ดวงใจในเปลวเทียน [สนพ.อรุณ]
หัวใจของเธอเจ็บปวดร้อนรุ่ม ดังถูกเปลวเพลิงแผดเผา
หัวใจของเขาดังพายุร้าย แต่เมื่ออยู่ใกล้กลับเป็นสายลมอบอุ่น

ชีวิตอันแสนสุขของคุณหนูตระกูลผู้ดีเก่าพังครืนลงอย่างไม่คาดฝัน เมื่อพ่อพาเมียน้อยพร้อมลูกติดอีกสองคนเข้ามาอยู่ร่วมชายคาในบ้านเทวารัตน์ แถมยังเฉดหัวหล่อนให้ไปเรียนไกลถึงอังกฤษ เท่านั้นไม่พอ แม่ผู้แสนดีและน้องชายเสียชีวิต แต่ไม่มีใครสักคนปริปากบอกหล่อนจนกระทั่งเรียนจบกลับมา ความเสียใจและโกรธแค้นทำให้หล่อนไม่มีวันยอมให้อภัยคนที่ได้ชื่อว่า ‘พ่อ’ เด็ดขาด

ปาลิตา หญิงสาวที่น่ารัก สดใส กลับกลายเป็นคนร้ายกาจและแข็งกระด้าง ทำตัวเหลวแหลก ออกเที่ยวสำมะเลเทเมาทุกคืนเพื่อประชดพ่อ ร้อนถึงคุณหญิงย่าที่ต้องออกโรงช่วยฉุดหลานสาวสุดที่รักขึ้นจากขุมนรก แต่เห็นทีงานนี้ต้องมีตัวช่วยเสียแล้ว...

บูรพา ทันตแพทย์หนุ่มรูปงาม ลูกชายบุญธรรมของคุณหญิงย่า คือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ลักพาตัวปาลิตาไปดัดนิสัยบนเกาะจันทร์ผา เรื่องราวดุ เด็ด เผ็ด มัน จึงเริ่มต้นขึ้น เพราะเขาต้องสลัดคราบหมอฟันผู้ใจดีออกไป กลับกลายเป็น นายหมึกจอมโหด แทน!

คนหนึ่งร้าย...คนหนึ่งแรง...ทว่าความใกล้ชิดก็ทำให้หัวใจสองดวงต้องหวั่นไหว แต่เรื่องราวไม่จบลงง่าย ๆ เมื่อปาลิตาค้นพบความจริงบางอย่างบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจผิดทั้งหมด และดูเหมือนว่าทุกอย่างจะซับซ้อนจนคาดไม่ถึง เขาและเธอจึงต้องร่วมมือกันกระชากหน้ากากคนชั่วเพื่อพิสูจน์ความจริง

ครอบครัวเทวารัตน์จะกลับมามีความสุขอีกครั้งหรือไม่ ความรักของปาลิตาและบูรพาจะลงเอยอย่างไร เราคงต้องมาลุ้นไปพร้อมกัน!

Tags: ดวงใจ เปลวเทียน ดวงมาลย์ รักโรแมนติก

ตอน: บทนำ

เพียะ!

เสียงฝ่ามือใหญ่ตวัดแหวกอากาศ กระทบลงบนซีกแก้มขาวนวลเนียนของปาลิตา เทวารัตน์ ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องรับแขก

ร่างอรชรที่เซแซด ๆ ไปสองก้าวด้วยความตกตะลึง ถึงกับตัวสั่นเทิ้มเป็นเจ้าเข้า ดวงตาแดงช้ำทอประกายวาวโรจน์ เมื่อสะบัดหน้าหันกลับมามองผู้ให้กำเนิดด้วยแววตาเจ็บปวดรวดร้าว

“คุณพ่อ!”

