กลิ่นรัก...อบอวลหัวใจ
หญิงสาวผู้มาดมั่นเลือกการงานมากว่าเรื่องรักใคร่ๆหรือต้องมาข้องแวะเกี่ยวหัวใจให้ชายคนไหน
กับชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ไม่เคยคิดจะจริงจังพันใจกับผู้หญิงใดๆ ทั้งคู่จะมาบรรจบรักกันได้เช่นไร
โปรดคอยติดตามนะคะ

แนะนำตัวละคร

พระเอก
นายธารานนท์ เตชโชติ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ รวมทั้งเจ้าของโรงแรมรีสอร์ทในเครือมากมายล้นฟ้า แต่ไร้คู่ครองเคียงข้าง เมื่อไม่เคยเจอผู้หญิงที่จะทำให้อิ่มเอมทั้งชีวิตโดยไม่รู้สึกเบื่อ หญิงสาวคู่ครองสักคนของเขาคงจะไม่มีในโลกนี้ แต่เมื่อได้มาทำงานในต่างจังหวัดและพื้นที่อำเภอท้องถิ่นเล็กๆ แห่งหนึ่ง โดย ได้พบกับส.ส. นรินศาสาวมั่นแสนสวย แต่ไม่ไร้สมอง ทั้งเก่งเอาตัวรอดโดยไม่ต้องขอความช่วยจาก ใครๆก็ได้ ทำให้ชายหนุ่มเพลินเพลิดไปกับเธอ ไม่ว่าเธอจะมาพบเจอเขาด้วยอย่างความบังเอิญหรือในสถานที่ไม่คาดถึงก็ตามทุกครั้ง แต่หัวใจของเขากลับอบอุ่นร้อนทั้งโหยหา มีแต่ความคิดถึงให้เธอทั้งกลางวันและกลางคืนที่นอนหลับฝัน รวมทั้งยังเข้าไปเจออุปสรรคด้านการเมืองการทำของเธอ ซึ่งชายหนุ่มนั้น ทั้งแสนชิงชังอาชีพการเมืองของพ่อผู้ให้กำเนิดนัก

นิสัย : การพูดทั้งจริงจังอย่างมาก ทั้งพูดเล่นกับคนที่ถูกชะตา เจ้าชู้ไม่เคยจริงใจกับผู้หญิงคนไหนๆเลย แต่จริงๆแล้ว ส่วนมากผู้หญิงจะเป็นฝ่ายชอบวิ่งเข้าหา เขาจึงต้องตอบรับบรรดาผู้หญิงเหล่านั้น ในใจลึกๆ เขากำลังต้องการผู้หญิงที่จะมาเป็นแม่ของลูก ไม่ใช่ชอบเขาเพียงแค่เงินตราอันมหาศาลของเขา ด้านการทำงานไม่มีที่ติและเขาต้องทำให้จนสำเร็จ แม้ว่า ฝ่ายตรงข้ามจะต้องล้มละลายเขาก็ไม่สนใจ

นางเอก
นางสาว นรินศา อัณณ์ศญา หญิงสาวผู้มีใจรักในบ้านเกิดของตนเองยิ่งชีวิต อยากให้บ้านเกิดของตนเองมีความสุข ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตามแบบประเพณีวิถีชีวิตดั่งเดิมในรัชสมัยๆที่ผ่านๆมา จึง ขอก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนของราษฎร และประชาชน เพื่อนำความสุขมาสู่บ้านเกิดของตนเอง แต่อุปสรรค์มากมายทั้งภายในไม่ลงรอยกับนักการเมืองในพรรค ทั้งภายนอกด้านการมีเส้นสายที่คอยจะคดโกงกินแผ่นดิน กว่าจะเปลี่ยนความคิดให้รู้จัก คำว่า “สามัคคี” อีกครั้ง มันคงทำให้เธอใช้ความรู้และสามารถ ทั้งหัวใจยิ่งชีวิต บนเส้นทางวิถีดำเนินชีวิตปัจจุบันที่มีเล่ห์เหลี่ยมชักจูงหวาดล้อมมากมาย รวมทั้งบนเส้นทางแห่งความรักที่ก่อเกิดโดยไม่รู้ตัว เพราะความอวดดีอวดเก่งของชายหนุ่มเจ้าของรีสร์อทคนใหม่ ที่มีหัวใจแบบคนโกง เจ้าชู้ จนครบทุกรูปแบบเป็นผู้ชายที่หญิงสาวแสนเกลียดนัก และจะไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายพันธุ์นี้เด็ดขาด

นิสัย : สาวมั่น ผู้มีอุดมการณ์ของตนเองสูง การพูดจาจะนิ่งหนักแน่น จะอ่อนหวานเฉพาะคนเป็นพ่อกับแม่และเพื่อนสาวคนสนิทเท่านั้น

แล้วกลิ่นรักที่คุกรุ่นหมองหม่น ในใจของชายหนุ่มธารานนท์กับท่ามกลางธรรมชาติท้องทุ่งนาแสนอันจะใกล้กลับคืนมาให้สมบรูณ์อีกครั้ง...ด้วยหัวใจอันรักยิ่งแห่งบ้านเกิดของหญิงสาวนรินศานี้จะจบลงได้เช่น ไร ในเวลาไม่ช้านี้ ตะวันที่รอทอแสงรุ่งอรุณให้สดใสกำลังจะพิสูจน์ความรักของทั้งคู่...
Tags: รักโรแมนติก,รักหวานแหวว,หวานน่ารัก,แนวรักสบายๆ

ตอน: บทที่ 10 มัดเอาไว้เลยดีกว่า....

บทที่ 10 มัดเอาไว้เลยดีกว่า....

กรี๊ดดด! เสียงหวีดร้องลั่นด้วยความโมโหไม่พอใจอย่างหนัก จนบ้านแตกกระจายสนั่น พวกคนเป็นลูกน้องมือดีของเสี่ยชัดชัย ต้องรีบเอามือเอาไม้อุดหูตนเอาไว้ เพื่อบรรเทาเสียงกรีดร้องแหลมๆ จากลูกสาวแสนรักคนเดียวของเสี่ยชัดชัย

“โอ๊ย...หูพ่อจะแตกอยู่แล้ว ลูกรักเอ้ย เป็นอะไรหรือลูกจ๋า ไอ้หมาตัวผู้ ตัวไหนมันเหยียบหางมา หือ!” เสี่ยชัดชัยกำลังเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น ก็ได้ยินลูกสาวแสนรักกรีดกราดอาละวาดลั่นบ้าน ท่านก็พอจะเดาและล่วงรู้ๆ ว่าลูกสาวสุดรักนั้นกำลังโมโหคนโดยเฉพาะพวกชายหนุ่มมาอยู่แน่นอน

“คุณพ่อ! คุณพ่อนั้นแหละ นิดอยากจะกรี๊ดให้มัน หายเจ็บ...ที่หัวใจ กรี๊ดดด!” ณัฐภรณ์ได้ยินเสียงคนเป็นพ่อเดินเข้ามาพูดด้วย เธอก็ยิ่งเล่นร้องโวยวายเหวี่ยงใส่ทันตาเห็น ด้วยความสิ่งที่เธอปรารถนาเวลานี้ มันไม่ได้ดั่งใจอันต้องการ...

