ราคีสีเพลิง:รังสี ดุจดาริน รางนาก(ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
‘ดีเลิศ’ และ ‘บัวบุษบา’ แต่งงานกันท่ามกลางความขัดแย้งของสองตระกูล
ท่ามกลางความเกลียดชังของยาย ‘เจิมจันทร์ เสน่ห์จันทน์’
ผู้ไม่มีวันยอมรับหลานสะใภ้นอกคอกอย่างหล่อน!

หลายปีที่ชายหนุ่มประคับประคองครอบครัวอย่างดีเลิศสมชื่อ
บัวบุษบากลับฝันร้ายถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมเมื่อหลายสิบปีก่อนแทบทุกคืน
ไหนยังตะกรุดประหลาดที่ทิ้งไปกี่ครั้งก็กลับมาอยู่ที่เดิมได้เสมอ
และความรู้สึกเสียวสันหลังราวกับมีใครจับจ้องมองหล่อนอยู่ตลอดเวลา
ทำให้บัวบุษบารู้สึกกลัว ‘เรือนเสน่ห์จันทน์’ อันแสนลึกลับ
มากพอๆ กับที่หล่อนกลัว ‘ความจริง’ ที่ซ่อนอยู่ใน ‘ความฝัน’ ของตนเอง!


*******************

หมายเหตุ: นิยายเรื่องนี้เป็นซีรีส์ "ร้อยเล่ห์เสน่ห์จันทน์" มีทั้งหมด 4 เรื่อง แต่งโดยนักเขียน 3 ท่าน ดังนี้
-ราคีสีเพลิง แต่งโดย รังสี (วิรัตต์ยา) ดุจดาริน (พิมาลินย์) รางนาก (สะมะเรีย)
-มาลีเริงไฟ แต่งโดย รังสี (วิรัตต์ยา)
-เลื่อมลายพรายจันทร์ แต่งโดย ดุจดาริน (พิมาลินย์)
-ม่านมนตกานต์ แต่งโดย รางนาก (สะมะเรีย)

*******************
จุดเชื่อมโยงคือ 'ยายเจิมจันทร์ เสน่ห์จันทน์' ยายของหลานๆ ทั้ง 4 ซึ่งเป็นตัวเอกของทั้ง 4 เรื่องด้านบนเลยจ้า แต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องราวของหลานๆ แต่ละคนแตกต่างกันไป (ราคีสีเพลิง เป็นเรื่องราวของหลานชายคนโต หนุ่มเนื้อหอมประจำบ้านเสน่ห์จันทน์ค่ะ)


ใครชอบแนวนิยายรักโรแมนติก ดราม่า สยองขวัญ มีการเล่นคุณไสยมนตร์ดำ อิจฉาริษยา ปมกลับชาติมาเกิด และเหล่าบริวารผีรับใช้ จัดไป! ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์นำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ


Tags: ผี ดราม่า ริษยา โรมานซ์ กลับชาติมาเกิด คุณไสย

ตอน: บทที่ 4 ความลับของทวดแสง -100%

การนั่งๆ นอนๆ อยู่บนเรือนตลอดหลายวันทำให้บัวบุษบารู้สึกเบื่อหน่าย ถ้าเดินออกมานอกเรือนนอนก็ต้องพบกับสายตาของเจิมจันทร์ซึ่งนั่งอยู่ที่ศาลากลางเรือน สอดส่ายสายตาคอยจับผิดเธออยู่ตลอดเวลา ครั้นจะลงไปช่วยสายพิณทำอาหาร สายพิณก็ไม่ยอม พยายามไล่เธอขึ้นมาบนเรือน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปเธอคงบ้าตายเข้าสักวันแน่ๆ เธอต้องหาอะไรทำสักอย่าง

จังหวะนั้น หญิงสาวมองไปเห็นสระบัว วูบหนึ่งภาพในความฝันทำให้หญิงสาวรู้สึกใจหายราวกับถูกกระชากไปอย่างแรง แต่มันก็แค่ความฝันที่ผ่านมาแล้ว ณ เวลานี้เธออยู่กับปัจจุบันไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย

ผีไม่มีจริง...ดีเลิศพูดอยู่เสมอ และเธอจะเชื่อตามนั้น!

