แผนร้ายในทางรัก
ยัยฝนตัวร้ายสร้างมายาให้นายมะนาวต้องตามเอาคืน ผลจะเป็นอย่างไร
Tags: แผนร้าย

ตอน: แผนร้ายในทางรัก16

แผนร้ายในทางรัก16

เสียงกรีดร้องดังลั่นห้องรับแขกในบ้านหลังใหญ่ จนเรย์มอนด์ต้องลงมาดูว่ามีใครเปิดละครน้ำเน่าทิ้งเอาไว้หรือเปล่า ก่อนจะต้องเจอยายกับญาติสาวน่ารำคาญ

“อะไรของเธอหา” เขาหงุดหงิดที่เห็นอีกฝ่ายน้ำหูน้ำตาไหล แล้วยังเต้นเร่าๆอยู่อย่างนั้น

“เรย์ดูสิ ดูมัน นังฝนเน่า นังสารเลว ไหนว่าจะเอารูปจากมันมาให้ฉันไง ทำไมมันเป็นแบบนี้ ออกข่าวหราแบบนี้ อรจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” อรจิราก็กระโดดเข้าหาเรื่องญาติหนุ่มทันที

“ฉันบอกเหรอว่าจะช่วยเธอเรื่องนี้นะ จำไม่ได้นะ” เรย์มอนด์ก็ยักไหล่ไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะถามหาของกิน “คุณยายมีอะไรทานตอนเช้ามั่งครับ”

“กรี๊ด!!! ไม่ยอม คุณปล่อยให้นังนั่นมันทำอย่างนี้กับอรได้ยังไง ยังไงอรก็เป็นญาติคุณนะ” อรจิราพยายามเรียกร้องความสนใจของญาติหนุ่ม

“พอทียายอร ฉันล่ะปวดหัวกับเธอเสียจริง นังนั่นนังนี่อะไร สงบสติอารมณ์แล้วเล่าให้ย่าฟังหน่อยสิ” ภมรีส่ายหน้ากับพฤติกรรมเหลือเกินของแม่หลานสาวตัวแสบคนนี้

“คุณย่าขา ก็ผู้หญิงที่เรย์ไปคั่วด้วยที่พัทยาสิคะ มันถ่ายภาพ ถ่ายคลิปอรไปโพสต์ในอินเตอร์เนต แล้วยังเอารูปไปลงหนังสือพิมพ์ นี่ถ้าไม่ได้อ่านที่บ้านคุณย่า อรก็คงไม่รู้” อรจิราร้องไห้ลั่นแล้วฟ้องเต็มที่

“ไหนย่าดูหน่อยสิ” ภมรีขอดู เพราะปกติเธอไม่เคยอ่านหน้าข่าวซุบซิบมานานมากแล้ว ตั้งแต่หย่าขาดกับสามีชาวอเมริกัน เพราะเธอเจอประเด็นมาเยอะพอควรแล้ว

ส่วนเรื่องหลานๆ โดยมากก็มีคนมาบอก เธอจึงจะดูเสียที

“อย่าเลยค่ะ ภาพมันอุบาทก์มาก” อรจิราพยายามแย่งกลับมาจนสำเร็จ

“ถ้าเธอไม่พอใจ เธอก็ไปฟ้องร้องเอาสิ แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าเธอฟ้องร้องฝน ฉันจะจ้างทนายความที่ดีที่สุดให้ฝนเขา เอาล่ะ ถ้าเธอมีเรื่องแค่นี้ ฉันไปหาอะไรใส่ท้องก่อนล่ะ” เรย์มอนด์กลับผิวปากอย่างอารมณ์ดี เมื่อได้คุยกับลูกชายแล้วเมื่อคืน

“มันดีกว่าครอบครัวเราขนาดนั้นเชียวเหรอ ทำไมเรย์ถึงเข้าข้างมันครั้งแล้วครั้งเล่า” อรจิราได้แต่นิ่งอึ้งไป ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย “ดีถึงขั้นทำให้เรย์กับก้อยเลิกกันได้เลยเหรอ”

“ยายอร” เรย์มอนด์หันมาตะคอกเสียงดัง แล้วจับแขนอีกฝ่ายบีบเอาไว้อย่างแรง

“โอ๊ย อรเจ็บนะคะ เรย์” อรจิราเจ็บจนต้องหาคนช่วย “คุณย่าขาช่วยอรด้วย”

“หยุดนะ นายเรย์มอนด์” ภมรีจึงต้องตวาดเพื่อหยุดอารมณ์ฉุนเฉียวของหลานชาย

เรย์มอนด์ปล่อยแล้วกระแทกลมหายใจ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินหนี

“หยุดนะ บอกมาสิว่าทำไมถึงเลิกกับหนูก้อยกุ้ง” ภมรีต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้

“เพราะผมไม่ได้รักเธอน่ะสิ เหตุผลง่ายๆ แล้วผมก็ไม่อยากผูกมัดเธอไว้แล้วทำให้คุณยายกับย่าเธอเชื่ออะไรผิดๆ” เรย์มอนด์ตอบชัดเจน โดยไม่เกรงใจอีก

“เชื่ออะไรผิดๆ งั้นเหรอ หนูก้อยกุ้งไม่ดียังไง” ภมรีถามให้ชัดเจนอีกครั้งอย่างสงบนิ่ง หากสายตาที่เฉียบคมกำลังวิเคราะห์หลานชายอย่างละเอียด

“มันไม่เกี่ยวกับดีไม่ดี มันเกี่ยวกับรักไม่รักมากกว่า ผมไม่ได้รัก แล้วก็ไม่อยากจะอยู่กับผู้หญิงคนนั้นไปจนตาย ผมเจอคนที่ผมต้องการแล้วก็แค่นั้น ขอเถอะนะครับ อย่าพยายามอีก” เรย์มอนด์ตัดบทแล้วเดินออกไปจากห้องทันทีโดยไม่รอฟังอะไรอีก

เขาตัดสินใจแล้ว...รอแค่เวลาที่จะทำให้ทุกอย่างถูกต้องก็เท่านั้น

ภมรีมองหลานชายอย่างเข้มงวด ก่อนคิดเอาชนะหลานชายด้วยวิถีทางของเธอเอง เธอหันมามองหลานห่างๆ แล้วถามขึ้น “แม่อรเล่าให้ฟังสิว่า แม่ฝนอะไรเนี่ย เป็นใครยังไง”

อรจิราแอบซ่อนรอยยิ้มเอาไว้นิดๆ เพื่อแก้แค้นกันพิรุณที่ทำเธอเจ็บแสบนัก แล้วเมื่อถึงเวลานั้นเธอจะเอาคืนอย่างแสนสาหัสเลยทีเดียว