“อ้าวๆ มาว่าพ่อเป็นหมาได้ไง ลูกร้าก พ่อนะนี่ พ่อผู้ให้กำเนิดแกนะ ยัยนิด” เสี่ยชัดชัยถึงขั้นหัวเสียตามลูกสาวไปอีกคน...

“ก็ไหนคุณพ่อว่าจะไปขอ คุณนนท์ขาให้นิดไงคะ นิดไม่เห็นว่าคุณพ่อออกไปหาเขาสักครั้งสักวัน มีแต่หนูนิดคนเดียวที่ต้องแหกขี้ตาตื่นนอน ตอนเช้าๆ แล่นไปหาคุณนนท์ขาเองค๊า!” เสี่ยชัดชัยตาโตแล้วก็บางอ้อกระจ่างแจ้งเลย ที่แท้เป็นเพราะเหยื่อตัวผู้ ตัวใหม่นี่เอง

“ก็พ่อเห็นว่าลูกเลิฟๆ เดินหน้าจีบทะลวงเองนี่นา พ่อก็เลยไม่ได้สานความสัมพันธ์ให้น่ะ อ้อๆ แล้วคุณธารานนท์เป็นไงบ้างล่ะ ลูกเล่นไปหาเขา แต่เช้าเลยนะ คงเสร็จลูกสาวของพ่อได้แน่ๆ ใช่มั้ย ฮ่าๆ”

“เป็นอย่างไงหรือคะ คุณพ่อถามมาได้ไง แล้วที่หนูต้องแหกปากลั่น มันก็เพราะเขานั้นแหละ กรี๊ดดด!” ณัฐภรณ์ยังออกอาการวีนเหวี่ยงไม่เลิกรา เนื่องจากสองวันที่ผ่านมา เธอไม่อาจจะพบเจอหนุ่มธารานนท์ได้เลย เขาเล่นหายตัวไปอย่างกลีบเมฆ ถามพนักงานแม่สาวประชาสัมพันธ์ก็ได้แต่ตอบว่าไม่ทราบ...ไม่รู้สักเรื่อง เจ้านายไปไหน ทำไมพวกลูกน้องในรีสอร์ทแมกไม้ ถึงจะไม่ล่วงรู้เลยหรือไง ทว่าแท้จริงแล้วพวกเขาต้องการปกปิดหรือกรีดกั้นขวางทาง ไม่ให้ณัฐภรณ์พบหน้าหนุ่มธารานนท์ได้ต่างหากล่ะ

“พอๆ หยุดได้แล้วลูกจ๋า หูพ่อจะหนวกหมดแล้วนะ ตกลงนายนั่น มันไม่เล่นคบกับเราด้วยใช่ไหม เดี๋ยวพ่อจัดการให้นะจ๊ะ หยุดกรี๊ดเถอะ สงสารหูวัยชราของพ่อบ้างน๊า...” เสียชัดชัยลืมเอามือปิดอุดรูหูตนเอง จึงได้รับแรงดันเสียงหวีดร้องแหลมๆ ของลูกสาวแห่งดวงใจเข้าเต็มประตู ณัฐภรณ์ได้ยินเสี่ยชัดชัยบอก ก็เริ่มหยุดกรี๊ดเสียงประหลอดแตก

“พ่อจ๋าต้องจัดการให้นิดนะ จริงๆ แล้วมันก็เป็นความผิดของพ่อด้วย เคยรับปากกับนิดไว้แล้วไงคะ อย่างไงๆ นางสาวนิดแสนสวยคนนี้จะเอา...คุณนนท์ขามาเป็นผัวให้ได้ ฮึ!” ณัฐภรณ์ว่าจบก็ปัดก้นนวลเด้ง แล้วคว้ากระเป๋าหนังหรูแสนแพงเดินดั่งฉับๆ ผ่านคนเป็นพ่อไปเลย เธอขอออกไปเดินส่ายก้นชอปปิ้งและเที่ยวให้เจริญหูเจริญตา ให้มันหายเครียดกับหัวใจหน่อยก็แล้วกัน

เสี่ยชัดชัยถึงกับถอนหายใจออกมา เมื่อลูกสาวเดินจ้ำก้นบิดๆ ไปแล้ว ก็คนมันมีลูกสาวอยู่คนเดียวในชีวิตนี่นา เสี่ยชัดชัยก็ต้องตามใจหน่อย มันจะได้รักพ่อมันบ้าง แต่ทว่ายิ่งโต ก็ยิ่งชักไปกันใหญ่...มองไม่เห็นหัวอกคนเป็นพ่อเลยละมั้ง...

“ไอ้ป้อม ไอ้ป้อม มึงไปสืบมาหน่อยสิ ว่านายธารานนท์นั่น มันทำไมไม่ติดอกติดใจลูกสาวของกู หรือว่ามันกำลังมีหญิงคนอื่น ที่น่าสนใจกว่าลูกสาวกูอยู่หรือเปล่าวะ” ไอ้ป้อมที่ยืนคอยรอรับคำสั่งไกลๆ พยายามเอามือแคะรูหูตัวเองอยู่ ว่าหูตนนั้นหนวกไปแล้วหรือยัง ยิ่งเจอเสียงแหลมร้ายของณัฐภรณ์แบบนี้ออกจะบ่อยๆ จนเกือบจะตาย เมื่อเธอไม่ได้ผู้ชายที่ปรารถนา แม้ไอ้ป้อมหน้าโหดก็อยากจะแอ้มแปะสักครั้งเหมือนกัน แต่ทว่าพอได้เสียงประหลอดแตก ที่มักจะแหกปากร้องลั่นใส่ทั่วบ้าน ไอ้ป้อมขอกราบสาธุสวดมนต์ และขอ...ไม่เอาดีกว่า...กลัวหูหนวกไปก่อน ที่จะตายในชาตินี้...

