แผนร้ายหัวใจรัก

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: เริ่มแผน

เสียงรถยนตร์มาจอดที่หน้าบ้านปัญจานนท์ ทุกคนที่อยู่ด้านในต่างก็รู้ว่า เธอ คงจะเดินทางมาถึงแล้ว คุณบูรณะนั่งเป็นประธานโต๊ะทานข้าวลดหนังสือพิมพ์ลงมาให้พ้นใบหน้า ชายวัยกลางคนหันมาบอกแม่บ้านวัยใกล้เคียงกันที่กำลังง่วนกับการจัดเตรียมอาหารมื้อเช้า

“คุณชื่น มีใครรอรับยัยมนหรือเปล่า”

“มีค่ะ ดิฉันสั่งเด็กไว้แล้ว” ชื่นจิตหันมาตอบแล้วทำหน้าที่ของตนต่อไป

“ใครมาคะพ่อ เสียงรถมาหน้าบ้าน” แพรใจบุตรสาวคนโตเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร เธอรินกาแฟใส่แก้วของตนแล้วบริการให้บิดาด้วย

“คุณพ่อ พี่แพร” เสียงดังมาแต่ไกลเป็นคำตอบให้กับแพรใจได้เป็นอย่างดี หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นใคร

“ยัยมน” แพรใจอุทานด้วยความดีใจ น้องสาวตัวดีของเธอกลับมาตั้งแต่เมื่อไรไม่เห็นมีใครบอกเธอ แต่จะว่าไปวันๆ เธอก็หมกตัวอยู่แต่ที่บริษัทจะมีเวลาที่ไหนรู้เรื่องความเปลี่ยนไปของคนในบ้าน

“คุณพ่อขา” เสียงหวานของมนทิชาดังเข้ามาก่อนตัว หญิงสาวสวมกอดบิดาด้วยความคิดถึง แล้วหอมแก้มซ้ายขวาเป็นของแถม

“พี่แพร” เธอสวมกอดพี่สาวอีกคนแล้วหอมแก้มเป็นการทักทายด้วยเช่นกัน

“จะมาทำไมไม่บอกพี่ จะได้ไปรับที่สนามบินแล้วนี่ใครมาส่ง” แพรใจถามน้องสาวด้วยความห่วงใย

“คุณพ่อส่งตั๋วไปให้พร้อมสั่งว่าให้กลับทันที มนนึกว่าพี่แพรรู้แล้วอีก ยังแปลกใจว่าทำไมรอบนี้พี่แพรไม่ไปรับ” น้องสาวคนสวยตอบ เธอหันไปทักทายคุณชื่นจิตด้วยอีกคน

“อุ๊ย คุณมน อย่าแกล้งคนแก่ซิคะ เดี๋ยวป้าก็หัวใจวายพอดี” ชื่นจิตอุทานเบาๆ เมื่อมนทิชาทักทายนางด้วยการจี้สะเอวเหมือนทุกครั้ง

“แหม มนไม่ยอมให้ป้าชื่นหัวใจวายหรอกค่ะ” หญิงสาวบอกยิ้มๆ

“นั่งก่อนยัยมนกินข้าวซะ เสร็จแล้วค่อยไปหาพ่อที่ห้องทำงาน” คุณบูรณะเอ่ยขึ้นอย่างเป็นงานเป็นการต่อว่า

“ยัยแพรอย่าเพิ่งไปบริษัทไปหาพ่อก่อน” บิดาสั่งกำชับอีกครั้ง

“ค่ะ คุณพ่อ” แพรใจรับคำอย่างว่าง่าย เธอรู้ดีว่าถ้าบิดาเรียกพบที่ห้องทำงานแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่

แพรใจรีบส่งสายตาให้น้องสาวนั่งลงทานข้าวให้เรียบร้อยตามคำสั่งของบิดา อาหารมื้อเช้าผ่านไปอย่างเรียบง่าย มนทิชาเป็นผู้เล่าเรื่องราวต่างๆ ของเธอให้คนอื่นฟังอย่างสนุกสนาน คุณบูรณะรับฟังคำพูดเจื้อยแจ้วของบุตรสาวคนเล็ก เขาไม่ตอบโต้หรือซักถามอะไรทั้งสิ้น เมื่อรับประทานเสร็จก็ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องทำงาน เขามีเรื่องต้องเตรียมตัวจัดการอีกมาก

มนทิชางงกับท่าทีของบิดาเป็นอย่างมาก หญิงสาวกระซิบถามพี่สาวที่นั่งข้างๆ ด้วยความสงสัย

“คุณพ่อเป็นอะไรไปคะ พี่แพร ท่าทางดูเครียดจัง”

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ รีบทานเถอะคุณพ่อคงรอแล้ว” แพรใจเองก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน

ประตูห้องทำงานเปิดออกพร้อมกับสองสาวที่เดินตามเข้ามานั่งที่หน้าโต๊ะทำงาน มนทิชาเลือกที่จะนั่งโซฟาที่ไกลออกมาเสียหน่อย หญิงสาวเพิ่งจะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากแดนไกล นึกว่ากลับมาจะได้นอนเอกเขนกบนเตียงนอนนุ่มๆ กลับต้องมานั่งหน้าเครียดฟังเรื่องที่บิดาจะพูด ท่าทางจะเป็นเรื่องสำคัญเสียด้วย ยังไงก็ขอนั่งให้สบายก่อนล่ะ

