ขอเพียงใจเธอ
ในชีวิต วนาลีมีเพียงแม่ที่เลี้ยงเธอมาด้วยความรัก หากแต่วันหนึ่งกลับมีผู้ชายสองคนขอเดินเข้ามาในชีวิตในสถานะที่ต่างกัน หัวใจดวงน้อยจะเปิดรับหรือไม่ ไปติดตามกันได้เลยค่ะ
Tags: ขอเพียงใจเธอ

ตอน: เพื่อนใหม่

“นาฬิกาเรือนนี้เป็นของที่แม่รักมาก แม่ขอมอบให้ลูกจ๊ะ” วนิดามองลูกสาวที่อยู่ในชุดนิสิตอย่างชื่นชมและภาคภูมิใจพร้อมกับตัดสินใจที่จะมอบของขวัญให้กับลูก ลำพังเธอไม่มีเงินซื้อของแพงๆให้แก จะมีแต่ของสิ่งนี้เท่านั้นที่จะเป็นตัวแทนของหล่อนกับ “เขา” ที่จะได้มอบให้ลูกในวันที่แกโตพอที่จะดูแลของสำคัญชิ้นนี้ได้

วนาลีมองนาฬิกาเรือนทองที่ผู้เป็นแม่ยื่นส่งมาให้ด้วยความดีใจ มือเล็กยื่นเข้าไปรับมันมาจากแม่ก่อนจะอุทานหน้าตาตื่น

“โอ้โฮ! สวยจังเลยค่ะแม่ แต่ท่าทางจะแพงน่าดู แม่เอาของแพงๆอย่างนี้มาจากไหนจ๊ะ” มือเล็กคอยพลิกดูอย่างสงสัย “เอ๊ะ! ข้างหลังมีตัวหนังสือสลักไว้ด้วย V & P หมายความว่าอะไรคะแม่”

“ชื่อของแม่จ๊ะ หนูไม่ต้องไปสนใจหรอกลูก รู้แต่ว่าแม่มอบให้หนูด้วยความรักและก็ช่วยรักษามันให้ดีๆเท่านั้นก็พอ”

เด็กสาวยิ้มก่อนจะรับคำเป็นมั่นเหมาะ “หนูจะดูแลและรักษานาฬิกาเรือนนี้เท่าชีวิตหนูเลยค่ะแม่ ขอบคุณนะคะ หนูรักแม่ที่สุดเลย” เด็กสาวกราบลงบนตักของมารดาก่อนจะกอดเอวท่านแน่นด้วยความรัก

วนิดาลูบศีรษะของลูกด้วยความเอ็นดู “มา แม่จะใส่ให้นะ”

เด็กสาวรีบยื่นนาฬิกาให้แม่พร้อมกับยื่นแขนซ้ายให้ ใบหน้านวลแต้มรอยยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มทั้งสองข้างแก้มน่าดูนัก

“แม่ขอให้ลูกของแม่จงตั้งใจเรียน ความอุตสาหะพยายามและความขยันจะทำให้เราประสบความสำเร็จในวันข้างหน้า ขอให้ลูกจงตั้งมั่นอยู่ในคุณความดี อย่าได้หวั่นไหวไปกับสิ่งยั่วยุทั้งหลาย จะทำอะไรก็ขอให้นึกถึงผลที่จะตามมา ขอให้ใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหา แม่จะคอยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆลูกเสมอ”

“หนูจะจำคำของแม่ไว้ค่ะ” วนาลีรับคำหน้าชื่นก่อนจะก้มลงกราบกับตักแม่อีกครั้ง

“ไปเรียนได้แล้วลูก เปิดเทอมวันแรกรถคงจะติด ระวังตัวด้วยนะลูก”

