รอยร้าย...แสนรัก
ชีวิตของเธอกลับต้องเปลี่ยนผันไปจมอยู่กับความหม่นหมอง เพราะพี่ชายข้างบ้านอย่างรีชภวัฒน์ได้สร้างรอยฝันร้ายให้กับเธอชั่วนิรันดร์

แนะนำตัวละคร
พระเอก : รีชภวัฒน์ วิโรจน์ศิลป์ อายุ 33 ปี

ชายหนุ่มผู้คุมการเงินในเครือ วรธิกาจญ์ กรุ๊ป บุคลิกแสนอ่อนน้อมอบอุ่นดั่งพี่ชายของน้องสาว ใบหน้าหล่อตี๋สวมแว่นให้ดูมีความมานะมั่นใจ ชีวิตของเขาไม่เคยทำงานพลาดทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาปรารถนา ไม่เคยมีใครทำให้เขาเผอเรอก่อการกระทำด้านลบได้ นอกจากน้องสาวของเพื่อนชายข้างบ้าน ชื่อ กัญญาวีร์

นางเอก : กัญญาวีร์ รุ่งวัฒนากิจ อายุ 21 ปี

แม่กระต่ายสาวน้อยแสนน่ารักอ่อนหวาน เป็นน้องสาวของเพื่อนชายข้างบ้านรีชภวัฒน์ หรือพี่ชายของกัญญาวีร์ ชีวิตของเธอกลับต้องเปลี่ยนผันไปหม่นหมองเพราะพี่ชายข้างบ้านอย่างรีชภวัฒน์ได้สร้างรอยฝันร้ายให้กับเธอชั่วนิรันดร์
Tags: ซึ้งกินใจ,รอยร้าย แสนรัก,เศร้าๆ,หวานละมุน,รอยร้าย แสนรัก

ตอน: บทที่ 5 หนูน้อยในดวงใจ...

บทที่ 5 หนูน้อยในดวงใจ



“คุณลุงข้างบ้านจ๊ะ ลูก” สิ้นเสียงคำตอบของผู้เป็นแม่สาว แต่เป็นแม่ทูนหัวนะ ไม่ใช่ผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้า ส่วนคนที่เพิ่งเปลี่ยนสถานะเป็น ลุงหมาดๆ ยังคงเกิดความงุนงงสงสัยเป็นไก่ตาแทบแตก แค่ได้ยินเสียงของหญิงสาวแสนรักเรียกว่า ‘ลูก’ หัวใจของรีชภวัฒน์ก็เต้นระกำตึกตัก

“ละ...ลูกใคร กัญญาวีร์…” รีชภวัฒน์ถึงกับเปล่งเสียงถามสั่นในลำคอ ยิ่งได้ยินคำตอบจากสาวจ้าวหัวใจของเขาแล้วก้อนเนื้อดวงใจในหน้าอกแกร่งของเขาก็หล่นวูบ

“ลูกของวีร์ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ เป็นประโยคแรกที่ได้เอ่ยคุยกับเขาตั้งแต่ช่วงบ่ายจนกลับมาถึงบ้าน แถมยังไม่ได้แก้ไขความสงสัยให้รีชภวัฒน์อย่างกระจ่างชัดเจนอีกด้วย กัญญาวีร์ก็พาน้องแวมเข้าบ้านของตน ไม่สนว่าหนุ่มใหญ่ข้างบ้านแสนร้ายจะครุ่นคิดอย่างไร รีชภวัฒน์พยายามจะก้าวขาเดินตาม เมื่อเริ่มจะกระตุกขยับร่างกายได้ หลังจากเกิดอาการตัวชาวาบ แต่กัญญาวีร์ดันหันมาเอ่ย ขัดความประสงค์ของชายหนุ่มเข้าเสียก่อน

“ขอบคุณที่มาส่งค่ะ วันนี้วีร์ขอตัวอยู่กับลูก ไม่คิดจะรับแขกค่ะ” ได้ยินเธอเอ่ยบอก รีชวภัฒน์ถึงกับตาโตเลยทีเดียว เจ้าหนูอ้วนน่ารักอย่างน้องแวม ก็ได้แต่ยักคิ้วให้เพราะคิดว่าตัวเองสำคัญกว่าเขาแน่ๆ

“น้าน้อย ช่วยส่งแขกให้วีร์ด้วยนะคะ” หญิงสาวเดินออกห่างชายหนุ่มไปเรื่อยๆ และปล่อยให้น่าน้อยจัดการแทนดีกว่า น้าน้อยไม่ค่อยจะรู้เรื่องสักเท่าไร แต่ก็พอจะเดาออกไปส่งๆ ว่า สงสัยจะมาจีบหนูวีวี่หรือเปล่า หญิงสาวแม่ทูนหัวของน้องแวมเสน่ห์แรงจะตาย ชายคนใดเข้าใกล้ก็หลงรักหมดแหละ ตลอดที่น้าน้อยได้อยู่ใช้ชีวิตร่วมอาศัยกับกัญญาวีร์ถึงสองปีเต็มๆ

“เชิญกลับก่อนเถอะคุณ วันนี้หนูวีวี่คงไม่สะดวกรับแขก เพราะต้องอยู่ดูแลลูกจนดึกดื่นแน่ๆ ไม่ได้อยู่กับลูก ตั้ง หลายวันแล้วค่ะ”

“อะ...อะไรนะครับ คุณน้า...เอ่อ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ...ผมชื่อรีชภวัฒน์นะครับ” ชายหนุ่มแว่นหล่อหน้าตี๋รีบแนะนำตัว ทั้งรีบอยากถามต่อ เพราะยังไม่เข้าใจกับภาพที่เห็นตรงหน้าเอาเสียเลย อีกอย่างกัญญาวีร์ก็เดินเท้าไวๆ เข้าบ้านไปเรียบร้อยแล้วด้วยสิ ได้ยินแต่น้ำเสียงหวานสดใสดังเล็กรอด กับการร้องเล่นทำเพลงสนุกสนานกับเจ้าเด็กชายร่างจ้ำม่ำนั่น ปล่อยให้เขายืนร้อนรุ่มๆ หายใจขัดข้องอยู่ตรงนี้