“คุณพ่อให้พวกเรามาพบมีอะไรหรือคะ” แพรใจนั่งลงตรงหน้าบิดาแล้วถาม หญิงสาวมาช่วยงานที่บริษัทตั้งแต่เรียนจบ ปัจจุบันแพรใจอายุ 28 ปี รับตำแหน่งเป็นรองประธานบริษัทกู๊ดเชฟ ธุรกิจด้านการส่งออกชุดชั้นในสตรีที่มีชื่ออันดับต้นๆ ของเมืองไทย

“พ่อว่าจะให้แพรมาช่วยดูแลเรื่องการตลาดด้วยอีกสักอย่าง พอจะไหวไหมลูก” คุณบูรณะถามความสมัครใจก่อน

“แพรไม่มีปัญหาค่ะแล้วแต่คุณพ่อ” แพรใจไม่ท้อเรื่องงานอยู่แล้ว หญิงสาวได้เลือดคุณบูรณะมาเต็มตัว เรื่องงานเธอเหมือนชายอกสามศอกทำได้ทุกอย่าง แต่เรื่องส่วนตัวของหัวใจหญิงสาวเหมือนเด็กอนุบาลที่เพิ่งหัดอ่านหัดเขียนยังไม่ได้รู้จักว่าความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร

คุณบูรณะมองมาที่บุตรสาวคนเล็ก มนทิชากำลังเอกเขนกบนโซฟาหรูในห้องทำงานของเขา

“ยัยมน พ่อจะส่งลูกไปฝีกงานที่ตราดนะ” คุณบูรณะบอกบุตรสาวคนเล็ก

มนทิชาสะดุ้งลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว หญิงสาวมองหน้าบิดาด้วยความตกใจ อะไรกันเธอเพิ่งกลับมาได้ยังไม่ทันครบวัน บิดาก็จะให้เธอทำงานเสียแล้ว แถมยังบอกว่าไปฝึกงานไกลถึงตราดโน่น

“อะไรกันคะ คุณพ่อ มนเพิ่งมาถึงเองนะคะ” มนทิชาแย้งขึ้นมาเบาๆ เธอยังไม่ได้นอนให้เต็มตาเลย

“พ่อก็ไม่ได้บอกนี่นาว่าจะให้ไปวันนี้ซะหน่อย” คุณบูรณะอมยิ้มนิดๆ

“โธ่ พ่อคะ ขอมนพักให้หายเหนื่อยหน่อยไม่ได้เหรอ เรื่องงานไว้ก่อนได้ไหมคะ” มนทิชาโอดครวญ เธอมีโปรแกรมการท่องเที่ยวพักผ่อนที่เมืองไทยอีกตั้งหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ

“หนูพักมาเดือนหนึ่งแล้วไม่ใช่เหรอ เที่ยวทั่วอเมริกาแล้วนี่” บิดาดักคอ

มนทิชาหน้าหุบเถียงอะไรไม่ออก บิดาพูดความจริงไม่ผิดสักนิด เธอเรียนจบตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อนแล้วก็โอ้เอ้อยู่ที่อเมริกาไม่ยอมกลับมาเสียที พอคุณบูรณะเรียกตัวกลับหญิงสาวก็อ้างว่าขอพักผ่อนโดยการเดินทางไปทุกที่ที่อยากไปในอเมริกา จนครบกำหนดหนึ่งเดือนที่สัญญาไว้จึงต้องกลับมาเมืองไทย

แพรใจเห็นสีหน้าน้องสาวเหมือนกับอยากพักจริงๆ ความเป็นพี่ที่ห่วงน้องก็ทำให้เธอเอ่ยปากกับบิดาอีกครั้งด้วยความเกรงใจ

“คุณพ่อคะ ให้ยัยมนพักก่อนก็ได้มั้งคะ เรื่องที่ตราดเดี๋ยวแพรดูแลไปพลางๆ ก่อนก็ได้” มนทิชายิ้มอย่างดีใจ พี่แพรเข้าข้างเธอเสมอ

“แพรต้องดูแลงานที่บริษัทแค่นี้ก็ล้นมืออยู่แล้ว ไหนจะต้องมาช่วยเรื่องการตลาดเพิ่มอีก พ่อว่าอย่าเลยให้ยัยมนไปทำน่ะดีแล้ว” คุณบูรณะยืนยันคำเดิมของตน

มนทิชาหมดอารมณ์สนุกทันที หญิงสาวหน้างอด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้น ได้แต่นิ่งเงียบไว้เป็นดีที่สุด แพรใจปรึกษางานกับคุณบูรณะอีกเล็กน้อยหญิงสาวก็ออกไปบริษัทพร้อมกับบิดา ทิ้งให้มนทิชาอยู่ที่บ้านเพียงลำพังกับคุณชื่นจิต

มนทิชากลับขึ้นไปบนห้องนอนของตนเอง เมื่ออยู่เพียงลำพังหญิงสาวก็ทำธุระส่วนตัวของตนจนเรียบร้อย ร่างกายพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ทำให้เธอรู้สึกอยากพักผ่อน เมื่อล้มตัวลงนอนเธอคิดถึงคำพูดของบิดาเมื่อเช้านี้ มนทิชารู้ดีว่าแพรใจและคุณบูรณะทำงานหนักแค่ไหนเพื่อครอบครัว มารดาของเธอเสียไปตั้งแต่ที่เธอและพี่สาวยังเล็กนัก

คุณบูรณะทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ได้เป็นอย่างดีที่สุด พี่สาวคนโตได้เลือดบิดามาเต็มที่ช่วยงานที่บริษัทตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ในขณะที่ตัวเธอเมื่อจบปริญญาตรีแล้วก็ขอไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และกลับมาตามคำสั่งของบิดาที่ยื่นคำขาดว่าให้กลับถึงขั้นส่งตั๋วเครื่องบินที่ระบุวันกลับชัดเจนไปให้ถึงที่

มนทิชาไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้จึงจำเป็นต้องกลับมา และเมื่อมาถึงวันแรกก็ต้องเจอกับคำสั่งประหลาดๆ ของบิดา หวังว่าตื่นขึ้นมาอีกครั้งเธอจะขอร้องให้คุณบูรณะเปลี่ยนคำสั่งนี้ได้สำเร็จ

ไม่มีใครอยู่ร่วมทานอาหารค่ำกับมนทิชาเลย แพรใจไปงานเลี้ยงบริษัทลูกค้า ส่วนคุณบูรณะไม่กลับมาทานข้าวเพราะยังมีงานต้องสะสางอีกมาก มื้อค่ำนี้จึงมีเพียงชื่นจิตเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนหญิงสาว

มนทิชาเคยชินกับบรรยากาศแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เมื่อก่อนหญิงสาวกับแพรใจก็ต้องทานอาหารเย็นสองคนแบบนี้เป็นประจำ จะมีก็แต่เสาร์อาทิตย์ไหนที่คุณบูรณะว่างจึงจะอยู่เป็นเพื่อนลูก

มนทิชากลับขึ้นไปบนห้องนอนอีกครั้ง หญิงสาวยังเพลียกับการเดินทางข้ามทวีปไม่หาย จึงคิดว่าจะเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อตื่นขึ้นมาพร้อมความสดใสในวันใหม่

เสียงเคาะประตูห้องนอนของมนทิชากลางดึกทำให้หญิงสาวงัวเงียลุกจากเตียงด้วยความง่วงนอน แพรใจยืนยิ้มหวานอยู่หน้าประตูห้อง

“นอนหรือยังจ้ะ คนสวย” พี่สาวทักทายเสียงหวาน

“ยังค่ะ พี่แพรมีอะไรเหรอคะ” มนทิชาหาวน้ำตาเล็ดเบาๆ แล้วเปิดประตูให้อีกฝ่ายเดินเข้ามา

“พี่มาช่วยเธอจัดกระเป๋า” พี่สาวคนสวยเดินตามเข้ามาติดๆ พลางลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่เพิ่งลงจากเครื่องมาไว้ที่ปลายเตียง แล้วจัดการปลดล๊อกอย่างรวดเร็ว ไม่มีของอยู่ในนั้นแล้ว มนทิชาคงจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วตั้งแต่กลางวัน

“พี่แพรว่าไงนะคะ มาช่วยจัดกระเป๋า จัดไปไหนคะ เราจะไปเที่ยวไหนกัน” หายใจเข้าหายใจก็เป็นเรื่องเที่ยวไปหมดทุกทีซิน่า มนทิชาหายง่วงทันที

“ไม่ได้ไปไหนจ้ะ พี่แค่มาช่วยจัดกระเป๋าที่มนจะต้องเดินทางวันพรุ่งนี้ไง” แพรใจพูดไปพลางจัดของใช้ให้น้องสาวไปพลาง เธอรู้ดีว่าที่ที่น้องจะไปอยู่ต้องเตรียมอะไรบ้าง

“ไปไหนคะ พรุ่งนี้” มนทิชาทรุดลงที่ปลายเตียงข้างๆ พี่สาว เธอกำลังงงว่าต้องไปไหน

“อ้าว ก็ไปที่ตราดตามที่คุณพ่อบอกไงจ้ะ” แพรใจพูดยิ้มๆ

“หา อะไรนะคะ ไปตราด ไปทำไมคะ ทำไมไปเร็วจัง มนเพิ่งกลับมาได้แค่วันเดียวนะคะ ไม่ใช่ซิ ยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ จะให้มนไปไหนอีกแล้วคะ” มนทิชาโวยวาย อะไรกัน ก็ไหนบอกว่าจะให้เธอไปดูงานที่ตราดแต่คุณพ่อไม่ได้บอกนี่นาว่าให้ไปเมื่อไร แล้วทำไมจู่ๆ

“มนไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ปีนี้อายุจะ25 อยู่แล้ว อย่างอแงซิจ้ะ คุณพ่อท่านเพิ่งคุยกับคนที่ดูแลงานที่นั่น ก็เลยสรุปได้ว่ายิ่งให้มนไปเร็วเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น ท่านก็เลยบอกให้พี่มาช่วยมนเตรียมตัวจ้ะ” แพรใจบอกอย่างอารมณ์ดี

“แล้วจะให้มนไปทำอะไร บ้านเรามีกิจการอะไรที่ตราดคะ มนไม่เห็นเคยรู้เรื่องมาก่อนเลย”

มนทิชาพูดถูกครอบครัวปัจจานนท์ของเธอประกอบธุรกิจด้านชุดชั้นในสตรีมาเป็นเวลายาวนาน มีโรงงานการผลิตอยู่แถวย่านปริมณฑล ดังนั้นจึงเป็นเรื่องแปลกที่บิดาจะส่งเธอไปฝึกงานที่อื่น หรือว่ามีโรงงานการผลิตแห่งใหม่เกิดขึ้นที่นั่นในระหว่างที่เธอไม่อยู่เมืองไทย

