ทัณฑ์สวาทมาเฟีย
โชคชะตากำลังเล่นตลกร้ายกับม่านไหมเมื่อถูก หลี่ไท่หยาง หรือ โจนาธาน ลี เจ้าพ่อมาเฟียหนุ่มสุดหล่อแต่แสนโหด ลากตัวมาชดใช้ความผิดที่ไม่ได้กระทำเพราะความเข้าใจผิด การลงทัณฑ์ที่แสนโหดแต่เร่าร้อนจึงเกิดขึ้น
Tags: ทัณฑ์สวาทมาเฟีย

ตอน: ตอนที่ 4. ความผิดที่ต้องชดใช้

ตอนที่ 4. ความผิดที่ต้องชดใช้

ในยามดึกสงัด ม่านไหมค่อยๆ ย่องลงมาจากชั้นสองของตึกใหญ่ หันซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าปลอดคน ก็พาตัวเองวิ่งลงมายังชั้นล่าง พร้อมกระเป๋าสะพายใบเล็กบรรจุพาสปอร์ตและข้าวของมีค่าไว้ หญิงสาวยอมทิ้งข้าวของอย่างอื่นไว้ในห้อง เกรงจะเป็นภาระในการหลบหนี สิ่งที่หลี่ไท่หยางทำกับเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ม่านไหมต้องรีบพาตัวเองหลบหนีไปให้พ้นจากนายจ้างจอมหื่น เธอไม่สนใจว่าสัญญาจ้างที่เขาอ้างจะมีผลทางกฏหมาย แค่หลบหนีคนของเฮียอู๋กับเจ้าหนี้เงินกู้เถื่อนก็มหาโหดจนเลิกกลัวอะไรแล้ว จะมีเจ้าหนี้เพิ่มอีกคนจะหวั่นไปไย

ร่างเล็กบางเดินลัดเลาะออกมาทางประตูด้านหลัง ซึ่งแอบมาสำรวจในช่วงเย็น ในส่วนของครัวมีประตูเปิดออกถนนด้านหลังคฤหาสน์ ในยามดึกแบบนี้น่าจะปลอดคน แม่บ้านและคนรับใช้คงพากันนอนหลับไปหมดแล้ว ม่านไหมใช้ไฟฉายอันเล็กส่องดูทาง แสงจากไฟฉายไม่สว่างมากมองเห็นแค่ระยะใกล้ๆ หญิงสาวเดินมาถึงประตูห้องครัว ลองบิดลูกบิดประตูดูก็พบว่าไม่ได้ล็อค ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มดีใจ เปิดประตูย่องเข้าไปด้านใน เธอจำได้ว่าหลังครัวมีประตูอยู่ด้านหลังสุด ม่านไหมเดินไปเปิดประตูออกช้าๆ มันล็อคจากด้านใน มือบางค่อยๆ ดันประตูแล้วก้าวออกไป

ยามนี้บริเวณด้านนอกค่อนข้างสลัวเพราะแสงไฟจากโคมไฟข้างกำแพงส่องสว่างมาไม่ถึง ม่านไหมยื่นหน้าส่องดูซ้ายขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครเดินผ่านมาทางนี้ จึงเดินลัดเลาะไปตามทางเดินตรงไปยังประตูด้านหลังซึ่งอยู่ติดกับกำแพงรั้ว คฤหาสน์ตระกูลหลี่กว้างขวาง แบ่งเป็นสองตึกคือตึกเล็กกับตึกใหญ่ ตึกใหญ่ที่ม่านไหมอาศัยอยู่มีรั้วกั้นแบ่งเขตแดนกับตึกเล็กซึ่งเป็นที่อยู่ของคนงานในบ้าน ทางออกมีสองทางคือด้านหน้าประตูทางเข้า กับด้านหลังตึกทางที่เธอกำลังจะออกไปตอนนี้

“ประตูล็อคนี่ โอย... จะออกไปยังไงดีล่ะเนี่ย” ม่านไหมมองกุญแจดอกโตที่คลองประตูไว้อย่างหนักใจ

คนที่ล็อคไว้น่าจะเป็นแม่บ้านหรือยาม แต่ลูกกุญแจมันอยู่ที่ไหนกันหนอ... หญิงสาวเงยหน้าดูกำแพงรั้วสูงท่วมหัวแล้วหันรีหันขวางมองหาวิธีปีนออกไป ท้องฟ้ามีเมฆดำๆ กระจายเกลื่อนลมพัดมาค่อนข้างแรง ฝนคงกำลังจะตกในไม่ช้า หากไมรีบออกไป จะต้องเปียกฝนลำบากลำเข็ญกว่าเดิมแน่ ม่านไหมเดินเลาะกำแพงรั้วไปเรื่อยๆ ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นต้นไม้ต้นใหญ่ขึ้นอยู่ข้างกำแพง กิ่งก้านสาขาของมันพาดผ่านกำแพงพอดี ถ้าเธอปีนขึ้นไปได้แล้วค่อยๆ หย่อนตัวไปฝั่งตรงข้าม เธอจะหนีออกจากที่นี่ได้ เร็วเท่าความคิดม่านไหมรีบวิ่งตรงไปยังต้นไม้ต้นนั้นทันที

ร่างเล็กกระโดดเกาะลำต้นไว้ ค่อยๆ ป่ายปีนขึ้นไปทีละนิดร้องเท้าคัทชูทำให้การเกาะเกี่ยวทำได้ลำบาก พื้นรองเท้าลื่นเกินไปไม่สามารถยึดเกาะพื้นผิวได้ ต้องใช้แรงยึดเหนี่ยวจากแขนทั้งสองข้างมากกว่าปกติ การปีนจึงทำได้ช้า ม่านไหมพาร่างของตัวเองค่อยๆ กระดึบๆ เหมือนหนอนน้อยไต่ขึ้นไปบนต้นไม้สูงราวเมตรหนึ่ง ก็พักหายใจไม่ทันจะไปต่อก็ถูกมือของใครคนหนึ่งดึงข้อเท้าไว้ หญิงสาวสะดุ้งเฮือกดวตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะตกใจคูณสองเมื่อเห็นเจ้าของมือ

“คุณหลี่!”