**********************************************


ที่ท่าเรือไปเกาะ กันพิรุณก็ต้องทำหน้าเซ็งเมื่อเห็นเสี่ยบอลพร้อมด้วยลูกสาว โดยมีผู้ติดตามอยู่ข้างหลังอีกสองคน เธอก้มลงมองลูกชายที่ร้องดีใจที่เจอเพื่อนแล้วก็ต้องถอนหายใจ

“จินนี่” ซัมเมอร์วิ่งเข้าไปหาเพื่อนแล้วก็ยิ้ม

“สวัสดีค่ะ เสี่ย” กันพิรุณออกจะเซ็งๆ ที่ต้องมีคนอื่นมาวุ่นวายในวันพักของเธอ

“สวัสดีครับ คุณฝน แหม ใจตรงกันจริงๆนะครับ ผมก็จะไปเที่ยวเกาะเสม็ดเหมือนกันเลย เห็นจินนี่ว่าซัมเมอร์จะไปด้วย ผมก็ดีใจที่เราใจตรงกันนะครับ” เสี่ยบอลได้ทีก็ยิ้มกริ่มกับม่ายสาว

“ค่ะๆ” กันพิรุณพยักหน้า ทำให้แว่นตาโตๆ ขยับไปมา ก่อนจะนั่งฟังเสี่ยบอลสาธยายความดีของตัวเองแล้วเรียกขึ้นเรือ

เธอไม่คิดว่าการมาเที่ยวครั้งนี้จะต้องเจออะไรแบบนี้ เมื่อลงจากเรือได้ ลงทะเบียนเข้าพักเรียบร้อย เธอก็รีบเดินเข้าห้องพัก แล้วทิ้งน้ำหนักลงอย่างเซ็งๆ

“มาม้าเป็นอะไรไหมฮับ” ซัมเมอร์ขึ้นมาเท้านอนเท้าคางถามอย่างสงสัย

“เปล่านี่ลูก มาม้าแค่เพลียๆ ง่วง หนูอยากนอนพักไหมลูก” กันพิรุณดึงลูกมากอดแล้วชวนนอนหลับ

“ได้ฮับ” ซัมเมอร์ที่เพลียแดดก็ล้มลงนอนด้วย แต่ยังไม่ทันได้หลับก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

“คุณฝนครับ ผมเสี่ยบอลกับจินนี่ครับ” เสี่ยบอลเรียกเธออยู่นอกประตู

ซัมเมอร์ทำท่าจะลุกขึ้น แต่กันพิรุณกดลูกให้นอนลง ทั้งยังบอกให้หลับตาเอาไว้ แล้วเดินไปที่ประตู เพื่อปฏิเสธทุกอย่าง “ขอโทษนะคะ พอดีฉันกับซัมเมอร์อยากจะพักผ่อนน่ะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะวันนี้ จินนี่ก็เล่นไปก่อนนะลูก แล้วเจอกันตอนอาหารเย็นนะคะ”

“ค่ะ” จินนี่รับคำทันทีแล้วกำลังจะหันหลังกลับ แต่พ่อกลับจับให้หันมาอีกรอบ เธอก็ขัดใจนิดๆ

“แหมงั้น” เสี่ยบอลยังไม่ทันได้ยื่นข้อเสนอเธอก็ยกมือขึ้นห้าม

“ขอล่ะค่ะ ดิฉันมาที่นี่เพื่อพักผ่อน ถ้าฉันอยากจะทำกิจกรรมอะไรจะบอกทีหลังนะคะ ตอนนี้เวลานี้ ฉันกับลูกอยากจะนอนพักในห้องเท่านั้น ขอตัวค่ะ” เธอปิดประตูทันทีโดยไม่สนใจทั้งเพื่อนลูกชายทั้งเขาที่น่ารำคาญสำหรับเธอ

จินนี่กลับชอบใจมากกว่าที่ได้ไปวิ่งเล่น จึงรีบดึงพ่อออกไปแทบจะทันที

ซัมเมอร์แกล้งทำเป็นหลับตามที่แม่บอก ก่อนจะรู้สึกว่าแม่กอดแล้วยังโดนจั๊กจี้อีก “มาม้า หนูจี้นะฮับ”

กันพิรุณหัวเราะที่ลูกชายบิดไปบิดมาแต่ยังไม่ยอมลืมตา “บอกจินนี่ว่าจะมาเที่ยวล่ะสิ ดูสิ แทนที่จะได้เที่ยวก็ต้องมาหลบฉากในนี้เนี่ยนะ”

“หนูไม่ได้ชวนนะ หนูแค่บอกเฉยๆ ฮับ” ซัมเมอร์ลืมตามองแล้วก็กระชับผ้าห่มมาไว้ที่อก

“นอนดีกว่า เดี๋ยวถึงเวลาก็ไปกินข้าวกัน แม่ตั้งเวลาปลุกไว้แล้วล่ะ” กันพิรุณบอกกับลูกชายแล้วพากันหลับอย่างมีความสุข ด้วยความหวังให้มีแต่ความสงบตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่

ซัมเมอร์พยักหน้าหงึกๆอย่างช้าๆ ก่อนจะกอดแขนแม่หลับ จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาก็ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ มองแม่ควานหาโทรศัพท์

“ฮัลโหล” กันพิรุณกดรับโดยไม่ได้ดูชื่อที่โชว์เอาไว้

“ในที่สุดก็คุยกับผม” เรย์มอนด์ยิ้มนิดๆ คิดว่าเธอตั้งใจรับ แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อเธอบอกให้ลูกชายรับสาย

“พ่อเรย์อยากคุยกับหนูน่ะ” กันพิรุณส่งมือถือให้ลูกชายแล้วก็ลุกล้างหน้าล้างตา

“สวัสดีฮับ หนูอยู่กับมาม้าฮับ อยู่บนเกาะ หนูเจอจินนี่ด้วยฮับ” ซัมเมอร์รีบเล่าสิ่งที่เจอวันนี้

“จินนี่ เพื่อนหนูเหรอลูก” เรย์มอนด์ชักขมวดคิ้ว

“ฮับ จินนี่มากับลุงบอลด้วยฮับ มาเที่ยวกับซัมเมอร์ฮับ” ซัมเมอร์พยายามเล่าสิ่งที่รู้

“ลุงบอล” เรย์มอนด์ทวนชื่อ ก่อนจะถามลูกชาย “มาด้วยกันเหรอฮับ มาม้าตั้งใจมากับลุงบอลแล้วก็น้องจินนี่เหรอฮับ”

“เปล่าฮับ ตอนแรกมาม้ากับหนูมากันสองคนฮับ แล้วลุงบอลก็พาจินนี่มาด้วยฮับ หนูไม่รู้นะฮับว่ามาได้ยังไง แต่หนูเคยบอกจินนี่ว่าหนูกับมาม้าจะมาเที่ยวกันฮับ” ซัมเมอร์อธิบายจนกระทั่งมีเสียงแปลกๆ จากโทรศัพท์ จึงหันไปเรียกแม่ “มาม้าฮับ เสียงอะไรฮับ”

