แผนรักพันใจ
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้
ตอน: ตอนที่ 19
รถยนต์สองคันแล่นตามหลังกันมุ่งหน้าสู่บ้านสวนคุณจันทร์ รถคันที่ขับนำหน้าแล่นไปเลยไปยังทางเข้าที่อยู่ถัดจากทางเข้าสวนอาหารไป ส่วนอีกคันเลี้ยวเข้าสู่บริเวณที่จอดรถของสวนอาหารราวกับว่าทั้งสองไม่ได้มาจากสถานที่เดียวกัน
หลังจากไปเที่ยวด้วยกันมาเมื่อวาน วันนี้ธนินต้องกลับมาทำตัวเป็น 'ลูกศิษย์' ของจารุดาอีกครั้งและอ้อนวอนจนหญิงสาวยอมให้เขามาทำตัวเป็น 'ลูกค้า' ที่ร้าน กว่าจะขับรถตามกันมาจนถึงร้านชายหนุ่มก็หิวจนไส้กิ่ว สมองคิดถึงรายการอาหารที่จะสั่งจากหน้าเมนูที่เขาแทบจะท่องได้ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย กระนั้นชายหนุ่มก็ยังมีอารมณ์จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดต่อสาย เสียงของจารุดาดังขึ้นหลังจากสัญญาณเพิ่งจะดังได้แค่สองครั้ง
"ฉันกำลังจะเปิดประตูรั้วเข้าบ้านค่ะ คุณโทร.มาทำไมคะ หรือว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง"
"เปล่าครับคุณจา แค่จะบอกว่าเดี๋ยวเจอกันน่ะครับ"
"คุณนี่...ว่างเหลือเกินนะคะ แล้วก็ฟุ่มเฟือยมากด้วย โทร.มาแค่นี้ก็เสียเงินแล้ว"
"ค่าโทร.เหมาจ่ายครับ ถือว่าใช้เงินคุ้ม ได้ยินเสียงคุณจา"
"ตกลงจะโทร.มาแค่นี้ใช่ไหมคะ ฉันจะได้เอารถเข้าบ้าน"
"เดี๋ยวครับคุณจา"
"อะไรคะ"
"ไม่ค่อยอยากจะวางสายผมคิดถึงน่ะ"
"คุณใช้มุกน้ำเน่าแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนรึเปล่าคะเนี่ย น่าแปลกใจว่าบรรดาผู้หญิงของคุณเขาหลงคุณกันได้ยังไง"
"กับคนอื่นผมไม่เป็นแบบนี้ครับ"
"เป็นเกียรติของฉันสินะคะ...ไม่เอาล่ะคะ แค่นี้นะคะ อ้อ...แล้วฉันคงทำได้อย่างมากก็แค่เดินไปดูความเรียบร้อยใกล้ ๆ โต๊ะที่คุณนั่ง ไม่อย่างนั้นคุณยายสงสัยเอาแน่ ๆ"
"ได้แค่นี้ก็พอครับ แล้วเจอกันครับคุณจา"
ธนินกดวางสายยังไม่ทันที่จะก้าวลงจากรถก็มีใครคนหนึ่งมายืนขวางประตูไว้ก่อน เมื่อเงยหน้าขึ้นมองแล้วชายหนุ่มก็ลดกระจกลงเอ่ยทักทาย
"อาทัด มาได้ยังไงครับเนี่ย"
"อาก็มากินข้าวน่ะสิ"
"ลี่ก็มาด้วยค่ะพี่นิน" เสียงใสของลิลลี่ดังขึ้นจากด้านหลังคุณบัณทัตพร้อมกับที่เด็กสาวชะโงกออกมาทำเหมือนเล่นจ๊ะเอ๋กับเด็ก "ใจตรงกันเลยนะคะ ไม่รู้ว่าจะตรงกันทุกเรื่องรึเปล่าน้า"
"ลิลลี่"
คุณบัณทัตเอ่ยเรียกลูกสาวเสียงเข้มเล็กน้อย หากเด็กสาวกลับตีหน้าตาย
"ลี่หมายถึงว่าจะชอบกินอะไรเหมือนกันนะคะพ่อ พ่อคิดไปถึงเรื่องไหนน้า"
คนเป็นพ่อส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับลูกสาวดี หันไปถามหลานชายที่ยังนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถ
"เข้าไปหาโต๊ะนั่งด้วยกันเลยไหมนิน"
"ก็ดีครับอา"
ธนินก้าวลงจากรถได้เด็กสาวก็เกาะแขนลูกผู้พี่ทันที ชายหนุ่มยิ้มให้กับกิริยาของลิลลี่ ทั้งสามพากันเดินยังซุ้มทางเข้าของสวนอาหารโดยไม่ทันเห็นว่ามีรถยนต์คันหนึ่งแล่นผ่านที่จอดของสวนอาหารตรงเข้าไปยังประตูรั้วทางเข้าบ้านสวนที่จารุดาเพิ่งจะขับรถเข้าไปก่อนหน้า
จารุดาก้าวลงจากรถตั้งใจจะนำกระเป๋าสะพายขึ้นไปเก็บบนห้องนอนก่อนจะไปช่วยดูงานในครัวและงานด้านการเงินในสำนักงาน แต่เสียงกดกริ่งเรียกที่ประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นก่อนเธอจึงหันหลังกลับไปมองผ่านช่องว่างระหว่างรั้วไม้นั้น ระบายลมหายใจยาวก่อนจะเดินกลับไปทางที่ตนเพิ่งจะขับรถเข้ามา
เธอยกมือไหว้ผู้ใหญ่ตามมารยาทหากเมื่อเอ่ยถามน้ำเสียงกลับเรียบเย็น
"ไม่ทราบว่าคุณสโรชามีธุระอะไรคะถึงได้มาถึงที่นี่"
"ฉันมีเรื่องจะมาคุยกับเธอ" หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างถือตัว "เปิดประตูให้ฉันกับจินนี่เข้าไปคุยในบ้านสิ เธอควรจะมีมารยาทกับแขกหน่อยนะ จะให้ฉันยืนคุยกับเธออยู่แบบนี้เหรอ"
"ขอโทษนะคะคุณสโรชา ดิฉันคงต้องขอทราบก่อนว่าคุณจะมาคุยเรื่องอะไร ที่จริงเราสองบ้านไม่ควรจะมีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันด้วยซ้ำ คุณก็อยู่ส่วนคุณ เราก็อยู่ส่วนเรา"
"แล้วเธอมายุ่งกับพี่นินของฉันทำไม" สุจิราแหวใส่หลังจากยืนจ้องหน้าพี่สาวต่างมารดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อมาแต่แรก "คิดจะเอาชนะกันใช่ไหม คิดว่าจะทำให้ฉันเจ็บใจ ทำให้ฉันอาย ทำให้ฉันแพ้แก้แค้นที่..."
