สาวสุดเซอร์ฯ: Special Chapter
ความรักไม่ได้สวยงามเสมอไป บนเส้นทางของความรักของหนุ่มสาวสองคนที่แตกต่าง วันหนึ่งเมื่อรอยร้าวมันเกิดขึ้น ในที่สุดก็ถึงจุดที่ต้องเลือก
Tags: สิรินดา, สาวสุดเซอร์, นรี, คีตา

ตอน: เมื่อคีตาเปลี่ยนไป

“อยู่ไหนแล้ว” ประโยคสั้น ๆ จากเสียงทุ้ม ๆ เอ่ยขึ้นมาทันทีที่หญิงสาวร่างเล็กรับสาย

“กำลังจะกลับค่ะ...รอแป๊บน้า” คนพูดก้าวเร็ว ๆ ผ่านทางเดินจากตึกสำนักงานไปยังลานจอดรถ

“กำลัง? รู้ไหมว่าตอนนี้มันกี่โมงกันแล้วครับคุณผู้หญิง” น้ำเสียงคนพูดกึ่งล้อเลียนมากกว่าจะหงุดหงิด

หญิงสาวอมยิ้ม เปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไปนั่ง “ตอนนี้ทุ่มครึ่งค่ะคุณผู้ชาย เป็นถึงผู้บริหารบริษัทซอฟต์แวร์ใหญ่ แต่บ้านไม่มีนาฬิกาเหรอคะ แนะนำให้ดูจากมือถือก็ได้ค่ะ”

“กวนนะ เลยเวลา ไหนว่าจะกลับก่อนหกโมงเย็น อย่ามาเฉไฉ”

คนรับสายหัวเราะคิกก่อนจะสตาร์ตรถ เธอมั่นใจว่าอีกฝ่ายมีรอยยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปากแน่นอน

“หิวมากเลยล่ะ อีกเกือบครึ่งชั่วโมงแน่ะกว่านรีจะถึง ว่าแต่วันนี้พี่คีทำอะไรให้กินคะ”

“ไม่ต้องมาทำเสียงสอง สามีงอนอยู่ งอนมากด้วย กลับมาจะให้อดข้าวเย็นเสียให้เข็ด”

ประโยคนั้นทำให้คนที่กำลังขับรถออก และพูดคุยผ่านระบบที่เชื่อมต่อกับระบบภายในรถหัวเราะเสียงดัง บทสนทนาระหว่างสามีภรรยาที่แต่งงานกันมาเกือบสี่ปียังอ้อยอิ่ง ต่อล้อต่อเถียง เรื่อยเปื่อยไปอีกพักใหญ่กว่าทั้งคู่จะวางสาย

นรียังอมยิ้มกับตัวเองระหว่างเปิดเพลงเบา ๆ ในรถ และคิดถึงความสัมพันธ์อันเปลี่ยนไปของเธอกับคีตาผู้เป็นสามี

ใครจะไปคิดว่าหลังแต่งงาน เอิ่ม จริง ๆ ไม่สามารถเรียกได้ว่า แต่งงาน เพราะทั้งคู่เพียงจดทะเบียนสมรส และย้ายมาอยู่ด้วยกันเนื่องจากเงื่อนไขทางผลประโยชน์ คีตาจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

หลังจากเปิดใจ เปิดเผยความรู้สึกระหว่างกัน ผู้ชายคนนั้นก็เปลี่ยนจากโปรแกรมเมอร์ปากร้าย กลายเป็นโปรแกรมเมอร์ปากหวานและทุกส่วนในร่างกายที่...หวานไปหมด

...ฮึ่ย คิดมาถึงตรงนี้ก็อดจะหน้าร้อนไม่ได้...

ผู้ชายอะไรไม่รู้ พัวพันนัวเนียได้ตลอดเวลา ทำยังกับว่าเธอกับเขาเป็นคู่รักวัยรุ่น ไม่ใช่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมาหลายปี แถมฝ่ายสามีเป็นเจ้าของบริษัทซอฟต์แวร์ที่ดูแลลูกน้องสุดเนิร์ดกว่าสี่สิบชีวิต ไม่นับฟรีแลนซ์ และบริษัทเอาต์ซอร์สที่ทำงานให้อีกจำนวนหนึ่ง

คนที่ต่อหน้าพนักงาน เขาจะกลายเป็น คุณคี พี่คี หรือไอ้คี ที่เอาจริงเอาจัง ไม่เคยผ่อนปรนเรื่องที่เกี่ยวกับมาตรฐานและคุณภาพของงาน