“อ๋อ มาม้าตั้งปลุกไว้ลูก จะไปดูพระอาทิตย์ตกกับหนูไง บอกพ่อว่าแค่นี้ก่อนนะฮับ เราไปดูพระอาทิตย์ตกดินกันดีกว่า เอ่อ ไม่ต้องเรียกลุงบอลกับจินนี่ไปด้วยนะฮับ เราไปกันสองคนดีกว่าเนอะ เรามาเล่นเป็นสายลับดีกว่านะฮับ” กันพิรุณพูดขึ้น ขณะแอบมองออกไปนอกบ้านพัก เพื่อหาทางหนีทีไล่ที่จะไปอยู่กับลูกตามลำพัง

“พ่อฮับ แค่นี้ก่อนนะฮับ มาม้าชวนซัมเมอร์เล่นสายลับฮับ หนูรักพ่อนะฮับ” ซัมเมอร์พูดตามที่แม่สอน ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้แม่ตัดสาย

กันพิรุณกดตัดสายเขาเมื่อลูกชายส่งให้ ก่อนหยิบกระเป๋าเอาทุกอย่างที่มีค่าใส่ในนั้น ก่อนปิดประตูห้องล็อกให้เรียบร้อย แล้วหาทางเดินไปยังชายหาดกับลูกชายสองคน

ซัมเมอร์ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองข้างหนึ่ง ขณะปล่อยให้แม่จูงมือเดินไปยังริมหาด ก่อนมองแม่ปูเสื่อ และเขาก็ถูกอุ้มไปนั่งบนตักแม่ เขาซบพิงแล้วมองทุกอย่างตามปกติ ก่อนจะก้มลงเขี่ยทราย และเริ่มงานศิลปะของตัวเอง

กันพิรุณมองลูกชายก็ได้ยิ้ม การจะบังคับให้เด็กนั่งนิ่งมองพระอาทิตย์ตกคงเป็นเรื่องยาก เพราะในสมองของเขาไม่ยึดติดกับเรื่องไหนนานนัก

ช่างดีเหลือเกินที่ได้เป็นเด็กอยู่ตลอดเวลา...

**********************************************


เธอออกจะเซ็งเมื่อสองวันที่ผ่านมาต้องมีเสี่ยหนุ่มตามตลอด ยังดีที่เขาไม่ยอมเสียเงินพาลูกน้องเป็นฝูงมาด้วย เธอได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้อีกฝ่าย แล้วก็คอยดูแลลูกๆ อยู่ตลอดเวลา

หากไม่นับว่าโดนลวนลามนิดๆ ในน้ำ เธอก็ยากจะไว้ใจอีกฝ่ายอยู่บ้าง แต่ใจนั้นขยะแขยงเสี่ยหนุ่มเสียเต็มที่มากกว่า สงสารก็แต่เพื่อนลูกชายที่ทำให้เธอยอมปล่อยวาง ทว่าตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมคบหาค้าสมาคมกับเสี่ยคนนี้อีก

เมื่อตกดึก กันพิรุณเล่านิทานให้ลูกฟังจนหลับ ก่อนจะเดินไปสำรวจดูทุกอย่างจนเรียบร้อยแล้วกำลังจะเข้านอน หากก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เธอไม่ยอมเปิด เพียงดูผ่านม่าน

“มีอะไรเหรอคะเสี่ย” กันพิรุณถามผ่านหน้าต่าง

“คือว่า หนูจินงอแงไม่ยอมนอน ผมไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยอยากให้คุณช่วยหน่อยน่ะครับ” เสี่ยบอลทำหน้าให้น่าสงสารเข้าไว้ จนกันพิรุณต้องชั่งใจก่อนจะพยักหน้า

“สงสัยจะเป็นไข้แดด เมื่อเย็นเห็นเพลียๆ เดี๋ยวสักครู่นะคะ” กันพิรุณหันไปหยิบยาที่จำเป็น ก่อนจะคว้ากุญแจใส่กระเป๋ากระโปรงแล้วออกไปจากห้อง ก่อนตรวจดูความปลอดภัยของลูก

เมื่อเธอเดินตามเขาไปแล้ว จนถึงห้อง เธอกลับต้องตกใจ เมื่อเขาฉุดเธอเข้าไปในห้อง

“นี่คุณจะทำอะไร” กันพิรุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายมากขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าเขา

“ผมรู้ว่าคุณก็ต้องการนะ ไม่อย่างนั้น คุณคงไม่ให้โอกาสผมเข้าใกล้คุณครั้งแล้วครั้งเล่าหรอก” เสี่ยบอลกดล็อคประตูเอาไว้ แล้วเดินช้าๆ เข้าไปใกล้เธอเรื่อยๆ

“พวกคุณเป็นบ้าอะไรกัน ตีความเข้าข้างตัวเองตลอด ฉันไม่เคยต้องการจะมีอะไรกับคุณหรอกนะ” กันพิรุณพยายามมองหาทางรอดของตัวเอง

“แหม อย่าปฏิเสธเลยครับ ผมรู้นะ” เสี่ยบอลยังคงเข้าข้างตัวเองต่อไป

กันพิรุณคิดแผนหาทางรอด โดยพยายามควานหาสิ่งที่จะช่วยได้ “เอ่อ เสี่ยคะ ใจเย็นๆ ก่อนดีไหมคะ คือ ฝนไม่คุ้นกับอะไรแบบนี้เลยค่ะ มันนานมามากแล้วนะคะ สำหรับฝน”

เสี่ยบอลหยุดคิดแล้วมทวนคำ “นานมากแล้ว แปลว่าตั้งแต่มีน้องซัมเมอร์ คุณก็ยังไม่เคย...กับผู้ชายคนไหนเลยเหรอครับ ช่างเป็นบุญของผมจริงๆ”

กันพิรุณได้แต่ทำเอียงอายรับสมอ้าง ก่อนจะยอมให้เขาเข้าใกล้ทีละนิด จนเธอหันไปเป็นแท่งไม้ยาวๆ ก็รีบเขยิบเข้าไปใกล้ เมื่อเขาชิดมากพอกับที่เธอหยิบไม้ได้ เธอก็คว้าไม้ตีอย่างแรงในครั้งแรก ก่อนจะรีบเปิดล็อคแล้วขังเขาเอาไว้ในนั้น ด้วยเก้าอี้ยาวนอกห้อง ก่อนวิ่งกลับห้องตัวเองแล้วเปิดประตูเข้าไปซ่อนตัวอยู่กับลูก