“ลงมาเดี๋ยวนี้นะ ม่านไหม!” เสียงตะคอกของหลี่ไท่หยาง ทำให้ร่างน้อยผวาเยือกมือไม้อ่อนร่วงลงมาทันที

ว๊าย!!!

ร่างของม่านไหมร่วงลงมาทับคนที่อยู่ด้านล่างจนหงายท้อง ร่างหนากลายเป็ฯเบาะรองรับชั้นดีทำให้คนอยู่ด้านบนไม่เจ็บตัวมากเท่าไหร่ ม่านไหม่ขยับลุกขึ้นวิ่งหนีทันที พร้อมๆ กับสายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาก่อนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ร่างเล็กเปียกปอนไปทั้งตัว หลี่ไท่หยางขยับลุกขึ้นวิ่งไล่ตา ช่วงขายาวกว่ากับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำให้เขาตามทันไนไม่กี่นาทีต่อมา มือหนาคว้าข้อมือน้อยไว้กระชากดึงให้หยุดวิ่ง ส่งผลให้คนที่กำลังวิ่งหน้าตั้งเสียหลักล้มลง ฉุดร่างคนตัวโตกว่าให้ล้มลงตาม กายหนาหนักทับร่างเล็กจนจุกไปหมด

“ปล่อยฉันนะคุณหลี่!”

ม่านไหมพยายามดันร่างหนาให้ออกพ้นจากร่างขยับจะลุกขึ้น แต่ถูกหลี่ไท่หยางกระชากให้ล้มลงอีก สองร่างยื้อยุดฉุดกันไปมา เมื่อเธอกำหมัดทุบถองหยิกข่วนก็ถูกเขารัดเอวไว้แน่น เขารวบข้อมือน้อยชูขึ้นเหนือศีรษะแล้วโถมกายกดร่างเล็กบางนั้นไว้กับพื้น โดยไม่สนใจว่าพื้นหญ้าจะเฉอะแฉะเลอะเทอะแค่ไหน

“สิ้นฤทธิ์หรือยังแม่ตัวดี”

หลี่ไท่หยางจ้องหน้าเนียนใสด้วยแววตาวาวโรจน์ เขาหายใจแรงเหนื่อยไม่น้อย เมื่อถูกหญิงสาวตัวเล็กแต่ฤทธิ์มากคนนี้ทั้งทุบถองเตะถีบดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการ หากคืนนี้เขาไม่ทำงานจนดึก แล้วลุกขึ้นมายืนสูบบุหรี่ที่ระเบียงด้านหลังห้องทำงาน คงไม่เห็นว่าจำเลยแค้นของเขากำลังจะพยายามปีนต้นไม้หนีข้ามกำแพงไป เขาชะล่าใจเองที่ไม่ขังเธอไว้ในห้อง ไม่คิดว่าม่านไหมจะกล้าหลบหนีออกไป บอดี้การ์ดที่เคยดูแลความปลอดภัยรอบบ้านก็ถูกส่งไปดูแลเจนนี่ที่โรงพยาบาลส่วนหนึ่ง จำนวนน้อยลงทำให้หละหลวมต่อหน้าที่ จนหญิงสาวหลุดรอดสายตาเกือบหนีออกไปได้

“ฉันจะไปจากที่นี่ ปล่อยฉันนะ”

ม่านไหมไม่ยอมจำนนง่ายๆ ดิ้นรนสุดแรง ฝนที่เทลงมาทำให้แสบตาไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นไม่ทำให้หญิงสาว ยอมแพ้ ร่างหนาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งของหลี่ไท่หยางกดทับเธอทั้งตัวจนอึดอัดไปหมด เขาใช้น้ำหนักตัวกดร่างเธอไว้ไม่ให้ดิ้น มันหนักและหายใจแทบไม่ออก บวกกบสายฝนเย็นๆ กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้เนื้อตัวเปียกชื้นทั้งหนาวทั้งเย็นจนสั่นสะท้าน

“นึกหรือว่าจะหนีพ้น ฉันไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีฉันไปง่ายๆ หรอก แม่ตัวดี” หลี่ไท่หยางบีบคางหญิงสาวไว้แน่น บังคับให้มองหน้าเขา “เธอมันนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ขืนฉันปล่อยเธอไป เธอคงไปทำความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกไม่รู้เท่าไหร่”

คำบริภาษของเขาช่างไร้เหตุผลในความคิดของคนฟัง ม่านไหมนึกทบทวนความทรงจำของตัวเองนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเธอเคยไปทำอะไรให้ผู้ชายคนนี้เจ็บแค้นนักหนา เขาถึงได้ทำท่าเกลียดชังเธอขนาดนี้

“ฉันไปทำอะไรให้คุณ ฮะ ถึงได้ทำบ้าๆ แบบนี้กับฉัน”

“ทำอะไรเหรอ เธอน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าเธอเคยทำเรื่องเลวๆ อะไรไว้บ้าง” มือหนาเพิ่มแรงบีบคางเล็ก จนอีกฝ่ายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่เขาหาได้สนใจไม่ “เธอกับไอ้ลายเมฆพี่เลวๆ ของเธอร่วมมือกันทำอะไร กับใครไว้มากมายสิท่า ถึงได้นึกไม่ออกว่าทำอะไรกับใครไว้ยังไงบ้าง”