อธิปมองบุตรสาวในสายเลือดเพียงคนเดียวด้วยความตกใจไม่แพ้กัน ความโกรธเกรี้ยวเพียงชั่ววูบทำให้เขาถึงกับยั้งอารมณ์ไว้ไม่อยู่ และทำในสิ่งที่แสนร้ายกาจลงไปอย่างไม่น่าให้อภัย

“ลิตา...พ่อขอโทษ”

“อย่ามาแตะต้องตัวลิตา!” ปาลิตาสะบัดตัวหนีด้วยความรังเกียจ เมื่อร่างสูงเพรียวของท่านรัฐมนตรีผู้ทรงอำนาจผวาเข้ามาดูอาการ

“ลิตา...พ่อไม่ได้ตั้งใจ” อธิปเสียใจยิ่งนัก หัวอกของคนเป็นพ่อแทบจะขาดรอน ๆ เมื่อเห็นแววตาเจ็บปวดรวดร้าวของบุตรี

ไม่รู้ผีห่าซาตานตนใดเข้าสิง จึงทำให้เขากลายเป็นคนป่าเถื่อนได้ถึงเพียงนี้ ทั้งที่ตั้งแต่เล็กจนโต เขาถนอมเลี้ยงดูปาลิตามาราวกับไข่ในหิน ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม กระทั่งจะเฉียดใกล้ก็ยังไม่ได้

“ลิตาเกลียดคุณพ่อ ในเมื่อคุณพ่อไม่รักลิตา เอาแต่เข้าข้างพวกมันสามคนแม่ลูก ลิตาก็จะทำตัวให้เหลวแหลกยิ่งกว่านี้ เชิญคุณพ่อเสวยสุขกับพวกมันให้เต็มที่ เพราะนับจากนี้ไป ลิตาจะทำให้คุณพ่อมีแต่ความทุกข์ทรมานยิ่งกว่าที่ลิตาเป็น”

ดวงตาแข็งกร้าวของคนพูดตวัดมองไปยังเลอลักษณ์ ชมราตรี และศีตลา สามแม่ลูกที่เข้ามาเป็น ‘ปลิง’ เกาะพ่อของหล่อนด้วยความเคียดแค้นใจ

ตั้งแต่มันทั้งสามคนเหยียบย่างเข้ามาในบ้านเทวารัตน์เมื่อสี่ปีก่อน พ่อของหล่อนก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

ปาลิตาไม่เคยคิดว่าครอบครัวอันแสนสุขของตนจะต้องมาแตกสลายลงด้วยความมักง่ายของผู้เป็นพ่อ นอกจากจะไปทำเรื่องบัดสีเอาไว้นอกบ้านแล้ว ยังจะกล้าพาพวกมันสามคนเข้ามาเชิดหน้าชูตา เยาะเย้ยแม่ น้องชาย และตัวหล่อนถึงในบ้าน

ทิพย์เกสร แม่ผู้แสนประเสริฐและเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วของหล่อนไม่อาจมีปากเสียงใดๆ จึงได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมอย่างทุกข์ระทมเมื่อรู้ว่าสามีมีเมียเพิ่มขึ้นมาอีกคน

ไม่เพียงเท่านั้น...ยังมีเรือพ่วงติดมาด้วยถึงสอง!

“คุณพ่อฟังไว้ให้ดีนะคะ ยิ่งลิตาเจ็บมากเท่าไหร่ คุณพ่อจะต้องเจ็บมากกว่าลิตาเป็นร้อยเท่าพันเท่า และอย่าหวังว่าลิตาจะแต่งงานกับคนที่คุณพ่อหาให้ หัวเด็ดตีนขาดยังไง...ลิตาก็ไม่แต่ง” ปาลิตาหันมาตวาดใส่บิดาด้วยอาการกราดเกรี้ยว ก่อนสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไป

“โธ่...ลิตา” อธิปครางเสียงอ่อนระโหย ทรุดตัวนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่ราคาสูงลิ่วอย่างหมดแรง

“คุณพี่คะ เป็นอะไรมากหรือเปล่า” เลอลักษณ์ซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุดรีบปราดเข้ามายอบตัวลงเกาะพนักโซฟา ถามไถ่ด้วยความห่วงใย อีกทั้งยังปรายตาจิกให้ลูกสาวทั้งสองคนรีบเข้ามายืนใกล้ ๆ โดยพลัน

ชมราตรีซึ่งเป็นต้นเหตุของเรื่อง นั่งลงเกาะต้นขาพ่อบุญธรรมแล้วบีบนวดเบา ๆ อย่างเอาอกเอาใจ พร้อมเอ่ยเสียงสลด

