เล่ห์รักรัญจวนใจ
เมื่อความรักเกิดขึ้นในหัวใจ ชายหนุ่มจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพาตัวเองเข้าไปใกล้ชิด เขาต้องการกระชับพื้นที่ทุกตารางนิ้วในหัวใจเธอ แม้ว่าจะต้องใช้เล่ห์กลสักกี่ร้อยเล่มเกวียน "ภมร" ก็จะงัดขึ้นมาใช้ให้หมด เพื่อทำให้ "หิรัญญิการ์" รู้ว่า เธอไม่มีทางหนีเขาพ้น
Tags: รักโรแมนติก

ตอน: บทที่ 5 ผู้มีพระคุณ

“ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะญิการ์?”

เสียงของภมรดังขึ้นทำให้หิรัญญิการ์ถึงกับสะดุ้งโหยง รีบก้มหน้างุดเมื่อยังเห็นเขาอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำ ภมรเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เขาเองเป็นคนอาบน้ำเร็วไม่แพ้หิรัญญิการ์ เมื่อออกมาจากห้องน้ำเห็นประตูห้องเปิดอยู่ก็จะเดินมาปิดเพื่อจะแต่งตัว ไม่คิดว่าหิรัญญิการ์จะยังยืนอยู่ตรงนี้

“เอ่อ...ญิการ์มาตามไปทานข้าวค่ะ”

“ฉันรู้แล้ว ได้ยินเธอคุยกับพี่เรศก่อนจะเข้าไปห้องน้ำ แล้วฉันก็รู้ด้วยว่าเวลานี้เป็นเวลาอาหารเช้า ความจริงไม่ต้องยืนรอฉันก็ได้”

หิรัญญิการ์อยากจะตอบว่าเธอไม่ได้ยืนรอเขาสักหน่อย แค่เธอคิดช้าไปหน่อยเท่านั้นเอง ก็เขาเล่นอาบน้ำไวขนาดนี้เธอจะทันได้เดินหนีไปไหน เมื่อคิดถึงประโยคนี้ขึ้นมาแล้วจำได้ว่าเขาก็เคยพูดกับเธออย่างนี้จึงเอามาย้อนบ้าง

“ก็คุณอาบน้ำเร็วขนาดนี้ ญิการ์จะทันได้เดินไปไหนล่ะคะ”

“เดี๋ยวนี้ย้อนนะ”

“เปล่านี่คะ...ถ้างั้นเดี๋ยวญิการ์ลงไปรอข้างล่างนะคะ” พูดจบหิรัญญิการ์ก็หมุนกายเดินลงบันไดไปทันที

ภมรยิ้มออกมานิดๆ คล้ายกำลังขบขัน เพราะรู้แล้วว่าที่หิรัญญิการ์ไม่มองเขานั้นเพราะอะไร ไม่ว่าหิรัญญิการ์จะห้าวหาญแค่ไหนเมื่อเธออยู่ต่อหน้าเพื่อนๆ ของเธอ แต่หิรัญญิการ์ที่อยู่กับเขากลับไม่ใช่แบบนั้น หญิงสาวยังคงมีความเป็นผู้หญิงอยู่เต็มตัวที่รู้จักเขินอายเวลาเห็นผู้ชายเปลือยอก

ชายหนุ่มกลับเข้าไปแต่งตัวไม่นานก็ลงไปสมทบกับหิรัญญิการ์ที่โต๊ะอาหาร เขาสำรวจการแต่งกายของเธอชัดๆ อีกครั้งแล้วต้องขมวดคิ้วมุ่น

“ชุดอื่นไม่มีแล้วหรือไง?” หิรัญญิการ์ต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเพราะไม่เข้าใจที่เขาพูด

“ฉันพูดถึงเสื้อผ้าของเธอ เก่าขนาดนี้แล้วทำไมไม่ทิ้งไปเสีย ยังเก็บมาใส่อยู่อีก”

“ทำไมคะ ก็ญิการ์ใส่อยู่บ้าน ไม่ได้ใส่ออกไปข้างนอกสักหน่อย” เมื่อรู้ว่าเขากำลังวิจารณ์การแต่งตัวของตัวเองอยู่ก็หน้าตึงขึ้นมาทันที