ม่านไหมหยุดดิ้น เมื่อรู้ว่าผู้ชายคนนี้รู้จักลายเมฆพี่ชายของเธอ คนเป็นน้องรู้นิสัยพี่ชายตัวเองดีว่าเจ้าเล่ห์กระล่อนปลิ้นปล้อนแค่ไหน หากจะมีสักเรื่องที่ลายเมฆก่อไว้คงไม่พ้นเรื่องเจ้าชู้ ชอบโปรยเสน่ห์จนผู้หญิงหลงรัก ลายเมฆคงไปทำอะไรไม่ดีไว้กับเขาหรือญาติพี่น้องของเขาสินะ หลี่ไท่หยางถึงได้พูดออกมาแบบนี้

“คุณหลี่ ถ้าพี่ชายของฉันทำอะไรไม่ดีไว้ ฉันขอโทษแทนเค้าด้วย” ม่านไหมเอ่ยขอโทษเสียงแผ่ว แววตาลุแก่โทษ

หลี่ไท่หยางคลายมือที่กดล็อคออก เขาขยับลุกขึ้นยืน ดึงแขนหญิงสาวให้ลุกขึ้นตาม ฝนยังคงตกหนักในตึกไร้ผู้คนจนดูวังเวง ม่านไหมยอมเดินตามชายหนุ่มเข้ามาด้านในโดยไม่ขัดขืน หญิงสาวต้องการรู้เรื่องที่พี่ชายทำไว้ หวังจะหาวิธีทำให้เขารับคำขอโทษ หลี่ไท่หยางลากแขนพาเธอเดินเข้าไปในห้องนอนของเขา แล้วตรงรี่เข้าไปในห้องน้ำ

“เอ่อ... คุณหลี่คะ ฉันว่าฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องของฉันจะสะดวกกว่า แล้วเราค่อยมาคุยกันเรื่องของพี่ชายฉันพรุ่งนี้เช้าดีไหมคะ ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้ว”

ม่านไหมขืนกายไว้ ไม่ยอมตามเขาเข้าไปในห้องน้ำ ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนวาบเข้ามาในหัว เธอกลัวว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยเดิม ท่าทางของชายหนุ่มหื่นโหดน่ากลัวไม่น้อย

หลี่ไท่หยางตวัดสายตามองร่างเล็กด้วยสายตาขุ่นจัด “เข้ามาดีๆ ฉันไม่ยอมให้เธอคิดหนีอีกแน่” เขาแขนลากเธอกระชากดึงเข้าไปในห้องน้ำด้วยกันโดยไม่ฟังคำคัดค้าน

ม่านไหมยื้อตัวเกร็งร่างไว้สุดฤทธิ์ไม่ยอมให้เขาพาเข้าไป “ไม่นะคะ ฉันไม่เข้าไป”

“อย่าทำตัวน่ารำคาญได้มั้ย ฉันเกลียดคนที่ขัดใจฉันที่สุด มานี่” เขาตวาดเธอเสียงดัง แล้วกระชากร่างบางมาปะทะอกแกร่ง ก่อนจะช้อนอุ้มพาเดินเข้าไปด้านใน ม่านไหมขยับจะดื้นหนีแต่ต้องหยุดดิ้นทันที เมื่อสายตาดุๆ ของเขาจ้องมา “อย่าดิ้นนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะจูบเธอให้ขาดใจตายตรงนี้แหละ”

ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนเปียกโชกทั้งตัว ผ้าเปียกน้ำแบบนี้บางจนมองทะลุไปเห็นเนื้อนวลด้านใน ยิ่งเธอดิ้นเนื้อตัวยิ่งเสียดสีร่างหนา จนปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างให้ลุกโชนขึ้นมา หลี่ไท่หยางพยายามสะกดกลั้นความรุ่มร้อนในอก ความอดทนของเขามีขีดจำกัดเมื่อไม่เคยต้องกลั้นความปรารถนาของตัวเองสักครั้ง ยามใดอยากปลอดปล่อยก็มีหญิงงามดาหน้ามาให้เลือก จะกี่ครั้งกี่คราก็ไม่เคยต้องอดทน ยิ่งรูปร่างผิวพรรณนุ่มเนียนมือถูกใจแบบนี้ ยิ่งทำให้อารมณ์ปรารถนาพุ่งขึ้นสูงง่ายดายนัก เมื่อครู่เขาทั้งกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับหญิงสาวอยู่นานสองนาน กายแกร่งเสียดสีกับโนมเนื้อนุ่มหยุ่นจนก่อปฏิกิริยาทางอารมณ์ สมองเบลอจนเผลอพูดให้เธอรู้เรื่องที่เขาโกรธเคืองเธอออกมา

“คุณหลี่คะ อย่า... อย่าทำฉันเลยนะ” ม่านไหมบอกเสียงสั่น แววตาวาววามของเขาบอกว่าพร้อมจะทำตามคำพูดทันทีที่เธอขัดใจ หญิงสาวรู้สึกกลัวขึ้นมา ผู้ชายคนนี้อารมณ์แรงและร้ายกาจกว่าผู้ชายหลายคนที่เธอเคยรู้จัก

หลี่ไท่หยางวางร่างบางในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ เปิดน้ำอุ่นแล้วถอดเสื้อผ้าออกจากร่างของเขา โดยไม่สนใจว่ามีใครกำลังมองด้วยความตกใจ ม่านไหมเบือนหน้าหนีหลับตาปี๋ แก้มนวลแดงซ่านขึ้นมาทันตาเห็น เสียงเสื้อผ้าร่วงลงพื้นเงียบหายไป ร่างหนาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งของชายหนุ่มก้าวลงมาในอ่าง เขาขยับเข้ามาใกล้ๆ วางมือบนบ่าของเธอ ทำเอาคนที่หลับตาสะดุ้งโหยงลืมตาขึ้นมอง ก่อนจะหลับตาอีกครั้งแล้วส่งเสียงร้องลั่น

“ว๊าย คุณหลี่!”

