ป่าหนาวไม่หนาวรัก
ความรักช่างเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ได้สบตากันครั้งแรก
นายหัวหนุ่มแห่งป่าหนาวพยายามบอกหัวใจตัวเองมาตลอดเวลาทุกครั้งที่ได้เจอหน้าเธอว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะรักใครได้อีกแล้วเพราะทั้งหัวใจตอนนี้มีเพียงแค่ปรายฟ้าคนเดียวเท่านั้นถึงแม้แฟนสาวได้จากเขาไปแล้ว หมอเคียวเพียงได้สบตานายหัวหนุ่มราวกับมีประกายไฟแล่นเข้าสู่ร่างกายเธอทันที ความรักทำให้เธอเข้าไปพัวพันกับการตายของปรายฟ้า และเหตุการณ์ครั้งนั้นนั่นเองผูกความสัมพันธ์ของเขากับเธอให้แน่นยิ่งกว่าเดิม เธอจะทำอย่างไรเมื่อเจอกับปัญหาใหญ่หลวง และเขาจะทำอย่างไรเลือกความรักครั้งเก่า หรือเลือกหัวใจตัวเอง
Tags: รักหวานแหวว แววตาซึ้ง ๆ

ตอน: รอยอดีตอันปวดร้าว

บทที่ 5 รอยอดีตอันปวดร้าว

ในตัวเมืองของภูเก็ตเย็นนี้ช่างวุ่นวายเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย เขาถึงไม่ชอบอยู่ในบรรยากาศแบบนี้สักเท่าไหร่ถ้าไม่ติดว่ามารดาชวนกลับมาบ้าน ทั้ง ๆ ที่ฟาร์มมุกกับบ้านใหญ่ในเมืองหลังนี้ไม่ห่างกันมากมายเท่าไรนัก แต่ติดที่ทำงานอย่างนักในช่วงเดือนนี้ทำให้เขาห่างเหินผู้เป็นมารดาไปบ้างปล่อยให้มารดาเหงาอยู่กับบ้าน วันนี้เขาก็ไม่อยากออกมาจากฟาร์มเร็วนักหรอก เหตุการณ์เมื่อคืนมันยังทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ กับหัวใจตัวเองอยู่เลย มันจะดีแค่ไหนนะ....ถ้าได้ยินหญิงสาวเรียกเขาด้วยคำสนิทชิดเชื้อขึ้นอีกนิดว่าพี่ป่า แค่คิดพนาพรรษถึงกับยิ้มอย่างสุขใจ เห็นทีความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับเขานี้มันจะนำความสุขมาให้เขาเสียแล้ว หลังจากความทุกข์ตรมเข้าครอบงำจิตใจเขามานานนับตั้งแต่ปรายฟ้าได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน ชายหนุ่มหยุดความคิดของตัวเองเมื่อประตูอัลลอยด์อัตโนมัติเปิดออกอย่างช้า ๆ เขาขับรถเข้าไปจอดในที่จอดรถก่อนจะเดินเข้าไปในห้องรับแขก ซึ่งเป็นที่ ๆ มารดาของเขาอยู่แน่นอน แต่พนาพรรษก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่ามีใครนั่งอยู่ด้วยข้างมารดาของเขา
“ป่า มาแล้วหรือลูก แม่ชวนหนูบุษมากินข้าวกับเราด้วย”
คำบอกของมารดาทำให้ชายหนุ่มยิ้มให้บุษราลัลน์ก่อนจะนั่งลงข้างมารดาแล้วกอดท่านแน่น พร้อมกับก้มหน้าสูดความหอมจากแก้มนวลนั้นถึงแม้มันจะเหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่มันก็ยังคงนุ่มสำหรับเขาเสมอจนทำให้มารดาหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับใช้มือบางของเธอตีแขนลูกชายเบา ๆ
“เรานี่นะ ไม่รู้จักอายคนอื่นบ้าง โตแล้วนะ”
“อายทำไมครับ บุษไม่ใช่คนอื่นสักหน่อย รู้จักกับบ้านเรามาตั้งหลายปี ตั้งแต่....ฟ้ายังอยู่”
คำบอกของบุตรชายถึงแม้มันจะเศร้าในตอนท้ายแต่มันก็สร้างความยินดีให้กับคนบางคนเป็นอย่างมาก นี่เขายอมรับเธอเป็นคนในครอบครัวแล้วหรือ
“ทานข้าวกี่โมงดีลูก แม่จะได้เข้าครัวถูก”
“คุณแม่ถามบุษก่อนดีกว่าครับว่าหิวหรือยัง ผมยังไงก็ได้ตอนนี้ยังไม่หิวเท่าไหร่”
คำบอกของพนาพรรษทำให้มารดายิ้มออกมาอย่างพอใจ เธอเองก็สงสารลูกชายเพียงคนเดียวมากนัก หลังจากเสียคนรักไปครั้งนั้นทำให้ชายหนุ่มเปลี่ยนไปเป็นคนละคน มุ่งแต่ทำงานจะละเลยเรื่องบางเรื่องเสียจนหมด ลืมแม้กระทั่งครั้งหนึ่งบุษราลัลน์คนนี้เคยเป็นคนที่บอกรักเขาอย่างไม่อายมาแล้ว แต่ตอนนั้นเขายังกับปรายฟ้าจึงต้องปฏิเสธความสัมพันธุ์ที่เกินเพื่อนของบุษราลัลน์ แต่ทั้งสองคนก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีให้กันเสมอมา
“บุษยังไม่หิว วันนี้บุษลงมือเองเลยแล้วกันนะคะ บุษจะทำอาหารจานโปรดที่ป่าชอบให้ทาน”
บุษราลัลน์เอ่ยปากบอกพร้อมกับยิ้มหวานให้กับพนาพรรษ เธอหวังเป็นอย่างมากว่าพนาพรรษจะเปลี่ยนใจจากปรายฟ้ามาหาเธอเสียทีหลังจากที่ปรายฟ้าเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่เธอคิด แต่ไม่เป็นไร เธอจะค่อย ๆ ทำให้ชายคนนี้ คนที่เธอรักมาก ค่อย ๆ เปลี่ยนใจให้ได้ แต่ต้องไม่มีมารตัวไหนเข้าขัดขวางแผนการของเธออีกเป็นอันขาด หญิงสาวเดินเข้าไปในครัวอย่างคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้มาก่อน ก็ทำไมจะไม่คุ้นเคยในเมื่อ เมื่อก่อนนั้นเธอมาที่นี่เป็นประจำพร้อมกับปรายฟ้าคนรักของพนาพรรษนั่นเอง
“ป่า แม่ว่าบุษเขาก็ดีนะ ถ้าป่าจะลอง....”
