ป่าหนาวในเงารัก
หญิงสาวผู้ชอบหว่านเสน่ห์ ทั้งยังไม่เคยศรัทธาต่อคำว่ารักแท้ เมื่อมาพบกับหนุ่มที่ปราศจากความสนใจในตัวเธอ...อะไรจะเกิดขึ้น

Tags: กรยุพา , ยุพากร รักโรแมนติก

ตอน: ตอน1 กรยุพา . ยุพากร

1

เวลาหลังเที่ยงคืนไฟป่าที่เริ่มคุกรุ่นตั้งแต่บ่ายกลับลุกโชนขึ้นอีกครั้ง แต่เพราะลมกระโชกแรงจึงทำให้ทุกอย่างเลวร้ายยิ่งกว่าเก่า ท่ามกลางความอลหม่านนั้น เปลวไฟซึ่งอยู่ที่สันเขาลุกลามอย่างรวดเร็วจนมาถึงแนวกันไฟของฟาร์มแล้ว

“พวกเรา…ช่วยกันเร็วเข้า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะรักษาฟาร์มนี้ไว้ได้แล้วนะ” เสียงของหญิงสาวที่ตะโกนออกมาเหมือนร่ำไห้ แต่เปล่าเลยเพราะแท้จริง เธอกำลังสำลักควันไฟที่ลมพัดหวนฟุ้งกระจายอยู่รายรอบตัวต่างหาก

นาทีนั้นแม้เธอจะแทบทรงตัวไม่อยู่ แต่ยังไม่หมดกำลังใจง่ายๆ จึงยังพยายามใช้หัวฉีดน้ำกำลังแรงสูงส่งน้ำออกไปยังจุดเป้าหมายอย่างรีบเร่ง
นาทีแห่งการช่วงชิงพื้นที่ดูเหมือนใกล้ถึงเวลาสิ้นสุด และความสูญเสียก็เหมือนใกล้แค่เอื้อม

ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายนั้น ร่างสูงใหญ่ซึ่งฝ่ากลุ่มหมอกควันเข้ามา ทำให้เธอแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ชายหนุ่มเจ้าของ ‘ภูมิรพี ชาเล่ต์ ฮิลล์’ ยืนห่างเพียงแค่คืบ ในมือถือหัวฉีดน้ำกำลังแรงสูงอีกหัว ส่งน้ำไปยังจุดเดียวกับเธอ

ที่ตามมาคือชายฉกรรจ์อีกหลายสิบนายซึ่งพากันส่งกระป๋องน้ำตามกันเป็นทอดๆ นาทีนั้นทำให้ ‘ฐิตารีย์’ ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจอย่างที่สุด

หกเดือนก่อนหน้า... ณ ณครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
ภายใต้อุณหภูมิ12 องศาเซลเซียส

หญิงสาวซึ่งกำลังชื่นชมคาเมเลียดอกไม้เมืองหนาวกลีบหนาราวพลาสติกสีแดงเลือดนกที่ใหญ่กว่าฝ่ามือ บานสะพรั่งจนเต็มต้นงดงามจนเหนือคำบรรยาย คือฐิตารีย์ผู้เลิศหรูและงดงามด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนม

และในค่ำคืนนี้เช่นกันที่เธอมีนัดกับ ปาร์ค ยอง ฮวา หนุ่มชาวเกาหลี เพื่อไปดูคอนเสิร์ต ณ ซิดนีย์โอเปร่าเฮ้าส์อันเลื่องชื่อ โดยวงซิมโฟนี ออร์เคสตราชื่อดัง จะแสดงบทเพลงคลาสสิคของ โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท และลุดวิก ฟาน เบโทเฟน

ปิดท้ายด้วยการชมอ่าวซิดนีย์ในยามค่ำคืนที่แสงไฟสาดส่องกระทบกับผืนน้ำ ไกลออกไปคือสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ สงบเงียบอยู่ท่ามกลางแสงไฟอันงดงามตรึงตาตรึงใจอย่างบอกไม่ถูก

“นี่...สำหรับคุณครับ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยภาษาอังกฤษก่อนส่งกล่องใบยาวให้เธอ
“อะไรคะ” ถามอย่างตื่นเต้น
“เปิดดูสิครับ”
ฐิตารีย์แกะกล่องของขวัญออก ที่ด้านในบรรจุสร้อยคอจี้รูปหยดน้ำซึ่งเป็นพลอยสีม่วงอ่อน

“แอมมาทิสครับ สำหรับคนเกาหลีถือว่าเป็นพลอยแห่งความสุข และความมั่งคั่ง หวังว่าคุณคงชอบ”
“ชอบมากค่ะ” บอกอีกฝ่ายด้วยแววตาระยิบระยับ
“คัม-ซา-ฮัม-นี-ดา” เธอกล่าวขอบคุณเป็นภาษาเกาหลี
“จา-กี-ยา-ซา-ราง-แฮ” ชายหนุ่มกลับบอกรักพร้อมส่งนัยน์ตาหวานซึ้ง พลางบรรจงสวมสร้อยเส้นนั้นยังลำคออันกลมกลึงของอีกฝ่าย ก่อนค่อยๆ บรรจงจูบที่พวงแก้มเนียรใสอย่างแสนรัก

ฐิตารีย์เต็มไปด้วยความรู้สึกอิ่มเอม ก็เพราะเขาช่างน่ารัก นาทีนั้นทำให้เธอได้คิด ว่าสมควรแล้วหรือไม่ที่จะ ‘หลอก’ ชายหนุ่มตรงหน้านี้ต่อไป
“ตกลงใจได้หรือยังครับ ว่าจะไปเกาหลีกับผมหรือเปล่า”
เธอพูดไม่ออกเสียเฉยๆ เพราะแท้จริงตั้งใจเพียงคบเล่นๆ เท่านั้น