“ครับๆ เสี่ย”



ตะวันทอแสงลดน้อยลงเรื่อยๆ เวลางานของหญิงสาวขวัญใจประชาชนกำลังจะหมดลงไปอีกวัน นริศนาลงสำรวจพื้นที่ในส่วนที่รับผิดชอบกับโครงการเก่าอันทำค้างเอาไว้ และยังเหลืออีกมากมาย รวมทั้งคดีที่เธอต้องให้สนใจมากที่สุด คือคดีการโกงที่ดิน ซึ่งดำเนินไปได้เพียงน้อยนิดเดียวเท่านั้น ยอมรับว่ากังวลกับคดีนี้มาก...

รถเก๋งของเลขาส่วนตัวท่าน ส.ส. นรินศากำลังเคลื่อนไหวย้าย พากลับสำนักงานตน เสียงหวานจากเจ้านายสาวก็ทักเอ่ยขึ้น

“พี่อาณัติค่ะ ช่วยไปส่งรินที่บ้านได้ไหมคะ รินขอไม่เข้าสำนักงานนะคะ”

“ได้ครับ” เจอคำสั่ง เลขาหนุ่มก็ย่อมทำตามความประสงค์เจ้านายสาวอยู่แล้ว นรินศาเผลอถอนหายใจโล่งอกออกมาเลย เพราะเธอกำลังทำตัวแบบว่าหนีอะไรสักอย่าง...

มีรถยนต์หลายคันวิ่งแล่นสวนทางกันไปคนละทิศทาง บนท้องถนนหมู่บ้านต่างจังหวัดที่กำลังขยับขยายตัวให้เจริญมากขึ้น โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม อันดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายประเทศ และในประเทศแห่มาเที่ยวด้วยกันได้ บรรดาแขกต่างถิ่นต่างเมืองเข้าพักในรีสอร์ทแมกไม้กอหญ้าไม่ขาดช่วง และในเร็วๆ นี้ คงจะมีเทศกาลประจำเมืองสักงานล่ะมั้ง ข้อมือแกร่งสวมนาฬิกาหรูของหนุ่มธารานนท์ บ่งบอกเวลาถึงการต้องรับไปหญิงสาวว่าที่คนรักครั้งใหม่กลับบ้านแล้ว...

“หวังว่าคงไม่แอบหนีกลับบ้านก่อนนะครับ ยัยผู้หญิงคนขี้เก๊ก” ธารานนท์พึมพำก่อนจะขับรถคันโตตนออกไปจากรีสอร์ท ตลอดเส้นทางเขาเริ่มใจร้อนวูบๆ เมื่อจะพบเธอเสียที ใช้เวลาเพียงไม่นานนัก ธารานนท์ก็มาถึงที่หมาย เขาสูดลมหายใจเข้าออกสักสองสามครั้งให้อารมณ์ตนเองผ่อนคลาย แล้วมุ่งหน้าก้าวเดินเข้าไปยังสำนักงานท่านส.ส.นรินศา ขวัญใจของจังหวัด เมื่อเข้ามาแล้ว ก็มีผู้หญิงเลขาของท่านส.ส.สาวออกมาต้อนรับ เขาแจ้งว่ามาที่นี่เพราะอะไร

“คุณธารานนท์ มาช้าไปแล้วค่ะ คือ ช่วงทำงานบ่ายท่านนรินลงพื้นที่ค่ะ แล้วให้เลขาส่วนตัวของท่านขับรถไปส่งกลับบ้านเรียบร้อยแล้วนะคะ” ชไมพรบอก แม้เธอจะแปลกใจมากเหมือนกัน ที่จู่ๆ ผู้ชายคนนี้ เท่าที่ชไมพรจำได้ เขาคือ นายทุนแสนร้าย ซึ่งเป็นคู่กรณีคดีหนักเอางานกับนรินศา แต่ทว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมา หนุ่มคนนี้ก็ปกป้องท่านรินศา กับการมาพร้อมกันด้วยรถส่วนของเขานั้น ทำให้ชไมพรคิดความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แถมมาวันนี้เขายังบอกว่า จะมารับเจ้านายสาวของชไมพรกลับบ้านอีกด้วย

แม้ว่าเธอจะพูดโกหกก็ได้ ว่าท่านส.ส.คนเก่งไปไหน ณ แห่งใด แต่ทว่าการมาแบบเป็นมิตรประหลาดๆ ของชายหนุ่มนายทุนแสนร้าย ไม่ทราบว่าจะเป็นไม้ไหนกันแน่กับท่านนรินศา ชไมพรจึงเลือกจะใช้คำพูดที่เป็นความจริง...เนื่องจากด้วยสายตาแบบที่ชไมพรเคยเห็นกับพี่อาณัติ คือ ความผิดหวัง...เมื่อได้พบหรือเจอคำปฏิเสธ...หวังว่านายทุนใจร้ายผู้รูปหล่อคนนี้ คงไม่ได้หลง...ท่านส.ส.ขวัญใจของจังหวัดเข้าใช่ไหม

ธารานนท์เผลอพ่นลมหายแรงไปหนึ่งหน พร้อมกับหัวเราะในลำคอ เหมือนรู้สึกถึงความขัดใจ...และพ่วงมาด้วยอาการไม่พอใจอีกด้วย

“อย่างงั้นหรือครับ ขอบคุณที่บอกให้ผมทราบนะครับ”

“ค่ะ”

รถของชายหนุ่มเจ้าของรีสอร์ทมีชื่อเสียงในจังหวัด ลับหายตาชไมพรไปเป็นที่เรียบร้อย เธอก็ทำการโทรไปแจ้งให้แฟนหนุ่มรับรู้และรายงานให้เจ้านายสาวทราบต่อ

“ท่านครับ ชไมพรบอกพี่ว่า...มีชายหนุ่มแวะไปรับท่านที่สำนักงาน...” พี่อาณัติรายงานต่อทันที เมื่อวางสายโทรศัพท์มือถือกับแฟนสาวเรียบร้อยแล้ว

“ค่ะ” นรินศาตอบแค่สั้นๆ ไม่คำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น พี่อาณัติจึงไม่ถามต่อ...ถ้าตอบแบบนี้ แสดงว่าเจ้านายสาวไม่พร้อมที่จะอธิบายให้ทราบ เลขาหนุ่มจึงได้แต่ทำหน้าที่รายงานให้ทราบก็เพียงพอแล้ว...ก่อนขับรถเลี้ยวเข้าหมู่บ้านเจ้านายสาว...