"จินนี่...ฉันไม่ได้คิดจะแก้แค้นอะไรใครทั้งนั้น เรื่องของแม่ ฉันอโหสิกรรมให้ไปนานแล้ว ไม่ได้ถือว่ามีอะไรติดค้าง แม่ฉันท่านจากไปตั้งนานแล้ว อย่าดึงเอาท่านมาเกี่ยว"
จารุดาจำต้องเลี่ยงที่บอกความจริง เธอเคยคิด...แค่เคยคิดเท่านั้น แต่ถึงตอนนี้เรื่องการเอาคืนสุจิราไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเธอเลย มันเป็นเพียงความคิดเพียงชั่ววูบก่อนที่จะเตือนสติตัวเองได้ว่าการกระทำนั้นไม่เพียงแต่เป็นการทำร้ายจิตใจน้องสาวต่างมารดา หากยังรวมไปถึงจิตใจของธนินและแม้แต่ใจของเธอเองด้วย และวิญญาณของแม่ที่ล่วงลับไปแล้วก็คงไม่ปรารถนาจะให้ลูกสาวทำเรื่องที่จะก่อเวรกรรมกันต่อไปเช่นกัน
"งั้นเธอบอกมาสิ ว่ามายุ่งกับพี่นินของฉันทำไมบอกมา"
"ฉันไม่มีอะไรจะบอกทั้งนั้น คุณธนินมาเชิญร้านไปออกงานเทศกาลอาหาร แล้วก็มาลงเรียนเป็นนักเรียนที่โรงเรียน"
"แล้วเขาก็ยังต้องการที่จะซื้อที่ดินของยายเธอเก็บไว้ด้วย" คุณสโรชาพูดตามที่ได้ฟังมาจากคุณธนัญญาอีกต่อหนึ่ง "เธอคิดจะใช้เรื่องที่ดินนั่น ดึงธนินเอาไว้ เพื่อแกล้งลูกสาวฉันใช่ไหม"
"ดิฉันขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่ค่ะ และถ้าธุระที่คุณจะมาคุยคือเรื่องนี้ เราคงคุยกันจบแล้ว"
"ไม่...เรื่องนี้ไม่มีทางจบง่าย ๆ"
สุจิราโต้หมุนตัวกลับไปที่รถ บีบแตรเสียงลั่น คุณสโรชาที่ตั้งท่ามาเอาเรื่องยังตกใจวิ่งไปยืนอยู่ข้างพาหนะคู่ใจของตนตะโกนบอกให้ลูกสาวหยุด
"หยุดนะ จินนี่ ทำอะไรแบบนี้ มันเดือดร้อนรำคาญคนอื่นเค้า หยุดเดี๋ยวนี้"
"ไม่ค่ะแม่ จินนี่ ไม่หยุด"
จารุดายืนสองแม่ลูกแล้วเหลียวกลับไปรั้วไม้ข้างเรือนที่มีส่วนเชื่อมต่อกับสวนอาหาร สิ่งที่หญิงสาวนึกหวั่นอยู่ในใจเกิดขึ้นจริง เมื่อคุณยายจันทร์ก้าวฉับมาทางนั้นและส่งสายตาขุ่นมาทางประตูรั้ว คุณจอมขวัญที่เดินตามมาเหมือนกำลังพยายามจะปรามให้หญิงชราเดินช้าลง
"จินนี่ หยุดนะ คุณสโรชาคะ ดิฉันว่าคุณพาจินนี่กลับบ้านไปเถอะนะคะ"
สุจิราก้าวลงจากเบาะคนขับชะเง้อมองผ่านช่องระหว่างซี่รั้วไม้ แล้วเดินมายืนกอดอกมองจารุดาอย่างคนที่ถือแต้มเหนือกว่า
"ฉันทำให้เธอเลิกยุ่งกับคุณธนินได้ แต่ฉันรู้...ว่าใครทำได้"
คุณสโรชาเหมือนจะเข้าใจความต้องการของลูกสาวในตอนนั้นเอง แม้จะไม่พอใจในการกระทำอันไม่ถูกไม่ควรนั้นหากเมื่อรู้ว่าตนจะได้ในสิ่งที่ต้องการเธอก็สามารถเพิกเฉยกับพฤติกรรมของสุจิราไปเสีย
คุณยายจันทร์ที่แม้จะอายุเลยเจ็ดสิบไปแล้วแต่ยังเดินเหินคล่องแคล่วเดินมาถึงจุดที่ใกล้พอจะมองเห็นสองแม่ลูกที่ยืนอยู่นอกรั้ว จึงโวยวายขึ้นทันที
"มาทำไมกัน นังสองแม่ลูกนี่ ผัวเธอ พ่อเธอก็ไม่ได้มาเหยียบบ้านสวนนี่ตั้งนานนมแล้ว จะมาถามพ่อตามผัวล่ะก็เชิญไปที่อื่น อย่ามาทำตัวเป็นหมาบ้าอาละวาดที่นี่ ไปเลยนะ...ไป๊...ชิ่ว"
คุณสโรชายกมือไหว้คุณยายจันทร์ก่อนจะสะกิดให้ลูกสาวทำตาม จากนั้นก็กลับไปวางท่า ยืนยืดตัวตรงมองเหมือนคนที่อยู่ภายในรั้วบ้านทั้งสามด้อยกว่าตน และเมื่อเอ่ยตอบคำของหญิงชราน้ำเสียงก็นิ่งและแข็ง ไม่ได้แสดงความเคารพยำเกรงอีกฝ่ายเท่าใดนัก
"ดิฉันคงไม่มาที่นี่...ถ้าไม่เพราะหลานสาวของคุณจันทร์"
"หลานสาวฉันไปทำอะไรให้พวกหล่อนกัน อย่ามาหาเรื่องกันนะ"
"จินนี่ไม่ได้หาเรื่อง" สุจิราโต้ทันควัน "พี่จา คิดจะแย่งพี่นินไปจากจินนี่จริง ๆ"
"ธนิน...ไอ้หนุ่มคนนั้น" หญิงชราเหมือนจะฉุกคิดอะไรบางอย่าง หากเพียงครู่ก็มองจ้องสองแม่ลูกแล้วเอ่ยต่ออย่างไม่ยี่หระ "แล้วจะยังไงล่ะ ถ้าไอ้หนุ่มคนนั้นจะชอบหลานสาวฉันไม่ได้ชอบคนอื่น มันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้"
"ไหนคุณยายไม่ชอบให้จารุดาคบหากับผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ" สุจิราแหวเสียงดังขึ้นไม่สนใจจะเรียกผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวด้วยคำที่แสดงการเคารพนับถือเป็นพี่น้องอีกต่อไป "หรือเห็นว่าพี่นินร่ำรวย เป็นทายาทเจ้าของห้างใหญ่ ก็เลยคิดอยากจะมีหลานเขยรวย ๆ ยกระดับฐานะตัวเองใช่ไหมคะ"
"จินนี่..." คุณสโรชาเอ่ยเรียกลูกสาวคล้ายจะเตือนอะไรบางอย่าง
"อ้อ...ก็ยังดีนะที่รู้สึกปรามลูกสาวซะบ้าง ไม่ให้มาเถียงใส่ผู้ใหญ่ฉอด ๆ" คุณยายจันทร์เอ่ยเหมือนจะชมแต่น้ำเสียงนั้นเจือด้วยแววประชดประชัน "ถ้าจะให้ดีก็สอนให้ลูกสาวมีศักดิ์ศรีด้วยจะดีกว่านะแม่คุณ...ผู้ชายเค้าไม่สนใจตัว ก็มาเที่ยวอาละวาด ทวงเอากับคนโน้นคนนี้"
"หมายความว่าคุณจันทร์จะไม่จัดการห้ามปรามจารุดาเรื่องนี้หรือไงคะ" คุณสโรชาเสียงแข็งขึ้นบ้างเหมือนกัน "หรือว่าคุณจันทร์อยากจะมีหลานเขยรวย ๆ อย่างที่จินนี่ว่าจริง ๆ"
"เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องของฉัน เรื่องในครอบครัวฉันไม่เกี่ยวกับเธอสองคนแม่ลูก" หญิงชราเริ่มมีน้ำโหเช่นกัน "จะออกไปให้พ้นจากรั้วบ้านฉันได้หรือยัง ถ้าไม่เลิกโวยวาย ฉันจะให้คนมาฉีดน้ำไล่เดี๋ยวนี้แหละ"
"คุณจันทร์"
"แม่ขวัญ...ไปตามใครมาทีบอกให้ไปหาสายยางมา มีกี่เส้นก็เอามาต่อก๊อกน้ำแถวนี้ให้หมด ฉีดน้ำไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญพวกนี้ไปให้ไกล ๆ แล้วฉันจะให้ค่าจ้างพิเศษ"
"คุณยาย ทำแบบนี้ไม่ได้นะ"
สุจิราโวยวายแต่ดูเหมือนคุณสโรชาจะมีสติกว่าดึงแขนลูกสาวให้เดินไปที่รถ
"ไปเถอะจินนี่ จะรอให้เขาเอาน้ำมาฉีดไล่หรือไง"
"ไม่ค่ะแม่ จินนี่มีอะไรจะให้คุณยายดู" สุจิราชะโงกตัวเข้าไปในรถหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเดินตรงไปที่รั้ว กดเปิดรูปที่แอบถ่ายจารุดาและธนินเอาไว้เมื่อวันก่อนยื่นผ่านช่องว่างของรั้วไม้เข้าไป "ถ้าไม่เชื่อก็ดูนี่สิคะ รูปถ่ายนี่...เป็นหลักฐานอย่างดีว่าจารุดาแอบไปเที่ยวกับพี่นินมาจริง ๆ นี่คงจะหลอกคุณยายว่าไปกับเพื่อนตุ๊ดแต๋วของเค้าใช่ไหมคะ แต่ที่จริงต่างคนก็ต่างควงผู้ชายไปเที่ยวกันสองต่อสอง"
สุจิราดึงมือถือกลับมากดไล่ภาพยื่นให้หญิงชราดูทีละภาพ หวังให้เกิดปฏิกิริยาที่ตนคาดหวังขึ้น เมื่อเห็นคุณยายจันทร์ยืนนิ่ง ตัวสั่นเทาหญิงสาวก็ยิ้มออกมาอย่างสมใจ
"แม่ขวัญ...ฉันบอกให้ไปตามคนมา ไม่ได้ยินหรือไง เอาน้ำมาฉีดไล่สองแม่ลูกนี่ไปให้พ้นจากหน้าบ้านฉัน เดี๋ยวนี้"
"อะไรกัน คุณยายบ้าไปแล้วหรือไง จารุดาหลอกคุณยาย แอบคบหากับผู้ชาย...นี่ตกลงจะเห็นแก่เงินจนลืมเรื่องที่ตัวเองไม่ชอบให้หลานไปยุ่งกับผู้ชายจริง ๆ ใช่ไหม"
"แม่ขวัญ!"
