ขอเพียงใจเธอ
ในชีวิต วนาลีมีเพียงแม่ที่เลี้ยงเธอมาด้วยความรัก หากแต่วันหนึ่งกลับมีผู้ชายสองคนขอเดินเข้ามาในชีวิตในสถานะที่ต่างกัน หัวใจดวงน้อยจะเปิดรับหรือไม่ ไปติดตามกันได้เลยค่ะ
Tags: ขอเพียงใจเธอ

ตอน: ครอบครัว

“แม่ แม่จ๋า อยู่ไหน” เสียงใสของลูกสาวร้องเรียกหาดังลั่นบ้านพร้อมกันนั้นเสียงฝีเท้าตึงตังก็ดังโครมครามจนบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูงจากพื้นเล็กน้อยแทบจะสะเทือน วนิดายิ้มก่อนจะส่ายหน้ากับตัวเองเบาๆ นิสัยเท้าหนักของวนาลีลูกสาวคนเดียวของหล่อนนั้นแก้ไม่หายเสียที

“แม่อยู่ในครัวลูก” วนิดาร้องบอกลูกสาวที่ยังคงร้องเรียกหาเธอไม่หยุด ก่อนจะหันไปปิดเตา

“แม่จ๋า” ยังไม่ทันได้ยกหม้อแกงลงจากเตา วนาลีก็วิ่งเข้ามากอดเอวหล่อนจากด้านหลังพร้อมกับหอมแก้มแม่ดังฟอด “หนูสอบโควตาติดแล้วแม่ หนูมีที่เรียนแล้ว” เด็กสาวรีบบอกแม่ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด

วนิดาหมุนร่างมามองลูกสาวคนเดียวด้วยสายตาปลาบปลื้มภูมิใจในตัวลูกสาวคนเดียว หล่อนยิ้มพร้อมกับลูบศีรษะลูกอย่างเบามือ รู้สึกหัวใจพองโตอย่างคนมีความสุขกับความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของลูก

“แม่ดีใจด้วยนะลูก เห็นไหม แม่บอกแล้วว่าหนูต้องทำได้ ลูกสาวของแม่เก่งจริงๆ” หล่อนหอมหน้าผากของลูกสาวเบาๆ ก่อนจะกอดร่างกลมกลึงของลูกโยกตัวไปมา

วนาลีมีน้ำตาคลออย่างสุขใจไม่ต่างกัน คุ้มเหลือเกินกับการขยันอ่านหนังสือเตรียมสอบแทบทุกคืน ในที่สุดความตั้งใจของเธอก็ส่งผลให้สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยในฝันได้สำเร็จ ทันทีที่เด็กสาวรู้ผลสอบ คนแรกที่เธอนึกถึงก็คือแม่ ผู้หญิงแกร่งที่เลี้ยงดูเธอมาด้วยความรักเพียงลำพัง

ตั้งแต่จำความได้วนาลีก็ไม่เห็นพ่อแล้ว สมัยยังเล็ก เธอเคยถามผู้เป็นมารดาว่าพ่อของเธออยู่ที่ไหน ทำไมเธอถึงไม่มีพ่อเหมือนเด็กคนอื่นๆเขา แต่คำตอบที่ได้รับมีเพียงหยาดน้ำตาของแม่โดยที่ไม่มีคำพูดใดๆเอ่ยถึงผู้ชายคนนั้นคนที่เธอถามถึง แม่ไม่เคยปริปากบอกอะไรเกี่ยวกับพ่อ แม่บอกแต่เพียงว่า ‘หนูมีแม่แค่คนเดียวก็เพียงพอแล้ว แม่จะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้หนูเอง’ ตั้งแต่วันนั้นมาเธอก็ไม่คิดจะถามหาผู้ชายคนนั้นอีกเพราะไม่อยากจะเห็นน้ำตาของแม่ ผู้ซึ่งเธอรักมากที่สุดในชีวิต

“วันนี้แม่ไม่ไปขายก๋วยเตี๋ยวที่ตลาดหรือจ๊ะ หนูไปหาแม่ที่ตลาดก็ไม่เจอก็เลยรีบกลับมาบ้าน แม่ไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ” วนาลีรีบถามแม่ด้วยความห่วงใย ตั้งแต่เด็กจนโตเด็กสาวก็เห็นแม่เอาแต่ทำงานหาเลี้ยงเธอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แม่เช่าคูหาที่หน้าตลาดหน้าปากซอยเปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆขายตั้งแต่เช้าถึงเย็น ทุกวันหลังเลิกเรียนวนาลีก็มักจะรีบกลับจากโรงเรียนมาช่วยแม่ขายก๋วยเตี๋ยว บางวันก็เป็นเด็กเสิร์ฟ บางวันก็ทำหน้าที่ล้างจาน เด็กสาวไม่เคยเกี่ยงงานและไม่อายด้วยที่ต้องมาช่วยแม่ขายก๋วยเตี๋ยว