เรียกได้ว่า เจ้านายขาโหด

แต่กลับบ้าน ก็จะกลายเป็นมนุษย์ตะมุตะมิ แถมมีอะไรเซอร์ไพรส์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

‘พี่คี อย่าบอกนะว่าพี่อ่านการ์ตูนเรื่องนี้’

ในช่วงปีที่สองของการอยู่ด้วยกัน ในวันหนึ่งระหว่างที่นรีทำความสะอาดและจัดบ้าน เธอพบการ์ตูน ‘ไซเฟอร์’ กับ ‘เจ้าสาวซาตาน’ อยู่ในกล่องเก็บของในตู้เสื้อผ้าโดยบังเอิญ

‘ใช่ ของพี่เอง’ เจ้าของหนังสือที่ถูกเก็บไว้อย่างดีบอก

นรีทำตาโต ‘นรีอยากได้เรื่องนี้’ เธอบอก ก่อนจะหยิบหนังสือทั้งสองชุดออกมาเปิดออกดูทีละหน้าอย่างทะนุถนอม ‘เคยจะไปหาซื้อ แต่มันไม่มีแล้ว ถ้าเป็นของเก่ามันก็…แพงมากเลย’

‘มีอะไรอีกหลายอย่างที่นรีต้องแปลกใจล่ะ’ เจ้าตัวบอกอย่างภูมิอกภูมิใจ ‘เปิดไปที่เล่มสุดท้ายสิ’

ตอนนั้นหญิงสาวเลิกคิ้ว และหยิบการ์ตูนเล่มที่อยู่ล่างสุดของกล่องออกมา เปิดไปหน้าแรกก็พบว่าการ์ตูนเล่มนั้นมีลายเซ็นเป็นภาษาญี่ปุ่น แถมมีการ์ดซึ่งดูแล้วยังใหม่อยู่....เมื่อเธอเปิดออกอ่านจบก็เงยหน้าขึ้น

‘สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ’

‘พี่คี’

‘ให้เพื่อนที่ญี่ปุ่นหาให้ ราคาสุดโหดมาก ๆ แต่เต็มใจหามาให้มากครับคุณเมีย ถ้าจะอ่านให้ใช้โปรแกรมอ่านผ่านหน้าจอมือถือที่บริษัทเพิ่งทำแปลให้นะ’ คนพูดทำตาหวานผิดกับหน้านิ่ง ๆ ของตัวเอง

นรีลืมคิดว่ามันเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ที่สำคัญ ไม่คิดว่าสามีจะให้ของขวัญวันวาเลนไทน์ ปกติก็จะให้วันเกิดเท่านั้น

...เฮ้อ...อาการคลั่งรักเมียแหละ หญิงสาวคิดแบบอวยตัวเอง

แต่ว่าปีนี้จะได้หรือเปล่านะ นี่อีกไม่กี่วันจะวาเลนไทน์อีกครั้งแล้ว หญิงสาวคิดไปแล้วก็อมยิ้มไปด้วย

เดาว่าน่าจะเป็นตั๋วไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน พักหลังเธอเห็นเขาเปิดเว็บไซต์ดูแผนท่องเที่ยวอยู่บ่อย ๆ บางทีก็แอบมาเลียบเคียงถามว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษบ้างไหม

....

กลับถึงบ้าน นรีพบว่าไฟในบ้านปิดสนิททั้งหลัง มีเพียงไฟอัตโนมัติดวงเล็กที่หน้ารั้วและบริเวณสวนเท่านั้นที่เปิดอยู่ หญิงสาวรีบจอดรถและวิ่งลงไปโดยไม่ได้หยิบอะไรลงไปด้วยเลย

“พี่คี!”

ประตูบ้านไม่ได้ล็อก ภายในมีเพียงแสงสลัวที่ลอดมาจากนอกตัวบ้าน หญิงสาวร้องเรียกสามีเสียงสั่นอีกสองสามครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ

เพิ่งคุยกันไม่เกินสิบห้านาที เขาบอกว่าอยู่บ้าน แล้วตอนนี้ไปไหน! เป็นอะไรหรือเปล่านะ หญิงสาวคิดอย่างร้อนรน จังหวะที่จะเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟ มือก็ถูกทาบทับด้วยมือแข็งแรงของใครอีกคน

“อ๊ะ” นรีสะดุ้งสุดตัว เพราะมือและใครสักคนที่เห็นเพียงเงาอยู่ด้านหลัง และยังไม่ทันได้คิดอะไร ร่างบางก็ถูกรวบและกอดไว้ทั้งตัว