“คุณพ่ออย่าโกรธชมเลยนะคะ ชมก็แค่เตือนลิตาดี ๆ ว่าไม่ควรจะออกไปเที่ยวเตร่เมาหัวราน้ำทุกคืนแบบนี้ ชมไม่อยากให้คุณพ่อเสื่อมเสียชื่อเสียงน่ะค่ะ”

อธิปถอนใจเฮือกใหญ่ มองซีกหน้างามผุดผาดที่มีรอยนิ้วแดงเป็นปื้นของลูกเลี้ยงวัยยี่สิบเอ็ดปีรุ่นราวคราวเดียวกับปาลิตาด้วยสายตาอ่อนโยน

“พ่อไม่โกรธชมหรอกลูก เห็นอยู่ว่าลิตาเป็นฝ่ายตบชมก่อน”

“แต่ถ้าชมไม่เข้าไปแส่ ลิตาก็คงจะไม่โกรธขนาดนี้ ชมไม่น่าหาเรื่องเลยจริง ๆ” ชมราตรีบ่นกระปอดกระแปดตามประสาคนช่างพูด พลาง
ยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองเบา ๆ

ต่างจากศีตลาผู้เป็นน้องซึ่งยืนฟังเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ ตามนิสัยอันเคร่งขรึม ผิดจากเด็กสาววัยสิบหกปีทั่วไป

“เอาเถอะ อย่าโทษตัวเองเลย ชมทำไปเพราะความหวังดี พ่อขอโทษชมแทนลิตาด้วยนะ” อธิปเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า

ตั้งแต่เกิดเรื่องราววุ่นวายขึ้นในบ้าน สุขภาพของเขาก็เริ่มทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ ผมที่เคยมีสีดอกเลาแซมอยู่ประปราย บัดนี้กลับกลายเป็นขาวโพลนแทบจะทั้งศีรษะ ใบหน้ามีแต่ริ้วรอยเคร่งเครียดและหม่นหมองจนแทบไม่เหลือเค้าหล่อคมคายและน่าเกรงขามดังที่เคยเป็นมาก่อน

สภาพร่างกายที่ว่าแย่แล้ว สภาพจิตใจกลับสาหัสยิ่งกว่า หัวใจของเขาแห้งผาก เป็นแผลเรื้อรังมานาน นับวันอาการยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ระบมกลัดหนองจนเน่าเฟะไปหมด ถ้าเปรียบกับคนเป็นมะเร็ง ตอนนี้อาการของเขาก็คงอยู่ในขั้นวิกฤติ โคม่า เตรียมตัวลงโลงสถานเดียว

“โถ...คุณพี่ไม่ต้องขอโทษยายชมหรอกค่ะ แค่คุณพี่มีความยุติธรรม ลงโทษยายลิตาให้รู้สำนึก ไม่ปล่อยให้ลูกสาวของลักษณ์ต้องถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียว เท่านี้พวกเราก็ตื้นตันใจแล้วค่ะ”

คำพูดของเลอลักษณ์ทำให้อธิปนึกสะท้อนใจยิ่งนัก

นี่เขาทำถูกแล้วหรือ...

ความยุติธรรมที่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด...มันช่างทรมานใจสิ้นดี!

ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเมื่อหกเดือนก่อน เขาต้องสูญเสียทิพย์เกสรและนภ...ลูกชายคนเล็กไปโดยไม่สามารถอธิบายความจริงให้ปาลิตารู้ และในตอนนี้ เขากับลูกสาวยังจะต้องมากลายเป็นศัตรูกันอีกหรือนี่!

อธิปมองฝ่ามือข้างขวาอันร้อนผ่าวของตัวเองราวกับว่ามันไม่ใช่อวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ก่อนจะกำเข้าหากันหลวม ๆ ด้วยความปวดร้าวใจ เลอลักษณ์เห็นดังนั้นจึงเอ่ยขึ้น

“นี่ก็ดึกแล้ว คุณพี่ขึ้นห้องไปพักผ่อนดีกว่านะคะ ยิ่งคิดมาก เดี๋ยวความดันจะขึ้นเอา”

อธิปพยักหน้าให้เนือย ๆ แต่กลับไม่ขยับเขยื้อนตัว

“คุณลักษณ์พาลูก ๆ ขึ้นไปก่อนเถอะ ผมขอนั่งคิดอะไรต่ออีกสักประเดี๋ยว”