ทั้งคืนที่เธอนั่งตาแข็งอยู่ในห้อง และโชคดีที่คาดว่าเขาคงสลบไป เธอรีบเก็บข้าวของทั้งที่ยังเหลืออีกหนึ่งวัน โดยไม่รอช้า แล้วอุ้มลูกไปยังเคาท์เตอร์

“ขอฉันลงเรือกลับไปพร้อมกับใครก็ได้ค่ะ” กันพิรุณรีบแจ้งตั้งแต่เจอหน้าคนงานในรีสอร์ท

“เอ๋ เกิดอะไรขึ้นครับ” คนงานถามอย่างสงสัย

“ฉันขอกลับ ฉันจ่ายเงินทั้งหมด แต่ฉันจะกลับก่อน” กันพิรุณไม่อธิบายใดๆ จนได้ยินเสียงของเสี่ยบอล

“คุณฝน เราคุยกันก่อนดีไหมครับ” เสี่ยบอลรีบเรียกเอาไว้

“ไม่ ไอ้บ้าตัณหากลับ น้องหาเรือด่วน พี่ไม่อยากโดนปล้ำรอบสอง” กันพิรุณบอกเท่านั้น คนงานชายก็เรียกพรรคพวกมาเพิ่ม

เสี่ยบอลได้แต่ชะงัก พร้อมจับมือลูกสาวเอาไว้ข้างหนึ่ง “ผมไม่ได้ทำอะไรนะครับ

“เขาเอาลูกมาอ้างบอกว่าลูกไม่สบาย แล้วเรียกพี่ไปห้องเขาเพื่อหวังปล้ำ ดีที่คว้าท่อนไม้อะไรสักอย่างในห้องได้ ฟาดจนสลบแล้วหนีเข้าห้อง เช้าถึงกล้าออกมา น้องหาเรือพาพี่กลับด่วน ไม่เอาแล้วอยู่ไม่ได้แล้ว” กันพิรุณกลัวมาจริงๆ จนลืมบอกให้ลูกอุดหู

“มาม้าปล้ำคืออะไร” ซัมเมอร์ถามอย่างงงๆ

กันพิรุณคิดแล้วค่อยตอบ “เอ่อ อะไรที่ผู้ชายไม่ควรทำกับผู้หญิงน่ะลูก”

“ป๊าทำอะไรไม่ดีกับอาฝนเหรอคะ” จินนี่หันไปถามพ่อตัวเอง ทำเอาเสี่ยบอลพูดไม่ออก

“เราขอเชิญคุณกลับห้องพักไปได้แล้วครับ ส่วนคุณผู้หญิง เชิญเช็คบิลแล้วเดี๋ยวเราจะหาเรือด่วนพิเศษพากลับครับ” คนรับผิดชอบรีบจัดการปัญหา ก่อนจะพูดอีกครั้ง “ทางเราเสียใจที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคุณนะครับ ส่วนคุณ เราขอให้คุณอยู่ในห้องจนกว่าตำรวจจะมานะครับ”

“หา แจ้งตำรวจเลยเหรอ” เสี่ยบอลทำหน้าเสียแม้จะรู้จักตำรวจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยากให้มีข่าวเสียหาย

“เอ่อ เห็นแก่น้องจินนี่ อย่าถึงกับแจ้งความเลยนะคะ ฉันไม่เอาความ แต่ขอกลับบ้านอย่างเร่งด่วนค่ะ” กันพิรุณเห็นแก่เพื่อนลูกชาย จึงไม่เอาความ

“แล้วแต่คุณครับ แต่ขอคุมตัวคุณเอาไว้จนกว่าคุณผู้หญิงจะกลับขึ้นฝั่ง แล้วทางเราจะจัดเรือไปส่งคุณ โดยขอลงรายชื่อคุณเป็นแขกห้ามขึ้นเกาะนี้อีกตลอดไปนะครับ” ผู้จัดการแสนสุภาพจัดการจนเรียบร้อย

“ขอบคุณค่ะ” กันพิรุณค่อยโล่งใจ แล้วก็รอเรืออย่างอดทน

“บายบาย จินนี่ เจอกันที่โรงเรียนนะ” ซัมเมอร์โบกมือลาให้เพื่อนก่อนจะนั่งรอเป็นเพื่อนแม่ แล้วคิดไปคิดมา ก่อนจะถาม “มาม้าฮับ แล้วนี่หนูจะได้เจอจินนี่อีกไหมฮับ”

กันพิรุณคิดไปคิดมาแล้วไม่รู้จะตอบยังไงดี หากพอนิ่งคิดอยู่นานก็คิดสรุปได้ “อยากไปอยู่กับลุงริวที่เชียงใหม่ไหมลูก”

“จริงๆ เหรอฮับ” ซัมเมอร์มีสีหน้าดีใจขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน ก่อนจะครุ่นคิดตามประสาเด็กอีกรอบ “แล้วก็คงไม่ได้เจอจินนี่อีกใช่ไหมฮับ”

“ได้สิ ถ้าจินนี่ไปเยี่ยมเราที่เชียงใหม่ หรือเรามาเยี่ยมตายายที่นี่ไงลูก” กันพิรุณบอกกับลูกชายแล้วก็หวังให้ลูกชายยอมไปอยู่ที่เชียงใหม่กับเธอ

“ก็ได้ฮับ หนูว่าที่เชียงใหม่คงมีอะไรสนุกๆ ให้ทำเยอะแยะเลยฮับ เสียดายที่พี่วินเทอร์ไม่ได้ไปด้วย” ซัมเมอร์คิดๆ แล้วก็คิดถึงพี่ชาย ส่วนน้องสาวอีกคนเมเปิ้ล เขาไม่ผูกพันมากพอจะคิดถึง

“ไม่เป็นไรฮับ ปิดเทอมพี่วินเทอร์ไปได้ไงฮับ” กันพิรุณคิดแก้ปัญหาในใจดวงน้อยๆ เสร็จสรรพ แล้วรู้สึกว่าอยู่ในการดูแลของริวน่าจะดีกว่า

“ได้ฮับ ไปหาลุงริวกันดีกว่า” ซัมเมอร์สรุปสุดท้ายแล้วก็ปล่อยให้แม่อุ้มไปลงเรือ

ใจดวงน้อยคิดถึงแต่ความสนุกในวันข้างหน้า เขาไม่ติดที่เท่าไรนัก ตราบที่ทุกที่ที่เขาไปจะยังคงมีแม่ตามไปคอยดูแลเขาอยู่เสมอ

**********************************************


ทันทีที่ถึงบ้าน กันพิรุณก็ต้องมองหน้าพี่ชายอีกรอบ แล้วรีบพาลูกชายไปยังห้องนอนเพื่อพักผ่อน ก่อนจะเดินกลับมาคุยกับพี่ชาย