คำพูดของคุณภารตีเป็นอันต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำปฏิเสธของลูกชายดังสวนกลับมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิดอะไรมากเลย
“ไม่ครับแม่ ผมยังรักฟ้าอยู่ อีกอย่าง....ผมกับบุษเป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้น เป็นอย่างอื่นคงไม่ได้หรอกครับ”
“แต่ป่าไม่รู้หรือยังไงว่าบุษเขาคิดอย่างไรกับป่า แม่ว่าตั้งแต่ป่ารักกับฟ้าอยู่ละมั้ง”
คำพูดของมารดาทำให้พนาพรรษหยุดอึ้งเมื่อคิดถึงความจริงที่มารดาว่านั้น ทำไมเขาจะไม่รู้ แต่เขาไม่ได้รักบุษราลัลน์แบบคนรักนี่
“ครับแม่ผมรู้ แต่ผมก็ยังยืนยันคำเดิมครับ ผมรู้สึกกับบุษแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าผมรู้สึกดีกับใครสักคนผมจะบอกแม่ก่อนแล้วกันนะครับ แล้วจะพามาให้แม่ดูตัวเป็นคนแรกเลย”
คำบอกของลูกชายทำให้คุณภารตีมองลูกชายอย่างวิเคราะห์ เอ...หรือว่าลูกชายสุดที่รักของเธอกำลังจะมีความรักอีกครั้งหรือ ดูจากแววตาใส ๆ ยามเอ่ยถึงเรื่องความรัก เฮ้อ...เธอก็อยากให้พนาพรรษคนเก่าของเธอกลับมาเสียที คนที่น่ารัก นิสัยดี อ่อนโยน อบอุ่น แต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่พนาพรรษที่นิสัยกระด้าง รอยยิ้มที่นาน ๆ ทีเธอจะได้เห็นจากลูกชาย ใครจะอยากให้เหตุการณ์ร้าย ๆ แบบนั้นเกิดขึ้น ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุทำให้ชายหนุ่มเสียคนรักที่รักกันมากแบบไม่ทันตั้งตัว
“ผมขอขึ้นไปบนห้องก่อนนะครับถ้าเสร็จกันแล้วให้เด็กไปเรียกผมแล้วกันนะครับ”
พนาพรรษบอกพร้อมกับเดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง ชายหนุ่มค่อย ๆ เปิดประตูห้องนอนแล้วมองเข้าไปด้านในทุกอย่างยังเหมือนเดิม นี่ก็เป็นเหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่เขาไม่อยากกลับมาที่นี่ เพราะทุกอย่างที่อยากลืมอยู่ที่นี่ ในห้องนี้ ภาพเขากับปรายฟ้าตั้งอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลงหรือย้ายไปอยู่ที่อื่น ชายหนุ่มค่อย ๆ เดินไปนั่งบนเตียงกว้างแล้วหยิบรูปเขากับปรายฟ้าที่ตั้งบนหัวเตียงมาดูนิ้วสวยได้รูปค่อย ๆ ไล้ไปตามใบหน้าของหญิงสาวคนรักอย่างช้า ๆ และอ่อนโยน
“ฟ้า..ฟ้าจ๋า ทำไมฟ้าถึงทิ้งป่าไปเร็วแบบนี้ รู้มั้ยว่าคนที่อยู่ข้างหลังอย่างป่าต้องเจ็บปวดแค่ไหน แล้วทำไมฟ้าถึงต้องขับเรือออกไปเกาะหนาวในคืนนั้นด้วย มันเรื่องอะไรกัน ไม่มีใครให้คำตอบป่าได้เลย นอกจากฟ้าคนเดียว คนดี รู้มั้ยว่าป่าคิดถึงเหลือเกิน คิดถึง”
คำว่าคิดถึงนั้นสั่นเครือชายหนุ่มกอดประคองรูปของหญิงคนรักเข้ากับอกตัวเองก่อนที่จะค่อย ๆ หลับตาคิดถึงอดีตอันปวดร้าวของหลายปีที่ผ่านมา หลายปีที่เขาอยู่อย่างคนไม่มีหัวใจ หลายปีที่เขาพยายามค้นหาความจริงว่าทำไมปรายฟ้าถึงขับเรือออกไปทั้งที่มีพายุขนาดนั้นแต่มาจนบัดนี้เขายังไม่ได้คำตอบนั้นเลย
ฝนกำลังสาดไม่หยุด เสียงฟ้าร้องครืน ๆ กลบเสียงอื่น ๆ รอบข้างจนหายหมด ไม่มีใครได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงของฟ้าร้อง ร่างบอบบางของปรายฟ้ากำลังวิ่งไปที่เรืออย่างร้อนรน ป่าของเธอกำลังได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตอนนี้คนที่ไร่ก็ไม่มีใครอยู่เลยเพราะต้องไปฟาร์มมุกเพราะถ้าฝนตกหนักพายุเข้าแบบนี้บ่อมุกจะได้รับความเสียหายต้องรีบย้ายบ่อมุกกันก่อน ซึ่งพนาพรรษก็อยู่ในนั้นแต่หญิงสาวไม่ทันสังเกตเองเพราะความรีบร้อน และที่สำคัญมีจดหมายที่ไม่รู้ว่ามีใครมาเสียบไว้หน้าห้องของเธอว่าให้รีบไปรับพนาพรรษเพราะกำลังได้รับบาดเจ็บหนักติดอยู่ที่เกาะหนาว หญิงสาวจึงรีบวิ่งออกไปที่เรือซึ่งตอนนั้นคนงานก็ไม่ทันสังเกตร่างบางของปรายฟ้าเพราะกำลังง่วนอยู่กับการย้ายบ่อมุก ส่วนผู้จัดการรีสอร์ตก็ต้องเข้าไปดูแลความเรียบร้อยของลูกค้าไม่ให้แตกตื่นเพราะพายุจะซาไปในไม่ช้านี้
ปรายฟ้าขับเรือออกไปกลางทะเลเงียบ เรือโยกเยกเพราะคลื่นใหญ่ที่ซัดเข้ามาหาเรือลำเล็กอย่างไม่ยั้ง จนร่างบางยืนแทบไม่อยู่ แต่ด้วยความห่วงคนรักเธอจึงไม่คิดหน้าคิดหลังอะไรทั้งนั้น
“ป่า รอฟ้าเดี๋ยวนะ ฟ้ากำลังจะไปช่วยป่าแล้ว”
นั่นเป็นเสียงรำพึงรำพันฝากลม ฝากฝนไปบอกคนที่กำลังได้รับบาดเจ็บซึ่งติดอยู่อีกด้านหนึ่งของเกาะหนาว ขณนั้นเองร่างบางระหงส์ของใครบางคนกำลังยิ้มอย่างสะใจเมื่อเห็นหญิงสาวคนที่เธอเกลียดขับเรือฝ่าพายุออกไป เดี๋ยวค่อยไปเจอกันที่เกาะหนาวแล้วกันนะนังโง่ หญิงสาวชุดดำขับเรือออกไปอีกทิศทางหนึ่งอย่างคุ้นเคยเส้นทางอย่างดีเยี่ยม
“ลุงหวาน ฟ้าอยู่ไหนครับ ผมไปหาที่ห้องก็ไม่เจอ ออกมาช่วยอยู่แถวนี้หรือเปล่า”
พนาพรรษถามลุงหวานหัวหน้าคนงานคนที่เขาสนิทที่สุด เนื่องจากเขาเดินหาปรายฟ้าทั่วทั้งในด้านรีสอร์ต ที่บ้านพัก ทุกที่แล้ว แต่ก็ยังไม่เจอหญิงสาว เพราะกลัวว่าปรายฟ้าจะกลัวว่ามีพายุเข้า และฟ้าร้องเสียงดัง ซึ่งคนรักของเขากลัวเสียงฟ้าร้องมากที่สุด
“ไม่เห็นี่ครับนายหัว ในรีสอร์ตหาหรือยังครับ”
ลุงหวานถามกลับไปอย่างกังวลใจ ปรายฟ้าจะไปไหนได้ น่าจะอยู่ในรีสอร์ตมากกว่ามั้ง
“หาทั่วแล้วครับ แต่ไม่เห็นเลย”
“นายหัว นายหัว”
เสียงเรียกสำเนียงภาษาใต้ดังลั่นแข่งกับเสียงฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย
“มีอะไร”
“ผมเห็นคุณฟ้าขับเรือออกไปทางเกาะหนาวครับ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่หัน สงสัยจะไม่ได้ยิน และอีกอย่างเหมือนคุณฟ้ารีบมาก รีบไปทำอะไรก็ไม่รู้ครับ”
คำตอบของคนงานทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วเรียวยาวอย่างสงสัย ก่อนที่ความกังวลจะเข้ามาครอบงำแทน ขับเรือออกไปทั้งที่พายุมางั้นหรือ ปรายฟ้ามีอะไรด่วนถึงต้องรีบไปเร็วขนาดนั้น แค่คิดชายหนุ่มก็ร้อนใจราวกับใครเอากองเพลิงมาสุมอยู่ที่อกเขากองใหญ่ตอนนี้
“เอาเรือออก ฉันจะไปตามฟ้า”
พนาพรรษสั่งคนงานก่อนที่ลุงหวานจะวิ่งตามเจ้านายของตัวเองไปด้วยอย่างรีบเร่งและเป็นห่วงคุณฟ้าเหมือนกัน แต่ขับเรือคงขับได้ไม่เร็วนัก ฝนตกหนักแบบนี้ลำบากที่สุด และอันตรายที่สุดด้วย สายฝนที่ตกหนักทำให้ชายหนุ่มและคนงานรวมทั้งลุงหวานมองไปที่เกาะหนาวไม่ถนัด ซึ่งสร้างความหงุดหงิดให้กับพนาพรรษเป็นอย่างมาก เขารู้สึกอย่างไรไม่รู้ กังวลใจไปสารพัด ขออย่าให้ฟ้าเป็นอะไรเลย
“ไอ้หมึก ขับให้มันเร็วกว่านี้อีกหน่อย ไม่งั้นกูจะถีบมึงลงเรือแล้วขับเอง”
ความร้อนใจที่เกิดขึ้นไม่สามารถห้ามอารมณ์หงุดหงิดของเขาตอนนี้ไปได้ เพราะเขาเป็นห่วงปรายฟ้าเหลือเกิน

ในความมืด และสายฝนที่ซัดลงมาไม่ขาดสายนั้นทำให้เรือน้อยที่ลอยอยู่กลางทะเลโยกไปโยกมาจนทำให้ปรายฟ้ากลัวขึ้นมาทันที ทำไมเรือมันมาเสียตอนนี้นะ น้ำมันหมดหรือเปล่า แล้วจะทำอย่างไร ป่าจะทำอย่างไร เราต้องรีบไปรับป่าไม่งั้นป่าต้องเป็นอันตรายแน่นอน ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นเรือของฟาร์มป่าหนาวอีกลำนึงกำลังเทียบเข้ามาจอดใกล้ ๆ เธอ สายตากลมเบิกกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่ามีใครกำลังขึ้นมาที่ท้ายเรือเธอ มันขึ้นมาได้อย่างไร ในเมื่อเธอไม่เห็นเรือสักลำในละแวกนี้เพราะความมืดของท้องฟ้า และท้องทะเลอันกว้าง
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย เรือเสียค่ะ”
เสียงตะโกนในแวบแรกนั้นยินดีเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวในท้องทะเลอันมืดสนิด แต่น้ำเสียงดีใจก็กลับเบาลงทันทีเมื่อเห็นคนในชุดดำซึ่งปกปิดใบหน้าไว้อย่างมิดชิดเดินข้ามมาที่เรือของเธออย่างมุ่งร้ายเธออย่างเห็นได้ชัด
“คะ....คุณเป็นใคร ฉันต้องไปช่วยคุณป่า คุณป่าเจ้านายของคุณกำลังได้รับบาดเจ็บที่เกาะหนาว เราต้องไปช่วยเขากันนะ”
เสียงสั่น ๆ นั้นไม่ได้ทำให้ร่างในชุดดำสะทกสะท้านอะไรเลย กลับย่างสุมเข้าหาปรายฟ้าอย่างรวดเร็ว และผลักร่างบางของปรายฟ้าลงไปนั่งกับพื้นเรือ ร่างบางสั่นขึ้นมาอีกครั้ง สั่นเพราะเปียกฝนยังไม่พอยังสั่นเพราะความกลัว กลัวว่าจะไม่มีคนไปช่วยคนที่เธอรัก กลัวว่าคนนี้จะทำอะไรกับเธอ
“แก นังมารชีวิต นังมารความรักของฉัน ฉันรักป่ามาก่อนแกตั้งนาน แล้วทำไมแกถึงมาแย่งเขาไปจากฉัน ถ้าไม่มีแกสักคนป่าคงรักฉันได้อย่างสนิทใจ”
ปรายฟ้าขมวดคิ้วค่อย ๆ ฟังน้ำเสียงของผู้หญิง เธอรู้แล้วอย่างน้อย ๆ เธอก็รู้ว่าคนในชุดดำนี่เป็นผู้หญิง
“ถ้าเธอรักป่าจริง เธอก็ต้องไปช่วยเขา เขาได้รับบาดเจ็บอยู่ที่เกาะหนาว”
ปรายฟ้าบอกอีกฝ่ายเสียงสั่นอย่างน้อยเธอก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้รักพนาพรรษถ้าอย่างนั้นคงร่วมมือกับเธอไปช่วยชายหนุ่มที่เกาะหนาวด้วยกันแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที
“ฮึ..ฮึ..นังโง่ ทำไมป่าถึงมารักคนโง่แบบเธอได้นะฟ้า ฉันอยากรู้จริง ๆ”
ปรายฟ้าจับน้ำเสียงที่คุ้น ๆ นั้นอีกที คุ้นจัง คุ้นมากเสียด้วยเหมือนเธอรู้จัก น่าจะรู้จักดีเสียด้วยซ้ำ
“เธอเป็นใครกัน”
ร่างในชุดดำตวัดสายตาไปมองร่างที่นอนอยู่บนพื้นเรืออย่างสมเพช
“เธอนี่ใสซื่อจริงนะ แค่จดหมายที่ฉันเขียนแค่แผ่นเดียว เธอก็แล่นออกมาเสียแล้ว”
“ไม่ใช่เพราะโง่ แต่เป็นเพราะฉันรักป่า ฉันเป็นห่วงคนที่ฉันรัก”
น้ำเสียงถึงแม้จะสั่นจะก็เอ่ยออกมาอย่างมั่นใจที่สุด
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าไม่มีเธอสักคน ความรักโง่ ๆ ของเธอจะหลังเหลืออยู่อีกหรือเปล่า มันคงตายไปพร้อมกับเธอเสียมากกว่า”
เสียงตะโกนดังออกมาจากปากของหญิงในชุดดำที่เธอคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้ดีแต่นึกไม่ออกว่าเป็นใคร ทำให้ร่างบางของปรายฟ้าถอยร่นไปจนติดขอบเรืออีกด้านหนึ่งด้วยความกลัว
“แกมันมารความรักของฉัน ตายเสียเถอะ ถ้าไม่มีแก ป่าก็ต้องรักฉันอย่างแน่นอน”
สาวในชุดดำพุ่งเข้าไปบีบคอบอบบางของปรายฟ้า จนหญิงสาวดิ้นไปดิ้นมาเพื่อหาอากาศหายใจ แต่มือนั้นกลับยิ่งรัดแน่นยิ่งกว่าเดิม สองมือน้อย ๆ ของหญิงสาวพยายามดันมือนั้นออกไปจากลำคอของเธอ แต่ทุกอย่างกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมเมื่อร่างบางถูกผลักหล่นลงไปในทะเลกว้างทันทีความเย็นเข้ามาเกาะกุมรอบตัวเธอทันที หญิงสาวดิ้นรนพาตัวเองขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อจะหาอากาศหายใจ แต่เพราะว่ายน้ำไม่เป็นจากที่พยายามลอยตัวเมื่อสักครู่ก็ยิ่งดำดิ่งลงไปในน้ำทะเลลึกกว่าเดิมฟองอากาศออกจากปากและจมูกของเธอร่างกายเธอต้องการอากาศหายใจ แต่ไม่มีอากาศพอให้หายใจได้เลย หญิงสาวดิ้นรนยกมือยกไม้ไปรอบ ๆ ตะเกียกตะกายเพื่อความมีชีวิตรอด แต่ทุกอย่างกลับมืดสนิท สนิท และค่อย ๆ ดับหายไปในความคิดของปรายฟ้า คนชุดดำคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมเธอคิดไม่ออก แต่เสียงนั้นช่างคุ้นหูเธอนัก เหมือนกับ..ใช่แล้ว...ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อนึกได้ว่าเจ้าของน้ำเสียงนั้นเป็นใคร แต่ความอ่อนล้า ทำให้ร่างกายเธอทานทนต่อไปไม่ไหว มือข้างซ้ายเริ่มปล่อยตกข้างลำตัวเพราะไม่มีแรงตะเกียกตะกาย ส่วนข้างขวานั้นยังคงกำแน่นไว้เพราะในมือของเธอนั้นคือเศษผ้าสีดำที่หยิบติดมาได้ในขณะคนในชุดดำนั้นพยายามบีบคอเธอ แล้วความทรงจำครั้งสุดท้ายก็ดับวืดไปพร้อมกับลมหายใจที่ขาดหายไปกับสายน้ำอันหนาวเย็นและลึกแห่งนั้น