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ดิฉันชื่อน้อยนะคะ เป็นพี่เลี้ยงของน้องแวมค่ะ”

“ครับ ผมอยากถามหน่อยคระ...” ชายหนุ่มหน้าหล่อตี๋ร้องถามจนลิ้นพันกัน แต่น้าน้อยกลับพูดตัดบทเหมือนเคยรับหน้าที่นี้ให้หนูวีวี่มาบ่อยๆ หลายครั้งด้วยความเคยชิน เพราะว่าเคยมีหนุ่มๆ จากมหาวิทยาลัยของกัญญาวีร์อาสามาส่งที่บ้านแทบทุกวัน

“ไว้วันหลังได้ไหมคะ วันนี้สงสัยจะไม่สะดวกค่ะ ดิฉันกับน้องแวมเพิ่งเดินทางมาถึงด้วย แม่ของน้องแวมคงจะต้องจัดหาที่หลับที่นอนให้ด้วย คุณกลับไปก่อนนะคะ เชิญค่ะ” รีชภวัฒน์แทบอ้างปากค้าง นี่เขากำลังถูกกีดกันให้ออกห่างจากกัญญาวีร์อยู่หรือเปล่า สงสัยวันนี้คงจะเข้าหาแม่กระต่ายของเขาไม่ได้แล้วล่ะ เล่นมีผู้พิทักษ์ต่างวัยตั้งสองคนมาคุ้มครองอยู่ด้วยเข้าให้แล้วนั่นสิ

“ก็ได้ครับ งั้นช่วยบอกกัญญาวีร์ด้วยนะครับ พรุ่งนี้ผมจะมารับไปทำงานตนเองครับ” รีชภวัฒน์ไม่รอคำยืนยันจากน้าน้อยหรอก เขาหันหลังกลับก้าวเดินไปยังรถของตน น้าน้อยจึงได้แต่ยืนคอย ส่งรถคันแกร่งถอยหลังออกจากบ้านจัดสรรหลังโตของหนูกัญญาวีร์ไป แต่ก็ไปได้ไม่ไกลตาที่ไหน เขาขับรถออกไปจอดไว้ที่บ้านหลังโตถัดไปนั่นเอง น้าน้อยก็ไม่ได้สนใจรถคันแกร่งนั้นสักเท่าไร เพราะหล่อนต้องกลับไปทำหน้าที่ดูแลน้องแวมต่อ โดยมีแม่วีวี่วัยน้อยคอยมาคุยหยอกล้อเล่นให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินด้วยความคิดถึง ทั้งยังพาน้องแวมอาบน้ำ จนทานข้าวให้เรียบร้อย ต่อด้วยให้เจ้าหนูตัวอ้วนดื่มนมสักแก้วก่อนนอน และฟังแม่ทูนหัวเล่านิทานจนนอนหลับพริ้มสบายๆ ใจไปคนเดียว นิ้วมือเรียวของกัญญาวีร์ลูบศีรษะน้องแวมอย่างเบาๆ ก่อนจะประทับริมฝีปากบางเข้าที่หน้าผากเล็กของน้องแวม น้าน้อยเดินเข้ามาหลังไปอาบน้ำชำระร่างกายตนเองเรียบร้อย ก่อนจะมานอน ที่นอนข้างๆ เด็กชายที่นางดูแล

“หนูวีวี่ไปพักผ่อนเถอะจ๊ะ น้องหลับแล้ว” น้าน้อยวัยกลางคนบอกกับหญิงสาววัยน้อยกว่า หล่อนรู้ว่ากัญญาวีร์รักน้องแวมมาก พอๆ กับผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้าเสียด้วย น้าน้อยก็ไม่ค่อยรู้พื้นเพความหลังเรื่องราวของแม่น้องแวมสักเท่าไรหรอก รู้เพียงแค่ว่า วิรตาเป็นแม่แท้ๆ ของน้องแวม และมีเพื่อนสาวคนสวยอย่างกัญญาวีร์ที่พยายามเลี้ยงน้องแวมตั้งแต่พวกเธอยังอายุย่างเข้าวัยยี่สิบต้นเท่านั้นเอง เลี้ยงน้องแวมด้วยความรักใส่ใจจนเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายของฝั่งบิดาหรือผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้าจนไม่มีที่ติ ซึ่งด้านฝ่ายพ่อของน้องแวมนั่น นางก็ไม่รู้ว่าเป็นใครเช่นกัน

“ค่ะ” กัญญาวีร์ขานรับตอบน้าพี่เลี้ยงเด็กชาย ก่อนจะหันมาหาเจ้าหนูจ้ำม่ำตัวเล็กที่สามารถทำให้เธอลืมความฝันรอยร้ายได้ถึงช่วงพักใหญ่ๆ กัญญาวีร์กับวิรตาแทบไม่ต่างกันเลย เนื่องจากความโชคร้ายแล่นพามาให้พวกเธอได้เจอะเจอกับเหตุการณ์อันร้ายๆ เหล่านี้ ซึ่ง คือ ตอนเข้าเป็นน้องใหม่เพรชชี่ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง กัญญาวีร์ก็ได้รู้จักกับวิรตาในวันปฐมนิเทศจนเปิดเรียนว่าอยู่คณะเอกเดียวกัน แต่พอเข้าวัยเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยได้เพียงสามเดือนเพื่อนสาวคนใหม่ของกัญญาวีร์เพิ่งรู้ว่าตนเองนั่นมีครรภ์อ่อนๆ มาสองเดือนแล้ว วิรตาเกิดความวิตกกังวลและเสียใจมาก แถมยังต้องการปิดให้เป็นความลับนานที่สุด และแล้วแค่เดือนถัดไป จู่ๆ วิรตาก็ขอ...ลาออกจากหมาวิทยาลัยมีชื่อในเมืองหลวง กัญญาวีร์ทราบเรื่องก็แวะมาหาอย่างไม่ขาดสาย แม้กระทั้งเอาเงินส่วนตัวให้ไว้ใช้เลยทีเดียวด้วย วิรตามีจิตใจเข้มแข็งมาก เธอไม่ยอมเอาลูกน้อยออกเด็ดขาด เพราะเด็กไม่มีความผิด เขาเกิดมาอย่างบริสุทธิ์ดั่งแก้วและเพชรที่เพิ่งจะเจียระไน วิรตาจึงพยายามตัดตัวเองออกจากโลกภายนอกที่เธอได้รู้จักหรือสังคมของเธอ

