Cause of Love...เล่ห์อำพรางใจ: เอบิช (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
เพราะความจำเป็นในชีวิต บีบบังคับให้ ‘มิวาร์’
ต้องทำสัญญาเงินกู้กับ ‘อีรอส ไททัน’ โดยแลกกับการเป็นผู้หญิงของเขา

อีรอสเป็นนักธุรกิจไฟแรง ติดโผชายในฝันของสาวๆ ทั่วทั้งนครนิวยอร์ก
และมีดีกรีเป็นถึงลูกชายประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา
แต่ในสายตาของมิวาร์ เขาก็เป็นแค่อีตาหื่นจอมเจ้าเล่ห์คนหนึ่ง
ที่จ้องจะหิ้วเธอขึ้นเตียงทุกวินาที!

เรื่องงาน ‘แพทย์หญิงมิวาร์ กรุณา เกรแฮม’ ไม่เคยเป็นสองรองใคร
แต่เรื่องความรัก...เธอขออยู่ให้ห่าง ช่างต่างจากเขา...อีรอส...กามเทพตัวพ่อ
ที่ฟ้าจงใจส่งลงมาตามไล่ล่าเอาความรักจากเธอชัดๆ
การทำสัญญากับเขาในครั้งนี้ จึงเดือดร้อนมิวาร์ต้องงัดสารพัดวิธีมาชิ่งหนีเขา
โดยไม่อาจล่วงรู้เลยว่า ในเวลาเดียวกันนั้น
เธอกำลังถูกดึงเข้าไปพัวพันในวังวนของการฆาตกรรมอำพราง
เนื่องจากวิชาชีพของเธอเอง...

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนี้ เธอจะเอาตัวรอดเช่นไร
อำพรางหัวใจ หรือยอมสยบให้กับเล่ห์กลของเขาดี!?


*********************

นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "เอบิช" และตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing) " ค่ะ ทีมงานปลายปากกาจึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ ใครชอบพระเอกหล่อ รวย และหื่นตัวพ่อ จัดไปค่ะ 555+ ขอบอกว่าฮีเปย์หนักมากกกกก แถมฉลาดและเจ้าเล่ห์เป็นที่หนึ่ง! แต่ขณะเดียวกันก็คอยปกป้องนางเอกสุดฤทธิ์ เรื่องนี้มีความโรแมนติกพาฝันนิดๆ และมีปมฆาตกรรมให้ติดตามด้วย

ท้องเรื่องอยู่ในยุค 2023 #รับประกันความสนุก!


***************************

นักอ่านท่านใดสนใจมีทั้งแบบ eBook และแบบรูปเล่มนะคะ

***สำหรับแบบรูปเล่มวางจำหน่าย 4 ช่องทาง***

1.ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
2.ร้านออนไลน์ เช่น ร้านนิยายรัก ร้านbooksforfun และร้านบาร์บี้บิวตี้บุ๊ค(ฉัตรธิดา สำเฮี้ยง)
3.สั่งซื้อโดยตรงกับสนพ.โดย inbox หาแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์ หรือผ่าน Line: plaipakkabooks
4.ซื้อผ่าน shopee ร้าน plaipakkabooks_officialshop (ส่งฟรีทุกเล่ม)

หนังสือพร้อมส่ง

จำนวน 372 หน้า (พร้อมตอนพิเศษ)

ราคา 349฿ จากราคาปก 389฿
ค่าจัดส่งลงทะเบียน 45฿ (รวมเป็น 394฿)
ค่าจัดส่ง EMS 70฿ (รวมเป็น 419฿)

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

***แบบ eBook วางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket***
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ 9 -100%

อีรอสนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ภายในห้องทำงานส่วนตัว เขากำลังมองเหม่อออกไปนอกผนังกระจกบานสูงจดเพดานที่ถ่ายทอดทิวทัศน์ของแมนแฮตตันยามดึก แต่ภายในใจร้อนรุ่มกับความดื้อดึงของคนที่อยู่ข้างนอก