เสียงบีบแตรรถเรียกให้เจ้าของบ้านอัณณ์ศญาทำการเปิดประตูรั้ว ลุงเข้มผู้คุ้มความปลอดภัยครอบครัวบ้านหลังนี้วิ่งอาสามาทำหน้าที่อย่างจริงจัง พลันคิ้วคนแก่เกิดชนใส่กัน เมื่อเห็นว่ามันเป็นรถเก๋งอันคุ้นตา... ขับมาจอดหน้าบ้านใหญ่แล้ว คนที่ลงจากรถดังกล่าวอีก ยิ่งทำให้ลุงเข้มร้องอุทานแปลกใจนัก

“อ้าวคุณหนูริน...นี่นา วันนี้ต้องมาพร้อมกับหนุ่มหล่อรีสอร์ทนี่นา...ไหง๋มากับนายอาณัติได้ล่ะเนี่ย” ลุงเข้มเริ่มสายหน้าไปมา พลางคิดว่าคุณหนูรินของตน คงจะไม่ยอมทำตามความประสงค์ของผู้ให้กำเนิดอีกแล้วแน่เลย แล้วจะมีชายหนุ่มสักคนบ้างไหมหน่อ ที่จะเข้ามาปราบหัวใจน้ำแข็งของคุณหนูน้อยแห่งบ้านอัณณ์ศญาได้กันนะ

ด้านเลขาหนุ่มส่งเจ้านายสาวเรียบร้อย แล้วก็ทักทายท่านศาสตรากับคุณหญิงนริศราที่ออกมาต้อนรับ...คุยด้วยสักระยะสั้นๆ ก็ขอตัวกลับไปรับแฟนสาวชไมพรที่สำนักงาน

“ลูกรักของแม่จ๊ะ แม่ว่ามีคนไปรับ...หนูกลับบ้านอยู่นะ” หลังรถเก๋งของเลขาหนุ่มอาณัติพ้นรั้วบ้านไปแล้ว คุณหญิงแม่คนงามก็เริ่มซักถามลูกสาวสุดดวงใจต่อ...ด้วยความเคืองใจมาก...มีลูกสาวทั้งคน ก็ไม่เคย ทำตัวให้มันได้ดั่งใจท่านสักครั้งเลย

“ค่ะ พอดีรินลงพื้นที่...แล้วขากลับมันทางใกล้บ้าน เลยให้พี่อาณัติมาส่งง่ายกว่าค่ะ” เจอคำตอบนี้ คนเป็นพ่อก็ต้องหัวเราะในลำคอ

“พ่อว่า พ่อก็วางหมากให้ลูกดีแล้วนะ รู้ตัวไหมว่าลูกกำลังเดินนอกหมากกระดานของพ่ออยู่นะ” พ่อศาสตราเล่นพูดเข้าประเด็นไม่รีรอช้าให้เสียเวลา

“รินว่า รินก็เดินตามหมากของคุณพ่อนะคะ วันนี้รินเหนื่อยมาก ขอตัวไปอาบน้ำและไม่รับอาหารเย็นนะ รินจะพักผ่อนอย่างเดียว...” น้ำเสียงหวานยังเอ่ยแบบแข็งๆ ใส่พ่อกับแม่ พวกเขารู้เลยว่ายังโกรธและขุนเคืองพวกท่านอยู่แน่ๆ แถมว่าจบก็ก้าวเดินผ่านผู้บังเกิดเกล้าทั้งไปอย่างรวดเร็ว...คุณหญิงถึงกับร้องอุทานไม่พอใจตามหลังลูกสาวคนหัวดื้อ...

“ดูดิ...ลูกนิสัยเหมือนคุณไม่มีผิดเลย...ทำตัวงอนใส่พ่อแม่ อย่างกับน้ำแข็งเดินได้”

“อ้าวๆ ผมว่าอาการแบบนี้ มันเหมือนแม่ศรามากกว่านะ” พ่อศาสตราพูดถูกต้องที่สุด ไอ้อาการงอนๆ นิ่งๆ ไม่แยแสใครเนี่ย เหมือนฝ่ายภรรยาของตนมาก

“งั้นเหรอ...” เสียงของคุณหญิงเล่นงอนบ้าง ช่างเหมือนกันจริงๆ พ่อศาสตราคิดบ่นในใจ

“หมดกัน แล้วอาหารมื้อแรกต้อนรับว่าที่ลูกเขยก็ต้องถูกแช่แข็งสินะ...” พ่อศาสตราว่าแล้วก็หัวเราะเอง แหมๆ ก็ลูกมันตอบว่าเดินตามหมากตนอยู่นี่

“เชอะ...เดินตามหมากคุณพ่อท่าไหนกัน พลาดมาสองครั้งสองหนแล้วนะ” คุณหญิงนริศรายังยืนกอดอก แล้วบ่นตามความคิดของพ่อศาสตราเองอีกต่างหาก

“อืม...พ่อว่าอาจจะเดิมตามนะ หนึ่งปล่อยให้ชายหนุ่มกระวนกระวายใจ สองไม่ก็ลูกเราต่างหาก ที่หนีเพราะรับกระดานหมากนี้ของพ่อไม่ได้ล่ะมั้ง” พ่อศาสตราบอกจบ คุณหญิงตบมือดังๆ ให้ด้วยความชอบใจ เลิกงอนสามีทันตาเห็น...

“แม่ชอบข้อแรกมาก แต่ข้อสอง...ทำไมลูกถึงต้องหนีล่ะ เอ๋...หรือว่า...” ทั้งสองชราสบตากัน เมื่อเดาความรู้สึกของลูกสาวได้ว่ากำลังสับสนเช่นกัน และแล้วเสียงแตรรถคันที่พวกท่านรอคอยก็มาถึงเสียที

“เอาไงแม่...พ่อหนุ่มนนท์มาแล้วนะ” พ่อศาสตราเปิดคำถาม... เพราะมื้อเย็นกำลังจะไม่มีใครบางคนที่ชายหนุ่มธารานนท์อยากพบหน้าและร่วมโต๊ะทานข้าวด้วย

“แม่ให้ไฟเขียว...ขอจับแพะชนแกะหัวดื้อหน่อยเถอะ...แผนแม่นะ”

“อย่างไงล่ะ...” พ่อศาสตราถามแผนการ แม่นริศราก็ยิ้มบาน แก้มปริรับหน้า คนว่าที่ลูกเขยก่อน...ธารานนท์เห็นแทบใจคอไม่ดีอย่างไงไม่รู้ ตกลงบ้านนี้จะอยากเชือดเขาทิ้งหรือจะต้อนรับเขาเหมือนคนธรรมดากันแน่

“พ่อหนุ่มนนท์ของแม่ น้องกลับบ้านก่อนแล้วจ๊ะ แม่ต้องขอโทษแทนอีกครั้งนะ เมื่อเช้าก็พลาดไป เย็นก็ยังพลาดอีก...มาๆ เข้าดื่มน้ำ กินอะไรเย็นๆ ก่อนนะจ๊ะ”

“เอ่อ...ครับ” ธารานนท์พูดแค่นั้น ก็ถูกคุณหญิงคว้าควงแขนหนุ่มน้อยเข้าบ้าน ต่อหน้าต่อตาสามีเลย พ่อศาสตรามองตามตาโตเชียวแหละ ดันลืมสามีไว้หน้าบ้านซะงั้น ท่านศาสตราขอดูบทบาทแสดงของภรรยาหน่อยสิ ไอ้เปิดไฟเขียวให้ว่าที่ลูกเขยมันเป็นอย่างไงหว่า...