“ใส่อยู่บ้านก็ไม่ควร”

“คุณเอาอะไรมาวัดคะว่าไม่ควร ญิการ์ก็ใส่ของญิการ์แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนะคะ”

“ก็เอาฉันนี่ไงวัด”

หิรัญญิการ์ได้ฟังเขาพูดก็ยิ่งฉุน เธอกับเขาจะไปเหมือนกันได้อย่างไรในเมื่อเขารวยออกล้นฟ้า จะซื้อเสื้อผ้าราคาแพงๆ แบรนด์ดังๆ มาใส่อยู่บ้านเล่นๆ ก็ไม่มีใครว่า ส่วนตัวเธอที่เงินเดือนได้ไม่กี่หมื่นจะไปกล้าซื้อของแบบนั้นมาใส่ได้อย่างไร แล้วเธอก็ไม่ชอบใส่ของแพงด้วย เธอชอบใส่ของเธอแบบนี้สบายกว่าตั้งเยอะ

“คุณอย่าเอาตัวเองวัดสิคะ คนเรามันมีรสนิยมต่างกันอยู่แล้ว จะให้ญิการ์ไปเหมือนคุณได้ยังไงกัน”

“ฉันไม่ได้จะให้เธอมาเหมือนฉัน แค่ถามว่าชุดอื่นไม่มีแล้วหรือก็เท่านั้น”

“ไม่มีแล้วค่ะ ก็ญิการ์เอามาเท่านี้แหละ”

“งั้นรีบกินข้าว เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปซื้อใหม่”

“ไม่ไปค่ะ”

“อะไรนะ?”

“เอ่อ...ญิการ์หมายถึงว่า ญิการ์ไม่ไปหรอกค่ะ ไม่อยากซื้อใหม่ให้มันเปลืองสตางค์ เดี๋ยวกลับไปเอาที่คอนโดฯ ก็ได้” หิรัญญิการ์รีบแก้คำพูดเสียใหม่เมื่อเห็นตาเขาวาววับขึ้นมาราวกับผิดหู

“แล้วที่เธอมีอยู่น่ะ มันดีกว่านี้หรือไง?”

“ก็...อย่างนี้แหละค่ะ ญิการ์ใส่แต่แบบนี้นี่”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องพูดแล้ว รีบกินข้าวจะได้รีบไป”

ภมรบอกเสียงเด็ดขาดก่อนจะก้มลงทานอาหารต่อโดยไม่สนใจหิรัญญิการ์อีก ปล่อยให้อีกฝ่ายฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียดไปตามแต่ใจ



“ไม่เอาค่ะ”

คำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของหิรัญญิการ์ทุกครั้งที่พนักงานถือชุดมาให้หญิงสาวลอง ภมรยืนดูอยู่เงียบๆ นานแล้วก็ชักจะหมดความอดทนเพราะหิรัญญิการ์ไม่เอาอะไรสักอย่าง จนภมรต้องเดินเข้าไปกระซิบขู่

“เธอจะเลือกเองหรือว่าจะให้ฉันเลือกให้”

“เลือกเองสิคะ”

“งั้นก็เลือกเร็วๆ เข้าสิ ไม่อย่างนั้นฉันจะซื้อให้หมดนี่แหละ”

“ซื้อหมดนี่คุณเตชัสกับคุณรักษิตจะถือไหวเหรอคะ เอาแค่ชุดสองชุดก็พอค่ะ”

หิรัญญิการ์รู้สึกสงสารและเกรงใจไม่น้อยที่สองหนุ่มจะต้องมาถือของให้เธอ จากที่เห็นเขาถืออยู่นี่ก็เยอะพอแล้ว เพราะภมรพาเธอเข้าตั้งแต่ร้านรองเท้ายันเสื้อผ้าและของใช้กระจุกกระจิกของผู้หญิง จนมาถึงร้านสุดท้ายนี่แหละที่เธอเริ่มไม่อยากซื้อแล้วเพราะรู้สึกว่ามันเยอะเกินไป และที่สำคัญถึงซื้อไปก็เท่านั้นเพราะเธอไม่คิดจะใส่มันอยู่แล้ว