สวนสาธารณะกลางเมืองซิดนีย์…
“ยอง ฮวา ชวนไปเที่ยวบ้านเขาด้วยล่ะ” ฐิตารีย์บอกเพื่อนชายเมื่ออยู่กันลำพัง
“จะบ้าหรือไง กล้าไปกับนายยอง ฮวานั่น” ‘พชร’ รู้สึกไม่ชอบมาพากลทันที
“แต่...เรากับเขาก็คบกันมาตั้งนานแล้วนี่นา” ไม่วายแย้ง
“เกิดอะไรขึ้นมา ไหนตอนแรกบอกว่าคบเล่นๆ ไม่จริงจังไง”
“ก็ไม่ได้จริงจังนี่ แค่ไปเที่ยวบ้านเขาเฉยๆ” เธอยังตอบเข้าข้างตัวเอง
“คิดหรือเปล่าขนาดชวนไปถึงบ้าน ก็แสดงว่าเขาคิดแล้วว่าจะจริงจังกับตา เราว่าพอเถอะ หากตาไม่คิดจริงจัง สงสารเขา” พชรน้ำเสียงจริงจัง


“อีกอย่าง…ถ้าเกิดหมอนั่นเป็นพวกต้มตุ๋น แล้ว…ถ้าหมอนั่นเอาตาไปขายจะทำยังไง” พูดไม่ตรงกับใจแม้แต่น้อย เพราะแท้จริงเขาไม่อยากให้เพื่อนทำผิดไปมากกว่านี้
“ต๊าย! คิดได้ยังไงเนี่ย เด็กที่เรียนเอกดนตรี…ไม่น่าจะทำอย่างที่ว่าเลยนี่จ๊ะ งั้นเอาอย่างนี้ เราก็ไปด้วยกัน จะได้ไปเที่ยวด้วยไง” สรุปหน้าตาเฉย
“แต่…เราไม่ได้อยากไปเลยนะ” เขาบอกเสียงหลง
“น่า...นะจ๊ะ ไปที่นั่นสักครั้ง ให้ได้เห็นกับตา ว่าที่บ้านเขาเป็นยังไง” เธอส่งสายตาเจ้าเล่ห์
“นึกว่าช่วยเพื่อนสักครั้งเถอะนะจ๊ะ ค่าตั๋วเครื่องบินเดี๋ยวเราออกให้เอง นะ...นะจ๊ะ พชรคนดี”
“งั้นเอาอย่างนี้ ถ้าไปดูบ้านเขาแล้วทุกอย่างโอเค ตาก็ต้องเลิกหลอกยอง ฮวา ตกลงมั้ย” พชรสรุปดื้อๆ

“ต้องหันมาคบเขาจริงจัง ตัดใจจากไอ้ไมเคิลนั่นซะ มันถึงเวลาที่ตาต้องยอมรับ ว่าเกมส์นี้มันโอเวอร์มานานแล้ว”
สิ่งที่เพื่อนชายพูดทำให้ได้คิด ‘เกมส์นี้มันโอเวอร์มานานแล้ว’ นับจากวันนั้น ที่ไมเคิลหันไปควงสาวเยอรมัน…แม้ตอนนั้นจะไม่ต่างกับตอนนี้ ที่เธอเพียงต้องการหว่านเสน่ห์ให้เขาติดกับเล่น แต่นาทีนั้นเธอกลับรู้สึกว่าตัวเองเสียเหลี่ยมจึงตามมาด้วยการทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป็นผู้ชนะ

กระทั่งเข้าไปตีสนิทกับยอง ฮวาเพื่อให้ไมเคิลหึงหวง ทว่ากลับไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งที่ตลอดเวลาที่คบกัน เขาทำให้รู้สึกตลอดว่าเธอเป็นที่หนึ่งในใจเขา ดูเหมือนว่าเสน่ห์ของเธอจะไม่อาจใช้ได้อีกต่อไป หรืออาจเป็นเพราะกรรมกำลังตามสนองเธอกันแน่ แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดเธอก็ยังคบยอง ฮวามาจนบัดนี้
“มันถึงเวลาที่จะเลิกทำบาปกับความรู้สึกของคนดีๆ ซะที ตกลงมั้ย” พชรย้ำอีกครั้งอย่างมีเหตุผล แม้ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พูด เพื่อนจะคิดได้มากน้อยขนาดไหน

สองอาทิตย์ถัดมา...
ประเทศเกาหลีใต้...ภายใต้อุณหภูมิ 2 องศาเซลเซียส
ฝนที่ตกพรำอย่างต่อเนื่องนับแต่เครื่องลงที่สนามบินนาๆ ชาติอินชอน ทำให้ฐิตารีย์ และพชรถึงกับตัวสั่นเพราะความหนาวเย็น ดูเหมือนถุงมือ หมวกไหมพรม ลองจอน โอเวอร์โค้ต และบู๊ทครึ่งน่องที่สวมอยู่ช่วยอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้เซ็กสภาพอากาศแล้วว่าเพียงสิบกว่าองศาเท่านั้น
ไม่น่าเชื่อที่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ยังหนาวชนิดจับขั้วหัวใจถึงเพียงนี้

“ไม่น่าหลงคารมมาด้วยเลยจริงๆ” พชรขมุบขมิบปากบ่น ขณะยืนรอแอร์พอตบัส เพื่อต่อไปยังที่พักนอกกรุงโซล ซึ่งต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงเพราะสภาพอากาศไม่เป็นใจ
“ก็บอกให้มากับทัวร์ก็ไม่เอา” ฐิตารีย์เริ่มบ่น ขณะยืนซอยเท้าถี่ๆ พร้อมขยับที่ครอบหูกันหนาวให้เข้าที่
“บ่นเป็นยายแก่ไปได้ มากับทัวร์แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปตามใจอยากล่ะ” พชรว่าเป็นชุด
เจ้าตัวหัวเราะคิกคัก เพราะที่สุดแล้วเธอก็สามารถหว่านล้อมให้เพื่อนรักมาด้วยจนได้
“มันจะกี่ตังกันเชียว ไหนๆ ก็มาถึงนี่ทั้งที จะได้เที่ยวด้วยไง อยากไปดู...ที่ถ่ายซีรี่จะตายอยู่แล้ว” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด

“ไปๆ มาๆ ก็วกมาที่ซีรีย์เกาหลีอีกจนได้” พชรกล่าวยิ้มๆ
“เอาเป็นว่า...สืบให้รู้เรื่องยอง ฮวาก่อน แล้วจะไปตามดูสถานที่ถ่ายทำซีรีย์เรื่องไหน ค่อยว่ากันทีหลัง ตกลงมั้ย”
เธอยิ้มแก้มปริ พยักหน้ารับพลางเป่าลมออกจากปากเล่น เพราะความหนาวเย็นลมที่ออกมาจึงกลายเป็นควันไปโดยปริยาย

รถพาทั้งสองชีวิตจากเกาะยองจองที่ตั้งของสนามบินเลียบพรมแดนทะเลเหลือง ซึ่งกั้นระหว่างคาบสมุทรเกาหลี และจีนแผ่นดินใหญ่ไปตามสะพานยองจองโดอันยาวเหยียดกว่าสี่กิโลเพื่อเข้าไปยังตัวเมือง
เธอได้แต่มองฝ่ากระจกที่เป็นฝ้าขาวเพราะความหนาวเย็น ตลอดสองข้างทางทะเลสีซีดจางทำให้รู้สึกเหงาขึ้นมาอย่างประหลาด

โรงแรมสามดาวใจกลางกรุงโซล เป็นอีกสิ่งที่ฐิตารีย์อดไม่ได้ที่จะบ่น
“นายจองที่นี่เนี่ยนะ” ไม่สบอารมณ์ เพราะมีแต่ผ้าเช็ดตัวผืนจิ๋วที่ปิดอะไรแทบไม่มิด ยังดีที่ห้องน้ำทันสมัย
“เอาน่า...อยู่ที่นี่แค่วันสองวันเท่านั้นไม่ใช่เหรอ” เขานึกแล้วว่าต้องเจออารมณ์นี้ของเธอ
“ตาน่ะทำตัวเป็นคุณหนูซะจนชินแล้วรู้หรือเปล่า คนเราต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้บ้าง ปะเหมาะเคราะห์ร้าย ตกสวรรค์ มันจะได้ไม่เจ็บตัว” พชรเป็นอย่างนี้เสมอ ชอบพูดให้อีกฝ่ายได้ข้อคิด

เธอได้แต่ค้อนควัก ชีวิตอันสวยหรูของเธอมันจะเป็นเช่นที่เพื่อนพูดได้อย่างไร ช่างไร้สาระสิ้นดี
เพราะพชรแนะนำเองว่าให้บอกยอง ฮวา ว่าเธอจะกลับเมืองไทยจึงไม่สามารถมากับเขาได้ โญทิ้งเวลาเกือบสองอาทิตย์ ทั้งสองจึงตามมา เพื่อสืบความเป็นไปของฝ่ายชายโดยไม่ให้ทันตั้งตัว

“เผื่อเขามีอะไรอยากปิดบัง จะได้ไม่มีเวลาจัดฉากทันไงตา” พชรจอมวางแผนบอกเป็นฉากๆ
“คิดว่าเขามีอะไรไม่น่าไว้วางใจงั้นหรือ” เธอเองก็เริ่มไม่มั่นใจเช่นกัน
“มีหรือไม่มีไปถึงก็รู้เอง”
ฐิตารีย์นึกถึงใบหน้าขาวใสของชายหนุ่มที่ไม่น่ามีพิษสงใดๆ แล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ถึงเธอไม่ได้จริงจังกับรักในครั้งนี้ เพียงแค่เพราะคลั่งไคล้ซีรีย์เรื่องโปรด แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งน่าคิดในการสานต่อความสัมพันธ์

“ฝนตกขนาดนี้ ยังจะไปไหนต่อ” พชรที่ห่มผ้าสบายบนเตียง ถามงงๆ เมื่อเห็นเพื่อนสาวคว้าเป้อีกครั้ง
“อ๊าว! มาที่นี่ก็ต้องช้อปปิ้งสิจ๊ะ หรือจะนอนรออยู่ที่นี่ก็ตามใจนะ” เธอบอกหน้าตาเฉย
พชรยังเสียดายฮีทเตอร์วึ่งให้ความอบอุ่น แต่ก็ต้องรีบเด้งตัวขึ้นทันที
“จะไปทำไม หนาวก็หนาว เปียกอีกต่างหาก” บ่นพึมเมื่อต้องมาเจอความหนาวเย็น และละอองฝนที่เริ่มจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง บ่งบอกว่าหิมะกำลังจะตก

“แล้วตกลงจะไปไหน” เขาถามอีกครั้งระหว่างยืนรอรถประจำทาง
“นี่ไง ตลาดเมียงดง” ชี้แผนที่ให้เพื่อนชายดูพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อรถเมล์สายสีเหลืองเข้ามาจอด สองหนุ่มสาวรีบหุบร่มอย่างว่องไว

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแหล่งช้อปปิ้งชื่อดั้งใจกลางกรุงโซลจะเต็มไปด้วยคนไทย และร้านที่เธอแวะพนักงานขายยังพูดไทยชัดแจ๋ว ข้อสำคัญโบรชัวร์แนะนำผลิตภัณฑ์ก็ยังเป็นภาษาไทยอีกต่างหาก

ช่วงค่ำวันเดียวกันนั้น…เครื่องสำอางกองโตที่ซื้อมาก็ทำเอาพชรถึงกับอ่อนใจ
“ตกลงจะมาช้อปเครื่องสำอางเนี่ยนะ”
เพราะเพื่อนสาวเข้าร้านโน้น ออกร้านนี้จนได้มาเหมือนจะนำกลับไปตั้งร้านอย่างที่เห็น
“วันนี้ไม่ต้องกินข้าวกันแล้วมั้ง แค่นั่งดูเครื่องสำอางนี่ก็อิ่มได้แน่ๆ” เหน็บเข้าให้ เมื่อเห็นอีกฝ่ายหยิบทีละชิ้นขึ้นมาชื่นชม ตัวเขาเองก็ไม่น้อยหน้าเพราะได้น้ำหอมยี่ห้อดังมาหลายขวด
“รู้หรือเปล่าเมื่อสุภาพสตรีมาที่นี่ ถ้าไม่ได้ช้อปเครื่องสำอาง ก็เท่ากับไม่ได้มา” เธอยังลูบคลำขวดในมือไม่เลิก