ในที่สุดธารานนท์ก็นั่งทานข้าวมื้อเย็นกับท่านศาสตราและคุณหญิงเท่านั้น ยิ่งเผลอมองไปยังเก้าอี้ตัวข้างๆ ตนก็พบว่ามันว่างเปล่า การอดพบใบหน้าสาวขวัญใจประชาชน มันรู้สึกหนักอกถึงเพียงนี้เชียวหรือไงหน่อ...

“อิ่มหรือเปล่าจ๊ะ พ่อนนท์ของแม่” เสียงของคุณหญิงปลุกให้ธารานนท์ตื่นจากความคิดตน

“อ้อ...อิ่มครับ อร่อยมากเลยครับคุณหญิง” ธารานนท์ตอบไปตามที่คิดทัน แม้ว่าสำรับอาหารกับข้าวที่นี่จะถูกปากเขาเช่นกัน แต่ว่าดันขาดใครบางคนไป ที่อาจจะทำให้เขากินข้าวมื้อนี้ได้อร่อยเพิ่มขึ้น

“ลองตอบไม่อร่อยสิ พ่อจะจับโยนทุ่ม...” พ่อศาสตราพึมพำบอกเบาๆ ให้ได้ยินแบบไม่สามารถจับความได้ แต่ทว่าธารานนท์ก็พอจะจับคำพูดออกท่านศาสตราได้ สีหน้าคนหนุ่มจ๋อยลงเลย แม่นริศรารีบส่งสายตาเขียวดุใส่สามีแทน...ท่านศาสตราก็ยักไหล่ตอบเฉยๆ การจะเป็นลูกเขยท่านไม่ใช่ให้ท้ายแล้ว จะยอมให้เป็นโดยง่ายๆ นะ ยังมีบททดสอบอีกเพียบเยอะเลยแหละ ที่ท่านจัดเอาไว้ต้อนรับลูกเขย...

“พ่อนนท์คงอิ่มแล้วสินะ แต่ว่า...ยังมีอีกคนนะ ดันไม่ยอมมาทานข้าวด้วยนะ พ่อนนท์รู้หรือเปล่าเอ๋ย...” คุณหญิงหันมาช่วยคุยกับธารานนท์ต่อ ไม่เข้าใจสามีตนเหมือนกัน ปากก็บอกอยากหนุ่มผู้นี้มาเป็นลูกเขย แต่ดันชอบขู่ฟ่อๆ ใส่อยู่ได้

“ครับ...” ธารานนท์พอจะรู้ว่าคุณหญิงหมายถึงใครแน่นอน

“งั้น...” คุณหญิงพูดแล้วก็เลื่อนถาดอาหารที่เตรียมสำรับไว้ให้ลูกสาว พร้อมนมจืดหนึ่งกล่องใหญ่ๆ มาตรงหน้าหนุ่มธารานนท์

“ช่วยแม่ถือถาดอาหารของน้อง ถาดนี้...” คุณหญิงพูดต่อและขยับเก้าอี้ลุกขึ้นยืน

“ตามแม่ขึ้นมาบนห้องน้องนะจ๊ะ” คุณหญิงพูดจบก็นำหน้าออกไปก่อนเลย ธารานนท์ยังอึ้งกับคำขอร้องของท่านอยู่ ยิ่งสบตามาเจอพ่อศาสตรานั่งกอดอก คิ้วขมวดชนกัน...แน่นอนว่ากำลังเคร่งขรึมก่อนจะกอพายุโกรธเกรี้ยวกราด ทว่าเสียงของคุณหญิงดันร้องให้ธารานนท์ลุกมานางโดยไว ไม่สนใจสามีของนางหรอก ธารานนท์คว้าถาดอาหารดังกล่าว แล้วรีบปลีกตัวเดินดิ่งมาหาคุณหญิงก่อนดีกว่า เนื่องจากกลัวพายุพิโรธพ่อจระเข้ตรงนั้นชะมัดเลย

“เปิดไฟเขียวเต็มที่ให้พ่อนนท์ อืมๆ เล่นซะพ่อโมโหควันออกหูเลยนะแม่” คนเป็นพ่อก็หวงแหนลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนในดวงใจเหมือนกันนะ แม้จะเปิดทางให้ชายหนุ่มลูกเพื่อนรุ่นน้องสมัยก่อนก็เถอะนะ แต่เล่นให้ธารานนท์เข้าหาในห้องนอนลูกสาว...มันเกินไปแล้ว...มันเกินขอบเขตของคนเป็นพ่อที่วางไว้ด้วย...

“นายเข้ม นายเข้ม ผมขอ...ยืมปืนหน่อย!” พ่อศาสตราลุกจากโต๊ะกินข้าวมื้อค่ำ ตะโกนเรียกร้องหาบอดี้การ์ดคนเก่า เพื่อขอยืมอาวุธมาเตรียมปกป้องลูกสาวสุดที่รักให้พ้นมือหนุ่มลูกเขยจอมเจ้าสำราญเริงใจ...