สุดท้ายก็หลบซ่อนไม่รอดเมื่อผู้เป็นแม่ของวิรตาจับได้คาตาในหอพัก มารดาอุตส่าห์ส่งเสียเงินทองให้ไปเล่าเรียนหนังสือ แต่ลูกสาวคนเดียวกลับต้องมาท้องก่อนวัยอันสมควรอีก คุณแม่วิภาดาดูเหมือนจะทำใจยอมรับพฤติกรรมของกับลูกสาวคนเดียวได้อย่างรวดเร็ว นิสัยของวิรตาก็เหมือนกับผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้า คือ มีจิตใจเข้มแข็งมาก คิดในด้านสว่างมากกว่าการทำตัวเองดิ่งลงไปยังโลกแห่งความมืดมิด ตั้งแต่สามีของวิภาดาหรือพ่อของวิรตา สิ้นเสียไปด้วยโรคมะเร็งภัยโรคร้ายที่มักกัดกินแบบไม่รู้ตัวในมนุษย์บนโลก คุณแม่ของวิรตาเปิดร้านตัดเสื้อสูททั้งชายและหญิง เป็นร้านเล็กๆ ในเมืองปริมณฑล พออยู่ได้ด้วยการมีลูกค้าประจำ แม้ครอบครัวบ้านวิรตาจะไม่ได้มีเงินตรามากมายเท่าใด การที่กัญญาวีร์ได้ย้ายเข้ามาอยู่เมืองกรุงเมืองหลวงใหญ่ซึ่งก็แทบจะไม่มีเพื่อนอยู่แล้ว พร้อมกับจิตใจอันหม่นหมองในอดีตแสนร้าย ยิ่งทำให้กัญญาวีร์ไม่คิดอยากจะมีเพื่อนอีกเลย เธอหวาดกลัว หวาดระแวงในรอบด้านทุกสรรพสิ่ง การได้รู้จักกับวิรตาเป็นคนแรกที่เหยียบเข้าเมืองหลวง ทำให้เธอมีความคิดในการมองโลกในแง่ดีขึ้นมาได้ แม้ว่าวิรตาเองก็ตกอยู่ในสภาพความมืดของตนเองเช่นกัน นับตั้งแต่วิรตา คลอดเจ้าหนูน้อยออกมา กัญญาวีร์ก็แวะเวียนไปหาเกือบทุกวัน เพราะวิรตา ยกให้กัญญาวีร์เป็นแม่ทูนของเจ้าหนูจ้ำม่ำตัวน้อยๆ นี้ กัญญาวีร์ยิ้มแย้ม ปลื้มปิติยินดีออกมาจากหัวใจได้นั้น ก็เมื่อเห็นใบหน้าน้องแวมทุกครั้ง เพราะการที่มีน้องแวมเข้ามาในชีวิต อยู่ๆ ก็เข้ามาเติบเต็มดวงใจของเธอที่กำลังตาย หายไปจากโลกนี้ ฟื้นคืนกลับมาอีกหน

“น้าน้อยค่ะ ถ้ามีคนมาถามเรื่องเกี่ยวกับน้องแวม อย่าบอกว่าน้องแวมไม่ใช่ลูกของวีร์ได้ไหมคะ” น้าน้อยยิ้มรับอย่างเข้าใจ คงเป็นผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า แค่มาฝึกงานก็มีหนุ่มๆ วัยใหญ่มาตามจีบเข้าเสียแล้ว สมกับเป็นผู้หญิงสาวน่ารักที่ชายหนุ่มทั้งหลายอยากจะปกป้อง ต่างคนก็พากันหลงเสน่ห์อันอ่อนโยนของกัญญาวีร์ที่ไม่เคยถือตัว แต่วางตัวให้เป็นกุสตรีที่เรียบร้อยด้วยกริยาอันดีงาม

“หนูวีวี่หมายถึงผู้ชายคนนั้นใช่ไหมคะ ชื่อรี...อะไรน้า น้าก็ลืมชื่อ ชื่อเขาเรียกยากเสียด้วยสิ” พอน้าน้อยพยายามนึกชื่อผู้ชายใบหน้าหล่อตี๋ๆ ดูดีคนนั้น และดูเหมือนน้าน้อยก็ดันเผลอลืมพูดถึง คำฝากข้อความของชายหนุ่มหล่อสวมแว่นตากรอบเรียว เพราะมั่วแต่นึกชื่อของเขาอยู่ แล้วท่าทางของกัญญาวีร์จะอ่อนไหวนิดๆ เธอรีบพูดตัดไป

“เอ่อ...ทุกคนแหละคะ วีร์...ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” กัญญาวีรีบว่าและก็เดินออกมาจากห้องของน้องแวมและน้าน้อยโดยเร็ว เธอปิดประตูให้เบาที่สุด ก่อนจะถอนหายเฮือกโต เป็นอีกวันหนึ่งที่ต้องเหนื่อยกับหัวใจตนเองมากๆ เมื่อไหร่หัวใจของเธอจะมีความชินชา ด้วยการไม่มีเขาเข้ามาก่อกวนหรือกระชากความรู้สึกของเธออกไปได้หน่อ



ด้านรีชภวัฒน์เองนั้นแทบนอนไม่หลับ และไม่เคยนอนหลับสนิทฝันดี ตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อนแล้วต่างหาก ยิ่งหญิงสาววัยน้อยข้างบ้าน ผู้เข้ามาป่วนหัวใจของเขา กำลังเริ่มงัดไม้เด็ดอะไรไม่ทราบมาใช้กับเขา

“ลูก งั้นเหรอ มันเป็นไปได้ไงกันเล่า เฮ้อ...เธอกำลังต้องการ ทำอะไรพี่ หรือ...กัญญาวีร์” รีชภวัฒน์รูดม่านปิดลง เมื่อเห็นไฟห้องนอนของหญิงสาวข้างบ้านหลังโตพอๆ กับของเขา ดับไฟมืดลง