“ค่ะแม่ หนูไปนะคะ” เด็กสาวยกมือไหว้มารดาก่อนจะเดินออกมาสวมรองเท้าที่หน้าบ้าน เด็กสาวหันมาโบกมือให้แม่หยอยๆก่อนจะเดินออกไปรอรถเมล์ที่หน้าปากซอย ระหว่างทางก็มองดูนาฬิกาเรือนสวยที่แม่สวมให้อย่างพึงใจ ของที่แม่ให้เธอจะดูแลรักษามันให้ดีที่สุด เด็กสาวสัญญากับตัวเองในใจก่อนจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข




สัปดาห์แรกของการเปิดเรียนในมหาวิทยาลัย มีกิจกรรมรับน้องใหม่ในคณะต่างๆ รวมถึงคณะอักษรศาสตร์ด้วย วนาลีเข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการที่รุ่นพี่จัดให้อย่างสนุกสนาน แก้มใสถูกแต้มสีต่างๆจนมอมเหมือนแมวคราว ผมยาวๆที่ปล่อยยาวประบ่าถูกรุ่นพี่จับมัดเป็นกระจุกเต็มศีรษะ ที่ลำคอระหงมีป้ายชื่อแผนใหญ่เกือบครึ่งของกระดาษ A4 แขวนห้อยอยู่

กิจกรรมรับน้องมีอย่างหลากหลาย ทั้งให้น้องแต่ละคนร้องเพลงแนะนำตัว ให้น้องๆเดินเกาะบ่ากันเหมือนเด็กอนุบาลพาชมตึกเรียน และอีกกิจกรรมหนึ่งที่วนาลีชอบก็คือการจับฉลากจับคู่บัดดี้ ซึ่งหากจับได้ชื่อเพื่อนคนใด ก็จะต้องคอยดูแลเทคแคร์เพื่อนคนนั้นให้ดีที่สุดโดยไม่ให้เพื่อนรู้ตัว วนาลีจับได้เพื่อนชื่อ “ฝ้าย” เด็กสาวจำได้ว่าฝ้ายนั้นเป็นผู้หญิงรูปร่างสูงเพรียวหุ่นดี ท่าทางเฉลียวฉลาด อัธยาศัยดีแถมยังสวยมากๆอีกด้วย สวยจนเพื่อนๆต่างพากันยกมือโหวตให้เป็นดาวคณะเลยด้วย

วนาลีคอยส่งขนม หรือของน่ารักๆ ไปแอบใส่ไว้ในล็อกเกอร์ของฝ้ายอยู่เป็นประจำโดยไม่ให้คู่บัดดี้ของเธอรู้ตัว ส่วนตู้ล็อกเกอร์ของเธอเองก็มีของน่ารักๆ หรือขนมอยู่ในตู้เช่นกัน เด็กสาวอยากรู้ว่าเพื่อนคนไหนที่จับได้ชื่อเธอกันนะ แต่จนแล้วจนรอดก็จับไม่ได้สักทีจนกระทั่งหนึ่งเดือนผ่านไป รุ่นพี่ก็ได้จัดกิจกรรมเฉลยคู่บัดดี้ให้

วนาลีเดินเอาของขวัญที่เตรียมไว้ไปให้ฝ้ายเมื่อถึงเวลาที่รุ่นพี่กำหนดให้น้องแต่ละคนไปเปิดเผยตัวกับคู่บัดดี้ของตนเอง
ฝ้ายหรือวริสรามองใบหน้าน่ารักของวนาลีอย่างฉงนก่อนจะยิ้มออกมาพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญของเธอให้อีกฝ่ายเช่นกัน

“นี่อย่าบอกนะว่า เธอเองก็จับได้ชื่อเรานะ” วนาลียิ้มออกมาอย่างดีใจ

“ใช่แล้ว เราจับได้ชื่อของเธอเหมือนกัน ขอบใจนะที่คอยดูแลเรามาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ของที่เธอให้น่ารักทุกชิ้นเลย เราชอบมาก” วริสราจับมือเพื่อนใหม่บีบเบาๆอย่างยินดี