อดีตม่ายสาวใหญ่ลอบถอนใจเบา ๆ ลองได้ยินแบบนี้ เซ้าซี้อย่างไรสามีก็คงไม่ยอมขึ้นนอนพร้อมกันเป็นแน่

“ก็ได้ค่ะ แต่อย่านานนักนะคะ พรุ่งนี้คุณพี่มีประชุมค.ร.ม.แต่เช้า”

รัฐมนตรีใหญ่พยักหน้าให้อีกครั้ง เลอลักษณ์จึงพาลูก ๆ ทั้งสองขึ้นชั้นบนไปก่อน

เมื่อความเงียบสงบเข้าปกคลุมบ้านเทวารัตน์อีกครั้ง ผู้เป็นประมุขของบ้านจึงมีเวลาคิดไตร่ตรองเรื่องราวที่ยังตัดสินใจไม่ได้

สาเหตุที่บ้านเทวารัตน์ต้องร้อนเป็นไฟอย่างทุกวันนี้ เป็นเพราะความผิดพลาดของเขาเอง…

ถ้าเมื่อสี่ปีก่อนเขาไม่มีความสัมพันธ์กับเลอลักษณ์ ม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างลึกซึ้งจนหล่อนตั้งท้อง ปัญหาทุกอย่างก็คงไม่เกิดขึ้น

เขารับผิดชอบการกระทำของตัวเองด้วยการพาเลอลักษณ์เข้ามาอยู่ในบ้านเทวารัตน์ ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นหล่อนจะแท้งลูกของเขาก็ตาม แต่ในเมื่อเรื่องมันเลยเถิดไปไกล เขาจึงให้หล่อนและลูก ๆ อยู่ในบ้านต่อไป

เมื่อมีสามแม่ลูกเข้ามาอยู่ร่วมชายคา ทิพย์เกสรก็นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาใด ๆ ภรรยาที่แสนดีของเขาไม่อาละวาดหรือแสดงท่าทีไม่พอใจทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทำให้เขาละอายใจเสียยิ่งกว่าจะเห็นหล่อนโวยวายใส่เป็นร้อยเท่าพันเท่า

ส่วนปาลิตานั้นผิดหวังในตัวเขามากจนกลายเป็นคนแข็งกระด้างและห่างเหิน เขาเป็นผู้สร้างบาดแผลในใจให้ลูกสาวสุดที่รัก และนานวันเข้าบาดแผลนั้นก็กัดกินหัวใจทั้งของเขาและลูกสาวจนยากจะเยียวยารักษาให้หาย

ปาลิตาไม่เหมือนทิพย์เกสร เวลาเจอหน้าสามแม่ลูกเมื่อไรเป็นได้เปิดศึกกันเมื่อนั้น เขาจึงต้องตัดสินใจส่งหล่อนไปเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษเมื่อสี่ปีก่อน

ทางด้านนภ ลูกชายคนเล็กของเขามีอายุเพียงห้าขวบในเวลานั้น จึงไม่ประสีประสากับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่าไรนัก

คนที่ทำให้อธิปหนักใจที่สุดก็คือปาลิตา จุดแตกหักของความสัมพันธ์ระหว่างเขาและลูกสาวก็คือ การที่ปาลิตาซึ่งเพิ่งเรียนจบกลับมาต้องรับรู้ว่าแม่และน้องชายเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่หกเดือนก่อน แต่กลับไม่มีใครส่งข่าวคราวให้รู้ ตอนนั้นปาลิตาถึงกับช็อกและสะเทือนใจอย่างหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว

อธิปดวงตาหม่นเศร้าลงเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจลูกสาว แต่ด้วยความจำเป็นจึงต้องทำไปเพราะสถานการณ์บังคับ

จะมีใครบ้างที่เข้าใจหัวอกของเขาในยามนี้ ว่ามันทุกข์ทรมานเพียงไร...