เสียงเคาะประตูสองสามครั้ง ทำให้นรินศาต้องละมือการคอมพิวเตอร์ตนเอง เดินมาเปิดประตูห้อง และภาพที่เห็น คือ แม่ของเธอยืนยิ้มแฉ่งดวงตาประกายวาวๆ ก่อนจะขยับตัวให้ผู้ช่วยถือถาดอาหารคนใหม่ เข้ามาเสริ์ฟ

“คุณแม่! นาย!” นรินศาตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะยังอยู่ที่บ้านธออีก แถมจู่ๆ คนเป็นแม่ยังพาเขาขึ้นบ้านมาหาเธออีกด้วย บ้าไปแล้ว...เธอกำลังอึ้งกับสิ่งที่แม่ทำลงไป แม่นริศราเดินก้าวเข้าห้องลูกสาวอย่างเด็ดเดี่ยว พร้อมชี้มุมให้ธารานนท์เดินมาเข้าวางถาดอาหารไว้ตรงไหน ธารานนท์ดันทำตามอย่างว่าง่ายไม่ขัดความประสงค์ของท่านอีกด้วย เพราะมันง่ายและสะดวกมากที่จะได้เจอเธอสักที ช่างเป็นความโชคดีอะไรอย่างนี้ ทำไมคุณหญิงต้องใช้ให้เขาถือถาดข้าวมาส่งถึงห้องลูกสาวแบบนี้ล่ะ ช่างเล่นเปิดทางให้ชายหนุ่มชัดเจนอย่างมาก และแล้วความคิดของเขายังไม่ทันขาดช่วง...

ปัง! ก็เจอเสียงปิดประตูใส่หน้าเขาเต็มๆ ธารานนท์ถึงกับยิ้มเจ้าเล่ห์ ผิวปากด้วยอารมณ์ดีจนเนื้อในกายกระตุกเต้นแปลกๆ ทว่าการจู่โจมของคุณแม่ฝ่ายหญิงสาว ทำให้นรินศาตัวแข็งทื่อ คุณแม่กำลังทำอะไร! ทำไมถึงกล้าส่งผู้ชายเข้ามาห้องลูกสาวตนเองได้อย่างนี้

“คุณแม่!” นรินศาตัดพ้อถึงมารดาที่เล่นอะไรก็ไม่รู้ถึงสถานการณ์ด้วย...แบบนี้มันล่อให้เสือร้ายขย้ำลูกสาวตนเองชัดๆ คุณแม่ใจร้าย...โหดกว่าพ่ออีกนะเนี่ย...

“นายด้วย รีบเปิดประตู แล้วก็ออกจากห้องฉันไปเลยนะ”

“คร้าบๆ” ธารานนท์รับคำเสียงยาวๆ และกำลังทำตามที่บอก เขาแค่เห็นได้หน้าหวานๆ ก็พอแล้วมั้ง มือหนากำลังบิดกลอนประตู แต่แล้วก็ชะงักหันตัวพลิกกลับมาหาหญิงสาวดีกว่า

“ไม่ดีกว่า ผมว่า...ผมมีเรื่องจะคุยกับท่านนะ” ธารานนท์บอกแล้วยิ้มอย่างคนเหนือชัย...ผู้ใหญ่เปิดทางให้แบบนี้ก็ขออยู่นานหน่อยแล้วกันนะ

“ฉันไม่มีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ” นรินศารีบพ่นน้ำเสียงหวานเย็นๆใส่ ยิ่งสภาพการแต่งตัวอยู่ในแบบเสื้อขาวกางเกงขาสั้นมากๆ ด้วย พอเจอสายตาของเขาลามมองทั้งตัว ก็ยิ่งอยากให้เขาออกไปจากห้องนอนเธอโดยเร็วที่สุด

ธารานนท์เบ้ปาก เจอคำปฏิเสธฝ่ายหญิงตลอดกาล แต่เขาอยากคุยด้วยจริงๆ นะ คุยแค่ในฝันมันไม่ค่อยเหมือนตัวจริงที่ปรากฏตรงหน้าแบบนี้สักเท่าไร

“ผมมีนะ แถมไม่มีโอกาสได้พูดกับท่านเลย ท่านเล่นหลบหน้า...ผมตลอด”

“ฉันไม่ได้หลบใคร” อย่ามามั่วนะ คำหลังนรินศาร้องในใจ พูดไปก็คงเปิดประเด็นยุยงให้ฝ่ายชายเข้าล่ะมั้ง ธารานนท์หัวเราะในลำคอ...เมื่อฝ่ายหญิงยืนยันไม่ได้หนีตน

“โอเคครับ ท่านไม่ได้...หลบใคร” ธารานนท์พูดเน้นๆ แล้วเผลอก้าวเท้าเข้ามาหาหญิงสาวแสนน่ารัก เวลาโกรธมีแก้มป่องๆ จนน่าหยิกฉิบเป๋งเลยว่ะ

“ท่านลืมไปหรือเปล่า ว่าผมเป็นอะไรกับท่านตอนนี้ หือ!”

“นายธารานนท์...” เขาก้าวเท้ามาหา เธอก็ต้องถอยหลังกรู พลางร้องโอ๊ยในใจไม่พอ...ยังตกใจที่คุณแม่ส่งผู้ชายเข้าห้องนอนยังหายใจไม่ทั่วท้องเลย แถมกำลังจะถูกเสือร้ายก้าวขย้ำคออยู่นี่ คุณแม่นะคุณแม่ใจร้ายกับหนูมาก คอยดูนะจะฟ้องพ่อให้ลงโทษให้เข็ดเลย...พอคิดถึงคุณพ่อเข้า นรินศาก็คิ้วย่นใส่กัน พลางบ่นต่อไปว่า ‘แล้วพ่อไปไหนล่ะ’

“เรียกชื่อผมแล้ว ก็ตอบคำถามผมบ้างสิท่าน...”

“รู้” เสียงหวานตอบห้วนๆ สั้นๆ ได้ใจความที่สุด เมื่อเงียบใช้ความคิดนานเกินไป ธารานนท์ผ่อนลมหายเบาๆ กับคำตอบน้ำเสียงช่างไม่หวานไพเราะเสนาะหูเอาเสียเลย

“ขอบคุณครับ...ที่ท่านนริศายังเข้าใจสถานะของเรา อ้อๆ ต่อไปท่าน ก็อย่าวิ่งไปนอนเตียงคนอื่นอีกนะ” ธารานนท์พูดโต้ๆ ผู้ชายก็หวงหวงของๆ ตนเองเหมือนกันนะ

“ห๊ะ...นายพูดอะไร เตียงใคร?” นรินศาถามไปด้วยมึนงง และยังทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์ล่อแหลมนี่

“ตอนนี้ ท่าน คือ ผู้หญิงของผม ขอให้จำเอาไว้ด้วยนะครับ” ธารานนท์ไม่ปล่อยให้สาวหน้าหวานที่กำลังจะคบด้วย ทำตัวฟรีแลนด์ไปนอนเตียงคนโน้น คนนี้ง่ายๆ หรอก เพราะเตียงที่เธอจะล้มตัวนอนได้ มันจะต้องเป็นเตียงของเขาเท่านั้น...