“แม่ไม่ได้เป็นอะไรหรอกลูก แต่ที่ปิดร้านเร็วก็เพราะว่าแม่กลับมาทำอาหารรอแสดงความยินดีกับหนูไง แม่บอกแล้วไงว่าลูกสาวคนเก่งของแม่ต้องทำได้ แล้วหนูก็ทำได้จริงๆ”

เด็กสาวยิ้มแก้มแทบปริ เธอไม่ต้องการของขวัญอะไรนอกจากแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น แค่มีแม่อยู่ข้างๆเธอก็เปรียบเสมือนได้ของขวัญอันยิ่งใหญ่แล้ว หญิงสาวหอมแก้มแม่ก่อนจะบอกรักแม่เสียงหวาน

“จ้า แม่ก็รักลูก” วนิดาลูบศีรษะเล็กของลูกสาวด้วยความรัก ก่อนจะสั่งให้วนาลีไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะได้มาทานอาหารเย็นด้วยกัน

“มีแต่ของโปรดของหนูทั้งนั้นเลย ขอบคุณนะคะแม่ รอหนูแป็บเดียว เดี๋ยวหนูมา” เด็กสาวมองกับข้าวที่แม่ทำแล้วก็หน้าบานเพราะมีแต่ของที่เธอชอบ แม่ช่างเป็นคนที่รู้ใจเธอที่สุด เด็กสาวหอมแก้มแม่อีกครั้งก่อนจะวิ่งถลาออกประตูห้องครัวไปด้วยใบหน้าที่ร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส

วนิดามองตามร่างกลมกลึงของลูกสาวยิ้มๆก่อนจะเปลี่ยนเป็นนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านขึ้นมาอีกครั้งในร่างกายตน ร่างบอบบางเดินเซเล็กน้อยไปนั่งพักที่เก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกลนัก มือเล็กกดแนบบริเวณหน้าอก รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ใต้ฝ่ามือราวกับกลองเพล ไม่รู้พักนี้เป็นอะไร หล่อนถึงได้รู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียและเหนื่อยง่ายมากกว่าปกติ แต่หล่อนก็ไม่คิดจะบอกให้วนาลีรู้ เพราะไม่อยากให้ลูกต้องคอยเป็นห่วงแม่จนไม่เป็นอันอ่านหนังสือสอบหรือเสียสมาธิในการเรียน หล่อนก็ได้แต่หวังว่าตนเองอาจจะทำงานหนักมากเกินไปก็เลยทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วก็เลยทำให้เกิดอาการอย่างที่เป็นอยู่ มันคงจะไม่มีอะไรร้ายแรง วนิดาคิดปลอบใจตัวเอง




เวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือน จนกระทั่งวันที่วนาลีเรียนจบชั้นมัธยมปลายมาถึง วันปัจฉิมนิเทศวนาลีก็ได้รับใบประกาศนียบัตรและเกียรติบัตรผู้มีผลการเรียนยอดเยี่ยมจากท่านผู้อำนวยการอีกใบ เด็กสาวยิ้มแย้มอย่างดีใจและภาคภูมิใจอย่างที่สุด ร่างเล็กวิ่งออกจากหอประชุมตรงมาหาแม่ที่ยืนยิ้มรับรออยู่ข้างนอก

“แม่จ๋า หนูได้เกียรติบัตรผู้มีผลการเรียนยอดเยี่ยมเหรียญทองด้วยจ๊ะ” เด็กสาวยื่นใบเกียรติบัตรอวดแม่อย่างภาคภูมิใจ

“เก่งมากลูก แม่ภูมิใจในตัวหนูเหลือเกิน” วนิดามองลูกสาวน้ำตาคลอก่อนจะดึงร่างของแกมากอด คิดไม่ผิดจริงๆที่ตัดสินใจคลอดเด็กคนนี้ออกมา ลูกไม่เคยทำให้หล่อนผิดหวังเลย แกน่ารักและเป็นเด็กดี ไม่เคยทำตัวเหลวไหล ลูกทำให้หล่อนยิ้มได้และมีความสุขได้โดยไม่ต้องมี “เขา” หากไม่มีลูกคนนี้ วันนี้หล่อนอาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ได้