บัวบุษบาปลุกปลอบใจตัวเอง ก่อนจะมองไปเห็นว่ามีคนพายเรืออยู่ในสระบัว ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ รูปร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้าม หน้าตาจัดว่าดีถึงขั้นหล่อเหลา สาวๆ ทั้งซอยล้วนหมายปองชายคนนี้ สมคิดเป็นบุตร ชายเพียงคนเดียวของแม่บ้านสายพิณและถนอมคนขับรถ สมคิดสติปัญญาไม่ค่อยดีนัก เรียนไม่เก่งจึงลาออกจากโรงเรียนกลางคัน แล้วเป็นคนสวนในเรือนเสน่ห์จันทน์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สมคิดจึงไม่มีพิษมีภัย ออกจะซื่อจนน่าสงสารเสียด้วยซ้ำไป

“สมคิด” บัวบุษบาเดินไปที่ศาลาริมสระบัวแล้วตะโกนเรียก เพียงไม่กี่อึดใจสมคิดก็พายเรือเข้ามาเทียบท่า

“ครับคุณบัว”

“เก็บดอกบัวอยู่เหรอจ๊ะ”

“เก็บสายบัวครับ แม่บอกว่าจะทำแกงส้มสายบัว”

“งั้นเหรอ” บัวบุษบาพยักหน้าช้าๆ “เก็บดอกบัวเผื่อฉันด้วยสิ ฉันอยากพับถวายพระ ขอสีขาวนะ สักยี่สิบดอกก็ได้” หญิงสาวมองไปในสระบัว นับได้ว่าสระบัวแห่งนี้งดงามมากจริงๆ เพราะบัวฉัตรขาวและบัวฉัตรชมพูซึ่งอยู่ในสายพันธุ์บัวหลวงมีขนาดดอกที่ใหญ่ อีกทั้งยังออกดอกชูช่อเต็มสระไปหมด

“ได้ครับคุณบัว” สมคิดพายเรือกลับไปกลางสระ แล้วลงมือเก็บดอกบัวให้ภรรยาของเจ้านายอย่างกระตือรือร้น เมื่อครบแล้วจึงนำมามอบให้อย่างรวดเร็ว

“ขอบใจมากจ้ะ” บัวบุษบาคร้านที่จะกลับเรือนในยามนี้ เพราะสามีไปทำงานตั้งแต่เช้า เธอจึงตั้งใจจะพับดอกบัวอยู่ที่ศาลาริมสระนี้เสียเลย ทางด้านสมคิดนั้นได้สายบัวสำหรับทำแกงส้มครบแล้ว แต่กลับไม่นำไปให้มารดาอีกทั้งยังนั่งพับเพียบบนพื้นมองเจ้านายสาวพับดอกบัวเป็นกลีบดอกไม้ด้วยความสนใจ

“คุณบัวพับสวยจังเลยครับ ปกติผมเห็นแม่พับกลีบเป็นเหลี่ยมแหลม”

“แบบที่แม่พิณพับน่าจะเป็น ‘กลีบพัดสัตตบุษย์’ แต่แบบที่ฉันพับเรียกว่า ‘กลีบดอกพุดตาน’ จ้ะ”

บัวบุษบาอธิบายอย่างอารมณ์ดี เธอชื่นชอบดอกบัวไม่ใช่เพียงเพราะชื่อของเธอมีความหมายว่าดอกบัว แต่เธอชอบเพราะรู้สึกว่าดอกบัวเป็นดอกไม้ที่สวย กลีบของมันเนียนนุ่ม ยามตูมก็ดูน่ารักน่าชัง ยามเบ่งบานสะพรั่งก็สวยจับจิตจับใจ

เธอยังเคยพูดกับดีเลิศเลยว่า ถ้าเธอมีบุตรเธอก็อยากตั้งชื่อบุตรให้มีความหมายดั่งดอกบัว เธอจะสอนสั่งให้บุตรของเธอเป็นบัวที่โผล่พ้นผิวน้ำ ชูดอกรับแสงอาทิตย์และหยาดน้ำค้างทุกเช้าค่ำ