“เราก็ชอบของที่เธอให้ โดยเฉพาะปากกาเน้นข้อความ สวยดี ใช้หมดแล้วเราจะเก็บไว้ ไม่ทิ้งหรอก ขอบใจนะจ๊ะ”
สองสาวจับมือกันเขย่าพร้อมกับส่งยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่

วริสราและวนาลีกลายเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด ไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด วริสราเป็นลูกคุณหนูที่ใช้ชีวิตติดดินมาก ทำให้สามารถเข้ากันได้ดีกับวนาลี สองสาวมีนิสัยที่คล้ายๆกันหลายอย่าง แถมยังชอบอะไรเหมือนๆกันอีก วริสราเป็นดาวคณะแถมยังได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้นำเชียร์อีกด้วย วนาลีเองก็เกือบจะถูกดึงให้เป็นผู้นำเชียร์ไปด้วยอีกคนแต่หญิงสาวชิงปฏิเสธไปเสียก่อน

“ทำไมล่ะลี เป็นเชียร์หลีดเดอร์ด้วยกันเถอะนะ” วริสรานั่งจ้องคนที่เอาแต่อ่านหนังสือพร้อมกับจดแลกเชอร์ไปด้วยอย่างอ้อนๆ

“ไม่เอาหรอก ลีไม่มีพรสวรรค์ทางด้านนี้ ฝ้ายเป็นเถอะจ๊ะ ทั้งสวยและหุ่นดีแบบฝ้ายเป็นได้อยู่แล้ว และอีกอย่างลีต้องไปช่วยแม่ขายก๋วยเตี๋ยวทุกเย็น ไม่มีเวลาซ้อมหรอกจ๊ะ” หญิงสาวอธิบายเหตุผลให้เพื่อนคนสวยที่นั่งมองตาปริบๆอย่างงอนๆ

“ลีอ่ะ” วริสราส่งค้อนให้เพื่อน

“น่า เอาไว้ลีจะไปดูฝ้ายซ้อมก็แล้วกันนะ อย่าทำหน้างออย่างนั้นซิ เดี๋ยวก็หน้าย่นหมดสวยกันพอดี” หญิงสาวปลอบเพื่อนพร้อมกับยิ้มประจบ

วริสราถอนใจแรงๆก่อนจะยอมแพ้ “ก็ได้ๆ แต่ลีต้องไปดูฝ้ายซ้อมด้วยนะ”

“จ้า ว่างเมื่อไรจะไปนั่งติดขอบสนามเลย” หญิงสาวสัญญากับเพื่อนรักพร้อมกับยิ้มเอาใจ ทำให้วริสราค่อยคลายหน้ามุ่ยๆลง เห็นรอยยิ้มสดใสของวนาลีทีไรใจอ่อนทุกทีซิน่า





นอกจากเพื่อนสนิทอย่างวริสราแล้ววนาลียังมีพี่รหัสที่แสนจะใจดีอย่างปกป้องคอยดูแลด้วยอีกคน ปกป้องเป็นชายหนุ่มผิวขาว ตาชั้นเดียว หน้าตาจัดว่าหล่อเหลาแบบหนุ่มเกาหลีแถมยังยิ้มเก่งและอัธยาศัยดีอีกด้วย เขาค่อนข้างให้ความเอ็นดูวนาลีผู้เป็นน้องรหัสมากพอสมควร จนวริสราบ่นอิจฉาวนาลีอยู่เสมอๆว่ามีพี่รหัสหล่อแล้วยังแสนดีราวกับพระเอกในนิยาย

“พี่ป้องคิดอะไรกับลีหรือเปล่าอ่ะ ดูแลลีดี๊ดี” วันหนึ่งวริสราก็ตั้งข้อสงสัยขึ้นมา หลังจากสังเกตพฤติกรรมของปกป้องที่ดูเหมือนจะใส่ใจ ห่วงใยน้องรหัสอย่างวนาลีมากเกินควร แถมยังมาทำตัวใกล้ชิดสนิทสนม ชอบแวะเอาขนมของฝากมาให้ประจำ บางวันยังมาขอนั่งทานข้าวกลางวันด้วยอีกแหน่ะ

