลานสะใภ้นอกคอกอย่างหล่อน!

หลายปีที่ชายหนุ่มประคับประคองครอบครัวอย่างดีเลิศสมชื่อ
บัวบุษบากลับฝันร้ายถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมเมื่อหลายสิบปีก่อนแทบทุกคืน
ไหนยังตะกรุดประหลาดที่ทิ้งไปกี่ครั้งก็กลับมาอยู่ที่เดิมได้เสมอ
และความรู้สึกเสียวสันหลังราวกับมีใครจับจ้องมองหล่อนอยู่ตลอดเวลา
ทำให้บัวบุษบารู้สึกกลัว ‘เรือนเสน่ห์จันทน์’ อันแสนลึกลับ
มากพอๆ กับที่หล่อนกลัว ‘ความจริง’ ที่ซ่อนอยู่ใน ‘ความฝัน’ ของตนเอง!


*******************

สั่งซื้อได้แล้ววันนี้! **หนังสือพร้อมส่ง**

ราคา 218 บาท (ส่งลงทะเบียน บวกเพิ่ม 25 บาท ส่ง ems บวกเพิ่ม 45 บาท)

-inbox สั่งซื้อกับแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์
-ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
-ร้านนิยายออนไลน์ เช่น ร้านนิยายรัก และร้านbooktogothailand


*******************

eBook วางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket ที่เดียวเท่านั้น!


*******************

หมายเหตุ: นิยายเรื่องนี้เป็นซีรีส์ "ร้อยเล่ห์เสน่ห์จันทน์" มีทั้งหมด 4 เรื่อง แต่งโดยนักเขียน 3 ท่าน ดังนี้
-ราคีสีเพลิง แต่งโดย รังสี (วิรัตต์ยา) ดุจดาริน (พิมาลินย์) รางนาก (สะมะเรีย)
-มาลีเริงไฟ แต่งโดย รังสี (วิรัตต์ยา)
-เลื่อมลายพรายจันทร์ แต่งโดย ดุจดาริน (พิมาลินย์)
-ม่านมนตกานต์ แต่งโดย รางนาก (สะมะเรีย)

*******************

จุดเชื่อมโยงคือ 'ยายเจิมจันทร์ เสน่ห์จันทน์' ยายของหลานๆ ทั้ง 4 ซึ่งเป็นตัวเอกของทั้ง 4 เรื่องด้านบนเลยจ้า แต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องราวของหลานๆ แต่ละคนแตกต่างกันไป (ราคีสีเพลิง เป็นเรื่องราวของหลานชายคนโต หนุ่มเนื้อหอมประจำบ้านเสน่ห์จันทน์ค่ะ)


ใครชอบแนวนิยายรักโรแมนติก ดราม่า สยองขวัญ มีการเล่นคุณไสยมนตร์ดำ อิจฉาริษยา ปมกลับชาติมาเกิด และเหล่าบริวารผีรับใช้ จัดไป! ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์นำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ


*******************

นักอ่านที่สนใจสั่งซื้อแพ็กคู่ (ราคีสีเพลิง+มาลีเริงไฟ) จากราคาเต็ม 558 บาท ขายเพียง 491 บาทนะคะ ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าส่ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ 'ปลายปากกา สำนักพิมพ์'

Tags: ผี ดราม่า ริษยา โรมานซ์ กลับชาติมาเกิด คุณไสย

ตอน: บทนำ

พุทธศักราช ๒๕๐๗

บัวหลวงสีชมพูอ่อนสลับขาวส่งกลิ่นหอมเย้ายวนท่ามกลางอาทิตย์อัสดง อุบล...หญิงสาวหน้าตาหมดจดงดงามเกลี่ยปลายนิ้วผ่านกลีบบัวด้วยหัวใจอ่อนโยน เธอนั่งอยู่บนเรือแจวลำหนึ่งซึ่งเคยพายเล่นสมัยวัยแรกแย้ม กระทั่งตอนนี้เธอแต่งงานมีครอบครัว และมีอีกชีวิตกำลังดิ้นหยุกหยิกอยู่ในครรภ์

หญิงสาวขยับมือแตะหน้าท้องนูนใหญ่ของตน แม้ขยับกายอย่างยากลำบาก แต่ใบหน้ายังระบายด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานอย่างคนที่มีความสุขไม่ทุกข์ร้อนอันใด

“หากเขาเป็นชาย ฉันจะตั้งชื่อเขาว่ากมุท” เธอกล่าวกับหญิงสาวอีกคนที่กำลังพายเรือ ขณะเด็ดบัวหลวงสีขาวมาดอมดม “กมุทแปลว่าดอกบัว บัวสายสีขาวบริสุทธิ์”

“ถ้าเป็นหญิงล่ะ”