“ฝนรู้ว่าฝนทำไม่ถูก แต่ฝนอยากพักสมองแล้วคิดอะไรตามลำพังกับลูกบ้างน่ะ พี่หนาว” กันพิรุณพยายามอธิบายให้พี่ชายฟัง

“แล้วได้คิดได้พักสมองไหม” กันเหมันต์ถามน้องสาวเสียงเรียบ

กันพิรุณได้แต่ถอนหายใจก่อนจะบอกอีกเรื่อง “ฝนว่าจะขอไปหางานทำที่เชียงใหม่ ช่วงแรกจะขออยู่กับพี่ริวไปก่อน แล้วก็จะออกไปหางานทำ จะพาซัมเมอร์ไปเข้าโรงเรียนที่นั่นด้วย”

กันเหมันต์ก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที เมื่อน้องสาวไม่ยอมบอกความอะไรกับตนเอง “ตามใจ จะให้ดี แต่งงานกับไอ้ริวมันไปเลย มันรออยู่แล้วนี่”

“พี่หนาว ทำไมพูดถึงเพื่อนตัวเองแบบนั้นล่ะ” กันพิรุณเข้าใจผิดคิดว่าพี่ชายระแวงตัวเองกับเพื่อน จึงคิดจะแย้ง

“พี่เหนื่อยจะเลี้ยงแกละ อีกอย่างไอ้ริวมันก็รักแกมานานแล้ว พี่รู้ ถึงมันจะไม่บอกพี่ก็เถอะ พี่ดูมันออกเวลามันมองแก แต่ที่ติดใจก็คือ ทำไมมันไม่พูด แล้วพี่ก็ตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ ถ้าแกมีสามีเป็นไอ้ริว พี่ยังสบายใจได้ว่าแกจะไม่ถูกทอดทิ้ง หรือสามีแกจะดูแลแกไม่ดี” กันเหมันต์พูดพร้อมลูบผมน้องสาวอย่างแสนรัก

เจ้าน้องสาวตัวแสบที่เขาเฝ้าดูแลมานาน...

กันพิรุณถึงกับพูดไม่ออก ตอนแรกกะจะไปพึ่งพาอาศัย แต่พอพี่ชายแบบนี้ เธอก็ชักเฟื่อน นึกอยากจะถอยหลัง เพราะรู้สึกว่าระยะหลังผู้ชายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเธอจะต้องมีอันเปลี่ยนไปทุกคน

“คิดอะไรของแกอีกน่ะ ไม่ต้องคิดแล้ว จะไปเมื่อไรบอก พี่จะเก็บข้าวของให้ พร้อมไปส่งถึงที่เลยเชียว” กันเหมันต์พูดอย่างตัดใจ

“พี่หนาว พี่ริวเขาไม่ได้คิดกับฝนแบบนั้นหรอก” กันพิรุณบอกกับพี่ชาย พร้อมทั้งบอกตัวเอง

“ถ้ามันไม่คิด ก็คงมีแต่แกเท่านั้นแหละที่เข้าใจแบบนั้น ฝนเอ๊ย ริวมันหลงรักแกมาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นหรือไง มันไม่เคยมีผู้หญิงอื่นที่มันคบจริงจัง ทำแต่งาน แล้วก็โทรหาแก แกคิดว่าที่มันโทรมาเพราะรักแกเหมือนน้องเหรอ ไปถามไอ้หลินมันสิว่า ไอ้ริวมันโทรหาอาทิตย์ละกี่ครั้ง” กันเหมันต์บอกกับน้องสาวให้ชัดเจนขึ้น

กันพิรุณได้แต่ประมวลความคิดแล้วก็ถอนหายใจเรื่อยๆ

“ริวน่ะ มันไม่รังเกียจแกกับลูกหรอก ซัมเมอร์ มันยังรักอย่างกับลูกแท้ๆ ของมัน ดูเถอะ มีเวลาว่างก็มาเที่ยวที่นี่ พอแกไปที่โน้น มันก็จัดการให้สารพัด แกยังคิดไม่ออกอีกเหรอ” กันเหมันต์ชี้ประเด็นให้ชัดเจน

“แต่ฝนไม่ได้คิดกับพี่ริวแบบนั้นนี่” กันพิรุณทบทวนอย่างละเอียดแล้วก็ต้องปวดหัวอีกรอบ

“แกไม่คิดไม่เป็นไร ขอแค่ไอ้ริวมันรักแกก็พอ ถึงขั้นนี้แล้วเนี่ย แกทบทวนดูให้ดีแล้วกัน ถ้าอยากให้พี่พูดกับไอ้ริว ก็บอกมา” กันเหมันต์บอกกับน้องสาวด้วยความเป็นห่วง

เขารู้ว่าเพื่อนเขาไม่รังเกียจน้องสาว แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่พูดอะไรออกมา แต่สายตาก็บอกชัดหลายอย่าง จนเขาแน่ใจแล้วว่า เจ้าเพื่อนรักต้องคิดอะไรกับเจ้าน้องสาวแน่นอน เพียงแต่เขาจะจัดการเจ้าน้องสาวได้หรือเปล่าเท่านั้น

ถ้าได้เจ้าริวเพื่อนเขา มันก็ย่อมดีกว่าได้คนอื่นที่มันวุ่นวายมากกว่านี้ จะมองไปทางเรย์มอนด์ก็ผลุบๆ โผล่ๆ แถมยังพูดจามีลับลมคมในอยู่หลายอย่าง

ส่วนเจ้าน้องสาวก็อีก...ไม่เอายังไง ไปค้างห้องเขาพร้อมลูก ก็ปากบอกว่าไม่มีอะไรๆ แต่เขาก็สงสัยอยู่ว่ามันต้องมีอะไรๆ แน่นอน เพียงแต่โตกันแล้วจะถามมากความเหมือนเด็กๆ ก็กระไรอยู่

ตัวเขาก็แก่มากแล้ว ถึงอยากจะถามให้ชัดก็คงยาก ด้วยกลัวฝีปากน้องสาวตัวแสบที่ใช่ย่อยเสียเมื่อไร

ตอนนี้ก็ได้แต่รอดูผลเท่านั้น...