วนาลีเลิกคิ้วก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของเพื่อน “บ้าน่าฝ้าย พี่ป้องเขาไม่ได้คิดกับเราแบบนั้นหรอก เขาก็แค่ทำหน้าที่พี่รหัสเท่านั้นเอง พี่รุ้งพี่รหัสของฝ้ายก็ดูแลฝ้ายดีเหมือนกันนี่” หญิงสาวเอ่ยถึงรุ้งพราว สาวใต้ตาคมพี่รหัสของรวิสราบ้าง

“มันไม่เหมือนกัน พี่รุ้งเป็นผู้หญิงเหมือนเรา สนิทสนมกันก็ไม่เห็นแปลก แต่พี่รหัสตัวนะเขาเป็นผู้ชายนะยะ มาทำตัวใกล้ชิดเช้ากลางวันเย็นแบบนี้มันน่าสงสัยอยู่น๊า เราว่าพี่ป้องต้องแอบคิดอะไรกับลีแน่ๆ” วริสราวิเคราะห์เหตุการณ์อย่างเริ่มที่มั่นใจในข้อสันนิษฐานของตนเอง

“เพ้อเจ้อน่ายายฝ้าย อ่านนิยายมากเกินไปหรือเปล่าจ๊ะ ไม่เอาแล้ว เตรียมตัวไปเรียนชั่วโมงต่อไปดีกว่า อีกสิบนาทีจะถึงเวลาเรียนแล้วนะ” วนาลีพูดตัดบทก่อนจะเก็บของของตัวเองมือเป็นระวิง ไม่คิดจะเก็บเรื่องที่เพื่อนพูดมาใส่ใจ เพราะเธอคิดว่ารุ่นพี่อย่างปกป้องคงไม่คิดที่จะมาชอบเด็กกะโปโลแบบเธอหรอก และเธอก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาเกินกว่าคำว่าพี่รหัส จะมีก็แต่ความรู้สึกเคารพและซาบซึ้งในน้ำใจที่ปกป้องมอบให้เธอ

“นี่ ถามจริง ตัวไม่รู้สึกหวั่นไหวบ้างหรือ มีหนุ่มหล่อหน้าตาดี แถมยังใจดีคอยตามดูแลอยู่ทุกวันแบบนี้อ่ะ” วริสรายังตามมาถามด้วยสีหน้ายิ้มๆอย่างอยากรู้อยากเห็น

“พี่ป้องเป็นพี่”

“พี่สนิทคิดไม่ซื่ออ่ะดิ”

“ยายฝ้าย หยุดพูดถึงพี่ป้องได้แล้ว ไม่อย่างนั้นลีจะไม่ช่วยกันพวกหนุ่มๆพวกนั้นให้แล้วนะ” วนาลีหันมาเท้าสะเอวขู่ด้วยใบหน้าจริงจัง

วริสราทำหน้าราวกับคนกินของเปรี้ยวเมื่อนึกถึงผู้ชายที่ตามจีบเธอเป็นพรวนจนเธอแสนจะรำคาญใจ ดีที่มีวนาลีช่วยกันให้บ้าง ไม่อย่างนั้นล่ะได้ตามเธอทั้งวันจนเธออยากจะเหวี่ยงให้กระเจิงนัก แต่ภาพพจน์ของดาวคณะมันค้ำคอเธออยู่ ก็เลยทำได้แค่หลบเลี่ยงไปมาโดยมีวนาลีคอยช่วยด้วยอีกแรง

หญิงสาวยิ้มประจบส่งให้เพื่อนที่ยื่นหน้าตูมแล้วก็เสเปลี่ยนเรื่องไปพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทันที วนาลีลดสีหน้าจริงจังลง ก่อนจะเดินเคียงกันขึ้นตึกเรียนอย่างไม่รีบร้อน