คุณสโรชาเห็นท่าไม่ดีรีบเดินตรงมาดึงตัวลูกสาวขึ้นรถอีกครั้ง คราวนี้ไม่สนใจว่าสุจิราจะโวยวายอะไรอีกปิดประตูแล้วเดินอ้อมรถมานั่งประจำที่นั่งคนขับติดเครื่องแล้วขับออกไปพ้นจากบริเวณนั้นทันที
จารุดาหันไปมองคุณจอมขวัญอย่างจะขอความช่วยเหลือก่อนจะจับสังเกตอาการของผู้เป็นยาย หญิงชรายืนนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยเรียกหลานสาวเจาะจงเพียงคนเดียวเท่านั้น
"แม่ขวัญ...ฉันจะไปดูที่ร้านสักหน่อย ดูสิว่ามีลูกค้าที่ไม่พึงประสงค์อยู่ด้วยรึเปล่า"
"น้าจันทร์ แขกคนอื่นจะแตกตื่นกันนะจ๊ะ"
"คิดว่าฉันไม่มีหัวคิดหรือไง ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน จะไปกับฉันหรือว่าจะยืนอยู่ตรงนี้ก็ตามใจ" หญิงชราเอ่ยเสียงแข็งกร้าว
"ยายจ๋า...ยายฟังจาก่อนนะจ๊ะยาย"
"ยังไม่ใช่เวลาที่จะแก้ตัวอะไรทั้งนั้น ที่ยายไม่แสดงอาการอะไรต่อหน้าสองแม่ลูกนั่นก็เพราะไม่อยากให้พวกนั้นได้ใจ ทั้งที่ยายอายแอบจะแทรกแผ่นดินหนีที่โดนหลานหลอกเอาเหมือนคนโง่" คุณยายจันทร์เสียงเครือ "ถ้ายังเห็นว่ายายเป็นยายอยู่ล่ะก็ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ยายยังไม่อยากจะฟังคำแก้ตัว"
จารุดาจำต้องเดินตามยายและน้าไปห่าง ๆ หญิงชราเดินผ่านประตูเล็กที่เชื่อมระหว่างบ้านสวนกับสวนอาหาร ผ่านเรือนไม้ชั้นเดียวที่เป็นส่วนสำนักงานของร้าน กวาดสายตามองหาเป้าหมาย
วันนี้ธนินไม่ได้มาเพียงลำพังแต่มีอาและลูกผู้น้องนั่งอยู่ด้วย ท่าทีเอาเรื่องของคุณยายจันทร์จึงลดลงมากแต่กระนั้นหญิงชราก็ยังคงก้าวฉับไปที่โต๊ะที่คุณบัณทัต ธนินและลิลลี่นั่งเลือกอาหารในเมนูกันอยู่
"คุณยาย" เด็กสาวเพียงคนเดียวในโต๊ะอาหารนั้นเงยหน้าขึ้นมามองเห็นหญิงสามวัยก่อนใคร "อาขวัญ พี่จา"
คุณบัณทัตและธนินละสายตาจากรายการอาหารในธนินนั้นต้องหันหลังไปมองจึงจะเห็นคนที่กำลังเดินตรงมาหาทั้งสามคน หรือจะพูดให้ถูกเขามองเห็นเพียงจารุดาโดยไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติบนสีหน้าของหญิงสาว
ลิลลี่ลุกขึ้นเดินมาไหว้ผู้อาวุโสกว่าทั้งสามคนเกาะแขนหญิงชราอย่างเอาอกเอาใจ คุณยายจันทร์เหมือนจะชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เด็กสาว
"หนูลิลลี่จ๊ะ...ยายมีเรื่องอยากจะคุยกับพี่ชายแล้วก็พ่อของหนูลิลลี่สักหน่อย"
"งั้นเดี๋ยวลิลลี่หลบไปคุยโทรศัพท์กับเพื่อนทางโน้นก็ได้ค่ะ" เด็กสาวชี้ไปทางมุมหนึ่งของสวนอาหารที่จัดเอาไว้ชิงช้าไม้และม้านั่งยาวไว้ท่ามกลางกระถางไม้ประดับเพื่อให้ลูกค้าได้นั่งรอญาติมิตรหรือถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
หญิงชรารอจนลิลลี่เดินพ้นไปพอประมาณจึงเดินไปที่โต๊ะ ธนินรีบลุกขึ้นเดินไปเลื่อนเก้าอี้ตัวหนึ่งให้ ส่วนคุณจอมขวัญและจารุดาเลื่อนเก้าอี้นั่งด้วยตัวเอง คุณยายจันทร์นั่งลงแล้วก็เอ่ยด้วยเสียงที่พอได้ยินกันแค่คนที่นั่งร่วมโต๊ะ
"ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าถ้าคิดมาเป็นลูกค้าฉันยินดี แต่ถ้าคิดจะมาวอแวข้องแวะกับหลานสาวฉันล่ะก็ ที่นี่ไม่ต้อนรับ"
"คุณยายครับ ผมแค่..." ธนินเหลือบมองจารุดาเห็นท่าทีของหญิงสาวก็ชะงักรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเลือกที่จะไม่โกหกต่อ บางทีสถานการณ์คงกำหนดให้เขายอมที่จะเปิดเผยความรู้สึกของตนต่อญาติผู้ใหญ่ของจารุดาเสียที "ผมชอบคุณจาครับ"
"ดี...อย่างน้อยก็ยังยอมรับกันตรง ๆ แบบลูกผู้ชาย"
"ผมอยากจะขออนุญาตคุณยาย..."
"ไม่มีการอนุญาตอะไรทั้งนั้น วันนี้ฉันเห็นแก่หนูลิลลี่กับอาของเธอ แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าคราวหน้า...บ้านสวนคุณจันทร์ไม่ต้อนรับเธอเป็นลูกค้า"
"คุณยายครับ ฟังผม..."
"ถ้าไม่ยอมทำตามนี้ล่ะก็ ต่อไปฉันจะไม่อนุญาตให้แม่จาออกไปไหนอีก ไม่ให้คบหากับใคร ไม่ให้ไปสอนที่โรงเรียน แม้แต่ที่ร้านนี่ก็จะไม่ให้มาดูแลต้องอยู่แต่ในบริเวณบ้านเท่านั้น"
"มันเกินไปนะครับคุณยาย"
"ที่เกินไปคือผู้หญิงของเธอกับแม่ต่างหากที่เกินไป มาตามรังควานตามอาละวาดถึงนี่" หญิงชราสวนเสียงขุ่น "ทีคู่หมั้นคู่หมายผู้หลักผู้ใหญ่หวังจะให้ดองกันอยู่แล้วจะมายุ่งเกี่ยวกับหลานฉันทำไมอีก วันนี้คนแก่อย่างฉันถึงได้โดนถอนหงอกทั้งที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย"
"ผมไม่ได้..."