“โอ๊ย! ลีทำไมวิ่งเร็วนักล่ะ ธันวิ่งตามเกือบไม่ทัน” เสียงธันวาดังขึ้นมาขัดจังหวะสองแม่ลูกที่กอดกันกลม

วนาลีปล่อยเอวผู้เป็นแม่ก่อนจะหันมาหาเพื่อนชายที่ยื่นหอบอยู่ข้างๆอย่างฉงน แล้วเขาจะวิ่งตามเธอมาทำไมกัน ไม่ได้บอกให้ตามมาเสียหน่อย

“สวัสดีครับคุณแม่ ผมนายธันวาครับ เพื่อนของลี” ธันวาชิงยกมือไหว้พร้อมกับแนะนำตัวกับผู้หญิงวัยกลางคนที่ยังดูสวยพริ้งแม้จะมีลูกสาวที่โตแล้วอย่างนอบน้อม ก่อนจะยิ้มแหยๆ เมื่อหันมาเห็นใบหน้างอๆของวนาลีเข้า ทำอย่างไงได้ละก็เขาอยากมาทำความรู้จักกับว่าที่แม่ยายตัวเองเสียหน่อยมันผิดตรงไหนกัน

“ตามมาทำไมล่ะ ลีบอกแล้วไงว่าไม่ไปงานเลี้ยง ลีจะกลับบ้านกับแม่” วนาลีแห้วใส่เพื่อชายที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันอย่างไม่ชอบใจ เธอรู้ว่าธันวาแอบชอบเธออยู่แต่เธอไม่ได้ชอบเขาแบบชู้สาว เพราะอะไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกันทั้งที่เขาก็เป็นผู้ชายที่นิสัยดีใช้ได้ แต่ความรักมันบังคับกันได้ที่ไหน เธอให้เขาได้แค่คำว่าเพื่อนเท่านั้น

“อ้าว! มีงานเลี้ยงกันด้วยหรือลูก” วนิดาถามลูกสาวด้วยหน้าตาเหรอหรา

“ครับ งานพรอม โรงเรียนจะจัดให้ตอนค่ำนี้ ผมก็เลยมาขออนุญาตคุณแม่ อยากให้ลีมาร่วมงานด้วยกัน” ธันวาชิงเล่าก่อน พยายามไม่สบตากับดวงตากลมโตที่แทบจะเผาเขาเป็นจุลอยู่แล้วอย่างสู้ตาย โอกาสสุดท้ายของเขาแล้วนี่นา

“ลีไม่ไปหรอก เรากลับบ้านกันเถอะค่ะแม่” วนาลีตัดบทก่อนจะกอดแขนแม่พาเดินฝ่าผู้คนมากมายที่ต่างก็มาแสดงความยินดีกับลูกหลานของตนอย่างไม่สนใจใคร

“แต่มันเป็นงานเลี้ยงอำลาครั้งสุดท้ายของเราแล้วนะ ธันอยากให้ลีไป” ธันวายังเดินตามวนาลีต้อยๆอย่างไม่ยอมหมดหวังง่ายๆ

“ไม่ไป ไม่ต้องตามเรามาอีกแล้วนะ ถ้ายังตามมาอีก ลีจะไม่พูดกับธันไปตลอดชีวิต” วนาลีหันมาเท้าสะเอวขู่ใส่ก่อนจะรีบจูงแม่เดินหนีเขาอย่างรำคาญ เธอไม่คิดจะชอบเขาเพราะฉะนั้นเธอจะไม่ให้ความหวังอะไรกับเขาทั้งนั้น นอกจากความเป็นเพื่อนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ธันวาถึงกับคอตกก่อนจะหยุดเดินราวกับหุ่นหมดลาน เขาได้แต่มองร่างบางของวนาลีที่เดินจากไปอย่างเจ็บปวดใจ วนาลีไม่เห็นใจเขาเลย กี่ครั้งที่เขาพยายามจะใกล้ชิดเธอ ก็ดูเหมือนเธอจะยิ่งทำตัวห่างจากเขาไปทุกที ไม่เคยให้ความหวัง ไม่เคยมีคำหวานใดๆให้ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้ชอบผู้หญิงคนนี้มากเหลือเกิน

“เฮ้ย! ธันเป็นไรวะ” นิติพลเพื่อนร่วมห้องเดินเข้ามาตบไหล่ ก่อนจะมองตามสายตาเพื่อน พอเห็นหลังของวนาลีไวๆ ก็ดูเหมือนเขาจะเข้าใจ

“เอาน้ำใบบัวบกสักแก้วไหมวะ แก้ช้ำใน”