“คุณพ่อไปซื้อรีสอร์ทอยู่ที่ตราดตั้งแต่ตอนที่มนไปเรียนที่อเมริกาได้ปีแรก ท่านก็เลยอยากให้มนไปช่วยดูแลกิจการที่โน่นแทน เพราะว่าตอนนี้งานที่บริษัทกำลังยุ่งมากพี่กับคุณพ่อปลีกตัวไปดูแลงานที่นั่นไม่ได้” แพรใจอธิบายให้น้องสาวฟังคร่าวๆ

“ซื้อรีสอร์ท คุณพ่อสนใจกิจการพวกนี้เมื่อไรคะ ไม่เห็นเคยพูดถึง” มนทิชาถามขึ้นมาด้วยความสนใจ

“ท่านซื้อเพราะท่านช่วยเพื่อนเก่าน่ะจ้ะ” แพรใจลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้าเลือกชุดจากในตู้มาพับใส่กระเป๋า

“เพื่อนเก่า ใครคะพี่แพร คุณพ่อมีเพื่อนเก่าอยู่ที่นั่นด้วยเหรอ” มนทิชาย่นจมูกเล็กน้อย เมื่อเห็นพี่สาวหยิบชุดที่เธอว่าเรียบไปใส่กระเป๋า หญิงสาวลุกขึ้นไปเลือกเสื้อผ้าเอง

“คุณลุงอาทิตย์ ที่เมื่อก่อนมาทานข้าวที่บ้านเราบ่อยๆ มนจำได้ไหม คุณพ่อของพี่ธรไง” แพรใจหยุดมือปล่อยให้น้องสาวเป็นคนเก็บเสื้อผ้าที่เหลือเอง หญิงสาวลุกขึ้นมานั่งพักที่เก้าอี้

“คุณลุงอาทิตย์ พี่ธร มนจำไม่ได้ค่ะ นึกไม่ออก พี่ธร คุณลุงอาทิตย์” นึกเท่าไรมนทิชาก็นึกไม่ออก เธอคุ้นชื่อแต่ไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย

“พี่ธรที่ตอนเด็กๆ มนชอบขี่หลังเขาแล้วให้พาเดินรอบบ้านไง ที่มนเรียกเขาว่าอัศวินของเจ้าหญิงไง” แพรใจทบทวนความจำ

มนทิชาพยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก แต่พอได้ยินแพรใจพูดคำว่าอัศวินของเจ้าหญิงทำให้โครงหน้าของเด็กชายวัยสิบห้าผุดขึ้นมาในห้วงความคิด นึกออกแล้วพี่ธรลูกคุณลุงอาทิตย์ที่ชอบมาเล่นที่บ้านเธอเมื่อสมัยเด็กๆ พี่ธรของน้องมน จำได้แล้ว

“อ๋อ นึกออกแล้วค่ะ มนจำได้แล้ว แต่คุณลุงอาทิตย์กับพี่ธรไม่ได้มาบ้านเรานานแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าสบายดีหรือเปล่า” มนทิชาถามถึงคนเคยรู้จัก

“คุณลุงอาทิตย์เสียแล้วจ้ะ เสียไปได้ปีกว่า ส่วนพี่ธรก็อยู่ที่ตราด”

“คุณลุงเป็นอะไรค มนไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วทำไมพี่ธรถึงไปอยู่ที่ตราดคะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่” มนทิชาปิดประเป๋าเดินทาง ข้าวของจำเป็นบางอย่างถูกนำใส่เรียบร้อยแล้วพร้อมที่จะเดินทาง

“ว่ากันว่าคุณลุงถูกลอบทำร้ายเพราะไปขัดผลประโยชน์เรื่องที่ดิน ส่วนพี่ธรก็รับหน้าที่ดูแลรีสอรท์ต่อจากคุณลุง”

“รีสอรท์ เมื่อกี้พี่แพรบอกว่าคุณพ่อไปทำรีสอร์ทคืออันนี้หรือคะ” มนทิชาเริ่มงงอีกครั้ง เรื่องนี้ทำไมเกี่ยวกับพี่ธรได้

“ใช่จ้ะ รีสอรท์นี้คุณพ่อซื้อต่อจากคุณลุงอาทิตย์ ก่อนที่คุณลุงจะเสีย” แพรใจเริ่มหาวแล้ว

“ก็มีพี่ธรดูแลอยู่แล้ว จะให้มนไปทำไมอีกคนคะ เกะกะเปล่าๆ” มนทิชาคิดถึงเด็กชายวัยสิบห้าคนนั้นอีกครั้ง ผ่านไปสิบกว่าปีเขาจะเป็นอย่างไรบ้างนะ ป่านนี้เขาก็คงเกือบสามสิบแล้วมั้ง เขายังจะเป็นพี่ธรที่แสนใจดีของเธอหรือเปล่า

“คุณพ่อจะให้มนไปฝึกงานกับพี่ธร เพราะคุณพ่อเพิ่งซื้อรีสอรท์ข้างๆ เพิ่มไว้อีกแห่ง เท่ากับว่าตอนนี้สองรีสอรท์รวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ชื่อ สายธารารีสอร์ท”

“สายธารารีสอรท์ แล้วจะให้มนไปทำอะไรคะ ไปนานแค่ไหน” มนทิชาหันมาถามพี่สาว

แพรใจโบกมือพร้อมกับส่ายหน้า ไม่ไหวแล้วเธอง่วงเหลือเกิน วันนี้ทั้งวันพาลูกค้าต่างชาติเดินดูแผนการผลิตที่วางไว้ ตกค่ำก็ต้องไปงานเลี้ยงกลับมายังต้องมาแวะหาน้องสาวตัวดีอีก

