รอยอธิษฐาน
‘รอยอธิษฐาน’ โดย รวิญาดา

ชาติภพหนึ่ง ความรักของหนึ่งหญิงสองชาย ได้จบลงด้วยความเศร้า

หนึ่งคนตายจากพร้อมความเกลียดชัง...
อีกหนึ่งคนถูกคำสาปให้กลายเป็นภูติร้ายรอการปลอดปล่อย

และอีกคนมีชีวิตอยู่เพื่อรอคอยชดใช้ความผิด

เป็นภูติร้าย รอคอยการกลับมาของนางอันเป็นที่รัก

มิตรภาพ ความรัก แรงอธิษฐาน...

สิ่งใดจะมีอานุภาพเหนือกว่า ...




Tags: รวิญาดา นิยาย ภพ ชาติ

ตอน: บทนำ

บทนำ

แผนกเด็กอ่อน โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง...

ร่างสูงสง่ายืนนิ่ง ทอดสายตามองร่างน้อยที่นอนอยู่ในตู้อบ ดวงตาของเด็กถูกแผ่นสำลีสีขาวปิดไว้เพื่อกำบังแสงจากเครื่องอบไม่ให้ไปรบกวนดวงตา ในห้องเดียวกันทารกหลายสิบคนนอนเรียงรายบนเตียง ข้อมือมีป้ายชื่อรัดไว้ พยาบาลสาวสองคนกำลังสาละวนกับการดูแลเด็กอ่อน หนึ่งในนั้นเปิดตู้อบนำเด็กทารกในตู้ออกมาวางบนเตียงเล็ก ก่อนจะเข็นรถมาชิดประตู เตรียมนำไปส่งให้มารดาตามเวลา

“ไม่ต้องห่วงนะคะ น้องสุขภาพแข็งแรงดี ที่ต้องเข้าห้องอบ เพราะว่ามีน้ำหนักน้อยกว่าปกตินิดหน่อย”

พยาบาลสาวเข็นรถมาใกล้ๆชายหนุ่ม ที่ยืนมองอยู่ด้านหน้าห้อง เธอเข้าใจว่าเป็นเขาเป็นพ่อเด็ก คงจะเห่อลูกมากถึงได้ยืนดูอยู่เป็นนานสองนาน พยาบาลสาวขยับรถเข็นมาให้เขาดูเด็กน้อย ร่างบอบบางถูกห่อด้วยผ้าสำลีนุ่ม เห็นเพียงใบหน้าโผล่ออกมา

ดวงตาคมงามทอดมองใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มนั้นนิ่งนาน เขาแตะปลายนิ้วบนแก้มแดง แผ่วเบา...อย่างทะนุถนอม ราวกับแตะแก้วเจียระไนเนื้อบาง ริมฝีปากหยักโค้งแย้มละมุน เมื่อเห็นดวงตากลมใสแป๋ว จ้องมองอย่างไร้เดียงสา ริมฝีปากแดงย้อยนิดๆคล้ายกำลังขยับยิ้มให้เจ้าของมือ ชายหนุ่มสะท้อนในหัวใจ รอยยิ้มแบบนี้... นานเท่าใดแล้วหนอ ที่เขาไม่เคยเห็นรอยยิ้มเช่นนี้ ภาพดวงหน้างามพิสุทธิ์ของหญิงสาวผู้หนึ่งลอยเข้ามาซ้อนบนดวงหน้าเล็กๆนั้น

“ชื่ออะไรครับ” เขาถามเสียงนุ่ม

“หนูบัวบุษยาค่ะ เอ่อ... คุณไม่ใช่พ่อของน้องหรือคะ ขอโทษนะคะ ฉันนึกว่าคุณเป็นพ่อเด็ก” พยาบาลสาวยิ้มเขินๆ พลางเอ่ยขอโทษ

ชายหนุ่มขยับออกห่าง แย้มริมฝีปากนิดหนึ่ง ให้อีกฝ่าย เขามองไปด้านหลังของพยาบาล สายตานั้นทำให้คู่สนทนาอดหันไปมองไม่ได้

“ปรานีทำอะไรอยู่!” เสียงเรียกดังขึ้น จากพยาบาลร่างท้วม ซึ่งกำลังเข็นรถเข็นเด็กเข้ามา

“กำลังคุยกับ... อ่า...”