เขารู้ว่ามิวาร์ไม่ได้รักเขา เขาเองก็ไม่ได้รักเธอ แต่ความสัมพันธ์ที่เขาเลือกจะก่อขึ้นหวังว่าเธอจะยอมละทิ้งทิฐิและโอนอ่อนเข้าหา ไม่น่าเชื่อว่าเสน่ห์แห่งบุรุษเพศของเขาจะใช้กับแพทย์สาวผู้นี้ไม่ได้ เขาก็เคยบอกเธอไปแล้วว่าเขาชื่นชอบเธอมากกว่าผู้หญิงคนไหน บางทีเขาอาจจะอยากสานสัม พันธ์กับเธอมากจนถึงขั้นที่เขาจะยอมแต่งงานกับเธอได้ด้วยซ้ำไป เขาแค่เบื่อหน่ายกับความตรงไปตรงมาของเธอ โดยเฉพาะการตอกย้ำว่าเขาได้ตัวเธอมาด้วยวิธีใด ก็ถ้าเธอไม่ยอมตกลงทำสัญญากับเขาสักอย่าง เขาจะไปบัง คับขู่เข็ญเธอได้อย่างไร ถึงแม้เขาจะรู้ดีกว่าใครว่ามิวาร์หมดทางเลือกในการกู้เงินกับธนาคารอื่นแล้วก็ตามเถอะ

เธอไม่รู้หรือไงว่าคำว่า ‘ผู้หญิงของเขา’ มีความหมายมากแค่ไหน

ผู้หญิงคนอื่นที่เข้ามาในชีวิตเขาก่อนหน้านี้ล้วนเป็นได้แค่ ‘คู่นอน’ แต่กับเธอ...ผู้หญิงของเขา...นั่นหมายถึงว่าเขาจะต้องรับผิดชอบเธอในทุกๆ เรื่อง แม้กระทั่งการปกป้องคุ้มครองเธอให้พ้นจากเรื่องร้ายๆ หรือเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงต่างๆ

มิวาร์ไม่รู้...เพราะเธอไม่สนใจที่จะถาม เอาแต่คิดว่าเธอเป็นแค่...คู่นอน...ของเขาเท่านั้น!

เฮ้อ..ในเมื่อเธอเป็นผู้หญิงที่เขาจะต้องใส่ใจมากกว่าใคร เขาคงต้องละทิ้งทิฐิเสียเองและออกไปดูซิว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้

อีรอสลุกออกจากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ สาวเท้าออกไปจากห้องเพื่อจะยืนกอดอก อมยิ้มน้อยๆ กับภาพร่างแบบบางนั่งหลับคอตกพิงพนักโซฟาในท่าที่ดูแล้วไม่สบายกาย เผลอๆ จะทำให้ปวดเมื่อยหนักขึ้นเมื่อตื่นนอน

เขาตรงเข้าไปช้อนร่างเธอไว้ในวงแขนแล้วพาไปวางลงบนเตียงนุ่มอย่างระมัดระวัง มิวาร์ทำเสียงครางอืออาออกมาทันทีพร้อมกับพลิกตะแคงข้าง สองมือสอดรองใต้แก้มเปล่งปลั่ง ทำให้เธอดูราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยๆ หัวใจอีรอสเต้นเป็นจังหวะแปลกๆ ก่อนบรรจงห่มผ้าให้เธอแล้วก้าวขึ้นนอนอีกฝั่งแล้วดับไฟห้องด้วยคำสั่งเสียง

อีรอสกำลังเริ่มเคลิ้มหลับตอนที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น

“อย่านะ อย่าเข้ามา อย่าแตะต้องหนู ออกไป ออกไปให้พ้น หนูกลัวแล้ว”

เสียงกรีดร้องตะโกนด้วยความคลั่งแค้นปนเจ็บปวดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด ปลุกให้อีรอสผวาลุกขึ้นนั่งจึงได้เห็นร่างแบบบางดิ้นรนไปมาในท่าต่อสู้ป้องกันตัวจากอะไรสักอย่าง เล็บมือของมิวาร์ตะกุยขึ้นไปบนอา กาศ สองเท้าถีบเปะป่ายจนผ้าห่มหล่นไปกองกับพื้น

“เฮ้...ที่รัก ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร คุณแค่ฝันร้าย” อีรอสพยายามยื้อยุดข้อมือทั้งสองและก้มหน้ากระซิบข้างหูที่ขยับส่ายไปมาเพราะศีรษะเจ้า ของไม่หยุดนิ่ง แต่ยิ่งกำข้อมือเธอแน่นขึ้นเท่าไหร่ มิวาร์ยิ่งต่อสู้เอาเป็นเอาตายมากขึ้นเท่านั้น เธอส่งเสียงขู่ฟ่อเหมือนงูจงอางทั้งๆ ตายังปิดสนิท และบิดข้อมือต้านแรงยึดของเขาเต็มที่ ร่างทั้งร่างบิดไปมาเพื่อหาทางหลบพ้นจากการปลอบประโลมของเขาแต่สำหรับเธอมันคือการคุกคาม สองเท้าที่เหวี่ยงฟาดป่ายเปะปะไปมาบนเตียงดังตึงๆ