"ฉันไม่ได้มาเพื่อต่อรองอะไร แต่มาบอกให้รู้เอาไว้ ถ้ามาเหยียบที่นี่อีกเมื่อไหร่ ฉันจะทำตามที่พูด" คุณยายจันทร์เอ่ยเด็ดขาดกับธนินทว่าเมื่อหันไปมองหลานสาวแววตากลับสะท้อนถึงความสะเทือนใจ "หรือว่าหลานในไส้จะเห็นคนอื่นดีกว่ายาย คิดว่าจะขัดคำสั่งได้...ก็ตามใจ แต่ถึงวันนั้นแล้วอย่ามานับถือกันเป็นยายหลานอีก"
"คุณยายคะ"
"แม่ขวัญ...พาฉันขึ้นไปบนเรือน"
"น้าจันทร์"
"ไม่ได้ยินเหรอ ฉันบอกว่าให้พาฉันขึ้นไปบนเรือน...เดี๋ยวนี้" หญิงชราพูดด้วยน้ำเสียงแข็งเจือแววของความโกรธเกรี้ยว เมื่อรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยทันทีร่างของหญิงชราเซไปเล็กน้อย จนหลานน้าและหลานยายทั้งสองขยับจะลุกเข้าไปประคอง
"ฉันไม่เป็นไร ตอนนี้จะพาฉันกลับเรือนได้รึยังแม่ขวัญ"
คุณจอมขวัญจำต้องเอ่ยลาคุณบัณทัตและธนินขยับลุกขึ้นยืนข้างผู้เป็นน้า
"ยายจ๋า"
จารุดาขยับเข้าไปเกาะแขนคุณยายจันทร์แต่อีกฝ่ายสะบัดมือของเธอออก สายตาที่เจือทั้งความผิดหวัง เสียใจและโกรธเคืองมองตวัดมาเพียงชั่วขณะก่อนจะเฉมองไปอีกทางเป็นการแสดงออกว่าไม่ใส่ใจ สาวเท้าผละออกไปทันที
"ชักช้านัก ฉันเดินของฉันเองก็ได้"
"เดี๋ยวสิจ๊ะน้าจันทร์ ระวังจะล้มนะ รอขวัญด้วยจ๊ะ"
คุณจอมขวัญเดินไปเกาะแขนคุณยายจันทร์ก่อนหันกลับมาทางจารุดา พยักหน้าอย่างจะปลอบใจ
ยายไม่เคยโกรธเธอจนไม่พูดด้วยอย่างนี้ จะพูดให้ถูกตั้งแต่เล็กจนโต ยายไม่เคยโกรธเธอเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่เพราะตัวเธอเองปล่อยให้ความต้องการของตัวอยู่เหนือความยับยั้งใจ เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้
จารุดาเดินตามน้าและยายออกจากสวนอาหารผ่านประตูเชื่อมที่นำไปสู่เรือนไม้อดไม่ได้ที่จะเหลียวกลับไปมองที่โต๊ะอาหาร ธนินมองตอบสายตาของเธออย่างห่วงใย หากหญิงสาวจำต้องตัดใจเดินตามคุณจอมขวัญและคุณยายจันทร์ไปจนถึงหน้าห้องนอนของหญิงชรา เจ้าของห้องก้าวเข้าห้องนอนแล้วหันมาเอ่ยกับหลานสาว
"แม่ขวัญ...ฉันอยากจะพักผ่อน ห้ามให้ใครรบกวนเด็ดขาด ไม่ว่าเรื่องอะไร...เข้าใจไหม"
"ยายจ๋า"
ปฏิกิริยาของหญิงชราคือการงับบานไม้ปิดลงทันที จารุดารู้สึกหวิวโหวงในอก หากผู้เป็นยายโกรธเกรี้ยวดุด่ายังดีเสียกว่าทำเหมือนไม่เห็นเธอในสายตาแบบนี้
คุณจอมขวัญระบายลมหายใจยาวขณะเดินเข้ามาวางมือลงบนบ่าหลานสาวอย่างปลอบประโลม ดึงหลานสาวให้เดินไปนั่งลงบนม้ายาวริมระเบียงเรือน
"น้าขวัญ...จาจะทำยังไงดี"
"ถ้าเป็นเมื่อก่อนน้าว่าจาคงไม่ถามน้าแบบนี้"
จารุดาขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำของคุณจอมขวัญ หากแววสงสัยในสายตานั้นเลือนไปแทบจะในทันทีที่ได้เห็นสายตาที่คล้ายจะมองทะลุเข้าไปถึงใจของเธอ
"จาคงจะไล่คุณนินเค้าไปแล้ว หรือไม่ก็ตัดสินใจโทร.ไปบอกให้คุณนินเลิกยุ่งเกี่ยวกับจา"
"น้าขวัญ"
"น้าเข้าใจดี ความรักเป็นเรื่องธรรมชาติของหญิงชาย มันเกิดขึ้นได้แล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของหนูจา"
"แต่จาถ้าจาต้องเลือก"
"จาอาจจะไม่จำเป็นต้องเลือกตอนนี้" คุณจอมขวัญเอ่ยอย่างคนที่มีประสบการณ์มาก่อน "บางทีถ้าคุณนินพยายาม ถ้าจาอดทนรอได้...วันที่คุณยายใจอ่อนอาจจะมาถึงสักวันนึง"
"น้าขวัญไม่คิดว่าจาผิดเหรอจ๊ะที่โกหกยาย"
"น้าบอกแล้วไงจ๊ะ" คุณจอมขวัญยกมือขึ้นลูบศีรษะหลานสาว "น้าเข้าใจความรู้สึกของจาดี สิ่งที่จาทำมันอาจจะไม่ถูกต้อง แต่จาทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายจิตใจยาย แล้วน้าก็รู้ว่าถ้าจารักคุณนินเค้าจริง ต่อให้จาปฏิเสธเค้าไป มันก็เปลี่ยนความรู้สึกที่จามีให้เค้าไม่ได้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน...ปากบอกว่าตัดใจได้มันง่าย แต่จะให้หัวใจทำตามปากว่ามันไม่ง่ายเลยนะ"
สองน้าหลานสบตากัน จารุดาเพิ่งตระหนักความจริงบางอย่าง ไม่ใช่เธอที่ทุกข์ทนกับความรัก แต่คุณจอมขวัญผู้เป็นน้าก็คงต้องเก็บงำความปรารถนาล้ำลึกในใจของตนเช่นกัน ทั้งยังอยู่กับความกล้ำกลืนนั้นมานานกว่าเธอเสียอีกแต่คุณจอมขวัญก็ยินยอมทำเผื่อความสบายใจของคุณยายจันทร์มาโดยตลอด
หรือบางทีเธออาจต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างจากน้าสาว เรื่องของเธอกับธนินอาจจำต้องปิดฉากอย่างที่มันควรจะเป็น
หลังจากไปเที่ยวด้วยกันมาเมื่อวาน วันนี้ธนินต้องกลับมาทำตัวเป็น 'ลูกศิษย์' ของจารุดาอีกครั้งและอ้อนวอนจนหญิงสาวยอมให้เขามาทำตัวเป็น 'ลูกค้า' ที่ร้าน กว่าจะขับรถตามกันมาจนถึงร้านชายหนุ่มก็หิวจนไส้กิ่ว สมองคิดถึงรายการอาหารที่จะสั่งจากหน้าเมนูที่เขาแทบจะท่องได้ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย กระนั้นชายหนุ่มก็ยังมีอารมณ์จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดต่อสาย เสียงของจารุดาดังขึ้นหลังจากสัญญาณเพิ่งจะดังได้แค่สองครั้ง