“ไอ้พล ไม่ช่วยแล้วยังจะซ้ำอีก” ธันวาหันมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อน พร้อมกับง้างเท้าใส่ นิติพลกระโดดหลบอย่างรู้แกวก่อนจะหัวเราะรวน

“ฉันเห็นแกจีบยายลีมาตั้งหลายปีแล้ว ไม่เห็นลีมันจะสนใจ ตัดใจเถอะว่ะ สวยๆกว่ายายลีมีอีกถมถืดไป” นิติพลปลอบใจเพื่อนในแบบของเขา

“แต่ฉันชอบลี”

“ถ้าอย่างนั้นแกก็ปลูกแห้วต่อไปเถอะเพื่อน”

ธันวามองเพื่อนสนิทตาขวางก่อนจะวิ่งไล่เตะมันโทษฐานมาพูดตัดกำลังใจกันหน้าตาเฉย เขาไม่มีวันตัดใจจากวนาลีตราบใดที่เธอยังไม่มีใคร เขาก็ยังไม่โอกาสอยู่ เขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก





วนิดามองลูกสาวที่เดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีระหว่างพาเดินเข้าซอยบ้านอย่างพิจารณา หล่อนมองตาเด็กหนุ่มคนนั้นแล้วทำไมจะไม่รู้ว่าเขาสนใจลูกสาวของหล่อน วนาลีเป็นเด็กสาวร่าเริงหน้าตาหมดจด ปากนิดจมูกหน่อยดูน่ารักมากกว่าสวย แก้มเนียนใสสีชมพูอย่างคนมีสุขภาพดี ร่างเล็กดูกลมกลึงมีสัดส่วนของผู้หญิงเต็มตัวแต่ก็มักจะถูกอำพรางอยู่ในเสื้อผ้าที่หลวมกว่าตัวอยู่เสมอ ผมยาวประบ่าที่ผูกเปียสองข้างเรียบร้อยเหมือนทุกวันกวัดแกว่งไปมายามเจ้าตัวเคลื่อนไหวทำให้บางส่วนเริ่มจะหลุดลุ่ยลงมาระต้นคอระหง

“หนูไม่อยากไปงานเลี้ยงจริงๆหรือลูก” วนิดาตัดสินใจเอ่ยปากถามลูกสาวอย่างอาทร

วนาลีหยุดฮัมเพลงก่อนจะหันมากอดแขนแม่พร้อมกับส่ายหน้า “หนูอยากอยู่กับแม่มากกว่าจ๊ะ งานนั่นไม่มีอะไรนอกจากกินแล้วก็เต้นรำ แม่ก็รู้ว่าหนูไม่ชอบงานแบบนั้น” และที่สำคัญเธอไม่อยากเสียเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่เพื่อที่จะใส่ไปงานนั้นแค่งานเดียว สู้เก็บเงินไว้เรียนหนังสือดีกว่า เธอต้องใช้เงินอีกเยอะในการเรียนต่อในระดับปริญญาตรี

“ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ตามใจลูกจ๊ะ แล้วเด็กผู้ชายที่ชื่อธันวา เขามาชอบลูกสาวของแม่ใช่ไหมเอ่ย” วนิดาเอ่ยเย้าลูกสาวยิ้มๆอย่างคนที่เคยเห็นโลกมามากกว่า

“ไม่รู้สิค่ะ แต่หนูไม่ได้ชอบเขา ไม่อยากให้ความหวัง และไม่คิดอยากจะมีความรักตอนนี้ ตอนนี้หนูรักแม่คนเดียว” เด็กสาวกอดเอวแม่แน่นอย่างรักใคร่

วนิดาอมยิ้ม หล่อนรู้สึกดีและอิ่มเอมใจทุกครั้งที่ลูกบอกรักและแสดงความรักกับหล่อนเสมอ หล่อนโชคดีที่ลูกเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีความคิดและจิตใจที่ดีงาม

สองคนแม่ลูกจูงมือกันเดินเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มแต้มอยู่บนแก้ม เย็นวันนั้นวนิดาลงมือทำกับข้าวที่มีแต่ของโปรดให้ลูกสาวอีกครั้งโดยที่วนาลีก็ขอตามเข้ามาเป็นลูกมือช่วยแม่ทำกับข้าวด้วย บรรยากาศในครัวเต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะคึกคักของเด็กสาวที่ทำกับข้าวไปด้วยร้องเพลงไปด้วย

“ร้องเพลงในครัวไม่ดีนะลูก เขาว่ากันว่าจะได้สามีแก่” วนิดาเอ่ยเตือนลูกเสียงไม่เคร่งเครียดนัก