เสียงถามดังมาจากผู้ถือไม้พาย เสียงนั้นห้วนสั้น เย็นยะเยียบ... หากแต่เป็นเสียงของหญิงสาววัยไล่เลี่ยกันแน่นอน หล่อนกำลังพายเรือไปกลางสระ ท่ามกลางแสงสีแดงของดวงตะวันที่กำลังจะตกดิน ราตรีกาลกำลังมาเยือน หากอุบลจะฉุกใจคิดสักนิด...เธอควรขึ้นฝั่งแล้วกลับเข้าบ้านได้แล้ว แทนที่จะลอยล่องอยู่กลางผืนน้ำตามลำพังกับใครอีกคนเช่นนี้

“ถ้าเป็นหญิงหรือ” อุบลยิ้ม เด็ดบัวหลวงสีชมพูดอกตูมมาถือไว้ “บัวชมพู...หากเป็นหญิงจะตั้งชื่อเขาว่าบัวชมพู เขาคงเป็นลูกสาวที่น่ารักที่สุดของฉัน”

อุบลก้มลงดอมดมดอกบัวในมือ จึงไม่ทันเห็นรอยยิ้มมุมปากของเจ้าของเรือที่ถือไม้พายอยู่ในมือ หล่อนทำปากขมุบขมิบ ‘ลองวิชา’ ที่ได้ร่ำเรียนมา ก่อนเป่าลมอาถรรพ์ออกไป ผีพรายมากมายลอยไปตามลม พวกมันหัวเราะร่า! ในขณะที่คาถาสัมฤทธิ์ผล อุบลหน้ามืด วิงเวียน ใบหน้าซีดเซียวเงยมองไปเบื้องหน้า เห็นเป็นภาพเลือนราง

หญิงสาวเอื้อมมือออกไปพยายามขอความช่วยเหลือ แต่ทว่าสติ สัมปชัญญะก็ดับวูบลง

ร่างอวบเปล่งปลั่งล้มลงกระแทกหัวเรือสลบไสล เสียงหัวเราะหึๆ ดังไปทั่วคุ้งน้ำท่ามกลางสายลมหนาว ก่อนจะตามมาด้วยการระเบิดเสียงหัวเราะดังก้องอย่างผู้มีชัย! แต่หาได้ถึงหูเหล่ามนุษย์เดินดินไม่ เพราะผีพรายล้อมเรือเอาไว้ พวกมันบังตาเรือจากมนุษย์หน้าโง่ทั้งหลายที่เพิ่งเอะใจว่า อุบลหายไป และกำลังออกตามหากันจ้าละหวั่น

ราตรีเดินทางย่างมา...

พระจันทร์เต็มดวงทอแสงอยู่กลางฟ้า ในขณะที่สมาชิกครอบครัว ‘มิ่งมงคล’ พากันใจร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผา ยิ่งความมืดกลืนกินแสงสว่าง ทั้งสามีและญาติสนิทของอุบลก็ยิ่งร้อนใจ แบ่งคนกันออกตามหาไกลบ้านออกไปเรื่อยๆ

ขณะที่กลางสระบัวนั้น อุบลค่อยๆ รู้สึกตัวลืมตาตื่นด้วยความวิง เวียนงุนงง แต่เมื่อเธอพยายามยันกายลุก กลับไม่สามารถขยับได้แม้เพียงปลายนิ้ว หญิงสาวหอบหายใจอย่างอึดอัดเหมือนถูกนั่งทับ ก่อนดวงตากลมโตจะเบิกกว้างเมื่อเธอเห็น ‘สิ่ง’ หนึ่ง ที่ดูเหมือนจะไม่ใช่คน!

มันเป็นผีสาวผมยาวถึงข้อเท้า ผิวกายดำราวกับถ่าน เล็บยาวเฟื้อยของมันลูบหน้าอุบลพร้อมแสยะยิ้มอย่างโฉดชั่ว เส้นผมยาวเกินเหตุขยับเองได้ราวกับมีชีวิต และตอนนี้เส้นผมของมันได้กำรอบข้อมือ ข้อเท้าของหญิงสาวแล้วกดลงกับท้องเรือ รวมถึงรัดริมฝีปากไม่ให้อุบลร้องขอความช่วยเหลือได้ด้วย มิหนำซ้ำบนฟ้านั่น ผีพรายสีดำมากมายกำลังลอยไปมาเบื้องหน้าพระจันทร์เต็มดวง!

เสียงหัวเราะฮิๆ ดังทั่วคุ้งน้ำ อุบลตัวสั่น น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ หญิงสาวพยายามดิ้นรนหมายหลบหนี...ลูก...เธอต้องรักษาชีวิตเขาไว้!

“กมุท... บัวชมพู...”

เสียงคุ้นเคยทำให้หญิงสาวเบิกตากว้างอย่างมีความหวัง ใช่...เธอไม่ได้อยู่ตามลำพัง เธอออกมาพายเรือเก็บดอกบัวกับหญิงสาวที่เธอไว้ใจมากที่สุด และหากหล่อนรู้ว่าอุบลตกอยู่ในอันตราย หล่อนต้องช่วยเหลืออุบลอย่างแน่นอน!