แสงอรุณอันสดใสเปล่งประกายเบิกน่านท้องนภาในวันใหม่ แต่ความรู้สึกของสาวหนุ่มสาวแห่งบ้านจัดสรรหรูหราติดกัน กลับม่นหมองกินเข้าไปในหัวใจ กัญญาวีร์เข้ามาฝากรอยจูบให้น้องแวมที่ยังไม่ตื่นนอน น้องแวมได้รับรู้ว่าเธอต้องไปฝึกงานกว่าจะกลับก็เย็นโน้น เด็กชายตัวน้อยจ้ำม่ำก็พยักหน้าเหมือนเข้าใจในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา แล้วก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการนั่งรถเดินทางมาหาเธอ ส่วนป้าพรรณมณี คนของรีชภวัฒน์ก็เข้ามาดูแลกัญญาวีร์ตั้งแต่เช้า และดูเหมือนจะพูดคุยกับน้าน้อยเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย พร้อมอาสาจะดูแลหลานตัวน้อยๆ ให้ด้วย แม้ป้าพรรณจะไม่เชื่อว่าเด็กน้อยที่มาอยู่กัญญาวีร์ คือลูกของเธอ งานนี้ป้าพรรณสืบเสาะหาความจริงเต็มที่ เพื่อเจ้านายหนุ่มหล่อเนี้ยบจิตใจดีงามอย่างรีชวภัฒน์

“โจ๊กร้อนๆ ค่ะ หนูวีวี่” เสียงร้องแจ๋วๆ ของป้าพรรณ ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่เตรียมสำรับอาหารให้ในตอนเช้าตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม ป้าพรรณยังคงทำหน้าที่เหมือนเดิม แม้หนูวีวี่จะมีคนมาอยู่ถึงสองคนก็ตาม แถมใจของคนเป็นป้าแม่บ้านยังอยากไปดูตาหนูตัวน้อยนั่นมากกว่า

“ขอบคุณค่ะ ป้าพรรณ” กัญญาวีร์รับไมตรีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอพอจะรู้ว่าป้าพรรณต้องทำหน้าที่จัดสำหรับอาหารทั้งมื้อเช้ากับมื้อเย็นให้เธอ เพราะรีชภวัฒน์สั่งกล่าวเอาไว้ ตั้งแต่กัญญาวีร์มาอยู่ฝึกงาน

“จริงสิ น้าลืมสนิทเลย หนูวีวี่จ๋า คือ ผู้ชายเมื่อวาน...เอ่อ...คุณรีชภวัฒน์” น้าน้อยเริ่มจำได้แม่นแล้ว เพราะป้าพรรณเข้ามากรอกใส่หูและประสาตอันรับรู้ของหล่อน คือ บรรยายสรรพคุณของเจ้านายตนเองแต่เช้ามืด แถมหลอนจะไม่เหงาแน่ๆ ที่ได้อยู่ที่นี่เกือบอาทิตย์ กัญญาวีร์ก็ใจวูบไหวไปตามเสียงเอ่ยบอกของน้าน้อยวัยกลางคน

“คุณเขา ฝากบอกว่าวันนี้จะมารับหนูวีวี่ไปทำงานพร้อมด้วยค่ะ” แค่นั้นกัญญาวีร์ก็วางช้อนโจ๊กอันหอมกรุ่นของป้าพรรณมณี

“หรือคะ” กัญญาวีร์ขึ้นเสียงสูงถามน้าพี่เลี้ยงน้องแวม คนเป็นพี่เลี้ยงก็พยักหน้าตอบ กัญญาวีร์จึงหันไปสบตากับป้าพรรณร่างท้วม

“ป้าพรรณค่ะ วีร์ขอกุญแจรถคันนั้นด้วยนะคะ วีร์จะขอขับมันไปฝึกงานเอง ต่อไปเจ้านายของป้าจะได้ไม่ต้องมาคอยรับ คอยส่งวีร์อีก” ป้าพรรณแทบร้องอ้าวแปลกใจดังๆ

“ทำไมหนูวีวี่ ถึงไม่นั่งรถไปกับคุณรีชล่ะคะ ไปทำงานที่เดียวกันด้วย เอ่อ...ทะเลาะกันอีกหรือคะเนี่ย” ป้าพรรณมณีถึงกับต้องถามแบบนี้ คนเป็นป้าแม่บ้านมาเกือบทั้งชีวิต เพิ่งจะเคยเจอความดื้อรั้นของกัญญาวีร์ เนื่องจากสมัยเมื่อสี่ปีก่อนนั้น หญิงสาวออกจะเดินตามพี่ชายและพี่ชายข้างบ้านต้อยๆ ไปไหนก็อยากจะด้วยหมดทุกแห่ง ยิ่งเห็นเจ้านายหนุ่มของป้าพรรณกลับบ้าน เพื่อมาสอนการบ้านให้บ้าง มาคุยเรื่องทั่วๆ ไปบ้าง หนูวีร์ก็แทบดีใจนอนหลับฝันดีนี่นา แต่ตอนนี้ทำไมถึงเอาแต่จะหนี หรือคอยคิดจะหลบหน้าคุณรีชภวัฒน์กันล่ะ กัญญาวีร์ไม่ได้ตอบคำถามของป้าพรรณ แต่พูดเน้นหนักจะเอากุญแจรถมาสด้าสองสีฟ้าคันสวย ที่รีชภวัฒน์ได้ซื้อให้ เพื่อใช้ขับไปฝึกงานตลอดหกเดือน

“ป้าค่ะ วีร์ขอกุญแจรถด้วยค่ะ” ใจจริงกัญญาวีร์แทบไม่อยากจะใช้รถหรอก ทุกอย่างที่เขาสรรหามาให้เธอนั้น หญิงสาวไม่เคยคิดอยากจะได้หรือต้องการเลย เธออยากขอนั่งรถประจำทางไปเองก็ได้ แต่ว่ามันยิ่งคงทำให้รีชภวัฒน์มาก่อกวนเธอไม่เลิกแน่ๆ