ถ้าทำได้เขาอยากจะจับมัดเอาไว้เลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องหนีไปนอนเตียงใครได้อีก เมื่อเช้าเขาเห็นเต็มดวงตา จนเกือบฟิวส์ขาด เนื่องจากไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่คบหาอยู่ด้วยนั้น วิ่งหนีไปซุกนอนเตียงชายคนอื่น...

“ของผม เชอะ! นายคงเห็นว่าฉันเป็นของเล่นหรือไง” นรินศาอยากจะกรี๊ดด้วยมีน้ำโมโหเพิ่มขึ้นอีก

“ใช่ครับ ถูกใจผมมากด้วยนะ แปลกดี หึๆ” ธารานนท์พูดยุแหย่ให้หญิงสาวโกรธเป็นทวี แหมๆ น่ารักเว้ยเฮ้ย...ตอนกำลังโกรธโมโหเนี่ย เขาชอบใจนัก มันยังดีกว่าตอนทำหน้าหวานนิ่งๆ ขี้เก็กคอเชิดกว่าเป็นไหนๆ

“ไอ้...ไอ้บ้า” ของแปลก! เขาพูดออกมาได้ไง นริศนาตะคอกใส่ลั่นห้อง ใบหน้าหวานยิ่งจะแดงก่ำด้วยความโกรธมากจนฟิวส์ขาดได้

“แหมๆ คำยอดฮิตเลยยะคำนี้ ไอ้บ้า....แต่ก็รักนะ ท่านน่าจะพูดต่อด้วยคำนี้อีกนิด ผมจะชอบม๊ากมาก” ธารานนท์ยังกวนประสาทหญิงสาวต่อ...พร้อมกับหัวใจของธารานนท์ที่กำลังเต้นรื่นเริงไปกับท่าทางอันพิโรธของเธอ จะว่าไปแล้วลูกจระเข้ก็น่ารักกว่าตัวพ่อแม่จระเข้นะเนี่ย...ถ้าปล่อยไปให้เป็นชายอื่นก็เสียดายเหมือนกันนะ

“เฮ้ยๆ อย่าปามานะ ท่าน...” กำลังคิดเพลินๆ ธารานนท์ก็ต้องตาโต เมื่อมองเห็นอาวุธในมือนรินศา เป็นโล่รางวัลคริสตันอะไรสักอย่างนี่แหละ

“ออกไปจากห้องเลยนะ ไม่งั้นนายหัวแตกแน่!”

“โอเคๆ ดุจัง เอะอะก็จะใช้แต่กำลังทำร้ายด้วย พรุ่งนี้ผมมารับอยู่นะครับ อย่าหนีผมนะ!” ไอ้ผู้ชายบ้า นี่เธอกำลังจะปาโล่รางวัลใส่หัวแตกอยู่แล้ว ยังมีหน้ามาทวงเวลานัดที่พ่อศาสตราให้ปฏิบัติตามคำสั่งอีก

ปัง!

“ไอ้หนุ่ม! คิดจะทำอะไรลูกสาวของข้าวะ!” เสียงทรงพลังอำนาจนี้มากจากไหนไม่ทราบ แต่มันทำให้ขนแขนของธารานนท์ลุกซู่ทั้งตัวเลย

“ปะ...เปล่าคร้าบบบ” ตอบกลับด้วยแรงกระตุ้นไม่ต้องคิด พลิกหันตัวไปหาท่านศาสตราที่พังประตูห้องลูกสาวเข้ามา ธารานนท์ถึงกับทำหัวใจตกไปอยู่ตาตุ่ม ด้วยสายตาเห็นเจ้ากระบอกสั้นดำสนิทเล็งมากลางหัวใจของชายหนุ่ม

“อะ...อย่ายิงผมนะครับท่าน...ท่านศาสตรา” ธารานนท์รีบมือขึ้นห้าม พลันหัวใจก็เกิดเต้นกระตุกตื่นกลัวมากที่สุดในชีวิต เหงื่อผุดไหลพรากเป็นเม็ดๆ เต็มใบหน้าหล่อซีดเซี่ยวยิ่งกว่าไก่ต้มเสียอีก...

“ฮึ! เดินออกมาห้องลูกสาวข้า เดี๋ยวนี้!”

“ครับๆ” ธารานนท์กลัวลูกกระสุนวิ่งออกมาจากกระบอกปืนสั้นของพ่อศาสตราเสียจริงๆ เขาไม่ได้ทำอะไรลูกสาวท่านเลยนะ พอก้าวออกมาจากห้องนอนนรินศา ก็เห็นคุณหญิงนรินศาโบยมือบ๊ายบายให้ พร้อมอวยพรว่า “โชคดีนะ” ธารานนท์กลืนน้ำลายฝืดลงคอแกร่งตน

“ไม่ต้องส่งสายตาไปอ้อน เมียของข้า!” เสียงคำรามสั่งประทานก็ก้มหน้ารับผิดไปเต็มๆ คุณหญิงสบตากับสามีแล้วก็หน้าเชิดนวลพรรณเด้งใส่ และไม่ยอมรับว่าตนเองกระทำความผิดอะไรเอาไว้ พ้นร่างของสองหนุ่มต่างวัยไปเคลียร์กันที่ไหนก็ไม่รู้เลย นรินศาก็เดินตึงๆ พ้นน้ำเสียงต่อว่าคนเป็นแม่บังเกิดเกล้าชุดใหญ่

“คุณแม่! คุณแม่กำลังทำอะไร นี่รินเป็นลูกนะ ทำไมคุณแม่ถึงกล้าส่งผู้ชายตัวกำยำเข้ามาในห้องนอนลูกตนแบบนี้...ถ้าเขาทำอะไรมิดีมีร้าย อยากปล้ำรินขึ้นมา คุณแม่จะเสียใจบ้างมั้ยคะ คุณแม่ใจร้าย ใจไส้ระกำกล้าทำกับลูก ลงคอได้ไง...”

“แม่รู้ค่ะ แม่ย่อมรู้ว่าทำอะไรลงไป อีกอย่างนะแม่ก็ตั้งใจที่จะให้มันแบบนี้ด้วยนะ”

“คะ...คุณแม่...” นรินศาถึงกับน้ำคลอเบ้า สะอึกอึ้งไปกับการได้ยินเต็มสองรูหูว่า คนเป็นแม่ตั้งใจส่งผู้ชายที่เธอไม่รู้จักขึ้นมาบนห้องลูกตนเอง...จะมีแม่ที่ไหนกล้าทำแบบนี้บ้างเนี่ย!