ภาพร่างเปลือยของชายหนุ่ม ทำเอาหัวใจของหญิงสาวเต้นรัวราวกับตีกลองเพล เกิดมาจนโตเป็นสาวไม่เคยเห็นร่างกายเปลือยเปล่าของผู้ชายคนไหนเต็มตาแบบนี้มาก่อน แม้จะมีพี่ชายแต่ลายเมฆถือเรื่องนี้นักเขาไม่เคยเปลือยต่อหน้าน้องสาว ม่านไหมเคยแอบดูรูปผู้ชายในหนังสือนู้ดบ้าง ได้แต่ทำตาโตมองอย่างระทึกใจ ไม่นึกว่าของจริงจะน่าระทึกกว่านั้นเป็นร้อยเท่า รูปร่างของหลี่ไท่หยางได้สัดส่วน ไหล่กว้างผึ่งผาย กล้ามเนื้อเรียงตัวสวยได้รูป ตรงท้องมีกล้ามเนื้อเป็นลอนสวยที่เรียกว่าซิกแพ็ค ช่วงขากับสะโพกแกร่งมีกล้ามเนื้อสวยงาม รูปร่างของเขาเพอร์เฟ็คพอๆ กับนายแบบมันไม่ได้อุจาดตาแต่มันชวนให้ใจสั่นหวิวมากกว่า ม่านไหมเลยต้องรีบหลับตาเกรงอีกฝ่ายจะเห็นสายตาของเธอ

“ร้องวี๊ดว้ายอย่างกับไม่เคยเห็น” เสียงบ่นของเขาดังมากระทบหู แต่ม่านไหมไม่ยอมลืมตาขึ้นมา

“คุณไม่อายแต่ฉันอายนี่ คนอะไรหน้าด้าน ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าผู้หญิงก็ได้” เธอตำหนิเขาทั้งที่ยังหลับตาอยู่

แก้มนวลแดงเรื่อเจือสีกุหลาบ ชวนให้คนมองรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ ความโมโหเมื่อครู่ค่อยๆเลือนหายไปทีละน้อย เมื่อความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ ดวงตายาวเรียวหรี่มองร่างเพรียวบางของหญิงสาวที่หลับตาตัวสั่นตรงหน้า ปากอิ่มของเธอซีดสั่นระริก สองมือกอดรัดร่างตัวเองไว้ราวกับทำอย่างนั้นแล้วจะปลอดภัยจากเขา เชลยสาวของเขาคงไม่รู้ว่ายิ่งเจ้าตัวทำแบบนั้น ยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากเอาชนะ เธอคงไม่รู้ว่าคนอย่างหลี่ไท่หยางไม่ชอบคนขัดใจ หากใครขัดใจเขาจะโดนลงโทษหนัก...

“ถอดเสื้อผ้าเธอออกซะ จะได้รีบอาบน้ำให้เสร็จ” เขาออกคำสั่ง ราวกับสิ่งที่บอกคนฟังจะยอมปฏิบัติตามอย่างง่ายดาย

ม่านไหมส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ค่ะ ฉันไม่ถอด คุณจะอาบน้ำก็อาบไปสิ อย่ามายุ่งกับฉัน” เรื่องอะไรเธอจะยอมเปลือยกายให้เขาเห็นอีก ครั้งก่อนหากไม่ใช่เขาบุกรุกเข้ามาในห้องน้ำคงไม่ได้เห็นร่างเปลือยของเธอหรอก

“ฉันจะอาบกับเธอ” เขาเหมือนเด็กดื้อ ไม่ยอมฟังเสียงใคร มือหนากระชากเสื้อของหญิงสาวจนกระดุมขาด เขาดึ้งทึ้งเสื้อผ้าของเธอออกโดยไม่นำพาต่อเสียงวี๊ดว้าย และการขัดขืนของอีกฝ่าย

ม่านไหมทนหลับตานิ่งอยู่ไม่ไหวเมื่อถูกชายหนุ่มดึ้งทึ้งเสื้อจนขาดแล่ง เธอขยับลุกขึ้นผลักเขาหงายท้องแต่หนีไม่พ้น เมื่อมือหนากระชากแขนเธอให้ล้มลงไปอีก ยิ่งดิ้นแรงเสื้อผ้าก็ถูกดึงขาดหลุดออกไปจากร่าง หลี่ไท่หยางหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็ฯม่านไหมหมดปัญญาปกป้องตัวเอง มาเฟียหนุ่มเมามันกับการปลุกปล้ำถอดเสื้อผ้าหญิงสาว ดวงตายาวเรียวพราวระยับสนุกสนานบันเทิงใจ อันเดอร์แวร์ลูกไม้สีขาวเป็นชิ้นสุดท้ายที่หลุดออกจากร่างงามเผยให้เห็นเนื้อตัวขาวผ่องของเธอ เขาเทครีมอาบน้ำมาถูเนื้อตัวเธอกับเขาจนทั่ว แล้วเปิดน้ำราดจนสะอาดหอมกรุ่นไปทั้งตัว ร่างหนาบดเบียดเสียดสีร่างบางจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง สายน้ำอุ่นๆ ห่อหุ้มสองร่างไว้ด้วยกัน เมื่อสะอาดหมดจดหลี่ไท่หยางก็ปิดน้ำ หยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดน้ำออกจากร่างน้อยจนแห้ง แล้วโอบอุ้มพาไปว่างไว้บนเตียงกว้าง

“ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต!” เสียงเล็กๆ กรีดร้องด่าทอคนตัวใหญ่

กำปั้นน้อยๆ ทุบถองหน้าอกหนาตุบตับ ดวงตากลมโตของหญิงสาววาววับด้วยความโมโห เมื่อไร้ทางปกป้องตัวเอง เขาตัวโตกว่าแรงเยอะกว่า เธอไร้ทางสู้โดยสิ้นเชิง หลี่ไท่หยางปอกเปลือกเนื้อตัวเธอราวกับปอกเปลือกกล้วย จับเธอฟอกสบู่ถูตัวอาบน้ำให้จนเสร็จ เขาทำเหมือนเธอเป็นของเล่นคิดจะเล่นสนุกยังไงก็ได้ ม่านไหมโกรธจนน้ำตาคลอ เธอไม่ใช่คนชอบร้องไห้ หากไม่ถึงที่สุดจริงๆ อย่าหวังว่าจะได้เห็นน้ำตา