“น้องลี”

เสียงเรียกนุ่มทุ้มที่ดังขึ้นไม่ไกลตัวนักทำให้หญิงสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาเดินออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อไปที่ป้ายรถประจำทางเหลียวซ้ายแลขวามองหาที่มาของเสียงทันที

รอยยิ้มปรากฏอยู่บนพวงแก้มสีชมพูจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้างเมื่อเห็นว่าใครกำลังวิ่งเหยาะๆมาทางเธอ

“สวัสดีค่ะพี่ป้อง วันนี้ไม่ได้เจอกันเลย” หญิงสาวพนมมือไหว้รุ่นพี่อย่างนอบน้อม

“สวัสดีตอนเย็นครับ เรียนเสร็จแล้วหรือ แล้วกำลังจะไปไหนครับ ท่าทางรีบเชียว” ชายหนุ่มรับไหว้พร้อมกับมองผู้เป็นน้องรหัสด้วยสายตาที่แสดงความเอ็นดูอย่างเห็นได้ชัด เขาโชคดีจริงๆที่ได้น้องรหัสที่น่ารักและนิสัยดีอย่างวนาลี และดีใจที่หญิงสาวให้ความเป็นกันเองกับเขามากกว่าผู้ชายคนอื่นๆ แม้จะในฐานะพี่แต่ก็ดีกว่าถูกกันออกไปเหมือนผู้ชายคนอื่นๆที่พยายามเข้าใกล้สาวน้อยคนนี้ เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งสิ่งที่เขาตั้งใจทำและความจริงใจที่มีเขามีให้เธอจะแทรกซึมลงไปในหัวใจของหญิงสาวบ้าง

“ลีกำลังจะกลับบ้านค่ะ ต้องรีบกลับไปช่วยแม่ขายก๋วยเตี๋ยว” หญิงสาวบอกอย่างไม่ปิดปัง

“คุณแม่ของน้องลีขายก๋วยเตี๋ยวหรือครับ” ชายหนุ่มถามอย่างสนใจ

“ค่ะ ขายอยู่ที่หน้าตลาดใกล้บ้านน่ะคะ”

“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอไปส่งได้ไหมครับ คือ…พี่อยากชิมก๋วยเตี๋ยวฝีมือคุณแม่น้องลี เอ่อ…พี่ชอบทานก๋วยเตี๋ยวมากเลยนะครับ ร้านไหนที่อร่อยๆพี่ตะเวนชิมมาทุกร้านแล้ว” ชายหนุ่มพยายามคิดหาเหตุผลมาประกอบคำพูดของตัวเองให้น่าเชื่อถือมากที่สุด แต่ความจริงเขาอยากไปส่งวนาลีมากกว่าอย่างอื่น

“โธ่ ได้ซิคะ ก๋วยเตี๋ยวของแม่ลีอร่อยไม่แพ้ใคร รับรองว่าพี่ป้องไม่ผิดหวังแน่นอน” หญิงสาวยิ้มตาหยีรับรองเสียงแข็งขัน

ปกป้องยิ้มรับรอยยิ้มที่แสนจะสดใสเหมือนดวงตะวันของวนาลีอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะพาเธอเดินกลับไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัวของเขาที่จอดเอาไว้ที่ลานจอดรถของคณะเพื่อพาเธอเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง




อินทุอร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 11 ต.ค. 2555, 16:34:31 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 11 ต.ค. 2555, 16:34:31 น.

จำนวนการเข้าชม : 1119





<< ครอบครัว   ออกงาน >>
อินทุอร 11 ต.ค. 2555, 16:47:43 น.
ยินดีต้อนรับคุณปูจ้าค่ะ ><


imsoul 11 ต.ค. 2555, 21:14:42 น.
ลุ้นนะคะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account