รากเหง้า
หมู่บ้านเล็กๆ บรรยากาศชายทุ่ง กลิ่นไอความเป็นบ้านนาคละคลุ้ง
บ้านหลังเล็ก ที่อยู่กัน 7 คน พ่อแม่ลูก เป็นครอบครัวที่อบอุ่น
การเป็นอยู่ก็พื้นๆ ไม่ได้พิเศษอะไรเพราะค่อนข้างจน แต่ก็อยู่กันอย่างมีความสุขตลอดมา การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของครอบครัวน้อยๆ ครอบครัวนี้ เกิดขึ้นเมื่อพ่อผุ้เป็นเสาหลักของครอบครัวป่วย
ลูกๆ จึงต้องช่วยกันทำงาน และต้องลดพาระครอบครัวด้วยการแต่งงานเพื่อลดการแออัดภายในบ้าน และนั่นคือที่มาและเรื่องราวความสุข ความทุกข์ ความสำหวัง ความผิดหวัง ในชีวิต ติดตามได้ใน นิยายเรื่องยาว รากเหง้า ในนามปากกา อ. อกาลิโก
Tags: http://my.dek-d.com/dekdee/writer/view.php?id=908025

ตอน: งานฤดูหนาว50%

" พี่บัว เรามายืนทำอะไรตรงนี้เนี้ยะ เค้า เมื่อยแล้วน่ะ" บารมีพูดขึ้นในภาษาที่ยังไม่ประสา
ผู้เป็นพ่อกับแม่ จึงผละออกจากกันทันทีที่ได้ยินเสียงลูกชายคนเล็ก แม่มาลีรีบปาดน้ำตาตัวเองไม่ให้ลูกได้เห็น บัวเดินจูงแขนน้องชายเข้ามาหา พ่อกับแม่ แล้วเธอจึงกอดแม่ของเธอเอาไว้เพราะทราบว่าผู้เป็นแม่นั้นยังคงอยู่ในอาการเศร้า เธอมองใบหน้าของแม่เธอ
ส่วนบารมีนั้นกอดพ่อพร้อมกับยกมือไหว้
“สวัสดีครับ”
เพราะว่าคุณครูบุญสมสอนมาจากโรงเรียนว่ากลับถึงบ้านต้องไหว้กล่าวสวัสดี พ่อกับแม่ เด็กชายหันไปหาเพื่อจะบอกกับผู้เป็นพี่สาวของตนเอง
"ตัวเองทำไมไม่สวัสดีพ่อกับแม่หล่ะ คุณครูสั่งมาแล้วน่ะ คุณครูยังบอกอีกด้วยว่า จะมาถามพ่อกับแม่ว่าเรากลับถึงบ้านแล้วสวัสดีพ่อกับแม่เหมือนอย่างที่คุณครูสอนหรือเปล่า ตัวให้เขาทำอยู่คนเดียว ตัวเป็นพี่ไม่ทำตามที่คุณครูบอก พรุ่งนี้เขาจะฟ้องคุณครูไม่รู้ด้วยน่ะ"
เด็กชายผู้เป็นน้องเตือนผู้เป็นพี่สาวของตน บัวยังกอดแม่ของเธอไม่สนใจคำพูดของน้องชายเลยสักนิดเดียว
"แม่จ๋า พ่อจ๋า หนูไม่อยากเรียนแล้วหล่ะ"
แม่มาลีนั้นข้องใจในคำพูดของบัว จึงถามด้วยความห่วงใยลูก และคิดไปต่างๆ นาๆ ว่าคงมีใครมารังแกลูกตนขึ้นว่า
"ทำไมหล่ะลูก ไปโรงเรียนมีเด็กเกเรมาแกล้งลูกของแม่หรือยังไง"
"เปล่า เปล่าจ๊ะแม่ ก็หนูส่งสารพ่อกับแม่นี่จ๊ะ เงินทองพ่อกับแม่ก็หามาลำบาก แล้วยังจะต้องแบ่งมาให้หนูกับน้อง ไปโรงเรียนอีก หนูไม่อยากไปเรียนแล้วจะแม่ หนูจะออกมาช่วยพี่ๆ เขาทำงานหาเงิน มาช่วยพ่อกับแม่จ๊ะ"