“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าขัดใจฉัน เธอมันดื้อก็สมควรจะโดนแบบนี้”

หลี่ไท่หยางมองคนที่ทำหน้าบึ้งตึงด้วยสายตาขบขัน มือหนาจับแขนทั้งสองของเธอล็อคไว้ มือข้างที่ว่างก็ลูบไล้เนื้อตัวนุ่มเนียนไปมา ผิวของเธอนุ่มมากขาวใสเนียนละมุนมือกว่าผู้หญิงคนใดที่เขาเคยสัมผัส ดวงตายาวเรียวพราวระยับเมื่อทอดมองปทุมถันคู่งาม มันอวบใหญ่พอดีตัว ปลายยอดสีชมพูเรียกร้องเชิญชวนให้ลิ้มลอง เอวคอดบางหน้าท้องแบนราบไร้ไขมันส่วนเกิน สะดือบุ่มเล็กของเจ้าตัวน่ารักจนอยากสัมผัส สายตาของมาเฟียหนุ่มมองเลยลงมายังจุดที่ต่ำกว่า เขายิ้มเมื่อเห็นกุหลาบงามช่อนั้น ม่านไหมหน้าแดงซ่านไขว้ขาไว้พยายามหนีบต้นขาแน่น ปกปิดส่วนสงวนไม่ให้เขามองเห็น ยิ่งปลุกเร้าให้คนเอาแต่ใจอยากเอาชนะ

“อย่ามองนะ คนบ้า!” เธอตวาดเขาเสียงดัง

ม่านไหมเบี่ยงกายเอียงข้างหวังหลบให้พ้นสายตาโลมเลียมนั้น ทั้งอายทั้งโมโห แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เจ็บใจจนแทบจะจุกอกตาย อยากเอานิ้วจิ้มลูกตาวาวๆ นั้นให้บอดทั้งสองข้างนัก เขาจ้องเธอตัวเธอเหมือนเป็นของหวาน จ้องเอาๆ หากตัวเธอเป็นขนมจริงๆ คงจืดชืดไปหมดแล้ว สายตาของเขาราวกับคมมีดมันบากเนื้อตัวเธอได้ คงมีแต่รอยไปทั้งตัว

ดวงตาคมจ้องมองใบหน้างามนิ่ง ปลายนิ้วไล้วนยอดอกสีกุหลาบเบาๆ อุ้งมือโอบประคองปทุมคู่งามเคล้าคลึงจนร่างบางบิดกายเร่า หญิงสาวกัดริมฝีปากไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้เสียงครางหลุดออกมา หลี่ไท่หยางยิ้มพรายทรมานเธอต่อด้วยการ ก้มลงไปจุมพิตบนเนินอก ลากไล้ตวัดลิ้นไปมาช้าบ้างเร็วบ้าง ม่านไหมพยายามบิดตัวหนีแต่เขาก็ตามติดไม่ลดระ มือที่ล็อคแขนเธอไว้เลื่อนมาจับเอวคอด ดันแผ่นหลังให้แอ่นโค้งขึ้นให้รับสัมผัสหนักหน่วงร้อนแรงนั้น หญิงสาวจิกเล็บบนไหล่ของเขาผลักร่างหนาให้ออกห่าง ม่านไหมเจ็บใจร่างกายของเธอนัก มันทรยศเจ้าของอย่างน่าอาย แรงดิ้นรนขัดขืนน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อถูกปลายลิ้นร้อนร่ายมนต์ จนอ่อนระทวยไปทั้งตัว หลี่ไท่หยางเงยหน้าขึ้นมองคนที่หลับตาพริ้ม ก่อนจะดูดเม้มผิวเนื้อนุ่มจนเป็นรอยแดง

“ม่านไหม เธอเป็นของฉัน” เสียงทุ้มนุ่มหู ดังขึ้นปลุกให้หญิงสาวรู้สึกตัว

“ปล่อยฉัน ไอ้คนเลว ปล่อย!” เสียงที่คิดว่าตวาดดัง แท้จริงมันแผ่วพร่าไม่ต่างจากเสียงกระซิบ

“เธอเป็นของฉัน เป็นทาสฉัน” เขาจับคางเธอให้สบตา

“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้เป็นของคุณ ฉันเป็นเจ้าของตัวฉันเอง”

ม่านไหมคัดค้าน รอยประทับของเขาทำเอาเธอเจ็บแปลบจนน้ำตาซึม เมื่อก้มลงมองรอยคิสมาร์คสีแดงบนเนินอกยิ่งเจ็บใจเป็นร้อยเท่า หลี่ไท่หยางประกาศความเป็นเจ้าของ พร้อมประทับตราบนผิวนุ่มของเธอ รอยยิ้มหยันของเขาทำให้เธอรู้สึกอับอายเหลือเกิน

“คุณบอกว่าพี่ฉันเลว แต่คุณมันเลวยิ่งกว่า”

“ฉันเลวอย่างนั้นหรือม่านไหม ฉันเลวกว่าพี่ชายเธอมากแค่ไหน” หลี่ไท่หยางหัวเราะลงคอ ราวกับขบขันนักหนา

“พี่ชายของฉันคงไม่ทำอะไรเลวๆ กับน้องสาวคุณ เหมือนที่คุณกำลังทำกับฉัน”

“ลายเมฆมันไม่ได้แตะต้องน้องสาวฉันก็จริง แต่มันเป็นคนทำให้เจนนี่ต้องฆ่าตัวตาย”