“พี่คี” นรีจำกลิ่นน้ำยาโกนหนวดและความรู้สึกตอนอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายได้ เธอหยุดดิ้นรนและเปลี่ยนเป็นเอามือคล้องคอร่างสูงแทน “เล่นอะไรเนี่ย นรีตกใจหมด นึกว่าเป็นอะไร”

คนที่ขยับย่อตัวและอุ้มเมียตัวเล็กหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพาร่างนั้นไปในครัวซึ่งเปิดประตูไว้

ในห้องปิดไฟ มีเพียงที่โต๊ะกินข้าวตัวเล็กที่ตั้งอยู่ที่มุมห้อง เทียนสีขาวแท่งเล็กจุดอยู่บนโต๊ะมุมห้อง พอให้เห็นบรรยากาศโดยรวม

บนโต๊ะมี…บางอย่างตั้งอยู่

“เค้ก?”

เค้กปอนด์เล็ก ๆ สีขาว ด้านบนเป็นรูปดอกไม้เล็ก ๆ พร้อมจานเล็ก นรีหันมาหาคนที่ค่อย ๆ วางร่างของตัวเองลง ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไร มือหนาก็ช้อนด้านหลังศีรษะและดึงใบหน้าของนรีเข้าชิด ร่างสูงก้มใบหน้าลงมา และกดจูบลงบนริมฝีปากบางที่มักจะมีเพียงลิปมันแต่งแต้มอยู่เท่านั้น

คีตาเอียงใบหน้า ขยับนิดหน่อยเพื่อให้ริมฝีปากของตัวเองแนบกับริมฝีปากของนรี ร่างเล็กถูกอ้อมแขนอีกข้างดึงเข้าหาตัว และบทสนทนาแห่งความเงียบของสองสามีภรรยาใช้เวลาอีกพักใหญ่

“ปละ...ปล่อย” ในที่สุดนรีก็ตัดสินใจทุบอกกว้างเบา ๆ “เล่นอะไร หิวข้าว มีแต่เค้กก้อนนิดเดียว”

“แฮปปี้วันวาเลนไทน์ครับ”

“หะ! วันที่ยี่สิบเจ็ดมกราเนี่ยนะเฮีย” คนเป็นเมียอ้าปากกว้าง “ไม่ได้เมา ไม่ได้เพ้อ ไม่ได้ถูกลูกน้องทุบหัวจนสมองเสื่อมมาใช่ไหม” คำถามล้อเลียน

“เปล่า” คีตานั่งลง แต่แทนที่จะส่งร่างเล็กให้นั่งตรงข้าม เขากลับดึงให้เธอทรุดตัวลงนั่งบนตักของตัวเองแทน แถมกอดไว้ทั้งตัวแบบไม่ต้องคิดจะหนีไปไหน

หนักกว่านั้นคือเอาคางมาเกยที่ไหล่บางของนรี แถมเอียงหน้าเอาจมูกโด่งกดเข้าที่ข้างแก้ม แล้วสูดดมความหอมหวานจากอีกฝ่ายรัว ๆ

“หวานก่อน ค่อยคาวทีหลัง”

นรีกลอกตามองบน วิญญาณซินเดอเรลล่าเข้าสิงหรือไงวันนี้พ่อคู๊น

“กินเค้กกัน”

“หืม”

“เค้กก้อนนิดเดียว กินก่อนนะ ฉลองวาเลนไทน์กัน แล้วเดี๋ยวค่อยกินข้าว” คนตัวโตกว่าหยิบช้อนส่งให้ “นรีป้อนพี่นะ”

คือ...ก็อยากจะโรแมนติกน่ะนะ แต่ว่า...ทำไมขำวะ นรีถามตัวเอง กลั้นยิ้มสุดความสามารถ

“พี่คีเป็นอะไร” หญิงสาวถามอีกรอบ แล้วก็ยอมตักเค้กเข้าปากตัวเองคำ ส่งเข้าปากสามีอีกคำ

“เป็นผัวนรีไง”

คำตอบที่ได้แทบจะทำให้เค้กพุ่งออกจากปากของนรี หญิงสาวเปิดปากหัวเราะเสียงดังอย่างกลั้นไม่อยู่

“ค่า....เป็นผัวนรี วุ้ย คนเขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง ที่ถามคือ เกิดอะไรขึ้น อีกตั้งสองอาทิตย์กว่าจะวาเลนไทน์ นึกยังไงให้ของขวัญแต่ไก่โห่แบบนี้…อย่าบอกนะว่าทำเค้กเองด้วยน่ะ”