ร่างสูงชะลูดค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วเดินไปยืนเกาะริมหน้าต่างบานใหญ่ ดวงตาผ่านร้อนผ่านหนาวมานานกว่าห้าสิบปีทอดมองไปยังประตูรั้วอัลลอยหน้าบ้านซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตรด้วยความไม่สบายใจนัก

ป่านนี้ปาลิตาคงจะออกไปเที่ยวเมาหัวราน้ำอยู่กับเพื่อนอีกเช่นเคย ยิ่งออกไปอย่างสะเทือนใจด้วยแล้ว เห็นทีคืนนี้คงไม่กลับเข้าบ้านง่าย ๆ

นับวันลูกสาวของเขายิ่งต่อต้านหนักขึ้นทุกที ปาลิตาพยายามทำตัวเองให้เสื่อมเสียชื่อเสียงทุกวิถีทาง เพื่อจะสร้างภาพลบให้กับรัฐมนตรีกระทรวงการคลังอย่างเขา

อันที่จริงแล้วเขาไม่ได้เป็นห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองเลย แต่กลับเป็นห่วงปาลิตามากกว่า ถ้าขืนปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไป ลูกสาวของเขาคงจะติดเหล้าจนเสียผู้เสียคนเป็นแน่

เสียงนาฬิกาแขวนแบบโบราณตีบอกเวลาสี่ทุ่มตรง อธิปถอนใจหนักหน่วงอย่างตัดสินใจได้ในที่สุด

ร่างสูงเพรียวเดินไปหยิบโทรศัพท์ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะไม้สักเนื้อดีเพื่อโทร.หามารดา แม้จะเป็นเวลาค่อนข้างดึกแล้ว แต่เขาก็รู้ดีว่าปลายสายกำลังรอเขาอยู่

เสียงสัญญาณดังเพียงแค่ครั้งเดียว คุณหญิงสร้อยจันทร์ก็รีบรับสายแล้วกรอกเสียงถามมาทันทีด้วยความร้อนใจ

“ว่ายังไงตาเอก ตัดสินใจเรื่องยายลิตาได้แล้วหรือยัง”

“ครับคุณแม่ ผมยอมตกลงตามที่คุณแม่ต้องการทุกอย่าง ผมทนเห็นลิตาเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว”

คำตอบของลูกชายทำให้คุณหญิงสร้อยจันทร์นึกโล่งอก แม้อธิปจะทำเรื่องผิดพลาดเอาไว้อย่างไม่น่าให้อภัย แต่ท่านก็ไม่อาจจะตัดเยื่อตัดใยจากลูกชายในไส้เพียงคนเดียวได้

สิ่งที่คุณหญิงสร้อยจันทร์ต้องเร่งดำเนินการในตอนนี้ก็คือ การช่วยเหลือหลานสาวเพียงคนเดียวให้รอดพ้นจากช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนี้ไปให้ได้ ถ้าตนไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย เห็นทีปาลิตาคงจะหมดอนาคตเป็นแน่

“เอกตัดสินใจถูกแล้วละ เอาเป็นว่าแม่จะจัดการยายลิตาต่อให้เอง เอกไม่ต้องเป็นห่วงนะ ถ้ามีอะไรคืบหน้าแล้วแม่จะโทร.ไปบอก” คุณหญิงสร้อยจันทร์เอ่ยทิ้งท้ายเพียงเท่านั้น แล้วตัดสายทันที

อธิปวางโทรศัพท์ลงด้วยความโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง เขาต้องตัดสินใจทำอย่างนี้เพราะหมดหนทางที่จะช่วยฉุดปาลิตาให้หลุดพ้นจากการทำร้ายตัวเองอย่างที่เป็นอยู่

ถึงแม้วิธีนี้จะไม่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับลูกสาวดีขึ้น แต่อย่างน้อยชีวิตของปาลิตาก็จะต้องดีขึ้นแน่นอน เพียงเท่านี้อธิปก็พอใจแล้ว...



ดวงมาลย์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 24 เม.ย. 2555, 13:08:29 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 พ.ย. 2556, 09:01:16 น.

จำนวนการเข้าชม : 1514





   ตอนที่ ๑ >>
เทียนจันทร์ 24 เม.ย. 2555, 18:14:45 น.
เข้ามาเจิมค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ


ดวงมาลย์ 24 เม.ย. 2555, 20:43:49 น.
ขอบคุณคุณเทียนจันทร์นะคะที่มาให้กำลังใจเป็นคนแรกในบ้านนี้ จุ๊บยังมือใหม่อยู่ค่ะ ทำอะไรไม่ค่อยเป็น จะแก้ไขตัวสะกดในตอนยังไม่รู้ต้องทำไงเลยค่ะ เหะๆ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account