เมื่อนึกมาถึงตรงนี้หญิงสาวก็เม้มริมฝีปากเข้าหากันสนิท ปากสั่นระริกคล้ายกำลังจะร้องไห้

‘ลูก’ คือสิ่งมีค่าที่เธอใฝ่ฝันอยากจะให้กำเนิดมาตลอด ทว่าเธอแต่งงานกับดีเลิศมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์เลย เธอไปตรวจสุขภาพ ทั้งฉีดสี ส่องกล้องตรวจดูความผิดปกติของรังไข่ ท่อรังไข่ ผนังมดลูก รวมทั้งตรวจฮอร์โมนเพื่อค้นหาความผิดปกติแต่กลับไม่พบ แพทย์ยืนยันว่าเธอร่างกายแข็งแรงดีทุกประการ

แล้วเหตุใดจึงไม่มีเด็กคนไหนอยากมาเกิดกับเธอ หรือเธอยังไม่ดีพอที่จะเป็น ‘แม่’

พรายกมุทนั่งอยู่ข้างๆ บัวบุษบา กุมารน้อยตกใจที่รับรู้ความรู้สึกนึกคิดของหญิงสาว ทั้งที่ปกติแล้วความรู้สึกเหล่านี้ใช่จะล่วงรู้ได้โดยง่าย ที่กมุทได้ยินอาจเป็นเพราะกมุทเองก็อยากมี 'แม่' อยากได้รับอ้อมกอดอบอุ่นของมารดา อยากรู้ว่าหากได้รับความรักจะรู้สึกเป็นสุขเพียงใด

กมุทก้มหน้าเศร้าก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าหวานของบัวบุษบา ชั่วขณะจิตกมุทแอบคิดว่า...ถ้าได้บัวบุษบาเป็นแม่คงจะดีไม่น้อยเลย

“คุณบัวเก่งจังเลยนะครับ ผมอยากพับแบบดอกพุดตานได้บ้าง จะเอาไปอวดแม่” สมคิดขยับกายเข้าไปนั่งใกล้ๆ ขาของเจ้านายสาว แล้วคว้าดอกบัวมาถือไว้ มองด้วยแววตาเป็นประกายราวกับเด็กๆ

“ได้สิจ๊ะ ฉันจะสอนให้”

จังหวะนั้นผีอีพวงลอยไปลอยมาเพื่อตรวจตราดูความเรียบร้อยของบ้าน เหลือบมองไปเห็นปิติผีรับใช้ของเจิมจันทร์นั่งซึมเศร้า พวงอดไม่ไหวพุ่งไปถีบจนปิติล้มคว่ำ มันหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นปิติโกรธฟึดฟัดแต่ก็ไม่กล้าต่อกร แต่ครั้นจะแกล้งต่อก็รู้สึกไม่สนุก ปิติเป็นผีที่น่าเบื่อเกินไป ว่าแล้วไปแกล้งพวกผีพรายน้ำที่สระบัวดีกว่า คิดดังนั้นก็ลอยไป แต่กลับพบบัวบุษบากำลังพูดคุยหยอกล้อกับสมคิด

‘มีอะไรสนุกๆ ให้เล่นแล้วสิ’

พวงหยักยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะรีบตรงไปรายงานเจิมจันทร์ แน่นอนว่าพวงใส่สีตีไข่ลงไปจนแสบถึงทรวงเลยทีเดียว!



*****************



“อีบัว! อีแรด!”

บัวบุษบาถึงกับสะดุ้งจนสุดตัว เมื่อจู่ๆ เจิมจันทร์ก็ก้าวฉับๆ มาที่ศาลาริมสระบัวแล้วชี้นิ้วกราด ด่าเธอด้วยคำหยาบคายจนบัวบุษบาอดนึกค่อนขอดในใจไม่ได้ เพราะเจิมจันทร์ชอบชี้นิ้วด่าคนอื่นว่าไพร่สถุล ไม่มีชาติตระกูล แต่อีกสี่นิ้วกลับชี้เข้าหาตัวเอง เพราะการกระทำแต่ละอย่างของเจิมจันทร์นั้นเรียกได้ว่าสุดจะทน

เธอไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนที่จะลุกขึ้นมาเท้าสะเอวด่าใคร แต่เธอก็มีขีดจำกัดในความอดทน ยามนี้เธอยังทนไหวด้วยรักและเกรงใจสามี ไม่อยากหาเรื่องทุกข์ใจให้เขา แต่ถ้าวันใดที่เธอทนไม่ไหวล่ะ เธอจะทำอย่างไร!