“แต่ว่า...คุณรีชเขาจะมารับไม่ใช่หรือคะ” ป้าพรรณยังพยายามดึงดันให้หญิงสาวรอเจ้านายหนุ่มของตน กัญญาวีร์แทบทำตาเขียวใส่ แถมยังจะขู่เอากุญแจรถให้จงได้ น้าน้อยที่ยืนฟังด้วยก็ยังงุนงงสงสัยเช่นกัน จนเสียงร้องไห้ของเจ้าหนูตัวอ้วนตื่นเสียแล้ว น้าน้อยจึงรีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านห้องของน้องแวม

“ป้าค่ะ วีร์ของกุญแจเถอะคะ น้องแวมตื่นแล้วด้วย ถ้าลงมาเห็นวีร์ตอนนี้ วีร์จะต้องไปทำงานสายนะคะ” ป้าพรรณพอจะเข้าใจอยู่ ถ้ามีเด็กน้อยอยู่ในบ้านกว่าจะได้ไปทำงาน เพราะมั่วแต่โอ๋ลูกน้อยกันอยู่แน่ๆ

“ก็ได้ค่ะ นี่คะกุญแจ แต่ไม่ให้ป้าไปส่งหรือคะ”

“ไม่ค่ะ เดี๋ยวป้าจะเหนื่อยเปล่าๆ ทั้งกลับมาทำงานบ้านอีก วีร์ขอขับไปเองดีกว่าค่ะ ฝากป้าช่วยดูแลน้องแวมให้วีร์ด้วยนะคะ วีร์ไปทำงานก่อนค่ะ” หญิงสาวพูดบอกรัวเร็ว แล้วคว้ากระเป๋าสะพายของตนเอง เดินเข้ามาเอากุญแจรถกับป้าพรรณ และออกจากบ้านไป รถมาสด้าสีฟ้าคันสวยจอดรอเธออยู่หน้ารั้วบ้านแล้ว หญิงสาวไม่สนอะไรทั้งสิ้น ไม่ยอมเสยหน้าขึ้นหันไปมองรั้วข้างบ้านด้วยซ้ำ เธอต้องการหลบหน้ารีชภวัฒน์ มากกว่าการหลบน้องแวมที่ถ้าได้เห็นเธอจะต้องไปทำงานสายแน่ๆ

เสียงสตาร์ทรถดังขึ้นเบาๆ รีชภวัฒน์ก็เห็นว่าสาวน้อยแสนรักนั้นกำลังขับรถมาสด้าสองสีฟ้าสดใสหนีเขาออกไปแล้ว ชายหนุ่มจึงขยับแว่นกรอบเรียวบนใบหน้าของตน

“นึกแล้วเชียว กัญญาวีร์ เธอต้องหลบหน้าพี่แบบนี้” รีชภวัฒน์ไม่คิดจะขับรถตามไปรอให้สาวจ้าวในดวงใจ ไปถึงที่ทำงานก่อนสักสิบถึงสิบห้านาที และเขาก็ค่อยเดินเข้าแผนกไป ตลอดช่วงเช้าชายหนุ่มแทบไม่ได้เจอหญิงสาวฝึกงานเลย เพราะป้าวิมลพาเดินสอนงานนอกแผนกอีกหนึ่งวัน กว่าจะกลับมาก็เกือบจะเที่ยงแล้ว รีชภวัฒน์มองดูนาฬิกาเรือนติดผนังห้องทำงาน ก่อนหยิบโทรศัพท์ทัชสกรีนของตนขึ้นมาโทรหาเลขาวัยชรา แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจอสายด่วนจากท่านประธานบริหารของโรงแรมสุดหรูแห่งนี้ ซึ่งกว่ารีชภวัฒน์จะได้กลับมานั่งห้องทำงานของตนก็ปาไปจนมืดค่ำเสียแล้ว แน่นอนกัญญาวีร์ก็ต้องขับรถกลับบ้านไปแล้วเสียด้วย รีชภวัฒน์จอดรถเอาไว้ที่หน้าบ้านของหญิงสาว พยายามชะเง้อชะแง้สอดส่องมองดูสาวร่างบางเล็กกับเจ้าหนูตัวอ้วนวัยน้อย ซึ่งดูจะอยู่ด้วยอย่างสนิทสนม ในหัวก็ครุ่นคิดถึงความสัมพันธ์ของเธอกับเจ้าหนูร่างอ้วนจ้ำม่ำนั่น

“เจ้าหนูอ้วนนั่น เป็นลูกของเธอจริงๆ อย่างงั้นหรือกัญญาวีร์” เขาไม่ครุ่นคิดต่อไปอีกแล้ว ชายหนุ่มจึงหันไปคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาคนที่จะสามารถให้เขา ได้รู้คำตอบพวกนี้ แต่ทว่าเสียงปลายสายที่รับสายนั้น ทำให้รีชภวัฒน์ใจวูบวาบร้อนๆ

“(สวัสดีค่ะ รีชชี่ จำซอนญ่าได้ไหมคะ)” เสียงใสปลายสายโทรศัพท์เอ่ยถามรีชภวัฒน์ด้วยความดีใจ สี่ปีแล้วสินะ ที่เขาไม่ได้ยินเสียงหวานๆ ของผู้หญิงคนนี้

“สบายดีนะครับ ซอนญ่า” รีชภวัฒน์เอ่ยถามอย่างน้ำเสียงราบเรียบ แต่หัวใจกลับเต้นผิดปกติ ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาก็ไม่อาจจะลืมรักครั้งแรกได้เลยหรือไงกัน ชายหนุ่มถามซอนญ่าสองสามประโยคเพียงแค่นั้น ก็วางสายไป ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ถามเรื่องเกี่ยวกับเด็กน้อยร่างจ้ำม่ำ แม้แต่ประโยคเดียว บางทีการโทรไปหาพี่ชายของกัญญาวีร์อีกครั้ง เขาก็คงจะได้ยินเสียงหวานๆ ของซอนญ่า เป็นคนรับสายแทนนายกัณรวีร์อีกต่อแน่