“ไว้พรุ่งนี้ก่อนเดินทาง มนถามคุณพ่อเองแล้วกัน พี่ขอตัวไปนอนก่อน ไม่ไหวจริงๆ กู๊ดไนท์นะจ้ะ” แพรใจลุกขึ้นเดินกลับห้องตัวเอง

มนทิชานอนพลิกไปพลิกมาบนเตียง พอรู้ว่าต้องไปทำอะไรที่ตราดแถมยังจะได้เจอกับคนรู้ใจที่ห่างหายกันไปนาน ก็ทำให้หญิงสาวถึงกับนอนไม่หลับ คิดจินตนาการว่าพี่ธรของเธอจะเป็นอย่างไร เรื่องที่จะโวยวายว่าส่งเธอไปฝึกงานที่นั่นทำไม เงียบลงทันที

อาหารเช้าชองบ้านปัจจานนท์ตอนเจ็ดโมงเริ่มขึ้น คุณบูรณะนั่งเป็นประธานที่หัวโต๊ะเช่นเคย แพรใจเองก็อยู่ที่นั่นแล้ว มนทิชาเดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวทักทายบิดาด้วยการหอมแก้ม แล้วเดินมานั่งตรงข้ามพี่สาว

“เดี๋ยวพ่อจะให้รถไปส่งมนที่ตราด กินข้าวเสร็จแล้วเตรียมตัว ออกเดินทางแต่เช้าไปถึงนั่นจะได้ไม่บ่ายมาก” คุณบูรณะเอ่ยขึ้น

“พ่อจะให้มนไปอยู่ที่นั่นนานแค่ไหนคะ แล้วมนจะกลับบ้านบ้างได้หรือเปล่า” มนทิชาถามเป็นคำแรก

“อยู่จนกว่าตาธรจะบอกว่ามนเป็นงาน เรื่องกลับบ้านไว้พ่อดูอีกที ถ้าจะกลับก็บอกให้พี่เขามาส่ง” บิดากำชับต่อไปอีกว่า

“อยู่ที่โน่นมนจะเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งของรีสอรท์ ไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น ต้องเชื่อฟังพี่เขาอย่าทำให้เสียงาน รีสอรท์ที่นั่นจะเป็นผลงานพิสูจน์ว่ามนทำงานเป็น แล้วพ่อจะพิจารณาตำแหน่งอื่นให้”

“โห คุณพ่อ มนต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอคะ ไม่มีอภิสิทธิ์ในฐานะลูกสาวเจ้าของเลยแม้แต่นิดเดียวเลยเหรอ” หญิงสาวโอดครวญเบาๆ

“อย่า พ่อต้องการให้มนไปฝึกงาน ถ้าทำอะไรผิดก็เหมือนพนักงานคนอื่น ถ้ามนใช้สิทธิ์ในความเป็นลูกเจ้าของมันจะเสียการปกครอง ตาธรก็คงจะลำบากใจ” มนทิชาเบะปากเล็กน้อย ไม่เป็นไรถึงบิดาไม่ให้ใช้อภิสิทธิ์แต่เธอก็เชื่อว่าพี่ธรคงจะดูแลเธอเป็นอย่างดีแน่

แค่คิดว่าจะได้เจอกับชลธร อัศวินของเจ้าหญิงที่เธอคุ้นเคยมานาน เรื่องที่กลัวว่าจะไปเจอความลำบากก็หมดไปจากใจของมนทิชา หญิงสาวพอรู้คร่าวๆ แล้วว่าจะต้องไปฝึกงานที่ตราด ดังนั้นชุดไปฝึกงานของเธอชุดแรกจึงเป็นเสื้อสายเดี่ยวกางเกงเลสีตัดกัน หมวกสานสีน้ำตาลใบใหญ่ ดูๆ ไปเหมือนจะไปเที่ยวมากกว่าไปฝึกงาน

มนทิชาลงทุนรื้อกระเป๋าเสื้อผ้าใหม่ แล้วจัดข้าวของที่เกี่ยวกับการไปทะเลเกือบทั้งหมด ก่อนจะเดินเดินลงมาอีกทีตอนใกล้เที่ยง

“คุณท่านโทร.มาถามป้าว่าคุณหนูไปหรือยัง ป้าไม่กล้าพูดว่ายังไม่ไปเลยบอกไปว่าคุณหนูออกไปแล้วค่ะ” ชื่นจิตรายงานหน้าตาตื่น

“คุณพ่ออยากให้มนไปขนาดนั้นเชียวเหรอคะ ก่อนไปขอกินข้าวบ้านอีกสักมื้อได้ไหม เผื่อไปอยู่ที่นั่นไม่มีอะไรอร่อยเหมือนฝีมือป้า มนจะได้หายอยากหน่อย” มนทิชานั่งลงที่โต๊ะอาหาร
ป้าชื่นรีบกระวีกระวาดเสริฟ์ข้าวกระเพาร้อนๆ กับไข่ดาวเป็นอาหารกลางวันให้หญิงสาว ตบท้ายด้วยของหวานอีกถ้วย กว่ามนทิชาจะเดินทางก็เกือบบ่ายสองโมง ชื่นจิตมองนาฬิกาแล้วก็คำนวนว่ากว่าหญิงสาวจะไปถึงก็คงค่ำพอดี