เด็กสาวหยุดตำน้ำพริกก่อนจะเอียงคอมองแม่อย่างสงสัย “ร้องเพลงในครัวเกี่ยวกับสามีแก่ตรงไหนจ๊ะแม่”

“มันเป็นกุศโลบายของคนโบราณนะลูก เวลาร้องเพลงหรือคุยกันเวลาทำกับข้าว น้ำลายมันก็กระเด็นลงไปด้วย ทำให้ไม่สะอาด แต่คนโบราณคงไม่รู้ว่าจะห้ามอย่างไงมั่งก็เลยขู่ให้กลัวเสียเลย จะได้ไม่กล้าทำอย่างไรล่ะ”

“คนโบราณนี่ฉลาดจังเลยนะคะแม่”

“จ๊ะ แต่แม่ว่าเชื่อไว้บ้างก็ดีนะ” วนิดาเอ่ยยิ้มๆ

“หนูไม่กลัวหรอก เพราะหนูไม่คิดจะแต่งงานอยู่แล้ว หนูจะอยู่ให้แม่เลี้ยงไปจนแก่เลย” เด็กสาวลุกขึ้นมาจากพื้นก่อนจะเดินมาโอบเอวมารดาพร้อมกับหอมแก้มนิ่มอย่างอ้อนๆ

“ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะลูก หนูอายุยังน้อย ยังต้องพบเจอกับอะไรอีกมากมาย สักวันหนูก็จะต้องมีคนที่หนูรักมากกว่าแม่ ส่วนแม่จะอยู่กับหนูไปอีกนานเท่าไรก็ยังไม่รู้เลย”

“ทำไมแม่พูดแบบนี้ละจ๊ะ ไม่เอา แม่ต้องอยู่กับหนูไปนานๆ เราจะอยู่ด้วยกันสองคนแม่ลูก หนูไม่มีวันรักใครมากกว่าแม่หรอกจ๊ะ”

วนิดาลูบศีรษะเล็กของลูกอย่างหนักใจ วนาลียังเด็กและก็อยู่ในโลกที่สงบสุขและสวยงามมาตลอด แต่ในโลกใบนี้ยังมีอีกด้านหนึ่งที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายและแก่งแย่งชิงดีกัน โลกไม่ได้มีสีขาวเพียงด้านเดียวแต่ยังมีสีเทา สีดำซ่อนอยู่ เหมือนกับที่หล่อนเคยพบเจอมาแล้ว

“เอาละจ้ะ แม่ว่าเรามาทำกับข้าวกันต่อดีกว่านะลูก เดี๋ยวก็ไม่เสร็จกันพอดี” ผู้เป็นแม่ดันร่างลูกสาวที่เอนซุกอกราวกับลูกแมวขี้อ้อนออกห่างจากตัว ก่อนจะหยิกแก้มป่องเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว

วนาลีมองแม่ตาปอย ก่อนจะยิ้มแฉ่งแล้วรีบเดินไปนั่งขัดสมาธิตำน้ำพริกเสียงดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับร้องเพลงคลอไปด้วยอย่างไม่เกรงกลัวคำโบราณที่แม่บอก

วนิดามองลูกสาวที่ยักคอยักไหล่ร้องเพลงเสียงใสแล้วก็ได้แต่ส่ายศีรษะกับตัวเอง แต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มผุดขึ้นมา หล่อนหวังว่าความสุขจะอยู่กับลูกอย่างนี้ไปนานๆ ตราบที่หล่อนยังมีชีวิตอยู่ หล่อนจะทำทุกวิถีทางให้ลูกมีรอยยิ้ม จะไม่ยอมให้สิ่งร้ายๆมาทำร้ายแกโดยเด็ดขาด






อินทุอร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 10 ต.ค. 2555, 17:05:05 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 10 ต.ค. 2555, 17:05:05 น.

จำนวนการเข้าชม : 1183





   เพื่อนใหม่ >>
อินทุอร 10 ต.ค. 2555, 17:06:56 น.
ขอฝากเรื่อง ขอเพียงใจเธอ ไว้กับผู้อ่านอีกเรื่องนะคะ ขอบคุณค้า


ปูจ้า 11 ต.ค. 2555, 10:02:24 น.
มาตามติดเรื่องใหม่ค่า


imsoul 11 ต.ค. 2555, 21:11:58 น.
จะเศร้าไหมนี่


อินทุอร 11 ต.ค. 2555, 21:33:28 น.
ต้องติดตามค้า อิอิ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account