“ออกไปนะ ออกไปให้พ้น คุณไม่มีสิทธิทำกับหนูแบบนี้” เธอร้องคำราม เหงื่อผุดพราวเต็มดวงหน้าราวกับก๊อกน้ำแตก

“มิวาร์ ที่รัก มันก็แค่ฝันร้าย” แม้ใจจะพยายามปลอบ แต่อีรอสก็ตื่นตระหนกกับความฝันที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวผู้นี้ไปด้วย

ในที่สุด...เมื่อมิวาร์ยังคงดิ้นรนอาละวาดเหมือนกระทิงดุ อีรอสจึงจัดการขยับตัวขึ้นนั่งคร่อมร่างของเธอและกดข้อมือทั้งสองลงเหนือศีรษะ แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดพลาด มิวาร์กระเด้งลำตัวช่วงกลางขึ้นสูง แรงสะเทือนทำให้มือของอีรอสหลุดจากการยึดข้อมือข้างหนึ่ง เปิดโอกาสให้เธอกำเป็นหมัดแล้วต่อยสวนเข้าไปที่เบ้าตาข้างซ้ายของเขาอย่างจัง

“โอ๊ย!” เขาร้องออกมาด้วยความลืมตัวมากกว่าจะเจ็บ มองเห็นดาวระยิบระยับอยู่ชั่ววินาทีหนึ่ง อีรอสเลือดขึ้นหน้า เขาปลุกปล้ำกับอาการดิ้นรนสุดฤทธิ์ของเธอ เขยิบขึ้นมานั่งทับท้องหญิงสาวไม่ห่วงว่าเธอจะรู้สึกจุกและอึดอัดอีกแล้ว จนกระทั่ง...สามารถควบคุมเธอเอาไว้ใต้ร่างของเขาได้ ก้มลงเรียกชื่อเธอด้วยเสียงอันดังหวังปลุกให้เธอตื่น

“มิวาร์ มิวาร์ที่รัก ตื่นซี คุณแค่ฝัน แค่ฝันร้าย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง มิวาร์ ได้ยินที่ผมพูดไหม”

ไม่รู้ว่าเสียงของเขามีผลกับเธอหรือเปล่า แต่ในที่สุด...อาการดิ้นรนขัดขืนก็ยุติลงเหมือนพายุที่สลายตัวของมันเอง แล้วอีรอสก็ต้องใจหายวาบ เมื่อจู่ๆ...หางตาทั้งสองของมิวาร์ก็มีน้ำใสๆ หยดหยาดลงมา จากนั้นไม่นานเธอก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น

“ฉันฝันอีกแล้วใช่ไหม” เธอเอ่ยขึ้นมาหลังจากเห็นใบหน้าของเขาชัดเจน น้ำเสียงของเธอแหบพร่าเต็มไปด้วยความละอายแกมหดหู่

“คุณฝันร้ายน่ะ”

มิวาร์อยากจะร้องออกไปว่ามันไม่ใช่ความฝัน แต่เธอเลือกที่จะเงียบ ยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตา แต่อีรอสดึงมือเธอออกเพื่อเขาจะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาให้แทน

“ลงไปจากร่างฉันได้ไหมคะ ฉันหายใจลำบาก ยังไงฉันคงไม่ฝันร้ายอีกแล้วละค่ะ” เธอบอกเมื่อเขาซับน้ำตาจนเหือดแห้งและสบตาเธอนิ่งๆ อีรอสรีบผละออก ลงไปนอนตะแคงมองเธอนิ่งๆ โดยชันศีรษะไว้บนฝ่ามือ

“คุณฝันแบบนี้บ่อยไหม”

“...”

“หรือจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ความฝัน”

อีรอสเห็นแวววูบไหวในดวงตาสีถ่านหินอย่างชัดเจน เขาเกิดอาการขัดแน่นในอกทันใดเมื่อความคิดบอกเขาว่า ผู้หญิงคนนี้ได้เผชิญเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่างมา

“ฉันจะนอนแล้ว ขอบคุณที่ปลุกฉันตื่นจากฝันนะคะ ราตรีสวัสดิ์” มิวาร์หลับตาลงทันที เป็นการบอกว่าเธอไม่มีอะไรจะพูดกับเขา และอีรอสก็ไม่คิดที่จะซักไซ้เรื่องราวอันร้ายกาจจากเธอ เขามีวิธีที่จะได้รู้ความจริงด้วยวิธีของเขาเอง

อีรอสนอนชันศีรษะมองมิวาร์อยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน จนกระทั่งสังเกตเห็นเธอหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอด้วยลมหายใจยาวลึกเป็นจังหวะตื้นๆ เขารอดูอีกราวๆ ครึ่งชั่วโมงจึงก้าวลงจากเตียงพร้อมกับคว้าโทรศัพท์มือถือจากโต๊ะหัวเตียงฝั่งเขาขึ้นมาด้วย แล้วก็ออกไปโทร.หาเคนที่ห้องนั่งเล่น

“ตรวจสอบประวัติของมิวาร์มาโดยละเอียด ทั้งครอบครัวแท้ๆ และครอบครัวบุญธรรมทั้งหมดของเธอ ฉันต้องการรู้โดยเร็วที่สุด”

“ได้ครับท่าน”

“บอกโดโรธีด้วยว่าฉันขอโทษที่โทร.มาปลุกกลางดึก”

“โดโรธีไม่ว่าอะไรหรอกครับ แต่เธอจะทำให้ผมเหนื่อยทั้งคืนเท่านั้นเอง” มีแววล้อเลียนในน้ำเสียงของเคนที่ชวนให้อีรอสหมั่นไส้

“เออ...สืบมาให้ฉันห้ามนานเกินกว่าวันครึ่งแล้วกัน”

“ครับท่าน นี่เป็นการลงโทษที่ผมมีความสุขในคืนนี้ใช่ไหมครับ”

เคนยังแซวกลับมาตามประสาหนุ่มอารมณ์ดี

“เออ” อีรอสกดตัดสายทันที แล้วกลับเข้าไปในห้องนอน ล้มตัวลงนอนเคียงข้างมิวาร์ตามเดิม แต่ตลอดทั้งคืนจนรุ่งสาง เขานอนไม่หลับเพราะใจกังวลว่าสาวข้างกายจะฝันร้ายอีกหรือไม่ เขาอยากให้เธอนอนหลับอย่างสงบสุขมากกว่าเมื่ออยู่กับเขา



*****************



มิวาร์ตื่นขึ้นมาตอนหกโมงครึ่ง เธอได้กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นกับขนมปังปิ้งใหม่ๆ กระนั้น...เธอไม่ดื่มกาแฟอยู่แล้วแต่ก็ยอมลุกเดินออกจากห้องนอนตรงไปยังห้องข้างนอกมองเห็นอีรอสกำลังนั่งเล่นแท็บเล็ตอยู่ภายในห้องนั่งเล่น เบื้องหน้าเขาบนโต๊ะกระจกบานใสมีถ้วยกาแฟกับแก้วนมและจานขนมปังปิ้งสองจานวางอยู่

“ตื่นแล้วหรือ...กินมื้อเช้าเสียสิ” เขาส่งเสียงทักมา แต่ยังไม่ยอมละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตมามองเธอ

“ฉันลืมไปได้ไงนะว่าคุณทำอาหารอย่างนี้เป็น” เธอเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้บุนวมตัวตรงข้าม ก่อนจะค่อยๆ ยกแก้วนมขึ้นดื่มทีละน้อย พลางกัดกินขนมปังปิ้งทาเนยตามไปด้วย

“แม่ฝึกผมให้ทำของพวกนี้เป็น ไม่งั้นผมอดตายแน่ตอนไปเข้าค่ายลูกเสือ”

“คุณไม่กินหรือคะ”

“คุณกินก่อนเถอะ ขอผมอ่านข่าวอีกหน่อย”

แต่มิวาร์รู้สึกชอบกลกับท่าทีของเขา เธอตัดสินใจโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วกดแท็บเล็ตในมือเขาลงต่ำ เขาเลยยอมเงยหน้าขึ้นมามองเธอ...

คุณพระ อีรอสตาเขียว!