พยาบาลสาวเหมือนคนติดอ่างขึ้นมา ปลายนิ้วที่ยกขึ้นชี้ ยกค้าง เมื่อหันกลับมา ร่างของชายหนุ่มเมื่อครู่ กลับอันตรธานหายไป ราวกับไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน

“คุยกับใคร ฉันเห็นเธอเข็นเตียงเด็ก มาจอดอยู่ที่นี่ตั้งนาน นึกว่ามีปัญหาอะไร” เพื่อนร่วมงานเดินมาใกล้ๆ พลางมองหน้าพยาบาลสาวอย่างสงสัย

“ไม่... ไม่มีอะไรหรอก ฉันไปก่อนนะ”

เจ้าหล่อนหน้าซีดเผือด อ้อมแอ้มตอบไม่เต็มเสียง ขนลุกชันขึ้นในทันที ร่างเพรียวบางในชุดขาว รีบเข็นเตียงเด็กเดินลิ่วออกไปจากบริเวณนั้น ทิ้งให้เพื่อนร่วมงานมองตามอย่างสงสัย

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง... ห้าปีต่อมา

ร่างป้อมๆสวมชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง วิ่งตื๋อไปตามทางเท้า เมื่อเห็นรถขายไอศกรีม จอดอยู่อีกฟากของสนามหญ้า ด้วยถูกสอนมาไม่ให้วิ่งลัดสนามหญ้า หนูน้อยจึงวิ่งอ้อมมาตามทางเท้า ที่มีคนหลายวัยวิ่งออกกำลังกายอยู่ เด็กผู้ชายอายุราวสิบขวบ วิ่งไล่จับสุนัขที่คาบลูกบอลไว้ในปาก เจ้าตูบตัวโตวิ่งชนร่างเด็กหญิงจนล้มลง เงินเหรียญที่กำไว้ในมือหล่นกระจาย เด็กหญิงร้องไห้จ้า

“ฮือ! เจ็บจังเยย... ฮือ... ฮือ” มือกลมป้อมลูบหัวเข่าที่ถลอก จนเลือดไหลซึม

“อย่าร้องนะ คนดี...”

ชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่บริเวณนั้น เข้ามาช้อนอุ้มร่างน้อยไปวางบนเก้าอี้ข้างสนาม เด็กหญิงมองหน้าผู้ช่วยเหลือ เมื่อเห็นสายตาอาทรกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ทอดมา เสียงร้องไห้ก็เงียบลง มีเพียงอาการสะอื้นฮักๆ

“เจ็บตรงไหนครับ” เขานั่งคุกเข่า ประคองขาของเด็กหญิงขึ้นมาดูใกล้ๆ

“เจ็บตรงนี้ค่า... คุณน้า” เด็กหญิงบอก ด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น

ปลายนิ้วป้อมชี้ที่หัวเข่าข้างที่เป็นแผล ดวงตากลมโตดำขลับมีรอยชื้นจากคราบน้ำตา จ้องมองปลายนิ้วที่ค่อยๆแตะลงบนบาดแผล อย่างอ่อนโยน คล้ายเจ้าของเกรงว่าจะทำให้เด็กหญิงเจ็บกว่าเดิม ปลายนิ้วปรากฏแสงสีเหลืองสว่างวาบ ความเจ็บปวดอันตรธานหายไปพร้อมรอยแผล เด็กหญิงตาโตมองหน้าอีกฝ่ายอย่างตื่นเต้น ริมฝีปากแดงย้อยแย้มกว้าง มือป้อมลูบคลำรอยแผล ที่หายไป

“คุณน้าเก่งจังเยย…” มือน้อยตบเปาะแปะ ดีอกดีใจลืมความตกใจไปจนสิ้น

ชายหนุ่มมองดวงหน้าอ่อนใสด้วยความเอ็นดู เขาลูบศีรษะเล็กนั้นเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน

“อยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวจะไปซื้อไอติมให้”

เขายิ้มให้เด็กหญิง แล้วเดินไปที่รถขายไอศกรีม ก่อนจะกลับมาพร้อมไอศกรีมแบบถ้วย รสสตรอเบอร์รี่ยื่นส่งให้ เด็กหญิงพนมมือไหว้ แล้วลงมือรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย ไอศกรีมไหลย้อยเลอะมุมปากและแก้มจนเป็นคราบ คนที่มองอดไม่ได้ หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับให้

“อร่อยจัยเยย...ค่า...” เด็กหญิงยิ้มแป้น ท่าทางมีความสุข

“อร่อยก็กินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ” มือหนาลูบศีรษะเด็กน้อย ดวงตาเรียวยาวทอประกายอ่อนโยนลึกซึ้ง