ชื่นจิตคำนวนเวลาไม่ผิดจริงๆ เพราะกว่ามนทิชาจะไปถึงก็เกือบสามทุ่ม คนขับรถพาเธอมาส่งหน้ารีสอรท์สาธารา บรรยากาศเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ มีเพียงแสงไฟที่เปิดไว้ริมทางเท่านั้น จะไม่ให้มาถึงเวลาดึกขนาดนี้ได้อย่างไรในเมื่อหญิงสาวแวะซื้อของใช้ส่วนตัวเพิ่มอีกที่ห้างสรรพสินค้าในระหว่างที่เดินทางมา
ไม่มีใครอยู่ที่เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ มนทิชาจึงให้คนขับรถขนของเธอลงที่ด้านหน้า เดาว่าเดี๋ยวคงมีเด็กยกกระเป๋ามาเอาของเธอไปเก็บที่ห้องพักเอง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีใครมา

“พี่แพร มนมาถึงแล้ว ทำไมไม่เห็นมีใครเลยล่ะคะ” มนทิชาถามด้วยความประหลาดใจ ไม่มีใครรู้หรือไงว่าลูกสาวเจ้าของรีสอร์ทมาถึงแล้ว

“ตายแล้วยัยมน เพิ่งถึงเหรอเนี่ย คุณพ่อให้ไปแต่เช้าไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม” แพรใจถามด้วยความตกใจ

“มนรื้อกระเป๋าเตรียมของใหม่ แล้วก็แวะซื้อของเพิ่มเติมระหว่างทางด้วย ก็เลยมาถึงดึก ไม่เป็นไรหรอกค่ะเรื่องนั้น ว่าแต่จะให้มนทำยังไงต่อดีคะ พี่แพร ไม่มีคนอยู่รับแขกเลยสักคนเดียว” มนทิชาห่วงว่าคืนนี้เธอจะนอนที่ไหนมากกว่า

“โอเคจ้ะ เดี๋ยวพี่โทร.ถามพี่ธรให้นะ” แพรใจวางสายน้องสาวแล้วรีบกดสายไปหาชลธรทันที
ไม่ถึงสิบนาทีก็มีพนักงานของสายธาราสองคนเดินออกมาจากด้านใน เป็นหญิงรูปร่างตุ้ยนุ้ยหนึ่งคนกับเป็นหนุ่มหัวใจสาวอีกคนเดินมาต้อนรับมนทิชา

“สวัสดีค่ะ คุณมนทิชาใช่ไหมคะ” สาวร่างตุ้ยนุ้ยพนมมือไหว้ทักทายหญิงสาว

“ใช่จ้ะ เรียกมนเฉยๆ ก็ได้” มนทิชารับไหว้แล้วส่งยิ้มให้

“เชิญค่ะ เชิญทางนี้ คุณธรเตรียมที่พักให้แล้วค่ะ” หนุ่วหัวใจสาวดัดเสียงให้เป็นผู้หญิงจีบปากจีบคอพูดกับมนทิชา

ทั้งสองกับคนขับรถช่วยกันขนประเป๋าเดินทางของหญิงสาวเดินไปที่ห้องพัก มนทิชาแปลกใจที่ไม่เห็นมีพนักงานคนอื่นออกมาต้อนรับเธอ ที่รีสอรท์ก็เหมือนไม่มีห้องที่แขกมาพัก
ทั้งหมดมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านพักด้านในรีสอรท์ แม้ค่ำแล้วแต่แสงไฟส่องทางก็ทำให้มนทิชาเห็นว่าบ้านหลังนี้สวยงามเพียงไร กระเป๋าของหญิงสาวถูกนำมาวางไว้ในห้องพักห้องหนึ่งของบ้านหลังนี้ คนขับรถขอตัวลากลับก่อนจึงเหลือเพียงสาวร่างตุ้ยนุ้ยกับหนุ่มหัวใจสาวเท่านั้น

“ขอบคุณนะจ้ะ ที่ช่วยยกกระเป๋า” มนทิชาทำท่าจะยื่นแบงค์ร้อย ทิป พนักงานทั้งสอง

“อุ๊ย ไม่เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว” หนุ่มหัวใจสาวรีบปฏิเสธ

“ชื่ออะไรกันบ้างจ้ะ ฉันจะได้รู้จักไว้” มนทิชาอยากรู้ชื่อเสียงเรียงนามของสองคนนี้เผื่อว่าจะไหว้วานใช้สอยได้ในอนาคต

“ชื่อตุ้ยนุ้ยค่ะ” สาวร่างอวบบอกชื่อตัวเอง

“ชื่อลิซ ลิซซ่าค่ะ” หนุ่มหัวใจสาวบอกบ้าง

“หรือว่าไอ้ฤทธิ์หลานยายเข่งได้นะคะ” ตุ้ยนุ้ยเรียกชื่อเดิมของชายหนุ่มหัวใจสาว นายฤทธิ์หรือลิซซ่าค้อนประหลับปะเหลือกให้เพื่อนสาวด้วยความหมั่นไส้

“จ้า ฉันชื่อมนนะ” มนทิชาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ท่าทางว่าเธอจะได้เพื่อนใหม่สองคนแล้ว

“ค่ะ คุณมน” ทั้งคู่เอ่ยชื่อหญิงสาวพร้อมกัน

“แล้วนี่คุณธรไปไหนจ้ะ” หยิงสาวถามถึงพี่ธรของเธอ ทำไมเขาไม่อยู่ต้อนรับการมาของเธอนะ