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณเนี่ย!” เธอร้องถามด้วยความตกใจจริงๆ ไม่ได้มีอารมณ์อยากจะขำเขาเลยสักนิด อีรอสทำเสียงคำรามในลำคอเล็กน้อยก่อนจะดึงแท็บเล็ตให้พ้นจากมือเธอแล้วก้มหน้าก้มตา แกล้งทำเป็นอ่านข่าวต่อ

“เมื่อคืนฉันคงไม่ได้ทำร้ายร่างกายคุณหรอกใช่ไหมคะ” เธอถามออกไปอีกครั้งด้วยความสับสน

“อย่าคิดมากไปเลย ยาหยี” เหมือนเขากัดฟันตอบเธอกระนั้น

“คุณคงไปทำงานทั้งสภาพแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ”

“ดีใจชะมัดที่คุณห่วงผมด้วย”

“ฉันจะไปหาอะไรมาปิดตาคุณให้นะคะ คุณบอกคนที่ทำงานคุณไปว่าคุณเป็นโรคตาแดงแล้วกันค่ะ” มิวาร์พยายามหาทางออกให้กับเขา

“ขอบใจนะแต่ไม่ต้องหรอก ผมตั้งใจจะทำงานที่นี่อยู่แล้ว”

“อืม ฉันก็ลืมไปว่าคุณเป็นเจ้าของกิจการ อยากทำงานที่ไหนก็ได้”

“ประชดกันหรือเปล่า”

“เปล่าสักหน่อย ฉันแค่พูดไปตามเนื้อผ้า ฉันออกจะเห็นใจคุณนะคะ”

“ถ้าอย่างนั้น...เย็นนี้ก็กลับมานอนกับผมที่นี่ต่อสิ” เป็นครั้งแรกที่อีรอสยอมเงยหน้าจากแท็บเล็ตเองเพื่อพูดกับจ้องหน้าเธอตาไม่กะพริบตาข้างซ้ายของเขาที่เขียวช้ำเป็นวงแลดูตลกไม่น้อยในสายตามิวาร์ กระนั้น...เธอก็ขำไม่ออก

“สัญญาต้องเป็นสัญญาค่ะ”

“บอกแล้วไงว่าผมยังไม่เริ่มเอาจริงกับคุณ” เขาเตือน

“อีรอส...”

“คุณติดค้างที่ทำร้ายร่างกายผม คุณต้องชดใช้”

“นี่คือครั้งแรกในการเอาจริงของคุณใช่ไหมคะ” มิวาร์ถาม น้ำเสียงบึ้งตึง

“ผมทำทุกอย่างมีเหตุผลตามประสานายธนาคาร เมื่อขาดทุนก็ต้องรีบปั่นกำไรคืนมา”

“ค่ะ...แล้วถ้าฉันไม่ทำตามคำสั่งของคุณล่ะ”

“ผมจะไปหาคุณที่อพาร์ตเมนต์เอง!”

บ้าชะมัด!

มิวาร์ได้แต่สบถในใจก่อนจะนั่งกินมื้อเช้าเงียบๆ ไม่พูดไม่จาอีกเลย อีรอสเองก็ดูเหมือนจะชอบให้มันเป็นเช่นนั้น

เสร็จสิ้นมื้อเช้า เธอก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่อีรอสเลือกให้เองโดยเฉพาะ โชคดีที่ห้องน้ำแบบกล่องกระจกมีสวิตช์ควบคุมม่านบังตาอยู่ในห้องน้ำ ตอนที่อีรอสเข้ามาจัดการเลือกชุดสูทสั่งตัดสำหรับเธอเขาจึงไม่เห็นกิจกรรมในการอาบน้ำของเธอ มิวาร์อดค่อนขอดเขาไม่ได้ที่รู้จักรูปร่างทุกส่วนของเธอดีกว่าตัวเธอเอง เดาเอาว่าเขาคงวัดขนาดร่างของเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอกันตอนอยู่ในโมเตลแล้ว มิเช่นนั้น...เขาคงสั่งตัดชุดสูทให้พอเหมาะพอดีตัวของเธอและเสริมความสง่างามให้กับเธออย่างดีเลิศเช่นนี้ไม่ได้แน่ นอน

“นี่กุญแจรถ”

อีรอสเดินเข้ามาหยุดใกล้เธอตรงหน้าประตูห้อง ระหว่างที่เธอกำลังใส่รองเท้าส้นสูงสองนิ้ว

“หมายความว่าไง”

“ผมถอยมินิคูเปอร์ให้คุณตั้งแต่เมื่อวาน รับไว้เสีย...อย่าปฏิเสธ ผู้ หญิงของผมต้องได้รับการดูแลจากผมอย่างดีที่สุด”

“แต่...”