ร่างในชุดดำก้มลงมองศัตรูจมหายไปกับน้ำทะเลต่อหน้าต่อตาอย่างสะใจ หมดเสียทีเสี้ยนหนามหัวใจของเธอ ต่อไปนี้มีแต่เธอกับเขาแค่นั้นเอง เธอเป็นคนทำให้ฉันต้องทำแบบนี้นะปรายฟ้า ถ้าเธอยอมถอยออกไปจากป่าฉันก็คงไม่ต้องทำแบบนี้ เสียงเรือที่ดังเข้ามาและแสงไฟที่ส่องสว่างนำทางมาก่อนนั้นทำให้ร่างบางในชุดดำตกใจเพราะไม่คิดว่าคนของป่าหนาวจะมาเร็วกว่าที่เธอคาดไว้ หญิงสาวรีบกระโดดข้ามลงน้ำแล้วว่ายน้ำกลับไปยังเรือที่เธอแอบจอดไว้ในที่มือไกลออกไปจากตรงนี้อย่างรดวเร็ว เรือลำที่เธอขับมานั้นจดไกลจากตรงนี้พอสมควรเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นได้ แผนการที่เธอเตรียมไว้มันตรงตามเป้าหมายราวกับวัดไว้ น้ำมันหมดตรงจุดที่เธอต้องการให้เป็นพอดี
พนาพรรษหรี่ตามองเรือที่ลอยคว้างอยู่กลางทะเล เมื่อสักครู่เขาเห็นเงาของใครอยู่บนเรือหัวใจเริ่มเต้นด้วยความตื่นเต็นอีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าคนที่ขับเรือลำนั้นออกมายังคงปลอดภัยอยู่ ร่างสูงยิ้มขึ้นมานิดนึงหัวใจที่ห่อเหี่ยวเมื่อก่อนหน้านั้นกลับมีแรงขึ้นมาอีกนิด ฟ้า...ต้องเป็นฟ้าของเขาแน่นอน ร่างสูงตะโกนฝ่าเสียงลมและคลื่นที่โหมแรงไปบอกลูกน้องทันที
“ไอ้หมึกนั่นเรือของเรานี่ ฟ้าต้องอยู่ตรงนั้นรีบขับเข้าไปเร็ว ๆ”
น้ำเสียงร้อนรนของนายหัวทำให้หมึกรีบเร่งอย่างเต็มที่เข้าเทียบกับเรือลำที่จอดอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว พนาพรรษกระโดดข้ามไปยังเรืออีกลำนึงทั้งที่เรือของตัวเองยังเทียบไม่ถึงด้วยซ้ำไป ชายหนุ่มควานหาร่างของปรายฟ้าทันที แต่เรือลำเล็กแค่นี้ปรายฟ้าจะไปซ่อนอยู่ตรงไหนได้ แต่เมื่อสักครู่เขาเห็นเงาดำ ๆ หรือว่า...เขาตาฝาดไป
“ฟ้า ฟ้า ได้ยินมั้ย ฟ้าอยู่ตรงไหน ป่ามารับแล้ว ฟ้า”
ชายหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าร้อง สายฝนก็ยังสาดสายลงมาอย่างหนักไม่เห็นใจคนที่กำลังทุกข์อย่างเขาเลย
“นายหัวครับ ผมว่าคุณฟ้าไม่ได้อยู่ตรงนี้หรอก ถ้าอยู่เราก็ต้องเห็น เรือลำเล็กขนาดนี้หาแวบเดียวก็เจอแล้ว”
ลุงหวานบอกเสียงกังวลไม่น้อยจากเจ้านายของตัวเองเลย ปรายฟ้าจะไปไหนได้ถ้าไม่...............โอ้ยเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าความคิดของเขาเป็นจริงมันจะเป็นเช่นไร แต่ถ้าสายตาเขาไม่ฝาดเมื่อสักครู่เขาเห็นเงาดำ ๆ ของใครบางคนอยู่บนเรือนะ ถ้าเป็นปรายฟ้าแล้วเธอจะไปไหน ความสงสัยนั้นพลันหายไปทันทีเพราะน้ำเสียงที่สั่นและกังวลของนายหัวแห่งป่าหนาวถามเขาอีกครั้ง
“แล้วฟ้าอยู่ไหน ลุงหวานฟ้าอยู่ไหน”
หัวใจของเขาในตอนนี้มันเหมือนกับใครมาบีบแล้วก็ปล่อย บีบแล้วก็ปล่อยแบบนั้นหลาย ๆ ครั้ง แล้วหัวใจของชายหนุ่มก็เต้นแรงอีกครั้งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร้องเท้าที่ปรายฟ้าชอบใส่หล่นอยู่ตรงขอบเรือข้างหนึ่ง แล้วอีกข้างหนึ่งหล่ะ เร็วเท่าความคิดชายหนุ่มโผเข้าเกาะขอบเรือก่อนจะมองไปรอบ ๆ ทะเลแต่มันมืดเหลือเกินมองไม่เห็นอะไรสักนิดเดียว หมึกเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีจึงปิดสป๊อตไลฟ์กวาดไปทั่วรอบเรือที่เจ้านายกระโดดข้ามไปเมื่อสักครู่
“นายหัว นายหัว...นี่มันรองเท้าคุณฟ้าหรือเปล่า”
ใจของพนาพรรษหายวับไปกับตาเมื่อได้ยินเสียงของหมึกตะโกนบอกเขาพร้อมกับฉายไฟไปที่รองเท้าที่ลอยอยู่บนพื้นน้ำทะเล
“ฟ้า...ฟ้า...”
พนาพรรษกระโจนลงน้ำดำลงไปหาร่างบางของปรายฟ้าอย่างรวดเร็ว เขามั่นใจแล้วว่าปรายฟ้าจะหายไปไหน ชายหนุ่มเวียนว่ายหาร่างคนรักอยู่หลายรอบจนร่างกายหอบเมื่อต้องขึ้นมาเหนือฝืนน้ำเพราะต้องการอากาศหายใจ
“นายหัวพอเถอะครับ เราหาคุณฟ้าไม่เจอหรอกครับ พอเถอะ”
คำเตือนของลุงหวานหาได้เข้าหูของอีกฝ่ายไม่เหมือชายหนุ่มดำลงไปอีกโดยไม่ฟังคำทักท้วงของลุงหวาน เดือดร้อนลุงหวานต้องกระโดดตามไปหาอีกคนรวมทั้งหมึกด้วย ทั้งสามดำน้ำหาร่างของปรายชั่วเป็นชั่วโมงจนหมดแรง มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ร่างกายล้าแล้วแต่ใจของเขายังไม่ล้ายังงมหาร่างของปรายฟ้าจนลุงหวานต้องไปดึงร่างของพนาพรรษขึ้นมาไม่อย่างนั้นเจ้านายหนุ่มของเขาต้องตายแน่นอน
“พอเถอะนายหัว หาตอนนี้หาให้ตายก็ไม่เจอหรอก ถ้าเจอเราเจอนานแล้ว”
ลุงหวานตะโกนลั่นไปทั่วทะเล เมื่อเห็นชายหนุ่มสะบัดตัวออกเพื่อจะงมหาหญิงสาวคนรักอีกครั้ง จนหมึกต้องเข้ามาล็อคตัวแล้วดึงขึ้นเรือทั้งที่เจ้านายดิ้นรนเพื่อจะไปช่วยแฟนสาว
“ปล่อย ไอ้หมึก ปล่อยฉัน ฟ้า...ฟ้า ป่าจะไปช่วยฟ้านะ อย่าหนีป่าไปไหนอีกเลย ได้โปรด”
และนั่นก็เป็นครั้งเดียวที่ลุงหวานกับหมึกเห็นเจ้านายของตัวเองร้องไห้อย่างหนัก กับความเสียใจที่เกิดขึ้น หมึกสงสารคนเป็นนายจึงรีบขับเรือไปตามคนงานผู้ชายให้มาช่วยงมหาคุณปรายฟ้ากันอีกรอบ จนเวลาผ่านไปเกือบจะสว่างอยู่แล้วสิ่งที่พนาพรรษหวาดวิตก และกลัวที่สุดในนาทีนั้นก็มาถึง เมื่อคนงานชายคนหนึ่งตะโกนบอกว่าเจอศพของปรายฟ้าแล้ว ชายหนุ่มรีบกระโจนเข้าไปเกาะขอบเรือหมายจะกระโดดลงน้ำอีกครั้งแต่ติดที่ลุงหวานดึงเขาเอาไว้ เพราะว่าตอนนี้ร่างกายของชายหนุ่มไม่ไหวอีกแล้ว
ร่างซีด ๆ ของปรายฟ้าถูกดันขึ้นมาบนเรือ ชายหนุ่มเข้าไปประคองร่างบางไว้เต็มอ้อมกอดน้ำตาไหลจากดวงตาเข้มไม่ขาดสาย
“ฟ้า ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ฟ้าใจร้าย ทิ้งป่าไปได้อย่างไร ไหนฟ้าเคยบอกว่าถ้าป่าเจ็บฟ้าจะเป็นคนรักษาป่าไง นี่ไงตอนนี้ป่าเจ็บที่สุด ฟ้าตื่นขึ้นมารักษาป่าสิ ทำไมผิดคำพูดกับป่า คนไม่รักษาคำพูด”