“คุณชลธรออกไปข้างนอกตั้งแต่เมื่อบ่ายแล้วค่ะ ไม่ทราบว่าไปไหน” ตุ้ยนุ้ยรายงาน เธอเห็นนายธรของเธอออกไปอย่างรีบด่วนหลังจากได้รับโทรศัพท์

“แล้วพนักงานคนอื่นล่ะ ไปไหนหมด ทำไมถึงไม่มีใครอยู่หน้าเคาเตอร์เลย” เธอถามด้วยความสงสัย

“ช่วยนี้โลว์ซีซั่นค่ะ ไม่ค่อยมีแขกถ้าวันไหนไม่มีจองก่อน เราก็อนุญาตให้ไปพักได้หลังสองทุ่มไปแล้ว” ลิซซ่าตอบแทน

จริงซิ เธอมาถึงก็เกือบสามทุ่มเป็นพักของพนักงานแล้ว ทำให้ไม่มีใครมาคอยต้อนรับ แต่แล้วทำไมถึงได้เจอสองคนนี่ล่ะ

“แล้วเธอสองคนไม่ไปพักเหรอจ้ะ” มนทิชาถามด้วยความสงสัย

“วันนี้เป็นเวรเราเฝ้ารีสอรท์ค่ะ ที่นี่ถ้าช่วงโลว์แบบนี้เราจะผลัดกันเฝ้าวันละสองคน” ตุ้ยนุ้ยอธิบาย

“แล้วไม่มีรปภ.เหรอจ้ะ” หญิงสาวสงสัย ระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่เป็นอย่างไรกัน

“มีค่ะ แต่นายให้ไปเฝ้าด้านหลังแทน ส่วนด้านหน้าก็เป็นพนักงานอย่างพวกเราคอยดูแล” ตุ้ยนุ้ยอธิบายอีก

“มีรปภ.กี่คนจ้ะ” เธอถามเพื่อความแน่ใจ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้รู้ว่าต้องเอาตัวรอดยังไง

“ถ้าแขกเยอะก็เยอะตามแขกค่ะ ถ้าไม่มีแขกก็เหลือแค่คนเดียว” ลิซซ่าตอบแทน

มนทิชาฟังแล้วอึ้งกับข้อมูลที่ได้รับมา นี่ตกลงบิดาส่งเธอมาฝึกงานที่นี่หรือส่งเธอมาทำอะไรกันแน่ ในเมื่อช่วงนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่นคงไม่มีงานอะไรให้เธอทำอยู่แล้ว เพราะเหตุใดจึงส่งเธอมาที่นี่กันแน่
มนทิชายังไม่ทันจะถามอะไรต่อไปอีก สองคนนั่นก็ขอตัวไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายก่อน หญิงสาวจึงปิดประตูหน้าต่างทุกบานให้เรียบร้อยแล้วอยู่แต่ในห้อง รื้อกระเป๋าเสื้อผ้าเก็บใส่ตู้ ก่อนจะรีบอาบน้ำเข้านอนด้วยความอ่อนเพลีย ตื่นมาพรุ่งนี้ให้ได้พบพี่ธรก่อน เธอค่อยถามว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น

ยังไม่ทันจะเช้าที่สายธารารีสอร์ทกรับน้องเธอด้วยเสียงกุกกักเหมือนมีใครอยู่นอกห้องนอนของมนทิชา เสียงดังในยามดึกสงัดทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวแล้วเงี่ยหูฟังด้วยความสงสัย เหมือนมีคนกำลังสะเดาะกลอนเปิดประตูหรือทำอะไรสักอย่างอยู่ด้านนอก

มนทิชาเงี่ยหูฟังที่ประตูห้องนอน ใช่แน่แล้ว เสียงนั้นอยู่ที่หน้าประตูแน่นอน หญิงสาวหันรีหันขวางแล้วคว้าไม้กวาดขึ้นมาถือกระชับไว้ในมือ ความรีบร้อนทำให้ลืมคิดไปว่าตัวเองอยู่ในชุดนอนที่แสนจะเรียกความสนใจจากผู้พบเห็น และถ้า โจร มาพบเธอในเวลานี้อะไรจะเกิดขึ้น

มนทิชาตัดสินใจเปิดประตูออกไปแล้วยกไม้กวาดขึ้นเตรียมจะตี โจร ไม่ยั้ง หญิงสาวหลับตาแล้วออกแรงตีสุดแรงเกิด

“โอ๊ย” เสียงร้องทำให้เธอคิดว่าได้ผล มนทิชาลืมตาแล้วเล็งไปที่เป้าหมายได้ชัดเจนมากขึ้นออกแรงเพิ่มขึ้นอีก

“อย่า จะตีทำไมผมไม่ใช่โจร” เสียงร้องของชายหนุ่มทำให้เธอต้องชะงัก

ไฟในห้องเปิดสว่างจ้า ไม่มีโจรที่ไหนอย่างที่เธอคิด มีแต่ชายหนุ่มหน้าตาดียืนคลำแขนตัวเองด้วยความเจ็บ สีหน้างุนงงเหมือนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มนทิชายืนหน้าซีดปล่อยไม้กวาดร่วงลงจากมือทันที หญิงสาวทำหน้าปูเลี่ยนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