เสียงของหลี่ไท่หยางกร้าวขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ประทุ ริมฝีปากหยักแค่นยิ้ม มองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาวาวโรจน์

“ไอ้ลายเมฆทำให้เจนนี่เสียใจจนกินยานอนหลับไปทั้งกระปุก แล้วกรีดข้อมือตัวเองฆ่าตัวตาย พี่ชายเธอมันกล้าหลอกลวงเด็กผู้หญิงพิการคนหนึ่งอย่างน่าไม่อาย น้องสาวฉันเกือบตายเพราะมัน”

สิ่งที่ได้ยินทำให้ม่านไหมตกตะลึง ความเจ็บแค้นของหลี่ไท่หยางส่งผ่านสู่หัวใจของม่านไหม

“เจนนี่ถูกพี่ชายเธอหลอกเอาเงินไม่พอ เขายังส่งข้อความมาบอกเลิกเธอ วันนั้นถ้าไม่มีใครไปพบแล้วพาส่งโรงพยาบาลทัน น้องสาวของฉันคงเหลือแต่ชื่อ”

ม่านไหมสะดุ้งวาบเมื่อนึกถึงเจนนี่ออก เด็กผู้หญิงคนนั้นคือน้องสาวของหลี่ไท่หยาง เธอเคยแอบเข้าไปอ่านกล่องข้อความที่พี่ชายคุยกับเจนนี่ รู้ว่าลายเมฆห่วงใยเอาใจใส่เจนนี่มากกว่าเพื่อนสาวคนไหนของเขา จนเธอนึกหมั่นไส้ ช่วงหลังพี่ชายมัวแต่วุ่นกับการหนีหนี้ จนไม่ได้ติดต่อเจนนี่ ม่านไหมไปเปิดดูกล่องข้อความก็พบข้อความตัดพ้อต่อว่าจากเจนนี่ จนรู้สึกรำคาญ เลยส่งข้อความตัดสัมพันธ์ไป ไม่คิดว่ามันจะส่งผลทำให้เด็กสาวเสียใจจนคิดฆ่าตัวตาย คนที่ทำผิดต่อเจนนี่คือเธอ... ม่านไหมนึกเสียใจกับการกระทำโง่ๆ ของตัวเอง เธอทำร้ายจิตใจเด็กผู้หญิงคนหนึ่งโดยขาดความยั้งคิด สมควรแล้วที่พี่ชายของเจนนี่จะโกรธเกลียดเธอ

“ฉะ ฉันขอโทษ... พี่ชายฉันเขาไม่ได้ทำร้ายเจนนี่ แต่...” ม่านไหมขยับปากจะบอกความจริงแต่ถูกคนฟังขัดขึ้นก่อน

“หุบปากนะ ฉันไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวจากเธอ!”

หญิงสาวเอ่ยขอโทษออกมาด้วยความสำนึกผิด แต่คนฟังกลับรู้สึกโมโหขึ้นมา เมื่อเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังแก้ตัว จึงไม่อาจทนฟังให้จบไหว

“เธอต้องชดใช้ความผิดที่เธอกับพี่ชายทำไว้กับน้องฉัน ด้วยร่างกายของเธอ ม่านไหม” หลี่ไท่หยางเอ่ยเสียงกร้าว

“ไม่นะ ฟังฉันก่อน อุ๊บ!” เสียงร้องขาดหายลงคอไป เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงมาปิดไว้แน่น

จุมพิตของหลี่ไท่หยางดุดันไร้ความอ่อนโยน แรงขับจากภายในกระตุ้นให้เขาทำรุนแรงกับเธอ ภาพของน้องสาวที่นอนนิ่งเป็นผักไม่ต่างจากซากศพลอยแวบเข้ามาในหัว ความแค้นผลิดอกออกผลจนแน่นอก มาเฟียหนุ่มไม่คิดจะถนอมร่างบางสักนิด เขาอยากให้เธอเจ็บปวด อยากให้พี่ชายสารเลวของเธอเจ็บปวดไม่น้อยกว่าเขา หากรู้ว่าน้องสาวได้รับผลกรรมจากการกระทำเลวของตนเช่นไร

ม่านไหมหมดปัญญาดิ้นรน เมื่อหลี่ไท่หยางกำลังชำระแค้นของเขาด้วยการพร่าผลาญร่างกายของเธอ มือหนาขยำทรวงนุ่มจนแทบแหลกคามือ ริมฝีปากหนาบดขยี้ริมฝีปากอิ่มจนบวมเจ่อ ก่อนจะรุกรานไปทั่วทุกตารางนิ้วบนผิวเนื้อนุ่ม ฝากรอยแดงๆไว้ทุกๆ ที่อย่างไม่คิดถนอม ขณะเดียวกันก็ปลุกเร้าเธอให้คล้อยตามสัมผัสร้อนเร่านั้น ปลายลิ้นร้อนลากไล้โลมลูบผ่านจุดไวต่อความรู้สึก กระตุ้นกายสาวให้ตอบสนองอย่างน่าอาย

“เธอเป็นทาสฉัน ม่านไหม เธอเป็นทาสของหลี่ไท่หยาง...” เสียงคำรามของเขาดังกระหึ่ม

“ไม่... อย่านะ อย่า... ได้โปรด...”