หญิงสาวรู้ดีว่าถ้าขืนเธอยังดึงดันปฏิเสธก็จะทำให้เขาพาลโกรธแล้วสุดท้ายก็ต้องบังคับเธอจนได้ ตอนนี้จึงทำเป็นยอมๆ เขาไปก่อน ไว้หลังจากนี้เถอะเธอจะหาทางหลบเลี่ยงให้ดู รับรองว่าข้าวของที่เขาซื้อให้เธอจะไม่มีทางได้แตะต้องมัน

“เอาแค่นั้นจะพอใส่หรือไง”

“พอสิคะ อย่าลืมสิว่าร้านอื่นก็ซื้อมาเยอะแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ”

“ถ้าตามใจญิการ์งั้นไม่เอาแล้วได้ไหมคะ นี่จะเที่ยงแล้วด้วย ญิการ์หิว ไปทานข้าวกันดีกว่าค่ะ”

พูดจบหิรัญญิการ์ก็เดินออกจากร้านไปเลย ภมรไม่ได้เดินตามไปในทันทีเขาหันไปสั่งพนักงานในร้านให้จัดการแพ็กชุดที่เลือกมาให้หิรัญญิการ์ทั้งหมดลงกล่อง เสร็จแล้วเขาก็จ่ายเงินก่อนจะหันมาส่งถุงกระดาษทั้งหมดให้เตชัสกับรักษิต

“พวกนายเอาไปเก็บที่รถนะ จากนั้นจะไปเดินเล่นที่ไหนก่อนก็ได้ ไว้จะกลับเมื่อไรฉันจะโทรเรียก”

“จะดีเหรอครับเจ้านาย คุณเรศบอกผมว่าช่วงนี้ไม่ค่อยปลอดภัยนะครับ”

“ในห้างคนพลุกพล่านออกขนาดนี้ พวกมันคงไม่กล้าทำอะไรหรอกน่า”

“เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นให้รักษิตเอาของไปเก็บคนเดียว ส่วนผมอยู่กับเจ้านายดีไหมครับ” เตชัสเสนอขึ้นเพราะไม่อยากจะไว้ใจอะไรทั้งนั้น

“ไม่ต้องๆ พวกนายไปกันทั้งสองคนนั่นแหละ”

ภมรไม่พิรี้พิไรสั่งเสร็จแล้วก็เดินตามหิรัญญิการ์ออกไปทันที สองบอดีการ์ดหนุ่มก็ได้แต่มองหน้ากันแล้วไหวไหล่ออกมาเบาๆ ก่อนจะไปจัดการตามที่นายสั่งคือเอาของทั้งหมดไปเก็บที่รถ แล้วหลังจากนั้นพวกเขาจะไปไหนก็ไป แค่อย่าเอาหน้าไปให้เจ้านายเห็นเป็นพอ



ร้านที่หิรัญญิการ์เลือกมาทานเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่หญิงสาวชอบทานเป็นพิเศษ ในขณะที่ภมรกลับเฉยๆ ซ้ำยังรู้สึกว่าอาหารพวกนี้สู้รสชาติของอาหารไทยไม่ได้เลยสักนิด

“แล้วพรุ่งนี้ต้องไปทำงานหรือเปล่า” ภมรเอ่ยถามขึ้นอย่างต้องการจะชวนคุย เพราะตั้งแต่เข้ามาในร้านหิรัญญิการ์ก็เอาแต่กินอย่างเดียวไม่ยอมพูดกับเขาสักคำ

“ไปค่ะ”

“แล้วไปยังไง?”