“ฟังนะ...ผู้หญิงของผมกับคู่นอน มันต่างกันมากทั้งความหมายกับสิ่งที่ผมปฏิบัติต่อคุณ เลิกคิดว่าคุณเป็นแค่คู่นอนของผมเสียที” น้ำเสียงของเขาเหมือนรำคาญแกมระอา

มิวาร์แก้มร้อนผ่าวกับสายตาที่ล้วงลึกไปถึงกลางใจ ตลอดเวลาเธอนึกเสมอว่าคำว่าผู้หญิงของเขากับคู่นอนของเขามันไม่แตกต่างกัน แต่เช้านี้...เขาอธิบายให้เธอเข้าใจมากขึ้น แต่กระนั้น...ศักดิ์ศรีกับทิฐิยังค้ำคอเธออยู่

“ฉันไม่ได้อยากเรียกร้องอะไรจากคุณนะ”

“อยากจะยกเลิกสัญญาก็ได้นะ เบบี๋ คุณจะได้ไม่คิดว่าถูกผมบังคับขืนใจอีก แค่ทำตามกฎของการกู้เงินกับธนาคารเท่านั้น แต่ผมคิดว่าคุณควรเปิดใจให้กว้างดีกว่า...จำที่ผมบอกได้ไหม หากคุณทำให้ผมหลงรักคุณได้ เราจะแต่งงานกัน แล้วทำไมคุณยังไม่ยอมละทิฐิ ชอบคิดแต่ว่าผมดูถูกคุณเสมอ แทนที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราเกิดผลในแง่บวก ทำให้ผมรักคุณก็สิ้นเรื่อง มิวาร์ จำคำพูดของผมแล้วเอาไปคิดให้ดีๆ”

“ฉัน...เอ่อ ฉันคิดว่า...”

“อย่าเพิ่งบอกว่าคุณเองก็ไม่ได้รักผม ความรักบางครั้งมักเกิดจากการเรียนรู้กันและกัน ที่รัก” เขาแทรกขึ้นกลางคัน ก่อนจะแปลกใจที่เธอหลุบตาลงต่ำ ไม่ยอมประสานสายตาอย่างมุ่งมั่นกับเขาอีก

“ฉันชอบแบบรักแรกพบมากกว่า” เธอพึมพำเขินๆ แก้มแดงปลั่ง ทำให้เขาคาดไม่ถึง

ผู้หญิงอย่างมิวาร์...บทจะยอมโอนอ่อนเข้าหาก็ยอมอย่างง่ายๆ ช่างน่าเหลือเชื่อ แค่พูดจาอย่างมีเหตุมีผลกับเธอเท่านั้นน่ะหรือ? เขายอมรับว่าเธอเป็นคนมีทิฐิสูง แต่การเห็นเธอเขินอายกับเรื่องธรรมดาสามัญมันช่างน่าพิศวงเกินเหตุ เขาอยากรู้เหลือเกินว่าในใจของเธอคิดกับเขาอย่างไรกันแน่

เขาจะไม่ยอมบอกเธอหรอกว่า...ครั้งแรกที่เขาเห็นใบหน้าเธอนอกหมวกกันน็อก เขาก็รู้สึกเหมือนที่เฮอร์เมสมันพูด ‘ถูกศรรักของตัวเองปักทิ่มกลางอกข้างซ้าย’ แต่เขาแค่ไม่อยากจะยอมรับกับตัวเองเท่านั้นจริงๆ!

“คนของผมเอารถมาจอดรอคุณอยู่ที่หน้าทางเข้าอาคารแล้ว เจอกันเย็นนี้นะ ที่รัก”

“ฉันไม่รับปาก” เธอยังคงดื้อดึง

“เราจะได้เจอกัน ผมรับรอง”

อีรอสทิ้งคำพูดไว้ด้วยท่าทีมาดมั่น แล้วเดินหันหลังกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นตามเดิม

****************

อีรอสกับมิวาร์มีวางที่ “ศูนย์หนังสือจุฬาฯ” แล้วนะคะ ส่วนช่องทางออนไลน์ก็ยังได้เช่นเคยจ้า ดูช่องทางซื้อเล่มโดยกดปุ่ม ‘อ่านเรื่องย่อ’ ด้านบน และรายละเอียดจะอยู่ล่างสุด


eBook โหลดได้ที่ mebmarket


หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 10 ก.ย. 2563, 10:45:20 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 10 ก.ย. 2563, 10:48:16 น.

จำนวนการเข้าชม : 35





<< บทที่ 9 -65%   
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account