“อื้อ...” หญิงสาวพยายามร้องเรียกชื่อเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ผีร้ายก็รัดปากเธอไว้ด้วยเส้นผมของมันแน่นจนอุบลได้แต่ทำเสียงอู้อี้ในคอเท่านั้น ยิ่งเธอดิ้น มันยิ่งรัดปากรัดแขนขาเธอแน่นขึ้นจนอุบลกระดุกกระดิกแทบไม่ได้

แล้วภาพๆ หนึ่งก็ฉายในกระจกตาของเธอ...

สายฟ้าแลบ ก่อนผ่าเปรี้ยงลงยังที่ใดที่หนึ่งในอาณาบริเวณใกล้กัน เผยให้เห็นร่างผอมบางสะสวยของหญิงสาวอีกคนที่กำลังยืนถือมีดเงาวับอยู่ทางฝั่งท้ายเรือ!

ไม่...ไม่จริง...

อุบลร้องตะโกนอยู่ในใจ น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม ความสิ้นหวังถาโถมราวกับพายุ เรือโคลงเคลงเมื่อหญิงอีกคนก้าวเดินมานั่งคร่อมร่างของอุบลที่พยายามบิดตัวหนี

“เดี๋ยวกูจะตั้งชื่อมันให้ ตามที่มึงต้องการ”

พูดจบก็กรีดมีดลงยังหน้าท้องนูนใหญ่ของอุบล หญิงสาวหลับตากำมือแน่นด้วยความเจ็บปวด พยายามดิ้นหนี แต่ไม่เป็นผล

“นี่สำหรับที่มึงควรตอบแทนกู ถ้าไม่ได้กูยุส่ง มึงคงไม่ได้สมหวังในรัก!”

หล่อนกรีดซ้ำไปซ้ำมาอย่างเลือดเย็น ทั้งที่อุบลยังหายใจอยู่

“และนี่สำหรับที่มึงเสือกมีความสุขมากกว่ากู!!!”

ปลายมีดกดลึกก่อนกรีดดึงดังแควก! เลือดสดๆ กระฉูดใส่ใบหน้าของฆาตกร ในขณะที่ร่างของอุบลกระตุกถี่ เลือดไหลจากปาก จมูก และน้ำตาที่ไหลพรากก็ผสมกับเลือดกลายเป็นสีแดงฉาน บัวหลวงงดงามราวกับถูกย้อมด้วยสีโลหิตเช่นกัน ก่อนที่สายฝนจะเทลงมาราวฟ้ารั่ว

ร่างเล็กจ้อยของทารกถูกกระชากออกจากครรภ์มารดา เขาแน่นิ่ง ไม่ไหวติง ไร้ซึ่งเสียงร่ำไห้ หรือเสียงหัวเราะแห่งความยินดีของครอบครัว มีเพียงเสียงฟ้าคำราม และเสียงหัวร่ออย่างสาแก่ใจของหญิงสาวที่ชูเขาขึ้นบนฟ้าเท่านั้น
ศพของอุบลลืมตาโพลง

ก่อนจะถูกถีบลงน้ำ จมสู่เบื้องล่างแห่งสายนทีเย็นยะเยียบ...

************

เรื่องใหม่มาอีกแล้วจ้า 5555 ฝากติดตามด้วยนะคะ^^

นิยายเรื่องนี้แต่งโดยนักเขียน 3 ท่านนะคะ ได้แก่ รังสี(วิรัตต์ยา) ดุจดาริน(พิมาลินย์) และรางนาก(สะมะเรีย) และกำลังจะตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" ใครชอบแนวนิยายรักโรแมนติก ดราม่า สยองขวัญ มีการเล่นคุณไสยมนตร์ดำ อิจฉาริษยา ปมกลับชาติมาเกิด และเหล่าบริวารผีรับใช้ จัดไป! ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์นำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ


หมายเหตุ: นิยายเรื่องนี้เป็นซีรีส์ "ร้อยเล่ห์เสน่ห์จันทน์" มีทั้งหมด 4 เรื่อง ได้แก่
-ราคีสีเพลิง แต่งโดย รังสี (วิรัตต์ยา) ดุจดาริน (พิมาลินย์) รางนาก (สะมะเรีย)
-มาลีเริงไฟ แต่งโดย รังสี (วิรัตต์ยา)
-เลื่อมลายพรายจันทร์ แต่งโดย ดุจดาริน (พิมาลินย์)
-ม่านมนตกานต์ แต่งโดย รางนาก (สะมะเรีย)

*******************

จุดเชื่อมโยงคือ 'ยายเจิมจันทร์ เสน่ห์จันทน์' ยายของหลานๆ ทั้ง 4 ซึ่งเป็นตัวเอกของทั้ง 4 เรื่องด้านบนเลยจ้า
แต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องราวของหลานๆ แต่ละคนแตกต่างกันไป

(ราคีสีเพลิง เป็นเรื่องราวของหลานชายคนโต หนุ่มเนื้อหอมประจำบ้านเสน่ห์จันทน์ค่ะ)




ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 12 พ.ย. 2561, 11:34:02 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 12 พ.ย. 2561, 12:02:12 น.

จำนวนการเข้าชม : 154





   บทที่ 1 เรือนเสน่ห์จันทน์ -100% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account