“ก็...รถเมล์ รถแท็กซี่ รถไฟฟ้า ไปได้หมดทุกรถแหละค่ะ”

“แล้วผ่านการประเมินงานหรือยัง”

“ผ่านแล้วค่ะ ญิการ์ทำหน้าที่วิเคราะห์และออกแบบโครงสร้าง เงินเดือนก็อยู่ในเกณฑ์ดี เพื่อนร่วมงานก็เยี่ยม เจ้านายก็ใจดี๊ใจดีค่ะ”

หิรัญญิการ์รีบบรรยายสรรพคุณเป็นการดักทาง เพราะรู้ว่าภมรอยากให้เธอออกจากที่นั่นแล้วไปทำงานที่บริษัทของเขา แม้ว่าเธอจะไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับงานของเขาเลยก็ตาม

“งานวิศวกรมันไม่หนักไปหน่อยหรือไง ไปทำกับฉันนั่งเฉยๆ อยู่บนเก้าอี้...”

“แทบไม่ได้กระดิกตัวไปไหนน่ะหรือคะ แบบนั้นไม่ไหวหรอกค่ะ ญิการ์กลัวเป็นอัมพาต” หญิงสาวขัดขึ้นก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ

“ฉันซื้อรถให้เอาไหม?” หิรัญญิการ์ถึงกับสำลักน้ำที่กำลังดื่มอยู่เมื่อได้ยินคำถามนี้ของเขา ต้องถามย้ำราวกับไม่แน่ใจ

“อะไรนะคะ?”

“ฉันถามว่าจะซื้อรถให้เอาไหม” ภมรทวนคำถามให้อย่างใจเย็นที่สุด แล้วคำตอบที่เขาได้รับก็คือหิรัญญิการ์ส่ายหน้าพัลวัน

“ซื้อให้ทำไมคะ ญิการ์ไม่จำเป็นต้องใช้หรอก”

“ขับไปทำงานทำไมจะไม่จำเป็น หรือว่าเธอขับรถไม่เป็น ฉันจะได้สอนให้” ภมรเอ่ยถามราวกับต้องการจะประชด เพราะรู้อยู่แล้วว่าหิรัญญิการ์ขับรถเป็น

“เป็นค่ะ เพียงแต่ญิการ์คิดว่านี่มันมากเกินไปแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องให้อะไรญิการ์อีกแล้ว เพราะญิการ์ไม่เคยคิดอยากได้อะไรของคุณทั้งนั้น แล้วก็ไม่ต้องพูดเรื่องนี้กับญิการ์อีกแล้วนะคะ”

“โอเค ไม่พูดก็ไม่พูด” ภมรไหวไหล่เบาๆ ราวกับไม่ใส่ใจ แต่ในใจเขากำลังคิดอะไรอยู่นั้นหิรัญญิการ์จะไม่มีวันรู้

“ขอบคุณค่ะ” หิรัญญิการ์บอกเขาติดจะประชด อีกทั้งยังยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณเขาอย่างสวยงามอีกด้วย แต่ภมรก็หาได้ใส่ใจไม่

“แล้วอยากจะซื้ออะไรอีกหรือเปล่า?”

“ไม่แล้วค่ะ แต่...อ้อ! ญิการ์อยากไปร้านขายเครื่องดนตรีไทย ที่นี่มีหรือเปล่าคะ”

“น่าจะมีนะ แล้วจะไปทำไม”

“ญิการ์จะไปซื้อไม้ตีขิม อันเก่ามันหัก”

หิรัญญิการ์บอกเล่ากลายๆ ซึ่งภมรก็พยักหน้ารับรู้ เพราะนี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เขามองข้ามความห้าวของหิรัญญิการ์ เพราะเธอเล่นขิมได้ไพเราะมาก ชายหนุ่มเคยฟังอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่อัมเรศจัดงานวันเกิดให้หญิงสาวเมื่อห้าปีก่อน หิรัญญิการ์เล่นขิมโชว์ในงานวันเกิดของตัวเองสร้างความประทับใจให้กับเขาได้ตั้งแต่คราวนั้น

“ถ้าอย่างนั้นจะซื้อขิมด้วยไหม?”