คีตาพยักหน้า “ก็นรีเคยบอกว่า ทำกับข้าวอร่อยแล้ว อยากให้ทำของหวานให้กินบ้าง”

“หะ! นรีพูดเล่น” คนเป็นเมียส่ายหน้ากับความเอาใจเกินเบอร์ของสามี “พี่คีก็...จะจริงจังเรื่องความอยากของนรีไปทุกเรื่องไม่ได้นะ”

“ทำไม พี่จริงจังทุกเรื่องแหละที่เป็นเรื่องของนรี มันผิดตรงไหน”

จมูกโด่งกดลงมาที่ข้างแก้มของคนที่กำลังนั่งหน้าร้อนแก้มร้อนไปหมดกับคำตอบตร๊งตรงของอีกฝ่าย

หญิงสาวแก้เก้อด้วยการตักเค้กเข้าปาก แต่ทำเฉยไม่ยอมป้อนคนทำอีก

“ขอกินอีกสิ พี่ทำอร่อยเหมือนกันนะ”

“ก็ตักเองสิ” นรีกำลังจะหยิบช้อนอีกคันให้

“ป้อน”

คุณคีตาคะ...ได้ข่าวว่าคุณเป็นเจ้าของบริษัทไม่ใช่เหรอคะ ถ้าคุณลูกน้องทั้งหลายมาเห็นท่าทางอ้อนเมียให้ป้อนเค้กตาแป๋วเป็นแมวน้อยแบบนี้ ใครเขาจะกลัวกั๊น

“นะครับ ตั้งใจทำตั้งหลายชั่วโมง”

ว่าคนอื่นพูดเสียงสอง ตอนนี้ตัวเองเสียงสี่เสียงห้าแล้ว คนที่อยู่บนตักส่ายหน้า แต่ก็ยอมตักเค้กป้อนผู้บริหารหน้าแมวน้อยขี้อ้อนนั่นโดยดี

เค้กที่คีตาทำเป็นเค้กส้มที่ฉาบด้วยวิปครีมบาง ๆ รสชาตินุ่มลิ้นและไม่เลี่ยนจนเกินไป แถมนรีกำลังหิวเพราะมัวแต่ปั่นงานให้เสร็จจนเลยเวลา ทำให้เค้กก้อนเล็กที่ทั้งกินเองและป้อนแมวยักษ์หมดไปอย่างรวดเร็ว

“อ๊ะ!” หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อตักเค้กคำท้าย ๆ ช้อนไปกระทบกับบางสิ่ง เธอหันมาหาคนที่นั่งซ้อนหลังอยู่ เพราะอีกฝ่ายสูงกว่ามากจึงทำให้ต้องขยับตัวออกนิด และเงยหน้าขึ้นมอง

แมวยักษ์ที่มีญาติเป็นปลาหมึกกำลังอมยิ้ม แววตาคาดหวัง

แสงเพชรสะท้อนแสงจากเปลวเทียนแท่งเดียวที่อยู่บนโต๊ะ

“สร้อย?” สร้อยสีเงินที่มีจี้เพชรเม็ดเล็กเรียบ ๆ

“มีคนเคยอยากได้ตอนที่ตามหนิงไปดูแหวนแต่งงานให้โรอัน จำได้หรือเปล่า”

นั่นมันสองเดือนมาแล้ว หญิงสาวหน้าร้อนเพราะคนพูดใช้ริมฝีปากอุ่นงับที่ปลายติ่งหู ส่วนอีกมือก็หยิบสร้อยเส้นนั้นขึ้นมาปัดเศษขนมที่ยังติดอยู่แล้ววางลงในมือของเธอ

“พี่คี”

“หืม สร้อยเส้นเล็กไป หรือเพชรเม็ดเล็กไปเหรอ”

“พี่คีอะ” คนพูดทุบเข้าที่ไหล่ของคนที่เปลี่ยนโหมดคนกำลังซึ้ง “นรีไม่คิดว่าจะจำได้ ตอนนั้นพี่แค่แวะไปรับนรีไปดูหนังต่อเองนะ แป๊บเดียว”

คีตากระชับอ้อมกอด “สามีเก่งใช่ไหมล่ะ”

“เฮ้อ ไปโหมดซึ้งได้ไม่เกินสิบวิทุกทีเลย”

คีตาหัวเราะ กอดผู้หญิงที่เป็นทั้งน้อง เพื่อน และเมีย มาได้สี่ปีแล้วเต็มอ้อมกอดอีกครั้ง

“แต่ก็ขอบคุณมาก ๆ นะคะ เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ที่...เซอร์ไพรส์มากจริง ๆ แต่เปื้อนเค้กแบบนี้ขอทำความสะอาดก่อนค่อยใส่นะ”

คีตาพยักหน้า “ได้...แต่ตอนนี้พี่อยากกินอีก”

“เค้กเหรอ หมดแล้วนี่ พี่คีทำก้อนเล็กทำไมล่ะ กินข้าวแทนแล้วกัน อะ...”