“ขอโทษค่ะ คิดว่าโจรมางัดห้อง” มนทิชาก้มหน้าเอ่ยคำขอโทษเบาๆ

“โจรที่ไหนจะเข้ามาถึงในนี้ คุณก็ไม่คิดก่อนจะทำ ดูซิ แขนผมเจ็บไปหมดแล้ว แล้วนี่ โอ๊ย ด้ามไม้กวาด” เขาส่ายหัวด้วยความอ่อนใจ อยู่ดีๆ ไม่ว่าดีถูกกว่าหาว่าเป็นโจร แถมยังถูกตีด้วยด้ามไม้กวาดอีก ช่างโชคร้ายอะไรแบบนี้

“แล้วนี่ ถ้าเป็นโจรจริงไม้กวาดแค่นี้ทำอะไรโจรได้” เขาโยนมันลงที่พื้นอย่างไม่ไยดี

ชายหนุ่มไม่สนใจที่หญิงสาวก้มหน้าสำนึกผิด เขากลับเดินย้อนเข้าไปในห้องเธอ แล้วเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปแล้วเดินมาเปิดประตูห้องนอนอีกด้าน ที่เมื่อครู่เขาพยายามจะใช้ลวดเขี่ยให้ประตูเปิดออก
มนทิชายังก้มหน้าอยู่ไม่ยอมมองหน้าชายหนุ่ม หญิงสาวกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรถ้าต้องเงยหน้ามองเขา

“ไปนอนซิ มายืนทำอะไรตรงนี้ ไม่มีอะไรแล้ว” น้ำเสียงเขาดูจะใจเย็นลงแล้ว

“ขอโทษค่ะ มนไม่ได้ตั้งใจ” มนทิชาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างช้า แววตาเสียใจทำให้เขาใจอ่อนลงทันที

“ช่างเถอะ ไปนอนได้แล้ว”

“พี่ธรใช่ไหมคะ” มนทิชาถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ เขาจะใช่พี่ธรของเธอหรือเปล่า

“ใช่ ผมชลธร” เขานึกได้แล้ว วันนี้คุณหนูมนทิชาลูกสาวคุณอาบูรณะจะมาฝึกงานที่นี่ คุณหนูตัวจริงของสายธารารีสอรท์อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

“มนขอโทษนะคะ มนไม่ได้ตั้งใจ” หญิงสาวเสียใจจริงๆ ยิ่งรู้ว่าเป็นพี่ธรด้วยแล้ว มนทิชายิ่งโกรธตัวเองที่ไม่ดูให้ดีก่อนเผลอทำให้พี่ธรเจ็บตัวไปได้

“ขอโทษเป็นครั้งที่สามแล้ว ไม่ต้องแล้วไปนอนเถอะ ถ้ามัวขอโทษกันทั้งคืนคงไม่ได้นอนแน่” เขาตัดบทสั้นๆ

“พี่ธรจำมนได้ใช่ไหมคะ” น้ำเสียงเธอดีใจเมื่อรู้ว่าเขายกโทษให้แล้ว

“ไม่ได้เห็นเกือบสิบปี แต่ก็พอจำได้” เขาพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ดีใจหรือแปลกใจแม้แต่น้อย

“ดีใจจังที่พี่ธรจำมนได้ สะ...” ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไร ชลธรก็พูดตัดบทขึ้นมาก่อนเลย

“คุณมนพักห้องนี้ ห้องน้ำเราใช้ร่วมกันถ้าไม่สะดวกใจจะล๊อกประตูก็ได้ ส่วนผมพักห้องนี้ถ้ามีอะไรก็เรียกได้”

มนทิชาอ้าปากค้าง เขาเรียกแทนตัวเองว่าผมเรียกเธอว่าคุณ นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมไม่เรียกเธอว่าน้องมนกับพี่ธรเหมือนเดิม สายตาที่เขามองเธอก็อีกเหมือนคนไม่รู้จักกัน ในแววตาเหมือนซ่อนความไม่พอใจอะไรบางอย่างไว้

“เอาล่ะ ดึกแล้วไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องทำงานแต่เช้า” ชลธรทำท่าจะเดินเข้าห้องแต่หญิงสาวเรียกเขาไว้

“พรุ่งนี้ ให้มนไปฝึกงานกี่โมงคะ” เขาหันหน้ามามองแล้วต้องรีบเมินหน้าเพราะชุดนอนที่แสนจะชวนให้มอง

“ตามคุณสะดวกเลย พนักงานที่นี่เริ่มงานตอนหกโมงเช้า ถ้าคุณไหวก็เจอกันที่ล๊อบบี้” ชลธรปิดประตูห้องนอน ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ท่าทางคุณหนูมนทิชาจะไหวไหมเนี่ย แผนการณ์ที่คุณอาบูรณะขอร้องให้เขาช่วยสอนงานเธอจะได้เรื่องไหม ท่าทางเป็นคุณหนูเสียขนาดนี้



ปัทมกร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 11 ก.ค. 2555, 21:42:09 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 11 ก.ค. 2555, 21:53:50 น.

จำนวนการเข้าชม : 1252





   ฝึกงานจริง >>
เทียนจันทร์ 12 ก.ค. 2555, 12:48:42 น.
รอตอนต่อไปนะคะ เจิมให้ก่อนเลย


ปัทมกร 12 ก.ค. 2555, 21:48:45 น.
ขอบคุณค่ะ


ริณแก้ว 13 ก.ค. 2555, 22:30:24 น.
แวะมาให้กำลังใจจ้ะ ^^/


ปัทมกร 14 ก.ค. 2555, 21:34:14 น.
ขอบคุณค่ะ พี่อุ๊


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account