“ไม่ต้องค่ะ ขิมตัวเก่ายังอยู่ เพียงแต่ไม้ตีขิมมันหักเท่านั้น” หิรัญญิการ์รีบบอกเพราะรู้ว่าเขาจะซื้อให้เธออีก

“แล้วตัวขิมล่ะ อยู่ไหนเสีย”

“อยู่ที่คอนโดฯ ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นกลับบ้านแล้วจะให้คนไปยกมาให้”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ เก็บไว้ที่นั่นแหละ”

“เก็บไว้ให้ใครเล่นในเมื่อตัวเธออยู่นี่ แล้วเธอจะซื้อไม้ตีขิมมาเก็บไว้ทำไมในเมื่อไม่มีขิมให้เล่น”

“ญิการ์ไม่ได้จะเล่นค่ะ แค่อยากซื้อไม้ตีขิมเพราะนึกขึ้นได้ว่ามันหักนานแล้ว พอมีโอกาสก็อยากจะซื้ออันใหม่เก็บไว้”

“เถอะน่า เดี๋ยวฉันจะให้คนยกมาไว้ที่บ้านฉันก็แล้วกัน”

หิรัญญิการ์ไม่เถียงแต่แอบทำปากขมุบขมิบ ไม่รู้ว่าเขาจะยกมาเก็บไว้ที่บ้านเขาทำไม แล้วอย่างนี้พอเธอย้ายออกไปก็ต้องลำบากขนอีกน่ะสิ



“เล่นให้ฟังหน่อยได้ไหม?”

หิรัญญิการ์หันไปมองคนที่ขอให้เธอเล่นขิมให้เขาฟังเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองขิมของตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่กลับมาถึงบ้านเขาก็สั่งให้คนไปเอามันมาไว้ที่นี่จริงๆ โดยให้ตั้งอยู่ในห้องสมุดที่พื้นใกล้ๆ กับโต๊ะทำงานของเขา ขิมตัวนี้เป็นของแม่ ท่านยกให้เมื่อเธออายุได้สิบขวบ แม่สอนให้เธอเล่นมันตั้งแต่จำความได้ หญิงสาวเข้าไปนั่งประจำที่ ไม้ตีขิมอันใหม่อยู่ในมือ ก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงเก่าๆ ที่แม่เคยสอน เริ่มจากโน้ตตัวแรกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงโน้ตตัวสุดท้าย แล้ววนกลับมาเล่นซ้ำใหม่ ราวกับไม่อยากจะหยุด

ภมรนั่งฟังอยู่ใกล้ๆ นี้เอง เขานั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าเธอ มองใบหน้างดงามที่ยิ้มละมุนนั้นด้วยความรู้สึกลึกซึ้งในหัวใจ หิรัญญิการ์ยังคงเล่นขิมได้ไพเราะไม่แพ้วันนั้น เขานั่งฟังจนหญิงสาวหยุดเล่นเมื่อเพลงจบไปแล้วถึงห้ารอบ

“หยุดทำไม?”

“ก็ญิการ์เล่นเพลงเดียวไปหลายรอบแล้วนี่คะ คิดว่าคุณคงฟังเบื่อแล้ว”

“งั้นก็เล่นเพลงอื่นอีกสิ”

“ไม่เอาแล้วค่ะ เมื่อยแขนไปหมดแล้ว” หิรัญญิการ์วางไม้ตีขิมลงแล้วบิดตัวไปมาเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบ

“สอนฉันบ้างได้หรือเปล่า”

“คุณภมรนี่หรือคะจะเล่นขิม” หิรัญญิการ์ถึงกับตาโต ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าคนของเขาจะอยากเล่นขิมด้วย

“ก็แค่อยากลองเฉยๆ เห็นเธอเล่นแล้วดูเธอมีความสุขดี”

“มีความสุขเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ญิการ์รัก แม่เป็นคนสอนให้ญิการ์เล่นตั้งแต่จำความได้ แม่ชอบฟังญิการ์เล่นขิม” หญิงสาวบอกเขาด้วยรอยยิ้มเมื่อกล่าวถึงมารดา

“ถ้าอย่างนั้นลองสอนฉันหน่อยก็แล้วกัน”

“จะดีหรือคะ”