“ซื้อขนาดนี้น้ำหนักตอนขึ้นเครื่องต้องเกินแน่ๆ” พชรไม่วายบ่น
“กลัวอะไรจ๊ะ นี่น่ะเพิ่งซื้อร้านแรกเท่านั้นเองนะ”
“พรุ่งนี้ไปทงแดมุนกันนะ” เธอเอ่ยถึงแหล่งช้อปปิ้งที่โด่งดังอีกแห่ง
พชรหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“เท่าที่ซื้อมาทั้งหมดนี่ ก็ใช้ไม่ต่ำกว่าสามปีแล้วมั้ง”
“แล้วตกลงจะไป หรือไม่ไป” เธอถาม ทั้งที่ยังง่วนกับกระปุกครีมตรงหน้า
“ก็ไปสิ รักเครื่องสำอาง ซะยิ่งกว่าแฟนอีกมั้ง แล้วไม่คิดถึงยอง ฮวาบ้างหรือไง” พชรถามไปอย่างนั้นเอง

“อ้าว...ก็ใครล่ะ ที่บอกว่าที่นี่มันดงเครื่องสำอางน่ะ” ทำหน้าล้อเลียนเพื่อนชาย
“ก็รู้อยู่แล้วนี่จ๊ะ ว่าเครื่องสำอางกับผู้หญิงมันของคู่กัน แถมยังฝันว่าจะได้เป็นเมคอัพอาร์ติสมือหนึ่งอีกต่างหาก จำไม่ได้เหรอ”
“แต่ดันมาเรียนนิเทศ แถมตอนนี้ยังตกงานอีกต่างหาก” พชรไม่พูดเปล่า แต่กลับหัวเราะขบขัน
“ตกงานที่ไหน อยู่ระหว่างหาต่างหาก” เพราะเธอตั้งใจจะทำงานที่ต่างประเทศจึงยังโอ้เอ้ ทั้งที่เรียนจบมาพักใหญ่แล้ว

“ที่พูดนี่…แน่ใจนะว่าจริง” พชรพูดเช่นนี้เพราะนับแต่เรียนจบมาเป็นปี เพื่อนก็ยังไม่ยอมกลับบ้านแถมยังเอาแต่เที่ยวเตร่ อาจเป็นเพราะฐานะทางบ้านที่ทำให้เธอไม่คิดจะหยิบจับสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน
“ก็พอกันล่ะว้า ใครนะว่าอยากเป็นนักวาดการ์ตูน แต่กลับต้องมาเป็นล่ามแทน” มีหรือที่ฐิตารีย์จะยอมง่ายๆ

ทั้งสองสนิทกันตั้งแต่เรียนมัธยม โดยยังติดต่อกันมาโดยตลอด และเพราะมาเรียนต่อที่ออสเตรเลียด้วยกันจึงยิ่งสนิทกันมากขึ้น จนใครๆ นึกว่าเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ

“ถามจริงๆ เถอะ ทำไม...ถึงไม่ชอบยองฮวาให้จริงจังไปเสียเลย เขาก็ดีทุกอย่างไม่ใช่เหรอ” นั่นคือคำถามที่พชรเคยเอ่ยกับเธอ
วูบหนึ่งที่ฐิตารีย์นึกถึงเขาผู้นั้น ไม่รู้ว่าป่านนี้กำลังทำอะไร จะคิดถึงเธอเหมือนที่เธอนึกถึงเขาหรือเปล่านะ
ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนโรแมนติกนี้ น่าจะได้มีโอกาสได้ยืนเคียงข้างกัน ไม่น่าเชื่อว่าคำบอกรักของเขา ณ อ่าวซิดในวันนั้น ยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจ... ‘รัก...ที่รักนะ’
“จา-กี-ยา-ซา-ราง-แฮ”


ด้านนอกอาคาร...สายฝนซึ่งตกไม่ยอมหยุดกลับแปรเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งเกล็ดเล็กๆ ที่โปรยละอองลงมาแทน หญิงสาวเปิดหน้าต่างรับลมเย็นจนสะท้านจากภายนอกด้วยความตื่นเต้น
“บรรยากาศอย่างนี้ โรแมนติกจริงๆ ว่ามั้ย” พชรอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา
“อือ...อยากหยุดเวลาไว้แค่นี้จัง หิมะที่โปรยละอองลงมาแบบนี้ เหมือนในหนังเรื่องรักสุดท้ายที่ปลายฟ้าเลยว่ามั้ย”
เพื่อนชายถึงกับปล่อยก๊าก เพราะนึกแล้วว่าเธอต้องเอ่ยถึงซีรีย์เกาหลีเรื่องโปรดอีกจนได้
“ไอ้เราคิดว่าคิดถึงแฟนเสียอีก”

ฐิตารีย์ทุบเพื่อนชายแรงๆ ไปสองที ก่อนกลับไปจับจ้องยังละอองหิมะ ที่ตกลงมาพร้อมๆ กับสายฝนพาให้ ‘พริ้วหิมะ’ ฟุ้งกระจายลอยละล่องดุจปุยนุ่น ไกลออกไปเป็นซากุระที่เหลือเพียงลำต้นและกิ่งก้านซึ่งปราศจากใบ รอเวลาให้ถึงฤดูใบไม้ผลิ เพื่อที่จะผลิดอกอีกครั้ง ภาพนั้นจึงพาให้งดงามอย่างประหลาด
“หิวหรือยัง” เขาถามเพราะท้องร้องแล้ว