ไม่มีแม้กระทั่งเสียงตอบรอบจากร่างบางที่หลับสนิทซีดเซียวในอ้อมกอดของเขา ชายหนุ่มเขย่าร่างบางของปรายฟ้าซึ่งซีดเซียวไร้ลมหายใจเพราะขาดอากาศมาหลายชั่วโมงเข้าแนนกับอกกว้าง ไหล่กว้างของพนาพรรษสะท้านไหวไปทั้งร่างเลยทีเดียวเมื่อเห็นสภาพของหญิงคนรัก
“ทำไมฟ้าถึงทิ้งป่าไป ฟ้าไม่รักป่าแล้วหรือ ฟ้าใจร้าย ฟ้าใจร้าย”
เสียงคร่ำครวญของพนาพรรษได้แต่ลอยตามสายลมแห่งท้องทะเลไป ฝนที่ตกหนาตาเมื่อสักครู่ตอนนี้เงียบสนิท ไม่มีแม้กระทั่งสักหยด คนงานทั้งหลายที่มาช่วยกันงมร่างของปรายฟ้ามองนายหนุ่มของตัวเองด้วยความสงสาร แต่พวกเขาช่วยอะไรไม่ได้เลยนอกจากช่วยนำร่างของหญิงสาวขึ้นมา และมีเพียงลุงหวานเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ปลอบชายหนุ่มอยู่ข้าง ๆ
“ทำไมฟ้าต้องขับเรือออกมาทั้งพายุ ทั้งที่ฟ้าว่ายน้ำไม่เป็น ทำไม ทำไม”
เสียงตะโกนถามของพนาพรรษไม่มีใครตอบได้นอกจากปรายฟ้าเพียงคนเดียว หรือไม่ก็อีกคนหนึ่งคือคนในชุดดำคนนั้น คนที่ลงมือทำร้ายปรายฟ้าฆ่าเธออย่างเลือดเย็นนั่นเอง มือหนาของชายหนุ่มยกมือขาวซีดของคนรักมาแบบกับริมฝีปากตัวเองแล้วค้างไว้อย่างนั้น ดวงตาของนายหัวแห่งป่าหนาวซึ่งขณะนี้เปียกชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจและหยาดฝนที่โปรยปรายอย่างไม่ลืมหูลืมตาขณะนี้เบิกกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อริมฝีปากของเขาสัมผัสได้ถึงสิ่งของอะไรบางอย่างในมือข้างนั้น ชายหนุ่มยกมือบางลงทันที มือหนาค่อย ๆ แกะนิ้วเรียวซีดเซียวที่กำอะไรบางอย่างไว้ในมือไว้อย่างแน่นหนา แล้วสิ่งที่เห็นทำให้นายหัวแห่งป่าหนาวใจหายวาบ ความรู้สึกชาแล่นผ่านร่างกายเขาไปตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าย เศษผ้าสีดำนี่คืออะไร ทำไมปรายฟ้าถึงกำสิ่งนี้ไว้แน่น มือหนาดึงเศษผ้ามากำไว้แน่น ปรายฟ้าไม่ได้ตกลงไปในน้ำเองงั้นเหรอ มีใครทำ ดวงตาคมเข้มหลับลงอย่างเจ็บปวดเมื่อคิดว่าตัวเองไม่สามารถปกป้องหญิงสาวคนรักได้ ใครทำฟ้า....บอกป่าได้มั้ย มีคนร้ายในป่าหนาวหรือ คำถามทุกอย่างไม่มีใครสามารถตอบได้เลยนอกจากหญิงสาวที่จากไปเพียงผู้เดียว

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นแล้วคนในฟาร์มป่าหนาวก็ไม่เคยเห็นคุณป่ายิ้มแย้มแบบเดิมอีก คุณป่าที่เคยอ่อนโยนหายไป เหลือเพียงเจ้านายหนุ่มที่มุ่งมั่นกับงานเท่านั้น และก็เป็นที่รู้กันว่าทุกคนห้ามพูดถึงเรื่องการตายของคุณฟ้าอีกไม่อย่างนั้นโดนไล่ออกจากฟาร์มป่าหนาวทันที
ร่างบางของบุษราลัลน์เปิดประตูห้องของพนาพรรษเข้ามาอย่างเบามือ เมื่อเห็นร่างสูงกำลังนอนหลับบนเตียงพร้อมกับกอดรูปถ่ายของใครบางคนเอาไว้ เธอค่อย ๆ ก้าวเข้าไปแล้วหยิบรูปในอ้อมกอดของชายหนุ่มออกอย่างเบามือ แต่พอพลิกรูปกลับมาก็ต้องตกใจจนรูปหล่นแตกกระจายกับพื้นห้อง
เพล้ง!!!!
พนาพรรษสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังเข้าโสตประสาทของเขา แล้วพอเหลือบไปมองร่างบางที่ยืนตะลึงของบุษราลัลน์ก็แปลกใจ แต่ความแปลกใจเปลี่ยนเป็นความโกรธขึ้นมาอย่างฉับพลันเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่บนพื้น
“คุณทำอะไรกับฟ้า มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้”
เสียงตะคอกของพนาพรรษทำให้บุษราลัลน์ตกใจเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินได้เห็นความรุนแรงด้านนี้ของพนาพรรษ
“บะ..บุษไม่ได้ทำอะไร แค่ตกใจนิดหน่อย อยากให้คุณนอนสบายเลยเอารูปออกมาแต่พอเห็นว่าเป็นใครบุษเลยตกใจทำมันหล่นแตกค่ะ แต่เดี๋ยวบุษไปใส่กรอบให้ใหม่นะคะ”
บุษราลัลน์รีบหยิบรูปขึ้นมาทันทีแต่ก็ช้าไปกว่าชายหนุ่มที่เอื้อมมาหยิบเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้
“ไม่ต้อง”
น้ำเสียงเย็นชานั้นทำให้บุษราลัลน์ทราบได้เลยว่า พนาพรรษยังไม่หมดรักจากปรายฟ้าแน่นอน
“คุณจะเก็บไว้ทำไมอีก ในเมื่อฟ้าตายไปแล้ว ฟ้าไม่อยู่แล้ว บุษต่างหากที่อยู่ บุษต่างหากที่รักคุณได้ คุณจะโง่งมกับเรื่องแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนป่า อีกนานแค่ไหนกัน”
เมื่อสุดจะกลั้นบุษราลัลน์ก็หลุดทุกอย่างที่อัดอั้นตันใจออกมาจนหมดกว่าจะรู้ตัวเธอก็บอกความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมาหมดแล้ว
“คุณก็รู้มันเป็นไปไม่ได้ ผมไม่ได้รักคุณ”
“แต่บุษรักคุณ รักคุณได้ยินมั้ย”
เสียงหวาน ๆ ตะโกนกลับไปทันทีแล้ววิ่งออกไปจากห้องนั้นอย่างเจ็บปวด ตอนนี้เธอเจ็บแค้นปรายฟ้ายิ่งกว่าเก่าเสียอีกที่ตายไปแล้วก็ไม่ไปลับยังเอาหัวใจของพนาพรรษไปด้วย
“นังบ้า ตายไปแล้วยังจะทิ้งปัญหาไว้อีก”
บุษราลัลน์กัดฟันพูดออกมาอย่างแค้น ๆ นี่ถ้าปรายฟ้าไม่ตายไปเสียก่อนน่านี้แล้ว เธอคงต้องฆ่าปรายฟ้าตายตอนนี้แน่ หญิงสาววิ่งออกไปจากบ้านพนาพรรษทันทีไม่ได้ยินเสียงเรียกของคุณภารตีเลยสักนิด นี่มันเกิดอะไรขึ้น ลูกชายตัวดีของเธอก่อเรื่องอะไรอีกหล่ะ
พนาพรรษเก็บภาพของปรายฟ้าไว้บนเตียงไว้อย่างเบามือกลัวว่าถ้าเขาวางแรงลงไปกว่านี้อีกนิดรูปถ่ายที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวของปรายฟ้าจะแตกสลายลงไป การตายของปรายฟ้ายังมีเงื่อนงำอยู่ ถึงแม้เรื่องราวทุกอย่างจะผ่านมาเพราะตำรวจสรุปแล้วว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ถึงแม้เขาจะพยายามบอกถึงเศษผ้าที่ติดมากับมือของปรายฟ้าชิ้นนั้นก็เถอะเรื่องราวทุกอย่างจึงเงียบลงและอีกอย่างนายหัวแห่งป่าหนาวไม่อยากให้คนในเกาะหนาวตื่นกลัวว่ามีฆาตรกรเลือดเย็นอยู่ในเกาะหนาวแห่งนี้ คนทั้งเกาะหนาวไม่มีใครกล้าพูดถึงเรื่องนี้อีกเพราะเพียงแค่นายหัวแห่งป่าหนาวได้ยินใครพูดถึงการตายของปรายฟ้า โทษสถานเดียวคือไล่ออกจากเกาะ และที่สำคัญทุกคนต่างสงสารนายหัวแห่งป่าหนาวที่พวกเขารักนั่นเอง ทำไมปรายฟ้าถึงขับเรือออกไปทั้งที่ฝนตกหนักแบบนั้นมันต้องมีอะไรสักอย่าง และที่สำคัญฆาตรกรต้องอยู่ในเกาะหนาวแห่งนี้ คำถามนี้วนเวียนมาหลายปีแล้ว ซึ่งคำตอบที่ได้กลับก็คือความเงียบ ชายหนุ่มจ้องมองไปที่รูปแล้วพูดว่า