“ดีสิ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณมานั่งตรงนี้” หญิงสาวลุกออกไปแล้วเรียกเขาเข้ามานั่งแทน

“แล้วยังไงต่อ”

“จับไม้ตีขิมขึ้นมาสิคะ...ไม่ใช่ค่ะ ไม่ได้จับอย่างนั้น”

หญิงสาวรีบบอกเมื่อเขาจับไม้แบบเก้ๆ กังๆ จนต้องขยับเข้าไปคุกเข่าซ้อนอยู่ข้างหลังของเขาแล้วเอื้อมมือมาจับให้ชายหนุ่มดู

“จับแบบนี้นะคะ”

“แบบไหน?”

“ก็แบบนี้ไง” หิรัญญิการ์จับมือเขามาจับที่ไม้แล้วจัดแจงให้ถูกต้อง จากนั้นก็กุมเอาไว้กันไม่ให้เขาปล่อยมือ

“ทีนี้ก็เริ่มตีจากโน้ตตัวแรกก่อน โด จากนั้นก็ เร มี ฟา ซอล ไปเรื่อยๆ เรื่องจะตีให้เป็นเพลงคงยาก เพราะแค่จับไม้คุณยังจับไม่ได้เลย...เฮ้อ”

ภมรกดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงทอดถอนใจของหญิงสาว จะให้เขาจับถูกได้อย่างไรกันในเมื่อเขาไม่ได้สนใจไม้ตีขิมเลยสักนิด เพราะตอนนี้ความสนใจของเขามันไปตกอยู่ที่อกอวบอิ่มนุ่มนิ่มที่ทาบทับอยู่ด้านหลังอย่างลืมตัวของหญิงสาวนั้นต่างหาก

“คุณภมร สนใจหน่อยสิคะ ไม่อย่างนั้นญิการ์ไม่สอนแล้วนะ”

หิรัญญิการ์ปล่อยมือออกจากมือเขาแล้วขยับออกไปนั่งเท้าคางอยู่ใกล้ๆ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจที่เขาช่างสอนยากสอนเย็นนัก ไอ้ตัวเธอก็ไม่ค่อยจะมีความอดทนเท่าไรด้วยสิ

“อะไรกัน ฉันอุตส่าห์ให้คนไปยกขิมมาให้ สอนแค่นี้ก็ไม่ได้ เป็นพวกหวงวิชาหรือไง”

“เปล่าสักหน่อยค่ะ ก็คุณน่ะสอนยากสอนเย็น ญิการ์บอกว่าจับแบบนี้คุณก็จับแบบโน้น พอให้ตีที่โน้ตตัวนี้คุณก็ไปตีอีกตัว แล้วแบบนี้มันจะเป็นได้ยังไงล่ะคะ ญิการ์ว่าเลิกเล่นดีกว่าค่ะ ไปหาอะไรที่มันถนัดกว่านี้ทำเถอะ”

“ก็อย่างที่เธอว่าล่ะนะว่า เล่นยังไงมันก็คงไม่รุ่ง ฉันไม่เล่นแล้วล่ะ”

จู่ๆ ภมรก็เลิกไปเสียเฉยๆ แต่ในจังหวะที่จะลุกกลับเซจะล้มเพราะเป็นเหน็บ และด้วยความที่หิรัญญิการ์อยู่ใกล้ๆ หญิงสาวจึงถลาเข้าไปพยุงเขาไว้โดยอัตโนมัติ

“โอ๊ย...คุณทับแขนญิการ์” หิรัญญิการ์ร้องโอดโอยเมื่อเข้าไปช่วยเขาแท้ๆ แต่กลับถูกชายหนุ่มล้มลงมาทับแขนจนเจ็บไปหมด

“ฉันขอโทษ ฉันจะลุกเดี๋ยวนี้” ภมรกัดฟันแน่นพยายามลุกขึ้นนั่งจนสำเร็จ เขาเหยียดขาออกมาทั้งสองข้างแล้วนวดไปมาพลางหันมาถามหิรัญญิการ์ด้วยความเป็นห่วง

“แขนเธอเป็นไงบ้าง?”