"ฉันกำลังจะเปิดประตูรั้วเข้าบ้านค่ะ คุณโทร.มาทำไมคะ หรือว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง"
"เปล่าครับคุณจา แค่จะบอกว่าเดี๋ยวเจอกันน่ะครับ"
"คุณนี่...ว่างเหลือเกินนะคะ แล้วก็ฟุ่มเฟือยมากด้วย โทร.มาแค่นี้ก็เสียเงินแล้ว"
"ค่าโทร.เหมาจ่ายครับ ถือว่าใช้เงินคุ้ม ได้ยินเสียงคุณจา"
"ตกลงจะโทร.มาแค่นี้ใช่ไหมคะ ฉันจะได้เอารถเข้าบ้าน"
"เดี๋ยวครับคุณจา"
"อะไรคะ"
"ไม่ค่อยอยากจะวางสายผมคิดถึงน่ะ"
"คุณใช้มุกน้ำเน่าแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนรึเปล่าคะเนี่ย น่าแปลกใจว่าบรรดาผู้หญิงของคุณเขาหลงคุณกันได้ยังไง"
"กับคนอื่นผมไม่เป็นแบบนี้ครับ"
"เป็นเกียรติของฉันสินะคะ...ไม่เอาล่ะคะ แค่นี้นะคะ อ้อ...แล้วฉันคงทำได้อย่างมากก็แค่เดินไปดูความเรียบร้อยใกล้ ๆ โต๊ะที่คุณนั่ง ไม่อย่างนั้นคุณยายสงสัยเอาแน่ ๆ"
"ได้แค่นี้ก็พอครับ แล้วเจอกันครับคุณจา"
ธนินกดวางสายยังไม่ทันที่จะก้าวลงจากรถก็มีใครคนหนึ่งมายืนขวางประตูไว้ก่อน เมื่อเงยหน้าขึ้นมองแล้วชายหนุ่มก็ลดกระจกลงเอ่ยทักทาย
"อาทัด มาได้ยังไงครับเนี่ย"
"อาก็มากินข้าวน่ะสิ"
"ลี่ก็มาด้วยค่ะพี่นิน" เสียงใสของลิลลี่ดังขึ้นจากด้านหลังคุณบัณทัตพร้อมกับที่เด็กสาวชะโงกออกมาทำเหมือนเล่นจ๊ะเอ๋กับเด็ก "ใจตรงกันเลยนะคะ ไม่รู้ว่าจะตรงกันทุกเรื่องรึเปล่าน้า"
"ลิลลี่"
คุณบัณทัตเอ่ยเรียกลูกสาวเสียงเข้มเล็กน้อย หากเด็กสาวกลับตีหน้าตาย
"ลี่หมายถึงว่าจะชอบกินอะไรเหมือนกันนะคะพ่อ พ่อคิดไปถึงเรื่องไหนน้า"
คนเป็นพ่อส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับลูกสาวดี หันไปถามหลานชายที่ยังนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถ
"เข้าไปหาโต๊ะนั่งด้วยกันเลยไหมนิน"
"ก็ดีครับอา"
ธนินก้าวลงจากรถได้เด็กสาวก็เกาะแขนลูกผู้พี่ทันที ชายหนุ่มยิ้มให้กับกิริยาของลิลลี่ ทั้งสามพากันเดินยังซุ้มทางเข้าของสวนอาหารโดยไม่ทันเห็นว่ามีรถยนต์คันหนึ่งแล่นผ่านที่จอดของสวนอาหารตรงเข้าไปยังประตูรั้วทางเข้าบ้านสวนที่จารุดาเพิ่งจะขับรถเข้าไปก่อนหน้า
จารุดาก้าวลงจากรถตั้งใจจะนำกระเป๋าสะพายขึ้นไปเก็บบนห้องนอนก่อนจะไปช่วยดูงานในครัวและงานด้านการเงินในสำนักงาน แต่เสียงกดกริ่งเรียกที่ประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นก่อนเธอจึงหันหลังกลับไปมองผ่านช่องว่างระหว่างรั้วไม้นั้น ระบายลมหายใจยาวก่อนจะเดินกลับไปทางที่ตนเพิ่งจะขับรถเข้ามา
เธอยกมือไหว้ผู้ใหญ่ตามมารยาทหากเมื่อเอ่ยถามน้ำเสียงกลับเรียบเย็น
"ไม่ทราบว่าคุณสโรชามีธุระอะไรคะถึงได้มาถึงที่นี่"
"ฉันมีเรื่องจะมาคุยกับเธอ" หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างถือตัว "เปิดประตูให้ฉันกับจินนี่เข้าไปคุยในบ้านสิ เธอควรจะมีมารยาทกับแขกหน่อยนะ จะให้ฉันยืนคุยกับเธออยู่แบบนี้เหรอ"
"ขอโทษนะคะคุณสโรชา ดิฉันคงต้องขอทราบก่อนว่าคุณจะมาคุยเรื่องอะไร ที่จริงเราสองบ้านไม่ควรจะมีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันด้วยซ้ำ คุณก็อยู่ส่วนคุณ เราก็อยู่ส่วนเรา"
"แล้วเธอมายุ่งกับพี่นินของฉันทำไม" สุจิราแหวใส่หลังจากยืนจ้องหน้าพี่สาวต่างมารดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อมาแต่แรก "คิดจะเอาชนะกันใช่ไหม คิดว่าจะทำให้ฉันเจ็บใจ ทำให้ฉันอาย ทำให้ฉันแพ้แก้แค้นที่..."
"จินนี่...ฉันไม่ได้คิดจะแก้แค้นอะไรใครทั้งนั้น เรื่องของแม่ ฉันอโหสิกรรมให้ไปนานแล้ว ไม่ได้ถือว่ามีอะไรติดค้าง แม่ฉันท่านจากไปตั้งนานแล้ว อย่าดึงเอาท่านมาเกี่ยว"
จารุดาจำต้องเลี่ยงที่บอกความจริง เธอเคยคิด...แค่เคยคิดเท่านั้น แต่ถึงตอนนี้เรื่องการเอาคืนสุจิราไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเธอเลย มันเป็นเพียงความคิดเพียงชั่ววูบก่อนที่จะเตือนสติตัวเองได้ว่าการกระทำนั้นไม่เพียงแต่เป็นการทำร้ายจิตใจน้องสาวต่างมารดา หากยังรวมไปถึงจิตใจของธนินและแม้แต่ใจของเธอเองด้วย และวิญญาณของแม่ที่ล่วงลับไปแล้วก็คงไม่ปรารถนาจะให้ลูกสาวทำเรื่องที่จะก่อเวรกรรมกันต่อไปเช่นกัน
"งั้นเธอบอกมาสิ ว่ามายุ่งกับพี่นินของฉันทำไมบอกมา"
"ฉันไม่มีอะไรจะบอกทั้งนั้น คุณธนินมาเชิญร้านไปออกงานเทศกาลอาหาร แล้วก็มาลงเรียนเป็นนักเรียนที่โรงเรียน"
"แล้วเขาก็ยังต้องการที่จะซื้อที่ดินของยายเธอเก็บไว้ด้วย" คุณสโรชาพูดตามที่ได้ฟังมาจากคุณธนัญญาอีกต่อหนึ่ง "เธอคิดจะใช้เรื่องที่ดินนั่น ดึงธนินเอาไว้ เพื่อแกล้งลูกสาวฉันใช่ไหม"
"ดิฉันขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่ค่ะ และถ้าธุระที่คุณจะมาคุยคือเรื่องนี้ เราคงคุยกันจบแล้ว"
"ไม่...เรื่องนี้ไม่มีทางจบง่าย ๆ"
สุจิราโต้หมุนตัวกลับไปที่รถ บีบแตรเสียงลั่น คุณสโรชาที่ตั้งท่ามาเอาเรื่องยังตกใจวิ่งไปยืนอยู่ข้างพาหนะคู่ใจของตนตะโกนบอกให้ลูกสาวหยุด