อาหารมื้อนั้นจึงเป็นเมนูที่ตั้งใจว่าต้องกินให้ได้เช่นกัน เมนูเห็ดที่เจ้าของร้านแนะนำว่ามีมาตั้งแต่สมัยมองโกเลียเมื่อเข้ามาบุกคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งดูไปดูมาก็คล้ายๆ สุกี้หม้อไฟของญี่ปุ่น โดยนำเห็ดหลากชนิดมารวมไว้ในหม้อน้ำซุบ เหมาะอย่างยิ่งกับสภาพอากาศที่หนาวจนควันออกปากอย่างเวลานี้

มื้อนั้นจบลงด้วยเหล้าโซจูขวดเขียว ซึ่งเพื่อนสาวอยากลองนักหนา เพราะเห็นนางเอกในซีรี่ย์กินบ่อยๆ

“ตา ดูนี่สิ”
พชรเรียกขณะอีกฝ่ายนอนแผ่หราบนเตียงอย่างหมดสภาพ เพราะเหล้าออกฤทธิ์
“อะไร” เธอถามทั้งที่ยังหลับตา
“งานแถลงข่าวเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ โรงแรมนี่ใกล้ๆ ที่พักของเราด้วยสิตา” เขาบอกอย่างตื่นเต้นระหว่างอ่านใบปลิวที่ได้รับแจกก่อนมาถึงห้องพัก

“เกิดอะไรขึ้น ถึงได้สนใจ ก็โทรศัพท์ที่นี่มันเอาไปใช้ที่บ้านเราไม่ได้ไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ได้สนใจโทรศัพท์ แต่สนใจนี่ต่างหาก” เขาชี้มือไปยังดารานักร้องชื่อดัง ซึ่งได้รับเลือกเป็นพรีเซ็นเตอร์ของโทรศัพท์ยี่ห้อนั้น และพชรก็รู้ดีว่าเพื่อนคลั่งไคร้นักร้องผู้นี้มากขนาดไหน
“สนมั้ย”

เจ้าหล่อนปรือตามอง ก่อนเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว หายมึนงงเป็นปลิดทิ้ง
“ไม่น่าเชื่อเลย...ว่าจะได้เจอตัวเป็นๆ” ฐิตารีย์ออกอาการตื่นเต้น
“ตกลง คิดถึงแฟน รอได้ แต่จะไปกรี้ดนักร้องคนนี้รอไม่ได้ว่างั้นเถอะ” พชรอดไม่ได้ที่จะเหน็บ
“เปล่าซะหน่อย” เธอวางใบปลิวลง แล้วจึงค้นกระปุกครีมที่เพิ่งซื้อใหม่มาลองทา
“ตกลงพรุ่งนี้จะไปกี่โมง” พชรถามขณะลุกขึ้นเพื่อกลับไปยังห้องของตัวเอง
“ก็ต้องเช้าๆ สิ จะได้มีเวลาช้อปทั้งวันไง”

“ของที่เมืองไทยถมเถ จะแบกให้หนักกระเป๋าทำไม” ยังอดไม่ได้ที่จะบ่น
“อ๊าว! ของแบบนี้มากันบ่อยๆ ที่ไหน นายก็รู้นี่นา ของที่นี่เขาเน้นธรรมชาติ อะไรๆ ก็สกัดจากธรรมชาติทั้งนั้นรู้หรือเปล่า”
“รู้ แต่ว่าสบู่ ยาสระผม และอะไรอีกตั้งมากมายที่เมืองไทยเราก็สกัดจากธรรมชาติ อย่างที่ตาว่า แถมมีออกเกลื่อน ได้อย.อีกต่างหาก”
เธอค้อนปลับเปลือก

“อุดหนุนของไทย รายได้จะได้หมุนเวียนอยู่ในชุมชน”
ฐิตารีย์ได้แต่ทำหน้าเมื่อยที่ถูกเพื่อนชายเทศกันต์ใหญ่
“ไม่ได้ว่าของบ้านเราไม่ดีนี่นา แต่…ในเมื่อของมันไม่ได้มากันบ่อยๆ ก็ขอซื้อหน่อยละกันนะจ๊ะ อีกอย่างแพ็กเกจเขาสวยขนาดนี้...ยังไงเราก็อดใจไม่ไหว” ทำตาละห้อยขอความเห็นใจ
ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าพลางหัวเราะกับทีท่าของเพื่อนรัก
“ตกลงซื้อเพราะแพ็คเกจ ว่างั้นเถอะ”
พชรกลับห้องพักไปแล้ว ฐิตารีย์ที่นึกสนุกกับการจะได้ช๊อปปิ้งเครื่องสำอางในวันรุ่งขึ้น กลับตกอยู่ในความหม่นหมองไปชั่วขณะ

ทั้งที่อยากโทรฯ หาแฟนหนุ่มใจจะขาด แต่คำที่เพื่อนชายบอกทำให้ต้องยั้งใจอย่างยากลำบาก ขณะที่ทอดสายตาไปยังหน้าต่างที่เปิดไว้เพื่อรับลมนั้น กับรู้สึกถึงความเหงาที่เข้ามาเกาะกุมจิตใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เช้าวันใหม่ตลาดทงแดมุนกับบรรยากาศร้านค้านับหมื่นทำให้พชรถึงกับเวียนหัว เมื่อเพื่อนสาวเข้าร้านโน้น ออกร้านนี้ไม่ได้หยุด

และแล้วค่ำวันนั้นเครื่องสำอางก็เพิ่มมาเป็นกองที่สองจนได้
“กะใช้กี่ปีกันตา” พชรมองเพื่อนสาวชื่นชมเซ็ตครีมประทินผิวอย่างอ่อนใจ
เธอไม่ได้สนใจ เพราะในมือถือกระปุกใหญ่สีครีมที่ฝางดงามด้วยสีทองรมดำ โดยมีเทวดาตัวเล็กๆ ลวดลายฉลุอยู่บนฝาอย่างทะนุถอม

“นั่นอะไร หน้าตายังกับหลอดยาสีฟัน” พชรถามเพราะเห็นเพื่อนขนซื้อมาเป็นโหล
“เนี่ยเขาเรียกเบสจ้ะ มีสองสี ม่วงกับเขียว สีม่วงใช้ทาสำหรับผิวสองสี ส่วนสีเขียวสำหรับรอยสิวแดงๆ มันช่วยปกปิดให้หน้าผ่องๆ ไง” บอกอย่างเป็นสุข
“แล้วกองนี้ล่ะ” พชรยังสงสัย