ม่านไหมบิดกายเร่าร้องครางขอความเมตตาเมื่อเขาไล่ต้อนเธอจนทรมานแทบขาดใจ สมองอ่อนล้าสิ้นแรงต่อต้าน เมื่อความรู้สึกบางอย่างพุ่งแรงจนกลบกลืนทุกสรรพสิ่ง หลี่ไท่หยางไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวอุทรณ์จัดการลงทัณฑ์เธอด้วยกายแกร่งของเขา ม่านไหมสะดุ้งเฮือกเจ็บแปลบราวกับร่างกายแยกออกเป็นสองส่วน จนต้องกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เสียงของเธอทำให้คนลงทัณฑ์ชะงักหยุดเคลื่อนไหว ก่อนจะยิ้มหยันแล้วปิดเสียงร้องหนวกหูนั้นด้วยริมฝีปากของเขา ก่อนจะขยับร่างตอกตรึงร่างบางด้วยจังหวะหนักหน่วงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่นำพาต่อการดิ้นรนขัดขืนนั้น

เขาอยากให้เธอเจ็บ อยากให้เธอจำ ขณะเดียวกันอยากลงทัณฑ์เธอให้ทรมานเจียนตายอยู่ใต้ร่างของเขาแบบนี้จนขาดใจ ...

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ญาดาพาลายเมฆไปรักษาตัวที่บ้าน หลังจากหมออนุญาตให้ชายหนุ่มออกจากโรงพยาบาลได้ หญิงสาวจัดห้องให้คนเจ็บพักในบ้านหลังเดียวกับเธอ ลายเมฆกลายเป็นภาระที่ญาดาต้องดูแลเอาใจใส่ เธอต้องป้อนข้าวป้อนยาเขาทั้งสามมื้อ คอยเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ จากที่แยกห้องกันอยู่ญาดาเลยพาเขามาอยู่ร่วมห้อง จะได้ดูแลสะดวก เพราะยามค่ำคืนเธอต้องลุกพาคนเจ็บไปเข้าห้องน้ำ ขาของลายเมฆยังเจ็บอยู่ทำให้เดินไม่สะดวก แขนข้างหนึ่งก็หักใช้การไม่ได้ ข้างที่เหลือก็เป็นข้างไม่ถนัดหยิบจับอะไรแต่ละที คอยจะหล่นร่วงอยู่ประจำ จนคนเห็นทนไม่ไหวเข้าไปช่วยจัดการทำให้

“พี่แยมดีกับน้องเมย์ เหมือนพี่สาวเลยนะคะ” ลายเมฆพูดเสียงหวาน ขณะมองญาดากำลังหยิบมานวมมาห่มให้เขา

“ก็น้องเมย์ยังไม่หายนี่จ้ะ ถ้าหายดีพี่จะใช้เราทำนู่นนี่ให้คุ้มเลย”

หญิงสาวยิ้มให้แล้วเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียง ก่อนจะเอนกายลงนอนบนหมอนนุ่มข้างเขา หนึ่งอาทิตย์แล้วนับตั้งแต่พาชายหนุ่มหน้าหวานมาพักที่นี่ สองวันแรกเธอให้เขานอนอีกห้องหนึ่ง แต่การวิ่งรอกดูแลคนเจ็บมันช่างเหนื่อยไม่น้อย ภาระการงานในสวนก็เหนื่อยพอแรง ยังต้องกลับมาดูแลคนเจ็บเพิ่มอีก ยิ่งทำให้เหนื่อยเป็นสองเท่า ญาดาเลยตัดสินใจให้ลายเมฆนอนห้องเดียวกับเธอ จะได้ดูแลสะดวก แม้การนอนร่วมเตียงเดียวกันกับชายหนุ่ม จะทำให้สาววัยยี่สิบแปดอย่างเธอต้องใจสั่น แต่มันก็สั่นแค่คืนแรกๆ พอหลายวันเข้า กลายเป็นความเคยชินไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อตื่นนอนในตอนเช้าแล้วพบว่าไม่เธอก็เขาจะเผลอนอนกอดกัน จากสถิติเป็นเธอที่กอดเขาก่อนเพราะอีกฝ่ายแขนหักขยับตัวลำบาก เธอก็นอนดิ้นขี้เซาตื่นมาทีไรมักจะนอนซบซุกอกกว้างของเขาอยู่ร่ำไป วันแรกก็เขินอายบ้าง วันต่อมาหน้าเริ่มหนาใจเริ่มด้าน จนในที่สุดก็หมดอายกลายเป็นความเคยชินไป ถ้าวันไหนตื่นมาแล้วไม่กอดเขา วันนั้นญาดารู้สึกว่าตัวเองจะหงุดหงิดอารมณ์เสียทั้งวัน

“พี่แยมคะ น้องเมย์เบื่อจังวันๆ เอาแต่นั่งๆ นอนๆ ไม่ได้ทำอะไร”

“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้พี่จะพาเราไปเที่ยวดีไหม ที่วัดใกล้บ้านเรากำลังจัดงานวัด”

พรุ่งนี้ช่วงเย็นเธอว่าง น่าจะมีเวลาพาน้องย์ไปเปิดหูเปิดตาเที่ยวงานวัดสักหน่อย ขาข้างที่เจ็บก็หายดีแล้วน้องเมย์คงจะเดินเที่ยวไหว ญาดาหมุนตัวนอนตะแคงหันหน้าไปหาลายเมฆ แสงจากโคมไฟริมรั้วลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องเป็น มองเห็นโครงหน้าของชายหนุ่มสลัวลาง ผิวขาวๆ ของเขาเปล่งปลั่งแม้ในยามดับไฟ

“น้องเมย์ มาทำให้พี่แยมลำบากหรือเปล่าค่ะ” คนที่นอนอยู่ตรงหน้า พึมพำเสียงอ่อน

“ไม่หนอกจ้า พี่เป็นคนทำให้น้องเมย์เป็นแบบนี้ พี่ต้องรับผิดชอบชีวิตของน้องเมย์สิจ้ะ” ญาดาขยับเข้าไปใกล้ วาดแขนโอบกอดร่างหนาเอาไว้