"หยุดนะ จินนี่ ทำอะไรแบบนี้ มันเดือดร้อนรำคาญคนอื่นเค้า หยุดเดี๋ยวนี้"
"ไม่ค่ะแม่ จินนี่ ไม่หยุด"
จารุดายืนสองแม่ลูกแล้วเหลียวกลับไปรั้วไม้ข้างเรือนที่มีส่วนเชื่อมต่อกับสวนอาหาร สิ่งที่หญิงสาวนึกหวั่นอยู่ในใจเกิดขึ้นจริง เมื่อคุณยายจันทร์ก้าวฉับมาทางนั้นและส่งสายตาขุ่นมาทางประตูรั้ว คุณจอมขวัญที่เดินตามมาเหมือนกำลังพยายามจะปรามให้หญิงชราเดินช้าลง
"จินนี่ หยุดนะ คุณสโรชาคะ ดิฉันว่าคุณพาจินนี่กลับบ้านไปเถอะนะคะ"
สุจิราก้าวลงจากเบาะคนขับชะเง้อมองผ่านช่องระหว่างซี่รั้วไม้ แล้วเดินมายืนกอดอกมองจารุดาอย่างคนที่ถือแต้มเหนือกว่า
"ฉันทำให้เธอเลิกยุ่งกับคุณธนินได้ แต่ฉันรู้...ว่าใครทำได้"
คุณสโรชาเหมือนจะเข้าใจความต้องการของลูกสาวในตอนนั้นเอง แม้จะไม่พอใจในการกระทำอันไม่ถูกไม่ควรนั้นหากเมื่อรู้ว่าตนจะได้ในสิ่งที่ต้องการเธอก็สามารถเพิกเฉยกับพฤติกรรมของสุจิราไปเสีย
คุณยายจันทร์ที่แม้จะอายุเลยเจ็ดสิบไปแล้วแต่ยังเดินเหินคล่องแคล่วเดินมาถึงจุดที่ใกล้พอจะมองเห็นสองแม่ลูกที่ยืนอยู่นอกรั้ว จึงโวยวายขึ้นทันที
"มาทำไมกัน นังสองแม่ลูกนี่ ผัวเธอ พ่อเธอก็ไม่ได้มาเหยียบบ้านสวนนี่ตั้งนานนมแล้ว จะมาถามพ่อตามผัวล่ะก็เชิญไปที่อื่น อย่ามาทำตัวเป็นหมาบ้าอาละวาดที่นี่ ไปเลยนะ...ไป๊...ชิ่ว"
คุณสโรชายกมือไหว้คุณยายจันทร์ก่อนจะสะกิดให้ลูกสาวทำตาม จากนั้นก็กลับไปวางท่า ยืนยืดตัวตรงมองเหมือนคนที่อยู่ภายในรั้วบ้านทั้งสามด้อยกว่าตน และเมื่อเอ่ยตอบคำของหญิงชราน้ำเสียงก็นิ่งและแข็ง ไม่ได้แสดงความเคารพยำเกรงอีกฝ่ายเท่าใดนัก
"ดิฉันคงไม่มาที่นี่...ถ้าไม่เพราะหลานสาวของคุณจันทร์"
"หลานสาวฉันไปทำอะไรให้พวกหล่อนกัน อย่ามาหาเรื่องกันนะ"
"จินนี่ไม่ได้หาเรื่อง" สุจิราโต้ทันควัน "พี่จา คิดจะแย่งพี่นินไปจากจินนี่จริง ๆ"
"ธนิน...ไอ้หนุ่มคนนั้น" หญิงชราเหมือนจะฉุกคิดอะไรบางอย่าง หากเพียงครู่ก็มองจ้องสองแม่ลูกแล้วเอ่ยต่ออย่างไม่ยี่หระ "แล้วจะยังไงล่ะ ถ้าไอ้หนุ่มคนนั้นจะชอบหลานสาวฉันไม่ได้ชอบคนอื่น มันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้"
"ไหนคุณยายไม่ชอบให้จารุดาคบหากับผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ" สุจิราแหวเสียงดังขึ้นไม่สนใจจะเรียกผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวด้วยคำที่แสดงการเคารพนับถือเป็นพี่น้องอีกต่อไป "หรือเห็นว่าพี่นินร่ำรวย เป็นทายาทเจ้าของห้างใหญ่ ก็เลยคิดอยากจะมีหลานเขยรวย ๆ ยกระดับฐานะตัวเองใช่ไหมคะ"
"จินนี่..." คุณสโรชาเอ่ยเรียกลูกสาวคล้ายจะเตือนอะไรบางอย่าง
"อ้อ...ก็ยังดีนะที่รู้สึกปรามลูกสาวซะบ้าง ไม่ให้มาเถียงใส่ผู้ใหญ่ฉอด ๆ" คุณยายจันทร์เอ่ยเหมือนจะชมแต่น้ำเสียงนั้นเจือด้วยแววประชดประชัน "ถ้าจะให้ดีก็สอนให้ลูกสาวมีศักดิ์ศรีด้วยจะดีกว่านะแม่คุณ...ผู้ชายเค้าไม่สนใจตัว ก็มาเที่ยวอาละวาด ทวงเอากับคนโน้นคนนี้"
"หมายความว่าคุณจันทร์จะไม่จัดการห้ามปรามจารุดาเรื่องนี้หรือไงคะ" คุณสโรชาเสียงแข็งขึ้นบ้างเหมือนกัน "หรือว่าคุณจันทร์อยากจะมีหลานเขยรวย ๆ อย่างที่จินนี่ว่าจริง ๆ"
"เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องของฉัน เรื่องในครอบครัวฉันไม่เกี่ยวกับเธอสองคนแม่ลูก" หญิงชราเริ่มมีน้ำโหเช่นกัน "จะออกไปให้พ้นจากรั้วบ้านฉันได้หรือยัง ถ้าไม่เลิกโวยวาย ฉันจะให้คนมาฉีดน้ำไล่เดี๋ยวนี้แหละ"
"คุณจันทร์"
"แม่ขวัญ...ไปตามใครมาทีบอกให้ไปหาสายยางมา มีกี่เส้นก็เอามาต่อก๊อกน้ำแถวนี้ให้หมด ฉีดน้ำไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญพวกนี้ไปให้ไกล ๆ แล้วฉันจะให้ค่าจ้างพิเศษ"
"คุณยาย ทำแบบนี้ไม่ได้นะ"
สุจิราโวยวายแต่ดูเหมือนคุณสโรชาจะมีสติกว่าดึงแขนลูกสาวให้เดินไปที่รถ
"ไปเถอะจินนี่ จะรอให้เขาเอาน้ำมาฉีดไล่หรือไง"
"ไม่ค่ะแม่ จินนี่มีอะไรจะให้คุณยายดู" สุจิราชะโงกตัวเข้าไปในรถหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเดินตรงไปที่รั้ว กดเปิดรูปที่แอบถ่ายจารุดาและธนินเอาไว้เมื่อวันก่อนยื่นผ่านช่องว่างของรั้วไม้เข้าไป "ถ้าไม่เชื่อก็ดูนี่สิคะ รูปถ่ายนี่...เป็นหลักฐานอย่างดีว่าจารุดาแอบไปเที่ยวกับพี่นินมาจริง ๆ นี่คงจะหลอกคุณยายว่าไปกับเพื่อนตุ๊ดแต๋วของเค้าใช่ไหมคะ แต่ที่จริงต่างคนก็ต่างควงผู้ชายไปเที่ยวกันสองต่อสอง"
สุจิราดึงมือถือกลับมากดไล่ภาพยื่นให้หญิงชราดูทีละภาพ หวังให้เกิดปฏิกิริยาที่ตนคาดหวังขึ้น เมื่อเห็นคุณยายจันทร์ยืนนิ่ง ตัวสั่นเทาหญิงสาวก็ยิ้มออกมาอย่างสมใจ
"แม่ขวัญ...ฉันบอกให้ไปตามคนมา ไม่ได้ยินหรือไง เอาน้ำมาฉีดไล่สองแม่ลูกนี่ไปให้พ้นจากหน้าบ้านฉัน เดี๋ยวนี้"
"อะไรกัน คุณยายบ้าไปแล้วหรือไง จารุดาหลอกคุณยาย แอบคบหากับผู้ชาย...นี่ตกลงจะเห็นแก่เงินจนลืมเรื่องที่ตัวเองไม่ชอบให้หลานไปยุ่งกับผู้ชายจริง ๆ ใช่ไหม"
"แม่ขวัญ!"