**********************************************


เสียงลมคลื่นทะเลที่ซัดฝั่งอยู่เป็นระลอกทำให้จิตใจสงบลงได้ เพียงแต่ถ้าย้ายไปอยู่ในเขาในดอย เธอก็ไม่แน่ใจว่าจะคิดถึงที่นี่มากน้อยแค่ไหน สามวันที่เธอยังลังเลอยู่ว่าจะทำยังไงกับชีวิตดี

หากไม่รู้ความรู้สึกของเพื่อนพี่ชาย เธอคงกล้าไปขอความช่วยเหลืออยู่บ้าง แต่เมื่อรู้แล้ว ทำให้เธอกลัวลังเลว่าจะกล้าเป็นเอาเปรียบไปเสียอย่างนั้น

พอมาคิดดูถ้ารู้แต่แรกก่อนเธอรู้จักกับเรย์มอนด์ ทุกอย่างมันคงไม่ยุ่งยากอย่างนี้ แล้วเธอคงเปิดใจให้เพื่อนพี่ชายได้มากขึ้น

เจ้าเพื่อนรักตัวดีก็ไม่เคยแย้มความออกมาบ้าง พอนึกถึงคำพูดหลายอย่างที่เธอพูดกับเพื่อนพี่ชาย กันพิรุณก็รู้สึกอายอยู่ไม่น้อย คล้ายกับปล่อยไก่ออกไปเป็นร้อยๆ พันๆ ตัว

“มาม้าฮับ” ซัมเมอร์หยุดยืนพร้อมจ้องหน้าเคร่งเครียดของแม่อย่างสงสัย

กันพิรุณก้มหน้าลงมองเจ้าตัวเล็กก่อนถามอย่างเอ็นดู “อะไร ลูก”

“มีอะไรเหรอฮับ มาม้าทำคิ้วชนกันแล้ว” ซัมเมอร์มองแล้วก็มอง ก่อนจะกอดเอวแม่แทนการปลอบ โดยไม่รู้เรื่อง

กันพิรุณได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาด...เธอต้องทำเพื่อลูก โดยเลือกผู้ชายที่เหมาะสมทุกอย่างกับเธอ เขาที่รักเธอและลูกพร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือเธอมาตลอด

เธออุ้มเจ้าลูกชายขึ้นมาหอมแก้ม ก่อนจะจี้เอวเล็กๆ นั้นพร้อมทั้งพยายามยึดร่างที่ดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของเธอแน่น เมื่อเขาเป็นทุกสิ่งที่เธอจะรักได้อย่างไร้เหตุผล

ในขณะที่กำลังอุ้มเจ้าลูกชายพร้อมทั้งเล่นหัวเราะกันอย่างสนุกสนานนั่นเอง ก็มีผู้หญิงสูงวัยมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า กับชายอีกสี่คนที่อยู่ข้างหลัง เธอจึงหยุด แล้วเตรียมหันหลังกลับไปยังบริเวณรีสอร์ตของเธอ

“เดี๋ยวสิ เธอสินะ กันพิรุณ” หญิงสูงวัยคนนั้นถามเธอด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด พร้อมมองกันพิรุณปล่อยลูกลงยืน

“ค่ะ ไม่ทราบว่าฉันรู้จักคุณหรือเปล่า” กันพิรุณถามขึ้นขณะที่จับข้อมือของลูกชายเอาไว้

“นั่นลูกเธอเหรอ” ภมรีไม่ตอบกลับถามสิ่งที่ต้องการรู้

“ค่ะ ซัมเมอร์ไหว้ผู้ใหญ่สิลูก” กันพิรุณไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเกี่ยวข้องกับครอบครัวเธอยังไง แต่ก็มีมารยาท บอกให้ลูกชายยกมือไหว้

เจ้าตัวเล็กก็ทำตามทันที ก่อนจะหลบไปยืนอยู่ข้างหลังแม่ เพราะกลัวผู้ชายที่อยู่ข้างหลังยายคนนั้น

ภมรีมองหญิงสาวที่หลานชายมาติดพันแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะนี่ไม่ใช่แบบที่หลานชายชอบ หากก็ตัดสินใจรวดเร็ว ก่อนไปพยักหน้าให้คนที่ติดตามมา และเดินจากไปทันที

ชายสี่คนนั้นรู้หน้าที่ สองคนเข้าไปยึดกันพิรุณเอาไว้ อีกสองคนก็เข้าไปจับเด็กชายแล้วพาตัวไปทันที

“ไม่นะ เอาลูกฉันคืนมา” กันพิรุณรีบร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ “ช่วยด้วย”

ผู้ชายคนหนึ่งที่จับเธอได้ ก็ปิดปาก แล้วเมื่อคนอื่นๆ ไปแล้วก็ผลักเธออย่างแรง จนเธอทรุดลงบนพื้นทราย

“เอาลูกฉันคืนมานะ เอาลูกฉันคืนมา” กันพิรุณร้องตะโกนพร้อมร้องไห้ ขณะที่เด็กชายก็ร้องไห้ลั่นหาแม่ จนขึ้นรถที่จอดรออยู่แล้วหายไปลับตา

“มีอะไรไอ้ฝน” กันเหมันต์ได้ยินเสียงน้องสาวกรีดร้องพร้อมทั้งร้องไห้ก็รีบออกมาดู แต่ไม่ทันเสียแล้ว

“มันเอาซัมเมอร์ไป มันเอาลูกฝนไปน่ะ พี่หนาว” กันพิรุณรีบหาคนช่วยแต่ก็ยากเต็มที เพราะจุดที่เธอเดินมากับลูกนั้นแม้ไม่ห่างจากรีสอร์ตตัวเองมากนัก แต่ก็เป็นจุดที่ปิดปรับปรุง และวันนี้ก็ไม่มีคนทำงานด้วย

“ใครเอาซัมเมอร์ไป” กันเหมันต์พยายามคาดคั้นเอาคำตอบจากน้องสาว

“ไม่รู้ ฝนไม่รู้ เป็นผู้หญิงแก่ๆ แล้วก็ผู้ชายอีกสี่คน มันมาถามว่าใช่ฝนไหม แล้วก็เอาลูกฝนไป พี่หนาว ฝนจะทำยังไงดี ลูกของฝนนะ ฝนจะทำยังไงดี” กันพิรุณฟูมฟายร้องไห้จนเป็นลมหมดสติไป

กันเหมันต์ตั้งสติได้ก็อุ้มน้องสาวพากลับบ้าน พร้อมสั่งเด็กในร้าน “โทรแจ้งความลักพาตัว ซัมเมอร์ถูกลักพาตัว”

กานดาได้ยินก็แทบลมจับ เมื่อได้ยินว่าหลานชายโดนลักพาตัว “พ่อ”

“ใจเย็นๆ แม่ พ่อก็อยากเป็นลมเหมือนกัน” วสันต์เผลอพูดเล่นกับภรรยาออกมา เพราะความตกใจสุดขีด

กินรีออกมาพร้อมลูกสาวแบเบาะ กับลูกชาย แล้วก็ต้องรีบส่งให้กับพี่เลี้ยง ก่อนจะเข้ามาดูน้องสามี