“พวกนี้เรียกว่าไพรเมอร์ ใช้ลงก่อนแต่งหน้า ให้ผิวเนียนเรียบ แต่งหน้าได้ง่ายและคงสภาพนานขึ้น ไม่ต้องเติมบ่อยๆ ไง มันมีอยู่หลายยี่ห้อ บางชนิดก็บำรุงผิวด้วยนะ แหะๆ เราก็เลย...อยากได้ไปหมด”
“ก็เลยเหมามาซะเป็นกองว่างั้นเถอะ แล้วนี่ล่ะ” พชรถามต่อ

“กองนี้ พวกบี บี คล้ายๆ รองพื้น แต่บางกว่า ไม่ปกปิดเท่าไหร่” โชว์ให้ดูอย่างชื่นชม
“ส่วนกองนั้นเป็นรองพื้นปกปิดขั้นเทพ แล้วก็ตัวนี้...รักสุดๆ ใช้แล้วหน้าใสปิ๊ง เพราะมีวิ้งๆ ในเนื่อครีมด้วย”
ฐิตารีย์ยกหลอดสีเงินซึ่งมีลวดลาย และตัวหนังสือสีม่วงขึ้นแนบแก้ม
“มันจะใสซะขนาดไหนเชียว ผิวคนไทย ไม่ใช่ผิวคนเกาหลี” พชรอดไม่ได้ที่จะเบรค
“แล้วนั่นล่ะ”

“พวกนี้ก็แป้งฝุ่น”
“เยอะขนาดนี้ กว่าจะแต่งหน้าเสร็จ นัดกับใครทีสงสัยต้องเผื่อเวลาสักสอง สามชั่วโมง”
“ของมันแน่อยู่แล้ว ขั้นแรกพอล้างหน้าเสร็จ ก็เช็ดด้วยโทนเนอร์กระชับรูขุมขน ต่อด้วยสเปรย์น้ำแร่ แล้วก็ทาครีมบำรุง จากนั้นก็ตามด้วยไพร์เมอร์ ลงด้วยเบส ตามด้วยบี บี หรือไม่ก็รองพื้น” ไม่พูดเปล่าแต่ยกแต่ละชิ้นที่ซื้อมาประกอบด้วย

“จากนั้นก็แต้มจุดด่างดำ ด้วยคอนชิลเลอร์ แล้วลงแป้งฝุ่น จะให้เนียรสุดๆ ก็กดทับด้วยแป้งผสมครีมรองพื้นพื้นอีกที สุดท้ายจึงตามด้วยน้ำแร่บางๆ อีกครั้ง หรือไม่ต้องก็ได้…เป็นอันเสร็จพิธีจ้ะ”
พชรได้แต่อ้าปากค้าง

“โอ้โห! ที่พูดมานี่ยังไม่ได้พูดถึงกรรมวิธีทาตา ปัดแก้ม ทาลิปสติก เลยนะเนี่ย เฮ้อ...โชคดีที่ไม่ได้เป็นแฟนตา” เขาทำท่าขยาดจริงๆ
ฐิตารีย์ชักสีหน้าพร้อมๆ ตีเข้าแรงๆ ที่แขนของเพื่อนรัก
“สงสัยขืนไปเจอยอง ฮวา ช้ากว่านี้ มีหวังกลับไปตาได้ตั้งร้านเครื่องสำอางแน่ๆ” พชรบอกอย่างอ่อนใจ แต่ยังไม่วายหยิบขวดต่างๆ ขึ้นมาดู

“สนมั้ยล่ะ นี่น่ะโลชั่นบำรุงผิว ใช้เฉพาะกับตัวห้ามทาหน้าจ้ะ”
พชรส่ายหน้าเดี่ย
“ทั้งขวดทั้งสีหวานซะขนาดนี้ ใครเห็นเข้าเดี๋ยวจะหาว่าเป็นประเภทสองซะเปล่าๆ”
เพื่อนสาวหัวเราะคิกคัก
“ว่าแต่แพ็กเกจเขาล่อตา ล่อใจจริงๆ นะ ของข้างในเป็นยังไงไม่รู้ แต่ข้างนอกผู้หญิงเห็นปั๊บ เป็นหยิบปุ๊บทุกราย” เขาพูดจากใจใจจริง

“พูดจาอย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าเราบ้าขนซื้อ จนไม่ลืมหูลืมตา”
พชรหยิบของแถมที่เป็นซองเล็กๆ กองโตขึ้นดู ขณะที่เพื่อนสาวยังชื่นชมกับแป้งแข็งในตลับหรูราวเป็นของเจ้าหญิง
“กว่าที่ตาจะใช้หมด คาดว่าต้องหมดอายุก่อนแน่ๆ” พูดจบ ก็ออกจากห้องไปทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนสาวได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาเลยสักคำ
อาหารเย็นวันนี้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปลิ้มลองหมูย่างคาลบี (Pork Kalbi)

“ร้านนี้เขาว่าขึ้นชื่อมากๆ กับเมนูนี้” พชรอธิบาย
และก็จริงอย่างที่เพื่อนบอก เพราะกลิ่นหอมกรุ่นของหมูและเนื้อชิ้นใหญ่ยักษ์จนต้องใช้กรรไกรตัดเวลาจะรับประทาน พร้อมเครื่องเคียงหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือกิมจิ กระเทียมสดและพริกเกาหลีที่สีสดใสแต่กลับไม่เผ็ด ซึ่งมาพร้อมกับข้าวเปล่า

ฐิตารีย์จัดแจงนำผักกาดหอมมาห่อหมูเป็นคำใหญ่ ใส่ซัมจังหรือน้ำจิ้มสไตร์เกาหลี แต่เพราะความร้อนทำเอาเธอต้องอ้าปากไม่กล้าเคี้ยว ทำเอาพชรถึงกับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
หลังอาหารจึงไปจับจองพื้นที่หน้าโรงแรมระดับห้าดาว...โดยไม่มีรางสังหรณ์ใดๆ เลยว่าเรื่องร้ายกำลังย่างกายเข้ามาแล้ว