“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไม่หัก เหน็บกินเหรอคะนั่น” หิรัญญิการ์ขยับเข้าไปดูเขาอย่างเห็นใจ ใบหน้าเขานิ่งมากแต่เธอรู้ว่าเขาเจ็บเพราะเขาขบกรามแน่นจนขึ้นสัน

“อย่านวดสิคะ ยิ่งนวดก็จะยิ่งเจ็บ ปล่อยมันไว้เฉยๆ ค่ะ เดี๋ยวสักพักมันก็หายไปเอง”

หิรัญญิการ์ดึงมือเขาออกมาจับไว้เพื่อไม่ให้เขานวดขาตัวเอง นั่งลุ้นสักพักพอเขาพยักหน้าให้เป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไรก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“เป็นห่วงฉันหรือไง”

ภมรพลิกมือมาจับมือบางเอาไว้แทนแล้วลูบที่หลังมือบางแผ่วเบา หิรัญญิการ์รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาให้จึงไม่ได้ชักมือออก อีกทั้งท่าทีของเขายังไม่คุกคามจึงไม่รู้สึกกลัวที่ต้องอยู่กับเขาตามลำพัง คงเป็นเพราะวันนี้เธอมีโอกาสได้คลุกคลีอยู่กับเขาทั้งวัน ทำให้ไม่เกิดความรู้สึกประหม่าเวลาที่ต้องอยู่ใกล้ชิดเขาอย่างเมื่อก่อนอีก

“คุณดีกับญิการ์ ห่วงใยและให้ความเอ็นดูถึงอยากให้ญิการ์ย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วย แล้วทำไมญิการ์จะไม่ห่วงคุณล่ะคะ คุณก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของญิการ์”

หิรัญญิการ์ไม่คิดว่าการมอบความห่วงใยให้เขาในฐานะผู้มีพระคุณจะเป็นเรื่องที่ผิดบาปอะไร จึงไม่เข้าใจที่เขาถามนักว่าถ้าหากเธอจะห่วงเขาแล้วมันเป็นอย่างไร

“ฉันไม่อยากให้เธอคิดเป็นบุญเป็นคุณ ทุกอย่างที่ผ่านมานั่นฉันเต็มใจ ไม่ได้ถือว่าเป็นบุญเป็นคุณอะไรทั้งนั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาพูดเรื่องบุญคุณกับฉันหรอกนะญิการ์”

ภมรอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้เพราะคำตอบที่เขาต้องการไม่ใช่แบบนี้ หากหิรัญญิการ์ยังมองเห็นเขาเป็นเพียงผู้มีพระคุณแล้วเมื่อไรเขาจะได้ครอบครองเธอเสียที ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เธอมีต่อเขายังคงอยู่แม้ว่าเขาจะเคยล่วงเกินด้วยการจูบเธอก็ตาม แต่นั่นเขาก็เข้าใจว่าหญิงสาวคงคิดจริงๆ ว่าที่เขาทำไปเป็นเพราะต้องการจะสั่งสอนให้เธอรู้จักกลัวไม่กล้าเข้าใกล้คนเมาอีก

............................................................