คุณสโรชาเห็นท่าไม่ดีรีบเดินตรงมาดึงตัวลูกสาวขึ้นรถอีกครั้ง คราวนี้ไม่สนใจว่าสุจิราจะโวยวายอะไรอีกปิดประตูแล้วเดินอ้อมรถมานั่งประจำที่นั่งคนขับติดเครื่องแล้วขับออกไปพ้นจากบริเวณนั้นทันที
จารุดาหันไปมองคุณจอมขวัญอย่างจะขอความช่วยเหลือก่อนจะจับสังเกตอาการของผู้เป็นยาย หญิงชรายืนนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยเรียกหลานสาวเจาะจงเพียงคนเดียวเท่านั้น
"แม่ขวัญ...ฉันจะไปดูที่ร้านสักหน่อย ดูสิว่ามีลูกค้าที่ไม่พึงประสงค์อยู่ด้วยรึเปล่า"
"น้าจันทร์ แขกคนอื่นจะแตกตื่นกันนะจ๊ะ"
"คิดว่าฉันไม่มีหัวคิดหรือไง ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน จะไปกับฉันหรือว่าจะยืนอยู่ตรงนี้ก็ตามใจ" หญิงชราเอ่ยเสียงแข็งกร้าว
"ยายจ๋า...ยายฟังจาก่อนนะจ๊ะยาย"
"ยังไม่ใช่เวลาที่จะแก้ตัวอะไรทั้งนั้น ที่ยายไม่แสดงอาการอะไรต่อหน้าสองแม่ลูกนั่นก็เพราะไม่อยากให้พวกนั้นได้ใจ ทั้งที่ยายอายแอบจะแทรกแผ่นดินหนีที่โดนหลานหลอกเอาเหมือนคนโง่" คุณยายจันทร์เสียงเครือ "ถ้ายังเห็นว่ายายเป็นยายอยู่ล่ะก็ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ยายยังไม่อยากจะฟังคำแก้ตัว"
จารุดาจำต้องเดินตามยายและน้าไปห่าง ๆ หญิงชราเดินผ่านประตูเล็กที่เชื่อมระหว่างบ้านสวนกับสวนอาหาร ผ่านเรือนไม้ชั้นเดียวที่เป็นส่วนสำนักงานของร้าน กวาดสายตามองหาเป้าหมาย
วันนี้ธนินไม่ได้มาเพียงลำพังแต่มีอาและลูกผู้น้องนั่งอยู่ด้วย ท่าทีเอาเรื่องของคุณยายจันทร์จึงลดลงมากแต่กระนั้นหญิงชราก็ยังคงก้าวฉับไปที่โต๊ะที่คุณบัณทัต ธนินและลิลลี่นั่งเลือกอาหารในเมนูกันอยู่
"คุณยาย" เด็กสาวเพียงคนเดียวในโต๊ะอาหารนั้นเงยหน้าขึ้นมามองเห็นหญิงสามวัยก่อนใคร "อาขวัญ พี่จา"
คุณบัณทัตและธนินละสายตาจากรายการอาหารในธนินนั้นต้องหันหลังไปมองจึงจะเห็นคนที่กำลังเดินตรงมาหาทั้งสามคน หรือจะพูดให้ถูกเขามองเห็นเพียงจารุดาโดยไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติบนสีหน้าของหญิงสาว
ลิลลี่ลุกขึ้นเดินมาไหว้ผู้อาวุโสกว่าทั้งสามคนเกาะแขนหญิงชราอย่างเอาอกเอาใจ คุณยายจันทร์เหมือนจะชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เด็กสาว
"หนูลิลลี่จ๊ะ...ยายมีเรื่องอยากจะคุยกับพี่ชายแล้วก็พ่อของหนูลิลลี่สักหน่อย"
"งั้นเดี๋ยวลิลลี่หลบไปคุยโทรศัพท์กับเพื่อนทางโน้นก็ได้ค่ะ" เด็กสาวชี้ไปทางมุมหนึ่งของสวนอาหารที่จัดเอาไว้ชิงช้าไม้และม้านั่งยาวไว้ท่ามกลางกระถางไม้ประดับเพื่อให้ลูกค้าได้นั่งรอญาติมิตรหรือถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
หญิงชรารอจนลิลลี่เดินพ้นไปพอประมาณจึงเดินไปที่โต๊ะ ธนินรีบลุกขึ้นเดินไปเลื่อนเก้าอี้ตัวหนึ่งให้ ส่วนคุณจอมขวัญและจารุดาเลื่อนเก้าอี้นั่งด้วยตัวเอง คุณยายจันทร์นั่งลงแล้วก็เอ่ยด้วยเสียงที่พอได้ยินกันแค่คนที่นั่งร่วมโต๊ะ
"ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าถ้าคิดมาเป็นลูกค้าฉันยินดี แต่ถ้าคิดจะมาวอแวข้องแวะกับหลานสาวฉันล่ะก็ ที่นี่ไม่ต้อนรับ"
"คุณยายครับ ผมแค่..." ธนินเหลือบมองจารุดาเห็นท่าทีของหญิงสาวก็ชะงักรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเลือกที่จะไม่โกหกต่อ บางทีสถานการณ์คงกำหนดให้เขายอมที่จะเปิดเผยความรู้สึกของตนต่อญาติผู้ใหญ่ของจารุดาเสียที "ผมชอบคุณจาครับ"
"ดี...อย่างน้อยก็ยังยอมรับกันตรง ๆ แบบลูกผู้ชาย"
"ผมอยากจะขออนุญาตคุณยาย..."
"ไม่มีการอนุญาตอะไรทั้งนั้น วันนี้ฉันเห็นแก่หนูลิลลี่กับอาของเธอ แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าคราวหน้า...บ้านสวนคุณจันทร์ไม่ต้อนรับเธอเป็นลูกค้า"
"คุณยายครับ ฟังผม..."
"ถ้าไม่ยอมทำตามนี้ล่ะก็ ต่อไปฉันจะไม่อนุญาตให้แม่จาออกไปไหนอีก ไม่ให้คบหากับใคร ไม่ให้ไปสอนที่โรงเรียน แม้แต่ที่ร้านนี่ก็จะไม่ให้มาดูแลต้องอยู่แต่ในบริเวณบ้านเท่านั้น"
"มันเกินไปนะครับคุณยาย"
"ที่เกินไปคือผู้หญิงของเธอกับแม่ต่างหากที่เกินไป มาตามรังควานตามอาละวาดถึงนี่" หญิงชราสวนเสียงขุ่น "ทีคู่หมั้นคู่หมายผู้หลักผู้ใหญ่หวังจะให้ดองกันอยู่แล้วจะมายุ่งเกี่ยวกับหลานฉันทำไมอีก วันนี้คนแก่อย่างฉันถึงได้โดนถอนหงอกทั้งที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย"
"ผมไม่ได้..."
"ฉันไม่ได้มาเพื่อต่อรองอะไร แต่มาบอกให้รู้เอาไว้ ถ้ามาเหยียบที่นี่อีกเมื่อไหร่ ฉันจะทำตามที่พูด" คุณยายจันทร์เอ่ยเด็ดขาดกับธนินทว่าเมื่อหันไปมองหลานสาวแววตากลับสะท้อนถึงความสะเทือนใจ "หรือว่าหลานในไส้จะเห็นคนอื่นดีกว่ายาย คิดว่าจะขัดคำสั่งได้...ก็ตามใจ แต่ถึงวันนั้นแล้วอย่ามานับถือกันเป็นยายหลานอีก"
"คุณยายคะ"
"แม่ขวัญ...พาฉันขึ้นไปบนเรือน"
"น้าจันทร์"
"ไม่ได้ยินเหรอ ฉันบอกว่าให้พาฉันขึ้นไปบนเรือน...เดี๋ยวนี้" หญิงชราพูดด้วยน้ำเสียงแข็งเจือแววของความโกรธเกรี้ยว เมื่อรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยทันทีร่างของหญิงชราเซไปเล็กน้อย จนหลานน้าและหลานยายทั้งสองขยับจะลุกเข้าไปประคอง
"ฉันไม่เป็นไร ตอนนี้จะพาฉันกลับเรือนได้รึยังแม่ขวัญ"
คุณจอมขวัญจำต้องเอ่ยลาคุณบัณทัตและธนินขยับลุกขึ้นยืนข้างผู้เป็นน้า
"ยายจ๋า"
จารุดาขยับเข้าไปเกาะแขนคุณยายจันทร์แต่อีกฝ่ายสะบัดมือของเธอออก สายตาที่เจือทั้งความผิดหวัง เสียใจและโกรธเคืองมองตวัดมาเพียงชั่วขณะก่อนจะเฉมองไปอีกทางเป็นการแสดงออกว่าไม่ใส่ใจ สาวเท้าผละออกไปทันที
"ชักช้านัก ฉันเดินของฉันเองก็ได้"
"เดี๋ยวสิจ๊ะน้าจันทร์ ระวังจะล้มนะ รอขวัญด้วยจ๊ะ"
คุณจอมขวัญเดินไปเกาะแขนคุณยายจันทร์ก่อนหันกลับมาทางจารุดา พยักหน้าอย่างจะปลอบใจ
ยายไม่เคยโกรธเธอจนไม่พูดด้วยอย่างนี้ จะพูดให้ถูกตั้งแต่เล็กจนโต ยายไม่เคยโกรธเธอเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่เพราะตัวเธอเองปล่อยให้ความต้องการของตัวอยู่เหนือความยับยั้งใจ เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้