“ฟ้าอยากบอกอะไรผม ฟ้าไม่ได้ตกลงไปเองใช่มั้ย ไอ้เศษผ้าสีดำนี่มันคืออะไร...ผมขอโทษ...ผมสัญญาว่าจะหาตัวคนที่ฆ่าฟ้าให้ได้ ผมสัญญา”
เสียงเบาหวิวดังลอดออกจากริมฝีปากคมเข้มของพนาพรรษอย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการให้สายลมนำไปบอกเธอคนนั้นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ถึงแม้ว่าเรื่องราวทุกอย่างมันจะผ่านมาหลายปีแล้วก็เถอะถ้าปรายฟ้าโดนฆ่าเขาจะหาคนที่เป็นฆาตรกรฆ่าปรายฟ้าให้ได้ ชายหนุ่มจ้องรูปนั้นเพียงครู่เดียวก็เดินเข้าห้องน้ำอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเตรียมรับมือกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

ทางด้านขวัญพรรษวันนี้ทั้งวันวุ่นอยู่กับการย้ายมุกไปที่บ่อเจริญพันธ์ และที่ฟาร์มนกนั่นอีก นังวินนี่นะวินนี่เมื่อไหร่จะมาเสียทีฉันเหนื่อยแล้วนะ แล้ววันนี้คุณป่าของเธอจะกลับกี่โมงกันนะ เฮ้ย..ไอ้เคียวนี่แกคิดถึงไอ้คุณป่านั่นได้อย่างไร เขาจะกลับกี่โมงก็ช่างเขาสิ แต่ความรู้สึกเมื่อคืน เขามาขอโทษ แล้วน้ำเสียงอบอุ่นที่เรียกชื่อเธออีกหล่ะ เคียว...เธออยากให้เขาเรียกเธอแบบนั้นจัง ป่านนี้คุณป่าของเธอยังไม่กลับอีกหรือ ต๊าย...หน้าไม่อายยัยเคียวบ้า คุณป่าเป็นของเธอที่ไหนกัน.....ขวัญพรรษนั่งลงกับพื้นทรายมองท้องทะเลที่กว้างไปสุดลูกหูลูกตาหาที่บรรจบไม่ได้ หญิงสาวนั่งยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความอายเมื่อคิดถึงเรื่องเขิน ๆ แบบนี้จนไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครกำลังเดินเข้ามาและกำลังงงกับการกระทำแปลก ๆ ของเธอ
“คุณ...เป็นอะไร ผีอะไรเข้าสิง นั่งยิ้มคนเดียวก็ได้”
ขวัญพรรษสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันไปมองคนที่ทำให้เธอตกใจอย่างที่สุด
“.........”
เฮ้ย..เมื่อกี้เขาเห็นเขาได้ยินเธอพูดหรือเปล่า แต่เธอพูดในใจนี่เขาจะได้ยินได้อย่างไร แต่พอมานึกถึงว่าเธอคิดถึงเขาแบบแปลก ๆ หน้าหวานของขวัญพรรษก็มีรอยแดงเกิดขึ้นทันตา
“อ้าว...ยังโกรธไม่เลิกอีกแหน่ะ เป็นสาวเป็นนางงอนให้มันน้อย ๆ หน่อยได้มั้ย ใครจะตามง้อได้บ่อย ๆ กัน”
เสียงกลั้วหัวเราะราวกับขันอะไรนักหนาทำให้ขวัญพรรษแก้มป่องขึ้นอีกด้วยความเคืองชายหนุ่มตรงหน้า
“แก้มป่องอีกแล้ว แบบนี้ก็คงโกรธจริง ๆ”
ชายหนุ่มเอ่ยล้อเลียนอีกฝ่ายเขาสังเกตเห็นมาหลายครั้งแล้ว ถ้าขวัญพรรษเกิดอาการไม่พอใจสิ่งแรกที่เขาจะสังเกตได้บนใบหน้าหวาน ๆ นั่นก็คือแก้มป่อง ๆ ของเธอนั่นเอง มาถึงตอนนี้ตัวเขาเองก็แปลกใจพอเห็นหน้าขวัญพรรษเท่านั้นความหม่นหมองทั้งหลายเป็นอันหมดสิ้นกัน แค่เพียงได้เห็นรอยยิ้มนี้เขาถึงกับมีกำลังใจขึ้นมาเต็มร้อย เหมือนลูกโป่งที่แฟบแบนแล้วพอได้อากาศเข้าไปก็โป่งพองจนเกือบแตก เขาเป็นอะไรไปถึงอยากต่อล้อต่อเถียงกับหญิงสาวผู้นี้เหลือเกิน เพราะโดยปกติแล้วเขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนอยู่แล้วนับตั้งแต่ปรายฟ้าจากไป
“ไปรีสอร์ตกันมั้ย ผมยังไม่ได้ตรวจตราความเรียบร้อยเลยวันนี้”
คำชวนที่แสนเรียบง่ายแต่ดูเป็นกันเองสำหรับขวัญพรรษทำให้หญิงสาวพนักหน้าแทนคำตอบ ซึ่งการกระทำแบบนั้นทำให้พนาพรรษอมยิ้มนิด ๆ กับการกระทำอันน่ารักของอีกฝ่าย
“งั้นลุกเร็ว”
คำชวนง่าย ๆ นั้นทำให้หญิงสาวลุกขึ้นยืนอย่างง่าย แล้วเธอก็เดินตามหลังชายหนุ่มคนเป็นเจ้านายอย่างเงียบ จนเมื่อมาสะดุดกับหลังหนา ๆ ของชายหนุ่มหญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายราวกับถามว่าหยุดทำไม
“ขึ้นมาเดินข้าง ๆ ผมสิครับ จะเดินตามหลังผมทำไม”
ชายหนุ่มหันมามองอีกฝ่ายแล้วพยักหน้าเรียกหญิงสาวให้มาเดินคู่กัน เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ทำตามก็เดินเข้าไปจับมือของหญิงสาวแล้วเดินจูงกันไป หญิงสาวตัวแข็งวาบ เหมือนกับไฟช็อตไปทั้งตัวความรู้สึกบางอย่างมันวิ่งแล่นเข้าสู่ร่างกายเธอทันทีเมื่อได้สัมผัสกับมือหนาอบอุ่นและแข็งแรงของอีกฝ่าย
“เอ้ย..คุณป่าทำแบบนี้ทำไมคะ ปล่อย...ปล่อยนะ”
ขวัญพรรษสะบัดมือออกจากมือหนานั้นอย่างตกใจแต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะกระชับมือนั้นแน่นยิ่งกว่าเดิมจนหญิงสาวมองไปรอบ ๆ ด้านกลัวว่าจะมีคนอื่นมาเห็นการกระทำของเขา
“คุณรังเกียจผมขนาดนั้นเลยหรือ”
คำพูดที่ดูเหมือนจะน้อยใจของพนาพรรษทำให้หญิงสาวถึงกับชะงักด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดในตัวของเธอ
“ปะ..เปล่านะคะ คุณป่าเข้าใจผิด”
หญิงสาวรีบบอกระร่ำระลักปากสั่นไปหมด
“ถ้าอย่างนั้นเดินไปกับผมดี ๆ ผมไม่อยากให้คุณเดินสะดุดอะไรค่ำ ๆ มืด ๆ แบบนี้ เดี๋ยวจะล้มลงไปแล้วงานผมก็ต้องเสียอีกเพิ่งมาทำงานได้ไม่เท่าไหร่จะลาป่วยเสียแล้ว”
พอเขาพูดจบแค่นั้น ร่างบางที่เดินตามเขาเมื่อสักครู่หยุดชะงักอีกครั้ง ก่อนจะพูดเบา ๆ ราวกับบ่นกับตัวเอง
“ขี้งก คนขี้งก”
“ว่าอะไรผมได้ยินนะ”
เสียงห้าว ๆ ที่ตอบกลับมาทำให้ขวัญพรรษรีบเดินนำหน้าเขาไปก่อนจนกลายเป็นว่าตอนนี้เธอเป็นฝ่ายจูงชายหนุ่มเดินเสียมากกว่าจนอีกฝ่ายนึกอยากแกล้งกระตุกร่างบางกลับมา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะกะน้ำหนักผิดไปหน่อยร่างบางของขวัญพรรษถึงถลาเข้าหาเขาอย่างเต็มแรงจนชายหนุ่มล้มหงายลงกับพื้นหาดทรายโดยมีร่างบางของขวัญพรรษตามมาติด ๆ
“เฮ้ย!!!!”