“หนูบัว... มาทำอะไรตรงนี้” เสียงเรียกดังขึ้น

เด็กหญิงหันไปมองคนเรียก พร้อมกับยิ้มกว้าง ขยับลุกจากเก้าอี้โบกมือให้มารดาที่มาตามหาลูกสาว

“หนูบัว...กินไอติม...อยู่ค่า...” มือป้อมชูถ้วยไอศกรีม ให้มารดาดู

“ซนจริงนะเรา เผลอแผล็บเดียว มาถึงนี่” มารดาเด็กหญิงบ่นงึมงำ ยกร่างเล็กมาอุ้มไว้แนบอก “เอาตังค์ที่ไหน ซื้อไอติมคะ”

“คุณน้าซื้อให้ค่า...” เด็กหญิงชี้มือไปที่เก้าอี้ ซึ่งบัดนี้ว่างเปล่า ไม่มีร่างของคุณน้าผู้ใจดีนั่งอยู่

“คุณน้าที่ไหน แม่เห็นหนูนั่งอยู่คนเดียว เป็นเด็กเป็นเล็ก อย่าหัดโกหกนะคะ”

ผู้เป็นมารดาสั่งสอน นางมองดูลูกสาวอยู่นาน เห็นเด็กหญิงนั่งเล่นเพียงลำพัง ไม่มีคุณน้าที่เด็กหญิงอ้างถึงสักคน

“ม่ายด้ายโกหกค่า... หนูบัวอยู่กับคุณน้าจิงๆ” เด็กหญิงยืนยัน กับมารดา เจ้าตัวน้อยพยายามกวาดสายตามองหาคุณน้าของแก แต่ไม่มีแม้แต่เงาของเขาอยู่แถวนั้นเลย

“ยังจะพูดอีก ช่างเถอะ กลับบ้านกันดีกว่า คุณพ่อวิ่งเสร็จแล้ว” มารดาของเด็กหญิงตัดบท เมื่อเห็นสามีกวักมือเรียก

“หนูบัวม่ายด้าย...โกหกนาค้า...” เด็กหญิงยังคงยืนยันคำเดิม ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาคลอๆ นั่นทำให้คนเป็นแม่ พยักหน้ารับให้แกสบายใจ

“จ้า! แม่เชื่อลูก ”

นางช้อนอุ้มร่างเล็กบอบบาง พาเดินไปหาสามีที่รออยู่ เมื่อร่างของสองแม่ลูกเดินห่างออกไป ในมุมหนึ่งหลังพุ่มไม้ ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มก็เดินออกมา ดวงตายาวเรียวทอดมองร่างเล็กๆ ที่ซบอยู่บนซอกบ่าของมารดา เด็กหญิงมองเห็นคุณน้าของแก ก็ยิ้มร่า ริมฝีปากแดงขยับแย้มกว้างน่าเอ็นดู ขยับโบกมือหยอยๆ ให้คนที่แกเห็นไปตลอดทาง

เจ้าของร่างสูงมองตามเด็กหญิงจนลับตา ดวงตาฉายรอยอ่อนเศร้า อาดูรลึกเร้น ตะวันสาดแสงสุดท้ายแต้มผืนดิน ประกายสีทองอาบไล้ร่างนั้นก่อนจะทอดเงาลับหายไปจากท้องฟ้า

“ปทุมทิพยา... แล้วเราจะพบกันอีกนะ ข้าสัญญา...”

ชายหนุ่มแหงนหน้ามองผืนฟ้าสีนิลก่อนจะหมุนกายหายวับไปจากตรงนั้น...

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
นิยายเรื่องนี้ เป็นแนวรักข้ามภพชาตินะคะ คนละแนวกับเรื่อง ร้อยรักหัวใจเดียว

ซึ่งเป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ การใช้สำนวนและการนำเสนอจะแตกต่างกัน

ผู้เขียนลองเขียนหลายๆ แนวดู จะได้เปลี่ยนบรรยากาศ


ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ

รวิญาดา




รวิญาดา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 7 ส.ค. 2555, 21:30:38 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 10 ก.ย. 2555, 21:49:37 น.

จำนวนการเข้าชม : 1200





   ตอนที่ 1. >>
คิมหันตุ์ 8 ส.ค. 2555, 17:03:04 น.
แวะมาเปลี่ยนบรรยากาศค่ะ ^^


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account