“เฮ้อ...สงสัยคงต้องถามจากกัญญาวีร์โดยตรงแล้วสินะ” จู่ๆ รีชภวัฒน์ก็ใจแป้วขึ้นมาดื้อๆ เขากลัวคำตอบจากกัญญาวีร์เช่นเคย พลันดวงตาในแว่นกรอบเรียวเหลือบไปเห็นร่างสาวน้อยที่กำลังคิดถึงอยู่นั้น เดินออกมาเล่นสวนหย่อมข้างบ้านของตนเองยามวิกาล พร้อมเด็กชายตัวน้อยร่างกลมๆ นั่นแหละ เสียงหัวเราะสนุกสนาน อย่างมีความสุขกันเสียจริงๆ ทำให้รีชภวัฒน์ เกิดต่อมอาการอิจฉาเจ้าตัวเล็กกลมๆ ที่ได้ครอบครองรอยยิ้มแย้มแจ่มใสของกัญญาวีร์

รีชภวัฒน์ก้าวออกจากรถว่อลโว่ C 30 คันแกร่งของตนเอง และเดินอ้อมมาหยุด ณ ประตูรั้วหน้าบ้านของกัญญาวีร์ เอามือจิ้มกดกริ่งเรียกเจ้าของบ้านหลังงาม ซึ่งทุกทีเขาสามารถเข้าออกได้อย่างไม่ต้องทำตัวเป็นคนนอกแบบนี้หรอก แต่ตอนนี้มีคนมาอยู่เพิ่ม เขาจึงต้องวางตัวให้อย่างเหมาะสมกาลเทศะ ชายหนุ่มวัยใหญ่กดกริ่งอยู่นาน แต่ก็ไร้ร่างเจ้าของบ้านออกมาเปิดประตูต้อนรับ โทรศัพท์มือถือทัชสกรีนหรูของชายหนุ่ม ถูกล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกงสูททำงาน และกดสัมผัสไปยังหมายเลยที่เขากำลังต้องการจะคุยด้วย

“ออกมาเปิดประตูให้ฉันหน่อยสิ กัญญาวีร์” เพราะเธอกดรับสายรวดเร็วมาก มันน่าแปลกประหลาดใจที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่กัญญาวีร์จะไม่รับสายโทรศัพท์ของเขาหรอก

“(เอ่อ...น้าน้อยค่ะ คุณรีชภวัฒน์)” ในที่สุดเขาก็รู้ว่าคนรับสายไม่ใช่กัญญาวีร์ ดูเหมือนเธอ คงจะเล่นกับเจ้าหนูน้อยตัวอ้วนอย่างไม่รู้สึกรู้สา หรือแกล้งทำเป็นว่าไม่มีใครมายืนกดกริ่งหน้าบ้านของตนเอง จนคนเป็นพี่เลี้ยงของน้องแวมอาสาพาร่างของตน ออกมาทำหน้าที่แทนเจ้าของบ้าน ทั้งๆ ที่กัญญาวีร์ยืนเล่นกับน้องแวม สวนหย่อมต้นไม้ดอกไม้ใกล้ๆ กับประตูรั้วบ้าน กัญญาวีร์แทบถลึงตาโต เมื่อเห็นน้าน้อยเดินไปเปิดประตูให้ใคร แค่กัญญาวีร์เหลือบไปเห็นรถคันแกร่งสีส้อมชาที่จอดอยู่หน้าบ้านนานสองนานแล้ว เธอก็เดาออกแล้วว่าเป็นใคร

“น้าน้อย...” กัญญาวีร์พยายามรั้นเรียก ห้ามเอาไว้ไม่ทันเสียแล้ว ใบหน้าหล่อตี๋สวมแว่นตากรอบเรียวบางก็โผล่ให้เธอเห็นเต็มๆ สองลูกตา

“จุนลุง จุนลุง” เสียงน้องแวมส่งเสียงร้องออกมาด้วยความสนใจ กัญญาวีร์ไม่คิดว่าน้องแวมจะจำเรือนร่างแกร่งแสนเพอร์เฟคของรีชภวัฒน์ได้หรอกนะ เขาสาวเท้ามาหาเธอกับน้องแวมอย่างไม่รีรอชักช้า แถมยังผุดยิ้มอย่างมิตรไมตรีส่งมาที่น้องแวมโดยตรงคนเดียวเสียด้วย

“สวัสดีครับ น้องแวมสินะครับ ลุงชื่อรีช...นะครับ” ชายหนุ่มหล่อตี๋เดินเข้ามาถึง ก็เริ่มแนะนำตัวกับน้องแวมที่ยืมเกาะแข้ง เกาะขาเรียวเล็ก คนเป็นแม่ทูนหัวอยู่ ยกเว้นดวงตากลมน้อยๆ ของน้องแวม ที่พยายามเพ่งมองมายังรีชภวัฒน์อย่างสนอกสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะบุคลิกของชายหนุ่มดูอบอุ่นมาก รีชภวัฒน์เห็นการเปลี่ยนแปลงประหลาดจากดวงตาของเจ้าหนูน้อยร่างอ้วนน่ารัก บางทีเขาอาจจะต้องผูกชะตาเป็นมิตรกับเด็กคนนี้เข้าไว้แล้วล่ะนะ เผื่อหวังว่า อาจจะพิชิตหัวใจกัญญาวีร์ได้สักครั้ง

“ฮับ จุนลุงรีๆ” เด็กชายตัวน้อยตอบอย่างเบาๆ ดูราวกับจะตื่นเต้นเสียมากกว่า กัญญาวีร์ก็รู้สึกถึงได้ น้องแวมกำลังหลงใหลรูปลักษณ์แสนดีภายนอกของรีชภวัฒน์อยู่แน่ๆ กัญญาวีร์รีบอุ้มเจ้าหนูตัวอ้วนขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดให้พ้นจากการสนทนาสั้นๆ ของเขา ที่ดูเหมือนเขาจะกำลังผูกมิตรกับน้องแวม เธออุ้มน้องแวมเดินตัดหน้าชายหนุ่มมาส่งให้น้าน้อย เพิ่งจะเดินตามหลังชายหนุ่ม ตรงมาหาเธออย่างพอดิบพอดีด้วย

“น้าน้อยค่ะ พาน้องแวมเข้าบ้านก่อนนะคะ เดี๋ยววีร์จะรับแขกด้านนอกนี่แหละค่ะ ไม่เกินห้านาที เขาก็กลับแล้ว” คำกล่าวของกัญญาวีร์ ทำให้รีชภวัฒน์ขมวดคิ้วหนาชนกัน น้าน้อยก็ทำตามที่กัญญาวีร์กล่าวบอก กัญญาวีร์จึงหันมาปะทะกับพี่ชายแสนร้ายข้างบ้าน