“ทำไมคนเยอะขนาดนี้ล่ะ” ฐิตารีย์ถามเพื่อนชาย
ผู้คนมากมายไม่เว้นแม้นักข่าว และเธอก็มารออยู่เกือบชั่วโมง ขอเพียงให้ได้เห็นหน้าศิลปิลที่ชื่นชอบเพียงเสี้ยวนาทีก็พอใจแล้ว

จู่ๆ เสียงเซ็งแซ่ของแฟนคลับนั้น กลับเงียบเป็นปลิดทิ้งเมื่อรถรถลีมูซีนสุดหรูแล่นเข้ามาเทียบยังพรมแดง ทว่าภาพที่เธอเห็นและแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองกลับไม่ใช่ผู้ที่เธอเฝ้ารอ แต่กลับเป็นบุคคลซึ่งเธอต้องจดจำไปจนชั่วชีวิต!

เพราะผู้ที่ก้าวลงมาจากรถคันนั้นกลับไม่ใช่ศิลปินดังที่เธอเฝ้ารอ แต่กลับเป็น…ผู้ที่เธอดูกี่ครั้งก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเป็นปาร์ค ยอง ฮวา ซึ่งอยู่ภายใต้โอเวอร์โค้ตตัวยาว ซ้ำยังควงคู่มากับสาวสวยระดับนางงาม ทั้งคู่ก้าวไปบนพรมแดงด้วยกันอย่างงามสง่า

นาทีนั้น...ฐิตารีย์เหมือนถูกหมัดฮุกเข้าที่ปลายคางไม่มีผิด โลกทั้งใบราวจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งแสงแฟรชก็ทำให้เธอเหมือนตกอยู่ในห้วงมหรรณพไม่มีผิด

เธอก้าวออกจากตรงนั้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ทิ้งเสียงกรีดร้องของสาวๆ ของแฟนคลับไว้เบื้องหลัง ศิลปินคนโปรดไม่ได้อยู่ในสมองอีกต่อไป เพิ่งคิดได้เดี๋ยวนี้เองว่าไม่เคยรู้เรื่องใดๆ เกี่ยวกับคนที่ขึ้นชื่อว่า ‘คนรัก’ แม้แต่เรื่องเดียว

ทั้งๆ ที่ผ่านมาเธอตั้งใจเพียงคบเล่นๆ แต่เพราะเหตุใด นาทีนี้ถึงรู้สึกเหมือนโดนหักหลังไม่มีผิด หรือว่า…แท้จริง เธอตกหลุมรักเขาแล้วกันแน่
พชรยังคงฟังนักข่าวภาคสนามรายงานสดจากสถานที่จัดงานอย่างตั้งใจ เพื่อเก็บข้อมูลมาบอกเพื่อนรัก

“เขาเป็นพวกไฮโซลูกเจ้าพ่อเครื่องใช้ไฟฟ้า ยี่ห้อดัง…” พชรเอ่ยถึงชื่อยี่ห้อเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี เพราะวางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
“สิ่งที่กำลังจะพูดต่อไป ตาต้องทำใจดีๆ ไว้ด้วยนะ” ถึงไม่อยากพูดแต่ในฐานะ ‘เพื่อน’ ยังไงเสียเขาก็ต้องพูดจนได้

“นักข่าวรายงานว่า...ผู้หญิงที่เขาควงมาด้วยนั่น เป็นคนที่…เพิ่งดูตัวมาเมื่ออาทิตย์ก่อน เป็นพวกไฮโซเหมือนกัน ที่สำคัญเป็นบุตรสาวของ เจ้าพ่ออุปกรณ์อิเล็คโทรนิคที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่”
นาทีนั้นดูเหมือนเธอจะไม่สามารถรับรู้เรื่องใดๆ ได้อีก กระทั่งน้ำตาก็ยังไม่มีจะให้ไหล ทุกอย่างอัดแน่นอยู่ในอก รอเวลาที่จะปะทุออกมาเท่านั้น


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นักอ่าน

ยุพากรฝากเรื่องที่เป็นเล่มแล้วด้วยนะคะ เรื่องไร่อุ่นรัก , รุ้งลายรัก , อรุณรุ่งรัก ซึ่งออกกับสำนักพิมพ์ยาหยี ยาใจ

เยี่ยมชมบล็อกได้ที่ http://yupakorn.exteen.com/ มีเรื่องลึกลับให้ได้อ่านกันด้วยค่ะ


พูดคุยได้ที่ http://www.facebook.com/profile.php?id=100003646250524&sk=wall

ด้วยรักจากใจค่ะ
ยุพากร



ยุพากร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 6 ต.ค. 2554, 13:00:18 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 30 ต.ค. 2555, 16:25:34 น.

จำนวนการเข้าชม : 2150





   ตอน 2 กรยุพา . ยุพากร >>
จิรารัตน์ 6 ต.ค. 2554, 15:13:07 น.
ดีใจค่ะที่ได้อ่านงานของ "ยุพากร" อีกครั้ง
บูงาฆารัก จะเป็นเล่มไหมค่ะ


ยุพากร 6 ต.ค. 2554, 15:20:59 น.
สวัสดีค่ะ คุณจิรารัตน์
ดีใจเช่นกันค่ะ ที่ได้พบกับเพื่อนรักนักอ่านอย่างคุณจิรารัตน์อีกครั้ง ของคุณมากนะคะ ที่กรุณาเข้ามาให้กำลังใจกัน 'บูงาฆารัก' ยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาค่ะ คงอีกสักพักใหญ่ๆ ค่ะ


pattisa 6 ต.ค. 2554, 16:24:52 น.
เย้คุณยุพากรมาเเล้ววว :)


nako 6 ต.ค. 2554, 17:34:35 น.
ว้าว เรื่องของใหม่ คุณยุพากร มาแล้ว


anOO 6 ต.ค. 2554, 21:45:11 น.
รอมาตั้งนาน เรื่องใหม่มาแล้ว an-o เองนะค่ะ


ยุพากร 7 ต.ค. 2554, 12:04:48 น.
สว้สดีค่ะคุณ pattisa
ขอบคุณมากนะคะ ที่ยังคิดถึงกัน รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