“หน็อย! พอผัวไปทำงานมึงก็ริเล่นชู้กับไอ้สมคิดเลยเหรอ ผู้หญิงอย่างมึงนี่ดอกทองจริงๆ”

บัวบุษบาถึงกับหน้าชาเมื่อถูกด่าด้วยข้อกล่าวหาที่ทุเรศสิ้นดี!

“ขอโทษค่ะคุณยาย แต่บัวไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คุณยายคิด บัวไม่กล้าทำเรื่องต่ำๆ แบบนั้นหรอกค่ะ”

“อีบัว! นี่มึงกล้าเถียงกูเหรอ!”

“บัวไม่ได้เถียงค่ะคุณยาย บัวแค่ชี้แจง”

“หลักฐานคาตาแบบนี้แกยังจะเถียงฉันอีกเหรอ”

เจิมจันทร์ไล่ต้อนบัวบุษบาอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะพวงไปรายงานนางว่าบัวบุษบาใกล้ชิดกับสมคิดจนน่าเกลียด ถึงเนื้อถึงตัวโดยไม่อายฟ้าอายดิน

“หลักฐานอะไรคะ การที่บัวกับสมคิดนั่งพับดอกบัวถวายพระ มันเป็นหลักฐานว่าบัวเล่นชู้กับสมคิดด้วยเหรอคะ”

บัวบุษบาแก้ต่างให้ตัวเอง เธอไม่ใช่คนเข้มแข็งนักหรอก แต่เธอก็ไม่คิดจะยอมให้ใครมารังแกเธอฝ่ายเดียว ยิ่งกับคุณยายมหาภัยที่เกลียดเธอจนเข้ากระดูกดำด้วยแล้ว แค่เธอหายใจอยู่ภายใต้ชายคาเรือนเสน่ห์จันทน์ เธอก็ผิดแล้ว!

“คุณท่านครับ ผมแค่ให้คุณบัวสอนพับดอกบัว ผมกับคุณบัวไม่ได้...”

“หุบปากไปเลยไอ้สมคิด ไอ้ชาติชั่ว มึงริอ่านกินบนเรือนขี้รดบนหลังคารึ”

เจิมจันทร์รู้ตัวแล้วว่าเอาผิดบัวบุษบาไม่ได้ แต่จะให้ยอมอ่อนข้อลงให้ง่ายๆ แบบนั้นก็อย่าเรียกนางว่า เจิมจันทร์ เสน่ห์จันทน์!

“เรื่องนี้สมคิดไม่เกี่ยวนะคะ”

บัวบุษบาพยายามปกป้องสมคิดที่ก้มหน้านิ่งคล้ายจะร้องไห้อยู่แล้ว สมคิดสติไม่ค่อยดีนัก ถูกดุแรงๆ แบบนี้อาจเป็นแผลใจที่รักษาไม่หาย

“ปกป้องชู้รักจนออกนอกหน้านอกตาเลยนะ คอยดูเถอะ ฉันจะฟ้องพ่อโต ว่ายามพ่อโตไม่อยู่ เมียที่รักนักรักหนามันแรดร่านขนาดไหน”

“กำลังพูดถึงผมอยู่เหรอครับคุณยาย บัว”

ดีเลิศเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม มือข้างหนึ่งถือมะม่วงน้ำ ดอกไม้มาฝากยาย มืออีกข้างถือถุงขนมถ้วยเจ้าอร่อยแถวราชดำเนิน

เจิมจันทร์ยิ้มเยาะบัวบุษบา ทำท่าจะฟ้อง ทว่าดีเลิศกลับยัดถุงมะม่วงใส่มือยาย พร้อมบรรยายสรรพคุณโดยไม่เปิดโอกาสให้ยายได้ฟ้องอะไรเขาสักคำ

“มะม่วงเจ้านี้หอมหวานมากเลยครับ นี่ผมเพิ่งบอกแม่พิณให้ทำข้าวเหนียวมูนรสใบเตยของโปรดของคุณยายให้ด้วย”

“ขอบใจมากนะพ่อโต เออนี่ยาย...”