“แม่ศรา คุณรู้ตัวหรือเปล่า ว่าทำอะไรลงไป เปิดไฟเขียวให้ไอ้หนุ่มนั่น โดยการส่งขึ้นมาปล้ำลูกเราหรือไง ห๊า!” พ่อศาสตราขึ้นมาสมทบอีกแรง ซักต่อว่าภรรยาตน แม่นริศราต้องเอามือกุมขมับกับสองพ่อลูกที่จะตื่นตูมเดาสถานการณ์ไปก่อนล่วงหน้า

“คุณโหดร้ายมาก ผมไม่เคยเห็นคุณทำตัวนอกศีลธรรมแบบนี้ คิดได้ไงส่งผู้ชายเข้าห้องลูกสาวคนเดียว”

“หยุด!” แม่นริศราทนฟังคำต่อว่าของทั้งลูกสาวและฝ่ายสามีไม่ไหว จึงต้องขอยกมือห้าม

“หยุดไม่ได้ ผมจะเทศน์สอนคุณ ผมรักลูกก็เท่าๆ กับคุณนะ ถ้าทำลูกเจ็บ ผมก็เจ็บไปหลายเท่าด้วย”

“ฟังแม่ก่อนนะ ทั้งพ่อและลูกเลย” แม่นริศราใจเย็นยะเยือกมาก ผิดกับสองพ่อลูกที่ดูจะโกรธเกรี้ยวกราดแล้วมาลงที่นางฝ่ายเดียว

“ที่บอกว่าตั้งใจทำเพราะรู้ว่า พ่อจะต้องมาช่วยได้อยู่แล้ว แม่มั่นใจว่าพ่อจะต้องช่วยได้ทันเวลาแน่ๆ อีกอย่างพ่อนนท์ไม่กล้าทำอะไรลูกได้หรอกนะ จริงมั้ยจ๊ะแม่สาวนัดแม่นปืนเหรียญทอง” แม่นริศราบอกพร้อมเอามือชี้ไปทางหลังลูกสาวที่เหน็บปืนสั้นจิ๋วเอาไว้ ก่อนจะคว้าโล่รางวัลปาใส่หัวนายธารานนท์ พ่อศาสตราก็เริ่มเอ๊ะใจแปลกๆ ที่ว่าทำตามแผนนางคือแบบนี้หรือเปล่า ไม่เคยเกริ่นบอกพ่อสตราล่วงหน้าสักคำนี่นา ภรรยาของตนกำลังยืนกอดอกอย่างเหนือชัยรอแล้ว

“แม่ยอมรับว่าใจร้าย และจะใจร้ายต่อไปเรื่อยๆ ด้วย ถ้าลูกยังไม่ยอมให้พ่อนนท์ไปรับไปส่ง” คุณหญิงหันมาข่มน้ำเสียงบังคับลูกสาวเช่นเดิม ถ้าดื้อยังยอมอีก แม่ก็จะส่งธารานนท์มาหาห้องนอนอีกอย่างงั้นสิ

“สุดท้ายรินก็ต้องถูกจับผูกมัดสินะ คุณแม่ใจร้าย” นรินศาเอ่ยเสียงอ่อนแอเหมือนน้อยใจคนเป็นแม่ที่เห็นนายธารานนท์อีกกว่าลูกตนเอง

“ใช่! คุณน่ะ ใจโหดร้ายนะ เล่นบังจิตใจลูกแบบนี้อีก ผมว่าไม้อ่อนของผมดีกว่านะ ไม้แข็งของคุณมันแรงไป ดูดิลูกสาวเสียใจไปนะ” พ่อศาสตราบ่นขึ้นให้อีก เมื่อลูกสาวปิดประตูเข้าห้องนอนแล้ว

“ไม้อ่อนของคุณมันช้านี่นา...เล่นไม้ของแม่นี่แหละ ดี! คอยดูพรุ่งนี้สิ ลูกสาวพวกเราจะหนีไปทำงานก่อนหรือจะรอให้พ่อนนท์มารับ” ท่านศาสตร์ถอนหายใจเฮือกโตจำใจต้องทำตามแผนของภรรยาแสนรัก

“พ่อจะรอดูผลงานของแม่นะ อีกอย่างลูกเรามันไม่กลัวหรอกนะ ถ้าจะเจอผู้ชายเข้าห้องนอนอีกรอบ งานนี้ยิงไส้แตกแทนแน่ๆ”

ด้านหนุ่มธารานนท์ต้องขับรถคันโตกลับด้วยอาการเสียขวัญอีกวัน ทว่าอาการร่างกายยังดีนะที่พอจะทำใจรับมือไว้ทันเหตุการณ์ แม้จะเจอปืนจ่อหน้าก็ตาม ท่านศาสตราก็แค่ไล่มาส่งที่รถขับกลับรีสอร์ทต่างหาก แถมท่านพ่อจระเข้ยังย้ำสั่งว่า พรุ่งนี้ต้องมาหาเช่นเดิม ตกลงท่านทั้งสองต้องการลูกเขยอย่างเขาแน่จริงหรือเปล่า

“ไอ้นนท์เอ้ย...เกือบตายแล้ว มีพ่อเป็นจอมโหด มีแม่เป็นแม่มด แล้วลูกสาวจะกลายเป็นตัวอะไรวะ” ธารานนท์พึมพำขนาดขับรถท่องราตรี ถูกแล้วที่บอกว่าเธอของแปลก แปลกทั้งบ้านเลย แต่เขาสามารถดันจับไอความอบอุ่นในบ้านหลังนั้น มันไม่ใช่โหดร้ายอย่างที่เขาเห็นจริงๆ ธารานนท์ไม่สามารถสลัดความคิดและความรู้สึกถึงครอบครัวบ้านอัณณ์ศญาได้ สำหรับตัวเขาเอง เพียงแค่ได้กลับบ้านหลังใหญ่โตมโหฬารที่เคยอยู่ก็สัมผัสถึง...ความเงียบเหงา ไม่มีชีวิตชีวา ธารานนท์เป็นลูกชายคนเดียวของแม่...และฝ่ายพ่อก็ไปแต่งงานใหม่ เขาจึงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวตามลำพัง ตั้งแต่เล็กจนโต...



โปรดติดตามตอนต่อไป

บทที่ 11 มนต์กลิ่นรัก...


ปล.แฮะๆ ไรเตอร์หายหัวไม่อัพนิยายตลอด...ToT\



Aricha
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 23 ม.ค. 2556, 17:45:27 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 23 มิ.ย. 2556, 21:48:13 น.

จำนวนการเข้าชม : 1337





<< บทที่ 9 ข้อแลกเปลี่ยนหัวใจเข้มข้น...   บทที่ 11 มนต์กลิ่นรัก... >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account