แม่มาลีเข้าใจในคำพูดของลูก แม่มาลีสวมกอดลูกสาวพร้อมทั้งเอามือลูบหน้าลูกน้อยอย่างรักใคร่มือก็ปาดน้ำตาของตัวเองที่กำลังไหลริน
"ไม่ได้ เองต้องไปโรงเรียน” เสียงพ่อแก้วพูดเบาๆ เพราะยังไม่มั่นใจในคำพูดของตัวเอง
“เองต้องเรียนให้จบอย่างน้อยก็ ป.4 ถ้าพ่อโชคดี มีเงินมีทองก็อยากจะส่งเองให้เรียนสูง ๆ จะได้ไม่ต้องมาทนลำบากเหมือนพ่อ เหมือนแม่ เองเข้าใจไหมบัว"
พ่อแก้วสวมกอดลูกชายคนเล็กที่ยังไม่รู้ประสาเอาไว้แน่น เพราะว่าเขาเป็นความหวังสูงสุดในชีวิตของพ่อแก้ว
"เรียนไปเถ่อะ"
เสียงหวานๆ เสียงหนึ่งดังขึ้น ทุกคนหันไปมอง เป็นเวลาเดียวกันกับสาวๆ ทั้งสามคนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย แล้วพากันเดินตรงยังแคร่ที่พ่อและแม่ของพวกเธอนั่งอยู่
"เองเห็นไหมบัว พี่ๆ ทั้งสามคนน่ะหมดวัยที่จะได้เรียนหนังสือแล้ว อีกหน่อยพวกพี่ๆ ก็ต้องมีสามี ไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คงต้องเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านเป็นแน่ เองน่ะโชคดีแล้วน่ะ ที่ได้เรียนหนังสือ เรียนไปเถ่อะ เองน่ะยังเรียนได้น่ะ พี่รู้ว่าเองอยากเรียน เผื่ออนาคตเองจะได้ช่วยเหลือพี่ได้บ้างไม่มากก็น้อยหล่ะว่ะ เพราะพวกพี่ๆ ของเองไม่มีใครอ่านหนังสือได้สักคน “
“ไอ่เรื่องทำงานช่วยพ่อกับแม่น่ะ เองไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าพี่ๆ แต่งงานออกเรือนไปแล้ว พ่อกับแม่ก็ไม่มีภาระมากเหมือนตอนนี้หรอกน่ะ”
“จะดีจะร้ายยังไงเสียเองก็ต้องเรียนน่ะบัว ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทั้งนั้น"
พี่ๆ ทั้งสามคนสวมกอดน้องบัวอย่างรักใคร่ 4 ใบเถากอดกันกลมและพากันร้องไห้ด้วยความรัก ความผูกพันที่มีต่อกันตลอดมา
แม่มาลีร้องไห้ตั้งแต่ลูกสาวยังไม่ได้กอดกัน
“แม่หยุดร้องได้แล้วน่ะ เดี๋ยวลูกๆ มันก็ใจเสียกันหมดหรอก” แม่มาลีจึงได้หยุดร้อง
"แม่จะไปทำกับข้าวก่อนน่ะ " พร้อมกับลุกเดินออกไป พ่อแก้วด้วยความรักภรรยาจึงพูดขึ้น
"แม่!!! ไม่ต้องทำหรอก พ่อซื้อลาปมาจากในเมืองแล้ว แม่เอาไปอุ่นน่ะ"
แม่มาลีหันมามองทั้งน้ำตาแล้วจึงเดินลับไปในครัว
อาหารเย็นมื้อนั้นเป็นมื้อที่อิ่ม และอร่อยที่สุดมื้อหนึ่ง เพราะนานๆ บ้านหลังนี้จะได้กิน หมู สักครั้ง (คนบ้านนอกสมัยนั้นกว่าจะได้กินหมู หรือลาป ต้องรอเทศกาลเท่านั้น)