ลายเมฆขยับเอียงหน้าเข้าซบซอกไหล่คล้ายออดอ้อน เขายิ้มกริ่มเมื่อพี่สาวคนสวยกระชับอ้อมแขนโอบรัดแน่นขึ้น กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ชวนให้คนได้กลิ่นรู้สึกพลุ่งพล่านในอารมณ์จนแทบกลั้นไว้ไม่อยู่ จำต้องเก็บอาการไว้สุดฤทธิ์ไม่ให้เผลอแสดงออกจนอีกฝ่ายจับได้ อยากจะกอดตอบรัดร่างบางไว้แนบอก แต่สังขารไม่อำนวยแขนข้างถนัดติดเฝือก อีกข้างก็นอนทับไว้ ได้แต่นอนนิ่งให้เธอเป็นฝ่ายกอดเขา

“น้องเมย์รักพี่แยมที่สุด” ลายเมฆทอดเสียงหวาน ออดอ้อน พร้อมกับยื่นจมูกไปหอมแก้มนวลเบาๆ

ญาดาขนลุกเกรียว หน้าร้อนผ่าวเมื่อถูกน้องสาวต่างเพศจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะสงบสติอารมณ์ที่ฟุ้งซ่านลง เมื่อนึกได้ว่าอีกฝ่าย คงอยากแสดงความขอบคุณตามประสา น้องเมย์ตัวเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงคงไม่คิดอะไรเกินเลยกับเธอ มากกว่าความเป็นพี่น้อง เธอนี่สิกลับคิดอะไรเลยเถิดแล้วหวั่นไหวไปฝ่ายเดียวน่าละอายแท้ๆ

“นอนเถอะจ้ะ น้องเมย์ พรุ่งนี้พี่จะพาไปเก็บกล้วยไม้ในสวน” ญาดาสลัดความรู้สึกกวนใจทิ้งไป หลับตาลงก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

ลายเมฆลืมตาในความมืดจ้องมองใบหน้าที่ห่างไม่กี่เซ็นด้วยสายตาพราวระยับ เธอยังคงกอดเขาไว้เบียดเนื้อตัวนุ่มเนียนแนบชิดกายหนาอย่างไว้เนื้อเชื่อใจ โดยไม่รู้ว่าน้องเมย์ชายใจหญิงนั้น ได้ฟื้นความทรงจำของตัวเองแล้ว เมื่อสองวันก่อนลายเมฆตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัว เขาพยายามเดินเข้าห้องน้ำด้วยตัวเองเพราะไม่อยากปลุกญาดาที่กำลังนอนหลับสบาย พอทำธุระเสร็จจะเดินมานอนต่อ ก็สะดุดขาตัวเองหัวทิ่มขอบประตูเต็มแรงสลบไป พอฟื้นขึ้นมาอีกทีพบว่าความทรงจำของเขากลับคืนมาอย่างน่าประหลาด เขาแอบโทรไปหาน้องสาวแต่โทรไม่ติด ม่านไหมปิดโทรศัพท์ เลยโทรไปหาโอโม่พอรู้เรื่องน้องสาวไปทำงานที่ฮ่องกงพร้อมทั้งฝากเช็คไว้ให้จึงคลายใจหมดห่วง เลยอยู่ให้ญาดาเอาใจใส่อย่างมีความสุข

“พี่แยม น้องเมย์รักพี่แยมนะ” ลายเมฆกระซิบบอกคนที่นอนหลับสนิท ก่อนจะก้มลงจุมพิตริมฝีปากนุ่มหวานนั้นเบาๆ

เขาขอเป็นน้องเมย์ของเธอสักพักจนกว่าจะหายดี หลังจากนั้นเขาจะบอกความจริงกับเธอ แล้วค่อยสานต่อความสัมพันธ์ ผู้ชายอย่างนายลายเมฆ แม้จะหัวหกก้นขวิดมาทั่งราชอาณาจักร ผ่านผู้หญิงมามากกว่าจำนวนนิ้วมือบวกนิ้วเท้ารวมกัน หากจะคิดจริงจังกับใครสักคนแล้วล่ะก็ เขายอมทุ่มทั้งตัวและหัวใจเพื่อเธอคนนั้นคนเดียว...

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ตอนนี้มาอัพช้าหน่อยนะคะ เลิฟซีนจัดหนัก จัดเต็มเหนียว แต่พยายามจะใช้ภาษาไม่ให้ดิบเถื่อนเกินไปในการบรรยายฉากเลิฟซีนของคู่เฮียหลี่ กับน้องไหม

ตอนนี้ เฮียหลี่ของเราสำเร็จโทษน้องไหมไปแล้ว ผู้อ่านคิดว่าเร็วไปไหม เพิ่งสี่ตอนเอง

อีกคู่น้องเมย์กับพี่แยม ก็กำลังกุ๊กกิ๊กได้ที แต่เลิฟซีนต้องรอต่อไป ลายเมฆจะสวมบทน้องเมย์ได้เนียนแค่ไหน ต้องช่วยลุ้นกันต่อ

สองคู่สองสไตล์ คู่หนึ่งพระเอกร้ายสุดขั้ว คู่สองพระเอกรั่วสุดแรง

ชอบคู่ไหน เม้นบอกผู้เขียนบ้างนะคะ จะได้จัดหนัก จัดเต็มให้อ่านกัน

ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ

รวิญาดา/ผการุ้ง








รวิญาดา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 16 ก.ย. 2555, 03:11:48 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 16 ก.ย. 2555, 03:11:48 น.

จำนวนการเข้าชม : 16630





<< ตอนที่ 3. ชะตากรรมของสองพี่น้อง   ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ >>
Pat 16 ก.ย. 2555, 07:42:02 น.
ชอบทั้งสองคู่ค่ะ


nunoi 16 ก.ย. 2555, 09:39:10 น.
ชอบทั้งสองคู่เหมือนกันค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ เฮียหลี่จะว่ายังไงเมื่อรู้แล้วว่าเป็นคนแรกของหนูไหม


เลดี้มาเฟีย 9 พ.ย. 2555, 17:28:43 น.
ยังไม่จบใช่มั้ยคะใครรู้ตอบทีจ้า พึ่งมาใหม่คะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account