“มีธุระอะไร” แถมยังเอ่ยเสียงหวานห้วนๆ ใส่เขาอีกต่างหาก รีชภวัฒน์ถึงกับหัวเราะในลำคอของตนเอง ไอ้อาการเหมือนเด็กสาวที่คิดจะหาเรื่องกับเขา เมื่อดันไปขัดขวาง การอยู่ละเล่นอย่างมีความสุขกับเจ้าหนูน้อยนั่นล่ะมั้ง

“พี่คงเข้ามาขัดความสุขของเธอสินะกัญญาวีร์ แต่ลูกของเธอก็น่ารักดีนะนี่” เขายังไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับน้องแวมสินะ ทว่าคำพูดเอ่ยต่อมาของเขา ทำให้กัญญาวีร์แทบใจกระตุกร้อนวาบอย่างดื้อๆ

“ชักเริ่มอยากได้ลูกขึ้นมาสักคนแฮะ” ใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าวอย่างเห็นได้ชัดเจน ทำให้รีชภวัฒน์เกิดความรู้สึกฮึกเหิมใจขึ้นมา เขาก้าวเข้ามาใกล้เรือนร่างของกัญญาวีร์มากกว่าเดิม หญิงสาวก็รู้ทันพฤติกรรมของเขาจึงรีบถอยหลังออกห่างเป็นระวังตัวเฉยๆ และพยายามไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

“หึๆ” รีชภวัฒน์ยังคงพยายามกลั่นแกล้งกัญญาวีร์ที่มีโอกาส เขาอยากจรดจมูกโด่งเป็นสันเข้าไปที่พวงแก้มก้อนนุ่มนิ่มหญิงสาวแสนรักของหัวใจชะมัดเลย ให้ตายสิ และมันยังทำให้เขาลืมความรู้สึกที่กระตุกแปลกๆ ตอนบังเอิญคุยโทรศัพท์กับซอนญ่าอีกด้วย เขาต้องการลืมซอนญ่าออกไปจากหัวใจ และกัญญาวีร์ก็สามารถทำให้เขาลืมซอนญ่าได้จนสำเร็จ แม้เขาจะพลาดพลั่งการกระทำความเลวๆ ฝากไว้ในความทรงจำของกัญญาวีร์ก็ตาม จิตใจของกัญญาวีร์กำลังปั่นป่วนกับคำพูดของเขาอีกแล้ว ยิ่งน้ำเสียงที่เขาเจตนาแทรกเข้าหัวใจในทรวงอกของเธอ ก็ยิ่งทำให้มันเต้นแรงจนเก็บอาการไว้ไม่มิด

“น้องแวม ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอสินะ กัญญาวีร์” เขาถาม เพื่อต้องการรู้คำตอบให้ตนเอง ยิ่งเห็นอากัปกิริยาแสดงเหมือนฝ่ายหญิงจะเอ่ยพูดโกหกมดเท็จ เขาก็ผุดยิ้มกระหยิ่มใจ เพราะสาวน้อยแสนรักในหัวใจของชายหนุ่ม กำลังพูดโกหกอยู่ แต่ไม่รอดหรอก ไม่นานความลับที่พยายามปิดไว้มักจะเผยให้เขาได้รับรู้ตลอด ทำให้รีชภวัฒน์คิดว่าสาวน้อยตรงหน้าแทบจะไม่เคยเปลี่ยนนิสัยไปจากเดิมสักเท่าใดนักหรอก และแล้วคำตอบที่รีชภวัฒน์รอคอยก็เปล่งออกมา

“ลูกของดิฉันเองค่ะ” กัญญาวีร์ตอบอย่างจริงจัง แน่นอนน้องแวมจะเป็นลูกของเธอต่อไป ไม่ว่าเธอจะต้องแต่งงานไปแล้วก็ตาม แต่งงาน! บ้านี่เธอคิดจะแต่งงานกับใครกัน ในเมื่อตอนนี้ผู้ชายเจ้าเล่ห์แสนร้ายตรงหน้า ได้บังคับให้เธอเป็นคู่หมั้นแบบไม่เป็นทางการอยู่นะ

“งั้นเหรอ แล้วใครเป็นพ่อของลูกเธอล่ะ หือ!” แม้คำตอบของเธอจะทำให้เขาตื่นตกใจอยู่อีกครั้งก็ตาม แต่เขาขอจับผิดคนโกหกหน่อยเถอะ

“ไม่จำเป็นที่นายจะต้องรู้หรอก” เจอคำตอบกวนใจจากหญิงสาววัยน้อยกว่าหลายปี รีชภวัฒน์ก็ต้องกัดกรามขบอารมณ์อันจะเกิดความโทสะเอาไว้ เขาต้องใจเย็นๆ ให้มากกว่านี้ ไม่งั้นกัญญาวีร์คงจะเกลียดขี้หน้าเขาไปทั้งชาติ

“อายุของเจ้าหนูนั่น มันเป็นช่วงเวลาที่เธอออกจากบ้านหลังนี้ไปพอดีนะ ก็สี่ปี อืมๆ คำนวณแล้วพ่อของเด็กคงจะเป็นพี่หรือเปล่าครับ” คำพูดของรีชภวัฒน์ ทำให้กัญญาวีร์ตาโตเท่าไข่หาน เขากำลังจะทำอะไรกัน อยากจะเป็นพ่อให้น้องแวมที่เพิ่งจะเจอหน้าแค่สองเอง เท่านั้นเองหรือไง

“ไม่ใช่นะ! น้องแวมไม่มีทางเป็นลูกของพี่รีช อุ๊บ!” ในที่สุดกัญญาวีร์ก็หลุดคำตอบให้รีชภวัฒน์ต้องยิ้มดีใจ คนโกหกไม่เนียนจับผิดง่ายชะมัดเลย