"นี่ตับหมู" ตับหมูถูกป้อนใส่ปากลูกชายคนเล็ก พ่อแก้วดูเหมือนจะรักลูกชายคนนี้เอามากๆ เพราะว่าเป็นลูกชายคนเดียวที่จะต้องเป็นผู้สืบสกุล เขาจึงเป็นทั้งความหวัง ความฝัน และทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อแก้วฝันอยากให้เขาได้เป็น
“กินเย่อะๆ น่ะลูก ไปโรงเรียนจะได้เรียนหนังสือเก่งๆ เวลาคุณครูท่านสอนจะได้จำได้ง่ายๆ น่ะลูกน่ะ เข้าใจที่พ่อพูดไหมครับ”
“เข้าใจครับ พ่อครับ แล้วตับหมู นี่มันจะบำรูง ยังไงหล่ะครับ บำรูงอะไรเหรอครับพ่อ”
พ่อแก้วมองหน้าแม่มาลีเพื่อเป็นเชิง ขอความเห็นจากภรรยาของตน แต่เป็นเพราะว่าแม่มาลีก็ลืมไปแล้วว่าตับมันมีประโยชน์ยังไงบ้าง เพราะว่าตอนที่พยาบาลที่สุขศาลาเขาบอกมานั้นมันก็นานเต็มทีจนจำได้เลือนรางเต็มทีว่าตับมันมีสารอาหารอะไรบ้าง
ตับหมูบำรุง...... มีสารอาหาร...... สองสามีภรรยาพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก แต่ที่รู้คือ ตับหมูทานแล้วบำรูงร่างกายได้แน่ๆ ก็เป็นพอ
“พ่อจ๊ะ พ่อจะไปทำงานขายของป่าอยู่อีกไหมจ๊ะ หนูไม่อยากให้พ่อไปเลยจ๊ะ”
“ใช่จ๊ะพ่อ ฉันก็ไม่อยากให้พ่อไปเลยจ๊ะ”
“พ่อ แม่ก็ยังยืนยันน่ะพ่อน่ะ ว่าแม่ไม่อยากให้พ่อไปเลย แม่เป็นห่วง”
“แม่ พ่อเป็นทำงานน่ะแม่ มันได้เงินดี”
“แต่ว่า...”
“พี่แก้ว พี่แก้ว” ชายคนหนึ่งเขาตะโกนมาแต่ไกล เขาวิ่งกระหึดกระหอบเข้าประตูบ้านของพ่อแก้ว เข้าวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“อ่าว นี่เองมาเรื่องร้อนใจอะไรนักหนา ถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเชียว”
“ไม่มาบอกพี่แก้วไม่ได้แล้วหล่ะจ๊ะ พี่ เมื่อตะกี้นี้เองฉันเพิ่งจะเดินผ่านบ้านไอ่ทิศจันทร์มาจ๊ะ”
“อ่าว แล้วมันแปลกตรงไหน ข้าก็เดินผ่านบ้านของมันออกบ่อยๆ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นพี่ ตำรวจ ตำรวจเขาบุกมาล้อมบ้านจับไอ่ทิศจันทร์ พร้อมกับพวกคนที่ไปค้าของป่ากับมันทุกคนโดนจับหมดเลยจ๊ะพี่”
“อ่าว ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นหล่ะ พ่อ” แม่มาลีนั้นตกใจที่ได้ยินแบบนั้น
“ฉันเห็นชาวบ้านเขาพูดกันว่า ที่ไอ่ทิตจันทร์มันร่ำรวยมีเงินมีทองหยองใส่ก็เพราะว่ามันน่ะ ค้าฝิ่นจ๊ะพี่”
“เฮ้ย เฮ้ย นี่เองอย่ามาปดข้าน่ะเว่ย ไอ่ทิตจันทร์ มันจะค้าฝิ่นได้ยังไง เมื่อสองสามวันก่อนข้ายังเห็นมันค้าขายพระเครื่องอยู่เลย”