ยุพากร 7 ต.ค. 2554, 12:05:48 น.
สว้สดีค่ะ คุณ nako
สบายดีมั้ยคะ ขอบคุณมากค่ะที่ยังจำกันได้


ยุพากร 7 ต.ค. 2554, 12:07:11 น.
สวัสดีค่ะคุณ anOO
ชอบคุณมากค่ะ ที่ฝากเมนท์ไว้ ดีใจจังค่ะ


nuchababluesky 24 ต.ค. 2554, 02:12:01 น.
อ่านจบตอนไปเหมือนได้ไปท่องเที่ยวที่เกาหลีเลยค่ะ รู้สึกอย่างนี้ข้อมูลของไรเตอร์แน่นมากๆ หลายๆคนที่อ่านไปคงอยากจะไปเที่ยวกันรวมถึงรีดเดอร์ด้วยค่ะ นางเอกของเราบ้าช้อปปิ้งจังเลยเนอะ ขนาดถูกเพื่อนอย่าง พชรเหน็บไม่รู้กี่ทีก็ยังไม่รู้สึกขนซื้อเครื่องสำอางค์อย่างมากมายจะใช้กันไปอีกกี่ปีละนั่น พชร น่ารักจังเลยค่ะ ไม่ชอบแต่ก็ตามใจเพื่อน เพื่อนผู้ชายแบบนี้หายากแหะ ชอบจังเลยค่ะ ฉากที่นางเอกไปกิน Pork kalbi เคยเห็นในซีรีส์หลายเรื่องแล้วเห็นเขากินท่าทางน่าอร่อยแล้วก็ชิ้นหมูใหญ่มากๆจริงๆนะแหละต้องมีกรรไกรเอาไว้ตัด สุกี้หม้อไฟทำให้หิวข้าวเลยแหะยั่วความหิวอีกแล้ว อยากรู้รสชาดของเหล้าโชจูของคนเกาหลีจังเลยค่ะ มันจะมีดีกรีร้อนแรงเหมือนเหล้าขาวบ้านเรารึเปล่า ตลาดทงแดมุนที่นางเอกไปช้อบน่าไปเนอะ โอ้โห นางเอกอธิบายขั้นตอนการใช้ครีมกับการแต่งหน้าได้เป็นขั้นเป็นตอนมากๆ รีดเดอร์ก็เพิ่งได้ความรู้จากเธอค่ะ ตกลงนางเอกของเราหลงรัก ยอง ฮวาไปแล้วใช่ไหมน? ถึงได้ร้องให้ซะยกใหญ่ พชรรู้ข้อมูลเกี่ยวกับ ยอง ฮวาดีจังรู้มาตั้งนานแล้วแต่ไม่ยอมบอกเพื่อนรึเปล่า
แสงแฟลชทำให้เธอตกเหมืือนตกอยู่ในห้วงมหรรณพ ชอบคำนี้ค่ะ รู้สึกถึงความสับสนของตาได้แบบเห็นภาพเลยค่ะ
ละอองหิมะที่ตกลงมาพร้อมกับสายฝนทำให้เกิดพริ้วหิมะ ฉากนี้สวยงามจังค่ะ ไรเตอร์บรรยายเก่งจริงๆ สิ่งร้ายๆที่ย่างกรายเข้ามาคือเรื่องที่ ยอง ฮวามีแฟนแล้วนี่เหรอ น่าติดตามค่ะ ดูเหมือนนางเอกของเราใช้ชีวิตอย่างประมาทมากๆแต่งตัวสวยๆไปวันๆ เฮ้อ พชร เป็นเพื่อนที่ดีนะที่คอยเตือนเพื่อนเอาไว้ให้รู้จักคิด รู้จักเก็บออมเงินเผื่อวันข้างหน้าถ้ามีชีวิตที่ตกอับหรือเกิดอะไรขึ้นเราจะได้ตั้งรับได้ทัน อย่างมีเพื่อนแบบ พชร จังเลย
ติดตามกันต่อไปค่ะ ภูมิระพีเป็นใคร ?
หนุ่ม ยอง ฮวา หลอกใช้ ตาหรือ ตาหลอกใช้เขากันแน่ ติดตาม
หนุ่มไมเคิล อีกคน
อ่านเรื่องเดียวแต่ได้ไปเที่ยวสองประเทศคุ้มจัง
อิอิ ได้ภาษาเกาหลีด้วย นางเอกไฮโซอย่างตาไม่น่าจะชอบซีรีส์เกาหลีเนอะ
หินอแมทิส พี่นุชก็มีค่ะ ช่วยในเรื่องของการนอนไม่หลับด้วยค่ะ
ชื่อตัวละครเพราะๆทั้งนั้นเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับบล็อกนะค่ะ พี่นุชกลัวผีค่ะ ไม่กล้าอ่าน เหอๆ
ขอตัวไปอ่านตอนต่อไปก่อนนะจ๊ะ

>> รถพาสองชีวิตออกจากเกาะยองจอง....คาบสมุดเกาหลี = คาบสมุทรเกาหลีจ๊ะ



ยุพากร 25 ต.ค. 2554, 20:57:45 น.
สวัสดีค่ะ พี่นุชขอบคุณมากนะคะ ที่กรุณาแวะมาเยี่ยม พร้อมกับเมนท์ที่ได้ใจจากผู้เขียนไปเต็มๆ ค่ะ และเพิ่งทราบด้วยค่ะ ที่หินอเมทิสสามารถช่วยในเรื่องการนอนไม่หลับ
จะรอเมนท์พี่นุชนะคะ เพราะทำให้มีพลังในการเขียนต่อมากเลยล่ะค่ะ หวังว่าจะทำให้มีความสุขกับการอ่านไม่มากก็น้อยนะคะ ขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account