เสียงอุทานของพนาพรรษร้องขึ้นอย่างตกใจเมื่อตัวเองล้มลงไปนอนบนพื้นหาดโดยมีร่างบางของหญิงสาวตามลงไปนอนบนตัวเขา หน้าของทั้งสองคนเสมอกันแนบชิดกันจะได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย ตาหวานกลมโตของขวัญพรรษมองจ้องตาคมเข้มของอีกฝ่ายที่มองหญิงสาวเหมือนกัน ทุกอย่างรอบตัวหยุดการเคลื่อนไหวไปหมด ราวกับใครกดปุ่มสโลว์เอาไว้ ชายหนุ่มค่อย ๆ พิศไปตามใบหน้าหวานก่อนจะมาหยุดที่ปากได้รูปสีสวยเหมือนเชอร์รี่ มันจะหวานสักแค่ไหนกันเชียวถ้าเขาได้ลิ้มลองรสชาดของมัน สายลมที่พัดผ่านทำให้เส้นผมสวยของหญิงสาวปลิวมาติดที่ข้างแก้ม นายหัวหนุ่มค่อย ๆ หยิบแล้วทัดหูให้อย่างเบามือก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าเข้าหาริมฝีปากบางนั้นอย่างไม่รู้ตัวทุกอย่างมันเป็นไปอย่างอัตโนมัติกว่าที่ชายหนุ่มจะรู้ตัวปากหนาเข้มของเขาก็แนบกับริมฝีปากสีหวานที่เขาคิดว่ามันต้องหวานแน่ ๆ แล้วมันก็เป็นจริงอย่างที่เขาคิดไว้ไม่ผิดมันหวาน หวานเสียจนเขาไม่อยากจะถอนริมฝีปากออกสักนิดเดียว ปลายลิ้นหนาค่อย ๆ ไล้ตามริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบาหลอกล่อให้หญิงสาวตอบสนองเขาบ้าง ซึ่งดูเหมือนขวัญพรรษจะหายจากอาการตกตะลึกเมื่อสักครู่หญิงสาวจึงอ้าปากเพื่อจะเอ่ยห้ามอีกฝ่ายแต่มันกลับเป็นการเปิดโอกาสให้ปลายลิ้นหนาของชายหนุ่มสอดเข้ามาเย้าแหย่ลิ้นหวานเล็ก ๆ ของหญิงสาวอย่างหยอกเย้า ขวัญพรรษตัวชาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยความรู้สึกแปลก ๆ มือที่เตรีมจะผลักเขาออกเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นค่อย ๆ โอบรอบคอแข็งแรงของนายหัวหนุ่ม พนาพรรษถึงกับครางออกมาอย่างพอใจเมื่อริมฝีปากเล็ก ๆ นั้นค่อย ๆ ตอบสนองเขาถึงแม้มันจะไม่เร่าร้อนเหมือนหลาย ๆ คนที่เขาเคยเจอมา แต่มันก็สร้างความหวาบหวาม พอใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก มือหนาแข็งแรงไล้ไปทั่วแผ่นหลังเล็ก ๆ ของหญิงสาวก่อนจะกดเข้าหาตัวเองอีกครั้งอย่างแนบแน่น นิ้วเรียวบางของคุณหมอคนสวยลูบไล้ดึงเส้นผมของเขาเล่นอย่างลืมตัวไปกับอารมณ์พรึงเพริดที่ชายหนุ่มเป็นผู้ก่อขึ้น เสียงครางแผ่วเบาของขวัญพรรษทำให้นายหัวหนุ่มรู้สึกตัว ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกจากปากบางนั้นอย่างช้า ๆ มองใบหน้าหวาน ๆ ของหญิงสาวที่ยังคงอยู่ในอารมณ์พิศาวาสที่เขาเป็นผู้ก่อขึ้นมา ชายหนุ่มอดใจไว้ไม่อยู่อีกครั้งเมื่อเห็นปากเล็ก ๆ นิ้นแดงและบวมเห่อขึ้นมาเพราะฝีมือเขาเอง นายหัวของป่าหนาวก้มลงจูบปากเล็ก ๆ นั้นแรง ๆ หนึ่งทีก่อนจะหยุดมองหน้าหวาน ๆ ที่เริ่มแดงขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาหวานกลมโตมองเขาอย่างไม่แน่ใจมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ริมฝีปากเล็ก ๆ สั่นขึ้นมาจนขวัญพรรษต้องรีบขบมันเอาไว้ หญิงสาวหลบสายตาคมเข้มที่มองเธอราวกับกลืนกินอย่างรวดเร็ว หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอตอนนี้เต้นเสียงดังราวกับกลองเพลงั้นแหล่ะ นายหัวหนุ่มมองริมฝีปากแดงอิ่มคู่นั้นอย่างอาลัยเขาไม่อยากถอนริมฝีปากออกจากความหวานคู่นั้นเลย แต่ต้องถอยตัวเองออกมาเพราะว่ามันผิดสถานที่ผิดเวลาถ้ามีใครมาเห็นเข้ามีหวังหญิงสาวต้องเสียชื่อแน่ ๆ ซึ่งเขาก็ไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นอย่างแน่นอน
“เคียว....”