“ไอ่พระเครื่องที่มันเอามาให้คนรวยๆ เช่าน่ะพี่ มันเป็นพระเก่าก็จริงอยู่”
“อ่าวแล้วมันเก่า แล้วเป็นยังไงต่อหล่ะจ๊ะ น้า”
“เองก็อย่าเพิ่งขัดข้าสิว่ะ นังผัด”
“นั่นสิ ไม่เห็นว่าจะเกี่ยวกันตรงไหนเลย แม่เห็นด้วยกับพี่ผัดไหมจ๊ะแม่”
“เองก็อย่าพูดแทรกสิ น้าเขามาเหนื่อยๆ จะได้พูดคล่อง ถนัดๆ หน่อย”
“เอ้าว่ายังไงหล่ะ พูดไปสิพี่”
“ก็ตำรวจเขามีหมายมาค้นบ้าน แล้วก็มีหมายจับมาด้วย เขาว่าไอ่ทิศจันทร์กับพวกของมันทุกน่ะ เป็นโจรจ๊ะพี่“
“เป็นโจร” “เป็นโจร” ทุกคนต่างพากันตงใจกับคำนี้มากๆ
“เป็นโจร!!! มันจะเป็นไปได้ยังไงว่ะ ไอ่ทิศจันทร์มันก็บวชเรียนมาพร้อมกับข้า แล้วมันจะเป็นโจรไปได้ยังกัน”
“ก็ตำรวจเขามีหลักฐานน่ะพี่แก้ว มันปล้นบ้านคนรวยๆ แล้วเอาสร้อยพระ เงิน ของมีค่าที่มีในบ้านทุกอย่างของเขามาหมดเลยจ๊ะ เจ้าของบ้านคนไหนไม่ยอมมันก็ฆ่าเขาเลยจ๊ะพี่”
“แล้วพวกของมันทุกคนก็สารภาพหมดเลย เพราะเห็นตำรวจเขาว่า ถ้าไม่สารภาพ เขาจะประหารให้ตายตกไปตามๆ กันเลยจ๊ะพี่“
“นี่มันเป็นเรื่องจริงเหรอว่ะ”
“จริงแท้แน่นอนจ๊ะพี่ เชื่อฉัน ฉันไม่โกหกพี่หรอกแล้วยังมีอีกเรื่องน่ะพี่ ที่ฉันจะบอกพี่น่ะ”
“เองก็ว่าไปสิ อ้ำอึ้งอยู่ได้”
“พี่จำ ไอ่บุญมา ได้ไหมพี่ ที่มันไปค้าของเก่ากับไอ่ทิศจันทร์ เมื่อปลายปีก่อนน่ะพี่”
“เอ่อจำได้ ก็มันตายเป็นไข้ป่าไปแล้วนี่หน่า เองจะไปพูดถึงเรื่องของมันทำไมอีกว่ะ อย่าพูดเรื่องนี้ให้อีน้ำใสมันได้ยินเชียว เดี๋ยวมันก็ได้ร้องไห้เสียใจอีกหรอก”
“ก็เห็นชาวบ้านเขาพูดกันว่า ที่มันตาย มันไม่ตายเพราะไข้ป่าหรอกจ๊ะพี่”
“อ่าว แล้วมันตายยังไงเหรอจ๊ะพี่”
“เขาว่ามันโดนยิง เจ้าของบ้านที่พวกมันพากันไปปล้นเขาหึดสู้ จริงโดนมันเต็มๆ สัปเหรอเขาก็ยังยืนยันมาน่ะพี่ ว่าตอนที่เผา บนเชิงตะกอนมันยังมีกระสุนที่มันไม่ไหม้วางอยู่บนเชิงตะกอนเลยจ๊ะพี่”
“นี่ไอ่ทิศจันทร์มันเป็นโจร จริงๆ เหรอเนี้ยะ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย”



อกาลิโก
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 24 ก.พ. 2556, 11:37:54 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 17 มี.ค. 2556, 20:01:44 น.

จำนวนการเข้าชม : 840





<< ดอกเบี้ย   งานฤดูหนาว 2 >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account