ยังไม่ทันได้ฟ้องดีเลิศก็ผละออกจากยายตรงไปหาภรรยา

“บัวจ๋า พี่ซื้อขนมถ้วยมาฝาก จำได้ว่าตอนอยู่ปีนังบัวบ่นอยากกินบ่อยๆ เจ้านายพี่ท่านพูดถึงว่าขนมถ้วยเจ้านี้ขึ้นชื่อมากเลยนะ บัวต้องชอบแน่ๆ เลย”

“ขอบคุณนะคะพี่โต” บัวบุษบาถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อสามีโผล่มาช่วยชีวิตได้อย่างพอดิบพอดี

“พ่อโต ยาย...”

“อ้าว สมคิด มานั่งอะไรอยู่ตรงนี้ ฉันเห็นแม่พิณตะโกนเรียกหาอยู่ในป่าประดู่โน่นแน่ะ รีบไปเข้าเถอะ ประเดี๋ยวจะโดนแม่พิณดุเอา”

สมคิดนั่งงง แต่พอได้ยินว่าอาจโดนมารดาดุ เขาก็ลุกขึ้นวิ่งโดยไม่เหลียวกลับมามองด้านหลังอีกเลย

“พ่อโต ยายมีเรื่อง...” เจิมจันทร์เดินเข้าไปจับแขนหลานชาย ทว่าดีเลิศกลับหันมายิ้มแล้วกอดยายอย่างประจบ

“ผมเหนื่อยจังครับ ร้อนมากด้วย ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ”

อันที่จริงดีเลิศกลับมาถึงบ้านได้สักพักแล้ว วันนี้รถของเขาส่งซ่อม จึงนั่งแท็กซี่กลับมา พอรู้จากสายพิณว่าบัวบุษบานั่งอยู่ที่ศาลาริมสระจึงเดินไปหา แต่กลับเห็นยายเดินมาด้วยท่าทางหาเรื่อง เขาจึงรีบหลบ ดังนั้นเขาจึงเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง

เห็น...ว่ายายเกลียดชังภรรยาของเขาถึงขนาดขึ้นอี ขึ้นมึง ด่าเธอด้วยถ้อยคำหยาบคายจนเขาเองฟังแล้วยังรู้สึกแสลงหู

“แต่ยาย...”

“บัวไปช่วยถูหลังให้พี่หน่อยสิ” ดีเลิศหันไปส่งสายตาระยิบระยับให้ภรรยา ก่อนจะโอบเอวบางเดินผ่านหน้ายายไป ขณะที่ยายได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ เป็นใบ้ไปชั่วขณะ

“พ่อโตนะพ่อโต ร้ายนัก!”

เมื่อได้สติจึงรู้ได้ว่าดีเลิศเข้ามาช่วยบัวบุษบาออกไป เจิมจันทร์ก็ยิ่งโกรธจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมา

‘ท่าทางคุณโตจะรักเมียหลงเมียมากเลยนะเจ้าคะแม่นาย’

พวงได้ทีรีบจีบปากจีบคอเสี้ยมทันที เรื่องยุแยงให้แตกแยก พวงถนัดนัก! โดยเฉพาะครอบครัวของ ‘แม่นาย’ ยิ่งแตกแยกยิ่งร้าวฉาน วิบัติฉิบหายเลยยิ่งดี

“รักหลงได้อีกไม่นานหรอก ฉันนี่แหละจะทำให้พวกมันเลิกกัน!”

หญิงสูงวัยกัดฟันกรอด ก่อนจะโยนถุงมะม่วงทิ้งอย่างไม่ไยดี



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 7 ธ.ค. 2561, 08:49:32 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 7 ธ.ค. 2561, 08:49:32 น.

จำนวนการเข้าชม : 42





<< บทที่ 4 ความลับของทวดแสง -50%   บทที่ 5 ตะกรุด วิญญาณ ความฝัน ความตาย -50% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account