นายหัวหนุ่มครางเรียกชื่อหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะยอมรับกับตัวเองเมื่อได้จุมพิตหญิงสาวเมื่อสักครู่นี้ ทั้ง ๆ ที่เขาปฏิเสธความรู้สึกนั้นมาตลอด ชายหนุ่มเรียกอีกฝ่ายเสียงแหบพร่า เขาต้องหักห้ามใจไม่ให้จูบหญิงสาวอีกครั้ง เมื่อเห็นริมฝีปากของหญิงสาวบมเห่อขึ้นเป็นรอยแดง แล้วยังดวงตาคู่นั้นที่หวานเยิ้มด้วยอารมณ์พิศวาสที่ยังหลงเหลืออยู่
“เคียว...เราต้องลุกแล้ว เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้า เคียวจะทำหน้าไม่ถูกนะ ผมหน่ะไม่เป็นไรหรอกเพราะเป็นเจ้านายยังไงพวกนั้นคงไม่กล้าล้อ”
เสียงห้าวเอ่ยออกมาอย่างหวาน ๆ ปนเอ็นดูอีกฝ่าย เมื่อเห็นหญิงสาวลุกขึ้นนั่งอย่างฉับพลันแต่ก็ยังงง ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เสื่อมคลายเพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัวเตรียมรับเหตุการณ์แบบนี้
“เคียว เคียวครับ”
เสียงหวานของพนาพรรษเรียกสติของหญิงสาวอีกครั้ง ซึ่งพออีกฝ่ายรู้สึกตัวก็มองชายหนุ่มอย่างตกตะลึงแล้วยกมือบางขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่บวมเจ่อขึ้นมาเพราะฝีมีของเขาอย่างเผลอตัว
“คะ..คุณ..ทะ..ทำอะไร”
เสียงตะกุกตะกักที่ถามตอบกลับมานั้นทำให้ชายหนุ่มเผลอยิ้มด้วยความน่ารักของหญิงสาว แต่ขวัญพรรษคิดว่าตัวเองปล่อยไก่หรือทำอะไรให้ชายหนุ่มผู้นี้ขำเธออย่างแน่นอน
“อะไร.....หัวเราะอะไรเป็นบ้าหรือไง”
นั่นไงพอตั้งสติได้แล้วก็พรวดออกมาเป็นขบวนเลยนะยัยแสบ
“เปล่า แค่ขำคนบางคนนิดหน่อย”
“ขำอะไร”
เสียงหวานตวัดถามอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ ขวัญพรรษเริ่มกลับมาเป็นคนเดิมหลังจากเกิดอาการตกตะลึงกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่
“เปล่าครับ”
นายหัวหนุ่มกล่าวปฏิเสธแต่ริมฝีปากก็ยังมีรอยยิ้มอยู่ จนทำให้คนมองเกิดความไม่พอใจเพราะกลัวว่าเขาจะหัวเราะเยาะที่เธอปล่อยตัวปล่อยใจกับเขา
“เปล่าได้ไงก็เห็นหัวเราะ”
คำถามที่ถามอย่างไม่ยอมทำให้ชายหนุ่มยิ่งหัวเราะยิ่งกว่าเดิม แล้วก็เป็นอย่างที่คิดแก้มป่อง ๆ ของขวัญพรรษป่องขึ้นทันตาเห็น
“รู้อะไรมั้ย ผมอยู่ใกล้คุณทีไร ผมมีแต่เสียงหัวเราะทุกครั้งเลย ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันจนถึงกระทั่งวันนี้ และผมก็อยากมีความสุข อยากหัวเราะแบบนี้ตลอดไปจังเลย เคียว”
น้ำเสียงที่ใช้เรียกเธอนั้นดูอบอุ่นเหลือเกินจนหญิงสาวาเคลิบเคลิ้มไปกับคำเรียกของเขา
“คุณเรียกชื่อเคียวเพราะจังเลย”
น้ำเสียงที่พูดเหมือนละเมอของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างชอบใจ
“ถ้าเกิดอยากให้เรียกแบบนี้ คุณก็ต้องเรียกผมว่าพี่ป่าด้วยสิ”
หญิงสาวตาโตกับข้อต่อรองของอีกฝ่าย
“ระ..เรียกอะไร ที่คุณทำเมื่อกี้ยังไม่ได้จัดการเลยนะไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง”
“อะไรเมื่อกี้เราล้มลงไปด้วยกันทั้งคู่แค่นั้นเอง ผมทำอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง”
“กะ..ก็คุณจูบฉัน”
พอหลุดปากไปแล้วหญิงสาวก็ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่นแล้วเบิกตามองอีกฝ่ายที่หัวเราะเธอเสียงดังอย่างตกใจ นี่เขาแกล้งเธอหรอกหรือให้เธอได้เอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นร้อน ๆ เมื่อสักครู่
“ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา มันอาจจะเร็วไปถ้าผมจะบอกว่าผมรู้สึกอย่างไรกับคุณ แต่มันก็เป็นไปแล้วผมรู้สึกพิเศษกับคุณจริง ๆ แต่ผมไม่รู้ว่าเรียกว่ารักได้หรือเปล่า ผมไม่คิดว่าความรักจะเกิดกับผมได้ง่ายขนาดนี้หลังจากที่มันห่างหายจากผมไปนาน เคียว...ผมขอโทษ ถ้าหากว่าที่ผมทำนั้นมันเป็นการล่วงเกินคุณเพราะคุณไม่เต็มใจ แต่ถ้าคุณรู้สึกแบบเดียวกัน เหมือนกัน คุณช่วยเรียกผมว่าพี่ได้หรือเปล่า เพราะผมอยากให้คุณกับผมสนิทกันยิ่งกว่านี้ เราจะได้เริ่มต้นด้วยกันเดินไปด้วยกันได้มั้ยครับ”
เสียงพูดของชายหนุ่มลอยเข้าประสาทหูของขวัญพรรษอย่างจัง เธอมองหน้าอีกฝ่ายอย่างงง ๆ กับคำที่ได้ยิน ชายหนุ่มมองเธอกลับด้วยดวงตาส่อแววหวานละมุลบ่อบอกถึงความรู้สึกที่มีอยู่ในหัวใจ
“มะ..หมายความว่าไงคะ”
ทั้ง ๆ ที่เธอได้ยินเต็มสองหูแล้ว แต่ริมฝีปากเธอกลับเอ่ยคำถามปัญญาอ่อนนั้นออกไป
“ก็ คุณกับผม ลองเรียนรู้กันดีมั้ย”
พนาพรรษยกมือขึ้นแนบสองแก้มเนียนของหญิงสาวพร้อมกับดันใบหน้าหวานของหญิงสาวให้มองสบตาเขา
“.........”
“ทำไมครับ ไม่อยากคบกับผมงั้นหรือ”
หญิงสาวส่ายหน้าหวือ ๆ เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเข้าใจเธอผิดอีก
“แล้วทำไมไม่ตอบครับ”
“ก็เคียวไม่รู้จะตอบยังไงนี่คะ”
พนาพรรษยิ้มกับคำเรียกแทนตัวของหญิงสาวก่อนจะก้มลงจุ๊บริมฝีปากหวานนั้นอีกครั้งอย่างอดใจไม่อยู่
“อื้อ”
เสียงค้านของหญิงสาวดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าหวาน ๆ นั้นมีรอยแดงขึ้นมา มือหนาของชายหนุ่มไล้ไปตามรอยแดงนั้นอย่างอ่อนโยนพร้อมกับสายตาอ่อนโยนที่มองจ้องตาหวาน ๆ ของอีกฝ่าย
“ผมไม่ขอให้เคียวรีบตอบ เราค่อย ๆ เรียนรู้กันไปเรื่อย ๆ ดีมั้ย เคียวจะได้มีเวลาคิด”
ชายหนุ่มบอกเสียงหวาน ดวงตาไม่ห่างหายไปจากหน้าหวานของขวัญพรรษแม้แต่วินาทีเดียว พนาพรรษยิ้มกว้างขึ้นเมื่ออีกฝ่ายค่อย ๆ พยักหน้าเบา ๆ จนถ้าใครบางคนไม่ตั้งใจมองจะไม่ทราบเลยแต่เขาไม่คลาดสายตาไปจากหน้าหวานของหญิงสาวเขาจึงไม่ที่จะเห็นการตอบรับของอีกฝ่าย ชายหนุ่มจูงมือหญิงสาวเดินไปรอบ ๆ ชายหาดตรวจดูความเรียบร้อยอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก และการเดินไปครั้งนี้คงมีคนเห็นและเอาไปลือกันต่าง ๆ นา ๆ แต่เขาก็ไม่สนใจเพราะว่าสิ่งที่เขาลือกันนั้นมันเป็นเรื่องจริง มันมาจากเหตุการณ์จริง และเขาก็คิดว่า ถ้าทุกคนได้เจอแบบนี้ทุกวันก็คงเข้าใจกันไปเองว่าเขากับหญิงสาวที่กำลังเดินจับมือกันไปแบบนี้มีความรู้สึกพิเศษซึ่งกันและกัน ถึงขวัญพรรษจะยังไม่ยอมรับหรือพูดอะไรก็เถอะ แต่การไม่ปฏิเสธของเธอมันคงไม่ทำให้เขาผิดหวังแน่นอน นายหัวหนุ่มแห่งป่าหนาวยิ้มน้อย ๆ อย่างสุขใจ
…………………………………………



เอรินี
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 27 พ.ค. 2554, 20:15:42 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 27 พ.ค. 2554, 20:15:42 น.

จำนวนการเข้าชม : 1668





<< ความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร   เพียงเพราะคำว่า...หึง >>
ปูสีน้ำเงิน 27 พ.ค. 2554, 22:52:48 น.
หวานดีนะ ตอนหน้าหวานๆ อีกได้ป่ะ


cherryfirm 28 พ.ค. 2554, 22:55:55 น.
ว้าวๆๆ แค่ตอนที่ 5 นายหัวป่าก็น๊อตหลุดซะแระ ฮี่ฮี่...ฮิ้วววว


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account