“ช่วยหาอะไรให้ไอ้ฝนดม แล้วก็ทำให้มันฟื้นที พี่อยากรู้ว่าใครมันลักพาตัวซัมเมอร์ไป แล้วทำทำไม” กันเหมันต์คิดไปร้อยแปด แต่ก็คิดว่าไม่ใช่เพื่อเรียกค่าไถ่ เพราะเขาก็ไม่ร่ำรวยขนาดจะมีเงินจ่ายได้

หากไม่นานนักก็มีคนมาเยือนใหม่ แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อทุกคนอยู่รวมกันพร้อมหน้า คล้ายกับกำลังเกิดเรื่องอะไรขึ้น

“มีอะไรเหรอครับ” เรย์มอนด์ถามทันที

“ซัมเมอร์ถูกลักพาตัวค่ะ คุณเรย์มอนด์ เรายังไม่รู้เรื่องเลย นี่เพิ่งแจ้งความ ฝนก็เป็นลมล้มไปหลายรอบแล้ว” กินรีรีบบอกขณะอุ้มลูกสาวตัวน้อยเอาไว้

“อะไรนะครับ ฝน มันเรื่องอะไร” เรย์มอนด์มองเธอที่กำลังเหม่อลอยไร้สติ แล้วเมื่อเขาจับแขนเธอเอาไว้เรียกสติ

กันพิรุณก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะถามเขา “คุณเอาลูกฉันไปไว้ที่ไหน เอาลูกฉันคืนมานะ”

“ใจเย็นๆ น่าไอ้ฝน คุณเรย์มอนด์เขาเพิ่งจะมานะ” กันเหมันต์เข้าใจไปว่าน้องสาวคงเพ้อจนไม่ได้ดูอะไร

“เรย์มอนด์ ริชมอนด์ คุณสัญญาว่าจะไม่พรากลูกไปจากฉัน ทำไมคุณทำอย่างนี้ ผู้หญิงคนนั้นต้องเกี่ยวข้องกับคุณแน่ๆ ทำไมคุณทำแบบนี้ ไหนคุณว่าจะให้ฉันดูแลลูกตลอดไปไง” กันพิรุณไม่ฟังสะบัดจากเขาแล้วทุบเขาไม่ยั้ง

“ฝน” เรย์มอนด์ตะโกนเรียกสติเธอ แล้วรอจนเธอสงบ ก่อนจะถามเสียงเครียด “ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง บอกผมมาสิ”

“ผู้หญิงแก่แล้ว สักเจ็ดแปดสิบได้ ที่ท่าทางยังแข็งแรง มีผู้ชายใส่เสื้อซาฟารีสีมืด สวมแว่นตากันแดดด้วยสี่คน มันมาถามฉันว่าฉันใช่กันพิรุณหรือเปล่า แล้วก็ถามว่าซัมเมอร์ใช่ลูกฉันไหม แล้วก็เอาซัมเมอร์ไปเลย เอาลูกฉันคืนมานะ เอาลูกฉันคืนมา” กันพิรุณทบทวนเสร็จก็นึกโกรธอีก ก็ทุบตีเขาอีก

เรย์มอนด์ต้องพยายามจับตัวเธอเอาไว้ ก่อนจะเรียกสติเธอ “ผมไม่ได้เอาลูกไปนะ ผมบอกแล้วไงว่าผมจะไม่แย่งลูกไปจากคุณ ถ้าผมจะทำอย่างนั้น ผมจะมาหาคุณกับลูกทำไม มีสติหน่อยสิ”

ทั้งครอบครัวฟังคำโต้เถียงแล้วก็เรียบเรียงความคิด ก่อนจะทำได้ถูกต้อง

วสันต์เป็นคนแรกที่ตะโกนออกมาอย่างอึดอัด “ไอ้ฝน แกบอกมานะว่ามันเรื่องอะไร”

เรย์มอนด์กับกันพิรุณหันไปมองผู้ใหญ่ที่สุดในบ้านแทบจะพร้อมกัน ก่อนกินรีรีบไล่เด็กในบ้านให้ออกไปจากบริเวณนั้น พร้อมทั้งประกาศปิดร้านแล้วกลับมานั่งฟังต่อ

กันพิรุณมองหน้าเรย์มอนด์ แล้วก็มองหน้าพ่อ ก่อนจะก้มหน้าก้มตา แล้วบอกความจริง “คุณเรย์มอนด์เป็นพ่อของซัมเมอร์ค่ะ”

เรย์มอนด์กำลังจะพูด แต่ยังไม่ทันได้ตั้งหลักก็โดนกันเหมันต์ชกหน้าอย่างแรง

“ผมต้อนรับคุณอย่างเพื่อน ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่คุณทำอย่างนี้กับครอบครัวผมได้ยังไง” กันเหมันต์จะเข้าไปชกต่อ แต่ภรรยากับแม่เข้ามาห้ามเอาไว้

“ผม เฮ้อ ผมผิดเอง เป็นความผิดผมเอง” เรย์มอนด์มองหน้ากันพิรุณก่อนรับผิดทุกอย่างแทนเธอ

เขารู้สึกว่าเธอสูญเสียมากพอแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรอีก หากกันพิรุณเงยหน้าแล้วกำลังจะชี้แจงทุกอย่าง เขาก็ส่ายหน้า แล้วพูดอีกครั้ง

“ผมจะพาลูกมาคืนคุณให้ได้นะ ฝน คนที่พาซัมเมอร์ไปต้องเป็นยายผมแน่ๆ” เรย์มอนด์สรุปได้จากเธอ

กันพิรุณพูดไม่ออก ไม่รู้จะมองหน้าใครได้อีก ก็ได้แต่ก้มหน้า หากพอเงยหน้าขึ้นมองพ่อ ก็เห็นแต่ความโกรธเกรี้ยว ที่เธอไม่บอกความจริงตั้งแต่แรก จะได้รู้และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้

“แกไปกับมัน แล้วไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่ ถ้าไม่มีหลานฉันกลับมาด้วย ไปให้พ้นหน้าฉันทั้งสองคน” วสันต์สั่งด้วยความโกรธ ทั้งที่ปกติเป็นคนอารมณ์ดี หากเพราะเรื่องนี้ร้ายแรงเกินไป ทั้งยังเกี่ยวข้องกับหลานชายคนรองด้วย เขาจึงต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด

“แต่พ่อ ไอ้ฝนมันก็ไม่รู้จะไปหาซัมเมอร์ที่ไหนนะ พ่อ” กานดาพยายามขอร้องแทนลูกสาว

“พอที มันก่อเรื่องขนาดนี้แล้ว เธอยังจะเข้าข้างมันอีก อ้าวยังไม่ไปอีก ทางนี้ให้ตำรวจจัดการ ทางแกก็ไปตามหาหลานมาคืนฉัน” วสันต์ออกปากไล่ลูกสาวอีกรอบ