จารุดาเดินตามน้าและยายออกจากสวนอาหารผ่านประตูเชื่อมที่นำไปสู่เรือนไม้อดไม่ได้ที่จะเหลียวกลับไปมองที่โต๊ะอาหาร ธนินมองตอบสายตาของเธออย่างห่วงใย หากหญิงสาวจำต้องตัดใจเดินตามคุณจอมขวัญและคุณยายจันทร์ไปจนถึงหน้าห้องนอนของหญิงชรา เจ้าของห้องก้าวเข้าห้องนอนแล้วหันมาเอ่ยกับหลานสาว
"แม่ขวัญ...ฉันอยากจะพักผ่อน ห้ามให้ใครรบกวนเด็ดขาด ไม่ว่าเรื่องอะไร...เข้าใจไหม"
"ยายจ๋า"
ปฏิกิริยาของหญิงชราคือการงับบานไม้ปิดลงทันที จารุดารู้สึกหวิวโหวงในอก หากผู้เป็นยายโกรธเกรี้ยวดุด่ายังดีเสียกว่าทำเหมือนไม่เห็นเธอในสายตาแบบนี้
คุณจอมขวัญระบายลมหายใจยาวขณะเดินเข้ามาวางมือลงบนบ่าหลานสาวอย่างปลอบประโลม ดึงหลานสาวให้เดินไปนั่งลงบนม้ายาวริมระเบียงเรือน
"น้าขวัญ...จาจะทำยังไงดี"
"ถ้าเป็นเมื่อก่อนน้าว่าจาคงไม่ถามน้าแบบนี้"
จารุดาขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำของคุณจอมขวัญ หากแววสงสัยในสายตานั้นเลือนไปแทบจะในทันทีที่ได้เห็นสายตาที่คล้ายจะมองทะลุเข้าไปถึงใจของเธอ
"จาคงจะไล่คุณนินเค้าไปแล้ว หรือไม่ก็ตัดสินใจโทร.ไปบอกให้คุณนินเลิกยุ่งเกี่ยวกับจา"
"น้าขวัญ"
"น้าเข้าใจดี ความรักเป็นเรื่องธรรมชาติของหญิงชาย มันเกิดขึ้นได้แล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของหนูจา"
"แต่จาถ้าจาต้องเลือก"
"จาอาจจะไม่จำเป็นต้องเลือกตอนนี้" คุณจอมขวัญเอ่ยอย่างคนที่มีประสบการณ์มาก่อน "บางทีถ้าคุณนินพยายาม ถ้าจาอดทนรอได้...วันที่คุณยายใจอ่อนอาจจะมาถึงสักวันนึง"
"น้าขวัญไม่คิดว่าจาผิดเหรอจ๊ะที่โกหกยาย"
"น้าบอกแล้วไงจ๊ะ" คุณจอมขวัญยกมือขึ้นลูบศีรษะหลานสาว "น้าเข้าใจความรู้สึกของจาดี สิ่งที่จาทำมันอาจจะไม่ถูกต้อง แต่จาทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายจิตใจยาย แล้วน้าก็รู้ว่าถ้าจารักคุณนินเค้าจริง ต่อให้จาปฏิเสธเค้าไป มันก็เปลี่ยนความรู้สึกที่จามีให้เค้าไม่ได้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน...ปากบอกว่าตัดใจได้มันง่าย แต่จะให้หัวใจทำตามปากว่ามันไม่ง่ายเลยนะ"
สองน้าหลานสบตากัน จารุดาเพิ่งตระหนักความจริงบางอย่าง ไม่ใช่เธอที่ทุกข์ทนกับความรัก แต่คุณจอมขวัญผู้เป็นน้าก็คงต้องเก็บงำความปรารถนาล้ำลึกในใจของตนเช่นกัน ทั้งยังอยู่กับความกล้ำกลืนนั้นมานานกว่าเธอเสียอีกแต่คุณจอมขวัญก็ยินยอมทำเผื่อความสบายใจของคุณยายจันทร์มาโดยตลอด
หรือบางทีเธออาจต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างจากน้าสาว เรื่องของเธอกับธนินอาจจำต้องปิดฉากอย่างที่มันควรจะเป็น

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 22 มี.ค. 2556, 21:58:13 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 23 มี.ค. 2556, 13:05:39 น.
จำนวนการเข้าชม : 3078
<< ตอนที่ 18 | ตอนที่ 20 >> |

กมลภัทร 22 มี.ค. 2556, 22:07:56 น.
จิงโกะ >>>> ดังโพละ เลยอ่ะครับ
nunoi >>>> ไม่เหลือครับ
lovemuay >>>> มันก็ยากอยู่เนอะ หรืออาจจะไม่
nasa >>>> รอลุ้นไปด้วยกันครับ
ของขวัญ >>>> อนาคตอาจมีดาบนั้นคืนสนองแต่ตอนนี้จินนี่ชนะ ^^
น้องอุด้ง >>>> แฉแต่เช้าไปเรียบร้อยครับ เรื่องถึงหูครูอังคณา เอ๊ย...คุณยายจันทร์เรียบร้อย
จิงโกะ >>>> ดังโพละ เลยอ่ะครับ
nunoi >>>> ไม่เหลือครับ
lovemuay >>>> มันก็ยากอยู่เนอะ หรืออาจจะไม่
nasa >>>> รอลุ้นไปด้วยกันครับ
ของขวัญ >>>> อนาคตอาจมีดาบนั้นคืนสนองแต่ตอนนี้จินนี่ชนะ ^^
น้องอุด้ง >>>> แฉแต่เช้าไปเรียบร้อยครับ เรื่องถึงหูครูอังคณา เอ๊ย...คุณยายจันทร์เรียบร้อย

lovemuay 23 มี.ค. 2556, 10:01:06 น.
ใชา ธนิน นายเท่านั้นที่ต้องทำให้คุณยายใจอ่อน แล้วน้านางเอกจะได้พลอยสมหวังไปกับเค้าด้วย
ใชา ธนิน นายเท่านั้นที่ต้องทำให้คุณยายใจอ่อน แล้วน้านางเอกจะได้พลอยสมหวังไปกับเค้าด้วย

nasa 23 มี.ค. 2556, 12:53:14 น.
อึดอัดแทนทุกคนและไม่เห็นด้วยกับความคิดคุณยายนะ สิ่งที่คิดว่าหวังดีกับลูกหลาน แต่จริงๆ แล้วเป็นการกลัวว่าตัวเองจะผิดหวังและเจ็บปวดเองรึเปล่า มันเหมือนการไปตัดสินใจแทนคนอื่นว่าต้องทำตามความคิดตัวเองถึงจะดี ปล่อยให้เค้าได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แล้วเราให้คำแนะนำและคอยระวังหลังเวลาที่เค้ามีปัญหาน่าจะดีกว่า ให้เค้าได้้รียนรู้ผลที่จะเกิดขึ้นด้วยตัวเอง
สโรชาเลี้ยงลูกได้ดีมาก ไม่มีอะไรดีเลยนอกจากหน้าตา ควรให้บทเรียนไว้จดจำเพื่อปรับปรุงตัวทั้งแม่ทั้งลูกด้วยนะคะ
อึดอัดแทนทุกคนและไม่เห็นด้วยกับความคิดคุณยายนะ สิ่งที่คิดว่าหวังดีกับลูกหลาน แต่จริงๆ แล้วเป็นการกลัวว่าตัวเองจะผิดหวังและเจ็บปวดเองรึเปล่า มันเหมือนการไปตัดสินใจแทนคนอื่นว่าต้องทำตามความคิดตัวเองถึงจะดี ปล่อยให้เค้าได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แล้วเราให้คำแนะนำและคอยระวังหลังเวลาที่เค้ามีปัญหาน่าจะดีกว่า ให้เค้าได้้รียนรู้ผลที่จะเกิดขึ้นด้วยตัวเอง
สโรชาเลี้ยงลูกได้ดีมาก ไม่มีอะไรดีเลยนอกจากหน้าตา ควรให้บทเรียนไว้จดจำเพื่อปรับปรุงตัวทั้งแม่ทั้งลูกด้วยนะคะ

รักเร่ 23 มี.ค. 2556, 23:31:42 น.
ยายสองแม่ลูกนี่ร้ายกาจ แต่คุณยายร้ายกว่า
ยายสองแม่ลูกนี่ร้ายกาจ แต่คุณยายร้ายกว่า

ของขวัญ 25 มี.ค. 2556, 00:00:31 น.
รอดูดาบที่จะสนองจินนี่ค่ะ 555
รอดูดาบที่จะสนองจินนี่ค่ะ 555

น้องอุด้ง 25 มี.ค. 2556, 12:35:29 น.
คุณยายนี่หัวแข็งมว๊ากกกก ใครจะทำให้ใจอ่อนได้น้าาาา
คุณยายนี่หัวแข็งมว๊ากกกก ใครจะทำให้ใจอ่อนได้น้าาาา

panon 26 มี.ค. 2556, 15:21:52 น.
ไม่ได้เข้ามาอ่านซะหลายตอน เข้ามาอีกที หนูจา เปลี่ยนความตั้งใจเดิมแย้ววววว ..สู้ๆๆนะจ๊ะเดี๋ยวคุณยายก้อใจอ่อน
ไม่ได้เข้ามาอ่านซะหลายตอน เข้ามาอีกที หนูจา เปลี่ยนความตั้งใจเดิมแย้ววววว ..สู้ๆๆนะจ๊ะเดี๋ยวคุณยายก้อใจอ่อน