คนที่กำลังพูดอ้าปากค้างเพราะคีตาก้มใบหน้าลงมาหาคนบนตักอีกรอบ แววตากรุ่นที่บอกความรู้สึกตรงไปตรงมาว่าที่อยากกินน่ะไม่ได้หมายถึงเค้ก

นรีหลบตาเพราะไม่สามารถสู้สายตาคมกริบนั้นได้ ในที่สุดริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดด้วยริมฝีปากอุ่นกว่าอีกรอบ ไหนจะมืออุ่น ๆ ที่เลื่อนปะป่ายไปทั่วแผ่นหลัง กระตุ้นหัวใจของคนร่างเล็กเต้นผิดจังหวะอย่างสุดห้ามใจ

รอยจูบที่ตั้งใจบอกความรู้สึก เรียวปากอุ่นร้อนที่บดเบียดลงมาอย่างเอาแต่ใจนิด ๆ บังคับให้เปิดปากและรับความรู้สึกของอีกฝ่ายให้มากขึ้น ไหนจะลมหายใจร้อนผ่าวนั่นอีก เจ้าของจูบไม่ปล่อยให้นรีมีเวลาคิด ทำได้แต่เพียงตอบสนองความรู้สึกทุกอย่างที่ส่งมาด้วยหัวใจสั่นระรัวราวกับว่ากำลังวิ่งร้อยเมตร

“อร่อยจัง” พักใหญ่กว่าคีตาจะปล่อยให้ปากเล็กเป็นอิสระ พูดจบก็กดจูบซ้ำ ๆ อีกหลายรอบ “รออยู่ตั้งแต่เย็น...ขอกินเมียก่อนกินข้าวได้ไหม”

“พี่คี นรียังไม่ได้อาบน้ำ” หญิงสาวตอบเสียงเบา จังหวะเต้นของหัวใจยังไม่ปกติ หิวน่ะไม่หิวแล้ว ทั้งเค้ก ทั้งความวาบหวามที่ส่งมาไม่หยุด แต่ทำงานมาทั้งวันตัวเหม็นไปหมดแบบนี้ ในขณะที่คุณพ่อบ้านอาบน้ำเสียตัวหอมไปหมด

“งั้นพี่อาบให้ อาบเสร็จเราค่อยมากินข้าวมื้อดึกกันนะ”

“พี่คี้...”

“ทำเสียงแบบนี้แสดงว่าตกลง” คนพูดกลั้วหัวเราะ

ร่างบางถูกสามีอุ้มขึ้นทั้งตัว และพาเดินตรงไปยังส่วนที่เป็นห้องนอนชั้นบน เสียงหัวเราะของสามีภรรยาสอดประสาน

วาเลนไทน์ที่มาก่อนสองอาทิตย์

ให้ตายเถอะคุณสามี เซอร์ไพรส์ของเขาสำเร็จไปอีกปีจนได้

.

.

.

สวัสดีวันวาเลนไทน์ค่ะทุกคน 

ปีนี้สิรินดาขอมอบของขวัญด้วยตอนพิเศษของ "สาวสุดเซอร์กับโปรแกรมเมอร์ปากร้าย" นิยายที่พิมพ์กว่า 15 ครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา และตอนนี้กลายเป็น ebook หาซื้อได้ที่ Meb Ookbee Naiinpann Hytexts 

ความรักเป็นสิ่งสวยงามเสมอ แต่บางครั้งบนเส้นทางของความรัก ก็ต้องผ่านบททดสอบสำคัญ มาตามอ่านกันว่า นรีและคีตา จะผ่านบททดสอบของความรักไปได้หรือไม่



สิรินดา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 14 ก.พ. 2565, 00:07:42 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 14 ก.พ. 2565, 00:07:46 น.

จำนวนการเข้าชม : 89





   เรื่องเซอร์ไพรส์...กว่า >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account