เรย์มอนด์พยุงเธอขึ้นแล้วพาไปที่รถ ตอนนี้เขารู้สึกว่าต้องรับผิดชอบมากกว่าเดิม เมื่อเขาทำให้เธอถูกไล่ออกจากบ้าน หากกันเหมันต์เดินเข้ามาพร้อมเสื้อผ้าน้องสาว

“ผมยังไม่ยกโทษให้กับความผิดที่คุณก่อ แต่ผมเป็นห่วงน้องสาวผม นี่เป็นเสื้อผ้าเท่าที่ยัดลงไปได้ของไอ้ฝนมัน ตอนนี้พ่อโกรธมาก คุณพาฝนไปก่อนแล้วกัน ยังไงก็ฝากตามหลานชายผมด้วย ขอร้องให้คืนเขากลับมา ไม่รู้ป่านนี้ เขาจะตกใจกลัวมากแค่ไหน” กันเหมันต์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ เจือปนความห่วงใยที่มีให้หลานชายตัวน้อยที่เขาช่วยน้องสาวเลี้ยงมาหลายปี

“ผมรู้ว่าต้องทำยังไง ซัมเมอร์เป็นลูกผมก็จริง แต่ผมรู้ว่าฝนขาดเขาไม่ได้ ผมไม่เคยมีเจตนาจะแยกเขาไปจากฝนเลย ขอให้คุณเชื่อเถอะ” เรย์มอนด์พูดอย่างชัดเจน ก่อนจะรับของมาไว้ที่เก้าอี้ด้านหลัง

กันเหมันต์ได้แต่พยักหน้าช้าๆ ก่อนโบกมือลาแล้วหันหน้าเดินเข้าไปในเขตบ้าน โดยไม่พูดกับน้องสาวสักคำ

ครั้งนี้มันเกินจะพูดออกมาได้...

**********************************************


แฮ่ๆ สวัสดีค่ะ ^^
จะช้าไปไหม...ถ้าจะอวยพรขอให้มีความสุขในวันปีใหม่ไทยทุกๆท่านเลยนะคะ *-*
และขออภัยที่หายไปนานพอควร
ด้วยกำลังทรมานกับการเขียนนิยายของเจ้าแกะน้อยทั้งหลายของเฮียพาย
เพิ่งนึกได้ว่า เพลิงไม่มีชีวิตวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นที่ผ่านมาได้แบบไม่ต้องคิดมาก
อ่านแต่นิยายกับการ์ตูน กับเพื่อนฝูงก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวนัก
>,< หลงใหลตัวละครอย่างแรงค่ะ ก็เลยไม่ค่อยมีอะไรหวือหวา
โดยมากจะโดยว่าลับหลังมากมาย (แต่ไม่เคยสนใจเท่าไร)
จากเพื่อนร่วมห้องเอยอะไรเอย คนอื่นคงทรมาน แต่เพลิงไม่สนใจเท่าไรนัก
สนใจแต่ตัวละครในการ์ตูนหรือว่านิยายมากกว่า ฮาาาาาาาาาาา
ไม่ค่อยแคร์คนรอบข้างสักนิด แสวงหาภาพการ์ตูนกับนิยายเท่านั้น ก็เลยหนักใจพอควรค่ะ
แล้วใจก็วอกแวกไปยังไหใบอื่นด้วย พล็อตสั้นๆ ที่ยังไม่แตกอีกเยอะแยะไปหมด
จนยากจะมุ่งสมาธิไปยังเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ (นับไหได้สัก 5-6 ใบได้ค่ะ)
เอาเป็นว่าขอแก้ตัวแต่เพียงเท่านี้นะคะ
ขอบคุณทุกเสียงที่เคาะไหดองของเพลิงนะคะ
จะพยายามศึกษาข้อมูลของวัยรุ่นให้เยอะๆ นะคะ
(แม้จะเข้าใจยากเต็มที -.- ก็เพลิงเป็นพวกไม่ค่อยสนโลกเท่าไรค่ะ)
ขอบคุณที่ติดตามนิยายเสมอมานะคะ
ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ (ช่วยให้ไหกลมกล่อมขึ้นได้ค่า)

ป.ล. ขออนุญาตไม่โพสตอนก่อนหน้านี้นะคะ



เพลิงวารี
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 19 เม.ย. 2554, 19:30:16 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 19 เม.ย. 2554, 19:30:16 น.

จำนวนการเข้าชม : 3265





   แผนร้ายในทางรัก17 >>
ตุ๊งแช่ 19 เม.ย. 2554, 20:23:36 น.
สั้นจังค่ะ อ่านไม่ทันอิ่มเลย


sai 19 เม.ย. 2554, 20:24:55 น.
ยัยอรช่างยุ คุณยายจับหลานไปทำไมใจร้ายซะจริง


หมี่เย็น 19 เม.ย. 2554, 20:26:49 น.
คุณยายช่างร้ายกาจ แต่เจ้าซัมเมอร์น่ารัก คุณยายอาจตกหลุมรักได้ รอตอนต่อไปจ้า


ปลาวาฬสีน้ำเงิน 19 เม.ย. 2554, 21:15:15 น.
แล้วยาย มาเกี่ยวไร ด้วย ง่ะ ...... ยังสับสน


ชนาพัทธ์ 19 เม.ย. 2554, 22:01:46 น.
เอาซัมเมอร์ไปทำไม แงๆๆๆ


Orathai 19 เม.ย. 2554, 22:43:37 น.
รอลุ้นค่ะื อยากอ่านต่อจัง


pretty 20 เม.ย. 2554, 07:51:44 น.
รอๆๆๆตอนต่อไป


fongpandy 20 เม.ย. 2554, 10:48:04 น.
ตอนที่ 15 หาไม่เจออ่ะค่ะ


anOO 20 เม.ย. 2554, 13:53:39 น.
ยัยอรใส่ไฟกับคุณยายไว้เยอะแน่เลย
คุณยายถึงมาเอาซัมเมอร์ไปแบบนี้


พรรณราย 20 เม.ย. 2554, 13:59:25 น.
อยากอ่านเยอะๆค่ะ รอนานมากๆๆ


kaeka 20 เม.ย. 2554, 17:36:10 น.
กรี๊ดดดดด ซัมเมอร์ออกน่ารัก คุณยายของเรย์ทำไมทำอย่างนี้ จากร้ายอาจกลายเป็นดี เพราะป้องกันอย่างนึงคือกันยายกันฝนหนีเรย์ แต่เรื่องราวจะเป็นไงต่อ วุ่นวายกันได้อีก เรย์ยังเอาใจกันฝนไม่ได้เลย ไม่รู้งานนี้จะบานปลาย หรือได้เฮ
มาต่อเร็วๆนะจีะ คิดถึงมากมาย


Noka 21 เม.ย. 2554, 10:18:25 น.
อยากอ่านตอนต่อไปเหมือนกันค่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account