ทักทายจากตอนที่แล้วค่ะ

คุณsaiขา เจ้าเล่ห์แล้วชอบไหมคะ อิอิ

คุณหมูอ้วนขา ดีใจที่มาค่ะ

คุณSiangขา ก็ต้องติดตามกันต่อไปค่ะ

คุณpanonขา ฮ่าๆ จูบแรกเท่านั้น

คุณ117ขา มาแล้วค่า

คุณnunoiขา ขอบคุณสำหรับเสียงปรบมือค่ะ

คุณปอยอะนะขา ฮ่าๆ ต้องยกให้เขาค่ะพี่น้องคู่นี้

คุณanOOขา ท่าทางไม่น่าพ้นหรอกค่ะ อิอิ

คุณหนอนฮับขา จัดไปจ้าจัดไป

คุณlovemuayขา ลงโทษแบบนี้บ่อยๆ มีหวังญิการ์ได้ละลายค่ะ อิอิ

คุณbeaksuengioขา เค้าเรียกรักกันดีค่ะพี่น้องคู่นี้ อิอิ

คุณน้ำค้างขา ต้องติดตามต่อนต่อไปนะคะ

คุณหมวยจ้าขา มาแล้วค่าๆๆๆ

คุณcoonX3ขา ฮ่าๆ ยังได้อีกค่ะ

คุณwaneขา พี่สาวน่ารักก็อย่าลืมเผื่อมาถึงน้องชายด้วยนะคะ

คุณinnamขา ถูกต้องค่า

คุณkaeroขา ฮ่าๆๆๆๆๆ

คุณZephyrขา ฮ่าๆ อย่าเพิ่งหมั่นไส้เลยค่ะ แกน่ารักออกนะ อิอิ



ญาณนันต์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 30 มิ.ย. 2555, 12:00:00 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 30 มิ.ย. 2555, 12:00:00 น.

จำนวนการเข้าชม : 3263





<< บทที่ 4 จูบแรก   
หมูอ้วน 30 มิ.ย. 2555, 14:47:19 น.
ท่าจะอีกนาน กว่าหนูญิการ์จะหวั่นไหว หุหุ


mhengjhy 30 มิ.ย. 2555, 15:02:30 น.
สู้ๆ คุณภมร หาทางฮุคซ้าย แย็บขวา อิอิ


หนอนฮับ 30 มิ.ย. 2555, 15:16:40 น.
ฉันเล้นซอเป็นนะ..ต่าย ไม่สนใจให้ฉันเป็นนางเอกบ้างเหรอ อิอิ


lovemuay 30 มิ.ย. 2555, 15:16:41 น.
คุณพี่ภมรทำเนียนไปเรื่อยๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็รักซึมลึกแล้วค่ะ อิอิ


panon 30 มิ.ย. 2555, 15:23:04 น.
ริจีบเด็กก้อแบบเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยทำใจหน่อยนะค่ะคุณผู้ปกครองอิอิอิอิ


Pat 30 มิ.ย. 2555, 18:11:17 น.
ค่อยๆตะล่อมไปเน้อคุณภมร


น้ำค้าง 30 มิ.ย. 2555, 18:48:51 น.
แอบชอบเค้าก็ไปหลอกเค้ามาเป็นเด็กในปกครองเนอะคุณภมรจอมเจ้าเล่ห์ จะได้อยู่ใกล้ๆๆอะนะ


anOO 30 มิ.ย. 2555, 19:19:32 น.
หาเรื่องถึงเนื้อถึงตัวตลอดเวลาเลยนะ


sai 30 มิ.ย. 2555, 23:28:55 น.
ลุงขาาาา เนียนตลอดเลยน้าาาาา


ของขวัญ 30 มิ.ย. 2555, 23:39:04 น.
คุณภมร ทำตัวสมเป็นภมรหนุ่มจริงๆ กะลิ้มกะเหลี่ยตลอดๆ


หมวยจ้า 1 ก.ค. 2555, 01:02:27 น.


อริสา 1 ก.ค. 2555, 05:03:10 น.
ทำไมญิการ์ความรู้สึกช้ามากกกก


คิมหันตุ์ 1 ก.ค. 2555, 05:56:24 น.
คนแก่ใจร้อนนะนิ?


wane 1 ก.ค. 2555, 11:13:13 น.
น่าสงสารเจงๆๆๆ


innam 2 ก.ค. 2555, 10:09:28 น.
โคแก่กินหญ้าอ่อน


kaero 2 ก.ค. 2555, 12:02:43 น.
อยากมีเมียเด็กก้อต้องทำใจ


konhin 2 ก.ค. 2555, 20:29:56 น.
จะตะล่อมยังไงให้ได้เมียเด็กหล่ะนิ


Zephyr 3 ก.ค. 2555, 19:46:46 น.
หูย แล้วลุงจะต้องอดทนอีกนานแค่ไหนกัน ตบะท่านช่างแรงกล้า
คุณหลานก็ยังมึนเช่นเดิม
ลุงแอบทะลึ่งนะ หึหึ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account