“หึๆ ไม่ว่าเธอจะรับเด็กจากที่ไหนมาเลี้ยงเป็นลูกตัวเอง จำไว้นะกัญญาวีร์พี่จะรับเป็นพ่อของเด็กเหล่านั้นคนเดียว ห้ามให้ชายอื่นมาแทนตำแหน่งนี้ของพี่เด็ดขาดนะ” กัญญาวีร์แทบเบือนหน้าหนีดื้อๆ เนื่องจากทำแผนลวงของตนจบด้วยน้ำมือของตัวเอง การเบือนหน้าหนีของหญิงสาวแสนรัก ทำให้รีชภวัฒน์มีโอกาสได้ทำสิ่งนี้ เขาก้าวชิดเข้ามาใกล้ร่างบางพร้อมจรดริมฝีปากหนาเข้าที่แก้มอันนุ่มนิ่มของเธอหนึ่งฟอดใหญ่ๆ ได้ดั่งใจปรารถนาต้องการแล้ว กัญญาวีร์รีบผลักออกอย่างเต็มแรง

“เลว...คนฉวยโอกาส” กัญญาวีร์ถึงกับออกอาการเสียขวัญอย่างเช่นเคย เธอไม่คิดจะชินกับการที่เขาชอบกระทำจาบจ้วงโจ่งแจ้งแบบนี้

“ทำโทษ คนโกหก!” รีชภวัฒน์กล่าวบอกเน้นๆ กัญญาวีร์แทบแข็งทื่อไปทั้งตัวเลย ใจที่เผลอพองโตกับคำพูดก่อนหน้านี้ของเขาก็วูบดับลงตามอีก เมื่อเขาพูดต่อ

“เธอเป็นคู่หมั้นของพี่แล้วนะ ห้ามมาโกหกพี่อีก หรือปิดบังเรื่องลับๆ ซ่อนๆ ใดๆ เอาไว้เด็ดขาด!”

“เผด็จการ วีร์จะฟ้องพี่กันณ์ ว่าพี่รีชทำอะไรกับวีร์” กัญญาวีร์แทบขึ้นเสียงใส่ เพราะการกระทำผูกมัดเธอเอาไว้กับเขา มันทำให้เธอเจ็บปวดหัวใจ

“กล้าหรือเปล่ากัญญาวีร์ ยิ่งเธอไปฟ้องพี่ชายสุดรักของเธอ ไอ้กันร์มันแทบจะถวายตัว ยกเธอให้พี่เลยนะ หึๆ” ได้ยินคำบอกของชายหนุ่มข้างบ้านแสนร้ายตรงหน้า เธอก็ยิ่งจะน้ำตาร่วงหล่น เนื่องจากเธอต้องการหลุดพ้นออกจากกรงของเขา แต่เขาก็ยิ่งจับเธอใส่กรงอย่างแน่นหนาทำไม! ในเมื่อไม่คิดจะรักเธอแม้จะเศษเสี้ยวในหัวใจของเขา แค่ต้องการรับผิดชอบกับกระทำเลวๆ ของเขาเองอย่างงั้นหรือไง!

“ไม่จริง!”

“จริงอย่างมากที่สุด แล้วจำไว้ด้วย เพราะว่าพี่ไม่ยอมให้เธอไปเป็นของใคร หน้าไหนทั้งนั้น” รีชภวัฒน์ยืนยันคำพูดของตนเอง ถ้าเจ้ากันรวีร์มันไม่ยอมยกน้องสาวแห่งดวงใจให้ล่ะก็ เขาก็จะฉุดพาหนีไปไกลๆ แน่นอน ทำไมกันน้า อีกแค่หกเดือนกว่าเธอก็จะเรียนจบอยู่แล้ว แต่ทำไมรู้สึกว่ามันนานเยี่ยงนี้ หัวใจของเขารอจนจะไม่ไหวอยู่แล้วยะ

กัญญาวีร์พูดไม่ออกเพราะกำลังจนมุมกับการจะต้องเข้าไปอยู่ในกรงของเขา ยิ่งได้เห็นดวงตาแกร่งจับจ้องส่งมาที่เธอ ราวกับจะกลืนกินหรือครอบครองตัวเธอ หัวใจในทรวงอกก็ยิ่งกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน เพราะเขาไม่ได้คิดจะรักเธอด้วยหัวใจหรอกนะ

“แค่อยากรับผิดชอบความเลวของพี่รีช ไม่ต้องลงทุนทำแบบนี้หรอก มันยิ่งทำให้วีร์...” เจ็บหัวใจมาก

แงๆ เสียงเด็กชายร้องไห้ดังเล็ดรอดเข้ามาหยุดคำพูดของกัญญาวีร์ ทำให้เธอหันหลังและวิ่งหนีผู้ชายแสนร้าย เข้าบ้านไปหาน้องแวมแทน เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่เกือบจะพลั่งปากบอกความในใจให้พี่ชายข้างบ้านรับรู้ และมันยิ่งจะน่าเจ็บใจที่สุด เมื่อเขาจะต้องพูดคำว่ารักเธอไม่ได้ ส่วนรีชภวัฒน์ก็ได้แต่มองตามไปเฉยๆ และไม่กล้าเรียกรั้นหญิงสาวเอาไว้ เพราะเขาก็กลัว กลัวคำพูดของเธอที่จะบอกว่า

‘แค่อยากรับผิดชอบความเลวของพี่รีช ไม่ต้องลงทุนทำแบบนี้หรอก มันยิ่งทำให้วีร์...เกลียดพี่รีชเข้ากระดูกดำ!’


ที่มาของภาพค่ะ >__<
ใช้เป็นอิมเมจ:น้องแวม
http://play.kapook.com/photo/showfull-99276-2


โปรดติดตามตอนต่อไป

บทที่ 6 ใจอันแปรปรวน



อริฌา : อ๊ากกก จะคุยกันก็ยังคลุมเครือๆ เดาความรู้สึกของแต่ละฝ่ายผิดไปอีก เฮ้อ...

สงสัยต้องหาผู้ช่วยมาช่วย หุหุ



Aricha
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 7 ก.ค. 2555, 11:07:28 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 ส.ค. 2556, 12:03:40 น.

จำนวนการเข้าชม : 1673





<< บทที่ 4 หาเรื่องร้ายใส่ตัว...   บทที่ 6 ใจอันแปรปรวน...(ลบแล้วจ้า) >>
pattisa 7 ก.ค. 2555, 16:04:22 น.
รอคู่ของวิรตาค่ะ :)


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account